Mag-log inเสียงเพลงดังสนั่นออกจากลำโพงขนาดใหญ่ ผู้คนโยกเอวตามจังหวะอย่างเมามัน ขณะเดียวกันมนต์นภานั่งนิ่ง ไม่มีท่าทีจะลุกขึ้นออกไปเต้นเหมือนพะแพง ที่ตอนนี้กำลังสนุกสุดเหวี่ยง
“ท่าทางจะสนุกมาก” เผยยิ้มเล็กน้อยขณะมองดูเพื่อน
“มาคนเดียวเหรอครับ” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น เธอหันขวับมองอย่างงุนงง
“ใครเหรอ”
“ผมอยากทำความรู้จักคุณครับ” พูดพลางมองด้วยสายตาแทะโลม ทำเอามนต์นภากระอักกระอ่วนไม่น้อย
“ขอโทษนะคะ แต่ฉันมีสามีแล้ว” พยายามทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่าย
“จริงหรือเปล่า ถ้ามีสามีแล้วคงไม่มาที่แบบนี้หรอกใช่ไหม” ชายคนนั้นยังคงพยายามชวนมนต์นภาคุย
“...” เธอเลือกที่จะเงียบ ไม่อยากตอบโต้ให้เสียเวลาเปล่า ๆ
“หยิ่งจังนะครับ” ไม่พูดเปล่าทำท่าจะยกมือสัมผัสแผ่นหลังขาวเนียน แต่ช้าไปกว่าพะแพงที่ตรงมาถีบอีกฝ่ายล้มลงคาพื้น
“คิดจะทำอะไรเพื่อนฉัน ไอ้ชาติชั่ว”
“นังบ้า!! มึงเป็นใครวะกล้าดียังไงมาถีบกู” ชายคนนั้นโวยวายดังลั่นอย่างเกรี้ยวกราด ผู้คนบริเวณนั้นต่างหันมองด้วยความสนใจ
“ฉันก็เป็นเพื่อนของคนที่แกกำลังจะลวนลามไง”
“พูดอะไรของมึงวะ กูไม่ได้ทำแบบนั้นสักหน่อย” อีกฝ่ายโต้กลับอย่างไม่ลดละ
“งั้นแกจะให้ฉันเอาหลักฐานให้ดูไหม”
“ฝากไว้ก่อนเถอะ” ชายคนนั้นกวาดสายตามองรอบกาย ซึ่งผู้คนกำลังพูดซุบซิบพลางจ้องมายังตนเอง ด้วยความกลัวว่าจะสู้ไม่ไหวจึงพยุงกายลุกขึ้นหนี
“เป็นอะไรมากไหมมนต์” พะแพงรีบหันมองเพื่อนอย่างเป็นห่วง
“ไม่เลย” ส่ายหัวเล็กน้อย
“ขอโทษนะที่ทิ้งให้อยู่คนเดียว”
“มนต์ไม่ได้เป็นอะไร อย่าคิดมากนะ”
ขณะเดียวกันที่โต๊ะหนึ่ง หลังจากทุกคนได้เห็นเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ทำให้พวกเขาอดไม่ได้จะพูดถึง
“ไอ้อชิเมื่อกี้ใช่น้องสาวมึงไหม คนที่ถีบผู้ชายคนนั้น” หนึ่งในกลุ่มพูดขึ้นพลางจ้องอชิระอย่างเค้นคำตอบ
“อืม”
“น้องมึงเนี่ยโหดชะมัด” อีกคนในกลุ่มเสริมขึ้น
“ว่าแต่ผู้หญิงที่มากับน้องมึงใครวะ สวยตรงสเปกกูชะมัด มึงรู้จักหรือเปล่าอชิ”
“...” อชิระไม่ตอบ สายตาคมกริบจ้องเขม็งร่างอรชรของมนต์นภาอย่างคาดโทษ ความรู้สึกพลุ่งพล่านในอกทำให้เขากำมือแน่น
“กูจะลองไปจีบดูเผื่อติด” ไม่พูดเปล่า เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขณะเดียวกันอชิระลุกขึ้นยืนตามพร้อมดันเพื่อนให้นั่งลงเหมือนเดิม
“ผู้หญิงคนนั้นแต่งงานมีผัวแล้ว” พูดจบ ก้าวยาว ๆ ไปเบื้องหน้าด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ทำเพื่อนในกลุ่มหันมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ
