Mag-log in
ริมทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ดวงตาคู่คมจับจ้องไปยังห่านป่า ที่กำลังเล่นน้ำกันอย่างสำราญ มันช่างดูมีความสุข ราวกับชีวิตนี้ของเจ้าห่านป่า ไร้ซึ่งความทุกข์ร้อนใด ๆ ต่างกับเจ้าของสายตา ที่ราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ บนบ่าอันบอบบางของสตรีผู้หนึ่ง ที่มิควรต้องเป็นเช่นนี้
ถางไห่ชิน ทอดถอนหายใจหนัก ๆ เมื่อนึกถึงสถานะของนางในตอนนี้ ภรรยาที่สามีหาได้รักใคร่ และสิ่งที่ทำให้นางต้องเปลี่ยนแปลงตนเองในชาตินี้ ก็เพราะนางคือสตรีที่นรกส่งคืนกลับมา นางได้ตื่นมาอีกครั้งในครั้งวัยหลังปักปิ่น แต่กระนั้นเส้นทางชีวิตของนาง ก็ยังไม่อาจเลือกเปลี่ยนสามีได้ เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ดวงตาของหญิงสาวก็ทอประกายแข้งกร้าว…
“ลงนามหย่ากับข้าเสีย”
ราวกับภูผาตรงหน้าถล่มลงมา ทับร่างกายอันอ่อนล้าซ้ำอีกครั้ง สามวันก่อนสกุลถานถูกประหารทั้งตระกูล นอกจากนางที่ออกเรือนแล้ว หาได้มีใครรอดชีวิต ทว่าเช้าวันนี้สามี กลับถือหนังสือหย่ามาให้ลงนามถึงเรือน
มือบอบบางยกขึ้นวางบนหน้าท้องกลมนูน อีกเพียงแค่เอนเดียว ลูกในท้องก็จะถือกำเนิด แต่สามีกลับเลือก ที่จะผลักไสนางกับลูก ออกจากชีวิตไปทั้งอย่างนี้ ชีวิตนางช่างน่าอดสูนัก ชะตาใครเล่าจะดหดร้ายเท่านางกับลูกในท้อง
หญิงสาวรับพู่กันจากมือของสาวใช้ มันสั่นเทาจนยากจะทำให้นิ่งได้ ถานไห่ชินจรดปลายพู่กัน ตวัดลงนามชื่อตนเองในหนังสือหย่า มันจุกจนไม่รู้จะเอ่ยคำใดออกมาได้ ดวงตาคู่งามแดงก่ำจากการร้องไห้
“เจ้ารีบออกจากจวนก่อนฟ้ามืด”
แม่ทัพหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ โดยไม่แม้แต่จะหันมองอดีตภรรยา ที่เอาแต่ยืนสะอื้นไห้อยู่เบื้องหลัง กรามแกร่งขบกันแน่น ก่อนจะก้าวเท้าเดินจากไป พ้นร่างสูงใหญ่ สาวใช้รีบพุ่งเข้าพยุงร่างนายหญิงเอาไว้ ลั่วอิงปล่อยโฮไปกับผู้เป็นนาย ด้วยความรักและสงสารคุณหนูของนางจับใจ
“เก็บของเถิด ลั่วอิง”
หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ในเมื่อเขาไล่แล้ว ไยนางต้องหน้าทนอยู่ต่ออีกเล่า สมองของนางตอนนี้ มันคิดสิ่งใดไม่ได้มากกว่านี้แล้ว สิ้นสกุลถาน สามีหย่าขาด ลูกก็ใกล้จะเกิด หญิงสาวยกยิ้มหยันให้กับชะตาของตนเอง
“ฮูหยิน! หนีเร็วเข้าขอรับ”
ทว่าเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งก้านธูป เสียงองครักษ์ของสามี ดังขึ้นจากด้านหน้าประตู ก่อนที่ร่างสูงใหญ่นั้น จะพุ่งเข้ามาหานางด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“เกิดอันใดขึ้น!”
