เข้าสู่ระบบ“ข้าไม่ได้อวดเก่ง เพียงแต่ขอให้ข้าได้เห็นผู้ป่วย ก็สามารถระบุโรคและป้องกันได้อย่างทันท่วงทีขอรับ”
ฉันเริ่มรู้สึกเบื่อกับความดื้อรั้นของคนแก่โบราณ
“ข้ากลัวว่าเจ้าจะทำให้โรคยิ่งระบาดมากขึ้นนะสิ เจ้าหนู... อย่าอวดเก่งนัก หากมิอาจรักษาได้ก็จงยอมรับ อย่าทำให้เสียเวลาไปมากกว่านี้เลย” เสียงข่มขู่กระด้างขึ้นเล็กน้อย
“ถ้ารักษาไม่ได้ ข้าก็จะยอมตายอยู่ที่นี่!”
ฉันหงุดหงิดแล้วนะ มองท่านอ๋องเพื่อให้เขารีบตัดสินใจว่าจะให้ฉันพบผู้ป่วยหรือไม่ หากช้าไปกว่านี้อาจไม่ทันการณ์!
“หลีกทาง! ข้าจะพาเขาไปพบผู้ป่วย!”
ชัดเลยท่านอ๋องก็คงรำคาญพวกขี้อิจฉาเข้าแล้ว
เป็นไงละตาเฒ่าหมอถึงฉันจะเป็นเชลยแต่เขาก็ยังหวังพึ่งฉันอยู่นะ
“เดี๋ยวก่อนท่านอ๋อง! ข้าขอถามหมอทุกท่านว่า พวกท่านได้ป้องกันตัวอย่างไรบ้างในระหว่างที่ไปพบผู้ป่วยขอรับ”
เราจะไปกันแบบนี้ไม่ได้ท่านเจ้าน้ำแข็ง เชื้อโรคนะไม่ใช่วิตามินดีหากอาบเข้าไปได้สู่ขิตแพ็คคู่แน่
“พวกเราสวมถุงมือก่อนสัมผัสผู้ป่วย และล้างมือหลังสัมผัสผู้ป่วย รวมถึงใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกทุกครั้ง เจ้าถามเช่นนี้คิดว่าพวกเราที่เป็นแพทย์จะไม่รู้วิธีป้องกันตัวเองรึ!”
จ้าวหมิงตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ทำให้หมอทุกคนเริ่มไม่พอใจไปด้วย
“ถ้าอย่างนั้น ขอถุงมือกับผ้าปิดจมูก ให้ท่านอ๋องกับข้าได้หรือไม่ขอรับ” ซินเยว่กล่าว
“ย่อมได้แน่นอน!”
เขาหยิบผ้าปิดจมูกและถุงมือออกมาให้
ฉันตาโตตกใจกับสภาพ! โอ้... มันบางเฉียบ! ดูก็รู้ว่าผ่านการใช้งานซ้ำซากมานานจนจะขาดมิขาดแหล่อยู่แล้ว แบบนี้จะป้องกันอะไรได้เล่า! เชื้อโรคน่ะมันมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าค่ะท่าน!
ฉันรีบไปดึงชายแขนเสื้อของท่านก้อนน้ำแข็งอย่างลืมตัว
“ท่านอ๋อง! เชิญท่านตามข้ามาทางนี้หน่อยขอรับ”
ฉันพูดเสียงเบาพอให้เขาได้ยินเท่านั้น
เขาเดินตามฉันไปด้วยใบหน้าที่ไม่บอกอารมณ์ใดๆ ผิดกับองครักษ์ทั้งสองที่มองตามหลังด้วยความไม่อยากเชื่อว่าท่านอ๋องผู้เยือกเย็นจะเดินตามเจ้าหนุ่มเชลยไปอย่างง่ายดายเช่นนี้
“มีอะไร? ว่ามา.. ถ้าจะขอถอดตัวก็เตรียมหัวหลุดออกจากบ่าได้เลย”
จะขู่กันไปถึงไหนฟะ นอกจากจะฆ่าจะแกงกันแล้ว ไม่มีอย่างอื่นเลยหรืองัย
หายใจเข้ายาว.. หายใจออกยาว หงุดหงิดหนอ เก็บไว้หนอ..
“ข้าอยากให้ท่านดูผ้าปิดจมูก และถุงมือนี้ต่างหาก” ฉันยื่นพวกมันให้เขาดูด้วยความอดทน
เงียบ...
