INICIAR SESIÓNทางด้านธาม ร่างสูงใหญ่ของธามนั่งจมอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพงในห้องทำงานที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟกริบจากนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ส่องเข้ามาปะทะใบหน้าหล่อเหลา นัยน์ตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยอำนาจและความถือดี ตอนนี้ฉายแววปวดร้าว อาลัยอาวรณ์ และแหลกสลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ชายหนุ่มรินเหล้าลงแก้วก่อนจะกระดกดื่มรวดเดียวเพื่อดับความทรมานที่จุกแน่นอยู่ในอก ความรู้สึกผิดมากมายตอกย้ำในหัวใจของเขาทุกวินาที ภาพหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดในใจของฟาร์ยังคงวนเวียนหลอกหลอนเขาไม่หยุด "นายครับ..." เปาก้าวเข้ามาในห้องทำงานอย่างสุภาพ พร้อมกับรายงานความเคลื่อนไหว "คุณฟาร์กับคุณวริศกลับถึงบ้านเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้ทุกคนกำลังช่วยกันจัดบ้าน และดูเหมือนคุณตินกับคุณจูนจะอยู่ที่นั่นด้วยครับ" "อืม..." ธามตอบรับในลำคอด้วยน้ำเสียงแหบพร่า นัยน์ตาจับจ้องไปที่แก้วเหล้าในมือ "รายงานความเคลื่อนไหวของเธอให้ฉันรู้ทุกวัน... แต่อย่าให้เธอรู้ตัวเด็ดขาด อย่าให้คนของเราเข้าไปใกล้จนทำให้เธอต้องอึดอัดหรือระแวงอีก ถ้าเธอเห็นคนของเราแม้แต่วินาทีเดียว... กูจะเล่นงานพวกมึงทุกคน" "รับทราบครับนาย" เปาโค้งรับค
"สู้ๆ นะแก ฉันน่ะจะคอยอยู่ข้างๆ แกตลอดเลย" "อืม... สู้ๆ" เมื่อสองสาวผละออกจากอ้อมกอดพร้อมกับรอยยิ้มทั้งน้ำตา เสียงก้าวเดินอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางหน้าบ้าน วริศและตินเดินกลับเข้ามาในห้องโถงด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความผ่อนคลาย หลังจากที่ร่วมมือกันย้ายของชิ้นใหญ่ด้านนอกเสร็จเรียบร้อย "ทำอะไรกันอยู่จ๊ะสองสาว กอดกันร้องไห้อีกแล้วเหรอ" วริศเอ่ยทักลูกสาวและเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงอบอุ่น สายตาของคนเป็นพ่อฉายแววความสุขอย่างปิดไม่มิดเมื่อได้กลับมายืนอยู่ในบ้านหลังนี้อีกครั้ง จะว่าดีใจก็ดีใจ แต่จะว่ากังวลก็มีอยู่นั่นแหละ "เปล่าสักหน่อยค่ะ จูนแค่ดีใจมากไปหน่อยที่ยัยฟาร์จะได้กลับมาเรียนด้วยกัน" จูนหันไปตอบพร้อมกับหัวเราะแก้เขิน ตินเดินเข้ามาหยุดยืนข้างๆ ฟาร์ สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความปรารถนาดีและความเอ็นดู เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ่มนุ่มเพื่อตั้งใจให้หญิงสาวคลายความกังวลในจิตใจ "เรื่องมหาวิทยาลัย พี่คุยกับอาจารย์ที่คณะไว้ให้เรียบร้อยแล้วนะฟาร์..." ตินพูดพลางยิ้มอ่อนโยน "เรื่องเอกสารการลาพักเรียนช่วงก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาอะไรเลย อาทิตย์หน้าฟาร์ก็กลับไปเข้าเรียนตามปกติได้เ
