LOGINเยว่อิงถอนหายใจ ไม่รู้เรื่องอะไรกันนักหนา เธอก็อยู่ของเธอดี ๆ ไม่ได้ต้องการหาเรื่องผิดใจกับผู้ใด แต่เหมือนเรื่องจะอยากวิ่งมาหาไม่ให้ชีวิตนี้ราบรื่นเกินไปนัก
“อะไรของเจ้า?” คนที่เมื่อสักครู่โมโหแทบบ้า หลังได้เห็นปฏิกิริยาตอบรับของอีกฝ่ายความรู้โมโหพลันเปลี่ยนเป็นงงงวย
อะไรกัน? ปฏิกิริยาพวกนี้มันอะไรกัน! ไม่ว่านางจะโมโหหรือแสดงท่าทีคุกคามมากแค่ไหน อีกฝ่ายกับตอบกลับมาด้วยความเรียบเฉย ไม่ต่างกับทุบกำปั้นลงบนหญ้านุ่ม ๆ ไม่ว่าจะโยนอะไรลงไปล้วนรองรับและไม่โต้ตอบ
ตอนนี้ก็เช่นกัน ทั้งที่ตนทำเนื้อของนางหล่นลงพื้น แทนที่คนตรงหน้าจะโกรธกลับเผยสีหน้าเสียดายก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมยื่นมือมาตรงหน้า
ทำเอาความโกรธมากมายถูกความไม่เข้าใจเบียดตกลงไป
“เนื้อ เจ้าทำเนื้อข้าหล่นเจ้าต้องรับผิดชอบ!” เยว่อิงเอ่ยนิ่ง พร้อมยืนขึ้นเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย
“ข้าไม่ได้ทำอันใดผิด เนื้อข้าก็หาได้ทำผิดอันใด ส่วนเรื่องที่เจ้าเข้าใจผิดไปเองและคิดไปเอง หากเจ้าต้องการคำตอบสามารถไปสอบถามเฟิงซือได้ คำพูดเขาคงทำให้เจ้าเชื่อมากกว่าคำพูดข้า!”
ไร้ซึ่งท่าทีคุกคาม ไร้ซึ่งน้ำเสียงกดข่ม เยว่อิงทำเพียงมองนิ่ง แบมือไปตรงหน้ากดดันให้อีกฝ่ายรีบนำเนื้อมาคืน
คนถูกมองแข็งค้างไปชั่วขณะ ไม่เข้าใจว่าต้องทำสิ่งใดต่อ ก่อนจะถูกคนข้างกายสะกิดให้ได้สติ
“เนื้อเจ้าเกี่ยวอันใดกับข้า” เฟิงทู่ทำทีเป็นไม่เข้าใจ เนื้อตกพื้นไปแล้วใช่ว่าจะกินไม่ได้อีก นำไปล้างให้สะอาดก็กินได้แล้ว ไม่เห็นต้องทำเป็นเรื่องใหญ่
เยว่อิงมองคนที่ไม่คิดจะคืนเนื้อให้ด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย เธอไม่โกรธเลย ไม่อะไรเลยด้วยซ้ำ คนตรงหน้าโมโหเพราะเข้าใจผิด ทว่ากลับไม่ยอมรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ
นิสัยแย่ที่สุด!!