เขามองฉันนิ่งไม่พูดหรือถามอะไร ขมวดคิ้วเป็นเชิงถามฉันว่า ‘ทำไม’ สินะ แล้วฉันก็ยังรู้สึกได้ว่าหากไร้ประโยชน์ขึ้นมาเด็กหนุ่มผู้ไม่รู้ที่มาที่ไปอย่างฉันเขาจะเก็บไว้ทำซากอะไร
“ท่านเห็นหรือไม่ว่ามันบางมาก”
ฉันเรียกสติเขากลับมาที่ผ้าปิดจมูก
“แล้วอย่างไร”
หน้าหล่อไร้อารมณ์ของเขายังคงนิ่งเฉยราวรูปปั้นหินสลัก
“แล้วอย่างไรเล่า!! ท่านคิดว่ามันจะป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้หรือไม่!? ไม่แน่พวกหมอเหล่านั้นอาจจะติดโรคไปแล้วก็ได้นะขอรับ!”
น้ำเสียงจริงจังของฉันทำให้เขาต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างครุ่นคิด เขาคงรู้ความหมายที่ฉันสื่อว่า... ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ทั้งชาวบ้าน หมอทหาร และทหาร รวมถึงเขาด้วย อาจจะติดเชื้อไปแล้วก็ได้...
“ถ้าเป็นอย่างนั้น เราจะทำอย่างไรดีขอรับ!”
เฉินเฟิงร้อนรนขึ้นมา ไม่เท่ากับว่าพวกเราพาท่านอ๋องมาเสี่ยงอันตรายหรอกหรือ!?
“ท่านอ๋องเดินทางกลับเป่ยเหลียงก่อนเถอะเจ้าค่ะ! ทางนี้ข้ากับเจ้าเด็กซินเยว่จะหาทางระงับเหตุการณ์ให้ได้!”
ไป๋หลิงนางไม่ยอมให้ท่านอ๋องต้องมาติดโรคระบาดอย่างแน่นอน
“ไป๋หลิง! นำกระดาษมา! เฉินเฟิง! ไปป่าวประกาศให้ทั่ว! ห้ามผู้ใดออกจากที่พักโดยเด็ดขาด! ส่วนหมอทหารให้อยู่แต่ในกระโจม! ห้ามออกนอกกระโจม! ทหารทุกนายที่เคยสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยให้แยกตัวออกไปชั่วคราว!”
เขาไม่สนคำทักท้วงเหล่านั้นด้วยซ้ำ
เยี่ยมมากเขาสั่งการได้ฉับไว้ รวดเร็ว เด็ดขาด ไร้ข้อโต้แย้ง นี่สิบุคลิกผู้นำโดยแท้
‘โกรธอะไร เป็นฉันมั้ยที่ถูกทิ้ง ลืมแล้ว?.. หรืออ๋องบ้าคนนี้กำลังหึงอยู่’“ข้าเห็นเจ้ามองนายทหารเหล่านั้นตาเป็นประกาย เช็ดน้ำลายอีกด้วย เจ้าเป็นสตรีเช่นไรกัน” คำถามเชิงตำหนิของเขาทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้‘เขาเห็น? สายตาดีเกินไปแล้ว ตายิ่งกว่าเหยี่ยวอีกนะนั้น’“ขะ ข้าเปล่านะขอรับ” ฉันปฏิเสธเสียงสูง รู้สึกเหมือนโดนจับได้ว่ามีชู้‘ไม่ได้ตั้งใจดูสักหน่อย แค่ยืนเช็ดน้ำลายที่รู้สึกว่ามีก็เท่านั้น’“เฮอะ!” เขาพ่นเสียงขัดใจขึ้นก่อนเดินหายเข้าไปในห้องอาบน้ำอย่างรวดเร็ว‘อาไรว้า’“เจ้าเตรียมตัวให้พร้อม รุ่งขึ้นเราจะกลับเป่ยเหลียงกัน” เสียงสั่งทรงอำนาจระคนน้อยใจดังออกมาจากห้องอาบน้ำ‘เมืองเป่ยเหลียง เมืองที่ฉันวาบมาสู่โลกนี้ครั้งแรก ถูกหาว่าเป็นสายลับแล้วถูกทรมานเกือบตายอ่ะนะ ต้องกลับไปเป็นเชลยอีกรึเปล่า คราวนี้จะรอดไหม’“เมืองเป่ยเหลียง?… เหตุใดจึงกะทันหันเช่นนี้”
