LOGINบทที่ 22 — เงินของคนอื่น หกโมงสี่สิบห้านาที กฤตจอด Honda Nova Dash ไว้ใต้ต้นไม้ข้างอาคารสำนักงานเก่า ก่อนเดินขึ้นบันไดพร้อมแฟ้มเอกสารที่ชาญให้เตรียมเมื่อคืน อาคารหลังนั้นไม่มีป้ายบริษัทใหญ่ ไม่มีพนักงานต้อนรับในชุดเครื่องแบบ และไม่มีห้องรับรองหรูหราเหมือนแกรนด์ วารินทรา สิ่งที่มีอยู่คือโต๊ะไม้เก่า ตู้เอกสาร และคนสามสี่คนที่กำลังนั่งอ่านเอกสารเงียบ ๆ กฤตมองไปรอบห้องแล้วเข้าใจทันทีว่า คนที่มีเงินจริงไม่จำเป็นต้องแสดงให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองมีเงิน ชาญยืนอยู่หน้าโต๊ะ “นี่กฤต” ชายวัยห้าสิบกว่าที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเงยหน้าขึ้น เขาแต่งตัวเรียบง่ายกว่าที่กฤตคาด ไม่มีเครื่องประดับเด่น มีเพียงนาฬิกาเรือนหนึ่งกับแฟ้มเอกสารบาง ๆ ตรงหน้า “นั่ง” กฤตนั่งลง ชายคนนั้นไม่เปิดแฟ้มของกฤต เขากลับถามทันที “คุณมีอะไรให้ผม?” กฤตไม่ได้ตอบในทันที คำถามนั้นต่างจากคำถามที่เขาเคยเจอ เพราะมันไม่ได้ถามว่าเขาทำอะไรเป็น มันถามว่า เขามีอะไรที่คนอื่นต้องการ กฤตจึงตอบอย่างระมัดระวัง “ผมมีวิธีทำให้อาคารที่ไม่มีรายได้ กลับมาสร้างรายได้โดยไม่ต้องใช้เงินปรับปรุงทั้งหมดในครั้งเดียวครับ” ชายคนนั้นมองเขา “ทุกคนพูดแบบนี้” “ค
บทที่ 21 — เช้าวันที่ตัวเลขเปลี่ยนไป เช้าวันพุธ นครวารินกลับมาเป็นเมืองเดิมหลังฝนตกหนักเมื่อคืน ถนนหลายสายยังมีน้ำขังอยู่ตามขอบฟุตปาธ รถโดยสารเริ่มแน่นตั้งแต่ก่อนเจ็ดโมง และผู้คนกลับไปใช้ชีวิตตามตารางของตัวเองเหมือนฝนเมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้น ศศิเดินเข้าประตู Vild Mechanical Co., Ltd. ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย กระโปรงทำงานสีเข้ม เสื้อเชิ้ตสีอ่อน และผมที่รวบไว้อย่างเรียบร้อยเหมือนทุกวัน หากมองจากภายนอกไม่มีใครรู้เลยว่าเมื่อคืนเธอเพิ่งทำสิ่งที่ตัวเองเคยคิดว่าจะไม่มีวันทำ เธอเดินผ่านฝ่ายประชาสัมพันธ์ ผ่านโต๊ะพนักงานบัญชีสองสามคน แล้วนั่งลงตรงโต๊ะของตัวเอง เปิดแฟ้มใบแรก เปิดเครื่องคิดเลข และเริ่มทำงานทันที “พี่ศศิคะ” พนักงานรุ่นน้องเรียกจากโต๊ะข้าง ๆ “วันนี้พี่ดูอารมณ์ดีนะ” ศศิเงยหน้าขึ้นทันที “ฉันดูเหมือนคนอารมณ์ดีตรงไหน?” “ไม่รู้ค่ะ แต่พี่ฮัมเพลงตอนเดินเข้ามา” ศศิชะงัก ก่อนก้มลงมองเอกสาร “ฉันกำลังคิดเลข” “คิดเลขต้องฮัมเพลงด้วยเหรอคะ?” “ตัวเลขมันเพราะ” เธอตอบหน้าตายจนอีกฝ่ายหัวเราะ แต่ทันทีที่อยู่คนเดียว ศศิก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วมองเครื่องคิดเลขตรงหน้า ตัวเลขเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบเหมือนเดิม
