Masuk“เป็นอะไรของเธออีกล่ะ” เพราะคนตัวเล็กเอาแต่เงียบ เลยอดสงสัยไม่ได้
“อยากจะทำอะไรก็ทำสิคะ คุณจะสนใจมนต์ทำไม” เธอเหนื่อยจนไม่อยากต่อกรอะไรกับเขาอีกแล้ว
“อย่าทำเหมือนว่าฉันขืนใจเธอนะ เธอเองนั่นแหละที่บีบบังคับให้ฉันทำอย่างนี้” เอ่ยบอกอย่างหัวเสีย
“มนต์รู้ค่ะ”
คำตอบของเธอทำเอาคนตัวโตฟิวส์ขาด อชิระฉีกชุดนอนตัวสวยของเธอขาดเป็นสองชิ้น แล้วเลิกบราเซียร์ขึ้นไปกองเนินอก โน้มหน้าคมคายซุกดอกบัวตูม ปลายลิ้นเร่าร้อนลากทั่วยอดถันสีหวาน ก่อนดูดกลืนทั้งก้อน
“อื้อ อ๊ะ คุณอชิระ” การกระทำของเขารุนแรงเหลือเกิน มนต์นภาถึงขั้นทนไม่ไหวเผลอส่งเสียงร้องครวญครางลั่น ใบหน้างามส่ายไปมาจนผมเผ้ายุ่งเหยิงแผ่เต็มหมอนใบใหญ่
หญิงสาวไม่รู้ตัวสักนิด ปฏิกิริยาของเธอทำให้คนเหนือร่างพึงพอใจเป็นอย่างมาก อชิระเลื่อนมือหนาลูบไล้ตามขาเรียว ไต่เต้าไปหยุดยังกลีบกุหลาบงดงาม ก่อนแหวกชั้นในไปด้านข้าง
เขาค่อย ๆ ส่งนิ้วยาวเข้าในโพรงอ่อนนุ่ม ก่อนขยับเข้าออก ซึ่งร่องรักตอดรัดนิ้วแกร่งถี่ยิบทำเอาอารมณ์ของเขาพลุ่งพล่านยิ่งขึ้น
“อื้อ อ๊ะ”
“คงจะอยากมากสินะ ถึงได้แฉะขนาดนี้” ยกนิ้วแกร่งที่เปียกไปด้วยน้ำผึ้งหวานขึ้นมาดู ก่อนเผยยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
อชิระไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ เขาจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจากกายสาว นัยน์ตาดำขลับกวาดมองทั่วร่างเล็กเปลือยเปล่า ที่ทำเอาหายใจติดขัด โดยเฉพาะส่วนนั้นของเธอ สวยจนไม่อาจละสายตาได้เลย
“จะทำอะไรคะ” ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกตะลึง จู่ ๆ คนตัวโตจับชันขาเรียวเป็นรูปตัวเอ็ม และซุกหน้าหล่อเหลาเข้าใกล้ใจกลางสาว
“นอนเฉย ๆ ไปเถอะ”
“อ๊ะ”
ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกหนึ่ง ทันทีที่ปลายลิ้นสากแตะลงบนติ่งเสียว วินาทีนี้สติของเธอกำลังเลือนราง ราวกับกำลังล่องลอยกลางอากาศ เป็นครั้งแรกที่อีกคนทำแบบนี้กับเธอ คืนนั้นเขาไม่ค่อยมีสติ จึงแทบไม่ได้สัมผัสส่วนนั้นของเธอด้วยริมฝีปาก
ชายหนุ่มตวัดลิ้นเลียร่องสวาทอย่างหื่นกระหาย ไม่เข้าใจเลยตนเองเป็นอะไรกันแน่ ทำไมถึงต้องการเธอมากขนาดนี้ ทั้งที่ไม่ได้โดนยาปลุกเซ็กซ์เหมือนคืนนั้นด้วยซ้ำ
สมองเรียกร้องให้สัมผัสเธอ อยากกลืนกินคนตัวเล็กไปทั้งตัว ความรู้สึกนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเขาเกลียดเธอยิ่งนัก ทว่าขณะนี้อยากครอบครองและอยากได้เธอเหลือเกิน
“อื้อ อ๊ะ คุณอชิระ” มือเล็กขยุ้มเส้นผมนุ่มของเขา เพื่อระบายความเสียวซ่าน หญิงสาวไม่รู้ตัวสักนิด ท่าทางของเธอปลุกอารมณ์ดิบเถื่อนในตัวเขาได้เป็นอย่างดี
อชิระผละออกจากกายสาว ไม่รอช้าถอดเสื้อผ้าจากกายแกร่งจนหมด แล้วแนบกายกับร่างเล็ก
“คุณอชิระ” ลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดต้นคอระหง มนต์นภาเบือนหน้าหนีไปอีกด้านอย่างเขินอาย
