Home / โรแมนติก / บำเรอรักเมียตีทะเบียน / บทที่ 3 สามีที่ไม่รัก

Share

บทที่ 3 สามีที่ไม่รัก

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-08 01:36:49

งานวิวาห์ระหว่างคนทั้งสอง ถูกจัดขึ้นภายในระยะเวลาสองเดือน เพราะเป็นความประสงค์ของนวลนิจ ที่อยากให้มนต์นภาแต่งงานเร็ว ๆ การกระทำของหญิงวัยกลางคนทำให้ใครหลายคนต่างพากันไม่ชอบใจ ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครขัดขวางได้

และผู้ที่ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ครั้งนี้มากที่สุด ก็คือมนต์นภา หญิงสาวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการของแม่ แต่กลับถูกอชิระกล่าวหา แถมเขายังทำตัวเย็นชาใส่เธอ

“เฮ้อ” มนต์นภาถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ขณะทอดสายตามองคนตัวโต ที่กำลังพูดคุยกับคนในงานอย่างสนุกสนาน แต่กลับทิ้งให้เธอยืนต้อนรับแขกเพียงลำพัง

เธอรู้สึกโดดเดี่ยวเหลือเกิน แม้ว่าจะเป็นงานแต่งของตนเองแท้ ๆ แต่กลับไม่มีใครแสดงความยินดี หนำซ้ำผู้คนยังมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม

“คุณอชิระเนี่ยก็เหลือเกิน ทิ้งให้แกยืนอยู่คนเดียว แล้วตัวเองไปคุยกับแขกคนอื่นอย่างมีความสุข”

“แม่” เสียงของคนมาใหม่ทำเธอหลุดจากภวังค์ หญิงสาวเงยหน้ามองนวลนิจ

“แกน่ะเป็นเมียเขาแล้ว ทำหน้าที่เมียให้ดี ๆ ละกัน”

“มนต์ไม่อยากแต่งงานสักหน่อย ทำไมแม่ต้องบังคับกันด้วย” เสียงหวานพึมพำเบา ๆ ซึ่งดังพอให้นวลนิจได้ยินเต็มสองรูหู ฝ่ายนั้นไม่รอช้าเอื้อมมือหยิกแขนขาวเนียนเต็มแรง

“โอ๊ย!!” ใบหน้างามบิดเบี้ยวตามการกระทำของแม่

“ถ้าแกยังจะปากดีอีก ระวังจะไม่ใช่แค่โดนหยิก” พูดจบ หญิงวัยกลางคนเดินจากไปทันใด

“เมื่อไรแม่จะใจดีกับมนต์บ้าง” ว่าแล้ว ลูบแขนเล็กที่โดนกระทำเบา ๆ โชคดีเธอสวมใส่ชุดเดรสแขนยาว จึงไม่ต้องกลัวว่าใครจะเห็นรอยช้ำ

“พึมพำอะไรของเธอ ได้แต่งงานกับฉันก็ควรดีใจสิ” เสียงทุ้มของอชิระดังขึ้น มนต์นภาหันขวับมองตามเสียง ก่อนเบี่ยงสายตาไปทางอื่น

“อย่าคิดนะว่าเป็นเมียฉันแล้ว จะได้ทุกอย่างตามที่เธอต้องการ” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ตอบโต้ ชายหนุ่มจึงต่อว่าคนตัวเล็ก

“...” มนต์นภาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น พยายามบอกตัวเองไม่ให้ตอบโต้ ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้เขาหัวเสียมากกว่านี้ ย่อมเข้าใจดีถ้าอีกคนจะเกลียดชังกัน เพราะเธอก็แค่ผู้หญิงทำลายชีวิตของเขา 

ท่ามกลางความเงียบ ทำให้อชิระเหลือบมองเจ้าสาวคนสวย ก่อนหันหน้าไปด้านอื่นเพราะอยู่ ๆ ใจดันเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ

