로그인เสียงคลื่นกระทบเข้าหาดทราย ทำคนกำลังยืนชมวิวรู้สึกผ่อนคลายเหลือเกิน หลายปีแล้วที่เธอยังคงใช้ชีวิตร่วมกับอชิระอย่างมีความสุขแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานหลายปี แต่สำหรับมนต์นภารู้สึกว่าทุกอย่างเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง“นี่เรากับพี่อชิเดินทางมาถึงขนาดนี้เลยเหรอ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนหมุนตัวไปมองลูกทั้งสอง ที่กำลังก่อทรายสร้างปราสาท“ท่าทางสนุกเชียว” เธอยืนมองลูกอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เข้าไปรบกวน ปล่อยให้เด็ก ๆ เล่นกันอย่างเพลิดเพลินไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ที่มนต์นภายังคงยืนมองดูบรรยากาศรอบกายพร้อมฟังเสียงคลื่น“ยืนทำอะไรคนเดียวตั้งนานครับ” กายแกร่งของอชิระเดินมาสวมกอดจากด้านหลัง ก่อนจะกดจูบแก้มนุ่มหนัก ๆ“ทำอะไรคะเนี่ย เดี๋ยวลูกก็เห็นหรอก” ว่าแล้ว เหลือบมองลูกทั้งสองที่ยังคงสนุกกับการเล่นเหมือนเดิม“ไม่หรอกครับ”“นานแล้วนะคะเราอยู่อย่างนี้” เอ่ยบอกพลางมองคลื่นน้ำทะเลตรงหน้า“นั่นสิ นานแล้วนะที่เรายังอยู่ด้วยกันแบบนี้ พี่ขอบคุณมนต์จริง ๆ นะ”ถ้าหากในอดีตเธอไม่ยอมยกโทษให้เขา แทบไม่อยากจินตนาการเลยชีวิตของเขาจะเป็นยังไง ต้องขอบคุณเธอจริง ๆ ที่ยอมเลือกเขาอีกครั้
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือน นับตั้งแต่มนต์นภาย้ายกลับมาอยู่กับอชิระ มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นมากมาย ชายหนุ่มดูแลและเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี ทำเอาเธอมีความสุขมากจนแทบล้นในทุกวันตอนเช้า หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย มนต์นภากับนทีจะเดินไปส่งอชิระที่หน้าบ้านเป็นประจำ ซึ่งเป็นภาพที่อบอุ่นยิ่งนัก“ตั้งใจทำงานนะคะ”“ทำไงดีล่ะ พี่ไม่อยากไปทำงานเลย”“เอาอีกแล้วนะคะ” หญิงสาวถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เธอเริ่มจะชินกับท่าทางของอีกฝ่ายแล้ว ก่อนไปทำงานเขามักจะงอแงประจำ“ก็พี่ไม่อยากห่างจากมนต์นี่ครับ”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนเย็นเดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว” มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสแก้มสาก ราวกับต้องการส่งความอบอุ่นให้แก่เขา บ่งบอกให้รับรู้ว่าเธออยู่ตรงนี้เสมอและรอคอยตลอด“พี่จะรีบกลับมานะครับ”“ค่ะ” พยักหน้าเล็กน้อยพร้อมส่งยิ้มอ่อน ๆ“พ่อไปก่อนนะนที” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปลูบหัวเล็ก ๆ ด้วยความรัก“บ๊ายบาย” มือเล็ก ๆ โบกมือลาผู้เป็นพ่อ ขณะฉีกยิ้มกว้างก่อนหมุนตัวเข้าไปข้างในบ้าน ปล่อยให้มนต์นภากับอชิระอยู่ด้วยกันตามลำพัง“งั้นพี่ไปแล้วจริง ๆ นะครับ”“ค่ะ ๆ รีบไปเถอะเดี๋ยวก็สายหรอก” เธอถึงกับส่ายหัวไปมาอย่างเอ็นดูกับท่า
แสงแดดในยามเช้ากระทบมายังปลายเตียง นกตัวน้อยส่งเสียงร้องเบา ๆ นอกหน้าต่าง ทำให้คนที่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง ค่อย ๆ ปรือตาขึ้นด้วยอาการงัวเงีย“อื้อ” มนต์นภายันกายลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองหาคนตัวโตกับลูกชายตัวน้อย ก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำมนต์นภายืนจ้องตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ ก่อนจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องที่ผ่านเข้ามา