Mag-log inเมื่อเดินทางมาถึงคฤหาสน์ อชิระรีบลงจากรถและเดินไปข้างหน้า โดยไม่เหลียวหลังมองมนต์นภาสักนิดว่าจะตามมาทันหรือไม่
นัยน์ตาคู่งามมองแผ่นหลังแกร่งครู่หนึ่ง จากนั้นพ่นลมหายใจยืดยาว เธอเริ่มจะชินแล้วที่เขาเป็นแบบนี้ จึงไม่รอช้ายกเท้าเดินตามไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความกลัวจะถูกเขาตำหนิเหมือนตอนอยู่ที่บ้าน
“ช้า” เมื่อเดินไปหยุดข้างคนตัวโต ไม่วายถูกเขาต่อว่าอยู่ดี
“ขอโทษค่ะ” เอ่ยพูดเสียงแผ่วขณะก้มหน้างุดมองพื้น มือเรียวทั้งสองข้างประสานเข้าหากันอย่างประหม่า
“นี่เหรอผู้หญิงที่พี่แต่งงานด้วย”
เสียงของบุคคลที่สามดังขึ้น ส่งผลให้มนต์นภาแหงนหน้ามอง ก่อนหยุดชะงักกับความสวยของคนตรงหน้า ซึ่งใครที่ได้เห็นก็ต้องรู้สึกเช่นเดียวกับเธอ
“อืม” อชิระเหลือบมองคนข้างกายพลางตอบรับสั้น ๆ ในลำคอ
“ท่าทางไม่น่าจะวางยาพี่ได้เลย อย่างว่าแหละคนเราดูแค่หน้าตาไม่ได้หรอก”
คำพูดของพะแพง ทำเอามนต์นภารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เธอยืนตัวแข็งทื่อด้วยความรู้สึกช็อก คาดไม่ถึงอีกคนจะพูดตรง ๆ ให้ได้ยิน
“เข้าบ้านกันเถอะ” อชิระตัดบทพร้อมเดินไปกับน้องสาว
“ไม่มีใครต้อนรับเราเลยจริง ๆ” เอ่ยบอกด้วยความรู้สึกปวดหนึบ หญิงสาวพยายามบอกตัวเองให้เข้มแข็ง ไม่รอช้าตามคนทั้งสองไปยังจุดหมายปลายทาง
ขณะรับประทานอาหารมื้อเย็น ท่ามกลางความสนุกสนานของคนในครอบครัว กลับมีเพียงมนต์นภารู้สึกโดดเดี่ยวเพียงคนเดียว เธอนั่งกินข้าวอย่างเงียบ ๆ ไม่สนทนากับใคร
“หนูมนต์กินเยอะ ๆ นะ” เสียงแสนอบอุ่นของชายวัยกลางคน ทำให้เธอเงยหน้ามองคนที่อยู่หัวโต๊ะ
“ค่ะ” ส่งยิ้มอ่อนพลางพยักหน้ารับ เป็นครั้งแรกที่ได้รับการปฏิบัติอย่างอ่อนโยน
“นั่นสิ! กินให้มันเยอะ ๆ หน่อย กินข้าวยังกะแมวดม ผอมแบบนั้นจะเอาแรงที่ไหนทำงาน” อรอนงค์เสริมขึ้น แม้น้ำเสียงที่ใช้พูดกับหญิงสาวฟังดูไม่ค่อยสบอารมณ์ แต่เธอสัมผัสได้ถึงความห่วงใยของฝ่ายนั้น
“เรียกร้องความสนใจ” อชิระเอ่ยบอกเสียงแผ่วให้ได้ยินแค่สองคน
“ขอโทษค่ะ” มนต์นภากินข้าวต่อ พยายามทำเป็นไม่สนใจคนข้างกาย
อาหารมื้อเย็นผ่านไปอย่างราบรื่น ถึงช่วงแรก ๆ หญิงสาวจะรู้สึกอึดอัดไปบ้าง ทว่าตอนท้ายทุกคนพยายามชวนเธอคุย โดยเฉพาะพะแพงที่ครั้งแรกทำเหมือนไม่ชอบกัน แต่สักพักดันชวนคุยอย่างสนิทสนม
“พรุ่งนี้อยู่บ้านไหม”
“ทำงาน” อชิระตอบน้องสาวสั้น ๆ
หลังพวกเขารับประทานอาหารเสร็จ ก็เตรียมตัวจะกลับบ้าน พะแพงจึงเดินมาส่งคนทั้งคู่ที่ลานจอดรถ
“แพงไม่ได้ถามพี่ แพงหมายถึงมนต์ต่างหาก” เธอบุ้ยปากไปทางมนต์นภา
“มนต์เหรอคะ” นิ้วเรียวชี้เข้าหาตัวเองอย่างงุนงง