“กลับบ้านได้แล้ว” เสียงทุ้มของใครคนหนึ่งดังขึ้น ทำสองสาวหันมองพร้อมกัน
“พี่มาอยู่ที่นี่ได้ไง”
“...” ไม่มีเสียงตอบกลับจากริมฝีปากหยัก อชิระชำเลืองมองคนตัวเล็ก ก่อนคว้าข้อมือเธอ
“คุณอชิระคะ”
“ฉันบอกให้กลับไง ไม่ได้ยินที่พูดเหรอ” เอ่ยบอกอย่างไม่สบอารมณ์
“เดี๋ยวสิพี่! พวกเรายังไม่อยากกลับเลย” พะแพงสวนขึ้นอย่างไม่พอใจกับพฤติกรรมของพี่ชาย
“ยัยแพงอย่าให้พี่ต้องพูดซ้ำอีกรอบ”
“ก็ได้ค่ะ” พอพี่ชายโกรธขึ้นมาจริง ๆ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถต้านทานได้ เธอจึงยอมทำตามอย่างว่าง่าย
อชิระพาสองสาวออกจากไนต์คลับ ขณะยังคงจับข้อมือเล็กของมนต์นภาตลอดเวลา
“เดี๋ยวแพงขับรถกลับกับมนต์ก็ได้ วันนี้แพงเอารถมาเอง” พะแพงรีบเอ่ยขึ้น เมื่ออชิระพามาหยุดยังรถของเขาและกำลังจะเปิดประตูเข้าไปข้างใน
“เดี๋ยวพี่ไปส่ง กลับด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ”
“ค่ะ” ตอบรับอย่างเชื่อฟัง
“เธอนั่งหน้า ส่วนแพงนั่งหลัง”
หลังจัดแจงตำแหน่งของแต่ละคนเสร็จ ต่างก็ขึ้นรถไปนั่งอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีใครเปล่งประโยคใด ทำเอาบรรยากาศในรถอึดอัดไม่น้อย
เมื่อส่งพะแพงถึงที่หมายเรียบร้อย อชิระกับมนต์นภามุ่งหน้ากลับบ้านทันใด ซึ่งบรรยากาศตึงเครียดกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า
ทันทีรถแล่นจอดยังที่หมาย คนตัวเล็กเปิดประตูลงอย่างไว เธอตั้งใจจะหนีเขา ทว่าขณะกำลังจะยกเท้าขึ้นบันได จู่ ๆ คนตัวโตรั้งเอวคอดกิ่วและอุ้มเธอพาดบ่าแกร่ง จากนั้นก้าวยาว ๆ ไปวางเธอลงบนโซฟา
“จะทำอะไรมนต์คะ” หญิงสาวตั้งท่าจะลุกขึ้นนั่ง ไม่วายถูกเขากดลงกับโซฟาพร้อมรวบแขนเล็กขึ้นเหนือศีรษะ
“ใครอนุญาตให้เธอไปที่แบบนั้น”
“ไหนว่าเราจะไม่ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวคะ คุณเป็นคนอนุญาตให้มนต์ไปเที่ยวเอง” ไม่เข้าใจเลยเขาเป็นอะไรกันแน่ ทั้งที่เคยพูดแบบนั้นกับเธอเองแท้ ๆ ทว่าวินาทีนี้กลับเดือดพล่านใส่กัน
ความโมโหบวกกับความหงุดหงิด ทำให้เขาแนบริมฝีปากลงบนกลีบปากอวบอิ่มอย่างรวดเร็ว โดยมนต์นภาไม่ทันตั้งตัว ถึงกระนั้นไม่ได้ขัดขืน ยอมปล่อยให้อีกคนทำตามความปรารถนา
“อื้อ” เธอส่งเสียงร้องครวญครางอย่างพึงพอใจ แขนเรียวยกขึ้นคล้องคอแกร่งพร้อมตอบรับจูบจากเขา
“หลังจากนี้ฉันไม่อนุญาตให้เธอไปที่แบบนั้นอีกแล้ว” เอ่ยขึ้นหลังจากถอนจูบออก
“ทำไมคะ”
“เธอเป็นเมียฉันนะ ถึงเราจะไม่ได้รักกันแต่เมียก็คือเมียอยู่ดี หลังจากนี้ฉันขอสั่งห้ามไม่ให้เธอไปที่แบบนั้นอีก แล้วก็ห้ามแต่งตัวแบบนี้ด้วย”