“ทำหน้าที่เมียให้คุ้มกับเงินที่ฉันจ่ายให้แม่เธอด้วยล่ะ” เขาจับหน้างดงามหันมาสบตากันและประทับจูบลงบนปากนุ่มอย่างรวดเร็ว
“อื้อ” เปลือกตาบางหย่อนลงทีละนิด ปลดปล่อยเรือนร่างให้โอนอ่อนตามการกระทำของเขา จูบแสนหวานละมุนทำเอารู้สึกดียิ่งนัก ก่อนยกแขนเล็กคล้องคอแกร่ง
อชิระนำท่อนลำขนาดใหญ่สอดแทรกเข้าในกลีบดอกไม้ แต่เข้าได้แค่ส่วนหัว โพรงอ่อนนุ่มตอดรัดถี่รัวทำปวดหนึบยิ่งนัก
“แน่นชะมัด” ชายหนุ่มก้มหน้ามองจุดเชื่อมระหว่างกัน ก่อนเงยหน้ามองสีหน้าของเธอ
“มนต์เจ็บ” เธอพยายามจะผลักเขาออกห่าง แต่แรงอันน้อยนิดไม่ทำให้เขาขยับ
“ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย ทำไมถึงแน่นแบบนี้วะ” ถึงจะเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอมาแล้วหนึ่งครั้ง แต่ไม่แปลกที่โพรงสวาทจะบีบรัดแน่นขนาดนี้ เพราะนั่นเป็นเรื่องเมื่อสองเดือนก่อน
“เจ็บ” เสียงหวานสั่นเครือ ขณะเดียวกันหยาดน้ำใสไหลลงสู่หางตา
เขาจูบซับน้ำตาจนหมดเกลี้ยง แล้วมอบจูบแสนหวานละมุน ด้วยความหวังว่าเธอจะรู้สึกผ่อนคลาย
“อื้อ”
เมื่อช่องทางรักปรับสภาพคุ้นชินกับแท่งร้อนอุ่น อชิระดันส่วนที่เหลือเข้าไปด้านในจนสุดลำ จากนั้นเริ่มละเลงบทรักด้วยจังหวะเนิบนาบ
เขาใส่ความเป็นชายเข้าออกในตัวเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะเร่งจังหวะระรัวกว่าเดิม
“อื้อ อ๊ะ รู้สึกดีเหลือเกิน” บทสวาทที่ได้รับจากเขา ทำให้มนต์นภาเผลอเอ่ยบอกสิ่งที่อยู่ในใจให้คนตัวโตได้ยิน
“คงจะชอบมากเลยสินะ” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด ก่อนจะฝังจูบบนลำคอระหง กลิ่นกายเฉพาะจากตัวเธอกระทบโดนจมูกคมสันทำเขาถึงกับหลงใหลทีเดียว
“ไม่ใช่” เธอพยายามปฏิเสธความเป็นจริง ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองกำลังมีความสุขกับการปรนเปรอของเขา เพราะไม่อยากถูกมองเป็นผู้หญิงใจง่าย ทว่าสิ่งที่เขามอบให้ทำเอาเคลิ้มยิ่งนัก
“เฮอะ! ปากดีไปเถอะ” ว่าแล้วก็กระแทกกระทั้นท่อนลำเข้าออกในตัวเธอแบบไม่ยั้ง ให้สาสมกับอารมณ์ดิบเถื่อน
กิจกรรมเข้าจังหวะระหว่างคนทั้งสองดำเนินไปหลายชั่วโมง แม้ว่าจะจบลงหลายครั้ง แต่ความต้องการของอชิระยังคงไม่สิ้นสุด ถึงปากจะต่อว่าคนใต้ร่าง แต่ร่างกายกลับคลั่งไคล้ในตัวเธอ
“อื้อ มนต์ไม่ไหวแล้วคุณอชิระ ได้โปรดหยุดเถอะ” นาทีนี้เธอปรือตาแทบไม่ขึ้นรู้สึกง่วงเต็มที
“คิดว่าฉันจะหยุดง่าย ๆ เหรอ ผู้หญิงอย่างเธอแค่นี้ยังน้อยไปสำหรับสิ่งที่ทำกับฉัน”
ใส่ท่อนเนื้อเข้าออกในกลีบดอกไม้อย่างหนักหน่วง กระทั่งไม่นานกายแกร่งเกร็งกระตุกสองสามที ก่อนจะถอดถอนท่อนลำออกจากตัวเธอ แล้วปล่อยน้ำขาวขุ่นเต็มท้องแบนราบ
“อื้อ อ๊ะ” อชิระร้องครางลั่นอย่างสุขใจ ขณะรีดน้ำเชื้อออกจากความเป็นชาย
“พอเถอะนะคะ” เอ่ยบอกเสียงแผ่ว
“ก็ได้ คืนนี้ฉันจะยอมปล่อยไปก่อน” เพราะเขาไม่อาจทำให้ของเล่นชิ้นใหม่อย่างเธอสึกหรอเร็ว ฉะนั้นจำใจต้องปล่อย
