LOGINแสงตะวันในยามเช้าสาดส่องเข้าในห้อง ส่งผลให้คนหลับบนเตียงปรือตาขึ้นพลางบิดขี้เกียจ ก่อนเธอจะนึกบางอย่างขึ้นได้ จึงเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตกวาดมองรอบห้อง เธอรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือห้องนอนของตนเอง“เขาเป็นคนพาเรามาส่งที่ห้องเหรอ” เอ่ยบอกขณะก้มมองสำรวจร่างกาย ซึ่งสภาพของเธอในตอนนี้แต่งกายด้วยชุดนอนกระโปรงรอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้างาม รู้สึกซาบซึ้งในการกระทำของเขาเหลือเกิน อย่างน้อยทำให้รู้ว่าอชิระไม่ได้ใจร้ายกับเธอจนเกินไปด้วยความอยากตอบแทนอีกคน มนต์นภารีบตรงไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัว หลังจากเสร็จสิ้นก็ไปที่ห้องครัวหญิงสาวลงมือทำอาหารอย่างตั้งใจ ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย เธอเลือกทำเมนูง่าย ๆ เท่านั้น และเมื่อใกล้ได้เวลาที่เขาจะลงมา จึงไม่รอช้าไปรอคนตัวโตที่บันได“คุณอชิระ” เอ่ยเรียกอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม ทันทีที่อีกคนปรากฏตัวตรงหน้า“มีอะไร” ถามขึ้นเสียงเรียบพลางเลิกคิ้วเข้มขึ้นเล็กน้อย ท่าทางของคนตัวเล็กทำเอาอดสงสัยไม่ได้“วันนี้มนต์ทำอาหารโปรดของคุณ กินก่อนไปทำงานได้ไหมคะ” มือเรียวประสานเข้าหากันอย่างประหม่า เธอคาดหวังกับคำตอบของเขาเหลือเกิน“ฉันเคยบอกแล้วไม่
ชายหนุ่มนั่งบนโซฟาขณะมนต์นภานั่งบนพื้น โดยทั้งสองหันหน้าเข้าหากัน ดวงตากลมโตเหลือบมองท่อนลำ ก่อนกลืนน้ำลายลงคอกับความใหญ่ของแท่งร้อนอุ่น ไม่คิดมาก่อนสิ่งนั้นจะเข้ามาอยู่ในตัวเธอได้“ทำให้ฉันสิ”“มนต์ทำไม่เป็น” เอ่ยบอกเสียงแผ่ว วินาทีนี้เธอรู้สึกอายมากเหลือเกิน เป็นครั้งแรกต้องมานั่งจ้องของเขาแบบนี้“เอามือเธอมาจับสิ” ไม่พูดเปล่า อชิระคว้าข้อมือเล็กมาจับท่อนเอ็นขนาดใหญ่ เขาอธิบายให้คนตัวเล็กฟังอย่างใจเย็น ก่อนเธอจะทำตามอย่างว่าง่ายมือเรียวครอบครองความเป็นชายและขยับขึ้นลงตามจังหวะ เสียงร้องครางต่ำในลำคอของเขา ทำให้เธอเผลอชำเลืองมองใบหน้าคมคาย เพิ่งจะเคยรู้ว่าเขาทำหน้าแบบอื่นเป็นด้วย ปกติชอบทำหน้าขรึมใส่กัน“อื้อ มนต์เลียให้ฉันหน่อย” เสียงทุ้มร้องบอกปานจะขาดใจ คนตัวเล็กทำตามอย่างง่ายดาย แตะปลายลิ้นลงบนหัวหยักอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนปล่อยตัวเองให้เคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณ“อื้อ” อชิระยังคงส่งเสียงร้องครวญครางอย่างสุขใจ ก่อนเบิกตากว้างอย่างตะลึง เมื่อเธอกำลังใช้ปากนุ่ม ๆ ครอบครองความเป็นชายการปรนเปรอที่เงอะงะของมนต์นภา ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกรำคาญสักนิด หนำซ้ำกลับชอบเหลือเกิน จนเขารู้สึกไม่เป็น
