เข้าสู่ระบบก๊อกๆๆ...
"เชิญเลยค่ะ" เอ๋ที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับกองเอกสารและรูปถ่ายนางแบบบนโต๊ะเงยหน้าขึ้นอนุญาต เมื่อประตูเปิดออกและเห็นว่าเป็นใคร รอยยิ้มเอ็นดูตามประสาพี่สาวใจดีก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ขออนุญาตค่ะพี่เอ๋" "ว่าไงจ๊ะฟาร์ ลมอะไรหอบมาหาพี่ถึงนี่ล่ะ" เอ๋วางปากกาลงพลางขยับแว่นสายตา "ปกติเราแทบจะไม่ค่อยเข้ามาที่ออฟฟิศถ้าไม่มีนัดงาน" "เอ่อ... คือ... พอดีว่าหนูมีเรื่องสำคัญจะมาปรึกษาพี่หน่อยค่ะ" ฟาร์ก้าวเท้าเข้าไปในห้องด้วยความประหม่า มือบางกำสายกระเป๋าแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ใบหน้าสวยที่แต่งแต้มมาอย่างดีดูหม่นหมองจนเอ๋สังเกตเห็นความผิดปกติ "หือ... มีเรื่องอะไรล่ะ ว่ามาสิ ทำไมทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบแบบนั้น" "พี่เอ๋คะ... พอดีช่วงนี้พี่พอจะมีงานพิเศษให้หนูทำบ้างไหมคะ แบบว่า... งานด่วนที่ได้เงินเร็วๆ หรือพวกงานอีเวนต์กะทันหันอะไรพวกนี้ค่ะ" ฟาร์เอ่ยถามออกไปอย่างมีความหวัง แววตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความร้อนใจ เอ๋นิ่งไปครู่หนึ่งแล้วเปิดสมุดคิวงานดู "งานด่วนเหรอ... อืม ช่วงนี้งานส่วนใหญ่จะเป็นงานที่ดิวล่วงหน้าไว้หมดแล้วน่ะสิฟาร์ งานด่วนที่จ่ายหนักๆ ตอนนี้พี่ไม่มีเลยนะ" "งั้นเหรอคะ..." หัวใจของฟาร์หล่นวูบ เหมือนกับความหวังที่มีอันน้อยนิดกำลังจะจางหายไปอย่างช้าๆ "อืม... แล้วพี่พอจะรู้จักโมเดลลิ่งเจ้าอื่น หรือใครที่เขามีงานแน่นๆ บ้างไหมคะพี่เอ๋ จะงานถ่ายแบบทั่วไปหรืองานอะไรก็ได้ค่ะ ฟาร์รับหมดจริงๆ" เอ๋มองหน้าเด็กสาวตรงหน้าด้วยความฉงน "ฟาร์... มีเรื่องต้องใช้เงินด่วนหรือเปล่าลูก บอกพี่ได้นะ ปกติเราไม่เคยขอรับงานสะเปะสะปะแบบนี้" "คือ... มีปัญหาทางบ้านนิดหน่อยค่ะพี่" ฟาร์เลี่ยงที่จะบอกความจริงเรื่องเงินสิบล้าน เพราะรู้ดีว่ามันเป็นตัวเลขที่เกินกว่าใครจะช่วยได้ "ฟาร์เลยอยากหาเงินให้ได้เยอะที่สุดภายในอาทิตย์นี้ค่ะ" "อาทิตย์เดียวเองเหรอ..." เอ๋ขมวดคิ้วพลางถอนหายใจ "เอางี้ไหม เดี๋ยวพี่ลองถามเพื่อนๆ ในกลุ่มเอเจนซี่ให้ดู ถ้ามีงานไหนที่เหมาะกับเราและจ่ายเงินไว เดี๋ยวพี่จะรีบโทรบอกทันที" "ได้ค่ะพี่เอ๋ ขอบคุณมากนะคะ" ฟาร์ยกมือไหว้ด้วยความซาบซึ้งใจ แม้จะรู้ว่าความหวังนั้นริบหรี่เหลือเกิน "โอเคจ้ะ อย่าเพิ่งคิดมากนะ ส่วนงานที่เรานัดถ่ายพรีเซ็นเตอร์เสื้อผ้าไว้วันมะรืน พี่เช็กแล้วทางแบรนด์เขายังคอนเฟิร์มอยู่นะ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมล่ะ" "ค่ะพี่... ฟาร์ไม่ลืมแน่นอนค่ะ" ฟาร์รับคำเสียงแผ่วก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของเอ๋ไป แต่ในขณะที่ฟาร์กำลังจะหมุนตัวเดินออกจากห้องด้วยความผิดหวัง เสียงของเอ๋ก็ดังรั้งเธอไว้ ทำให้ฝีเท้าที่หนักอึ้งต้องหยุดชะงักลง "อ้อ... ฟาร์!" "คะพี่เอ๋" ฟาร์หันกลับมามองด้วยความหวังเล็กๆ ที่ประกายขึ้นในดวงตา