Share

บทที่ 5 ผู้ชายเย็นชา

last update Huling Na-update: 2026-03-08 01:37:19

“อื้อ” เปลือกตาบางเบิกขึ้นอย่างเชื่องช้า ขณะพลิกกายหันไปอีกด้านก็รับรู้ถึงความว่างเปล่า มนต์นภารู้ได้ทันทีเธอถูกทิ้งแล้ว เขากลับไปโดยไม่บอกกล่าวสักคำ

หญิงสาวยันกายลุกขึ้นนั่งด้วยความรู้สึกหน่วง ๆ แม้จะรู้ดีว่าการแต่งงานในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก ก็แค่ความผิดพลาดชั่วค่ำคืน ทว่าอย่างน้อยในฐานะเพื่อนมนุษย์เขาไม่ควรทำแบบนี้กับเธอ ทั้งที่เขาเป็นคนทำให้เธอตื่นสายแท้ ๆ

เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายนาที กว่าเธอจะตรงไปชำระล้างร่างกายในห้องน้ำ

เมื่อจัดการธุระเสร็จสิ้น ก็ตรงไปยังล็อบบี้เพื่อเช็คเอ้าท์ จากนั้นนั่งรถโดยสารกลับบ้าน ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็มาถึงปลายทาง

หลังจากก้าวลงจากรถ ใบหน้างามแหงนมองบ้านเบื้องหน้า ที่จะใช้ชีวิตต่อจากนี้อีกหนึ่งปีก่อนถอนหายใจเฮือกหนึ่ง

“แค่ปีเดียวเท่านั้น” เสียงหวานพึมพำเบา ๆ ก่อนนำกุญแจไขประตูรั้วพร้อมเดินไปข้างใน และกวาดสายตามองหาคนตัวโต

“เขาไม่อยู่เหรอ”

เมื่อมั่นใจอย่างนั้น จึงก้าวเดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านและตรงไปที่ห้องนอน ซึ่งก่อนหน้าจะแต่งงานไม่กี่วัน หญิงสาวได้มีโอกาสนำข้าวของมาเก็บไว้ จึงพอทราบตำแหน่งบ้านในระดับหนึ่ง โดยเธอกับเขาไม่ได้ใช้ห้องนอนร่วมกัน  

มนต์นภาไม่ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ไม่รอช้าลงไปยังชั้นล่างเพื่อทำความสะอาดบ้าน เธอไม่อยากอยู่เฉย ๆ จึงพยายามหาอะไรทำ

ช่วงเย็นของวันเดียวกัน รถคันหรูเคลื่อนตัวเข้าจอดในรั้วบ้าน ก่อนเจ้าของรถจะย่างเท้าลงพร้อมขมวดคิ้วเข้าหากัน

“มาแล้วเหรอ” เอ่ยพึมพำขณะยกเท้าเดิน

“กลับมาแล้วเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยทักทายคนตัวโตด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม อชิระหันขวับไปมองร่างอรชร

“อืม” ตอบรับสั้น ๆ ขณะชำเลืองมองดวงหน้างดงาม

“เมื่อเช้าเกิดไฟไหม้ที่โรงงานผลิต ก็เลยจำเป็นต้องกลับก่อนแต่ฉันปลุกเธอแล้วนะ เธอนอนขี้เซาไม่ยอมตื่นเอง”

“แล้วเป็นยังไงบ้างคะ” ใบหน้างามฉายไปด้วยความกังวล ขณะเดียวกันแอบรู้สึกดียิ่งนักที่เขาไม่ได้ทิ้งเธอเพราะความเกลียด ทว่ากลับมีเหตุผลอื่น

“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว” พูดจบ กวาดสายตามองรอบกาย ซึ่งพบว่าบรรยากาศภายในแตกต่างจากเดิม

“เอ่อ คือ มนต์นำพวกผ้าม่านอันเก่าไปซักค่ะ ขอโทษนะคะที่ทำอะไรตามใจ” หญิงสาวเอ่ยบอกทันที เมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังทำสีหน้าสงสัยกับบางอย่าง

“จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ หลังจากนี้งานบ้านทุกอย่างจะเป็นหน้าที่ของเธอ หวังว่าทำได้ใช่ไหม” สายตาคมกริบจ้องคนตัวเล็กอย่างกดดัน

“มนต์ทำได้ค่ะ”

“ก็ดี แต่ฉันไม่มีเงินเดือนให้เธอหรอกนะ ในเมื่ออยู่ฟรีและกินฟรีก็ควรทำงานบ้านตอบแทน” ถ้าจุดประสงค์ที่เธอแต่งงานกับเขาเพราะเรื่องเงิน ฉะนั้นอย่าหวังว่าเธอจะได้รับมัน เขาไม่มีทางให้เด็ดขาด

“ค่ะ มนต์เข้าใจ” ตอบรับเสียงแผ่ว

“ถ้าอยากมีเงินใช้ก็ต้องทำงาน”

“งานอะไรคะ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างลุ้น ๆ

“ทำงานที่บริษัทฉันนี่แหละ ส่วนเรื่องที่เราแต่งงานกันห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่” สายตาคมกริบจ้องเขม็งคนตัวเล็กอย่างดุดัน เขาไม่ได้ขู่แต่พร้อมทำจริงทุกเมื่อ หากเธอผิดสัญญา

“ค่ะ” พยักหน้ารับเล็กน้อย

“เข้าใจแล้วก็ดี” พูดจบ อชิระยกเท้าเดินผ่านหน้าคนตัวเล็ก แต่ก้าวได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดชะงักกับประโยคจากปากนุ่ม

“มื้อเย็นนี้คุณอชิระจะกินอะไรดีคะ มนต์จะได้เตรียมให้”

“ไม่ต้องเตรียม ฉันมีนัดกับเพื่อนแล้ว”

“อ๋อค่ะ” ตอบรับสั้น ๆ โดยไม่ถามอะไรต่อ เนื่องจากเธอไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตของเขา

“เธอเองก็ออกไปเที่ยวบ้างก็ได้ ฉันไม่ยุ่งกับชีวิตส่วนตัวของเธอหรอก เคยใช้ชีวิตแบบไหนก็ใช้แบบนั้นแหละ” จบประโยค ไม่รอช้าก้าวเดินขึ้นบันได

“เฮ้อ...” เธอถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ขณะปรายตามองแผ่นหลังกว้างจนลับหาย

ช่วงเวลาดึกดื่นท่ามกลางความเงียบสงัด ที่มีไฟสลัวจากโคมไฟสาดส่องในห้อง คนบนเตียงพลิกกายไปมาอย่างกระสับกระส่าย พยายามข่มตาหลับลง แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่สามารถหลับสักที เพราะเป็นสถานที่ไม่คุ้นชิน เลยไม่อาจเข้าสู่ห้วงนิทราได้ง่าย ๆ

“นอนไม่หลับเลย” เธอเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วหย่อนเท้าเล็กแตะพื้นพร้อมเดินไปหยุดที่ริมหน้าต่าง

หญิงสาวทอดสายตามองวิวยามค่ำคืนอย่างเรื่อยเปื่อย โดยไม่อาจรับรู้สักนิดผ่านไปนานแค่ไหน จนกระทั่งรถแสนคุ้นเคยแล่นเข้าจอดในรั้ว และคนตัวโตเปิดประตูลงมาด้วยสภาพโซซัดโซเซ

“คุณอชิระ” สภาพไม่สู้ดีของชายหนุ่ม ทำให้เธอไม่รอช้าวิ่งลงไปยังชั้นล่าง ก่อนเบิกตากว้างเมื่อเห็นเขานอนแผ่หลาบนพื้นเย็นเฉียบ เธอรีบประชิดตัวเขาพร้อมพยายามช่วยพยุง

“ไหวไหมคะ” เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

“อย่ามายุ่งกับฉัน” คนเมาผลักมนต์นภาออกห่าง แล้วหันไปอาเจียนบนพื้นแทบหมดไส้หมดพุง เมื่อเริ่มรู้สึกดีจึงทิ้งตัวนอน