“มาเถิด… ให้ข้าช่วยนวดให้เจ้าสบายตัว”อ้ายยย เขาลงมาในอ่างน้ำตอนไหน ทำไมฉันไม่รู้สึกตัวไม่นะ! คุกคามทางเพศชัดๆ ฉันเป็นผู้หญิงนะ ถึงแม้เราจะเคย… กันแล้วก็เถอะ“ทะ ท่านอ๋อง ไม่ต้องลำบากขอรับ ข้าน้อยไม่เมื่อย”บ้าเอ้ย หากลุกออกไปตอนนี้ ฉันก็เปลือยต่อหน้าเขานะสิ เดี๋ยวแม่ก็ปล้ำซะให้รู้แล้วรู้รอดไปหรอกมู่เฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาดูขบขันมากกว่าหื่นกามขณะที่ฉันกำลังจะเสียเปรียบคนตรงหน้า เสียงเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้ากระโจม“ท่านอ๋อง! มีเรื่องด่วนเพคะ” เสียงของไป่หลิงแฝงความร้อนรนเคร่งเครียดตาอ๋องชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าพลันหายไป แทนที่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมหงุดหงิด เขามองฉันเล็กน้อย ราวกับเสียดายโอกาสที่กำลังถูกขัดจังหวะ“มีเรื่องอันใด!” เขาถามด้วยสีหน้าหงุดหงิดฉันก็รู้สึกค้างนิด ๆ เหมือนกัน เอ๊ะ! ค้างอะไร ไม่มี้“พบสายลับที่วางยาคุณชายเยว่แล้วเพคะ… มันฆ่าตัวตายหนีการจับกุม ทว่ามีเบาะแสบางอย่างที่อยากให้ท่านอ๋องทอดพระเน
มู่เฉินมองตามหลังร่างบางในอาภรณ์บุรุษ ลักษณะการเดินที่กระโดกกระเดกฝืนธรรมชาติ มองเยี่ยงไรก็มิคล้ายท่าทางของบุรุษ‘เจ้าหลอกข้าเสียสนิทเชียว’ เขาคิดในใจอย่างขบขัน‘ยามนี้… ไม่ว่าจะอย่างไร เจ้าก็คือคนของข้าแล้ว’ยิ่งใกล้ชิดนับวันนางยิ่งสร้างความฟุ้งซ่านให้เขามากขึ้น แม้เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงแล้วก็ตาม วันนี้ก็เช่นกันความพลุ่งพล่านปรารถนาไหล่เวียนไปทั่วร่าง ยิ่งได้มองยิ่งหวนคิดถึงค่ำคืนอันหอมหวานที่ผ่านมา จนเขาไม่อยากให้นางห่างกายไปไหนเสียงฮัมเพลงแปลกๆ ดังลอดออกมาจากห้องอาบน้ำ เสียงนั้นไพเราะและผ่อนคลาย จนเผลอหลับตาพริ้มไปชั่วครู่ เขาลืมตาขึ้นมาพร้อมกับขาที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างลืมตัว ไม่รู้เป็นเพราะเสียงเพลงหรือความถวิลหาในใจ จึงพาร่างหนามายืนอยู่หลังม่านบังตา ก่อนที่เขาจะรู้ว่าตัวเองได้เสียมารยาท สายตากลับเห็นเงาร่างบางเคลื่อนไหวอยู่ในอ่างอาบน้ำอย่างไม่ระวังตัว สติที่เคยสงบกลับนึกถึงคำคืนนั้นขึ้นมาอีกครั้ง‘ไม่เคยมีสตรีนางใด ทำให้ข้าหวั่นไหวได้ถึงเพียงนี้!’..........................................................................................
เมื่อความเคลื่อนไหวรอบข้างกลับมาปกติ“เจ้าเป็นอะไรไป? สมองเล็ก ๆ ของเจ้าคิดอะไรอยู่”ฉันสะดุ้ง เขาเข้ามาตอนไหนเนี่ย“ขะ ข้าน้อยเปล่า แค่… เอ่อ… คิดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ วันนี้ลมพัดแรงไปหน่อยนะขอรับ”แก้ตัวน้ำขุ่นๆ สาปแช่งมู๋มู่ในใจร้อยแปดภาษา ‘ยัยมู๋มู่! ถ้าท่านอ๋องรู้ว่าฉันคุยกับใคร คงโดนจับไปผ่าสมองแน่ ๆ’มู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย “เหตุใดเจ้าต้องทำหน้าตาประหลาดถึงเพียงนี้?”