หน้าหลัก / โรแมนติก / บำเรอรักเมียตีทะเบียน / บทที่ 6 เจียมเนื้อเจียมตัว

แชร์

บทที่ 6 เจียมเนื้อเจียมตัว

ผู้เขียน: ลั่นทมสีเลือด
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-08 01:37:32

รุ่งเช้าวันต่อมา อชิระลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง ทันทีที่ลืมตาขึ้นก็พบกับคนตัวเล็กหลับใหลคาอ้อมแขน แรงดึงดูดบางอย่างเรียกร้องให้เขาสัมผัสแก้มนุ่มเบา ๆ ดั่งต้องมนต์สะกด

“น่ารัก” เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำ โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำได้เผลอพ่นคำพูดแบบนั้นออกมา

หลายนาทีผ่านไป มนต์นภาปรือตาขึ้นด้วยอาการงัวเงีย ก่อนเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เพราะใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันไม่กี่คืบทำเอาตกใจไม่น้อย จังหวะนั้นอชิระรีบเด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

“มานอนอะไรตรงนี้” เอ่ยบอกอย่างไม่สบอารมณ์

“เมื่อคืนคุณเมามาก มนต์ก็เลย...”

“ไม่ต้องพูดแล้ว ช่างมันเถอะ” เพราะเขาจำทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนได้ ฉะนั้นเลี่ยงที่จะฟัง ก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง 

“คุณอชิระคะ ข้าวเช้าจะรับเป็นอะไรดี”

“ไม่ต้อง!! อย่าหวังว่าฉันจะกินของที่มาจากเธออีก” ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“อ๋อค่ะ” พยักหน้ารับเล็กน้อย ขณะปรายตามองแผ่นหลังกว้างกำลังย่างเท้าจากไป

“เขาคงโกรธเรื่องเมื่อคืนแน่เลย” เอ่ยบอกอย่างสำนึกผิดทั้งที่พยายามบอกตัวเองไม่ให้สร้างปัญหา แต่ไม่วายดันเกิดเรื่องขึ้นอยู่ดี

หลังจากอชิระออกไปทำงานประมาณเกือบชั่วโมง ระหว่างนั้นมนต์นภายุ่งอยู่กับการทำความสะอาดบ้าน ทันใดนั้นเสียงกดออดดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ใครมากันนะ” เท้าเล็กก้าวเดินไปยังจุดมุ่งหมาย ดวงตากลมโตเบิกโพลงเมื่อปะทะกับคนตรงหน้า

“ลูกชายฉันไม่อยู่ใช่ไหม”

“คุณอชิระไปทำงานแล้ว เอ่อ เชิญเข้าด้านในก่อนค่ะ” มนต์นภาเปิดประตูให้แก่หญิงวัยกลางคน ฝ่ายนั้นมองเธอด้วยแววตาเหยียดเล็กน้อย แล้วเดินนำหน้าเข้าข้างใน

“เฮ้อ” หญิงสาวถอนหายใจเฮือกหนึ่งอย่างหนักใจ ไม่รู้เลยหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง นอกจากต้องเตรียมรับมือให้ดี

เมื่อเข้ามาถึงในบ้าน เธอนำน้ำเย็นไปเสิร์ฟให้แก่อรอนงค์ จากนั้นทิ้งตัวนั่งตรงข้ามอีกฝ่ายด้วยอาการประหม่า นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ประชันหน้ากับแม่ของเขาตามลำพัง

“อยู่ที่นี่คงจะสบายมากเลยสินะ” หญิงวัยกลางคนเปิดประเด็นทันใด จ้องเขม็งมนต์นภาอย่างกดดัน ขณะเดียวกันกวาดสายตามองรอบกายที่บรรยากาศเปลี่ยนไปจากเดิม

“ค่ะ” พยักหน้าเล็กน้อย

“ไม่แปลกหรอกที่เธอจะสบายดี ก็ได้แต่งงานกับลูกชายฉันนี่” อรอนงค์ไม่วายพูดแซะใส่มนต์นภา