“เฮ้อ...” เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความรู้สึกมากมาย จากนั้นช่วยพยุงคนตัวโตไปนอนบนโซฟาอย่างทุลักทุเล

“ไปให้พ้น ฉันเกลียดเธอที่สุด ผู้หญิงน่ารังเกียจ” คนเมาตะโกนโวยวายดังลั่น

กว่าเธอจะประคองเขาให้นอนบนโซฟาได้สำเร็จ เล่นเอาปาดเหงื่อทีเดียว

“ขอโทษนะคะ ที่มนต์มันน่ารังเกียจ” ดวงตากลมโตมองดูเขาพักหนึ่ง แล้วเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อหยิบอุปกรณ์เช็ดตัว

ระหว่างช่วยทำความสะอาดให้คนเมา ไม่วายถูกเขาปัดแขนเล็กอย่างแรง จนผ้าขนหนูในมือหล่นสู่พื้น เธอหยิบขึ้นมาและชุบน้ำอุ่นอีกครั้ง

แม้ว่าการดูแลคนตัวโตจะยากลำบากไปบ้าง แต่มนต์นภายังคงทำหน้าที่อย่างตั้งใจ หลังจากเสร็จจึงเอาอุปกรณ์ไปเก็บและนำผ้าห่มมาคลุมกายแกร่ง

“นอนตรงนี้นะคะ มนต์พาคุณไปส่งบนห้องไม่ไหว” เพราะขืนดึงดันจะพาเขาไปส่งบนห้องให้ได้ มีหวังได้กลิ้งตกบันไดพร้อมกันแน่ ๆ

หลังจากเสร็จสิ้นการดูแลคนตัวโต มนต์นภาไม่รีรอไปทำความสะอาดพื้น ที่เขาอาเจียนก่อนหน้านี้ กว่าทั้งหมดจะเรียบร้อยดีก็กินเวลาพอสมควร

ขณะกำลังจะเดินขึ้นไปชั้นบน สายตาดันปะทะกับผ้าห่มที่ลงไปกองบนพื้น เธอจำเป็นต้องกลับไปห่มผ้าให้เขาอีกครั้ง เพราะไม่อาจทิ้งให้ชายหนุ่มนอนหลับในสภาพนั้น

ขณะมนต์นภากำลังจะห่มผ้าให้เขา ทันใดนั้นคนเมาจับข้อมือเล็กและกระชากเต็มแรง จนเธอเสียหลักไปนอนบนกายแกร่ง

“คุณอชิระ”

“นอนด้วยกันสิ จะหนีไปไหน”

“ปล่อยนะคะ มนต์จะกลับห้องแล้ว” หญิงสาวพยายามทำเป็นไม่สนใจคำพูดนั้น ย่อมทราบดีอีกคนเมา ถ้าหากเขามีสติครบถ้วนคงไม่มีทางพูดแบบนั้นกับเธอแน่

ไม่มีเสียงตอบกลับจากริมฝีปากหยัก อชิระกระชับกอดคนตัวเล็กแน่น ไม่ยอมให้เธอหนีไปไหน ไม่ว่ามนต์นภาจะพยายามแกะแค่ไหนก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเริ่มรู้สึกเหนื่อยบวกกับเปลือกตาหนักอึ้ง

“อื้อ” สุดท้ายหญิงสาวหยุดการกระทำ และซบหน้าลงบนอกกว้าง ไออุ่นจากตัวเขาแผ่ซ่านมายังเธอ เพียงไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทรา

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 10 กดดัน

    แสงตะวันในยามเช้าสาดส่องเข้าในห้อง ส่งผลให้คนหลับบนเตียงปรือตาขึ้นพลางบิดขี้เกียจ ก่อนเธอจะนึกบางอย่างขึ้นได้ จึงเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตกวาดมองรอบห้อง เธอรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือห้องนอนของตนเอง“เขาเป็นคนพาเรามาส่งที่ห้องเหรอ” เอ่ยบอกขณะก้มมองสำรวจร่างกาย ซึ่งสภาพของเธอในตอนนี้แต่งกายด้วยชุดนอนกระโปรงรอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้างาม รู้สึกซาบซึ้งในการกระทำของเขาเหลือเกิน อย่างน้อยทำให้รู้ว่าอชิระไม่ได้ใจร้ายกับเธอจนเกินไปด้วยความอยากตอบแทนอีกคน มนต์นภารีบตรงไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัว หลังจากเสร็จสิ้นก็ไปที่ห้องครัวหญิงสาวลงมือทำอาหารอย่างตั้งใจ ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย เธอเลือกทำเมนูง่าย ๆ เท่านั้น และเมื่อใกล้ได้เวลาที่เขาจะลงมา จึงไม่รอช้าไปรอคนตัวโตที่บันได“คุณอชิระ” เอ่ยเรียกอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม ทันทีที่อีกคนปรากฏตัวตรงหน้า“มีอะไร” ถามขึ้นเสียงเรียบพลางเลิกคิ้วเข้มขึ้นเล็กน้อย ท่าทางของคนตัวเล็กทำเอาอดสงสัยไม่ได้“วันนี้มนต์ทำอาหารโปรดของคุณ กินก่อนไปทำงานได้ไหมคะ” มือเรียวประสานเข้าหากันอย่างประหม่า เธอคาดหวังกับคำตอบของเขาเหลือเกิน“ฉันเคยบอกแล้วไม่

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 9 ตักตวง Nc+

    ชายหนุ่มนั่งบนโซฟาขณะมนต์นภานั่งบนพื้น โดยทั้งสองหันหน้าเข้าหากัน ดวงตากลมโตเหลือบมองท่อนลำ ก่อนกลืนน้ำลายลงคอกับความใหญ่ของแท่งร้อนอุ่น ไม่คิดมาก่อนสิ่งนั้นจะเข้ามาอยู่ในตัวเธอได้“ทำให้ฉันสิ”“มนต์ทำไม่เป็น” เอ่ยบอกเสียงแผ่ว วินาทีนี้เธอรู้สึกอายมากเหลือเกิน เป็นครั้งแรกต้องมานั่งจ้องของเขาแบบนี้“เอามือเธอมาจับสิ” ไม่พูดเปล่า อชิระคว้าข้อมือเล็กมาจับท่อนเอ็นขนาดใหญ่ เขาอธิบายให้คนตัวเล็กฟังอย่างใจเย็น ก่อนเธอจะทำตามอย่างว่าง่ายมือเรียวครอบครองความเป็นชายและขยับขึ้นลงตามจังหวะ เสียงร้องครางต่ำในลำคอของเขา ทำให้เธอเผลอชำเลืองมองใบหน้าคมคาย เพิ่งจะเคยรู้ว่าเขาทำหน้าแบบอื่นเป็นด้วย ปกติชอบทำหน้าขรึมใส่กัน“อื้อ มนต์เลียให้ฉันหน่อย” เสียงทุ้มร้องบอกปานจะขาดใจ คนตัวเล็กทำตามอย่างง่ายดาย แตะปลายลิ้นลงบนหัวหยักอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนปล่อยตัวเองให้เคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณ“อื้อ” อชิระยังคงส่งเสียงร้องครวญครางอย่างสุขใจ ก่อนเบิกตากว้างอย่างตะลึง เมื่อเธอกำลังใช้ปากนุ่ม ๆ ครอบครองความเป็นชายการปรนเปรอที่เงอะงะของมนต์นภา ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกรำคาญสักนิด หนำซ้ำกลับชอบเหลือเกิน จนเขารู้สึกไม่เป็น

