LOGIN“อื้อ” เปลือกตาบางเบิกขึ้นอย่างเชื่องช้า ขณะพลิกกายหันไปอีกด้านก็รับรู้ถึงความว่างเปล่า มนต์นภารู้ได้ทันทีเธอถูกทิ้งแล้ว เขากลับไปโดยไม่บอกกล่าวสักคำ
หญิงสาวยันกายลุกขึ้นนั่งด้วยความรู้สึกหน่วง ๆ แม้จะรู้ดีว่าการแต่งงานในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก ก็แค่ความผิดพลาดชั่วค่ำคืน ทว่าอย่างน้อยในฐานะเพื่อนมนุษย์เขาไม่ควรทำแบบนี้กับเธอ ทั้งที่เขาเป็นคนทำให้เธอตื่นสายแท้ ๆ
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายนาที กว่าเธอจะตรงไปชำระล้างร่างกายในห้องน้ำ
เมื่อจัดการธุระเสร็จสิ้น ก็ตรงไปยังล็อบบี้เพื่อเช็คเอ้าท์ จากนั้นนั่งรถโดยสารกลับบ้าน ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็มาถึงปลายทาง
หลังจากก้าวลงจากรถ ใบหน้างามแหงนมองบ้านเบื้องหน้า ที่จะใช้ชีวิตต่อจากนี้อีกหนึ่งปีก่อนถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
“แค่ปีเดียวเท่านั้น” เสียงหวานพึมพำเบา ๆ ก่อนนำกุญแจไขประตูรั้วพร้อมเดินไปข้างใน และกวาดสายตามองหาคนตัวโต
“เขาไม่อยู่เหรอ”
เมื่อมั่นใจอย่างนั้น จึงก้าวเดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านและตรงไปที่ห้องนอน ซึ่งก่อนหน้าจะแต่งงานไม่กี่วัน หญิงสาวได้มีโอกาสนำข้าวของมาเก็บไว้ จึงพอทราบตำแหน่งบ้านในระดับหนึ่ง โดยเธอกับเขาไม่ได้ใช้ห้องนอนร่วมกัน
มนต์นภาไม่ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ไม่รอช้าลงไปยังชั้นล่างเพื่อทำความสะอาดบ้าน เธอไม่อยากอยู่เฉย ๆ จึงพยายามหาอะไรทำ
ช่วงเย็นของวันเดียวกัน รถคันหรูเคลื่อนตัวเข้าจอดในรั้วบ้าน ก่อนเจ้าของรถจะย่างเท้าลงพร้อมขมวดคิ้วเข้าหากัน
“มาแล้วเหรอ” เอ่ยพึมพำขณะยกเท้าเดิน
“กลับมาแล้วเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยทักทายคนตัวโตด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม อชิระหันขวับไปมองร่างอรชร
“อืม” ตอบรับสั้น ๆ ขณะชำเลืองมองดวงหน้างดงาม
“เมื่อเช้าเกิดไฟไหม้ที่โรงงานผลิต ก็เลยจำเป็นต้องกลับก่อนแต่ฉันปลุกเธอแล้วนะ เธอนอนขี้เซาไม่ยอมตื่นเอง”
“แล้วเป็นยังไงบ้างคะ” ใบหน้างามฉายไปด้วยความกังวล ขณะเดียวกันแอบรู้สึกดียิ่งนักที่เขาไม่ได้ทิ้งเธอเพราะความเกลียด ทว่ากลับมีเหตุผลอื่น
“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว” พูดจบ กวาดสายตามองรอบกาย ซึ่งพบว่าบรรยากาศภายในแตกต่างจากเดิม
“เอ่อ คือ มนต์นำพวกผ้าม่านอันเก่าไปซักค่ะ ขอโทษนะคะที่ทำอะไรตามใจ” หญิงสาวเอ่ยบอกทันที เมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังทำสีหน้าสงสัยกับบางอย่าง
“จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ หลังจากนี้งานบ้านทุกอย่างจะเป็นหน้าที่ของเธอ หวังว่าทำได้ใช่ไหม” สายตาคมกริบจ้องคนตัวเล็กอย่างกดดัน
“มนต์ทำได้ค่ะ”