ไม่คาดคิดเลยตัวเองจะได้กลับมาบ้านหลังนี้อีก ราวกับทุกอย่างคือความฝันใบหน้าหวานก้มมองท้องแบนราบ ยกมือเรียวลูบเบา ๆ การตั้งท้องลูกคนที่สองเกิดขึ้นเร็วมาก เกินที่เธอจินตนาการไว้เยอะทีเดียว ถึงกระนั้นมีความสุขเหลือเกินเธอแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ปรารถนาอยากสร้างครอบครัวอบอุ่น และมีคนรักเคียงข้าง“ขอบคุณที่มาหาพวกเรานะ” เอ่ยบอกกับทารกน้อยในครรภ์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มหลังจากจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จ จึงออกไปแต่งตัวและไปหาลูกกับสามี“ตื่นแล้วเหรอครับ ท่าทางจะเพลียมากเลยสินะ” เสียงทุ้มเอ่ยทักทายคนตัวเล็กพร้อมเดินไปหยุดตรงหน้าเธอ“ขอโทษที่ตื่นสายนะคะ”“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจดีว่ามนต์เหนื่อย” เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หวังให้เธอคลายความกังวล“พี่อชิกับลูกกินอะไรยั
หญิงสาวใช้เวลาทำกับข้าวสักพักใหญ่ ๆ พอเสร็จเรียบร้อยก็มากินมื้อเที่ยง โดยไม่ทันได้พูดคุยกับอชิระสักประโยค เพราะเธอค่อนข้างยุ่งกว่าจะได้คุยกันก็เป็นเวลาบ่ายแก่ ๆ เนื่องจากมนต์นภาต้องพาลูกชายเข้านอน หลังจากนั้นก็ให้ป้าแม่บ้านเลิกงานก่อนเวลา จนกระทั่งเหลือเธอกับเขาแค่สองคนท่ามกลางความเงียบในห้องโถง ต่างฝ่ายต่างไม่เปล่งคำพูดใด ทำราวกับกำลังชั่งใจถึงสิ่งที่จะพูดนับจากนี้อชิระเหลือบมองกรอบหน้าสวย เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ จากนั้นเอ่ยพูดในสิ่งที่ปรารถนา“ให้โอกาสพี่สักครั้งเถอะมนต์”“ค่ะ”“ห๊ะ” คำตอบสั้น ๆ ของคนตัวเล็ก ส่งผลให้อชิระอึ้ง ใบหน้าหล่อเหลาแหงนมองคนตรงหน้าอย่างงุนงงสุดขีด“เมื่อกี้มนต์พูดว่าไงนะครับ” ถามเสียงสั่น ๆ ด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ“เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ”ประโยคจากริมฝีปากอมชมพู ทำให้อชิระโผกอดคนตัวเล็กอย่างดีใจ“ขอบคุณนะครับ”“...” ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดจากปากนุ่ม หญิงสาวหลับตาพริ้มพร้อมยกแขนเรียวโอบกอดเขาตอบเธอคิดดีแล้วว่าหลังจากนี้จะเลิกผลักไสคนตัวโต เนื่องจากรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินกับการพยายามทำเป็นไม่รักเขา ที่สำคัญคือเธออยากให้ลูกได้รับความอบอุ่นจากคนเป็นพ่อ จึงไม่
เสียงดังเอะอะนอกห้อง ปลุกคนหลับลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย บทรักที่ผ่านมาทำมนต์นภาตื่นสายกว่าปกติ“นทีหายไปไหน” เธอเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างไว กวาดสายตามองหาลูกชายตัวน้อย ก่อนจะได้ยินเสียงจากข้างนอก ไม่รอช้าหย่อนเท้าแตะพื้นห้องและเดินไปยังปลายทาง“แม่ตื่นแล้ว” นทีเอ่ยทักผู้เป็นแม่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ทำไมนทีไม่ปลุกแม่ล่ะ” พูดพลางก้าวเท้าไปหาบุตรชายตัวน้อย ที่กำลังนั่งเล่นกับอชิระบนโซฟา“พ่อบอกว่าแม่เหนื่อย พ่อไม่ให้ปลุกครับ”“พ่อเหรอ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างงุนงง เนื่องจากเธอไม่เคยสอนให้นทีเรียกอชิระว่าพ่อ“ลุงคนนี้บอกว่าเป็นพ่อผม ผมมีพ่อใช่ไหม” นทีมองมนต์นภาตาแป๋วอย่างรอฟังคำตอบหญิงสาวชำเลืองมองคนตัวโตแวบหนึ่ง ก่อนพยักหน้าตอบรับนที ซึ่งเด็กน้อยดีใจเป็นอย่างมาก“เย้...ผมมีพ่อแล้ว”“ไว้พ่อจะมาหานทีบ่อย ๆ นะครับ” อชิระบอกกับลูกชายพร้อมอุ้มนทีเข้าสู่วงแขน“ครับ” พยักหน้ารับ“นทีหิวไหมคะ เดี๋ยวแม่ทำอะไรให้กิน” มนต์นภาเหลือบมองนาฬิกาฝาผนัง ก่อนหันไปบอกลูกชายตัวน้อย แอบรู้สึกผิดที่เวลาป่านนี้แล้ว ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องของลูกชาย“ผมกินแล้วครับ พ่อไปซื้อมาให้” คำพูดของลูกชายทำให้เธอเหลือบมองเจ้าขอ