หญิงสาวเอ่ยถามออกไป ด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก มือบางยังคงประคองท้องเอาไว้อย่างถนอม ลั่วอิงรีบถลาเข้าขวางหน้านายสาว เอาไว้จากคนของท่านแม่ทัพ
“อย่าเพิ่งถามเลยขอรับ ท่านแม่ทัพให้ข้าน้อย พาฮูหยินออกจากจวนก่อนขอรับ”
ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียง ที่เต็มไปด้วยความกังวลใจ ควับ! ทว่ายังไม่ทันที่จะได้เอ่ยสิ่งใดต่อ ร่างสูงหันกลับไปยังหน้าประตู โดยวาดแขนอีกข้าง ดันให้สองนายบ่าวด้านหลัง ขยับถอยหลังไปเสีย
“สื่อเจ่า!”
หญิงสาวเรียกชื่อองครักษ์หนุ่ม ที่ตอนนี้พุ่งเข้าขัดขวางคนที่บุกเข้ามา ลั่วอิงรีบพยุงนายสาว ให้ถอยไปยังหน้าต่างด้านหลัง ถานไห่ชินประคองท้อง ก้าวเร็วตามการประคอง เสียงการต่อสู้จากด้านนอก มันดังจนใจของนางหวาดหวั่น มันเกิดอันใดขึ้น!
“จ้าวฮูหยินจะไปที่ใดขอรับ”
ทว่ายังไม่ทันที่จะถึงที่หมาย ร่างสูงในชุดทหารจวนจิ้งอ๋อง ได้ก้าวออกมาขวางหน้าเอาไว้เสียก่อน ราวกับรู้ว่านางจะต้องไปทิศทางนี้ สองนายบ่าว ค่อย ๆ ก้าวถอยหลังกลับมายังที่เดิม ซึ่งเวลานี้สื่อเจ่าเอง ก็ได้รับบาดเจ็บหนัก ชายหนุ่มหันกลับมามองผู้เป็นนายสาว เขาไม่อาจปกป้องนางได้ตามคำสั่ง ตัวเขาช่างไร้สามารถนัก!
“ท่านพี่สือ พาฮูหยินหนีไปเจ้าค่ะ”
ลั่วอิงดันร่างนายสาว เข้าไปหาชายหนุ่มที่หันมองมาที่พวกนาง ก่อนที่ลั่วอิงจะพุ่งเข้ารวบร่างชายแปลกหน้าเอาไว้แน่น
“ลั่วอิง!!!”
ถานไห่ชินหวีดร้องเสียงหลง เมื่อสาวใช้ของนาง ถูกกระชากออกจากร่างแกร่งนั้น แล้วถูกรวบกำลำคอยกขึ้นเหนือพื้น เคร้ง! สื่อเจ่าพุ่งเข้าช่วยหญิงสาว ทว่าดาบที่ฟันลงไป ถูกขัดขวางเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย นั่นเพราะตัวเขาในเวลานี้ แทบไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะขยับกาย แต่คำว่าหน้าที่มิอาจทำให้เขาคิดที่จะถอยแม้แต่ก้าวเดียว
“หนะ...หนี...ปะ...ไป!!!”
ลั่วอิงพยายามที่จะบอกแก่สื่อเจ่า และนายสาวของตนเอง ดวงตานั่นเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา รอยยิ้มน้อย ๆ คลี่ประดับใบหน้าที่เริ่มเขียวคล้ำ จากการขาดอากาศหายใจ
“ลั่วอิง!! ปล่อยนางนะ!”
ถานไห่ชิน ตะโกนออกไปสุดเสียง ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างมิอาจห้ามได้ เมื่อร่างของลั่วอิงไม่ไหวติงแล้ว ตุบ! ร่างบอบบางถูกปล่อยให้ร่วงกับพื้น เส่าจื่อพุ่งเข้าประคอบโอบร่างนั้นอย่างรนราน
“อ๊าก!!!!”
ชายหนุ่มคำรามลั่นอย่างคนเจ็บปวดจนถึงขีดสุด ร่างโชกเลือดเงยหน้าขึ้นมองทหารจากจวนจิ้งอ๋อง ด้วยแววตาเคียดแค้น เขาทำหน้าที่ไม่สำเร็จ คนที่เขามอบให้ทั้งใจ ยังตายไปต่อหน้า แล้วยังฮูหยินกับนายน้อยในครรภ์นาง เขาคงมิอาจรักษาเอาไว้ได้
ถานไห่ชินก้าวเข้าไปทรุดลงนั่ง ข้าง ๆ ร่างในอ้อมแขนของสื่อเจ่า สาวใช้ที่นางรักดั่งพี่น้อง ได้จากนางแล้ว นางกับลูกก็ไร้ทางหนี จะดอ้นรนไปเพื่อสิ่งใดกัน เสียงการต่อสู้อย่างดุเดือด ยังคงดังแว่วเข้ามาให้ได้ยิน
“ท่านแม่ทัพมิเคยคิดหย่าฮูหยินเลยนะขอรับ ท่านแม่ทัพต้องการปกป้องฮูหยินกับลูก”
ฉึก! สิ้นคำของสื่อเจ่า ร่างโชกเลือกก็นิ่งค้าง เมื่อลำคอของเขา ถูกคมดาบตวัดพาดผ่าน ถานไห่ชินนั่งนิ่ง เจ็บร้าวที่ท้อง ก่อนจะรับรู้ได้ว่ามีความอุ่นเหนียวข้น ไหลออกมาจากกาย หญิงสาวทำได้เพียงนั่งดอนเอน มองคนของสามี สิ้นใจทั้งที่ยังโอบกอดรร่างของลั่วอิงเอาไว้...
“จ้าวฮูหยินไม่ต้องห่วง ข้าจะส่งท่านติดตามพวกเขาและสามีของท่านไปอย่างแน่นอน ครอบครัยวมิควรแยกห่างกัน หึ ๆ”
คำพูดของชายหนุ่ม หาได้เข้าไปในโสตประสาทของหญิงสาวไม่ นางกำลังนิ่งค้างกับภาพตรงหน้า ไหนจะความเจ็บร้าวในช่วงท้องอันหนักหน่วง ก่อนที่นางจะรู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ ทว่าเจ้าของคมดาบยังไม่คิดลงมือ
“ข้าอยากให้ท่านเห็นบางอย่างก่อนตาย”
หมับ! เอ่ยจบมือหยาบได้ค้าต้นแขนของหญิงสาว แล้วกระชกให้นางลุกขึ้น เท่านั้นเองเลือดอุ่นร้อน ได้ไหลอาบขาลงนองไปตามพื้น ทุกก้าวที่นางขยับเยื้อน เป็นสีแดงจากเลือดที่ไหลอาบ หญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เมื่อท้องกลมโต มีอาการบีบรัดถี่ ๆ
“ท่านแม่ทัพ...”
