LOGIN"ซี๊ดดดด ฟู้วววว!"
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เช็ดน้ำตาออกอย่างเด็ดเดี่ยว ในหัวนึกถึงใบหน้าของพ่อที่รออยู่ เพื่อพ่อแล้ว ต่อให้ต้องทิ้งศักดิ์ศรีเธอก็ต้องเดินต่อไป "หนูพร้อมแล้วค่ะเจ๊" "โฮ้ววว! สวยมา แบบนี้คุณๆ เขาต้องชอบแน่ๆ" เบลมองคนตัวเล็กตรงหน้าแล้วเธอก็อดชื่นชมไม่ได้ ตอนแต่งตัวธรรมดาว่าสวยแล้ว พอใส่ชุดเดรสแบบนี้เข้าไปยิ่งสวยขึ้นไปอีก "ขอบคุณค่ะเจ๊" "ไปกันเถอะ มาตามเจ๊มา" ฟาร์ก้าวขาออกจากห้องแต่งตัว แล้วเดินตามเบลมุ่งหน้าสู่ห้อง VIP ชั้นบนสุดตามคำสั่ง เสียงดนตรีบีตหนักๆ ด้านล่างไม่ได้เข้าสู่โสตประสาทของเธอเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่บริกรเปิดประตูห้องสูทส่วนตัวให้ ร่างเล็กก็ก้าวเข้าไปในห้องที่สลัวรางด้วยแสงไฟสีส้มและอบอวลไปด้วยกลิ่นซิการ์ราคาแพง และทันทีที่สายตาปรับเข้ากับความมืดได้หัวใจของฟาร์ก็แทบจะหยุดเต้น เมื่อชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่นั่งพิงโซฟาหนังตัวหรูตรงกลางห้อง ท่ามกลางลูกน้องที่ยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ เขาดูนิ่งขรึมจนน่ากลัว นี่ขนาดเพิ่งเห็นแค่แผ่นหลังนะ เธอยังรู้สึกประหม่ามากขนาดนี้ "อึก... เอาน่ะฟาร์ แกต้องทำได้สิ แกต้องทำได้เพื่อพ่อ..." เด็กสาวพึมพำปลอบใจตัวเองเบาๆ อยู่หน้าบานประตูหรูหรา หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองรบ มือบางที่ชื้นเหงื่อกุมเข้าหากันแน่น ก่อนที่เสียงกระซิบของเบลที่ยืนอยู่ข้างๆ จะดังขัดขึ้นมา "แขกห้องนี้แหละที่เจ๊บอก... คนนี้เขากระเป๋าหนักมากนะฟาร์ เคยมีเด็กๆ ในร้านได้ทิปหนักถึงหกหลักกลับไปมาแล้วด้วย" "พี่เบล... พูดจริงๆ หรอคะ" เสียงหวานเอ่ยถาม น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือด้วยความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด "จริงสิ แต่ว่า... หนูก็ต้องกล้าด้วยนะ" "กล้า... กล้างั้นหรอคะ" ฟาร์ทวนคำทึ่มๆ "อืม... กล้าที่จะเข้าหาน่ะ ยิ่งถึงเนื้อถึงตัวและเอาใจเก่ง เงินเท่าไหร่เขาก็จ่าย" "อ้อ... ค่ะ" ฟาร์รับคำแผ่วเบาก่อนจะถอนหายใจออกแรงๆ แล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อรวบรวมเศษเสี้ยวความกล้าที่เหลืออยู่ "ไปสิ... เข้าไปหาเฮียเขาได้แล้ว อย่ามัวแต่ยืนบิดอยู่เลย" "ค่ะพี่เบล..." ฟาร์ก้าวขาที่สั่นเทาเดินตรงเข้าไปในห้อง VIP ที่สลัวราง ท่ามกลางความหรูหราและกลิ่นเหล้าราคาแพง มีร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้วบนโซฟาตัวยาวตัวหรู ฟาร์ค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปทีละนิดด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ และเธอก็เอาแต่ก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายตรงหน้าด้วยซ้ำ "สวัสดีค่ะ... หนูชื่อฟาร์ค่ะ" เธอแนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ "นั่งลงสิ" น้ำเสียงเข้มทรงอำนาจเอ่ยสั่งขึ้น