LOGIN"ฟาร์... ช่วยยกโทษให้ฉันเถอะนะ ฉัน..." ธามก้าวเท้าเดินตรงเข้ามาหาเธอช้าๆ โดยที่คราวนี้ตินไม่ได้ขยับเข้ามาขวาง เพราะตัวตินเองก็กำลังตกตะลึงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนของมาเฟียหนุ่ม ธามเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าร่างบางในระยะประชิด นัยน์ตาคู่คมที่เคยมืดมนบัดนี้สะท้อนเพียงแค่เงาของเธออย่างเว้าวอน "คุณธาม..." ฟาร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเขาด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจอย่างถึงที่สุด น้ำตาเม็ดใสยังคงไหลอาบแก้มเนียนทั้งสองข้างไม่ขาดสาย เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาเพื่อค้นหาความจริง "ผม... ผมผิดเอง" "ทำไมคะ..." ฟาร์เอ่ยถามเสียงสั่นพร่า ร่างกายยังคงสั่นเทาด้วยความสับสน "ทำไมถึงต้องมาพูดแบบนี้ในวันที่คุณบีบให้หนูต้องสูญเสียทุกอย่าง... ทำไมถึงเพิ่งมาขอโอกาสในตอนที่หนูพยายามจะตัดใจจากคุณคะคุณธาม" "เพราะฉันมันโง่เองไงฟาร์..." ธามยกมือหนาที่กำลังสั่นเทาขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมไปประคองพวงแก้มเนียนของเธอไว้อย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนจนฟาร์แทบจะกลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่อยู่ "ฉันคิดว่าฉันควบคุมทุกอย่างได้ คิดว่าแค่เงินกับอำนาจจะรั้งเธอไว้ได้ตลอดไป... แต่พอเห็นเธอเดินหันหลัง
"ฟาร์! แกเป็นยังไงบ้างแก!" จูนรีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคว้าแขนของฟาร์ไว้แน่น แล้วดึงเพื่อนสนิทให้ถอยห่างออกมาจากธามทันที ก่อนที่จูนจะหันไปมองรอบๆ ตัวด้วยสายตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดผวา ขบวนรถเอสยูวีหลายคันจอดปิดกั้นเลนถนนหลวงไว้จนมิด ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ในชุดดำยืนล้อมพื้นที่ไว้ราวกับฉากในหนังเจ้าพ่อ ‘ผู้ชายคนนี้... ไม่ธรรมดาจริงๆ’ จูนคิดในใจด้วยความสะพรึงกลัว เธอไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตจริงจะได้มาเจอมาเฟียที่มีอิทธิพลล้นฟ้าและกล้าทำเรื่องอุกอาจปิดถนนกลางวันแสกๆ ได้ขนาดนี้ "คุณมีสิทธิ์อะไรมาดักหน้ารถคนอื่นแบบนี้คุณธาม!" ตินกางแขนออกขวางหน้าฟาร์กับจูนไว้ ตวาดใส่หน้าธามอย่างไม่เกรงกลัว "เงินหนี้สินพวกเราก็เอาไปคืนให้คุณหมดแล้ว สัญญาก็จบไปแล้ว คุณยังจะตามมาราวีอะไรฟาร์อีก! คุณจะบีบคั้นให้เธอไม่มีที่ยืนในสังคมเลยใช่ไหม!" "หุบปากไปซะไอ้ติน!" ธามกัดฟันกรอด กดเสียงต่ำจนน่ากลัว "เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างกูกับฟาร์ มึงเป็นคนนอก... อย่าสะเออะมาแส่เรื่องของผัวเมีย!" "ใครผัวเมียคุณมิทราบ!" ฟาร์ตะโกนแทรกขึ้นมาทั้งน้ำตา เธอเดินเบี่ยงตัวออกมาจากด้านหลังของตินเพื่อเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ
"ลงมา" เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของธามดังขึ้นสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยอำนาจเด็ดขาดที่ไม่มีใครกล้าขัดขืน "ไม่! ฉันไม่ลง!" ฟาร์ตะโกนทั้งน้ำตา ถอยร่นตัวเข้าไปเบียดกับพ่อ "ออกไปนะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน!" "ฟาร์ฉันบอกให้ลงมา... ฉันขอร้องละฟาร์" ธามกดเสียงต่ำลงอีกระดับ แววตาที่มองร่างบางเต็มไปด้วยความหวงแหนที่แทบคลั่ง "กลับไปกับฉันเดี๋ยวนี้!" "แกหยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้ธาม!" วริศตะคอกใส่หน้าธาม พยายามจะเอื้อมมือไปผลักเขาออก "แกได้เงินคืนไปหมดแล้ว! แกไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องลูกสาวฉันอีก! ไปให้พ้น!" "หึ... เงินงั้นเหรอ" ธามแค่นยิ้มเย็นที่มุมปากเบาๆ สายตาไม่แม้แต่จะเหลือบมองวริศ เขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของฟาร์เพียงคนเดียว "เงินของคุณมันไม่มีค่าอะไรกับผมตั้งแต่วินาทีแรกแล้ว... สิ่งเดียวที่ผมต้องการ คือลูกสาวของคุณ!" พูดจบ ธามก็เอื้อมมือหนาเข้าไปคว้าข้อมือเล็กของฟาร์ไว้แน่นแล้วออกแรงดึงร่างบางลงมาจากรถทันที "กรี๊ดดดด! ปล่อยนะ! พ่อช่วยหนูด้วย! ปล่อย!" ฟาร์กรีดร้องและพยายามดิ้นรนสุดชีวิต "ฟาร์! ปล่อยลูกสาวฉันนะไอ้สารเลว!" วริศพยายามจะพุ่งตามลงมาช่วย แต่ลูกน้องของธา
"ฟาร์ลูก... ฟาร์!" วริศหันมาเขย่าแขนลูกสาวเบาๆ "ดูลูก... ดูรถพวกนั้นสิ ทำไมมันถึงขับประกบเราแบบนี้ล่ะลูก" ฟาร์สะดุ้งเล็กน้อยเหมือนเพิ่งหลุดออกจากภวังค์แห่งความเศร้า เธอค่อยๆ หันมองไปที่กระจกข้างตามที่พ่อบอก นัยน์ตาที่เคยว่างเปล่าเริ่มเบิกกว้างขึ้นช้าๆ เมื่อสังเกตเห็นลักษณะของขบวนรถหรูสีดำพวกนั้นได้อย่างชัดเจน "พ่อคะ..." ฟาร์กระซิบเสียงสั่น ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วตั้งแต่ปลายนิ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่อก "รถพวกนั้น... ทะเบียนกรุงเทพหมดเลยค่ะ" "มันไม่ใช่แค่ทะเบียนกรุงเทพแล้วล่ะน้า!" คนขับรถกระบะร้องลั่นขึ้นมาทันที "ดูนั่นสิ! ไอ้รถสปอร์ตคันสีดำด้านข้างหลังนั่น มันเร่งเครื่องแซงขึ้นมาปาดหน้ารถผมแล้ว! เฮ้ย! เบรกไม่ทันแล้วโว้ย!" เอี๊ยดดดดดดดด!! เสียงยางรถยนต์กรีดร้องเสียดสีกับผิวถนนลาดยางอย่างรุนแรง รถรับจ้างขนของเบรกกะทันหันจนหน้ารถทิ่ม ทุกคนที่นั่งอยู่ข้างในเซถลันไปข้างหน้าอย่างแรง วริศรีบยื่นแขนไปขวางกอดตัวฟาร์ไว้แน่นตามสัญชาตญาณของคนเป็นพ่อ "โอ๊ย! อะไรกันวะเนี่ย!" คนขับรถกระบะทุบพวงมาลัยด้วยความตกใจและโมโห "ขับรถภาษาอะไรวะ! ถ้าชนขึ้นมาจะว่ายังไง!" แต่ยังไม่ทันที
"ใจเย็นๆ ก่อนนะจูน อย่าเพิ่งตื่นตูม" ตินพยายามพูดปลอบน้องสาวให้คลายความกังวล ทั้งที่ในใจของเขาเองก็เริ่มเต้นระรัวด้วยลางสังหรณ์ที่ไม่ดี "อาจจะเป็นขบวนรถของพวกผู้มีอิทธิพลหรือนักการเมืองแถวนี้ก็ได้ เดี๋ยวพี่จะลองเปิดไฟเลี้ยวเบี่ยงเข้าเลนซ้ายให้พวกเขาแซงไปก่อน" ตินค่อยๆ ตบไฟเลี้ยวซ้ายแล้วแตะเบรกชะลอความเร็วลงเพื่อหลบทางให้ แต่ทว่า รถเอสยูวีสีดำสองคันที่ประกบข้างกลับไม่ยอมแซงผ่านไป หนำซ้ำยังจงใจเบียดรถของตินให้อยู่ในกรอบ พร้อมกับมีรถอีกสองคันเร่งเครื่องแซงขึ้นไปดักหน้าขบวนรถของวริศอย่างรวดเร็ว "พี่ติน! เขาไม่ยอมไปค่ะ! เขาขับเบียดเราแล้ว!" จูนกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ชี้มือไปที่รถคันข้างๆ ที่กำลังบีบเลนเข้ามาเรื่อยๆ "โธ่เว้ย! พวกมันจงใจชัดๆ!" ตินสบถลั่น มือสองข้างกำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พยายามประคองรถไม่ให้เสียหลักลงข้างทาง "คนพวกนี้เป็นใครกันคะพี่ติน เขาต้องการอะไรจากพวกเรา" "พี่ก็ยังไม่รู้..." ตินกัดฟันกรอด สายตาเพ่งมองผ่านกระจกหน้า แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นรถสปอร์ตคันหรูสีดำด้านที่คุ้นตาเป็นอย่างดี กำลังพุ่งทะยานแหวกขบวนรถเอสยูวีขึ้นมาด้วยความเร็วที