“...” เธอเลือกจะไม่ตอบ นั่งนิ่ง ๆ ให้อีกฝ่ายต่อว่าอยู่อย่างนั้น ย่อมเข้าใจดีที่คนในครอบครัวของอชิระจะเกลียด เพราะพวกเขาคิดว่าเธอวางยาชายหนุ่ม

ท่าทางกับสีหน้าเศร้าของมนต์นภา ทำหญิงวัยกลางคนแอบรู้สึกผิดเล็กน้อย

“เธอนี่มันน่ารำคาญจริง ๆ”

“ขอโทษค่ะ” เอ่ยบอกเสียงแผ่ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกได้ยินประโยคนั้นจากปากคนอื่น หลายคนมักจะต่อว่าเธอเช่นนั้นเสมอ โดยเฉพาะแม่ คงเพราะเธอเป็นแบบนี้แหละทั้งพ่อและแม่ถึงไม่รัก

“เลิกทำหน้าแบบนั้นสักที เห็นแล้วมันน่าหงุดหงิด”

“ขอโทษค่ะ”

“จะขอโทษอะไรนักหนา ทีหลังถ้าไม่ผิดก็ไม่ต้องพูดออกมาง่าย ๆ เข้าใจไหม” ทำได้แค่คิดในใจอีกฝ่ายเติบโตมายังไงกันแน่ ทั้งดูขี้กลัวและประหม่าตลอดเวลา แถมยังยอมให้คนอื่นรังแกง่าย ๆ

“เอ่อ ค่ะ” พยักหน้าหงึก ๆ

“งั้นออกไปซื้อของกันเถอะ”

“ซื้อของเหรอคะ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างงุนงง แววตาที่มองหญิงวัยกลางคนเต็มไปด้วยความสงสัย คาดไม่ถึงอรอนงค์จะพ่นประโยคนั้นออกมา

“ออกไปจ่ายตลาดไง ไม่ได้ทำอาหารให้อชิกินเหรอ”

“คุณอชิระไม่กินอาหารฝีมือมนต์”

“เขาอาจจะไม่กินวันนี้ พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้อาจจะกินก็ได้ เธอเป็นเมียลูกชายฉันแล้วก็หัดเรียนรู้ด้วยสิ”

“ค่ะ” ตอบรับเสียงดังฟังชัด เธอส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่าย ถึงอรอนงค์จะไม่ค่อยชอบเธอ ทว่ากลับสัมผัสได้ว่าท่านเป็นคนดีและไม่ได้ใจร้ายนัก

ตลอดทั้งวันมนต์นภาเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ชายหนุ่มชอบ โดยอรอนงค์พาเธอไปซื้อของสดและอื่น ๆ อีกมากมาย

หญิงวัยกลางคนได้เห็นอีกหลายด้านของลูกสะใภ้ ทำให้รู้ว่ามนต์นภาไม่ได้มีนิสัยร้ายกาจเหมือนนวลนิจ แต่กลับกันเป็นเด็กจิตใจอ่อนโยน จนบางครั้งดูหัวอ่อน ยอมคนง่ายเกินไป

“วันนี้พอแค่นี้แหละ ฉันจะกลับแล้ว”

“เอ่อ คุณหญิงไม่กินมื้อเย็นที่นี่เหรอคะ” มนต์นภารีบเอ่ยรั้งอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่ากำลังจะก้าวเดินออกจากห้องครัว

“ไม่ละ ฉันต้องกลับไปกินข้าวเย็นกับสามี”

“ค่ะ” ใบหน้าหวานพยักเล็กน้อยอย่างเข้าใจ

“ว่าแต่ทำไมถึงเรียกฉันว่าคุณหญิง” เธออยากถามมนต์นภาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว แต่เพิ่งมีโอกาส