อชิระไม่เข้าใจเหมือนกัน ตนเองเป็นอะไรกันแน่ถึงได้พูดแบบนั้นกับมนต์นภา ทว่าสิ่งที่เขารับรู้ขณะนี้ คืออารมณ์พลุ่งพล่านยิ่งนัก แค่เห็นผู้ชายคนอื่นมองเธอด้วยสายตาแทะโลม
ถ้อยคำมากมายของคนเหนือร่าง ทำเธองุนงงเหลือเกิน คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างสงสัย เธออยากจะถามเขาอีกหลายประโยค ทว่าต้องหยุดชะงักเมื่อเขาเลื่อนตัวลงไปหยุดยังจุดกึ่งกลางสาว
“คุณอชิระ” เธอผงกหัวมองคนตัวโต
“นอนนิ่ง ๆ ไปเลย” ชายหนุ่มไม่รอให้คนตัวเล็กปฏิเสธ เขาเลิกชุดเดรสขึ้นไปกองตรงเอวคอดกิ่ว แล้วจัดการรูดแพนตี้น้อยลงตามขาเรียว ก่อนโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี
ฝ่ามือหนาจับขาเรียวชันเป็นรูปตัวเอ็ม ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าใกล้กลีบกุหลาบงดงาม ทันทีที่ปลายลิ้นสากแตะลงบนติ่งเสียว มนต์นภาถึงขั้นสะดุ้งเฮือกหนึ่ง
“อื้อ อ๊ะ คุณอชิระ” กายสาวบิดไปมาด้วยความเสียวซ่าน สติใกล้เลือนรางเต็มที สัมผัสของเขาทำเอารู้สึกดีเกินบรรยาย
นัยน์ตาดำขลับชำเลืองมองเธอครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังมีอารมณ์ร่วมกับเขา จึงระรัวลิ้นเร่าร้อนเข้าออกในกลีบดอกไม้
“อ๊ะ คุณอชิระอย่าทำแบบนั้น มนต์เสียวเหลือเกิน” มือบางยกขึ้นขยุ้มเส้นผมนุ่มของเขา เพื่อระบายความรู้สึกที่ได้รับ
ระหว่างหญิงสาวกำลังจะขยับสะโพกหนี อชิระกลับรั้งไว้อย่างรวดเร็ว จังหวะเดียวกันเขาเพิ่มแรงดูดกลีบกุหลาบมากขึ้น ก่อนเปลี่ยนไปส่งนิ้วยาวเข้าในร่องรัก ขยับเข้าออกอย่างเมามัน
“อ๊ะ ไม่ไหวแล้ว” มนต์นภารู้สึกเหมือนใกล้จะถึงปลายทางเต็มที อชิระเผยยิ้มอย่างพอใจกับท่าทีของคนตัวเล็ก ก่อนเพิ่มนิ้วยาวเข้าไปในโพรงอ่อนนุ่ม จากหนึ่งกลายเป็นสองและขยับเข้าออกอย่างหนักหน่วง
“อื้อ เสียว” เสียงหวานร้องครวญครางอย่างทรมาน เพียงไม่นานกายสาวเกร็งกระตุกและปล่อยน้ำผึ้งหวานไหลเยิ้ม
“ท่าทางจะชอบมากสินะ ถึงได้ปล่อยน้ำเยอะขนาดนี้”
คำพูดของคนตัวโตทำเอาคนฟังถึงขั้นเขินอาย มนต์นภาตั้งท่าจะลุกขึ้นยืน แต่อชิระดึงเข้าสู่วงแขนพร้อมกระชับกอดแน่น
“จะไปไหนของเธอ”
“มนต์จะกลับห้องแล้วค่ะ” เอ่ยตอบทั้งที่ไม่ยอมสบตาคม
“ฉันอุตส่าห์ทำให้เธอเสร็จ นี่คิดจะหนีกันง่าย ๆ เหรอ”
“แล้วคุณจะให้มนต์ทำยังไงคะ” ใบหน้าหวานจ้องคนตัวโตอย่างรอฟังคำสั่ง
“ก็ทำแบบที่ฉันทำให้เธอไง”
“คะ” คิ้วโก่งสวยเลิกขึ้นอย่างสงสัย อชิระไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก เขาจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจากกายสาว ตามด้วยถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกหมด กระทั่งตอนนี้ทั้งสองอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า