“อืม พรุ่งนี้อยู่ไหม”
“อยู่ค่ะ”
“พรุ่งนี้ไปหานะ แล้วเจอกันล่ะ เดินทางกลับอย่างปลอดภัยนะพี่” พะแพงโบกมือลาพี่ชายเสร็จ เธอรีบหมุนตัวเดินเข้าข้างในอย่างอารมณ์ดี อชิระเหลือบมองภรรยาข้างกายซึ่งไม่ได้เปล่งประโยคใด ก่อนไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับ
นัยน์ตาคู่งามเหลือบมองคนตัวโตอย่างโล่งอก คราแรกนึกว่าจะโดนด่าแล้วซะอีก
“โชคดีไปนะมนต์” คนตัวเล็กพึมพำกับตัวเองเบา ๆ แล้วรีบเปิดประตูขึ้นรถ เพราะขืนช้ากว่านี้อาจจะโดนด่าจริง ๆ
เมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้าน ต่างคนต่างแยกย้ายกลับห้องของตนเอง ซึ่งความเหนื่อยล้าทำให้มนต์นภาหลับทันที
วันต่อมา หลังจากอชิระออกไปทำงานได้ไม่นาน อยู่ ๆ เสียงออดดังขึ้น คนกำลังวุ่นวายกับงานบ้านถึงขั้นชะงัก
“ใครมากันนะ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างฉงน ก่อนนึกบางอย่างขึ้นได้และรีบย่างเท้าตรงไปที่ประตูรั้ว “คุณแพง”
“มาหาตามสัญญาแล้ว” เอ่ยบอกด้วยท่าทางสดใส
“เชิญเข้ามาข้างในก่อนค่ะ” ว่าแล้ว มนต์นภาเปิดประตูรั้วให้คนตรงหน้า ก่อนทั้งสองจะตรงไปยังห้องโถง
“รอแป๊บหนึ่งนะคะ เดี๋ยวมนต์ไปเอาน้ำมาให้”
“ไม่ต้อง” พะแพงคว้าข้อมือของอีกฝ่าย
“คะ”
“ไม่ต้องลำบากหรอก นั่งสิ”
มนต์นภายอมทำตามคำพูดของอีกคนอย่างว่าง่าย เธอนั่งก้มหน้าไม่สบสายตาของพะแพง ด้วยความกลัวจะถูกฝ่ายนั้นต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง
“ที่นี่ไม่มีแม่บ้านเหรอ เธอดูแลบ้านคนเดียวเหรอ” กวาดสายตามองรอบกายก่อนดึงสายตามองมนต์นภา
“ค่ะ” พยักหน้ารับเล็กน้อย
“คุยกับฉันแบบปกติเถอะ” พะแพงชำเลืองมองคนตรงหน้า ท่าทางของอีกคนทำให้รับรู้ได้ว่า มนต์นภามีนิสัยอย่างไรและไม่น่าจะใช่คนที่เลวร้าย อีกอย่างตัวเองรู้สึกถูกชะตากับคนตรงหน้ามาก จนถึงขั้นอยากเป็นเพื่อน
“ค่ะ”
“พูดสุภาพอีกแล้ว เรียกฉันว่าแพงเถอะถึงฉันจะอายุมากกว่าเธอหนึ่งปีแต่ไม่ต้องเรียกพี่หรอก เข้าใจใช่ไหม”
“อืม”
“งั้นหลังจากนี้เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ”
“เพื่อนเหรอ” มนต์นภาเอ่ยขึ้นเบา ๆ คาดไม่ถึงอีกคนจะอยากเป็นเพื่อนกับตนเอง ทั้งที่เธอทำให้อชิระตกที่นั่งลำบาก
“คุณ เอ่อ แพงไม่เกลียดมนต์เหรอ ทั้งที่มนต์เป็นคนวางยาคุณอชิระจนได้แต่งงานกัน” ถึงจะเป็นความเข้าใจผิดก็ตาม
“ฉันว่าไม่ใช่ฝีมือเธอ ฉันเข้าใจถูกใช่ไหม” จ้องมนต์นภาอย่างกดดัน
“อืม” พยักหน้าหงึก ๆ ก่อนเธอจะยอมเล่าเรื่องราวในคืนนั้นให้พะแพงรับฟังอย่างไม่ปิดบัง เพราะการมีคนรับฟังทำเอารู้สึกดียิ่งนัก
“อย่างนี้นี่เอง” พะแพงพึมพำเบา ๆ ก่อนดึงสายตามองคนตรงหน้า วินาทีนี้รู้สึกสงสารอีกคนอย่างจับใจ
แม้จะไม่ใช่ความผิดของคนตรงหน้า ทว่าคนอย่างพี่ชายถ้าได้เกลียดแล้ว ไม่ว่าเหตุผลอะไรก็ไม่สามารถหักล้างกันได้ เพราะสาเหตุที่เขาเกลียดมนต์นภาจริง ๆ คือการแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก
“เอาเป็นว่าหลังจากนี้ ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาปรึกษากันได้ ฉันยินดีรับฟัง”
“ขอบคุณค่ะ” ส่งยิ้มอ่อนให้แก่พะแพง
นับตั้งแต่วันนั้น พะแพงมักจะแวะเวียนมาหามนต์นภาเป็นประจำ ทั้งคู่มักจะออกไปช้อปปิ้งและกินของอร่อยด้วยกัน นั่นยิ่งทำให้ทั้งสองคนสนิทกันมากขึ้นกว่าเดิม
ในคืนหนึ่งช่วงเวลาสองทุ่ม เธอต้องอยู่คนเดียวตามลำพัง เพราะอชิระออกไปเที่ยวสร้างสรรค์กับเพื่อน ขณะกำลังจะเดินขึ้นไปชั้นบน อยู่ ๆ เสียงออดดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จึงรีบวิ่งไปยังที่หมายทันใด
“แพงมาที่นี่ได้ไง” เธอเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ก่อนกวาดสายตามองคนตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ซึ่งแต่งกายด้วยชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำ “จะไปไหน”
“เที่ยวไนต์คลับกัน”
“ไนต์คลับเหรอ” คิ้วโก่งสวยเลิกขึ้น เธอไม่เคยเที่ยวกลางคืนมาก่อนจึงรู้สึกแปลก ๆ
“เปิดประตูให้ฉันเข้าไปเร็ว ฉันจะเข้าไปแต่งตัวให้มนต์”
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากพะแพงเข้ามาอยู่ในบ้าน ไม่รอช้าเปลี่ยนลุคการแต่งตัวให้มนต์นภาใหม่ จากสาวเรียบร้อยกลายเป็นสาวแซ่บภายในชั่วพริบตา
“สวยใช่ไหม”
“แบบนี้มันแปลก ๆ” มนต์นภามองตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ ซึ่งการแต่งกายครั้งนี้ต่างจากเดิมมาก
ชุดที่สวมใส่เป็นชุดเดรสสีดำคล้ายของพะแพง ทว่าชุดของเธอค่อนข้างโชว์แผ่นหลังมากกว่า
“แบบนี้แหละสวย ไม่แปลกเลยสักนิด”
“งั้นเหรอ” เธอรู้สึกกังวลเพราะเป็นชุดที่ไม่เคยใส่มาก่อน
“มนต์ไปเที่ยวกันเถอะ พี่ก็ไม่อยู่ใช่ไหม”
“อืม” พยักหน้ารับเล็กน้อย
“พี่เขาไม่ได้ห้ามใช่ไหม เรื่องที่จะเที่ยวหรือจะทำอะไรทำนองนี้”
“ไม่เลย” มนต์นภาส่ายหัวไปมาเล็กน้อย ความจริงเขาไม่สนใจด้วยซ้ำเธอจะเป็นยังไง
“งั้นไปกันเถอะ” พะแพงไม่รอฟังคำตอบจากมนต์นภา เธอจูงข้อมืออีกฝ่ายไปขึ้นรถและขับไปยังที่หมายอย่างไว
เมื่อมาถึงไนต์คลับ พะแพงจูงข้อมือมนต์นภาเข้าไปด้านใน เสียงเพลงดังตึ๊บ ๆ ทำเอาคนเพิ่งมาครั้งแรกไม่ค่อยชิน ก่อนทั้งสองจะเดินไปนั่งมุมหนึ่ง
มนต์นภาไม่อาจรับรู้เลย ขณะนี้มีสายตาคู่หนึ่งจ้องเขม็งอย่างไม่สบอารมณ์