เมื่อได้ยินดังนั้น มนต์นภาส่งยิ้มอ่อนให้แก่คนตัวโต
“ขอบคุณนะคะ”
“จำไว้ให้ดีล่ะ เรื่องระหว่างเราแค่ความสัมพันธ์ทางกายเท่านั้น ห้ามปล่อยให้ตัวเองท้องเด็ดขาด” เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่รัก แถมยังเป็นคนทำลายชีวิตของเขา เพราะฉะนั้นไม่คิดจะมีลูกกับเธอเด็ดขาด
“มนต์รู้” ต่อให้ไม่บอกก็ทราบดี ความสัมพันธ์ระหว่างเราแค่ของชั่วคราว
“รู้ตัวก็ดี เพราะฉันเกลียดผู้หญิงไม่เจียมตัวที่สุด” พูดจบ อชิระก้าวลงจากเตียงและตรงไปยังห้องน้ำ ทิ้งหญิงสาวไว้ตามลำพังพร้อมคำพูดทำร้ายจิตใจ
“เหนื่อยเหลือเกิน” เอ่ยบอกเสียงแผ่ว มือเล็กตวัดผ้าห่มขึ้นคลุมเรือนร่างเปลือย เพียงไม่นานเข้าสู่ห้วงนิทราทันใด
เมื่ออาบน้ำเสร็จเรียบร้อย อชิระยกเท้าเดินไปที่เตียง ก่อนขมวดคิ้วเข้มเข้าหากันอย่างไม่พอใจสุดขั้ว
“สกปรกที่สุด นอนทั้งที่ยังไม่อาบน้ำเนี่ยนะ” เสียงทุ้มพึมพำเบา ๆ ทันใดนั้นสายตาคมกริบสะดุดกับรอยช้ำตรงแขนขาวเนียน
“ไปโดนอะไรมา แต่ก็ช่างเถอะผู้หญิงร้ายกาจแบบนี้ เราไม่จำเป็นต้องสนใจ” พูดจบ ชายหนุ่มเดินอ้อมไปอีกฝั่งและทิ้งตัวนอนลงบนเตียง โดยหันหลังให้มนต์นภาทำราวกับเธอคือธาตุอากาศ
เสียงคลื่นกระทบเข้าหาดทราย ทำคนกำลังยืนชมวิวรู้สึกผ่อนคลายเหลือเกิน หลายปีแล้วที่เธอยังคงใช้ชีวิตร่วมกับอชิระอย่างมีความสุขแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานหลายปี แต่สำหรับมนต์นภารู้สึกว่าทุกอย่างเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง“นี่เรากับพี่อชิเดินทางมาถึงขนาดนี้เลยเหรอ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนหมุนตัวไปมองลูกทั้งสอง ที่กำลังก่อทรายสร้างปราสาท“ท่าทางสนุกเชียว” เธอยืนมองลูกอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เข้าไปรบกวน ปล่อยให้เด็ก ๆ เล่นกันอย่างเพลิดเพลินไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ที่มนต์นภายังคงยืนมองดูบรรยากาศรอบกายพร้อมฟังเสียงคลื่น“ยืนทำอะไรคนเดียวตั้งนานครับ” กายแกร่งของอชิระเดินมาสวมกอดจากด้านหลัง ก่อนจะกดจูบแก้มนุ่มหนัก ๆ“ทำอะไรคะเนี่ย เดี๋ยวลูกก็เห็นหรอก” ว่าแล้ว เหลือบมองลูกทั้งสองที่ยังคงสนุกกับการเล่นเหมือนเดิม“ไม่หรอกครับ”“นานแล้วนะคะเราอยู่อย่างนี้” เอ่ยบอกพลางมองคลื่นน้ำทะเลตรงหน้า“นั่นสิ นานแล้วนะที่เรายังอยู่ด้วยกันแบบนี้ พี่ขอบคุณมนต์จริง ๆ นะ”ถ้าหากในอดีตเธอไม่ยอมยกโทษให้เขา แทบไม่อยากจินตนาการเลยชีวิตของเขาจะเป็นยังไง ต้องขอบคุณเธอจริง ๆ ที่ยอมเลือกเขาอีกครั้