ธามจ้องมองร่างบางตรงหน้าไม่วางตา ผิวพรรณของเธอขาวเนียนละเอียดตัดกับชุดเดรสสีสด ใบหน้าดูจิ้มลิ้มน่ารัก ทว่าเขากลับมองเห็นไม่ชัดนัก เพราะเด็กสาวเอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมสบตาเขาแม้แต่น้อย "คะ... ค่ะ" ฟาร์รับคำอย่างตะกุกตะกัก ก่อนจะเลี่ยงเดินไปนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวตัวเล็กที่อยู่ใกล้ๆ กันแทนเพราะความประหม่า "ขยับมานั่งตรงนี้สิ" คนตัวโตสั่งเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาด สายตาคมกริบปรายมองที่ว่างบนโซฟาตัวใหญ่ข้างกายเขา "เอ่อ... ค่ะเฮีย" เสียงหวานรับคำอย่างขัดไม่ได้ ร่างเล็กจำต้องลุกขึ้นจากโซฟาตัวเล็ก แล้วขยับเข้าไปนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ข้างๆ กับเขาอย่างระมัดระวังจนตัวลีบ "ช่วยเติมเหล้าให้ฉันหน่อย" "ได้ค่ะเฮีย" ฟาร์รับคำอย่างกระตือรือร้น หวังจะใช้การชงเหล้าบดบังความประหม่า เธอยื่นมืออันสั่นเทาไปรับแก้วมาจากมือหนา "ชื่ออะไรเรา..." จังหวะที่ได้ยินคำถามนั้น ฟาร์ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบ ทำไมน้ำเสียงเข้มๆ นิ่งๆ แบบนี้มันถึงได้คุ้นหูแปลกๆ คล้ายกับเคยได้ยินมาจากที่ไหนสักแห่งเมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินจากที่ไหน ด้วยความสงสัยบวกกับความตั้งใจที่จะเงยหน้าขึ้นไปตอบคำถามคู่สนทนาอย่างมีมารยาท ฟาร์จึงค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มข้างกายตรงๆ ทว่า... หลังจากที่ดวงตาคู่สวยปะทะเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาคมกริบที่กำลังนั่งเหยียดยิ้มเย็นส่งมาให้ ร่างทั้งร่างของฟาร์ก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้อยู่ในความฝันอันเลวร้าย ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีด เมื่อคนที่นั่งอยู่ข้างเธอตรงนี้ ชายหนุ่มกระเป๋าหนักที่เจ๊เบลบอก คือคนเดียวกับมาเฟียใจร้ายที่เป็นเจ้าหนี้ของพ่อเธอ "คะ... คุณ!" ฟาร์พึมพำในลำคอด้วยความตกใจจนหน้าถอดสี ราวกับวิญญาณจะหลุดออกจากร่างให้ได้ซะตอนนี้"รับทราบครับนาย" เปารับคำสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและรวดเร็ว พร้อมกับเตรียมกระจายกำลังคนตามพิกัดทันที "ตามเธอให้ถึงที่สุด! กูจะไม่ปล่อยเธอไปไหนทั้งนั้น!" ธามออกคำสั่งกร้าวผ่านสายโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงดุดันและเฉียบขาด ไม่มีความลังเลใจหรือสับสนเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ความกลัวว่าจะเสียเธอไปจริงๆ มันเข้ามาครอบงำจิตใจของเขาจนหมดสิ้น "นายครับ... แล้วถ้าไอ้หมอนั่นมันขัดขวางล่ะครับ" เปาเอ่ยถามหยั่งเชิง "ให้พวกเราใช้ไม้แข็งเลยไหมครับ" "ถ้ามันกล้าขวาง... ก็จัดการมันซะ!" ธามกัดฟันพูดเสียงเหี้ยม "ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับผู้หญิงของกูทั้งนั้น!" "เข้าใจแล้วครับนาย