“มาเที่ยวไนต์คลับงั้นเหรอ”
เสียงคลื่นกระทบเข้าหาดทราย ทำคนกำลังยืนชมวิวรู้สึกผ่อนคลายเหลือเกิน หลายปีแล้วที่เธอยังคงใช้ชีวิตร่วมกับอชิระอย่างมีความสุขแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานหลายปี แต่สำหรับมนต์นภารู้สึกว่าทุกอย่างเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง“นี่เรากับพี่อชิเดินทางมาถึงขนาดนี้เลยเหรอ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนหมุนตัวไปมองลูกทั้งสอง ที่กำลังก่อทรายสร้างปราสาท“ท่าทางสนุกเชียว” เธอยืนมองลูกอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เข้าไปรบกวน ปล่อยให้เด็ก ๆ เล่นกันอย่างเพลิดเพลินไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ที่มนต์นภายังคงยืนมองดูบรรยากาศรอบกายพร้อมฟังเสียงคลื่น“ยืนทำอะไรคนเดียวตั้งนานครับ” กายแกร่งของอชิระเดินมาสวมกอดจากด้านหลัง ก่อนจะกดจูบแก้มนุ่มหนัก ๆ“ทำอะไรคะเนี่ย เดี๋ยวลูกก็เห็นหรอก” ว่าแล้ว เหลือบมองลูกทั้งสองที่ยังคงสนุกกับการเล่นเหมือนเดิม“ไม่หรอกครับ”“นานแล้วนะคะเราอยู่อย่างนี้” เอ่ยบอกพลางมองคลื่นน้ำทะเลตรงหน้า“นั่นสิ นานแล้วนะที่เรายังอยู่ด้วยกันแบบนี้ พี่ขอบคุณมนต์จริง ๆ นะ”ถ้าหากในอดีตเธอไม่ยอมยกโทษให้เขา แทบไม่อยากจินตนาการเลยชีวิตของเขาจะเป็นยังไง ต้องขอบคุณเธอจริง ๆ ที่ยอมเลือกเขาอีกครั้
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือน นับตั้งแต่มนต์นภาย้ายกลับมาอยู่กับอชิระ มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นมากมาย ชายหนุ่มดูแลและเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี ทำเอาเธอมีความสุขมากจนแทบล้นในทุกวันตอนเช้า หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย มนต์นภากับนทีจะเดินไปส่งอชิระที่หน้าบ้านเป็นประจำ ซึ่งเป็นภาพที่อบอุ่นยิ่งนัก“ตั้งใจทำงานนะคะ”“ทำไงดีล่ะ พี่ไม่อยากไปทำงานเลย”“เอาอีกแล้วนะคะ” หญิงสาวถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เธอเริ่มจะชินกับท่าทางของอีกฝ่ายแล้ว ก่อนไปทำงานเขามักจะงอแงประจำ“ก็พี่ไม่อยากห่างจากมนต์นี่ครับ”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนเย็นเดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว” มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสแก้มสาก ราวกับต้องการส่งความอบอุ่นให้แก่เขา บ่งบอกให้รับรู้ว่าเธออยู่ตรงนี้เสมอและรอคอยตลอด“พี่จะรีบกลับมานะครับ”“ค่ะ” พยักหน้าเล็กน้อยพร้อมส่งยิ้มอ่อน ๆ“พ่อไปก่อนนะนที” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปลูบหัวเล็ก ๆ ด้วยความรัก“บ๊ายบาย” มือเล็ก ๆ โบกมือลาผู้เป็นพ่อ ขณะฉีกยิ้มกว้างก่อนหมุนตัวเข้าไปข้างในบ้าน ปล่อยให้มนต์นภากับอชิระอยู่ด้วยกันตามลำพัง“งั้นพี่ไปแล้วจริง ๆ นะครับ”“ค่ะ ๆ รีบไปเถอะเดี๋ยวก็สายหรอก” เธอถึงกับส่ายหัวไปมาอย่างเอ็นดูกับท่า