“ก็ดี แต่ฉันไม่มีเงินเดือนให้เธอหรอกนะ ในเมื่ออยู่ฟรีและกินฟรีก็ควรทำงานบ้านตอบแทน” ถ้าจุดประสงค์ที่เธอแต่งงานกับเขาเพราะเรื่องเงิน ฉะนั้นอย่าหวังว่าเธอจะได้รับมัน เขาไม่มีทางให้เด็ดขาด
“ค่ะ มนต์เข้าใจ” ตอบรับเสียงแผ่ว
“ถ้าอยากมีเงินใช้ก็ต้องทำงาน”
“งานอะไรคะ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างลุ้น ๆ
“ทำงานที่บริษัทฉันนี่แหละ ส่วนเรื่องที่เราแต่งงานกันห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่” สายตาคมกริบจ้องเขม็งคนตัวเล็กอย่างดุดัน เขาไม่ได้ขู่แต่พร้อมทำจริงทุกเมื่อ หากเธอผิดสัญญา
“ค่ะ” พยักหน้ารับเล็กน้อย
“เข้าใจแล้วก็ดี” พูดจบ อชิระยกเท้าเดินผ่านหน้าคนตัวเล็ก แต่ก้าวได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดชะงักกับประโยคจากปากนุ่ม
“มื้อเย็นนี้คุณอชิระจะกินอะไรดีคะ มนต์จะได้เตรียมให้”
“ไม่ต้องเตรียม ฉันมีนัดกับเพื่อนแล้ว”
“อ๋อค่ะ” ตอบรับสั้น ๆ โดยไม่ถามอะไรต่อ เนื่องจากเธอไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตของเขา
“เธอเองก็ออกไปเที่ยวบ้างก็ได้ ฉันไม่ยุ่งกับชีวิตส่วนตัวของเธอหรอก เคยใช้ชีวิตแบบไหนก็ใช้แบบนั้นแหละ” จบประโยค ไม่รอช้าก้าวเดินขึ้นบันได
“เฮ้อ...” เธอถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ขณะปรายตามองแผ่นหลังกว้างจนลับหาย
ช่วงเวลาดึกดื่นท่ามกลางความเงียบสงัด ที่มีไฟสลัวจากโคมไฟสาดส่องในห้อง คนบนเตียงพลิกกายไปมาอย่างกระสับกระส่าย พยายามข่มตาหลับลง แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่สามารถหลับสักที เพราะเป็นสถานที่ไม่คุ้นชิน เลยไม่อาจเข้าสู่ห้วงนิทราได้ง่าย ๆ
“นอนไม่หลับเลย” เธอเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วหย่อนเท้าเล็กแตะพื้นพร้อมเดินไปหยุดที่ริมหน้าต่าง
หญิงสาวทอดสายตามองวิวยามค่ำคืนอย่างเรื่อยเปื่อย โดยไม่อาจรับรู้สักนิดผ่านไปนานแค่ไหน จนกระทั่งรถแสนคุ้นเคยแล่นเข้าจอดในรั้ว และคนตัวโตเปิดประตูลงมาด้วยสภาพโซซัดโซเซ
“คุณอชิระ” สภาพไม่สู้ดีของชายหนุ่ม ทำให้เธอไม่รอช้าวิ่งลงไปยังชั้นล่าง ก่อนเบิกตากว้างเมื่อเห็นเขานอนแผ่หลาบนพื้นเย็นเฉียบ เธอรีบประชิดตัวเขาพร้อมพยายามช่วยพยุง
“ไหวไหมคะ” เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง
“อย่ามายุ่งกับฉัน” คนเมาผลักมนต์นภาออกห่าง แล้วหันไปอาเจียนบนพื้นแทบหมดไส้หมดพุง เมื่อเริ่มรู้สึกดีจึงทิ้งตัวนอน
“เฮ้อ...” เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความรู้สึกมากมาย จากนั้นช่วยพยุงคนตัวโตไปนอนบนโซฟาอย่างทุลักทุเล
“ไปให้พ้น ฉันเกลียดเธอที่สุด ผู้หญิงน่ารังเกียจ” คนเมาตะโกนโวยวายดังลั่น
กว่าเธอจะประคองเขาให้นอนบนโซฟาได้สำเร็จ เล่นเอาปาดเหงื่อทีเดียว
“ขอโทษนะคะ ที่มนต์มันน่ารังเกียจ” ดวงตากลมโตมองดูเขาพักหนึ่ง แล้วเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อหยิบอุปกรณ์เช็ดตัว