บทที่ 20 — คืนที่ไม่มีตัวเลข 18+ ฝนยังคงกระหน่ำลงมาบนกระจกหน้ารถจนถนนตรงหน้าพร่าเป็นเส้นแสงสีแดงจากไฟท้ายรถคันแล้วคันเล่า กฤตเหลือบมองนาฬิกาบนหน้าปัดก่อนถอนหายใจ รถแทบไม่ขยับมาตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ส่วนศศินั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ มือหนึ่งกอดแฟ้มเอกสารไว้กับอก อีกมือกำโทรศัพท์บ้านที่เพิ่งวางสายไป “แม่บอกว่าไม่ต้องรีบกลับ” เธอพูดขึ้นในที่สุด “ถนนแถวบ้านน้ำเริ่มท่วม” กฤตพยักหน้าแล้วมองออกไปข้างหน้า “ถ้าฝนยังไม่หยุดแบบนี้ เรากลับตอนนี้ก็ไม่ได้อะไร” ศศิหันมองเขา “แล้วจะทำยังไง?” กฤตมองป้ายโรงแรมขนาดเล็กที่สว่างอยู่ไม่ไกลจากถนน “หาที่จอดก่อน แล้วค่อยคิด” โรงแรมที่พวกเขาเลี้ยวเข้าไปไม่ได้หรูหราเหมือนแกรนด์ วารินทรา เป็นโรงแรมริมถนนสำหรับคนเดินทาง มีไฟนีออนสว่างอยู่เหนือทางเข้าและเคาน์เตอร์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้า พนักงานบอกว่าคืนนี้เหลือห้องอยู่ไม่กี่ห้อง เพราะฝนทำให้คนที่เดินทางหลายคนต้องหยุดพักกลางทาง กฤตหันมาถามศศิว่าจะกลับต่อหรือไม่ แต่เธอมองฝนด้านนอกแล้วส่ายหน้า “พรุ่งนี้ฉันต้องเข้าบริษัทเช้า ถ้ากลับตอนนี้แล้วเกิดรถติดอีก ฉันไม่ไหว” เธอหยุดไปครู่หนึ่งก่อนพูดเบาลง “พักที่นี่ก็ได้”
บทที่ 19 — ข้ออ้าง เช้าวันอังคาร ศศิมาถึงบริษัทเร็วกว่าปกติสิบห้านาที เธอวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ เปิดแฟ้มบัญชี แล้วนั่งมองตัวเลขอยู่พักใหญ่โดยไม่อ่านแม้แต่บรรทัดเดียว ภาพเมื่อคืนยังติดอยู่ในหัว ทั้งแสงไฟในล็อบบี้ ฝนที่ตกอยู่หลังผนังกระจก และคำพูดง่าย ๆ ของกฤตที่ดูเหมือนไม่มีความหมายอะไรสำหรับคนพูด แต่กลับทำให้คนฟังนอนไม่หลับอยู่ครึ่งคืน “คุณสวย” ศศิถอนหายใจแล้วเปิดเครื่องคิดเลข กดตัวเลขสุ่ม ๆ ลงไปสองสามครั้งก่อนส่ายหน้า “เป็นบ้าอะไรของฉันวะ” “พี่ศศิพูดกับเครื่องคิดเลขอีกแล้วเหรอคะ?” เสียงพนักงานบัญชีรุ่นน้องดังขึ้นจากด้านหลัง ศศิหันไปมองทันที “ทำงานไปเลยค่ะ” “หนูยังไม่ได้ถามอะไรเลย” “แต่หน้าหนูถามแล้ว” อีกฝ่ายหัวเราะแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะ ศศิพยายามกลับมาสนใจเอกสาร แต่ไม่นานโทรศัพท์ภายในก็ดังขึ้น เธอรับสายและได้ยินเสียงกฤต “วันนี้ว่างไหมครับ?” หัวใจเธอกระตุกอย่างน่ารำคาญ “ถามทำไม?” “จะเอาราคางานที่คุณแก้เมื่อวานไปเสนอคุณชาญ” “แล้ว?” “ผมอยากให้คุณช่วยดูอีกที” ศศิเงียบไปครู่หนึ่ง “ตอนเที่ยง?” “ครับ” “ได้” วางสายแล้วเธอนั่งนิ่งอยู่สองวินาที ก่อนพึมพำเบา ๆ “ฉันตอบเร็วเกินไปหรือเปล่