“เอ่อ มนต์คิดว่าแบบนี้ดีแล้วค่ะ” ก็เธอไม่ใช่ภรรยาที่อชิระต้องการสักหน่อย การเรียกแบบนี้ถือว่าเหมาะสมที่สุด

“ช่างเถอะ จะเรียกอะไรก็แล้วแต่”

“มนต์ขอบคุณมากนะคะสำหรับวันนี้” ว่าแล้ว ยกมือไหว้คนตรงหน้าอย่างซาบซึ้งในน้ำใจ

“อืม” ตอบรับสั้น ๆ ในลำคอ ก่อนหันหลังเดินออกไปพลางไม่วายพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง “ก็เป็นเด็กดีนี่น่า”

หลังจากอรอนงค์กลับไปไม่ถึงชั่วโมง เสียงรถคันหรูของอชิระแล่นเข้ามาจอดในรั้วบ้านพอดี เธอรีบวิ่งไปต้อนรับอีกคนทันทีด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“กลับมาแล้วเหรอ”

“เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ ยังจะถามอีก” พูดจบก็ยกเท้าเดินผ่านหน้ามนต์นภา

“คุณอชิระคะ กินข้าวเย็นไหม มนต์ทำอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว” ตะโกนไล่หลังคนตัวโต

“ฉันบอกไปแล้วนี่ จะไม่กินอาหารฝีมือเธอ” เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“แต่อาหารพวกนั้นมนต์ไม่ได้ทำคนเดียวนะคะ คุณหญิงมาช่วยทำด้วย”

“หมายถึงคุณแม่มาที่นี่เหรอ” หันขวับมองคนตัวเล็ก

“ค่ะ”

“มาทำไม” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย ขณะจ้องร่างบอบบาง

“ไม่รู้ว่ามาทำไม แต่วันนี้ท่านสอนอะไรหลายอย่างให้มนต์เยอะเลย”

“งั้นเหรอ” เอ่ยบอกอย่างไม่แยแสและเดินขึ้นบันได

“ข้าวเย็นล่ะ” เมื่อเห็นอีกคนกำลังจะเดินลับหาย ไม่วายตะโกนถามอีกครั้ง

“ก็บอกว่าไม่กินไง น่ารำคาญชะมัด”

“เฮ้อ...มนต์คงน่ารำคาญจริง ๆ นั่นแหละ” ไม่ว่าจะทำอะไรก็มักจะถูกคนตัวโตตำหนิเสมอ ลึก ๆ เธอแอบท้อใจเหมือนกัน

ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองยังคงไม่ราบรื่นเหมือนเดิม แม้ว่าจะผ่านมาแล้วเกือบสองสัปดาห์ ชายหนุ่มยังคงใจร้ายและทำตัวเย็นชาใส่มนต์นภา

“เร็ว ๆ สิ”

“มาแล้วค่ะ” เอ่ยบอกเสียงดัง ขณะวิ่งมาหาคนตัวโตที่รถคันหรู วันนี้ทั้งสองคนต้องไปรับประทานอาหารเย็นที่คฤหาสน์ เนื่องจากน้องสาวของอชิระเดินทางกลับจากต่างประเทศ จึงอยากแนะนำให้รู้จัก

“ช้าชะมัด! ถ้าไม่ใช่เพราะยัยแพงอยากเจอเธอ ฉันคงไม่พาไปด้วยหรอก”

“ขอโทษค่ะ” เอ่ยบอกเสียงแผ่ว ก้มหน้างุดมองพื้นอย่างสำนึกผิด

“น่าหงุดหงิดชะมัด เห็นกี่ทีก็ทำให้อารมณ์เสียทุกครั้ง” ว่าแล้วก็เดินไปขึ้นรถ โดยทิ้งมนต์นภาไว้ตรงนั้น