เพียงก้าวพ้นออกมาถึงหน้าเรือน ภาพตรงหน้าทำให้หญิงสาวเย็นเยียบไปทั้งกาย จ้าวตงเสวียน นั่งคุกเข่าอยู่ลานหน้าเรือน ลำคอของเขามีคมดาบพาดผ่าน ใบหน้าและร่างกายย้อมไปด้วยเลือด หญิงสาวกวาดสายตามองไปยังลานกว้าง ครอบครัวสามี บ่าวไพร่ ทหารในจวน ล้วนสิ้นลมกันแล้ว คงเหลือในตอนนี้น่าจะมีเพียงนางกับสามี และลูกในท้อง
ทางเดินสู่เรือนรับรอง ถานหลี่เช่อ พร้อมสหายพากันเดินไปในความมืด ซึ่งจะมีคบไฟปักอยู่เป็นระยะ พอให้แสงสว่าง ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ทางเดินช่วงที่ไร้แสงไฟ คงมีเพียงดวงดาวบนท้องฟ้าที่กำลังสุกสกาว เท้าที่หยุดนิ่งของเขา รั้งให้จ้างซือเถาหยุดลงยืนเคียงข้างด้วยเช่นกัน “เจ้าอยู่ที่นี่ ลำบากไม่น้อยเลยสินะ” ถานหลี่เช่อเอ่ยถามออกไป โดยที่ใบหน้าของเขาแหงนมองดวงดาวบนท้องฟ้า พร้อมกับคลี่ยิ้มละมุนให้กับความเงียบสงบในค่ำคืนนี้ “ไม่เท่าไหร่ เพียงแต่ทำไมเจ้าไม่เคยที่จะมาเมืองหลวงบ้างเลยเล่า” จ้างซือเถาขยับเข้าใกล้ถานกหลี่เช่ออีกนิด พร้อมกับโน้มใบหน้าไปใกล้ จับจ้องเสี้ยวหน้าในความสลัวรางนั้น ราวกับกำลังจับจ้องสิ่งล้ำค่า อ๊ะ! คนที่ถูกจับจ้องอยู่รู้สึกตัว จึงหันกลับมาเพื่อสบตากับคนมอง ทว่าเขากลับต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อใบหน้าของเขา สัมผัสกับจมูกคมของอีกฝ่าย “ข้าอยากที่จะมา แต่ยังไม่สะดกวเท่านั้น” น้ำเสียงที่ตอยกลับไม่เต็มเสียงเท่าใดนัก เพราะว่าใบหน้าของทั้งคู่ชิดใกล้กันเพียงเส้นด้ายขวางกั้นเท่านั้น “เจ้าไม่คิดถึงข้าบ้างเลยหรือ” ล
เรือนไห่ชิน แม่ทัพหนุ่มอุ้มภรรยาก้าวเข้าไปภายในห้องนอน ก่อนจะวางนางลงบนเตียงกว้าง แล้วเขาก้เดินกลับไปปิดประตูลงอย่างใจเย็น ถานไห่ชินเริ่มหายใจติดขัด นางรู้ดีว่าสามีนั้น แท้จริงมีความต้องการที่มากล้นอยู่ไม่น้อย “ข้าจะช่วยเจ้าอาบน้ำ” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ แน่นอนว่านี่หาใช่ครั้งแรกที่เขาทำ “ท่านแม่ทัพมิต้องก็ได้เจ้าค่ะ ข้ามิได้เมามายข้าทำเองได้เจ้าค่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธด้วยหวังว่าสามีจะเมามาย มากพอที่นางจะไปแช่ตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำ รอให้เขาหลับไปก่อน เรื่องอย่างว่าระหว่างเขาและนางจะได้ไม่เกิดขึ้น “อาบพร้อมกัน จะได้เข้านอน มันดึกมากแล้ว” ไม่รอให้นางปฏิเสธ แม่ทัพหนุ่มช้อนอุ้มภรรยาขึ้นสู่อ้อมแขนอีกครั้ง พานางก้าวเข้าไปยังหลังฉากกั้น ที่มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเวลานี้มีกลุ่มควันลอยขึ้นเหนือน้ำ ก่อนที่เขาจะพานางออกมา ได้สั่งให้บ่าวรับใช้ จัดเตรียมเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว “ท่านแม่ทัพ...อื้อ...” ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก ใบหน้าหล่อเหลา ได้โน้มลงมา โดยที่มือของเขาเชยคางเล็กของนางให้เงยขึ้นรับจูบนั้นอย่างไม่อาจหลีกเล