“หากเจ้าไม่คืนเนื้อข้า ข้าคงต้องไปขอเนื้อกับเฟิงซือ ถึงตอนนั้นเขาจะคิดเช่นไรกันนะที่สตรีผู้หนึ่งเกิดความรู้สึกหึงหวงจนทำให้เนื้อแสนล้ำค่าเสียหาย” เยว่อิงกล่าวพร้อมหยักยิ้มมุมปาก
คนเช่นนี้โมโหหรือใช้อารมณ์ตอบกลับไปก็มีแต่ป่วยการ แก้เข็ดด้วยการทำให้อีกฝ่ายดูไม่ดีในสายตาคนที่ชอบย่อมดีกว่าโมโหกลับไปเป็นไหน ๆ
คนถูกข่มขู่ด้วยคำพูดรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ยังทำใจแข็งตอบกลับไป
“หึ..เจ้าคิดหรือว่าเฟิงซือจะเชื่อเจ้า? เจ้าที่ไม่มีดีอันใดเลยนะหรือ?” ไม่ว่าเปล่า เฟิงทู่ยังเผยแววตาดูแคลนออกมาด้วย
เยว่อิงยังคงยิ้ม ยิ้มให้กับความมั่นใจนักหนาของอีกฝ่าย พร้อมเอ่ยออกมาว่า
“เจ้ามั่นใจจริงหรือว่าเขาจะไม่เชื่อข้า? ข้าที่เขาถึงขั้นตามออกไปนอกเผ่า”
คนถูกตอบกลับหน้าเปลี่ยนสี ต้องการพูดออกมาอีกประโยคทว่ากลับถูกขัดจังหวะเสียก่อน
“ข้าเหนื่อยแล้ว เจ้าไม่ยอมให้เนื้อข้าก็ช่างเถิด แต่ต่อจากนี้อย่าได้มาหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน!” กล่าวจบหญิงสาวก็หันหลังก้าวไปชิดข้างกระโจมมากยิ่งขึ้นก่อนหย่อนตัวลงนอนบนพื้นเย็น ๆ
ขู่ไปเท่านี้คงเพียงพอแล้ว อีกฝ่ายคงจะกลัวเธอจนไม่กล้ามาทำให้รู้สึกระคายใจอีกแน่ ! หญิงสาวคิดพลางยิ้มเยาะใจในโดยที่ไม่รู้เลยว่าการแสดงออกของตนไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายกลัวเท่าใดนัก
คนพึงพอใจในการแสดงออกของตนนอนพลิกตัวไปมาบนพื้นดินเย็น ๆ ไม่รู้ว่าเจ้าของร่างไม่มีที่นอนอยู่แล้วหรือเพราะโดนคนอื่นแย่งไปกันแน่ ทั้งที่คนในกระโจมต่างมีหนังสัตว์ปูนอนกันหมด แต่เธอกลับไม่มีอะไรเลย!!
เฮ่อ...นอกจากเรื่องปากท้องแล้วคงต้องหาวิธีทำที่นอนขึ้นมาด้วย เธอยังไม่อยากหนาวตายเพราะนอนพื้นเย็น ๆ หรอกนะ
“ท่านพ่อข้าไม่เอาแล้ว ข้าจะหาสิ่งใหม่มาให้ท่านแม่”เฟิงซือพยักหน้าให้บุตรชาย แล้วเดินห่างออกไปจากบริเวณนี้“ท่านแม่ไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมขอรับ”น้ำเสียงเฟิงเหมายังคงรู้สึกผิด เด็กชายตัวน้อยไม่รู้ว่าเพราะอะไรมารดาถึงได้มีอาการเช่นนี้หลังเห็นสัตว์ตัวน้อยที่เขานำกลับมาเด็กชายยังคงรู้สึกเสียดายและตัดใจได้ไม่ขาด แต่เมื่อช่างน้ำหนักดูแล้วมารดาย่อมสำคัญกว่าเจ้าสิ่งนั้นสัตว์ป่าตนสามารถหามาให้มารดาใหม่ได้ แต่หากมารดาเป็นอะไรไป เขาคงไม่สามารถให้ภัยตนเองเยว่อิงมองเห็นความรู้สึกผิดในนัยน์ตาตรงหน้า