@บ้านวริศ หลังจากที่ขบวนรถขนของกลับมาถึงบ้านหลังเดิม ทุกคนก็ช่วยกันขนย้ายข้าวของลงจากรถกันอย่างแข็งขัน ไม่ว่าจะเป็นติน จูน วริศ และคนขับรถรับจ้าง จนกระทั่งสิ่งของทุกชิ้นถูกยกกลับเข้าที่เดิม และบ้านไม้หลังอบอุ่นที่เคยเงียบเหงากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง บรรยากาศภายในบ้านเริ่มเข้าที่เข้าทางอย่างเรียบร้อย เมื่อคนอื่นๆ แยกย้ายไปจัดการพื้นที่ส่วนอื่น จูนก็ถือโอกาสเดินเข้ามาหาฟาร์ที่กำลังยืนเช็ดทำความสะอาดโต๊ะกวาดเช็ดคราบฝุ่นอยู่เงียบๆ ใบหน้าของฟาร์ยังคงมีความเหม่อลอยและแฝงไว้ด้วยความอึมครึมในใจ "ฟาร์... แกโอเคไหมแก" จูนเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างจริงใจ พลางเอื้อมมือไปจับไหล่บางของเพื่อนไว้เบาๆ "อืม... ฉันโอเคแก" ฟาร์คลี่ยิ้มบางๆ ส่งให้เพื่อนเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ แม้ดวงตาจะยังคงบวมช้ำอยู่ก็ตาม "แกคิดว่า... เขาจะไปจากแกจริงๆ ไหมวะ" จูนเอ่ยถามต่อด้วยความสงสัย นัยน์ตาฉายแววลังเล เพราะภาพมาเฟียใหญ่ที่ยอมคุกเข่ากลางถนนวันนี้มันยังคงติดตาเธออยู่เลย เอาจริงๆ จูนเองก็แอบสงสารเขาอยู่เหมือนกัน จริงอยู่ที่เธอเชียร์พี่ชาย แต่ธามเองก็น่าสงสารไม่น้อยเลย
"พ่อคะแต่หนู..." "ถ้านายเขายอมถอย และสัญญาว่าจะไม่มาวุ่นวายกับหนูอีก พ่อว่าเรายอมกลับไปใช้ชีวิตของเราเถอะนะลูก" วริศพูดปลอบลูกสาว ก่อนจะหันกลับไปพูดกับธามด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง "ผมยอมรับข้อเสนอเพื่ออนาคตของลูกสาวผม และเพื่อบ้านที่ผมรักมาก... แต่ผมขอเตือนคุณไว้อย่างหนึ่งนะคุณธาม" "ครับคุณลุง พูดมาได้เลยครับ" ธามรับฟังด้วยความนอบน้อม "คุณสัญญาแล้วว่าจะไม่เข้ามาวุ่นวาย ให้ลูกสาวผมได้ใช้ชีวิตอย่างสงบ และถ้าวันไหนที่คุณผิดสัญญา หรือเข้ามาทำให้ฟาร์ต้องเสียน้ำตาอีกแม้แต่หยดเดียว... ต่อให้ผมต้องแลกด้วยชีวิต ผมก็จะพาฟาร์หนีไปให้ไกลที่สุด และคุณจะไม่มีวันได้เจอเธออีกเลยตลอดชีวิต!" "ผมสัญญาครับคุณลุง... ผมจะรักษาคำพูดดียิ่งกว่าชีวิตของผมเอง" ธามตอบรับทันที นัยน์ตาฉายแววโล่งอกระคนเจ็บปวด เขามองหน้าฟาร์เป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก "ขอบคุณครับคุณลุง... ขอบคุณนะฟาร์ ที่ยอมให้ฉันได้ชดใช้ความผิดในครั้งนี้" วริศเดินเข้าไปยืนขวางหน้าฟาร์เอาไว้อีกครั้ง ชายวัยกลางคนจ้องมองใบหน้าของธามด้วยสายตาที่ยังคงเต็มไปด้วยความระแวง ท่าทางของเขาทั้งเด็ดเดี่ยวและกดดัน เพื่อเค้
"รวมถึงเรื่องเรียนของฟาร์ด้วย..." ธามหันไปมองฟาร์ด้วยสายตาที่ทอดมองอย่างทะนุถนอมและห่วงใยสุดหัวใจ "ฟาร์ต้องได้กลับไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเดิม ต้องได้เรียนจนจบปริญญาอย่างที่ฟาร์เคยตั้งใจไว้นะ ความฝันและอนาคตของฟาร์ไม่ควรจะต้องมารับกรรมหรือหยุดชะงักลงเพราะคนงี่เง่าอย่างฉัน..." "คุณธาม... เอ่อ..." ฟาร์พึมพำเสียงแผ่วในลำคอ หัวใจสับสนและสั่นคลอนอย่างหนัก "ถ้าฟาร์ไม่อยากเห็นหน้าฉัน... ถ้าฟาร์เกลียดฉันมากจนไม่อยากให้อยู่ในสายตา..." ธามเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก ริมฝีปากสั่นระริกเมื่อต้องเอ่ยประโยคถัดมา "ฉันสัญญา... ฉันจะไม่เข้าไปวุ่นวาย ไม่เข้าไปปรากฏตัวให้ฟาร์ต้องอึดอัดหรือกังวลใจเลยแม้แต่วินาทีเดียว ฉันจะถอยออกมาอยู่ในที่ของฉัน จะคอยมองดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น ขอแค่ให้ฟาร์ได้กลับไปใช้ชีวิตสดใสเหมือนเดิม ขอแค่ให้คุณลุงได้ดูแลฟาร์อย่างเต็มที่ในบ้านของเรา... แค่นี้จริงๆ ครับที่ผมอยากจะขอ" วริศยืนฟังสิ่งที่มาเฟียหนุ่มพูดออกมาด้วยความอึ้งงัน สายตาของคนเป็นพ่อเริ่มวูบไหวเมื่อเห็นว่าธามยอมลดทิฐิและยอมเสียสละถึงขนาดนี้เพื่อแลกกับความสุขของลูกสาวตน "ฉันรักเธอมากนะฟาร์..." ธามเอ่ย