“ข้าน้อยคิดว่า ในเมื่อพระองค์ไว้ชีวิตแล้ว ต่อไปนี้จะรับใช้พระองค์ให้ดี จะงัดความสามารถทั้งหมดที่มีมาแทนคุณ ขอเพียงพระองค์ทรงบัญชา ข้าน้อยพร้อมทำทุกอย่างขอรับ”ฉันรีบพูดรัวเร็วราวกับกำลังอ่านบทละครบทใหม่ที่เพิ่งถูกเขียนขึ้นเมื่อครู่เขาจ้องฉันนิ่ง“เช่นนั้นหรือ…” เขาก้มมาหาจนปรายจมูกเฉียดแก้มฉันโอ้ย อีกแล้ว เดี๋ยวแม่งับปลายจมูกเล่นซะนี่เขาเลิกคิ้ว “เจ้ามีสิ่งใดรจะพูดกับข้าหรือ?”‘ให้ตายเถอะ สงสัยจะต้องพกยาดมเพิ่มแล้วมั้ง’“ข้า มีเรื่องต้องทำเพค่ะ เอ่อ ขอรับ”ฉันคำนับหนึ่งทีแล้วเผ่นแนบออกไปโดยไม่เหลียวหลังมองเ
ขณะที่ซินเยว่กำลังต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง องครักษ์สองพี่น้องที่อยู่ไม่ไกล มองท่านอ๋องกับคุณชายซินเยว่พูดคุยกันอย่างใกล้ชิด คล้ายคู่สามีภรรยาเข้าไปทุกทีไป่หลิงถอนหายใจยาว ส่ายหน้าอย่างปลง ๆ “ท่านอ๋องน่ะ… คงมีใจให้คุณชายซินเยว่แล้วกระมัง”เฉินเฟิงเบิกตากว้าง “อะไรนะ! ท่านอ๋องผู้เย็นชาเนี่ยนะ เป็นไปไม่ได้ ท่านอ๋องไม่เคยชายตาแลสตรีใดเลยมิใช่หรือ”“แล้วเหตุใด” เฉินเฟิงพึมพำ “คืนนั้น… ท่านอ๋องถอนพิษให้คุณชายเยว่ได้อย่างไร ท่านพี่?”“บางที… ความรักก็เลือกไม่ได้หรอกเฉินเฟิง ใต้ล่านี้... ไม่ว่าบุรุษหรือสตรี หากหัวใจมันนำพา… ก็ยากจะต้านทานได้”เฉินเฟิงอ้าปากค้างอีกครั้ง เขาไม่อยากจะเชื่อว่าพี่สาวที่แสนจะเคร่งขรึมอย่างไป่หลิงจะรู้ลึกเรื่องเช่นนี้ได้สรุปแล้ว ท่านอ๋องกับคุณชายเยว่มีความสัมพันธ์แบบใดกันแน่...............................................................................................วันนี้ทั้งวันฉันไม่มีกะใจจะทำงาน หยิบจับอะไรก็ผิดพลาดไปหมด จนต้องแอบกลับมานั่งสงบจิตที่กระโจม‘เขาคงไม่ได้จะจับฉัน
‘อยากปิดบังข้านัก เช่นนั้นข้าจะแกล้งเจ้ากลับบ้าง’ แววตาของเขาฉายแววเจ้าเล่ห์เล็กน้อยที่ซินเยว่ไม่อาจมองเห็นได้‘เมื่อคืน... ข้าเกือบจะรักษานางไว้ไม่ได้แล้วจริงๆ’ยามที่นึกย้อนไปถึงวินาทีที่เห็นซินเยว่ทรมานจนแทบขาดใจ ลมหายใจร้อนรุ่ม ร่างที่บิดเร้าด้วยพิษ เขายอมรับเลยว่าในหัวมันขาวโพลนจนว่างเปล่า ความโกรธแค้นพวกที่บังอาจวางยา ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความคิดเดียวในหัวตอนนั้นไม่ใช่การแก้แค้นใคร หรือการมานั่งจับผิดเรื่องที่นางปลอมตัวเป็นบุรุษ แต่คือ... ทำอย่างไรก็ได้ให้นางรอดชีวิต!‘โง่เง่าสิ้นดี... เหตุใดถึงมองไม่ออกว่านางเป็นสตรี...’มู่เฉินทอดถอนหายใจยาว สัมผัสอุ่นละมุนจากผิวเนื้อของนางยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายนิ้วยามที่รู้ความจริงว่าเจ้าเด็กกวนประสาทผู้นี้แท้จริงแล้วคือสตรี ที่เขาเผลอมีใจให้ตั้งแต่คราบคุณชายเยว่ก็มิได้ผิดแปลกอันใด ทั้งความโล่งใจที่ตนไม่ได้มีรสนิยมประหลาด ทั้งความรักใคร่เอ็นดูที่พรั่งพรูขึ้นมาอย่างไร้ข้อกังขา มันทำให้เขาตัดสินใจแน่วแน่วตั้งแต่วินาทีแรกที่ตัดสินใจช่วยนางแล้ว‘ต่อให้เจ้ามีความลับหรือไม่ ซินเยว่... ต่อให้เจ้าจะเป็นไส้ศึกข