“ผิดตลอดเลย” เอ่ยบอกเสียงแผ่วด้วยความรู้สึกเจ็บจี๊ด

“แล้วจะยืนตรงนั้นอีกนานไหม ต้องให้ฉันลงไปเปิดประตูรถให้เธอเหรอ” ชายหนุ่มลดกระจกลงมา ก่อนต่อว่ามนต์นภาอย่างหัวเสีย

“...” หญิงสาวไม่ได้ตอบโต้ เธอเปิดประตูรถและขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับ

“ไม่รู้จะอยากเจอทำไม” อชิระบ่นอุบอิบ ซึ่งคนหูดีอย่างมนต์นภาได้ยินชัดเจน เธอเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น พยายามข่มความรู้สึกไว้ในใจ วินาทีนี้รู้สึกอยากจะร้องไห้เหลือเกิน ทว่าทำได้แค่กะพริบตาถี่ ๆ เพื่อสั่งน้ำตาไม่ให้ไหล

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 30 บทส่งท้าย 18+

    เสียงคลื่นกระทบเข้าหาดทราย ทำคนกำลังยืนชมวิวรู้สึกผ่อนคลายเหลือเกิน หลายปีแล้วที่เธอยังคงใช้ชีวิตร่วมกับอชิระอย่างมีความสุขแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานหลายปี แต่สำหรับมนต์นภารู้สึกว่าทุกอย่างเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง“นี่เรากับพี่อชิเดินทางมาถึงขนาดนี้เลยเหรอ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนหมุนตัวไปมองลูกทั้งสอง ที่กำลังก่อทรายสร้างปราสาท“ท่าทางสนุกเชียว” เธอยืนมองลูกอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เข้าไปรบกวน ปล่อยให้เด็ก ๆ เล่นกันอย่างเพลิดเพลินไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ที่มนต์นภายังคงยืนมองดูบรรยากาศรอบกายพร้อมฟังเสียงคลื่น“ยืนทำอะไรคนเดียวตั้งนานครับ” กายแกร่งของอชิระเดินมาสวมกอดจากด้านหลัง ก่อนจะกดจูบแก้มนุ่มหนัก ๆ“ทำอะไรคะเนี่ย เดี๋ยวลูกก็เห็นหรอก” ว่าแล้ว เหลือบมองลูกทั้งสองที่ยังคงสนุกกับการเล่นเหมือนเดิม“ไม่หรอกครับ”“นานแล้วนะคะเราอยู่อย่างนี้” เอ่ยบอกพลางมองคลื่นน้ำทะเลตรงหน้า“นั่นสิ นานแล้วนะที่เรายังอยู่ด้วยกันแบบนี้ พี่ขอบคุณมนต์จริง ๆ นะ”ถ้าหากในอดีตเธอไม่ยอมยกโทษให้เขา แทบไม่อยากจินตนาการเลยชีวิตของเขาจะเป็นยังไง ต้องขอบคุณเธอจริง ๆ ที่ยอมเลือกเขาอีกครั้

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 29 ดูแลอย่างดี

    เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือน นับตั้งแต่มนต์นภาย้ายกลับมาอยู่กับอชิระ มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นมากมาย ชายหนุ่มดูแลและเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี ทำเอาเธอมีความสุขมากจนแทบล้นในทุกวันตอนเช้า หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย มนต์นภากับนทีจะเดินไปส่งอชิระที่หน้าบ้านเป็นประจำ ซึ่งเป็นภาพที่อบอุ่นยิ่งนัก“ตั้งใจทำงานนะคะ”“ทำไงดีล่ะ พี่ไม่อยากไปทำงานเลย”“เอาอีกแล้วนะคะ” หญิงสาวถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เธอเริ่มจะชินกับท่าทางของอีกฝ่ายแล้ว ก่อนไปทำงานเขามักจะงอแงประจำ“ก็พี่ไม่อยากห่างจากมนต์นี่ครับ”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนเย็นเดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว” มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสแก้มสาก ราวกับต้องการส่งความอบอุ่นให้แก่เขา บ่งบอกให้รับรู้ว่าเธออยู่ตรงนี้เสมอและรอคอยตลอด“พี่จะรีบกลับมานะครับ”“ค่ะ” พยักหน้าเล็กน้อยพร้อมส่งยิ้มอ่อน ๆ“พ่อไปก่อนนะนที” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปลูบหัวเล็ก ๆ ด้วยความรัก“บ๊ายบาย” มือเล็ก ๆ โบกมือลาผู้เป็นพ่อ ขณะฉีกยิ้มกว้างก่อนหมุนตัวเข้าไปข้างในบ้าน ปล่อยให้มนต์นภากับอชิระอยู่ด้วยกันตามลำพัง“งั้นพี่ไปแล้วจริง ๆ นะครับ”“ค่ะ ๆ รีบไปเถอะเดี๋ยวก็สายหรอก” เธอถึงกับส่ายหัวไปมาอย่างเอ็นดูกับท่า