ระหว่างช่วยทำความสะอาดให้คนเมา ไม่วายถูกเขาปัดแขนเล็กอย่างแรง จนผ้าขนหนูในมือหล่นสู่พื้น เธอหยิบขึ้นมาและชุบน้ำอุ่นอีกครั้ง
แม้ว่าการดูแลคนตัวโตจะยากลำบากไปบ้าง แต่มนต์นภายังคงทำหน้าที่อย่างตั้งใจ หลังจากเสร็จจึงเอาอุปกรณ์ไปเก็บและนำผ้าห่มมาคลุมกายแกร่ง
“นอนตรงนี้นะคะ มนต์พาคุณไปส่งบนห้องไม่ไหว” เพราะขืนดึงดันจะพาเขาไปส่งบนห้องให้ได้ มีหวังได้กลิ้งตกบันไดพร้อมกันแน่ ๆ
หลังจากเสร็จสิ้นการดูแลคนตัวโต มนต์นภาไม่รีรอไปทำความสะอาดพื้น ที่เขาอาเจียนก่อนหน้านี้ กว่าทั้งหมดจะเรียบร้อยดีก็กินเวลาพอสมควร
ขณะกำลังจะเดินขึ้นไปชั้นบน สายตาดันปะทะกับผ้าห่มที่ลงไปกองบนพื้น เธอจำเป็นต้องกลับไปห่มผ้าให้เขาอีกครั้ง เพราะไม่อาจทิ้งให้ชายหนุ่มนอนหลับในสภาพนั้น
ขณะมนต์นภากำลังจะห่มผ้าให้เขา ทันใดนั้นคนเมาจับข้อมือเล็กและกระชากเต็มแรง จนเธอเสียหลักไปนอนบนกายแกร่ง
“คุณอชิระ”
“นอนด้วยกันสิ จะหนีไปไหน”
“ปล่อยนะคะ มนต์จะกลับห้องแล้ว” หญิงสาวพยายามทำเป็นไม่สนใจคำพูดนั้น ย่อมทราบดีอีกคนเมา ถ้าหากเขามีสติครบถ้วนคงไม่มีทางพูดแบบนั้นกับเธอแน่
ไม่มีเสียงตอบกลับจากริมฝีปากหยัก อชิระกระชับกอดคนตัวเล็กแน่น ไม่ยอมให้เธอหนีไปไหน ไม่ว่ามนต์นภาจะพยายามแกะแค่ไหนก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเริ่มรู้สึกเหนื่อยบวกกับเปลือกตาหนักอึ้ง
“อื้อ” สุดท้ายหญิงสาวหยุดการกระทำ และซบหน้าลงบนอกกว้าง ไออุ่นจากตัวเขาแผ่ซ่านมายังเธอ เพียงไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
เสียงคลื่นกระทบเข้าหาดทราย ทำคนกำลังยืนชมวิวรู้สึกผ่อนคลายเหลือเกิน หลายปีแล้วที่เธอยังคงใช้ชีวิตร่วมกับอชิระอย่างมีความสุขแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานหลายปี แต่สำหรับมนต์นภารู้สึกว่าทุกอย่างเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง“นี่เรากับพี่อชิเดินทางมาถึงขนาดนี้เลยเหรอ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนหมุนตัวไปมองลูกทั้งสอง ที่กำลังก่อทรายสร้างปราสาท“ท่าทางสนุกเชียว” เธอยืนมองลูกอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เข้าไปรบกวน ปล่อยให้เด็ก ๆ เล่นกันอย่างเพลิดเพลินไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ที่มนต์นภายังคงยืนมองดูบรรยากาศรอบกายพร้อมฟังเสียงคลื่น“ยืนทำอะไรคนเดียวตั้งนานครับ” กายแกร่งของอชิระเดินมาสวมกอดจากด้านหลัง ก่อนจะกดจูบแก้มนุ่มหนัก ๆ“ทำอะไรคะเนี่ย เดี๋ยวลูกก็เห็นหรอก” ว่าแล้ว เหลือบมองลูกทั้งสองที่ยังคงสนุกกับการเล่นเหมือนเดิม“ไม่หรอกครับ”“นานแล้วนะคะเราอยู่อย่างนี้” เอ่ยบอกพลางมองคลื่นน้ำทะเลตรงหน้า“นั่นสิ นานแล้วนะที่เรายังอยู่ด้วยกันแบบนี้ พี่ขอบคุณมนต์จริง ๆ นะ”ถ้าหากในอดีตเธอไม่ยอมยกโทษให้เขา แทบไม่อยากจินตนาการเลยชีวิตของเขาจะเป็นยังไง ต้องขอบคุณเธอจริง ๆ ที่ยอมเลือกเขาอีกครั้