จึงยื่นยกมือโอบกระชับไหล่เล็กทั้งสอง ตบเบา ๆ“อย่าได้รู้สึกผิดเลย เป็นแม่เองที่ใจไม่แข็งพอ”“ลูกไม่เข้าใจ”หญิงสาวผละเด็กชายตัวน้อยออกห่าง เผยยิ้มอ่อนโยนขยับปากเอ่ย“คนเก่งของแม่ เงยหน้ามองแม่หน่อยสิ”เด็กชายเงยหน้ามอง ท่าทางประหม่าเล็กน้อย“ลูกอยากรู้ใช่ไหม เช่นนั้นแม่จะบอกกับเจ้า แต่ต้องรอให้ท่านพ่อของเจ้ากลับมาก่อน”เด็กชายตัวน้อยพยักหน้าเข้าใจเมื่อจัดการบุตรชายได้แล้ว เยว่อิงจึงหันไปหาเฟิงฮัว บุตรชายของเฟิงหู่“เฟิงฮัว น้าขอโทษที่ทำให้เจ้าหวาดกลัว วันนี้กลับไปหาพ่อเจ้าก่อน วันหลังค่อยมาเล่นกับเฟิงเหมา
“ท่านแม่ ดูนี่ ดูว่าข้าได้อะไรกลับมา!”เสียงตื่นเต้นดีใจของเด็กชายตัวน้อย ทำให้สองสามีภรรยาที่กำลังกอดรัดแสดงความรักต่อกันกลางวันแสก ๆ กระเด้งตัวออกจากกันทันทีเยว่อิงผู้ถูกเรียกขานรีบยืนขึ้น ในขณะที่เฟิงซือหันไปจัดการตนเองให้เจ้าสิ่งนั้นที่ขยายใหญ่ขึ้นมาสงบลง“เฟิงเหมาได้อะไรมาหรือลูก”หญิงสาวเอ่ยถาม พร้อมก้าวออกจากบ้าน“ดูสิขอรับท่านแม่ ข้ากับเฟิงฮัวได้เจ้าสิ่งนี้มาขอรับ !”สิ่งที่เด็กชายตัวน้อยยกให้เยว่อิงดูทำหญิงสาวเกือบทรุดตัวลงพื้นไปทั้งอย่างนั้น เฟิงเหมาเห็นมารดาคล้ายคนกำลังจะเป็นลมพลันโยนสิ่งมีชีวิตในมือทิ้ง ขยับก้าวเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง“ท่านแม่เป็นอะไรไปขอรับ !?”เด็กชายตัวน้อยรีบก้าวเข้าไปประคองมารดา ในขณะที่เฟิงซือรีบก้าวออกมาพยุงคู่ครอง“เฟิงเหมาลูกทำอะไรเหตุใดแม่เจ้าถึงได้เป็นเช่นนี้”น้ำเสียงนิ่งเงียบของบิดาทำเด็กชายตัวน้อยชะงักมือที่ยื่นออกมาท่านพ่อโกรธแล้ว...ท่านพ่อที่มักจะอ่อนโยนกับตนอยู่เสมอ แต่หากเกิดเรื่องกับท่านแม่ท่านพ่อก็จะเปลี่ยนเป็นอีกคน กลายเป็นคนน่ากลัวจนเขาไม่อยากเข้าใกล้คนถูกเอ่ยถามก้มหน้าหงุด มือทั้งสองกำเข้าหากัน ริมฝีปากเม้มแน่น“เฟิงเหมา”เสียงกดต่ำข
“เยว่อิงเจ้าทำอะไรกินหรือ ? ข้าได้กลิ่นหอมออกไปถึงด้านนอก”“ท่านพ่อ !” เด็กชายตัวน้อยนัยน์ตาเป็นประกาย กระโดดลงจากเตียงหลังใหญ่ก้าวออกไปเปิดประตูต้อนรับบิดาเฟิงซือกอดบุตรชายตัวน้อยที่กระโดดเข้าใส่เอาไว้แน่น ก่อนจับยกขึ้นสูงวางไว้บนไหล่“เจ้าตัวน้อยวันนี้ไม่ออกไปเล่นข้างนอกหรือ ?”