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 28 ไม่อยากติดค้าง

    แสงแดดในยามเช้ากระทบมายังปลายเตียง นกตัวน้อยส่งเสียงร้องเบา ๆ นอกหน้าต่าง ทำให้คนที่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง ค่อย ๆ ปรือตาขึ้นด้วยอาการงัวเงีย“อื้อ” มนต์นภายันกายลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองหาคนตัวโตกับลูกชายตัวน้อย ก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำมนต์นภายืนจ้องตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ ก่อนจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องที่ผ่านเข้ามา ไม่คาดคิดเลยตัวเองจะได้กลับมาบ้านหลังนี้อีก ราวกับทุกอย่างคือความฝันใบหน้าหวานก้มมองท้องแบนราบ ยกมือเรียวลูบเบา ๆ การตั้งท้องลูกคนที่สองเกิดขึ้นเร็วมาก เกินที่เธอจินตนาการไว้เยอะทีเดียว ถึงกระนั้นมีความสุขเหลือเกินเธอแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ปรารถนาอยากสร้างครอบครัวอบอุ่น และมีคนรักเคียงข้าง“ขอบคุณที่มาหาพวกเรานะ” เอ่ยบอกกับทารกน้อยในครรภ์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มหลังจากจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จ จึงออกไปแต่งตัวและไปหาลูกกับสามี“ตื่นแล้วเหรอครับ ท่าทางจะเพลียมากเลยสินะ” เสียงทุ้มเอ่ยทักทายคนตัวเล็กพร้อมเดินไปหยุดตรงหน้าเธอ“ขอโทษที่ตื่นสายนะคะ”“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจดีว่ามนต์เหนื่อย” เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หวังให้เธอคลายความกังวล“พี่อชิกับลูกกินอะไรยั

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 27 ให้โอกาส

    หญิงสาวใช้เวลาทำกับข้าวสักพักใหญ่ ๆ พอเสร็จเรียบร้อยก็มากินมื้อเที่ยง โดยไม่ทันได้พูดคุยกับอชิระสักประโยค เพราะเธอค่อนข้างยุ่งกว่าจะได้คุยกันก็เป็นเวลาบ่ายแก่ ๆ เนื่องจากมนต์นภาต้องพาลูกชายเข้านอน หลังจากนั้นก็ให้ป้าแม่บ้านเลิกงานก่อนเวลา จนกระทั่งเหลือเธอกับเขาแค่สองคนท่ามกลางความเงียบในห้องโถง ต่างฝ่ายต่างไม่เปล่งคำพูดใด ทำราวกับกำลังชั่งใจถึงสิ่งที่จะพูดนับจากนี้อชิระเหลือบมองกรอบหน้าสวย เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ จากนั้นเอ่ยพูดในสิ่งที่ปรารถนา“ให้โอกาสพี่สักครั้งเถอะมนต์”“ค่ะ”“ห๊ะ” คำตอบสั้น ๆ ของคนตัวเล็ก ส่งผลให้อชิระอึ้ง ใบหน้าหล่อเหลาแหงนมองคนตรงหน้าอย่างงุนงงสุดขีด“เมื่อกี้มนต์พูดว่าไงนะครับ” ถามเสียงสั่น ๆ ด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ“เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ”ประโยคจากริมฝีปากอมชมพู ทำให้อชิระโผกอดคนตัวเล็กอย่างดีใจ“ขอบคุณนะครับ”“...” ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดจากปากนุ่ม หญิงสาวหลับตาพริ้มพร้อมยกแขนเรียวโอบกอดเขาตอบเธอคิดดีแล้วว่าหลังจากนี้จะเลิกผลักไสคนตัวโต เนื่องจากรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินกับการพยายามทำเป็นไม่รักเขา ที่สำคัญคือเธออยากให้ลูกได้รับความอบอุ่นจากคนเป็นพ่อ จึงไม่