เสียงคลื่นกระทบเข้าหาดทราย ทำคนกำลังยืนชมวิวรู้สึกผ่อนคลายเหลือเกิน หลายปีแล้วที่เธอยังคงใช้ชีวิตร่วมกับอชิระอย่างมีความสุขแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานหลายปี แต่สำหรับมนต์นภารู้สึกว่าทุกอย่างเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง“นี่เรากับพี่อชิเดินทางมาถึงขนาดนี้เลยเหรอ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนหมุนตัวไปมองลูกทั้งสอง ที่กำลังก่อทรายสร้างปราสาท“ท่าทางสนุกเชียว” เธอยืนมองลูกอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เข้าไปรบกวน ปล่อยให้เด็ก ๆ เล่นกันอย่างเพลิดเพลินไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ที่มนต์นภายังคงยืนมองดูบรรยากาศรอบกายพร้อมฟังเสียงคลื่น“ยืนทำอะไรคนเดียวตั้งนานครับ” กายแกร่งของอชิระเดินมาสวมกอดจากด้านหลัง ก่อนจะกดจูบแก้มนุ่มหนัก ๆ“ทำอะไรคะเนี่ย เดี๋ยวลูกก็เห็นหรอก” ว่าแล้ว เหลือบมองลูกทั้งสองที่ยังคงสนุกกับการเล่นเหมือนเดิม“ไม่หรอกครับ”“นานแล้วนะคะเราอยู่อย่างนี้” เอ่ยบอกพลางมองคลื่นน้ำทะเลตรงหน้า“นั่นสิ นานแล้วนะที่เรายังอยู่ด้วยกันแบบนี้ พี่ขอบคุณมนต์จริง ๆ นะ”ถ้าหากในอดีตเธอไม่ยอมยกโทษให้เขา แทบไม่อยากจินตนาการเลยชีวิตของเขาจะเป็นยังไง ต้องขอบคุณเธอจริง ๆ ที่ยอมเลือกเขาอีกครั้
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือน นับตั้งแต่มนต์นภาย้ายกลับมาอยู่กับอชิระ มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นมากมาย ชายหนุ่มดูแลและเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี ทำเอาเธอมีความสุขมากจนแทบล้นในทุกวันตอนเช้า หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย มนต์นภากับนทีจะเดินไปส่งอชิระที่หน้าบ้านเป็นประจำ ซึ่งเป็นภาพที่อบอุ่นยิ่งนัก“ตั้งใจทำงานนะคะ”“ทำไงดีล่ะ พี่ไม่อยากไปทำงานเลย”“เอาอีกแล้วนะคะ” หญิงสาวถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เธอเริ่มจะชินกับท่าทางของอีกฝ่ายแล้ว ก่อนไปทำงานเขามักจะงอแงประจำ“ก็พี่ไม่อยากห่างจากมนต์นี่ครับ”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนเย็นเดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว” มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสแก้มสาก ราวกับต้องการส่งความอบอุ่นให้แก่เขา บ่งบอกให้รับรู้ว่าเธออยู่ตรงนี้เสมอและรอคอยตลอด“พี่จะรีบกลับมานะครับ”“ค่ะ” พยักหน้าเล็กน้อยพร้อมส่งยิ้มอ่อน