เสียงเพลงดังสนั่นออกจากลำโพงขนาดใหญ่ ผู้คนโยกเอวตามจังหวะอย่างเมามัน ขณะเดียวกันมนต์นภานั่งนิ่ง ไม่มีท่าทีจะลุกขึ้นออกไปเต้นเหมือนพะแพง ที่ตอนนี้กำลังสนุกสุดเหวี่ยง“ท่าทางจะสนุกมาก” เผยยิ้มเล็กน้อยขณะมองดูเพื่อน“มาคนเดียวเหรอครับ” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น เธอหันขวับมองอย่างงุนงง“ใครเหรอ”“ผมอยากทำความรู้จักคุณครับ” พูดพลางมองด้วยสายตาแทะโลม ทำเอามนต์นภากระอักกระอ่วนไม่น้อย“ขอโทษนะคะ แต่ฉันมีสามีแล้ว” พยายามทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่าย“จริงหรือเปล่า ถ้ามีสามีแล้วคงไม่มาที่แบบนี้หรอกใช่ไหม” ชายคนนั้นยังคงพยายามชวนมนต์นภาคุย“...” เธอเลือกที่จะเงียบ ไม่อยากตอบโต้ให้เสียเวลาเปล่า ๆ“หยิ่งจังนะครับ” ไม่พูดเปล่าทำท่าจะยกมือสัมผัสแผ่นหลังขาวเนียน แต่ช้าไปกว่าพะแพงที่ตรงมาถีบอีกฝ่ายล้มลงคาพื้น“คิดจะทำอะไรเพื่อนฉัน ไอ้ชาติชั่ว”“นังบ้า!! มึงเป็นใครวะกล้าดียังไงมาถีบกู” ชายคนนั้นโวยวายดังลั่นอย่างเกรี้ยวกราด ผู้คนบริเวณนั้นต่างหันมองด้วยความสนใจ“ฉันก็เป็นเพื่อนของคนที่แกกำลังจะลวนลามไง”“พูดอะไรของมึงวะ กูไม่ได้ทำแบบนั้นสักหน่อย” อีกฝ่ายโต้กลับอย่างไม่ลดละ“งั้นแกจะให้ฉันเอาหลักฐานให้ดูไหม”“ฝา
เมื่อเดินทางมาถึงคฤหาสน์ อชิระรีบลงจากรถและเดินไปข้างหน้า โดยไม่เหลียวหลังมองมนต์นภาสักนิดว่าจะตามมาทันหรือไม่นัยน์ตาคู่งามมองแผ่นหลังแกร่งครู่หนึ่ง จากนั้นพ่นลมหายใจยืดยาว เธอเริ่มจะชินแล้วที่เขาเป็นแบบนี้ จึงไม่รอช้ายกเท้าเดินตามไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความกลัวจะถูกเขาตำหนิเหมือนตอนอยู่ที่บ้าน“ช้า” เมื่อเดินไปหยุดข้างคนตัวโต ไม่วายถูกเขาต่อว่าอยู่ดี“ขอโทษค่ะ” เอ่ยพูดเสียงแผ่วขณะก้มหน้างุดมองพื้น มือเรียวทั้งสองข้างประสานเข้าหากันอย่างประหม่า“นี่เหรอผู้หญิงที่พี่แต่งงานด้วย”เสียงของบุคคลที่สามดังขึ้น ส่งผลให้มนต์นภาแหงนหน้ามอง ก่อนหยุดชะงักกับความสวยของคนตรงหน้า ซึ่งใครที่ได้เห็นก็ต้องรู้สึกเช่นเดียวกับเธอ“อืม” อชิระเหลือบมองคนข้างกายพลางตอบรับสั้น ๆ ในลำคอ“ท่าทางไม่น่าจะวางยาพี่ได้เลย อย่างว่าแหละคนเราดูแค่หน้าตาไม่ได้หรอก”คำพูดของพะแพง ทำเอามนต์นภารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เธอยืนตัวแข็งทื่อด้วยความรู้สึกช็อก คาดไม่ถึงอีกคนจะพูดตรง ๆ ให้ได้ยิน“เข้าบ้านกันเถอะ” อชิระตัดบทพร้อมเดินไปกับน้องสาว“ไม่มีใครต้อนรับเราเลยจริง ๆ” เอ่ยบอกด้วยความรู้สึกปวดหนึบ หญิงสาวพยายามบอกตัวเองให้เ