“เป็นบ้าอะไรวะ” มือหนากุมอกข้างซ้ายอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะตัดสินใจทิ้งมนต์นภาไว้คนเดียวอีกครั้ง

“คงจะอึดอัดสินะคะ ที่ต้องอยู่กับมนต์ตามลำพัง” ปรายตามองแผ่นหลังกว้างพลางถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เธอรู้สึกหนักใจเหลือเกินกับชีวิตแต่งงานนับจากนี้ที่ไม่รู้ต้องเจออะไรบ้าง

ช่วงค่ำของวันเดียวกัน งานวิวาห์ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น กว่าจะผ่านไปได้ทำเอามนต์นภาเหนื่อยไม่น้อย เพราะใครหลายคนต่างมองด้วยแววตาสมเพช

“เซ็นซะ” ชายหนุ่มยื่นซองสีน้ำตาลให้แก่คนตัวเล็ก ที่นั่งอยู่ปลายเตียงด้วยความเหนื่อยจากงานแต่งตลอดทั้งวัน

“อะไรคะ” เงยหน้ามองเขาพร้อมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“เปิดดูเดี๋ยวก็รู้เอง” สิ้นเสียงทุ้ม มนต์นภาไม่รอช้าเปิดซองเอกสาร เธอกวาดสายตาอ่านทีละบรรทัด เมื่ออ่านจบก็แหงนหน้ามองเขา

“หลังจากหนึ่งปีเราต้องหย่ากัน คงไม่ได้คาดหวังจะอยู่กับฉันไปตลอดใช่ไหม”

“ไม่ค่ะ” รีบสวนกลับทันควัน เธอเอื้อมมือรับปากกาจากเขาและเซ็นชื่อลงในหนังสือสัญญาทันที

“ถึงเราจะแต่งงานกันแล้ว แต่อย่าหวังว่าเธอจะมีสิทธิ์ในตัวฉันและห้ามก้าวก่ายชีวิตฉันเด็ดขาด ไม่ว่าฉันจะทำอะไร”

“ค่ะ” ตอบรับสั้น ๆ ต่อให้อีกคนไม่พูด เธอก็เข้าใจสถานะของตัวเองดี

“เข้าใจแล้วก็ดี”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว มนต์ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”

“ไปสิ! ใครมัดเธอไว้ล่ะ” วาจาร้ายกาจจากเขา ทำให้เธอเลือกจะเงียบและย่างเท้าเข้าไปในห้องน้ำ

เกือบครึ่งชั่วโมง มนต์นภาใช้เวลาในการทำความสะอาดร่างกาย เธอออกจากห้องน้ำ ในสภาพแต่งกายด้วยชุดนอนกระโปรงแขนยาวเรียบร้อย

หญิงสาวกวาดสายตามองคนตัวโตทั่วห้อง ก่อนจะเห็นเขายืนอยู่ตรงระเบียง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันเขาหันมามองเธอพอดี ใบหน้าหวานหันไปทางอื่น แล้วแสร้งทำเป็นไม่สนใจเขา โดยการย่างเท้าไปคว้าหมอนใบใหญ่ขึ้นมากอด

“จะทำอะไรของเธอ” อชิระเดินมาหยุดตรงหน้าคนตัวเล็ก สายตาคมมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

“มนต์จะไปนอนที่โซฟาค่ะ”

“ใครอนุญาต”

“คะ” คำพูดจากปากหนาทำให้เธอหันขวับมองเขา คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างงุนงง

“ฉันถามว่าใครอนุญาตให้เธอนอนที่โซฟา”

“ก็คุณรังเกียจมนต์นี่คะ มนต์ก็เลยคิดว่าคุณไม่อยากให้นอนเตียงเดียวกัน” เอ่ยบอกเสียงแผ่ว แต่ดังพอให้คนตัวโตได้ยินเต็มสองรูหู

“ใช่! ฉันรังเกียจเธอ” ว่าแล้ว เชยปลายคางกลมกลึงขึ้นมาสบตากัน “แต่เธอต้องทำหน้าที่เมีย เพราะค่าสินสอดที่ฉันให้แม่เธอไม่ใช่น้อย ๆ”