จูบที่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน ส่งผลให้มนต์นภาอ่อนระทวยง่ายดาย ทั้งที่สมองสั่งการให้ผลักเขาออกห่าง แต่ร่างกายกลับตอบสนองเขาเป็นอย่างดี หนำซ้ำความปรารถนาเริ่มพลุ่งพล่านมากขึ้น“อื้อ” เสียงหวานครางต่ำในลำคอพร้อมหลับตาพริ้ม ก่อนจะตอบรับจูบจากเขาเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก กว่ามนต์นภาจะรู้สึกตัวอีกที ก็ตอนอชิระประคองเธอนอนลงบนโซฟา“พอเถอะค่ะ” มือเรียวยันอกแกร่ง ขณะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะไม่อยากให้เขารับรู้ความรู้สึกที่แท้จริง“ไม่” อชิระปฏิเสธเสียงแข็ง เขารวบแขนเล็กขึ้นเหนือศีรษะพร้อมประกบปากนุ่มอีกครั้งย่อมทราบดีการทำแบบนี้อาจทำให้คนตัวเล็กไม่พอใจ แต่เขาไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ เพราะต้องการคุยกับเธอเลยเลือกใช้วิธีนี้“พี่ขอโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกสักครั้งเถอะ” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด ปลายลิ้นเร่าร้อนเลียวนตรงซอกคอหอมกรุ่น ไม่วายทำรอยแดงมากมาย ราวกับต้องการตีตรา“อื้อ อ๊ะ คุณอชิระ” มือบางจิกเล็บลงบนท่อนแขนกำยำ ขณะเขาส่งนิ้วยาวเข้าในโพรงอ่อนนุ่ม ทำเอาทรมานจนแทบขาดใจ“ถ้าเจ็บก็บอกนะครับ” สิ้นเสียงพูด เขาเลื่อนตัวไปหยุดยังกึ่งกลางสาว ถกกระโปรงชุดนอนขึ้นไปกองบริเวณเอวคอดกิ่ว จัดการรูดแพ
รุ่งเช้าวันต่อมา อชิระลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง ทันทีที่ลืมตาขึ้นก็พบกับคนตัวเล็กหลับใหลคาอ้อมแขน แรงดึงดูดบางอย่างเรียกร้องให้เขาสัมผัสแก้มนุ่มเบา ๆ ดั่งต้องมนต์สะกด“น่ารัก” เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำ โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำได้เผลอพ่นคำพูดแบบนั้นออกมาหลายนาทีผ่านไป มนต์นภาปรือต
“อื้อ” เปลือกตาบางเบิกขึ้นอย่างเชื่องช้า ขณะพลิกกายหันไปอีกด้านก็รับรู้ถึงความว่างเปล่า มนต์นภารู้ได้ทันทีเธอถูกทิ้งแล้ว เขากลับไปโดยไม่บอกกล่าวสักคำหญิงสาวยันกายลุกขึ้นนั่งด้วยความรู้สึกหน่วง ๆ แม้จะรู้ดีว่าการแต่งงานในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก ก็แค่ความผิดพลาดชั่วค่ำคืน ทว่าอย่างน้อยในฐ
“เป็นอะไรของเธออีกล่ะ” เพราะคนตัวเล็กเอาแต่เงียบ เลยอดสงสัยไม่ได้“อยากจะทำอะไรก็ทำสิคะ คุณจะสนใจมนต์ทำไม” เธอเหนื่อยจนไม่อยากต่อกรอะไรกับเขาอีกแล้ว“อย่าทำเหมือนว่าฉันขืนใจเธอนะ เธอเองนั่นแหละที่บีบบังคับให้ฉันทำอย่างนี้” เอ่ยบอกอย่างหัวเสีย“มนต์รู้ค่ะ”คำตอบของเธอทำเอาคนตัวโตฟิวส์ขาด อชิระฉีกชุด
งานวิวาห์ระหว่างคนทั้งสอง ถูกจัดขึ้นภายในระยะเวลาสองเดือน เพราะเป็นความประสงค์ของนวลนิจ ที่อยากให้มนต์นภาแต่งงานเร็ว ๆ การกระทำของหญิงวัยกลางคนทำให้ใครหลายคนต่างพากันไม่ชอบใจ ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครขัดขวางได้และผู้ที่ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ครั้งนี้มากที่สุด ก็คือมนต์นภา หญิงสาวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ