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 26 คนขี้น้อยใจ

    เสียงดังเอะอะนอกห้อง ปลุกคนหลับลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย บทรักที่ผ่านมาทำมนต์นภาตื่นสายกว่าปกติ“นทีหายไปไหน” เธอเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างไว กวาดสายตามองหาลูกชายตัวน้อย ก่อนจะได้ยินเสียงจากข้างนอก ไม่รอช้าหย่อนเท้าแตะพื้นห้องและเดินไปยังปลายทาง“แม่ตื่นแล้ว” นทีเอ่ยทักผู้เป็นแม่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ทำไมนทีไม่ปลุกแม่ล่ะ” พูดพลางก้าวเท้าไปหาบุตรชายตัวน้อย ที่กำลังนั่งเล่นกับอชิระบนโซฟา“พ่อบอกว่าแม่เหนื่อย พ่อไม่ให้ปลุกครับ”“พ่อเหรอ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างงุนงง เนื่องจากเธอไม่เคยสอนให้นทีเรียกอชิระว่าพ่อ“ลุงคนนี้บอกว่าเป็นพ่อผม ผมมีพ่อใช่ไหม” นทีมองมนต์นภาตาแป๋วอย่างรอฟังคำตอบหญิงสาวชำเลืองมองคนตัวโตแวบหนึ่ง ก่อนพยักหน้าตอบรับนที ซึ่งเด็กน้อยดีใจเป็นอย่างมาก“เย้...ผมมีพ่อแล้ว”“ไว้พ่อจะมาหานทีบ่อย ๆ นะครับ” อชิระบอกกับลูกชายพร้อมอุ้มนทีเข้าสู่วงแขน“ครับ” พยักหน้ารับ“นทีหิวไหมคะ เดี๋ยวแม่ทำอะไรให้กิน” มนต์นภาเหลือบมองนาฬิกาฝาผนัง ก่อนหันไปบอกลูกชายตัวน้อย แอบรู้สึกผิดที่เวลาป่านนี้แล้ว ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องของลูกชาย“ผมกินแล้วครับ พ่อไปซื้อมาให้” คำพูดของลูกชายทำให้เธอเหลือบมองเจ้าขอ