“คุณจะให้มนต์ทำอะไรเหรอคะ”

“ถอดเสื้อและขึ้นเตียงให้ฉันเอาซะ” เอ่ยบอกอย่างเย็นชา สายตาคมกริบมองคนตัวเล็กอย่างเหยียดหยาม

“คุณหมายถึงจะทำเรื่องแบบนั้นเหรอคะ”

“ใช่” เอ่ยบอกเสียงดังฟังชัด

“แต่คุณเกลียดมนต์นี่คะ ถ้าทำเรื่องแบบนั้นจะไม่รู้สึกแย่เหรอ”

“ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องถาม ฉันสั่งให้ทำอะไรก็รีบทำซะ” ไม่พูดเปล่า อชิระผลักร่างอรชรอย่างแรง จนทำให้เธอเสียหลักแนบหลังลงกับที่นอน

“อย่าคิดนะว่าฉันจะให้เธออยู่อย่างมีความสุข เพราะฉันจะทำให้เธอย่อยยับ” ชายหนุ่มคร่อมร่างเล็กอย่างรวดเร็ว ก่อนแนบริมฝีปากหยักลงบนกลีบปากนุ่ม ดูดดื่มชิมความหวานอย่างดิบเถื่อน

การกระทำของเขารุนแรงมากเหลือเกิน ทำเอามนต์นภาตั้งตัวไม่ทัน ถึงอย่างนั้นยอมนอนนิ่ง ๆ ให้เขาย่ำยี ด้วยความกลัวว่าจะทำให้เขาไม่สบอารมณ์

“อื้อ” มือบางกำหมอนใบใหญ่แน่น วินาทีนี้เธอรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน ที่ได้รับการปฏิบัติจากเขาอย่างไร้เยื่อใย

อารมณ์ของเขาเริ่มพลุ่งพล่านมากขึ้น อชิระเอื้อมมือหนาบีบขยำดอกบัวตูมอย่างไร้ความปรานี ส่งผลให้คนใต้ร่างบิดกายไปมาอย่างทรมาน

ชายหนุ่มถอนจูบออกอย่างเชื่องช้า หลังจากรู้สึกพึงพอใจ ก่อนจ้องมองคนตัวเล็กที่หอบระรัว

“แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วเหรอ”

“ช่วยอ่อนโยนกับมนต์หน่อยได้ไหม” เอ่ยบอกด้วยแววตาอ้อนวอน

“ไม่!!”

“คุณมันใจร้ายที่สุด”

“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่เหรอ งั้นก็อดทนสิ” พูดจบ โน้มหน้าจะจูบปากนุ่มอีกครั้ง ทว่ามนต์นภาหันหน้าหนี สร้างความหงุดหงิดแก่คนตัวโตไม่น้อย

“อะไรของเธออีกวะ”

“ปิดไฟก่อนได้ไหม”

“อย่าเรียกร้องให้มันมากนัก ฉันเริ่มจะรำคาญเธอแล้วนะ” พูดพลางเสยผมขึ้นอย่างลวก ๆ ก่อนจับปลายคางมนมารับจูบจากปากหยัก

หญิงสาวข่มตาหลับสนิท ยอมนอนนิ่งให้เขาทำตามอำเภอใจ ในเมื่อความต้องการของเธอ ไม่เคยมีความหมายกับใครเลย ฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องพูด

“อื้อ” เธอพยายามกลั้นเสียงคราง แต่ไม่วายดังเล็ดลอดให้ได้ยินอยู่ดี

“อย่าทำเหมือนไม่มีอารมณ์ ทั้งที่เธออยากเป็นเมียฉันเอง” เอ่ยขึ้นหลังจากถอดริมฝีปากออกจากปากนุ่ม

“มนต์ไม่เคยอยากเป็นเมียคุณเลย”