ๆ“พ่อไปก่อนนะนที” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปลูบหัวเล็ก ๆ ด้วยความรัก“บ๊ายบาย” มือเล็ก ๆ โบกมือลาผู้เป็นพ่อ ขณะฉีกยิ้มกว้างก่อนหมุนตัวเข้าไปข้างในบ้าน ปล่อยให้มนต์นภากับอชิระอยู่ด้วยกันตามลำพัง“งั้นพี่ไปแล้วจริง ๆ นะครับ”“ค่ะ ๆ รีบไปเถอะเดี๋ยวก็สายหรอก” เธอถึงกับส่ายหัวไปมาอย่างเอ็นดูกับท่า
แสงแดดในยามเช้ากระทบมายังปลายเตียง นกตัวน้อยส่งเสียงร้องเบา ๆ นอกหน้าต่าง ทำให้คนที่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง ค่อย ๆ ปรือตาขึ้นด้วยอาการงัวเงีย“อื้อ” มนต์นภายันกายลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองหาคนตัวโตกับลูกชายตัวน้อย ก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำมนต์นภายืนจ้องตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ ก่อนจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องที่ผ่านเข้ามา ไม่คาดคิดเลยตัวเองจะได้กลับมาบ้านหลังนี้อีก ราวกับทุกอย่างคือความฝันใบหน้าหวานก้มมองท้องแบนราบ ยกมือเรียวลูบเบา ๆ การตั้งท้องลูกคนที่สองเกิดขึ้นเร็วมาก เกินที่เธอจินตนาการไว้เยอะทีเดียว ถึงกระนั้นมีความสุขเหลือเกินเธอแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ปรารถนาอยากสร้างครอบครัวอบอุ่น และมีคนรักเคียงข้าง“ขอบคุณที่มาหาพวกเรานะ” เอ่ยบอกกับทารกน้อยในครรภ์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มหลังจากจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จ จึงออกไปแต่งตัวและไปหาลูกกับสามี“ตื่นแล้วเหรอครับ ท่าทางจะเพลียมากเลยสินะ” เสียงทุ้มเอ่ยทักทายคนตัวเล็กพร้อมเดินไปหยุดตรงหน้าเธอ“ขอโทษที่ตื่นสายนะคะ”“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจดีว่ามนต์เหนื่อย” เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หวังให้เธอคลายความกังวล“พี่อชิกับลูกกินอะไรยั
หญิงสาวใช้เวลาทำกับข้าวสักพักใหญ่ ๆ พอเสร็จเรียบร้อยก็มากินมื้อเที่ยง โดยไม่ทันได้พูดคุยกับอชิระสักประโยค เพราะเธอค่อนข้างยุ่งกว่าจะได้คุยกันก็เป็นเวลาบ่ายแก่ ๆ เนื่องจากมนต์นภาต้องพาลูกชายเข้านอน หลังจากนั้นก็ให้ป้าแม่บ้านเลิกงานก่อนเวลา จนกระทั่งเหลือเธอกับเขาแค่สองคนท่ามกลางความเงียบในห้องโถง ต่างฝ่ายต่างไม่เปล่งคำพูดใด ทำราวกับกำลังชั่งใจถึงสิ่งที่จะพูดนับจากนี้อชิระเหลือบมองกรอบหน้าสวย เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ จากนั้นเอ่ยพูดในสิ่งที่ปรารถนา“ให้โอกาสพี่สักครั้งเถอะมนต์”“ค่ะ”“ห๊ะ” คำตอบสั้น ๆ ของคนตัวเล็ก ส่งผลให้อชิระอึ้ง ใบหน้าหล่อเหลาแหงนมองคนตรงหน้าอย่างงุนงงสุดขีด“เมื่อกี้มนต์พูดว่าไงนะครับ” ถามเสียงสั่น ๆ ด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ“เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ”ประโยคจากริมฝีปากอมชมพู ทำให้อชิระโผกอดคนตัวเล็กอย่างดีใจ“ขอบคุณนะครับ”“...” ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดจากปากนุ่ม หญิงสาวหลับตาพริ้มพร้อมยกแขนเรียวโอบกอดเขาตอบเธอคิดดีแล้วว่าหลังจากนี้จะเลิกผลักไสคนตัวโต เนื่องจากรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินกับการพยายามทำเป็นไม่รักเขา ที่สำคัญคือเธออยากให้ลูกได้รับความอบอุ่นจากคนเป็นพ่อ จึงไม่
เสียงดังเอะอะนอกห้อง ปลุกคนหลับลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย บทรักที่ผ่านมาทำมนต์นภาตื่นสายกว่าปกติ“นทีหายไปไหน” เธอเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างไว กวาดสายตามองหาลูกชายตัวน้อย ก่อนจะได้ยินเสียงจากข้างนอก ไม่รอช้าหย่อนเท้าแตะพื้นห้องและเดินไปยังปลายทาง“แม่ตื่นแล้ว” นทีเอ่ยทักผู้เป็นแม่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ทำไมนทีไม่ปลุกแม่ล่ะ” พูดพลางก้าวเท้าไปหาบุตรชายตัวน้อย ที่กำลังนั่งเล่นกับอชิระบนโซฟา“พ่อบอกว่าแม่เหนื่อย พ่อไม่ให้ปลุกครับ”“พ่อเหรอ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างงุนงง เนื่องจากเธอไม่เคยสอนให้นทีเรียกอชิระว่าพ่อ“ลุงคนนี้บอกว่าเป็นพ่อผม ผมมีพ่อใช่ไหม” นทีมองมนต์นภาตาแป๋วอย่างรอฟังคำตอบหญิงสาวชำเลืองมองคนตัวโตแวบหนึ่ง ก่อนพยักหน้าตอบรับนที ซึ่งเด็กน้อยดีใจเป็นอย่างมาก“เย้...ผมมีพ่อแล้ว”“ไว้พ่อจะมาหานทีบ่อย ๆ นะครับ” อชิระบอกกับลูกชายพร้อมอุ้มนทีเข้าสู่วงแขน“ครับ” พยักหน้ารับ“นทีหิวไหมคะ เดี๋ยวแม่ทำอะไรให้กิน” มนต์นภาเหลือบมองนาฬิกาฝาผนัง ก่อนหันไปบอกลูกชายตัวน้อย แอบรู้สึกผิดที่เวลาป่านนี้แล้ว ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องของลูกชาย“ผมกินแล้วครับ พ่อไปซื้อมาให้” คำพูดของลูกชายทำให้เธอเหลือบมองเจ้าขอ
จูบที่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน ส่งผลให้มนต์นภาอ่อนระทวยง่ายดาย ทั้งที่สมองสั่งการให้ผลักเขาออกห่าง แต่ร่างกายกลับตอบสนองเขาเป็นอย่างดี หนำซ้ำความปรารถนาเริ่มพลุ่งพล่านมากขึ้น“อื้อ” เสียงหวานครางต่ำในลำคอพร้อมหลับตาพริ้ม ก่อนจะตอบรับจูบจากเขาเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก กว่ามนต์นภาจะรู้สึกตัวอีกที