เอ๋นิ่งไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเธอรุ่มร้อนเหมือนกำลังตัดสินใจบางอย่างที่ยากลำบาก ก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วสบตาฟาร์อย่างจริงจัง "ถ้าฟาร์อยากได้เงินเยอะๆ แล้วก็เร็วๆ แบบด่วนที่สุด... พี่ก็พอจะแนะนำงานหนึ่งให้ได้นะ" เอ๋เว้นจังหวะเล็กน้อย น้ำเสียงลดต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ "แต่มันอาจจะเป็นงานที่ต้อง... เปลืองตัวหน่อยนะฟาร์ หนูรับได้ไหม" คำว่าเปลืองตัวทำให้หัวใจของฟาร์กระตุกวูบ มือที่กำสายกระเป๋าชื้นไปด้วยเหงื่อ "งานอะไรคะพี่เอ๋" "งานเป็นสาวเพื่อนดื่มให้กับพวกคนรวยน่ะ... หรือถ้าจะเอาให้ถึงที่สุด ก็คืองานดูแลพวกไฮโซแบบวีไอพี" เอ๋จ้องมองปฏิกิริยาของเด็กสาว "มันคืองานขายตัวนั่นแหละฟาร์ พี่พูดตรงๆ" "งานแบบนั้น... จะได้เงินเยอะจริงๆ ใช่ไหมคะ" ฟาร์ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจเหมือนที่เคยเป็น ในหัวของเธอตอนนี้มีเพียงตัวเลขสิบล้านและใบหน้าที่อาบเลือดของพ่อเท่านั้น "ได้เยอะสิ... พวกไฮโซระดับนั้นเขากระเป๋าหนักนะฟาร์ เผลอๆ ถ้าเจอแขกใจดี คืนหนึ่งอาจจะได้ทิปหลักแสนหรือเป็นล้านเลยนะ ยิ่งเรามีต้นทุนดีแบบนี้ ผิวพรรณหน้าตาแบบหนู ถ้าบริการดีๆ เขาจ่ายแบบไม่อั้นแน่นอน" "เอ่อ..." ฟาร์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ศักดิ์ศรีที่เธอเพียรรักษามาตลอด 21 ปี กำลังตีรวนกับความจริงที่โหดร้ายตรงหน้า "ฟาร์ลองไปคิดดูก่อนก็ได้นะลูก พี่ไม่บังคับ ถ้าสนใจจริงๆ เดี๋ยวพี่จะติดต่อพี่เบลคนดูแลคลับนั้นให้..." "ตกลงค่ะพี่เอ๋! หนูรับงานนี้ค่ะ" ฟาร์เอ่ยออกมาโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดซ้ำ วินาทีนี้ศีลธรรมหรือคำว่าลูกผู้หญิงมันกินไม่ได้อีกต่อไป ความกตัญญูที่ค้ำคอทำให้เธอยอมโยนทุกอย่างทิ้งไปเพื่อแลกกับบ้านและลมหายใจของพ่อ "ตกลงจริงๆ นะฟาร์ งานนี้มันไม่มีคำว่าถอยหลังกลับนะ" เอ๋ถามย้ำด้วยความห่วงใย "ค่ะพี่... ฟาร์ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว พี่ช่วยติดต่อเขาให้ฟาร์ทีนะคะ ด่วนที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยค่ะ" สายตาที่เคยหวั่นไหวของฟาร์ตอนนี้กลับนิ่งสนิทและเย็นชาอย่างน่าใจหาย เธอพร้อมแล้วที่จะเดินลงนรก หากนรกนั้นจะมีเงินสิบล้านมาคืนให้มาเฟียอย่างธามได้ครบตามกำหนด"ใจเย็นๆ ก่อนนะจูน อย่าเพิ่งตื่นตูม" ตินพยายามพูดปลอบน้องสาวให้คลายความกังวล ทั้งที่ในใจของเขาเองก็เริ่มเต้นระรัวด้วยลางสังหรณ์ที่ไม่ดี "อาจจะเป็นขบวนรถของพวกผู้มีอิทธิพลหรือนักการเมืองแถวนี้ก็ได้ เดี๋ยวพี่จะลองเปิดไฟเลี้ยวเบี่ยงเข้าเลนซ้ายให้พวกเขาแซงไปก่อน" ตินค่อยๆ ตบไฟเลี้ยวซ้ายแล้วแตะเบรกชะลอความเร็วลงเพื่อหลบทางให้ แต่ทว่า รถเอสยูวีสีดำสองคันที่ประกบข้างกลับไม่ยอมแซงผ่านไป หนำซ้ำยังจงใจเบียดรถของตินให้อยู่ในกรอบ พร้อมกับมีรถอีกสองคันเร่งเครื่องแซงขึ้นไปดักหน้าขบวนรถของวริศอย่างรวดเร็ว "พี่ติน! เขาไม่ยอมไปค่ะ! เขาขับเบียดเราแล้ว!" จูนกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ชี้มือไปที่รถคันข้างๆ ที่กำลังบีบเลนเข้ามาเรื่อยๆ "โธ่เว้ย! พวกมันจงใจชัดๆ!" ตินสบถลั่น มือสองข้างกำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พยายามประคองรถไม่ให้เสียหลักลงข้างทาง "คนพวกนี้เป็นใครกันคะพี่ติน เขาต้องการอะไรจากพวกเรา" "พี่ก็ยังไม่รู้..." ตินกัดฟันกรอด สายตาเพ่งมองผ่านกระจกหน้า แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นรถสปอร์ตคันหรูสีดำด้านที่คุ้นตาเป็นอย่างดี กำลังพุ่งทะยานแหวกขบวนรถเอสยูวีขึ้นมาด้วยความเร็วที
"อ้าว... ก็หนูพูดเรื่องจริงนี่คะ!" จูนลอยหน้าลอยตายิ้มแป้น "หนูดูออกตั้งนานแล้วนะว่าพี่ตินแอบชอบยัยฟาร์มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ไม่กล้าบอกเขาตรงๆ ใช่ไหมล่ะคะ มัวแต่วางฟอร์มเป็นพี่ชายแสนดีอยู่ได้ เดี๋ยวก็มีหมาคาบไปกินหรอก!" "ยัยเด็กนี่... พูดจาเพ้อเจ้อใหญ่แล้วนะเราน่ะ" ตินกระแอมไอแก้เก้อ พยายามมองตรงไปที่ถนนเบื้องหน้าเพื่อกลบเกลื่อน "เป็นเด็กเป็นเล็ก ใครสั่งใครสอนให้มาจับผิดผู้ใหญ่แล้วพูดจาแก่แดดแบบนั้นกันฮะ เดี๋ยวเถอะ จะโดนไม่ใช่น้อย" "หึหึ... ทำเป็นดุกลบเกลื่อน เขินล่ะสิคะพี่ชาย!" จูนหัวเราะคิกคักอย่างจับไต๋ได้ "ใครเขิน พี่ไม่ได้เขินสักหน่อย ขับรถอยู่อย่ามาชวนคุยให้เสียสมาธิน่า" ตินตอบเสียงแข็ง แต่หูของเขากลับเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด "พี่นั่นแหละค่ะที่เขิน! เนี่ยๆ ดูสิแก้มแดง หูแดงไปหมดแล้ว ยังจะมาปากแข็งอีก!" จูนยกนิ้วขึ้นชี้หน้าพี่ชายพร้อมกับเอียงคอแซวอย่างหยอกล้อ "แหม... พอพูดถึงฟาร์ทีไร อาการออกชัดเจนทุกทีเลยนะ ถ้าชอบเขาก็จีบเลยสิคะพี่ติน ตอนนี้ฟาร์เธอกำลังต้องการคนที่ไว้ใจได้และคอยดูแลเขาจริงๆ นะ หนูเปิดทางให้ขนาดนี้แล้ว ถ้าพี่ยังช้าอยู่อีก หนูจ
"รับทราบครับนาย" เปารับคำสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและรวดเร็ว พร้อมกับเตรียมกระจายกำลังคนตามพิกัดทันที "ตามเธอให้ถึงที่สุด! กูจะไม่ปล่อยเธอไปไหนทั้งนั้น!" ธามออกคำสั่งกร้าวผ่านสายโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงดุดันและเฉียบขาด ไม่มีความลังเลใจหรือสับสนเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ความกลัวว่าจะเสียเธอไปจริงๆ มันเข้ามาครอบงำจิตใจของเขาจนหมดสิ้น "นายครับ... แล้วถ้าไอ้หมอนั่นมันขัดขวางล่ะครับ" เปาเอ่ยถามหยั่งเชิง "ให้พวกเราใช้ไม้แข็งเลยไหมครับ" "ถ้ามันกล้าขวาง... ก็จัดการมันซะ!" ธามกัดฟันพูดเสียงเหี้ยม "ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับผู้หญิงของกูทั้งนั้น!" "เข้าใจแล้วครับนาย ผมจะส่งพิกัดสดให้เดี๋ยวนี้เลยครับ" "อืม... ส่งมาให้ไวที่สุด แล้วพวกมึงก็รีบตามไปอย่าให้คลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียวเด็ดขาด" หลังจากวางสายไป ธามก็เหยียบคันเร่งพุ่งทะยานรถออกไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกกลัวแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจจนปวดหนึบไปหมด ถ้าเขายังคงทำเป็นวางฟอร์ม ปากแข็ง และปล่อยให้เธอหนีไปอยู่ที่อื่นโดยไม่สนใจตามไป วันที่หัวใจของเขาต้องแหลกสลายคงมาถึงในไม่ช้า "ไม่... กูยอมไม่ได้เด