“เฮอะ! คำพูดนี้ไม่สมควรออกจากปากผู้หญิงอย่างเธอเลย” ยกยิ้มมุมปากอย่างคนร้ายกาจ

“คุณน่ะไม่รู้จักมนต์ดีด้วยซ้ำ แต่กลับตัดสินมนต์ไปแล้ว”

“แล้วผู้หญิงดี ๆ ที่ไหน เขาวางยาผู้ชายเพราะอยากได้มาเป็นผัววะ” แสยะยิ้มอย่างสมเพช

“แล้วแต่คุณจะคิดเถอะ” เธอรู้แล้วว่าคนตรงหน้าไม่คิดจะฟังกัน ในเมื่อปักใจเชื่อเป็นแบบนั้นก็คงไม่มีอะไรจะอธิบาย ต่อให้บอกเป็นฝีมือของแม่คนเดียว คนอย่างเขาก็คงหาเหตุผลมาเกลียดเธออยู่ดี

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 30 บทส่งท้าย 18+

    เสียงคลื่นกระทบเข้าหาดทราย ทำคนกำลังยืนชมวิวรู้สึกผ่อนคลายเหลือเกิน หลายปีแล้วที่เธอยังคงใช้ชีวิตร่วมกับอชิระอย่างมีความสุขแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานหลายปี แต่สำหรับมนต์นภารู้สึกว่าทุกอย่างเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง“นี่เรากับพี่อชิเดินทางมาถึงขนาดนี้เลยเหรอ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนหมุนตัวไปมองลูกทั้งสอง ที่กำลังก่อทรายสร้างปราสาท“ท่าทางสนุกเชียว” เธอยืนมองลูกอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เข้าไปรบกวน ปล่อยให้เด็ก ๆ เล่นกันอย่างเพลิดเพลินไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ที่มนต์นภายังคงยืนมองดูบรรยากาศรอบกายพร้อมฟังเสียงคลื่น“ยืนทำอะไรคนเดียวตั้งนานครับ” กายแกร่งของอชิระเดินมาสวมกอดจากด้านหลัง ก่อนจะกดจูบแก้มนุ่มหนัก ๆ“ทำอะไรคะเนี่ย เดี๋ยวลูกก็เห็นหรอก” ว่าแล้ว เหลือบมองลูกทั้งสองที่ยังคงสนุกกับการเล่นเหมือนเดิม“ไม่หรอกครับ”“นานแล้วนะคะเราอยู่อย่างนี้” เอ่ยบอกพลางมองคลื่นน้ำทะเลตรงหน้า“นั่นสิ นานแล้วนะที่เรายังอยู่ด้วยกันแบบนี้ พี่ขอบคุณมนต์จริง ๆ นะ”ถ้าหากในอดีตเธอไม่ยอมยกโทษให้เขา แทบไม่อยากจินตนาการเลยชีวิตของเขาจะเป็นยังไง ต้องขอบคุณเธอจริง ๆ ที่ยอมเลือกเขาอีกครั้