ผมจะส่งพิกัดสดให้เดี๋ยวนี้เลยครับ" "อืม... ส่งมาให้ไวที่สุด แล้วพวกมึงก็รีบตามไปอย่าให้คลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียวเด็ดขาด" หลังจากวางสายไป ธามก็เหยียบคันเร่งพุ่งทะยานรถออกไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกกลัวแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจจนปวดหนึบไปหมด ถ้าเขายังคงทำเป็นวางฟอร์ม ปากแข็ง และปล่อยให้เธอหนีไปอยู่ที่อื่นโดยไม่สนใจตามไป วันที่หัวใจของเขาต้องแหลกสลายคงมาถึงในไม่ช้า "ไม่... กูยอมไม่ได้เด
ทางด้านธาม เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องไปตามถนนสายยาว รถสปอร์ตคันหรูแล่นทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ธามจับพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขึ้นรอยขาวซีด เขากำลังเหยียบคันเร่งเพื่อหนีจากอะไรบางอย่าง แต่ยิ่งเหยียบเร็วเท่าไหร่ เขากลับยิ่งรู้สึกเหมือนวนเวียนอยู่ที่เดิม "โธ่เว้ย!" ธามสบถลั่นห้องโดยสารก่อนจะทุบพวงมาลัยเสียงดังสนั่น ความเจ็บบนฝ่ามือไม่ได้ช่วยลดความรุ่มร้อนในอกลงได้เลยสักนิด เขามองตรงไปยังถนนข้างหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและสับสน เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะขับรถไปที่ไหน เขาแค่ต้องการออกไปให้พ้นจากภาพจำตรงหน้าบ้านหลังนั้น ภาพที่ฟาร์ยืนอยู่ข้างหลังผู้ชายคนอื่น ภาพที่เธอตบหน้าเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง "ทำไมวะ... ทำไมกูต้องเป็นบ้าขนาดนี้ด้วย!" ธามเค้นเสียงพึมพำกับตัวเอง ลมหายใจหอบหนัก "แค่ผู้หญิงคนเดียว... แค่ลูกหนี้ที่หมดสัญญาไปแล้วคนเดียว ทำไมกูถึงตัดมันออกจากหัวไม่ได้สักที!" ภาพใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตา สายตาที่มองเขาด้วยความตัดพ้อ และรอยยิ้มเศร้าๆ ที่เธอเคยมอบให้ยามที่อยู่ด้วยกันในเพนท์เฮาส์ยังคงฉายซ้ำไปซ้ำมาราวกับภาพหลอน มันวนเวียนบีบคั้นหัวใจเขาจนแทบจะ
บนรถ "ฟาร์... ลูกโอเคไหม" วริศเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ มือหยาบกร้านเอื้อมมาลูบผมลูกสาวอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกผิดและสงสารจับใจ "หนูโอเคค่ะพ่อ..." ฟาร์หันมาฝืนยิ้มให้ แต่เป็นรอยยิ้มที่แห้งและดูเศร้าหมองที่สุดเท่าที่วริศเคยเห็นมา มันเป็นยิ้มที่วริศดูออกทันทีว่าเธอฝืนใจมากแค่ไหน รอยยิ้มนั้นมันแทบจะกรีดหัวใจคนเป็นพ่อให้ขาดเป็นเสี่ยงๆ "แน่ใจเหรอลูก ไม่ต้องฝืนใจบอกพ่อก็ได้นะ ถ้ามันเจ็บปวดขนาดนั้น..." "ค่ะพ่อ... หนูโอเคจริงๆ" เธอพยักหน้าเบาๆ พยายามกลั้นน้ำตาไว้ แต่ขอบตาของเธอกลับร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆ เธอเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นอีกครั้ง พยายามซ่อนใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดไม่ให้พ่อเห็น วริศมองลูกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและหวาดกลัว เขาถอนหายใจยาวก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ลูกรัก... พ่อไม่อยากจะย้ำเตือนเรื่องที่ผ่านไปแล้ว แต่มันจำเป็นจริงๆ ลูกรู้ใช่ไหมว่าเขาเป็นมาเฟีย... แล้วลูกรู้ใช่ไหมว่าโลกที่เขาอยู่ โลกที่เขาสร้างขึ้นมา มันเต็มไปด้วยความอันตราย ความรุนแรงและความตาย" "ค่ะพ่อ... หนูรู้ค่ะ" ฟาร์ตอบเสียงแผ่ว นัยน์ตาสั่นระริก