"อ้าว... ก็หนูพูดเรื่องจริงนี่คะ!" จูนลอยหน้าลอยตายิ้มแป้น "หนูดูออกตั้งนานแล้วนะว่าพี่ตินแอบชอบยัยฟาร์มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ไม่กล้าบอกเขาตรงๆ ใช่ไหมล่ะคะ มัวแต่วางฟอร์มเป็นพี่ชายแสนดีอยู่ได้ เดี๋ยวก็มีหมาคาบไปกินหรอก!" "ยัยเด็กนี่... พูดจาเพ้อเจ้อใหญ่แล้วนะเราน่ะ" ตินกระแอมไอแก้เก้อ พยายามมองตรงไปที่ถนนเบื้องหน้าเพื่อกลบเกลื่อน "เป็นเด็กเป็นเล็ก ใครสั่งใครสอนให้มาจับผิดผู้ใหญ่แล้วพูดจาแก่แดดแบบนั้นกันฮะ เดี๋ยวเถอะ จะโดนไม่ใช่น้อย" "หึหึ... ทำเป็นดุกลบเกลื่อน เขินล่ะสิคะพี่ชาย!" จูนหัวเราะคิกคักอย่างจับไต๋ได้ "ใครเขิน พี่ไม่ได้เขินสักหน่อย ขับรถอยู่อย่ามาชวนคุยให้เสียสมาธิน่า" ตินตอบเสียงแข็ง แต่หูของเขากลับเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด "พี่นั่นแหละค่ะที่เขิน! เนี่ยๆ ดูสิแก้มแดง หูแดงไปหมดแล้ว ยังจะมาปากแข็งอีก!" จูนยกนิ้วขึ้นชี้หน้าพี่ชายพร้อมกับเอียงคอแซวอย่างหยอกล้อ "แหม... พอพูดถึงฟาร์ทีไร อาการออกชัดเจนทุกทีเลยนะ ถ้าชอบเขาก็จีบเลยสิคะพี่ติน ตอนนี้ฟาร์เธอกำลังต้องการคนที่ไว้ใจได้และคอยดูแลเขาจริงๆ นะ หนูเปิดทางให้ขนาดนี้แล้ว ถ้าพี่ยังช้าอยู่อีก หนูจ
"หึ... ฉันแค่บอกว่าไม่ต้องมาทำงานใช้หนี้แบบทางการ แต่ตอนนี้ฉันเมื่อย... ยัยเด็กดื้ออย่างเธอต้องมาช่วยนวดให้ฉันหน่อยสิ" ธามเอ่ยหน้าตาย แววตาเจ้าเล่ห์พราวระยับ "แต่หนูไม่ได้มีหน้าที่รับจ้างนวดนะคะคุณธาม ฟาร์นวดไม่เป็นหรอกค่ะ" "แต่ฉันสั่ง... และคนเป็นลูกหนี้อย่างเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ" พูดจบ
เวลาต่อมา 19.00 น"เชิญครับ" เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยของบอดี้การ์ดชุดดำปลุกให้ฟาร์ตื่นจากภวังค์ความคิดอันโหดร้าย เขาเอื้อมมือไปผลักบานประตูบานใหญ่ตรงหน้าออกกว้าง พร้อมกับผายมือเชิญหญิงสาวด้วยท่าทีสุภาพ ทว่าแฝงความกดดันจนเธอปฏิเสธไม่ได้ "อึก! ขะ... ขอบคุณค่ะ" ฟาร์ลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่า
"ถึงยังไง คุณไม่มีวันได้ครอบครองหนูหรอก... " ฟาร์พยายามขัดขืน แต่แรงปะทะที่ได้กลับมาคือสัมผัสจากฝ่ามือหนาที่เริ่มลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังของเธออย่างจาบจ้วง จนเธอทำได้เพียงกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นด้วยความทรมานใจที่ต้องพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เคร้ง! เสียงแก้วคริสตัลถูกปัดกระเด็นไปกระท
"ฮือออ ได้โปรดเถอะค่ะคุณคะ ให้หนูทำอย่างอื่นเถอะนะคะ ล้างจานก็ได้ ขัดรองเท้าก็ได้ หรือจะให้หนูทำความสะอาดบ้านคุณหนูก็ยอมค่ะ แต่อย่าให้หนูทำแบบนี้เลยนะคะ..." เสียงหวานสะอื้นไห้ระงมจนแทบขาดใจ ฟาร์ยกมือขึ้นไหว้หงึกๆ ชายหนุ่มตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างหมดสิ้นศักดิ์ศรี น้ำตาไหลพรากจนเครื่องสำอางบนใบหน