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือน นับตั้งแต่มนต์นภาย้ายกลับมาอยู่กับอชิระ มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นมากมาย ชายหนุ่มดูแลและเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี ทำเอาเธอมีความสุขมากจนแทบล้นในทุกวันตอนเช้า หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย มนต์นภากับนทีจะเดินไปส่งอชิระที่หน้าบ้านเป็นประจำ ซึ่งเป็นภาพที่อบอุ่นยิ่งนัก“ตั้งใจทำงานนะคะ”“ทำไงดีล่ะ พี่ไม่อยากไปทำงานเลย”“เอาอีกแล้วนะคะ” หญิงสาวถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เธอเริ่มจะชินกับท่าทางของอีกฝ่ายแล้ว ก่อนไปทำงานเขามักจะงอแงประจำ“ก็พี่ไม่อยากห่างจากมนต์นี่ครับ”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนเย็นเดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว” มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสแก้มสาก ราวกับต้องการส่งความอบอุ่นให้แก่เขา บ่งบอกให้รับรู้ว่าเธออยู่ตรงนี้เสมอและรอคอยตลอด“พี่จะรีบกลับมานะครับ”“ค่ะ” พยักหน้าเล็กน้อยพร้อมส่งยิ้มอ่อน ๆ“พ่อไปก่อนนะนที” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปลูบหัวเล็ก ๆ ด้วยความรัก“บ๊ายบาย” มือเล็ก ๆ โบกมือลาผู้เป็นพ่อ ขณะฉีกยิ้มกว้างก่อนหมุนตัวเข้าไปข้างในบ้าน ปล่อยให้มนต์นภากับอชิระอยู่ด้วยกันตามลำพัง“งั้นพี่ไปแล้วจริง ๆ นะครับ”“ค่ะ ๆ รีบไปเถอะเดี๋ยวก็สายหรอก” เธอถึงกับส่ายหัวไปมาอย่างเอ็นดูกับท่า
แสงแดดในยามเช้ากระทบมายังปลายเตียง นกตัวน้อยส่งเสียงร้องเบา ๆ นอกหน้าต่าง ทำให้คนที่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง ค่อย ๆ ปรือตาขึ้นด้วยอาการงัวเงีย“อื้อ” มนต์นภายันกายลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองหาคนตัวโตกับลูกชายตัวน้อย ก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำมนต์นภายืนจ้องตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ ก่อนจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องที่ผ่านเข้ามา ไม่คาดคิดเลยตัวเองจะได้กลับมาบ้านหลังนี้อีก ราวกับทุกอย่างคือความฝันใบหน้าหวานก้มมองท้องแบนราบ ยกมือเรียวลูบเบา ๆ การตั้งท้องลูกคนที่สองเกิดขึ้นเร็วมาก เกินที่เธอจินตนาการไว้เยอะทีเดียว ถึงกระนั้นมีความสุขเหลือเกินเธอแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ปรารถนาอยากสร้างครอบครัวอบอุ่น และมีคนรักเคียงข้าง“ขอบคุณที่มาหาพวกเรานะ” เอ่ยบอกกับทารกน้อยในครรภ์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มหลังจากจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จ จึงออกไปแต่งตัวและไปหาลูกกับสามี“ตื่นแล้วเหรอครับ ท่าทางจะเพลียมากเลยสินะ” เสียงทุ้มเอ่ยทักทายคนตัวเล็กพร้อมเดินไปหยุดตรงหน้าเธอ“ขอโทษที่ตื่นสายนะคะ”“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจดีว่ามนต์เหนื่อย” เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หวังให้เธอคลายความกังวล“พี่อชิกับลูกกินอะไรยั