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือน นับตั้งแต่มนต์นภาย้ายกลับมาอยู่กับอชิระ มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นมากมาย ชายหนุ่มดูแลและเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี ทำเอาเธอมีความสุขมากจนแทบล้นในทุกวันตอนเช้า หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย มนต์นภากับนทีจะเดินไปส่งอชิระที่หน้าบ้านเป็นประจำ ซึ่งเป็นภาพที่อบอุ่นยิ่งนัก“ตั้งใจทำงานนะคะ”“ทำไงดีล่ะ พี่ไม่อยากไปทำงานเลย”“เอาอีกแล้วนะคะ” หญิงสาวถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เธอเริ่มจะชินกับท่าทางของอีกฝ่ายแล้ว ก่อนไปทำงานเขามักจะงอแงประจำ“ก็พี่ไม่อยากห่างจากมนต์นี่ครับ”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนเย็นเดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว” มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสแก้มสาก ราวกับต้องการส่งความอบอุ่นให้แก่เขา บ่งบอกให้รับรู้ว่าเธออยู่ตรงนี้เสมอและรอคอยตลอด“พี่จะรีบกลับมานะครับ”“ค่ะ” พยักหน้าเล็กน้อยพร้อมส่งยิ้มอ่อน ๆ“พ่อไปก่อนนะนที” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปลูบหัวเล็ก ๆ ด้วยความรัก“บ๊ายบาย” มือเล็ก ๆ โบกมือลาผู้เป็นพ่อ ขณะฉีกยิ้มกว้างก่อนหมุนตัวเข้าไปข้างในบ้าน ปล่อยให้มนต์นภากับอชิระอยู่ด้วยกันตามลำพัง“งั้นพี่ไปแล้วจริง ๆ นะครับ”“ค่ะ ๆ รีบไปเถอะเดี๋ยวก็สายหรอก” เธอถึงกับส่ายหัวไปมาอย่างเอ็นดูกับท่า
แสงแดดในยามเช้ากระทบมายังปลายเตียง นกตัวน้อยส่งเสียงร้องเบา ๆ นอกหน้าต่าง ทำให้คนที่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง ค่อย ๆ ปรือตาขึ้นด้วยอาการงัวเงีย“อื้อ” มนต์นภายันกายลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองหาคนตัวโตกับลูกชายตัวน้อย ก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำมนต์นภายืนจ้องตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ ก่อนจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องที่ผ่านเข้ามา ไม่คาดคิดเลยตัวเองจะได้กลับมาบ้านหลังนี้อีก ราวกับทุกอย่างคือความฝันใบหน้าหวานก้มมองท้องแบนราบ ยกมือเรียวลูบเบา ๆ การตั้งท้องลูกคนที่สองเกิดขึ้นเร็วมาก เกินที่เธอจินตนาการไว้เยอะทีเดียว ถึงกระนั้นมีความสุขเหลือเกินเธอแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ปรารถนาอยากสร้างครอบครัวอบอุ่น และมีคนรักเคียงข้าง“ขอบคุณที่มาหาพวกเรานะ” เอ่ยบอกกับทารกน้อยในครรภ์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มหลังจากจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จ จึงออกไปแต่งตัวและไปหาลูกกับสามี“ตื่นแล้วเหรอครับ ท่าทางจะเพลียมากเลยสินะ” เสียงทุ้มเอ่ยทักทายคนตัวเล็กพร้อมเดินไปหยุดตรงหน้าเธอ“ขอโทษที่ตื่นสายนะคะ”“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจดีว่ามนต์เหนื่อย” เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หวังให้เธอคลายความกังวล“พี่อชิกับลูกกินอะไรยั