หลังจากแขกสาวกลับไปแล้ว แม่ทัพหนุ่มก้ลุกพรวดขึ้น ก่อนจะคว้าต้นแขนภรรยา ให้ลุกขึ้นตาม แล้วช้อนอุ้มร่างบอบบางนั้นขึ้น แล้วก้าวออกจากห้องไป ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน โดยเฉพาะเจียงสืออัน นี่มันภาพเหมือนกับวันนั้นไม่มีผิด วันที่เขาตั้งใจมาดื่มสุรากับนาง แล้วจ้าวตงเสวียนอุ้มนางกลับเข้าเรือนไป เพียงไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงครางของทั้งคู่ดังลอดออกมา เขาได้แต่นั่งดื่มสุราย้อมใจตนเอง ฟังความเคลื่อนไหวด้วยหัวใจอันเจ็บร้าว นี่อย่าบอกนะว่า...จ้าวตงเสวียนจะทำเช่นวันนั้นอีก มันจะหยามกันเกินไปแล้ว “สืออัน! เจ้าเป็นอันใดไป” จ้าวหย่งหนิง เอ่ยถามญาติผู้น้อง ที่เอาแต่มองตามหลังน้องชายของนางไป มีหรือนางจะมองไม่ออก ว่าเจียงสืออันกำลังคิดสิ่งใดอยู่ แต่น่าเสียดายที่เจียงสืออันคือองค์ชาย การจะแต่งกับสตรีที่มีฐานอำนาจของครอบครัว ที่สามารถผลักดันให้สามารถล้มราชบัลลังก์ เป็นภรรยาได้ แต่ถ้าปรับเปลี่ยนให้เป็นเพียงอนุ ก็พอได้อยู่ แต่น้องสะใภ้ของนาง เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของพ่อค้าหลวง จะแต่งเป็นอนุได้อย่างไร “พี่หญิงหย่งหนิง ไปอยู่ไกลถึงชายแดน คงมีเรื่องเล่ามากมายสินะ”
“ไม่ต้องมากพิธีไปน้องสะใภ้ คนกันเองทั้งนั้น มา ๆ ไหน ๆ ข้าก้กลับมาเยี่ยมบ้านทั้งที เรามาร่วมดื่มกันให้เต็มที่” จ้าวหย่งหนิง รินสุราลงจอกจนเต็ม แล้วยกขึ้นพร้อมเชิญชวนทุกคนให้ดื่ม รวมถึงอวิ๋นอิงที่รับสุรามาจากสาวใช้ เพื่อร่วมดื่มยินดี ที่พี่สาวของจ้าวตงเสวียนกลับมา แม้ว่านางจะขุ่นเคืองอยู่มาก ที่ถูกอีกฝ่ายพูดจากถากถางในคราแรก แต่ถ้านางต้องการเป็นหนึ่งในสกุลจ้าว เรื่องเล็กน้อยนี้นางย่อมมองข้ามได้ เมื่อใดที่นางได้เข้ามาอยู่ที่นี่อย่างเต็มตัว เมือ่นั้นนางจะทำให้คนที่ดูหมิ่นนาง ได้รู้สำนึกที่เคยดูแคลนนาง เป็นหม้ายแล้วอย่างไร บิดานางก็ยังคงเป็นขุนนาง ตัวนางเองก็ยังคงความงามอันดับหนึ่งอยู่ เพียงนางเปิดโอกาสให้คนเข้ามาในชีวิต ย่อมมีบุรุษนับร้อยดาหน้ามาสู่ขอนาง เพียงแค่เป้าหมายของนางนั้นมีแล้ว จึงได้ปิดโอกาสของบุรุษอื่นไปเสียสิ้น “เจ้าไม่ต้องดื่ม ชาดอกไม้นั่นเหมาะกับเจ้า” แม่ทัพหนุ่มเอยขึ้น ก่อนจะรับถ้วยชามาจากสาวใช้ ยื่นส่งให้ภรรยา ถานไห่ชินรับมาด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ นับตั้งแต่ได้ร่วมห้องกันมา นางไม่เคยได้ลิ้มรสสุราแม้แต่อึกเดียว หากจะเอ่ยถึงตัวตนของนาง ที่ไม่ได