แสงแดดในยามเช้ากระทบมายังปลายเตียง นกตัวน้อยส่งเสียงร้องเบา ๆ นอกหน้าต่าง ทำให้คนที่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง ค่อย ๆ ปรือตาขึ้นด้วยอาการงัวเงีย“อื้อ” มนต์นภายันกายลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองหาคนตัวโตกับลูกชายตัวน้อย ก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำมนต์นภายืนจ้องตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ ก่อนจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องที่ผ่านเข้ามา ไม่คาดคิดเลยตัวเองจะได้กลับมาบ้านหลังนี้อีก ราวกับทุกอย่างคือความฝันใบหน้าหวานก้มมองท้องแบนราบ ยกมือเรียวลูบเบา ๆ การตั้งท้องลูกคนที่สองเกิดขึ้นเร็วมาก เกินที่เธอจินตนาการไว้เยอะทีเดียว ถึงกระนั้นมีความสุขเหลือเกินเธอแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ปรารถนาอยากสร้างครอบครัวอบอุ่น และมีคนรักเคียงข้าง“ขอบคุณที่มาหาพวกเรานะ” เอ่ยบอกกับทารกน้อยในครรภ์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มหลังจากจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จ จึงออกไปแต่งตัวและไปหาลูกกับสามี“ตื่นแล้วเหรอครับ ท่าทางจะเพลียมากเลยสินะ” เสียงทุ้มเอ่ยทักทายคนตัวเล็กพร้อมเดินไปหยุดตรงหน้าเธอ“ขอโทษที่ตื่นสายนะคะ”“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจดีว่ามนต์เหนื่อย” เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หวังให้เธอคลายความกังวล“พี่อชิกับลูกกินอะไรยั
หญิงสาวใช้เวลาทำกับข้าวสักพักใหญ่ ๆ พอเสร็จเรียบร้อยก็มากินมื้อเที่ยง โดยไม่ทันได้พูดคุยกับอชิระสักประโยค เพราะเธอค่อนข้างยุ่งกว่าจะได้คุยกันก็เป็นเวลาบ่ายแก่ ๆ เนื่องจากมนต์นภาต้องพาลูกชายเข้านอน หลังจากนั้นก็ให้ป้าแม่บ้านเลิกงานก่อนเวลา จนกระทั่งเหลือเธอกับเขาแค่สองคนท่ามกลางความเงียบในห้องโถง ต่างฝ่ายต่างไม่เปล่งคำพูดใด ทำราวกับกำลังชั่งใจถึงสิ่งที่จะพูดนับจากนี้อชิระเหลือบมองกรอบหน้าสวย เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ จากนั้นเอ่ยพูดในสิ่งที่ปรารถนา“ให้โอกาสพี่สักครั้งเถอะมนต์”“ค่ะ”“ห๊ะ” คำตอบสั้น ๆ ของคนตัวเล็ก ส่งผลให้อชิระอึ้ง ใบหน้าหล่อเหลาแหงนมองคนตรงหน้าอย่างงุนงงสุดขีด“เมื่อกี้มนต์พูดว่าไงนะครับ” ถามเสียงสั่น ๆ ด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ“เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ”ประโยคจากริมฝีปากอมชมพู ทำให้อชิระโผกอดคนตัวเล็กอย่างดีใจ“ขอบคุณนะครับ”“...” ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดจากปากนุ่ม หญิงสาวหลับตาพริ้มพร้อมยกแขนเรียวโอบกอดเขาตอบเธอคิดดีแล้วว่าหลังจากนี้จะเลิกผลักไสคนตัวโต เนื่องจากรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินกับการพยายามทำเป็นไม่รักเขา ที่สำคัญคือเธออยากให้ลูกได้รับความอบอุ่นจากคนเป็นพ่อ จึงไม่
เสียงดังเอะอะนอกห้อง ปลุกคนหลับลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย บทรักที่ผ่านมาทำมนต์นภาตื่นสายกว่าปกติ“นทีหายไปไหน” เธอเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างไว กวาดสายตามองหาลูกชายตัวน้อย ก่อนจะได้ยินเสียงจากข้างนอก ไม่รอช้าหย่อนเท้าแตะพื้นห้องและเดินไปยังปลายทาง“แม่ตื่นแล้ว” นทีเอ่ยทักผู้เป็นแม่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ทำไมนทีไม่ปลุกแม่ล่ะ” พูดพลางก้าวเท้าไปหาบุตรชายตัวน้อย ที่กำลังนั่งเล่นกับอชิระบนโซฟา“พ่อบอกว่าแม่เหนื่อย พ่อไม่ให้ปลุกครับ”“พ่อเหรอ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างงุนงง เนื่องจากเธอไม่เคยสอนให้นทีเรียกอชิระว่าพ่อ“ลุงคนนี้บอกว่าเป็นพ่อผม ผมมีพ่อใช่ไหม” นทีมองมนต์นภาตาแป๋วอย่างรอฟังคำตอบหญิงสาวชำเลืองมองคนตัวโตแวบหนึ่ง ก่อนพยักหน้าตอบรับนที ซึ่งเด็กน้อยดีใจเป็นอย่างมาก“เย้...ผมมีพ่อแล้ว”“ไว้พ่อจะมาหานทีบ่อย ๆ นะครับ” อชิระบอกกับลูกชายพร้อมอุ้มนทีเข้าสู่วงแขน“ครับ” พยักหน้ารับ“นทีหิวไหมคะ เดี๋ยวแม่ทำอะไรให้กิน” มนต์นภาเหลือบมองนาฬิกาฝาผนัง ก่อนหันไปบอกลูกชายตัวน้อย แอบรู้สึกผิดที่เวลาป่านนี้แล้ว ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องของลูกชาย“ผมกินแล้วครับ พ่อไปซื้อมาให้” คำพูดของลูกชายทำให้เธอเหลือบมองเจ้าขอ
จูบที่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน ส่งผลให้มนต์นภาอ่อนระทวยง่ายดาย ทั้งที่สมองสั่งการให้ผลักเขาออกห่าง แต่ร่างกายกลับตอบสนองเขาเป็นอย่างดี หนำซ้ำความปรารถนาเริ่มพลุ่งพล่านมากขึ้น“อื้อ” เสียงหวานครางต่ำในลำคอพร้อมหลับตาพริ้ม ก่อนจะตอบรับจูบจากเขาเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก กว่ามนต์นภาจะรู้สึกตัวอีกที ก็ตอนอชิระประคองเธอนอนลงบนโซฟา“พอเถอะค่ะ” มือเรียวยันอกแกร่ง ขณะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะไม่อยากให้เขารับรู้ความรู้สึกที่แท้จริง“ไม่” อชิระปฏิเสธเสียงแข็ง เขารวบแขนเล็กขึ้นเหนือศีรษะพร้อมประกบปากนุ่มอีกครั้งย่อมทราบดีการทำแบบนี้อาจทำให้คนตัวเล็กไม่พอใจ แต่เขาไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ เพราะต้องการคุยกับเธอเลยเลือกใช้วิธีนี้“พี่ขอโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกสักครั้งเถอะ” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด ปลายลิ้นเร่าร้อนเลียวนตรงซอกคอหอมกรุ่น ไม่วายทำรอยแดงมากมาย ราวกับต้องการตีตรา“อื้อ อ๊ะ คุณอชิระ” มือบางจิกเล็บลงบนท่อนแขนกำยำ ขณะเขาส่งนิ้วยาวเข้าในโพรงอ่อนนุ่ม ทำเอาทรมานจนแทบขาดใจ“ถ้าเจ็บก็บอกนะครับ” สิ้นเสียงพูด เขาเลื่อนตัวไปหยุดยังกึ่งกลางสาว ถกกระโปรงชุดนอนขึ้นไปกองบริเวณเอวคอดกิ่ว จัดการรูดแพ
ยามค่ำคืนปกคลุมทั่วออฟฟิศ ร่างเล็กของมนต์นภายังคงก้มหน้าก้มตาสะสางเอกสารท่ามกลางความเงียบสงัด“ในที่สุดก็เสร็จสักที” เธอบิดกายไปมาเพื่อไล่อาการเมื่อยล้าออกจากร่างกาย หลังจากเคลียร์งานชิ้นสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย“เกือบสองทุ่มแล้วเหรอ” ดวงตากลมโตเหลือบมองนาฬิกาตั้งโต๊ะ ไม่รอช้าจัดการเก็บข้าวของใส่กระเป
เสียงเพลงดังสนั่นออกจากลำโพงขนาดใหญ่ ผู้คนโยกเอวตามจังหวะอย่างเมามัน ขณะเดียวกันมนต์นภานั่งนิ่ง ไม่มีท่าทีจะลุกขึ้นออกไปเต้นเหมือนพะแพง ที่ตอนนี้กำลังสนุกสุดเหวี่ยง“ท่าทางจะสนุกมาก” เผยยิ้มเล็กน้อยขณะมองดูเพื่อน“มาคนเดียวเหรอครับ” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น เธอหันขวับมองอย่างงุนงง“ใครเหรอ”“ผมอยา
รุ่งเช้าวันต่อมา อชิระลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง ทันทีที่ลืมตาขึ้นก็พบกับคนตัวเล็กหลับใหลคาอ้อมแขน แรงดึงดูดบางอย่างเรียกร้องให้เขาสัมผัสแก้มนุ่มเบา ๆ ดั่งต้องมนต์สะกด“น่ารัก” เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำ โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำได้เผลอพ่นคำพูดแบบนั้นออกมาหลายนาทีผ่านไป มนต์นภาปรือต
“อื้อ” เปลือกตาบางเบิกขึ้นอย่างเชื่องช้า ขณะพลิกกายหันไปอีกด้านก็รับรู้ถึงความว่างเปล่า มนต์นภารู้ได้ทันทีเธอถูกทิ้งแล้ว เขากลับไปโดยไม่บอกกล่าวสักคำหญิงสาวยันกายลุกขึ้นนั่งด้วยความรู้สึกหน่วง ๆ แม้จะรู้ดีว่าการแต่งงานในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก ก็แค่ความผิดพลาดชั่วค่ำคืน ทว่าอย่างน้อยในฐ







![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)