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 29 ดูแลอย่างดี

    เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือน นับตั้งแต่มนต์นภาย้ายกลับมาอยู่กับอชิระ มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นมากมาย ชายหนุ่มดูแลและเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี ทำเอาเธอมีความสุขมากจนแทบล้นในทุกวันตอนเช้า หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย มนต์นภากับนทีจะเดินไปส่งอชิระที่หน้าบ้านเป็นประจำ ซึ่งเป็นภาพที่อบอุ่นยิ่งนัก“ตั้งใจทำงานนะคะ”“ทำไงดีล่ะ พี่ไม่อยากไปทำงานเลย”“เอาอีกแล้วนะคะ” หญิงสาวถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เธอเริ่มจะชินกับท่าทางของอีกฝ่ายแล้ว ก่อนไปทำงานเขามักจะงอแงประจำ“ก็พี่ไม่อยากห่างจากมนต์นี่ครับ”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนเย็นเดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว” มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสแก้มสาก ราวกับต้องการส่งความอบอุ่นให้แก่เขา บ่งบอกให้รับรู้ว่าเธออยู่ตรงนี้เสมอและรอคอยตลอด“พี่จะรีบกลับมานะครับ”“ค่ะ” พยักหน้าเล็กน้อยพร้อมส่งยิ้มอ่อน ๆ“พ่อไปก่อนนะนที” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปลูบหัวเล็ก ๆ ด้วยความรัก“บ๊ายบาย” มือเล็ก ๆ โบกมือลาผู้เป็นพ่อ ขณะฉีกยิ้มกว้างก่อนหมุนตัวเข้าไปข้างในบ้าน ปล่อยให้มนต์นภากับอชิระอยู่ด้วยกันตามลำพัง“งั้นพี่ไปแล้วจริง ๆ นะครับ”“ค่ะ ๆ รีบไปเถอะเดี๋ยวก็สายหรอก” เธอถึงกับส่ายหัวไปมาอย่างเอ็นดูกับท่า

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 28 ไม่อยากติดค้าง

    แสงแดดในยามเช้ากระทบมายังปลายเตียง นกตัวน้อยส่งเสียงร้องเบา ๆ นอกหน้าต่าง ทำให้คนที่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง ค่อย ๆ ปรือตาขึ้นด้วยอาการงัวเงีย“อื้อ” มนต์นภายันกายลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองหาคนตัวโตกับลูกชายตัวน้อย ก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำมนต์นภายืนจ้องตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ ก่อนจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องที่ผ่านเข้ามา ไม่คาดคิดเลยตัวเองจะได้กลับมาบ้านหลังนี้อีก ราวกับทุกอย่างคือความฝันใบหน้าหวานก้มมองท้องแบนราบ ยกมือเรียวลูบเบา ๆ การตั้งท้องลูกคนที่สองเกิดขึ้นเร็วมาก เกินที่เธอจินตนาการไว้เยอะทีเดียว ถึงกระนั้นมีความสุขเหลือเกินเธอแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ปรารถนาอยากสร้างครอบครัวอบอุ่น และมีคนรักเคียงข้าง“ขอบคุณที่มาหาพวกเรานะ” เอ่ยบอกกับทารกน้อยในครรภ์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มหลังจากจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จ จึงออกไปแต่งตัวและไปหาลูกกับสามี“ตื่นแล้วเหรอครับ ท่าทางจะเพลียมากเลยสินะ” เสียงทุ้มเอ่ยทักทายคนตัวเล็กพร้อมเดินไปหยุดตรงหน้าเธอ“ขอโทษที่ตื่นสายนะคะ”“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจดีว่ามนต์เหนื่อย” เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หวังให้เธอคลายความกังวล“พี่อชิกับลูกกินอะไรยั

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 27 ให้โอกาส

    หญิงสาวใช้เวลาทำกับข้าวสักพักใหญ่ ๆ พอเสร็จเรียบร้อยก็มากินมื้อเที่ยง โดยไม่ทันได้พูดคุยกับอชิระสักประโยค เพราะเธอค่อนข้างยุ่งกว่าจะได้คุยกันก็เป็นเวลาบ่ายแก่ ๆ เนื่องจากมนต์นภาต้องพาลูกชายเข้านอน หลังจากนั้นก็ให้ป้าแม่บ้านเลิกงานก่อนเวลา จนกระทั่งเหลือเธอกับเขาแค่สองคนท่ามกลางความเงียบในห้องโถง ต่างฝ่ายต่างไม่เปล่งคำพูดใด ทำราวกับกำลังชั่งใจถึงสิ่งที่จะพูดนับจากนี้อชิระเหลือบมองกรอบหน้าสวย เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ จากนั้นเอ่ยพูดในสิ่งที่ปรารถนา“ให้โอกาสพี่สักครั้งเถอะมนต์”“ค่ะ”“ห๊ะ” คำตอบสั้น ๆ ของคนตัวเล็ก ส่งผลให้อชิระอึ้ง ใบหน้าหล่อเหลาแหงนมองคนตรงหน้าอย่างงุนงงสุดขีด“เมื่อกี้มนต์พูดว่าไงนะครับ” ถามเสียงสั่น ๆ ด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ“เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ”ประโยคจากริมฝีปากอมชมพู ทำให้อชิระโผกอดคนตัวเล็กอย่างดีใจ“ขอบคุณนะครับ”“...” ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดจากปากนุ่ม หญิงสาวหลับตาพริ้มพร้อมยกแขนเรียวโอบกอดเขาตอบเธอคิดดีแล้วว่าหลังจากนี้จะเลิกผลักไสคนตัวโต เนื่องจากรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินกับการพยายามทำเป็นไม่รักเขา ที่สำคัญคือเธออยากให้ลูกได้รับความอบอุ่นจากคนเป็นพ่อ จึงไม่