หญิงสาวใช้เวลาทำกับข้าวสักพักใหญ่ ๆ พอเสร็จเรียบร้อยก็มากินมื้อเที่ยง โดยไม่ทันได้พูดคุยกับอชิระสักประโยค เพราะเธอค่อนข้างยุ่งกว่าจะได้คุยกันก็เป็นเวลาบ่ายแก่ ๆ เนื่องจากมนต์นภาต้องพาลูกชายเข้านอน หลังจากนั้นก็ให้ป้าแม่บ้านเลิกงานก่อนเวลา จนกระทั่งเหลือเธอกับเขาแค่สองคนท่ามกลางความเงียบในห้องโถง ต่างฝ่ายต่างไม่เปล่งคำพูดใด ทำราวกับกำลังชั่งใจถึงสิ่งที่จะพูดนับจากนี้อชิระเหลือบมองกรอบหน้าสวย เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ จากนั้นเอ่ยพูดในสิ่งที่ปรารถนา“ให้โอกาสพี่สักครั้งเถอะมนต์”“ค่ะ”“ห๊ะ” คำตอบสั้น ๆ ของคนตัวเล็ก ส่งผลให้อชิระอึ้ง ใบหน้าหล่อเหลาแหงนมองคนตรงหน้าอย่างงุนงงสุดขีด“เมื่อกี้มนต์พูดว่าไงนะครับ” ถามเสียงสั่น ๆ ด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ“เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ”ประโยคจากริมฝีปากอมชมพู ทำให้อชิระโผกอดคนตัวเล็กอย่างดีใจ“ขอบคุณนะครับ”“...” ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดจากปากนุ่ม หญิงสาวหลับตาพริ้มพร้อมยกแขนเรียวโอบกอดเขาตอบเธอคิดดีแล้วว่าหลังจากนี้จะเลิกผลักไสคนตัวโต เนื่องจากรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินกับการพยายามทำเป็นไม่รักเขา ที่สำคัญคือเธออยากให้ลูกได้รับความอบอุ่นจากคนเป็นพ่อ จึงไม่
เสียงดังเอะอะนอกห้อง ปลุกคนหลับลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย บทรักที่ผ่านมาทำมนต์นภาตื่นสายกว่าปกติ“นทีหายไปไหน” เธอเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างไว กวาดสายตามองหาลูกชายตัวน้อย ก่อนจะได้ยินเสียงจากข้างนอก ไม่รอช้าหย่อนเท้าแตะพื้นห้องและเดินไปยังปลายทาง“แม่ตื่นแล้ว” นทีเอ่ยทักผู้เป็นแม่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ทำไมนทีไม่ปลุกแม่ล่ะ” พูดพลางก้าวเท้าไปหาบุตรชายตัวน้อย ที่กำลังนั่งเล่นกับอชิระบนโซฟา“พ่อบอกว่าแม่เหนื่อย พ่อไม่ให้ปลุกครับ”“พ่อเหรอ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างงุนงง เนื่องจากเธอไม่เคยสอนให้นทีเรียกอชิระว่าพ่อ“ลุงคนนี้บอกว่าเป็นพ่อผม ผมมีพ่อใช่ไหม” นทีมองมนต์นภาตาแป๋วอย่างรอฟังคำตอบหญิงสาวชำเลืองมองคนตัวโตแวบหนึ่ง ก่อนพยักหน้าตอบรับนที ซึ่งเด็กน้อยดีใจเป็นอย่างมาก“เย้...ผมมีพ่อแล้ว”“ไว้พ่อจะมาหานทีบ่อย ๆ นะครับ” อชิระบอกกับลูกชายพร้อมอุ้มนทีเข้าสู่วงแขน“ครับ” พยักหน้ารับ“นทีหิวไหมคะ เดี๋ยวแม่ทำอะไรให้กิน” มนต์นภาเหลือบมองนาฬิกาฝาผนัง ก่อนหันไปบอกลูกชายตัวน้อย แอบรู้สึกผิดที่เวลาป่านนี้แล้ว ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องของลูกชาย“ผมกินแล้วครับ พ่อไปซื้อมาให้” คำพูดของลูกชายทำให้เธอเหลือบมองเจ้าขอ