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 8 อารมณ์พลุ่งพล่าน 18+

    เสียงเพลงดังสนั่นออกจากลำโพงขนาดใหญ่ ผู้คนโยกเอวตามจังหวะอย่างเมามัน ขณะเดียวกันมนต์นภานั่งนิ่ง ไม่มีท่าทีจะลุกขึ้นออกไปเต้นเหมือนพะแพง ที่ตอนนี้กำลังสนุกสุดเหวี่ยง“ท่าทางจะสนุกมาก” เผยยิ้มเล็กน้อยขณะมองดูเพื่อน“มาคนเดียวเหรอครับ” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น เธอหันขวับมองอย่างงุนงง“ใครเหรอ”“ผมอยากทำความรู้จักคุณครับ” พูดพลางมองด้วยสายตาแทะโลม ทำเอามนต์นภากระอักกระอ่วนไม่น้อย“ขอโทษนะคะ แต่ฉันมีสามีแล้ว” พยายามทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่าย“จริงหรือเปล่า ถ้ามีสามีแล้วคงไม่มาที่แบบนี้หรอกใช่ไหม” ชายคนนั้นยังคงพยายามชวนมนต์นภาคุย“...” เธอเลือกที่จะเงียบ ไม่อยากตอบโต้ให้เสียเวลาเปล่า ๆ“หยิ่งจังนะครับ” ไม่พูดเปล่าทำท่าจะยกมือสัมผัสแผ่นหลังขาวเนียน แต่ช้าไปกว่าพะแพงที่ตรงมาถีบอีกฝ่ายล้มลงคาพื้น“คิดจะทำอะไรเพื่อนฉัน ไอ้ชาติชั่ว”“นังบ้า!! มึงเป็นใครวะกล้าดียังไงมาถีบกู” ชายคนนั้นโวยวายดังลั่นอย่างเกรี้ยวกราด ผู้คนบริเวณนั้นต่างหันมองด้วยความสนใจ“ฉันก็เป็นเพื่อนของคนที่แกกำลังจะลวนลามไง”“พูดอะไรของมึงวะ กูไม่ได้ทำแบบนั้นสักหน่อย” อีกฝ่ายโต้กลับอย่างไม่ลดละ“งั้นแกจะให้ฉันเอาหลักฐานให้ดูไหม”“ฝา

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 7 ความอึดอัด

    เมื่อเดินทางมาถึงคฤหาสน์ อชิระรีบลงจากรถและเดินไปข้างหน้า โดยไม่เหลียวหลังมองมนต์นภาสักนิดว่าจะตามมาทันหรือไม่นัยน์ตาคู่งามมองแผ่นหลังแกร่งครู่หนึ่ง จากนั้นพ่นลมหายใจยืดยาว เธอเริ่มจะชินแล้วที่เขาเป็นแบบนี้ จึงไม่รอช้ายกเท้าเดินตามไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความกลัวจะถูกเขาตำหนิเหมือนตอนอยู่ที่บ้าน“ช้า” เมื่อเดินไปหยุดข้างคนตัวโต ไม่วายถูกเขาต่อว่าอยู่ดี“ขอโทษค่ะ” เอ่ยพูดเสียงแผ่วขณะก้มหน้างุดมองพื้น มือเรียวทั้งสองข้างประสานเข้าหากันอย่างประหม่า“นี่เหรอผู้หญิงที่พี่แต่งงานด้วย”เสียงของบุคคลที่สามดังขึ้น ส่งผลให้มนต์นภาแหงนหน้ามอง ก่อนหยุดชะงักกับความสวยของคนตรงหน้า ซึ่งใครที่ได้เห็นก็ต้องรู้สึกเช่นเดียวกับเธอ“อืม” อชิระเหลือบมองคนข้างกายพลางตอบรับสั้น ๆ ในลำคอ“ท่าทางไม่น่าจะวางยาพี่ได้เลย อย่างว่าแหละคนเราดูแค่หน้าตาไม่ได้หรอก”คำพูดของพะแพง ทำเอามนต์นภารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เธอยืนตัวแข็งทื่อด้วยความรู้สึกช็อก คาดไม่ถึงอีกคนจะพูดตรง ๆ ให้ได้ยิน“เข้าบ้านกันเถอะ” อชิระตัดบทพร้อมเดินไปกับน้องสาว“ไม่มีใครต้อนรับเราเลยจริง ๆ” เอ่ยบอกด้วยความรู้สึกปวดหนึบ หญิงสาวพยายามบอกตัวเองให้เ