ก็ตอนอชิระประคองเธอนอนลงบนโซฟา“พอเถอะค่ะ” มือเรียวยันอกแกร่ง ขณะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะไม่อยากให้เขารับรู้ความรู้สึกที่แท้จริง“ไม่” อชิระปฏิเสธเสียงแข็ง เขารวบแขนเล็กขึ้นเหนือศีรษะพร้อมประกบปากนุ่มอีกครั้งย่อมทราบดีการทำแบบนี้อาจทำให้คนตัวเล็กไม่พอใจ แต่เขาไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ เพราะต้องการคุยกับเธอเลยเลือกใช้วิธีนี้“พี่ขอโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกสักครั้งเถอะ” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด ปลายลิ้นเร่าร้อนเลียวนตรงซอกคอหอมกรุ่น ไม่วายทำรอยแดงมากมาย ราวกับต้องการตีตรา“อื้อ อ๊ะ คุณอชิระ” มือบางจิกเล็บลงบนท่อนแขนกำยำ ขณะเขาส่งนิ้วยาวเข้าในโพรงอ่อนนุ่ม ทำเอาทรมานจนแทบขาดใจ“ถ้าเจ็บก็บอกนะครับ” สิ้นเสียงพูด เขาเลื่อนตัวไปหยุดยังกึ่งกลางสาว ถกกระโปรงชุดนอนขึ้นไปกองบริเวณเอวคอดกิ่ว จัดการรูดแพ
ยามค่ำคืนปกคลุมทั่วออฟฟิศ ร่างเล็กของมนต์นภายังคงก้มหน้าก้มตาสะสางเอกสารท่ามกลางความเงียบสงัด“ในที่สุดก็เสร็จสักที” เธอบิดกายไปมาเพื่อไล่อาการเมื่อยล้าออกจากร่างกาย หลังจากเคลียร์งานชิ้นสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย“เกือบสองทุ่มแล้วเหรอ” ดวงตากลมโตเหลือบมองนาฬิกาตั้งโต๊ะ ไม่รอช้าจัดการเก็บข้าวของใส่กระเป
เมื่อเดินทางมาถึงคฤหาสน์ อชิระรีบลงจากรถและเดินไปข้างหน้า โดยไม่เหลียวหลังมองมนต์นภาสักนิดว่าจะตามมาทันหรือไม่นัยน์ตาคู่งามมองแผ่นหลังแกร่งครู่หนึ่ง จากนั้นพ่นลมหายใจยืดยาว เธอเริ่มจะชินแล้วที่เขาเป็นแบบนี้ จึงไม่รอช้ายกเท้าเดินตามไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความกลัวจะถูกเขาตำหนิเหมือนตอนอยู่ที่บ้าน“ช้า”
รุ่งเช้าวันต่อมา อชิระลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง ทันทีที่ลืมตาขึ้นก็พบกับคนตัวเล็กหลับใหลคาอ้อมแขน แรงดึงดูดบางอย่างเรียกร้องให้เขาสัมผัสแก้มนุ่มเบา ๆ ดั่งต้องมนต์สะกด“น่ารัก” เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำ โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำได้เผลอพ่นคำพูดแบบนั้นออกมาหลายนาทีผ่านไป มนต์นภาปรือต
“อื้อ” เปลือกตาบางเบิกขึ้นอย่างเชื่องช้า ขณะพลิกกายหันไปอีกด้านก็รับรู้ถึงความว่างเปล่า มนต์นภารู้ได้ทันทีเธอถูกทิ้งแล้ว เขากลับไปโดยไม่บอกกล่าวสักคำหญิงสาวยันกายลุกขึ้นนั่งด้วยความรู้สึกหน่วง ๆ แม้จะรู้ดีว่าการแต่งงานในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก ก็แค่ความผิดพลาดชั่วค่ำคืน ทว่าอย่างน้อยในฐ