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 26 คนขี้น้อยใจ

    เสียงดังเอะอะนอกห้อง ปลุกคนหลับลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย บทรักที่ผ่านมาทำมนต์นภาตื่นสายกว่าปกติ“นทีหายไปไหน” เธอเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างไว กวาดสายตามองหาลูกชายตัวน้อย ก่อนจะได้ยินเสียงจากข้างนอก ไม่รอช้าหย่อนเท้าแตะพื้นห้องและเดินไปยังปลายทาง“แม่ตื่นแล้ว” นทีเอ่ยทักผู้เป็นแม่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ทำไมนทีไม่ปลุกแม่ล่ะ” พูดพลางก้าวเท้าไปหาบุตรชายตัวน้อย ที่กำลังนั่งเล่นกับอชิระบนโซฟา“พ่อบอกว่าแม่เหนื่อย พ่อไม่ให้ปลุกครับ”“พ่อเหรอ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างงุนงง เนื่องจากเธอไม่เคยสอนให้นทีเรียกอชิระว่าพ่อ“ลุงคนนี้บอกว่าเป็นพ่อผม ผมมีพ่อใช่ไหม” นทีมองมนต์นภาตาแป๋วอย่างรอฟังคำตอบหญิงสาวชำเลืองมองคนตัวโตแวบหนึ่ง ก่อนพยักหน้าตอบรับนที ซึ่งเด็กน้อยดีใจเป็นอย่างมาก“เย้...ผมมีพ่อแล้ว”“ไว้พ่อจะมาหานทีบ่อย ๆ นะครับ” อชิระบอกกับลูกชายพร้อมอุ้มนทีเข้าสู่วงแขน“ครับ” พยักหน้ารับ“นทีหิวไหมคะ เดี๋ยวแม่ทำอะไรให้กิน” มนต์นภาเหลือบมองนาฬิกาฝาผนัง ก่อนหันไปบอกลูกชายตัวน้อย แอบรู้สึกผิดที่เวลาป่านนี้แล้ว ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องของลูกชาย“ผมกินแล้วครับ พ่อไปซื้อมาให้” คำพูดของลูกชายทำให้เธอเหลือบมองเจ้าขอ