ในขณะที่ธามกำลังนิ่งอึ้ง มือหนายกขึ้นแตะข้างแก้มที่รู้สึกชาหนึบ สายตาที่เคยวาวโรจน์ด้วยความโกรธกลับแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าและเจ็บปวด ความเจ็บที่แก้มมันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บที่ใจ ไม่ใช่เพราะเธอตบเขาแต่เป็นเพราะเธอทำแบบนี้ต่อหน้าผู้ชายอีกคน พรึบ... ตินไม่รอช้า เขาเห็นท่าทีของธามที่ยังคงยืนนิ่งดูน่ากลัว เขาจึงรีบดึงตัวฟาร์เข้ามาหลบไว้ที่ด้านหลังของเขา ทันทีที่ร่างบางมาอยู่ข้างหลัง ตินก็ก้าวออกมาขวางหน้าเอาไว้ทันทีเหมือนเป็นโล่กำบัง "ถอยไปซะคุณธาม! ถ้าคุณยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง ก็อย่ามาทำอะไรฟาร์อีก!" ตินเอ่ยเสียงกร้าว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอยากที่จะปกป้องเธอ ธามมองผ่านไหล่ของตินไปที่ฟาร์ที่กำลังตัวสั่น แววตาของเขาสั่นไหวไปชั่ววูบ ก่อนจะแสยะยิ้มสมเพชออกมา "หึ... ปกป้องกันดีเหลือเกินนะ" "คุณโกรธผมได้ แต่อย่ามายุ่งกับฟาร์" ตินเน้นย้ำคำพูด ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นชาและเจ็บปวด "หึ... โกรธงั้นหรอ มึงคิดว่ากูจะโกรธเรื่องที่ผู้หญิงตบหน้ากูงั้นเหรอ แกคิดผิดแล้ว... ที่กูรู้สึก... มันมากกว่าคำว่าโกรธว่ะ" เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ตินหนึ่งก้าว สา
"พี่ตินสุดยอดไปเลย!" จูนพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นเต้น ถึงแม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่เธอก็อดดีใจไม่ได้ที่พี่ชายของเธอพูดตามความรู้สึกตัวเองออกมาสักที ธามยืนนิ่งไปชั่วอึดอัด ก่อนที่เสียงหัวเราะเย็นเยียบจะดังขึ้นในลำคอ เขามองมือที่ตินจับฟาร์ไว้ด้วยสายตารังเกียจ "แฟนงั้นเหรอ" ธามเค้นเสียงหัวเราะ "ฟาร์... เธอยอมรับเหรอว่าผู้ชายคนนี้เป็นแฟนเธอ ทั้งที่เธอเป็นของฉันไปแล้วเนี่ยนะ" "ใช่... เราตกลงเป็นแฟนกันแล้ว และฟาร์เองเธอก็โอเคมากๆ ด้วย" ตินเป็นคนตอบคำถามนั้นทั้งหมด โดยที่เขาไม่ได้ปรึกษากับฟาร์เลยซักนิด "แต่ฟาร์เธอเป็นของผม!" ธามประกาศกร้าว เสียงกังวานไปทั่วบริเวณ "ต่อให้เธอจะมีไอ้หน้าอ่อนนี่เป็นแฟน หรือจะมีใครหน้าไหนก็ตาม แต่ความจริงแล้ว... เธอก็เป็นผู้หญิงของผมไปแล้ว เธอผ่านอะไรกับผมมาบ้างเธอรู้อยู่แก่ใจดี!" "ผู้หญิงที่เขาไม่ได้เต็มใจ!" ตินตะโกนสวนกลับอย่างไม่เกรงกลัว "คุณมันก็แค่คนที่ใช้ความชั่วข่มขู่เธอแค่นั้น คุณไม่มีสิทธิ์มาเรียกเธอว่าเป็นผู้หญิงของคุณ! คุณธาม... ถ้าคุณยังมีความเป็นคนอยู่บ้าง ก็ควรจะปล่อยให้เธอไปใช้ชีวิตของเธอได้แล้ว!" "ความเป็นคนงั้นเหรอ"