หญิงสาวใช้เวลาทำกับข้าวสักพักใหญ่ ๆ พอเสร็จเรียบร้อยก็มากินมื้อเที่ยง โดยไม่ทันได้พูดคุยกับอชิระสักประโยค เพราะเธอค่อนข้างยุ่งกว่าจะได้คุยกันก็เป็นเวลาบ่ายแก่ ๆ เนื่องจากมนต์นภาต้องพาลูกชายเข้านอน หลังจากนั้นก็ให้ป้าแม่บ้านเลิกงานก่อนเวลา จนกระทั่งเหลือเธอกับเขาแค่สองคนท่ามกลางความเงียบในห้องโถง ต่างฝ่ายต่างไม่เปล่งคำพูดใด ทำราวกับกำลังชั่งใจถึงสิ่งที่จะพูดนับจากนี้อชิระเหลือบมองกรอบหน้าสวย เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ จากนั้นเอ่ยพูดในสิ่งที่ปรารถนา“ให้โอกาสพี่สักครั้งเถอะมนต์”“ค่ะ”“ห๊ะ” คำตอบสั้น ๆ ของคนตัวเล็ก ส่งผลให้อชิระอึ้ง ใบหน้าหล่อเหลาแหงนมองคนตรงหน้าอย่างงุนงงสุดขีด“เมื่อกี้มนต์พูดว่าไงนะครับ” ถามเสียงสั่น ๆ ด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ“เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ”ประโยคจากริมฝีปากอมชมพู ทำให้อชิระโผกอดคนตัวเล็กอย่างดีใจ“ขอบคุณนะครับ”“...” ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดจากปากนุ่ม หญิงสาวหลับตาพริ้มพร้อมยกแขนเรียวโอบกอดเขาตอบเธอคิดดีแล้วว่าหลังจากนี้จะเลิกผลักไสคนตัวโต เนื่องจากรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินกับการพยายามทำเป็นไม่รักเขา ที่สำคัญคือเธออยากให้ลูกได้รับความอบอุ่นจากคนเป็นพ่อ จึงไม่
เสียงดังเอะอะนอกห้อง ปลุกคนหลับลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย บทรักที่ผ่านมาทำมนต์นภาตื่นสายกว่าปกติ“นทีหายไปไหน” เธอเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างไว กวาดสายตามองหาลูกชายตัวน้อย ก่อนจะได้ยินเสียงจากข้างนอก ไม่รอช้าหย่อนเท้าแตะพื้นห้องและเดินไปยังปลายทาง“แม่ตื่นแล้ว” นทีเอ่ยทักผู้เป็นแม่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ทำไมนทีไม่ปลุกแม่ล่ะ” พูดพลางก้าวเท้าไปหาบุตรชายตัวน้อย ที่กำลังนั่งเล่นกับอชิระบนโซฟา“พ่อบอกว่าแม่เหนื่อย พ่อไม่ให้ปลุกครับ”“พ่อเหรอ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างงุนงง เนื่องจากเธอไม่เคยสอนให้นทีเรียกอชิระว่าพ่อ“ลุงคนนี้บอกว่าเป็นพ่อผม ผมมีพ่อใช่ไหม” นทีมองมนต์นภาตาแป๋วอย่างรอฟังคำตอบหญิงสาวชำเลืองมองคนตัวโตแวบหนึ่ง ก่อนพยักหน้าตอบรับนที ซึ่งเด็กน้อยดีใจเป็นอย่างมาก“เย้...ผมมีพ่อแล้ว”“ไว้พ่อจะมาหานทีบ่อย ๆ นะครับ” อชิระบอกกับลูกชายพร้อมอุ้มนทีเข้าสู่วงแขน“ครับ” พยักหน้ารับ“นทีหิวไหมคะ เดี๋ยวแม่ทำอะไรให้กิน” มนต์นภาเหลือบมองนาฬิกาฝาผนัง ก่อนหันไปบอกลูกชายตัวน้อย แอบรู้สึกผิดที่เวลาป่านนี้แล้ว ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องของลูกชาย“ผมกินแล้วครับ พ่อไปซื้อมาให้” คำพูดของลูกชายทำให้เธอเหลือบมองเจ้าขอ