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 25 เผลอใจ 18+

    จูบที่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน ส่งผลให้มนต์นภาอ่อนระทวยง่ายดาย ทั้งที่สมองสั่งการให้ผลักเขาออกห่าง แต่ร่างกายกลับตอบสนองเขาเป็นอย่างดี หนำซ้ำความปรารถนาเริ่มพลุ่งพล่านมากขึ้น“อื้อ” เสียงหวานครางต่ำในลำคอพร้อมหลับตาพริ้ม ก่อนจะตอบรับจูบจากเขาเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก กว่ามนต์นภาจะรู้สึกตัวอีกที ก็ตอนอชิระประคองเธอนอนลงบนโซฟา“พอเถอะค่ะ” มือเรียวยันอกแกร่ง ขณะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะไม่อยากให้เขารับรู้ความรู้สึกที่แท้จริง“ไม่” อชิระปฏิเสธเสียงแข็ง เขารวบแขนเล็กขึ้นเหนือศีรษะพร้อมประกบปากนุ่มอีกครั้งย่อมทราบดีการทำแบบนี้อาจทำให้คนตัวเล็กไม่พอใจ แต่เขาไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ เพราะต้องการคุยกับเธอเลยเลือกใช้วิธีนี้“พี่ขอโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกสักครั้งเถอะ” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด ปลายลิ้นเร่าร้อนเลียวนตรงซอกคอหอมกรุ่น ไม่วายทำรอยแดงมากมาย ราวกับต้องการตีตรา“อื้อ อ๊ะ คุณอชิระ” มือบางจิกเล็บลงบนท่อนแขนกำยำ ขณะเขาส่งนิ้วยาวเข้าในโพรงอ่อนนุ่ม ทำเอาทรมานจนแทบขาดใจ“ถ้าเจ็บก็บอกนะครับ” สิ้นเสียงพูด เขาเลื่อนตัวไปหยุดยังกึ่งกลางสาว ถกกระโปรงชุดนอนขึ้นไปกองบริเวณเอวคอดกิ่ว จัดการรูดแพ

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 12 อันตราย

    ยามค่ำคืนปกคลุมทั่วออฟฟิศ ร่างเล็กของมนต์นภายังคงก้มหน้าก้มตาสะสางเอกสารท่ามกลางความเงียบสงัด“ในที่สุดก็เสร็จสักที” เธอบิดกายไปมาเพื่อไล่อาการเมื่อยล้าออกจากร่างกาย หลังจากเคลียร์งานชิ้นสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย“เกือบสองทุ่มแล้วเหรอ” ดวงตากลมโตเหลือบมองนาฬิกาตั้งโต๊ะ ไม่รอช้าจัดการเก็บข้าวของใส่กระเป

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 11 ปวดใจ

    ตลอดทั้งวันมนต์นภาขังตัวเองอยู่ในห้อง ทำเอาอชิระร้อนใจเป็นอย่างมาก กระสับกระส่ายแทบนั่งไม่ติดโซฟา เขาเอาแต่เดินวนไปมาภายในห้องโถงไม่เข้าใจเหมือนกันตนเองเป็นอะไรกันแน่ ทำไมถึงร้อนรุ่มในอกอย่างนี้แทบอยู่ไม่เป็นสุข“จริงด้วยสิ” อชิระฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ ไม่รอช้าต่อสายหาใครคนหนึ่ง เมื่อคนปลายสายกดรับ

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 8 อารมณ์พลุ่งพล่าน 18+

    เสียงเพลงดังสนั่นออกจากลำโพงขนาดใหญ่ ผู้คนโยกเอวตามจังหวะอย่างเมามัน ขณะเดียวกันมนต์นภานั่งนิ่ง ไม่มีท่าทีจะลุกขึ้นออกไปเต้นเหมือนพะแพง ที่ตอนนี้กำลังสนุกสุดเหวี่ยง“ท่าทางจะสนุกมาก” เผยยิ้มเล็กน้อยขณะมองดูเพื่อน“มาคนเดียวเหรอครับ” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น เธอหันขวับมองอย่างงุนงง“ใครเหรอ”“ผมอยา

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 7 ความอึดอัด

    เมื่อเดินทางมาถึงคฤหาสน์ อชิระรีบลงจากรถและเดินไปข้างหน้า โดยไม่เหลียวหลังมองมนต์นภาสักนิดว่าจะตามมาทันหรือไม่นัยน์ตาคู่งามมองแผ่นหลังแกร่งครู่หนึ่ง จากนั้นพ่นลมหายใจยืดยาว เธอเริ่มจะชินแล้วที่เขาเป็นแบบนี้ จึงไม่รอช้ายกเท้าเดินตามไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความกลัวจะถูกเขาตำหนิเหมือนตอนอยู่ที่บ้าน“ช้า”

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status