"แต่คุณรู้ไหมครับคุณธาม... คำว่าขอโทษของคุณเพียงคำเดียว มันไม่ได้ช่วยลบล้างรอยแผลเป็นในใจของลูกสาวผมได้เลยสักนิด ที่ผ่านมาคุณทำอะไรไว้กับฟาร์บ้าง คุณใช้หนี้สินมาบีบบังคับเธอ คุณมองเธอเป็นแค่ของเล่น เป็นแค่สิ่งของที่คุณจะทำร้ายหรือโยนทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ลูกสาวผมต้องแอบร้องไห้จนแทบขาดใจไปกี่ครั้ง ต้องฝันร้ายเพราะความกลัวคุณไปกี่หน คุณเคยรับรู้มันบ้างไหม!" ธามนิ่งอึ้งไป ใบหน้าคมคายฉายแววเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส คำพูดของวริศเหมือนเข็มพันเล่มที่แทงลงกลางอกของเขาตรงๆ "ลูกสาวผมเป็นเด็กดีมาตลอดชีวิตเธอไม่เคยทำร้ายใคร..." วริศพูดต่อทั้งน้ำตาที่เริ่มไหลอาบแก้ม "แต่พอเธอต้องมาเจอคุณ ชีวิตของเธอก็เหมือนตกอยู่ในฝันร้ายที่ไม่มีวันจบสิ้น วันนี้เธอกล้าตบหน้าคุณ เธอกล้าสู้คุณ นั่นไม่ใช่เพราะเธอเกลียดคุณอย่างเด็ดเดียวหรอกครับ... แต่มันเป็นเพราะเธอแตกสลายจนไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองยังไงแล้ว!" "คุณลุงครับ... ผม..." ธามพยายามจะเอ่ยปาก แต่วริศกลับยกมือขึ้นห้ามไว้ "ถ้าคุณบอกว่าคุณรักฟาร์จริงๆ... ถ้าคุณไม่ได้รักแค่ความรู้สึกอยากเอาชนะของตัวเอง ผมขอร้องล่ะครับคุณธาม" วริศเค้นเสียงพูดออกม
เพล้ง!! แก้วคริสตัลราคาแพงร่วงหล่นจากมือเล็กที่สั่นเทา กระทบเข้ากับขอบโต๊ะกระจกจนแตกกระจายละเอียด น้ำสีอำพันสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วพื้นพรมหรูหรา ทว่าเสียงของมีคมที่แตกหักนั้นยังไม่น่ากลัวเท่ากับสายตาคมกริบของชายที่นั่งอยู่ข้างกาย "อะไรกัน" ธามเอ่ยขึ้นพร้อมขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นท่าทางของเด็
"ซี๊ดดดด ฟู้วววว!"เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เช็ดน้ำตาออกอย่างเด็ดเดี่ยว ในหัวนึกถึงใบหน้าของพ่อที่รออยู่ เพื่อพ่อแล้ว ต่อให้ต้องทิ้งศักดิ์ศรีเธอก็ต้องเดินต่อไป"หนูพร้อมแล้วค่ะเจ๊""โฮ้ววว! สวยมา แบบนี้คุณๆ เขาต้องชอบแน่ๆ"เบลมองคนตัวเล็กตรงหน้าแล้วเธอก็อดชื่นชมไม่ได้ ตอนแต่งตัวธรรมดาว่าสวยแล้ว พอใส่
"ได้สิ... เดี๋ยวพี่ติดต่อเบลให้แล้วกันนะ" "ขอบคุณมากๆ นะคะพี่เอ๋ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ" ฟาร์รีบยกมือขึ้นไหว้ด้วยความซาบซึ้งใจ แววตาที่เคยสิ้นหวังกลับมีประกายความหวังจุดขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะเป็นความหวังที่ริบหรี่และต้องแลกด้วยสิ่งที่มีค่าที่สุดก็ตาม "อืม... ไม่เป็นไร พี่ก็ช่วยเราได้เท่าที่ช่วยได้
ก๊อกๆๆ... "เชิญเลยค่ะ" เอ๋ที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับกองเอกสารและรูปถ่ายนางแบบบนโต๊ะเงยหน้าขึ้นอนุญาต เมื่อประตูเปิดออกและเห็นว่าเป็นใคร รอยยิ้มเอ็นดูตามประสาพี่สาวใจดีก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ขออนุญาตค่ะพี่เอ๋" "ว่าไงจ๊ะฟาร์ ลมอะไรหอบมาหาพี่ถึงนี่ล่ะ" เอ๋วางปากกาลงพลางขยับแว่นสายตา "ปกติเ