“ยังขอรับ ลูกกำลังรอกินข้าวกับท่านแม่”“หึ แสดงว่าเพราะยังไม่อิ่มถึงยังไม่ออกไปสินะ”เด็กชายพยักหน้าขึ้นลง พยายามก้าวลงจากไหล่บิดาเฟิงซือเห็นเช่นนั้นจึงยอมปล่อยลูกลงก่อนจะเดินมาหย่อนตัวนั่งข้างคู่ครองคำเรียกขานและคำลงท้าย เยว่อิงล้วนเป็นคนสอนพวกเขา หญิงสาวเอ่ยสอนและบอกว่าควรเรียกขานใครว่าอย่างไร แม้จะไม่ได้อธิบายทุกอย่างให้กระจ่างชัด แต่ทุกคนกลับเต็มใจทำตามที่นางบอกล่าวด้วยรู้สึกว่าการพูดมีคำลงท้ายเช่นนี้ดูดียิ่งนักชายหนุ่มผู้มาใหม่หลังหย่อนตัวลงข้างคู่ครองแล้วไม่ได้รับการตอบรับดังเช่นทุกวันพลันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงหันหน้าไปเอ่ยถาม“เยว่อิงเจ้าเป็นอะไรไปหรือ ? เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าเจ้าอารมณ์ไม่ดี”หญิงสาวหันมองคนข้างกายตาขวาง ก่อนจะหันไปใช้สายตาปกติมองบุตรชาย “เฟิงเหมาออกไปเล่นข้างนอกก่อนนะลูก แม่
“ท่านแม่ ท่านพ่อเก่งกาจถึงเพียงนั้นเลยหรือ ?”“แล้วลูกมองท่านพ่อเป็นเช่นไร”เด็กชายตัวน้อยครุ่นคิด ยกมือขึ้นจับปลายคางคิ้วขมวดเข้าหากันคนเป็นมารดาเผยยิ้มขำหันไปขยับมือคนกับข้าวในหม้อวันนี้เฟิงซือออกไปล่าสัตว์ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องออกไปล่าแล้วแต่ชายหนุ่มกลับยังคงทำเหมือนที่เคยทำมาตลอด แตกต่างเพียงแค่การออกไปล่าสัตว์ไม่ได้ออกไปล่าบ่อยครั้งนักเหมือนอย่างเคย แต่จะออกทุก ๆ สี่หรือห้าวันแทนนับตั้งแต่ขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าเผ่าเวลาก็ผ่านไปร่วมหกปี ตอนนี้ทั้งสองคนนอกจากจะเป็นคนดูแลเผ่า ยังกลายเป็นผู้ปกครองเด็กชายตัวน้อยลูกชายตัวน้อยของพวกเขาเกิดมาพร้อมระดับพลังของนักรบระดับหนึ่ง นับตั้งแต่มีเผ่าเฟิงถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีเด็กเป็นนักรบตั้งแต่เกิดคนในเผ่าตื่นเต้นกับการเกิดมาของบุตรชายตัวน้อยคนนี้มาก ถึงขั้นเลี้ยงฉลองกันสองวันสองคืน ทำเอาเนื้อที่เก็บไว้หมดไป ร้อนถึงนักรบเผ่าต้องออกไปล่าสัตว์มาใช้ในการทำอาหาร เพราะสัตว์ที่เลี้ยงดูไว้จะฆ่าเฉพาะยามจำเป็น หรือฆ่าในช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่ถึงกระนั้นใบหน้าพวกเขาก็หาได้ไม่พอใจ ทุกคนต่างชื่นชอบการออกไปล่าสัตว์ ใช้ชีวิตอยู่กับป่าเช่นเดิม ทั้งที่ความเป็นอย