อวิ๋นอิง นั่งลงอย่างจำยอม หญิงสาวชำเลืองมองไปที่แม่ทัพหนุ่ม เพื่อร้องขอความใส่ใจ ทว่าสิ่งที่นางได้รับกลับมา คือความนิ่งเฉย มันช่างต่างกับตอนเที่ยงยิ่งนัก หรือเพราะวันนี้เขาเห็นว่าถานไห่ชิน เก่งกาจในการเอาชนะจ้างชางชุนอย่างนั้นรึ! ฮึ! ก็ค่ำการค้า นางก็ทำได้ไม่แพ้กัน ในเมื่อเขาชอบสตรีที่หาเงินได้ นางก็จะทำให้เขาได้เห็น ว่านางเก่งกาจเพียงใด “เตรียมข้าวเพิ่ม” จ้าวฮูหยินสั่งการ ก่อนจะคีบอาหารเอาใจลุกสะใภ้ของนางต่อ ยิ่งเห็นความอิ่มเอิบบนใบหน้าของไห่ชิน ความหวังของนางก็ยิ่งมากตามไปด้วย แม่ทัพหนุ่มเลือกที่จะตักอาหารที่รสจัดน้อยที่สุด ให้แก่ภรรยา แม้จะทำเหมือนตามหน้าที่ แต่ใครบ้างไมรุ้ว่าปกติแล้ว แม่ทัพหนุ่มมิเคยทำเลยนับตั้งแต่แต่งงานมา จะมีเพียงช่วงหนึ่งเดือนมานี้ ที่ท่านแม่ทัพเริ่มจะทำ แม้ใบหน้าจะยังเฉยชาดังเดิม แต่ถ้าร่วมโต๊ะกันกับฮูหยินน้อย ท่านแม่ทัพก็จะทำให้โดยไม่ต้องมีผู้ใดบังคับ “ขอบคุณเจ้าค่ะ” อวิ๋นอิงเอ่ยกับเจ้าของบ้าน ด้วยความนอบน้อม ก่อนจะส่งยิ้มน้อย ๆ ให้แก่ทุกคน เมื่ออาหารของนาง ถูกนำมาวางบนโต๊ะ “อาหารบ้านเกิดของท่านแม่ จะมีรสกลมกล่อมไ
ยามค่ำคืน ณ จวนสกุลจ้าว ท่านราชครูในเวลานี้ ใบหน้าเริ่มที่จะแดงก่ำ ด้วยลิ้มรสสุราที่จ้างซือเถานำมาฝาก ไปเสียหลายจอก เสียงหัวเราะอย่างขบขันของเหล่าบุรุษ ทั้งหัวหงอกหัวดำ ทำให้จ้าวฮูหยินได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา สามีของนางกับสุรา นับว่าเป็นของคู่กัน ส่วนบุตรชายนั้น ไม่พูดไม่จานั่งตัวตรงหน้านิ่งราวรูปปั้น ทว่ามือก็ขยันยกจอกสุรา มิแพ้ผู้เป็นพ่อเลย “ท่านแม่มื้อค่ำเสร็จแล้วเจ้าค่ะ อาหารของหูเหอ ค้อนข้างเผ็ด ข้าได้เตรียมน้ำแกงที่ไม่จัดจ้านเท่าใดนักเอาไว้ให้ด้วยเจ้าค่ะ” ถานไห่ชินเอ่ยกับแม่สามีอย่างใส่ใจ ชาติที่แล้วนางมุ่งไปสนใจเพียงจ้างตงเสวียน จนบางครั้งลืมที่จะใส่ใจแม่สามี ทั้งที่อีกฝ่ายรักและเอ้นดูนางยิ่งนัก “ขอบใจเจ้ามาก แต่แม่กินเผ็ดได้ หากวันใดเราได้กลับไปเยือนหูเหอ เจ้าต้องพาแม่ไปกินของอร่อยให้ครบทุกอย่างเลยนะ” “เจ้าค่ะ แต่คงอีกนาน เพราะท่านแม่ทัพมิว่างจะเดินทางเจ้าค่ะ” หญิงสาวอยากกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ แต่ก็ไม่อาจทำได้ตามใจนัก ถึงจะไม่แย่แสต่อความรัก ทว่านางก็ยังคงต้องรักษาสถานะของภรรยาจ้าวตงเสวียนอยู่ดี สามีไม่เอ่ยปากมีหรือจะอาจหายก




![ไอยคุปต์ มนตรา พันธนาการราคะ [PWP] + [NC30+] #จบแล้ว](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