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 6 เจียมเนื้อเจียมตัว

    รุ่งเช้าวันต่อมา อชิระลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง ทันทีที่ลืมตาขึ้นก็พบกับคนตัวเล็กหลับใหลคาอ้อมแขน แรงดึงดูดบางอย่างเรียกร้องให้เขาสัมผัสแก้มนุ่มเบา ๆ ดั่งต้องมนต์สะกด“น่ารัก” เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำ โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำได้เผลอพ่นคำพูดแบบนั้นออกมาหลายนาทีผ่านไป มนต์นภาปรือตาขึ้นด้วยอาการงัวเงีย ก่อนเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เพราะใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันไม่กี่คืบทำเอาตกใจไม่น้อย จังหวะนั้นอชิระรีบเด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว“มานอนอะไรตรงนี้” เอ่ยบอกอย่างไม่สบอารมณ์“เมื่อคืนคุณเมามาก มนต์ก็เลย...”“ไม่ต้องพูดแล้ว ช่างมันเถอะ” เพราะเขาจำทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนได้ ฉะนั้นเลี่ยงที่จะฟัง ก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “คุณอชิระคะ ข้าวเช้าจะรับเป็นอะไรดี”“ไม่ต้อง!! อย่าหวังว่าฉันจะกินของที่มาจากเธออีก” ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชา“อ๋อค่ะ” พยักหน้ารับเล็กน้อย ขณะปรายตามองแผ่นหลังกว้างกำลังย่างเท้าจากไป“เขาคงโกรธเรื่องเมื่อคืนแน่เลย” เอ่ยบอกอย่างสำนึกผิดทั้งที่พยายามบอกตัวเองไม่ให้สร้างปัญหา แต่ไม่วายดันเกิดเรื่องขึ้นอยู่ดีหลังจากอชิระออกไปทำงานประมาณเกือบชั่วโมง ระหว่า

  • บำเรอรักเมียตีทะเบียน    บทที่ 5 ผู้ชายเย็นชา

    “อื้อ” เปลือกตาบางเบิกขึ้นอย่างเชื่องช้า ขณะพลิกกายหันไปอีกด้านก็รับรู้ถึงความว่างเปล่า มนต์นภารู้ได้ทันทีเธอถูกทิ้งแล้ว เขากลับไปโดยไม่บอกกล่าวสักคำหญิงสาวยันกายลุกขึ้นนั่งด้วยความรู้สึกหน่วง ๆ แม้จะรู้ดีว่าการแต่งงานในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก ก็แค่ความผิดพลาดชั่วค่ำคืน ทว่าอย่างน้อยในฐานะเพื่อนมนุษย์เขาไม่ควรทำแบบนี้กับเธอ ทั้งที่เขาเป็นคนทำให้เธอตื่นสายแท้ ๆเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายนาที กว่าเธอจะตรงไปชำระล้างร่างกายในห้องน้ำเมื่อจัดการธุระเสร็จสิ้น ก็ตรงไปยังล็อบบี้เพื่อเช็คเอ้าท์ จากนั้นนั่งรถโดยสารกลับบ้าน ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็มาถึงปลายทางหลังจากก้าวลงจากรถ ใบหน้างามแหงนมองบ้านเบื้องหน้า ที่จะใช้ชีวิตต่อจากนี้อีกหนึ่งปีก่อนถอนหายใจเฮือกหนึ่ง“แค่ปีเดียวเท่านั้น” เสียงหวานพึมพำเบา ๆ ก่อนนำกุญแจไขประตูรั้วพร้อมเดินไปข้างใน และกวาดสายตามองหาคนตัวโต“เขาไม่อยู่เหรอ”เมื่อมั่นใจอย่างนั้น จึงก้าวเดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านและตรงไปที่ห้องนอน ซึ่งก่อนหน้าจะแต่งงานไม่กี่วัน หญิงสาวได้มีโอกาสนำข้าวของมาเก็บไว้ จึงพอทราบตำแหน่งบ้านในระดับหนึ่ง โดยเธอกับเขาไม่ได้ใช้ห้องนอนร่วมกัน ม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status