“เฟิงซือนับจากนี้สิ่งที่เจ้าจะต้องรับผิดชอบนั้นไม่ได้มีเพียงแค่เจ้าและคู่ครอง แต่เจ้าต้องรับผิดชอบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเผ่า เจ้ายินดีดูแลคนในเผ่าหรือไม่”“ข้ายินดี”น้ำเสียงชายหนุ่มทั้งหนักแน่นและทรงพลังหลังคำพูดนี้ถูกเอื้อนเอ่ยออกไป บริเวณลานกว้างพลันรู้สึกเย็นสบาย พลังในร่างกายของคนในเผ่าโดยรอบคล้ายถูกกระตุ้นให้สูงขึ้น ราวกับว่าเทพแห่งสรรพสัตว์กำลังอวยพรพวกเขาอยู่คนในเผ่าต่างตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนนัยน์ตาจะเต็มไปด้วยความรู้สึกเลื่อมใสเทพแห่งสรรพสัตว์กำลังร่วมยินดีกับพวกเขาใช่หรือไม่ ?เยว่อิงมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย หญิงสาวสงสัยในการกระทำของเจ้าตุ่นน้อยจนต้องเอ่ยถาม‘เหตุใดถึงใช้พลังไม่บอกกล่าว’‘ข้าเพียงต้องการอวยพรคู่ครองของเจ้า ยอดเยี่ยมไปเลยใช่หรือไม่ ?’‘ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากเห็นสีหน้าประหลาดใจของคนในเผ่าถึงได้ทำเช่นนี้หรือ ?’‘เจ้าก็รู้’‘ใช่ข้ารู้ว่าเจ้าชอบทำอะไรไร้สาระ’เทพผู้ถูกต่อว่ามีสีหน้าบึ้งตึง ทว่าคำพูดต่อมาของนางกลับทำให้เขากลั้นยิ้ม‘แต่ก็ทำได้ไม่เลว’เทพผู้น้อยใจเมื่อสักครู่ปิดปากเงียบ หันหลังหนีไม่ยอมมองหน้ากัน ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจหลบสายตาของนางท
“เฟิงซือเจ้ายินดีจะเป็นหัวหน้าเผ่าหรือไม่”คำพูดของเฟิงสงกระตุ้นให้คนโดยรอบหยุดมอง พวกเขาไม่ประหลาดใจในคำพูดของหัวหน้าเผ่าเท่าใดนัก ในเมื่ออีกฝ่ายอายุมากแล้วจะยอมถอยปล่อยให้คนหนุ่มกว่าขึ้นแทนตำแหน่งถือเป็นเรื่องสมควรพวกเขาล้วนเคยคิดว่าอีกไม่นานเฟิงซือคงได้ขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่าแทนหัวหน้าเผ่าคนเดิม เพราะชายหนุ่มแข็งแกร่งที่สุดในเผ่า อีกทั้งความสามารถยังมีมากกว่า นอกจากนี้คู่ครองของเขายังเป็นถึงผู้ส่งสารของเทพแห่งสรรพสัตว์ การจะยกตำแหน่งให้เขานั้นไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่อะไรคนในเผ่าล้วนเห็นด้วยทั้งหมด จะมีก็แต่ชายหนุ่มที่ยังยืนนิ่งไร้ปฏิกิริยาไม่ใช่ว่าเขาไม่ยินดีในตำแหน่งหัวหน้าเผ่า ทว่าเขาเพียงไม่เคยคิดว่าตำแหน่งจะตกมาถึงตนรวดเร็วเพียงนี้คนถูกจับจ้องหันมองคนรอบข้าง ทุกคนต่างพยักหน้าให้เขาราวกับยอมรับได้แล้ว“ท่านหัวหน้าท่านพูดจริงหรือ ? ข้า ตัวข้า”ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ“ข้าพูดจริง เจ้าเหมาะสมยิ่งนัก อีกทั้งคู่ครองของเจ้ายังเป็นคนโปรดของเทพแห่งสรรพสัตว์จะให้อยู่ตำแหน่งต่ำกว่าข้าได้อย่างไร”“แต่ว่า...”แม้ชายหนุ่มจะเห็นด้วยในความคิดของอีกฝ่าย ทว่าในใจยังคงเต็มไปด้วยความเกรงใจเฟ