รุ่งเช้าวันต่อมา อชิระลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง ทันทีที่ลืมตาขึ้นก็พบกับคนตัวเล็กหลับใหลคาอ้อมแขน แรงดึงดูดบางอย่างเรียกร้องให้เขาสัมผัสแก้มนุ่มเบา ๆ ดั่งต้องมนต์สะกด“น่ารัก” เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำ โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำได้เผลอพ่นคำพูดแบบนั้นออกมาหลายนาทีผ่านไป มนต์นภาปรือตาขึ้นด้วยอาการงัวเงีย ก่อนเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เพราะใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันไม่กี่คืบทำเอาตกใจไม่น้อย จังหวะนั้นอชิระรีบเด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว“มานอนอะไรตรงนี้” เอ่ยบอกอย่างไม่สบอารมณ์“เมื่อคืนคุณเมามาก มนต์ก็เลย...”“ไม่ต้องพูดแล้ว ช่างมันเถอะ” เพราะเขาจำทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนได้ ฉะนั้นเลี่ยงที่จะฟัง ก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “คุณอชิระคะ ข้าวเช้าจะรับเป็นอะไรดี”“ไม่ต้อง!! อย่าหวังว่าฉันจะกินของที่มาจากเธออีก” ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชา“อ๋อค่ะ” พยักหน้ารับเล็กน้อย ขณะปรายตามองแผ่นหลังกว้างกำลังย่างเท้าจากไป“เขาคงโกรธเรื่องเมื่อคืนแน่เลย” เอ่ยบอกอย่างสำนึกผิดทั้งที่พยายามบอกตัวเองไม่ให้สร้างปัญหา แต่ไม่วายดันเกิดเรื่องขึ้นอยู่ดีหลังจากอชิระออกไปทำงานประมาณเกือบชั่วโมง ระหว่า
“อื้อ” เปลือกตาบางเบิกขึ้นอย่างเชื่องช้า ขณะพลิกกายหันไปอีกด้านก็รับรู้ถึงความว่างเปล่า มนต์นภารู้ได้ทันทีเธอถูกทิ้งแล้ว เขากลับไปโดยไม่บอกกล่าวสักคำหญิงสาวยันกายลุกขึ้นนั่งด้วยความรู้สึกหน่วง ๆ แม้จะรู้ดีว่าการแต่งงานในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก ก็แค่ความผิดพลาดชั่วค่ำคืน ทว่าอย่างน้อยในฐานะเพื่อนมนุษย์เขาไม่ควรทำแบบนี้กับเธอ ทั้งที่เขาเป็นคนทำให้เธอตื่นสายแท้ ๆเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายนาที กว่าเธอจะตรงไปชำระล้างร่างกายในห้องน้ำเมื่อจัดการธุระเสร็จสิ้น ก็ตรงไปยังล็อบบี้เพื่อเช็คเอ้าท์ จากนั้นนั่งรถโดยสารกลับบ้าน ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็มาถึงปลายทางหลังจากก้าวลงจากรถ ใบหน้างามแหงนมองบ้านเบื้องหน้า ที่จะใช้ชีวิตต่อจากนี้อีกหนึ่งปีก่อนถอนหายใจเฮือกหนึ่ง“แค่ปีเดียวเท่านั้น” เสียงหวานพึมพำเบา ๆ ก่อนนำกุญแจไขประตูรั้วพร้อมเดินไปข้างใน และกวาดสายตามองหาคนตัวโต“เขาไม่อยู่เหรอ”เมื่อมั่นใจอย่างนั้น จึงก้าวเดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านและตรงไปที่ห้องนอน ซึ่งก่อนหน้าจะแต่งงานไม่กี่วัน หญิงสาวได้มีโอกาสนำข้าวของมาเก็บไว้ จึงพอทราบตำแหน่งบ้านในระดับหนึ่ง โดยเธอกับเขาไม่ได้ใช้ห้องนอนร่วมกัน ม