จูบที่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน ส่งผลให้มนต์นภาอ่อนระทวยง่ายดาย ทั้งที่สมองสั่งการให้ผลักเขาออกห่าง แต่ร่างกายกลับตอบสนองเขาเป็นอย่างดี หนำซ้ำความปรารถนาเริ่มพลุ่งพล่านมากขึ้น“อื้อ” เสียงหวานครางต่ำในลำคอพร้อมหลับตาพริ้ม ก่อนจะตอบรับจูบจากเขาเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก กว่ามนต์นภาจะรู้สึกตัวอีกที ก็ตอนอชิระประคองเธอนอนลงบนโซฟา“พอเถอะค่ะ” มือเรียวยันอกแกร่ง ขณะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะไม่อยากให้เขารับรู้ความรู้สึกที่แท้จริง“ไม่” อชิระปฏิเสธเสียงแข็ง เขารวบแขนเล็กขึ้นเหนือศีรษะพร้อมประกบปากนุ่มอีกครั้งย่อมทราบดีการทำแบบนี้อาจทำให้คนตัวเล็กไม่พอใจ แต่เขาไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ เพราะต้องการคุยกับเธอเลยเลือกใช้วิธีนี้“พี่ขอโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกสักครั้งเถอะ” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด ปลายลิ้นเร่าร้อนเลียวนตรงซอกคอหอมกรุ่น ไม่วายทำรอยแดงมากมาย ราวกับต้องการตีตรา“อื้อ อ๊ะ คุณอชิระ” มือบางจิกเล็บลงบนท่อนแขนกำยำ ขณะเขาส่งนิ้วยาวเข้าในโพรงอ่อนนุ่ม ทำเอาทรมานจนแทบขาดใจ“ถ้าเจ็บก็บอกนะครับ” สิ้นเสียงพูด เขาเลื่อนตัวไปหยุดยังกึ่งกลางสาว ถกกระโปรงชุดนอนขึ้นไปกองบริเวณเอวคอดกิ่ว จัดการรูดแพ
ยามค่ำคืนปกคลุมทั่วออฟฟิศ ร่างเล็กของมนต์นภายังคงก้มหน้าก้มตาสะสางเอกสารท่ามกลางความเงียบสงัด“ในที่สุดก็เสร็จสักที” เธอบิดกายไปมาเพื่อไล่อาการเมื่อยล้าออกจากร่างกาย หลังจากเคลียร์งานชิ้นสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย“เกือบสองทุ่มแล้วเหรอ” ดวงตากลมโตเหลือบมองนาฬิกาตั้งโต๊ะ ไม่รอช้าจัดการเก็บข้าวของใส่กระเป
เสียงเพลงดังสนั่นออกจากลำโพงขนาดใหญ่ ผู้คนโยกเอวตามจังหวะอย่างเมามัน ขณะเดียวกันมนต์นภานั่งนิ่ง ไม่มีท่าทีจะลุกขึ้นออกไปเต้นเหมือนพะแพง ที่ตอนนี้กำลังสนุกสุดเหวี่ยง“ท่าทางจะสนุกมาก” เผยยิ้มเล็กน้อยขณะมองดูเพื่อน“มาคนเดียวเหรอครับ” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น เธอหันขวับมองอย่างงุนงง“ใครเหรอ”“ผมอยา
เมื่อเดินทางมาถึงคฤหาสน์ อชิระรีบลงจากรถและเดินไปข้างหน้า โดยไม่เหลียวหลังมองมนต์นภาสักนิดว่าจะตามมาทันหรือไม่นัยน์ตาคู่งามมองแผ่นหลังแกร่งครู่หนึ่ง จากนั้นพ่นลมหายใจยืดยาว เธอเริ่มจะชินแล้วที่เขาเป็นแบบนี้ จึงไม่รอช้ายกเท้าเดินตามไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความกลัวจะถูกเขาตำหนิเหมือนตอนอยู่ที่บ้าน“ช้า”
รุ่งเช้าวันต่อมา อชิระลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง ทันทีที่ลืมตาขึ้นก็พบกับคนตัวเล็กหลับใหลคาอ้อมแขน แรงดึงดูดบางอย่างเรียกร้องให้เขาสัมผัสแก้มนุ่มเบา ๆ ดั่งต้องมนต์สะกด“น่ารัก” เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำ โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำได้เผลอพ่นคำพูดแบบนั้นออกมาหลายนาทีผ่านไป มนต์นภาปรือต