จูบที่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน ส่งผลให้มนต์นภาอ่อนระทวยง่ายดาย ทั้งที่สมองสั่งการให้ผลักเขาออกห่าง แต่ร่างกายกลับตอบสนองเขาเป็นอย่างดี หนำซ้ำความปรารถนาเริ่มพลุ่งพล่านมากขึ้น“อื้อ” เสียงหวานครางต่ำในลำคอพร้อมหลับตาพริ้ม ก่อนจะตอบรับจูบจากเขาเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก กว่ามนต์นภาจะรู้สึกตัวอีกที ก็ตอนอชิระประคองเธอนอนลงบนโซฟา“พอเถอะค่ะ” มือเรียวยันอกแกร่ง ขณะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะไม่อยากให้เขารับรู้ความรู้สึกที่แท้จริง“ไม่” อชิระปฏิเสธเสียงแข็ง เขารวบแขนเล็กขึ้นเหนือศีรษะพร้อมประกบปากนุ่มอีกครั้งย่อมทราบดีการทำแบบนี้อาจทำให้คนตัวเล็กไม่พอใจ แต่เขาไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ เพราะต้องการคุยกับเธอเลยเลือกใช้วิธีนี้“พี่ขอโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกสักครั้งเถอะ” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด ปลายลิ้นเร่าร้อนเลียวนตรงซอกคอหอมกรุ่น ไม่วายทำรอยแดงมากมาย ราวกับต้องการตีตรา“อื้อ อ๊ะ คุณอชิระ” มือบางจิกเล็บลงบนท่อนแขนกำยำ ขณะเขาส่งนิ้วยาวเข้าในโพรงอ่อนนุ่ม ทำเอาทรมานจนแทบขาดใจ“ถ้าเจ็บก็บอกนะครับ” สิ้นเสียงพูด เขาเลื่อนตัวไปหยุดยังกึ่งกลางสาว ถกกระโปรงชุดนอนขึ้นไปกองบริเวณเอวคอดกิ่ว จัดการรูดแพ
ยามค่ำคืนปกคลุมทั่วออฟฟิศ ร่างเล็กของมนต์นภายังคงก้มหน้าก้มตาสะสางเอกสารท่ามกลางความเงียบสงัด“ในที่สุดก็เสร็จสักที” เธอบิดกายไปมาเพื่อไล่อาการเมื่อยล้าออกจากร่างกาย หลังจากเคลียร์งานชิ้นสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย“เกือบสองทุ่มแล้วเหรอ” ดวงตากลมโตเหลือบมองนาฬิกาตั้งโต๊ะ ไม่รอช้าจัดการเก็บข้าวของใส่กระเป
ตลอดทั้งวันมนต์นภาขังตัวเองอยู่ในห้อง ทำเอาอชิระร้อนใจเป็นอย่างมาก กระสับกระส่ายแทบนั่งไม่ติดโซฟา เขาเอาแต่เดินวนไปมาภายในห้องโถงไม่เข้าใจเหมือนกันตนเองเป็นอะไรกันแน่ ทำไมถึงร้อนรุ่มในอกอย่างนี้แทบอยู่ไม่เป็นสุข“จริงด้วยสิ” อชิระฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ ไม่รอช้าต่อสายหาใครคนหนึ่ง เมื่อคนปลายสายกดรับ
เสียงเพลงดังสนั่นออกจากลำโพงขนาดใหญ่ ผู้คนโยกเอวตามจังหวะอย่างเมามัน ขณะเดียวกันมนต์นภานั่งนิ่ง ไม่มีท่าทีจะลุกขึ้นออกไปเต้นเหมือนพะแพง ที่ตอนนี้กำลังสนุกสุดเหวี่ยง“ท่าทางจะสนุกมาก” เผยยิ้มเล็กน้อยขณะมองดูเพื่อน“มาคนเดียวเหรอครับ” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น เธอหันขวับมองอย่างงุนงง“ใครเหรอ”“ผมอยา
เมื่อเดินทางมาถึงคฤหาสน์ อชิระรีบลงจากรถและเดินไปข้างหน้า โดยไม่เหลียวหลังมองมนต์นภาสักนิดว่าจะตามมาทันหรือไม่นัยน์ตาคู่งามมองแผ่นหลังแกร่งครู่หนึ่ง จากนั้นพ่นลมหายใจยืดยาว เธอเริ่มจะชินแล้วที่เขาเป็นแบบนี้ จึงไม่รอช้ายกเท้าเดินตามไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความกลัวจะถูกเขาตำหนิเหมือนตอนอยู่ที่บ้าน“ช้า”