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 25 เผลอใจ 18+

    จูบที่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน ส่งผลให้มนต์นภาอ่อนระทวยง่ายดาย ทั้งที่สมองสั่งการให้ผลักเขาออกห่าง แต่ร่างกายกลับตอบสนองเขาเป็นอย่างดี หนำซ้ำความปรารถนาเริ่มพลุ่งพล่านมากขึ้น“อื้อ” เสียงหวานครางต่ำในลำคอพร้อมหลับตาพริ้ม ก่อนจะตอบรับจูบจากเขาเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก กว่ามนต์นภาจะรู้สึกตัวอีกที ก็ตอนอชิระประคองเธอนอนลงบนโซฟา“พอเถอะค่ะ” มือเรียวยันอกแกร่ง ขณะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะไม่อยากให้เขารับรู้ความรู้สึกที่แท้จริง“ไม่” อชิระปฏิเสธเสียงแข็ง เขารวบแขนเล็กขึ้นเหนือศีรษะพร้อมประกบปากนุ่มอีกครั้งย่อมทราบดีการทำแบบนี้อาจทำให้คนตัวเล็กไม่พอใจ แต่เขาไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ เพราะต้องการคุยกับเธอเลยเลือกใช้วิธีนี้“พี่ขอโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกสักครั้งเถอะ” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด ปลายลิ้นเร่าร้อนเลียวนตรงซอกคอหอมกรุ่น ไม่วายทำรอยแดงมากมาย ราวกับต้องการตีตรา“อื้อ อ๊ะ คุณอชิระ” มือบางจิกเล็บลงบนท่อนแขนกำยำ ขณะเขาส่งนิ้วยาวเข้าในโพรงอ่อนนุ่ม ทำเอาทรมานจนแทบขาดใจ“ถ้าเจ็บก็บอกนะครับ” สิ้นเสียงพูด เขาเลื่อนตัวไปหยุดยังกึ่งกลางสาว ถกกระโปรงชุดนอนขึ้นไปกองบริเวณเอวคอดกิ่ว จัดการรูดแพ

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 12 อันตราย

    ยามค่ำคืนปกคลุมทั่วออฟฟิศ ร่างเล็กของมนต์นภายังคงก้มหน้าก้มตาสะสางเอกสารท่ามกลางความเงียบสงัด“ในที่สุดก็เสร็จสักที” เธอบิดกายไปมาเพื่อไล่อาการเมื่อยล้าออกจากร่างกาย หลังจากเคลียร์งานชิ้นสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย“เกือบสองทุ่มแล้วเหรอ” ดวงตากลมโตเหลือบมองนาฬิกาตั้งโต๊ะ ไม่รอช้าจัดการเก็บข้าวของใส่กระเป

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 8 อารมณ์พลุ่งพล่าน 18+

    เสียงเพลงดังสนั่นออกจากลำโพงขนาดใหญ่ ผู้คนโยกเอวตามจังหวะอย่างเมามัน ขณะเดียวกันมนต์นภานั่งนิ่ง ไม่มีท่าทีจะลุกขึ้นออกไปเต้นเหมือนพะแพง ที่ตอนนี้กำลังสนุกสุดเหวี่ยง“ท่าทางจะสนุกมาก” เผยยิ้มเล็กน้อยขณะมองดูเพื่อน“มาคนเดียวเหรอครับ” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น เธอหันขวับมองอย่างงุนงง“ใครเหรอ”“ผมอยา

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 7 ความอึดอัด

    เมื่อเดินทางมาถึงคฤหาสน์ อชิระรีบลงจากรถและเดินไปข้างหน้า โดยไม่เหลียวหลังมองมนต์นภาสักนิดว่าจะตามมาทันหรือไม่นัยน์ตาคู่งามมองแผ่นหลังแกร่งครู่หนึ่ง จากนั้นพ่นลมหายใจยืดยาว เธอเริ่มจะชินแล้วที่เขาเป็นแบบนี้ จึงไม่รอช้ายกเท้าเดินตามไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความกลัวจะถูกเขาตำหนิเหมือนตอนอยู่ที่บ้าน“ช้า”

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 5 ผู้ชายเย็นชา

    “อื้อ” เปลือกตาบางเบิกขึ้นอย่างเชื่องช้า ขณะพลิกกายหันไปอีกด้านก็รับรู้ถึงความว่างเปล่า มนต์นภารู้ได้ทันทีเธอถูกทิ้งแล้ว เขากลับไปโดยไม่บอกกล่าวสักคำหญิงสาวยันกายลุกขึ้นนั่งด้วยความรู้สึกหน่วง ๆ แม้จะรู้ดีว่าการแต่งงานในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก ก็แค่ความผิดพลาดชั่วค่ำคืน ทว่าอย่างน้อยในฐ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status