บทที่ 18 — ตัวเลขที่คำนวณไม่ได้ วันรุ่งขึ้น ศศิมาถึงบริษัทก่อนแปดโมงเช้าเหมือนทุกวัน แต่สิ่งที่ต่างจากทุกเช้าคือแฟ้มสีน้ำตาลบนโต๊ะของเธอถูกเปิดค้างไว้ตั้งแต่ยังไม่มีใครเข้าทำงาน เธอใช้เวลานั่งไล่ตัวเลขของโครงการโกดังอยู่เกือบชั่วโมง ก่อนเขียนตัวเลขใหม่ลงบนกระดาษแล้วขีดฆ่าซ้ำไปซ้ำมา ต้นทุนเดิม กำไรที่กฤตเสนอ ความเสี่ยงที่เขายังไม่ได้คิด และราคาที่เธอเชื่อว่าตลาดรับได้ ทุกอย่างลงตัวจนเกือบหมด เหลือเพียงสิ่งเดียวที่เธอไม่สามารถใส่ลงในตารางได้เมื่อคืนที่ผ่านมา—ทำไมเธอถึงนึกถึงคำชมของกฤตทุกครั้งที่มองตัวเลข “ไร้สาระ” เธอพูดกับตัวเองแล้วปิดแฟ้ม แต่พอเงยหน้าขึ้น กฤตก็ยืนอยู่หน้าประตูฝ่ายบัญชีพอดี “ผมเอาต้นทุนมาให้ครับ” ศศิชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนทำหน้าเป็นปกติ “ตรงเวลาพอดี” กฤตวางแฟ้มลงบนโต๊ะ “วันนี้กินข้าวที่ไหน?” คำถามง่าย ๆ กลับทำให้เธอเงียบไปครู่หนึ่ง “คุณถามเพราะอะไร?” “เมื่อวานคุณบอกว่าจะช่วยผมตั้งราคา” “อ๋อ” ศศิพยักหน้า “เรื่องงาน” “ก็เรื่องงานสิครับ” “ดีค่ะ” “ดีอะไร?” “ไม่มีอะไร” เธอหยิบแฟ้มขึ้นแล้วเดินนำออกไป “ไปกินข้าวกัน” ร้านเดิมยังมีโต๊ะว่างอยู่สองตัว ศศินั่งตรงข้ามกฤ
บทที่ 17 — มื้อกลางวันที่เกินเวลาพัก เที่ยงวันนั้น ศศิพรากฤตออกจากหน้าห้องบัญชีโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาปฏิเสธ เธอถือแฟ้มบาง ๆ หนึ่งเล่มไว้ในมือ ส่วนอีกมือคว้ากระเป๋าถือขึ้นพาดไหล่แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังสั่งงาน “ไปกินข้าวค่ะ” กฤตมองนาฬิกาแล้วมองหน้าเธอ “ผมมีงาน” ศศิยกแฟ้มขึ้น “ฉันก็มีค่ะ แต่ตัวเลขพวกนี้กินไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องไปกินข้าวก่อนแล้วค่อยกลับมากินมันต่อ” กฤตหัวเราะ “เหตุผลดี” “แน่นอนค่ะ ฉันเป็นนักบัญชี เหตุผลฉันต้องมีใบเสร็จรองรับ” ร้านอาหารตามสั่งเล็ก ๆ ฝั่งตรงข้ามบริษัทมีโต๊ะเหล็กไม่กี่ตัว พัดลมเพดานหมุนช้า ๆ ไล่ความร้อนของเที่ยงวัน และเสียงรถบนถนนดังลอดเข้ามาเป็นระยะ ศศิสั่งข้าวกะเพราไข่ดาว ส่วนกฤตสั่งข้าวผัดธรรมดา ก่อนเธอจะเปิดแฟ้มบนโต๊ะทันทีที่อาหารยังมาไม่ถึง “คุณตั้งราคางานโกดังรอบล่าสุดต่ำไป” เธอพูดโดยไม่เงยหน้า “ต่ำเท่าไร?” “ถ้าคิดเฉพาะต้นทุนตรง คุณไม่ขาดทุน แต่ถ้าคิดเวลาที่คุณต้องเข้าไปแก้ปัญหา ความเสี่ยงที่เครื่องเสียเพิ่ม ค่าเดินทาง และเวลาที่คุณต้องทิ้งงานประจำเพื่อไปทำงานนอก คุณกำลังขายตัวเองถูกเกินไป” กฤตพิงเก้าอี้ “ผมยังเป็นแค่ช่าง” ศศิเงยหน้าทันที “ค

![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