ทางด้านธาม เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องไปตามถนนสายยาว รถสปอร์ตคันหรูแล่นทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ธามจับพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขึ้นรอยขาวซีด เขากำลังเหยียบคันเร่งเพื่อหนีจากอะไรบางอย่าง แต่ยิ่งเหยียบเร็วเท่าไหร่ เขากลับยิ่งรู้สึกเหมือนวนเวียนอยู่ที่เดิม "โธ่เว้ย!" ธามสบถลั่นห้องโดยสารก่อนจะทุบพวงมาลัยเสียงดังสนั่น ความเจ็บบนฝ่ามือไม่ได้ช่วยลดความรุ่มร้อนในอกลงได้เลยสักนิด เขามองตรงไปยังถนนข้างหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและสับสน เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะขับรถไปที่ไหน เขาแค่ต้องการออกไปให้พ้นจากภาพจำตรงหน้าบ้านหลังนั้น ภาพที่ฟาร์ยืนอยู่ข้างหลังผู้ชายคนอื่น ภาพที่เธอตบหน้าเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง "ทำไมวะ... ทำไมกูต้องเป็นบ้าขนาดนี้ด้วย!" ธามเค้นเสียงพึมพำกับตัวเอง ลมหายใจหอบหนัก "แค่ผู้หญิงคนเดียว... แค่ลูกหนี้ที่หมดสัญญาไปแล้วคนเดียว ทำไมกูถึงตัดมันออกจากหัวไม่ได้สักที!" ภาพใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตา สายตาที่มองเขาด้วยความตัดพ้อ และรอยยิ้มเศร้าๆ ที่เธอเคยมอบให้ยามที่อยู่ด้วยกันในเพนท์เฮาส์ยังคงฉายซ้ำไปซ้ำมาราวกับภาพหลอน มันวนเวียนบีบคั้นหัวใจเขาจนแทบจะ
บนรถ "ฟาร์... ลูกโอเคไหม" วริศเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ มือหยาบกร้านเอื้อมมาลูบผมลูกสาวอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกผิดและสงสารจับใจ "หนูโอเคค่ะพ่อ..." ฟาร์หันมาฝืนยิ้มให้ แต่เป็นรอยยิ้มที่แห้งและดูเศร้าหมองที่สุดเท่าที่วริศเคยเห็นมา มันเป็นยิ้มที่วริศดูออกทันทีว่าเธอฝืนใจมากแค่ไหน รอยยิ้มนั้นมันแทบจะกรีดหัวใจคนเป็นพ่อให้ขาดเป็นเสี่ยงๆ "แน่ใจเหรอลูก ไม่ต้องฝืนใจบอกพ่อก็ได้นะ ถ้ามันเจ็บปวดขนาดนั้น..." "ค่ะพ่อ... หนูโอเคจริงๆ" เธอพยักหน้าเบาๆ พยายามกลั้นน้ำตาไว้ แต่ขอบตาของเธอกลับร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆ เธอเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นอีกครั้ง พยายามซ่อนใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดไม่ให้พ่อเห็น วริศมองลูกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและหวาดกลัว เขาถอนหายใจยาวก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ลูกรัก... พ่อไม่อยากจะย้ำเตือนเรื่องที่ผ่านไปแล้ว แต่มันจำเป็นจริงๆ ลูกรู้ใช่ไหมว่าเขาเป็นมาเฟีย... แล้วลูกรู้ใช่ไหมว่าโลกที่เขาอยู่ โลกที่เขาสร้างขึ้นมา มันเต็มไปด้วยความอันตราย ความรุนแรงและความตาย" "ค่ะพ่อ... หนูรู้ค่ะ" ฟาร์ตอบเสียงแผ่ว นัยน์ตาสั่นระริก