"จูน... ขอบใจแกมากนะ ขอบใจทุกอย่างเลย" "แก... แกต้องดูแลตัวเองดีๆ นะ" "อืม... แกด้วย" "ที่สำคัญแกอย่าลืมฉันนะ เราต้องเป็นเพื่อนกันตลอดไปนะฟาร์" "ฉันรู้... แกก็ด้วย ไว้ถ้ามีโอกาสฉันจะมาหาแก" "สัญญานะ" "สัญญาสิ แกเองก็ต้องดูแลตัวเองด้วยนะ ฉันเป็นห่วงแกนะรู้ไหม" ฟาร์เอ่ยทั้งน้ำตาไหลอาบแก้ม "ฟาร์... ฮื้ออออ ฮึก... ฮึก..." จูนเองก็น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาออกเป็นพัลวัน "เอ้าๆ พอก่อนๆ" ตินเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูสดใส เราไม่อยากให้ทั้งสองต้องร้องไห้กันไปมากกว่านี้ "เดี๋ยวสายกว่านี้รถจะติดครับ ไปกันเถอะครับ เดี๋ยวผมขับตามไปส่งด้วย" "ค่ะ... ขอบคุณนะคะพี่ติน" ฟาร์พยักหน้าเบาๆ แล้วเธอก็เช็ดน้ำตาออกแบบลวกๆ ขณะที่ทุกคนกำลังจะก้าวขึ้นรถ เสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของทุกคน บรื้นนนนน! รถสปอร์ตสีดำคันหรูที่ทุกคนจำได้แม่นยำว่าเป็นของใคร พุ่งเข้าจอดขวางหน้าประตูบ้านอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหว ทุกคนชะงักนิ่งไปในทันที วริศกางแขนออกปกป้องลูกสาวไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ ส่วนฟาร์
"หึ... ฉันแค่บอกว่าไม่ต้องมาทำงานใช้หนี้แบบทางการ แต่ตอนนี้ฉันเมื่อย... ยัยเด็กดื้ออย่างเธอต้องมาช่วยนวดให้ฉันหน่อยสิ" ธามเอ่ยหน้าตาย แววตาเจ้าเล่ห์พราวระยับ "แต่หนูไม่ได้มีหน้าที่รับจ้างนวดนะคะคุณธาม ฟาร์นวดไม่เป็นหรอกค่ะ" "แต่ฉันสั่ง... และคนเป็นลูกหนี้อย่างเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ" พูดจบ
"กลับ" น้ำเสียงเข้มเฉียบขาดของธามสั่งการลูกน้องเพียงคำเดียว ร่างสูงสง่าหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากบ้านที่พังยับเยิน ทว่าก้าวไปได้เพียงสองก้าวฝีเท้าหนักๆ นั้นก็หยุดชะงักลง ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหันกลับมามองเด็กสาวตัวเล็กที่ยังคงนั่งกองอยู่บนพื้น แล้วลูกน้องทุกคนต่างก็หยุดนิ่งเป็นหุ่นปั้
"ลองดูสิ... ถ้าเธออยากจะให้พ่อของเธอติดคุกข้อหาโกงเงินสิบล้าน หรืออยากจะให้เขาหายสาบสูญไปเฉยๆ โดยที่ตำรวจก็ช่วยอะไรไม่ได้" "สะ... สิบล้าน" ฟาร์หน้าซีดเผือด หันไปมองผู้เป็นพ่อที่เอาแต่ก้มหน้าตัวสั่นงันงก "ฟาร์ลูก..." "ไม่จริงใช่ไหมคะพ่อ พ่อไปเอาเงินเขามามากมายขนาดนั้นได้ยังไงกันอ่ะ" "พ
"แก ฉันกลับก่อนนะ" เสียงหวานของฟาร์เอ่ยบอกจูนเพื่อนรัก หลังจากที่จบคลาสสุดท้ายของวัน "อืม... กลับดีๆ ล่ะ ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะแก" จูนโบกมือลาพร้อมรอยยิ้มสดใส ก่อนจะรีบวิ่งตรงไปยังรถยุโรปคันหรูที่มาจอดรอรับอยู่หน้าคณะเป็นประจำ พี่ชายของจูนลดกระจกลงมาทักทายคนเป็นน้องอย่างเอ็นดู ชีวิตของจูนถูกโรย







![เมียลับ มาเฟียร้าย [ เซตมาเฟียร้าย 1 ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)