ในขณะที่ธามกำลังนิ่งอึ้ง มือหนายกขึ้นแตะข้างแก้มที่รู้สึกชาหนึบ สายตาที่เคยวาวโรจน์ด้วยความโกรธกลับแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าและเจ็บปวด ความเจ็บที่แก้มมันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บที่ใจ ไม่ใช่เพราะเธอตบเขาแต่เป็นเพราะเธอทำแบบนี้ต่อหน้าผู้ชายอีกคน พรึบ... ตินไม่รอช้า เขาเห็นท่าทีของธามที่ยังคงยืนนิ่งดูน่ากลัว เขาจึงรีบดึงตัวฟาร์เข้ามาหลบไว้ที่ด้านหลังของเขา ทันทีที่ร่างบางมาอยู่ข้างหลัง ตินก็ก้าวออกมาขวางหน้าเอาไว้ทันทีเหมือนเป็นโล่กำบัง "ถอยไปซะคุณธาม! ถ้าคุณยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง ก็อย่ามาทำอะไรฟาร์อีก!" ตินเอ่ยเสียงกร้าว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอยากที่จะปกป้องเธอ ธามมองผ่านไหล่ของตินไปที่ฟาร์ที่กำลังตัวสั่น แววตาของเขาสั่นไหวไปชั่ววูบ ก่อนจะแสยะยิ้มสมเพชออกมา "หึ... ปกป้องกันดีเหลือเกินนะ" "คุณโกรธผมได้ แต่อย่ามายุ่งกับฟาร์" ตินเน้นย้ำคำพูด ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นชาและเจ็บปวด "หึ... โกรธงั้นหรอ มึงคิดว่ากูจะโกรธเรื่องที่ผู้หญิงตบหน้ากูงั้นเหรอ แกคิดผิดแล้ว... ที่กูรู้สึก... มันมากกว่าคำว่าโกรธว่ะ" เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ตินหนึ่งก้าว สา
เพล้ง!! แก้วคริสตัลราคาแพงร่วงหล่นจากมือเล็กที่สั่นเทา กระทบเข้ากับขอบโต๊ะกระจกจนแตกกระจายละเอียด น้ำสีอำพันสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วพื้นพรมหรูหรา ทว่าเสียงของมีคมที่แตกหักนั้นยังไม่น่ากลัวเท่ากับสายตาคมกริบของชายที่นั่งอยู่ข้างกาย "อะไรกัน" ธามเอ่ยขึ้นพร้อมขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นท่าทางของเด็
"ซี๊ดดดด ฟู้วววว!"เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เช็ดน้ำตาออกอย่างเด็ดเดี่ยว ในหัวนึกถึงใบหน้าของพ่อที่รออยู่ เพื่อพ่อแล้ว ต่อให้ต้องทิ้งศักดิ์ศรีเธอก็ต้องเดินต่อไป"หนูพร้อมแล้วค่ะเจ๊""โฮ้ววว! สวยมา แบบนี้คุณๆ เขาต้องชอบแน่ๆ"เบลมองคนตัวเล็กตรงหน้าแล้วเธอก็อดชื่นชมไม่ได้ ตอนแต่งตัวธรรมดาว่าสวยแล้ว พอใส่
"ได้สิ... เดี๋ยวพี่ติดต่อเบลให้แล้วกันนะ" "ขอบคุณมากๆ นะคะพี่เอ๋ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ" ฟาร์รีบยกมือขึ้นไหว้ด้วยความซาบซึ้งใจ แววตาที่เคยสิ้นหวังกลับมีประกายความหวังจุดขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะเป็นความหวังที่ริบหรี่และต้องแลกด้วยสิ่งที่มีค่าที่สุดก็ตาม "อืม... ไม่เป็นไร พี่ก็ช่วยเราได้เท่าที่ช่วยได้
"นายครับ..." เปาลูกน้องคนสนิทที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ พลางเหลือบมองเจ้านายผ่านกระจกมองหลัง "นายให้เวลาสองพ่อลูกนั่นตั้งหนึ่งสัปดาห์เลยเหรอครับ... ผมว่ายังไงซะ สองพ่อลูกนั่นก็ไม่มีทางหาเงินสิบล้านมาคืนให้นายได้อยู่แล้ว" ธามกระตุกยิ้มที่มุมปากเพียงนิด เขาละสายตาจากข้างท







