Share

ตอนที่ 17

last update Tanggal publikasi: 2024-12-12 04:52:23

หลังราตรีที่โอบล้อมด้วยรอยยิ้มและความสุขผ่านพ้นไป วันรุ่งขึ้นในยามซื่อ ( 09.00 – 10.59) สองพ่อลูกตระกูลจางจึงพากันออกเดินมุ่งสู่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อพบซุนถง จางอี้เทาถือกระบอกน้ำตาลผักไปสองกระบอกด้วย มันมีทั้งแบบเข้มข้นสำหรับปรุงอาหารและแบบเจือจางสำหรับใช้ดื่มแทนชา

ด้วยบ้านจางนั้นอยู่ท้ายหมู่บ้าน พวกเขาจึงต้องใช้เวลามากพอสมควรกว่าจะถึงบ้านครอบครัวซุน จางอี้หมิงจับมือบิดามาตลอดทาง เด็กน้อยได้โอกาสมองสำรวจโน่นนี่อย่างหนำใจ

“ท่านลุงซุนถง อยู่บ้านหรือไม่ขอรับ” เมื่อมาถึงที่หมาย จางอี้เทาก็ตะโกนเรียกอยู่สองสามครั้ง

“ใครมาโวยวายอยู่หน้าบ้านข้า” ซุนซูเย่เดินออกมาดู “อ้าวอาเทาเองหรือ มีอะไรหรือเปล่า”

“ท่านพี่เย่ ข้าอาเทากับหมิงเอ๋อร์มีธุระอยากจะขอคุยกับท่านลุงถง ไม่ทราบท่านหัวหน้าหมู่บ้านอยู่หรือไม่ขอรับ”

“เจ้ามาหาท่านพ่อหรือ เข้ามาในบ้านก่อน ท่านพ่ออยู่หลังบ้าน”

“ขอบคุณขอรับ ข้าไม่ได้มาหาท่านลุงถงอย่างเดียว ข้าอยากปรึกษาบางอย่างกับท่านพี่เย่ด้วยขอรับ”

“ได้ ๆ งั้นพวกเราไปหาท่านพ่อกันก่อนเถอะ” ซุนซูเย่ตอบ เขาเดินนำสองพ่อลูกตรงไปทางหลังบ้านที่มีซุนถงกำลังนั่งสานตะกร้าอยู่

“ท่านพ่อ อาเทากับหมิงเอ๋อร์มาหาขอรับ”

“อาเทากับหมิงเอ๋อร์งั้นหรือ”

หัวหน้าหมู่บ้านเงยหน้าขึ้นมามอง ดวงตาคู่นั้นดูมีเมตตาและใจดี “มีธุระอันใดกับข้าหรือ มา ๆ นั่งลงก่อน”

ซุนถง ชายวันกลางคนอายุประมาณห้าสิบปี หัวหน้าหมู่บ้านหลัวถง เขาเป็นคนเดียวที่รู้หนังสือในหมู่บ้านนี้ เพราะชาวบ้านที่นี่ด้อยความรู้นัก แม้แต่ซุนซูเย่ผู้เป็นบุตรชายของเขาเองก็ยังไม่รู้หนังสือ เนื่องจากว่าเกลียดการเรียนหนังสือ ซุนซูเย่ชอบงานในไร่มากกว่าและไม่คิดที่จะรับตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านสืบต่อจากบิดา

ซึ่งนั่นทำให้ซุนถงปวดหัวใจไปหลายปี

“ท่านลุงถง พวกข้าสองคนพ่อลูกมีเรื่องมาปรึกษาขอรับ นี่ก็ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้ว อีกไม่ถึงสามเดือน ข้าเกรงว่าบ้านข้าจะทนสภาพอากาศหนาวเย็นและหิมะไม่ไหว ข้าจึงอยากจะสร้างบ้านก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึงขอรับ” จางอี้เทาเอ่ยเข้าเรื่อง เขานั่งลงตรงข้ามกับชายชราอย่างเรียบร้อย

“อาเทา ข้าก็เห็นด้วยนะ เพราะบ้านเจ้าก็เหมือนกระท่อมปลายนาที่บอบบาง ถ้าหิมะตก หลังคาคงรับไม่ไหว ทว่าการสร้างบ้านมันต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก แต่ว่า...บ้านเจ้า....” ซุนถงเอ่ยเสียงขาดหาย เขาไม่อยากกล่าวอะไรให้กระทบกับความรู้สึกของชายหนุ่มตรงหน้า

“ขอรับ ตอนนี้บ้านข้าไม่มีเงินแม้แต่อีแปะเดียว แต่ตอนที่ข้าเป็นอาจารย์อยู่ในเมืองหลวง ได้รู้วิธีการสร้างบ้านจากดินขอรับ จึงไม่จำเป็นต้องไปซื้อวัสดุอุปกรณ์ใด ๆ ใช้แค่ดินกับเศษฟางแห้งในการทำ ไม้ก็ไปตัดเอาบนภูเขา แต่ว่าข้าติดปัญหาเรื่องแรงงานที่จะมาช่วยสร้างบ้านขอรับ จึงอยากจะมาปรึกษาท่านลุงถงว่าสมควรเห็นทำเช่นใดดีขอรับ”

“มันก็พูดยากนะอาเทา ช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ชาวบ้านยุ่งกับการเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนเข้าฤดูหนาว ถึงแม้ว่าบางบ้านจะทำเสร็จแล้ว แต่พวกเขาก็ต้องไปหางานทำในเมืองเพื่อหาเงินมาซื้อเสบียงตุนไว้เหมือนกัน ยกเว้นเจ้าจะมีเงินไปจ้างแรงงานมาช่วยเท่านั้น แต่ตอนนี้พวกเจ้าก็ไม่มีสักอีแปะ” ซุนถงถึงกับขมวดคิ้ว เขาคิดไม่ตกว่าจะช่วยครอบครัวนี้อย่างไรดี

“ท่านลุงถง ข้ามีความคิดว่าจะทำการแลกเปลี่ยนกับชาวบ้านขอรับ ข้าในฐานะที่เคยเป็นอาจารย์ในเมืองหลวง ข้ายินดีสอนหนังสือให้เด็ก ๆ เป็นเวลาหนึ่งปีหลังจากผ่านฤดูหนาวนี้ไปแล้ว แลกกับแรงงานของบิดาเด็กที่มาช่วยข้าสร้างบ้าน ท่านลุงถงเห็นเป็นเช่นใดบ้างขอรับ”

“จ่ายแรงงานด้วยการสอนหนังสือเช่นนั้นหรือ เป็นความคิดที่ดี พวกเราชาวบ้านแบบนี้คงไม่มีเงินเพียงพอที่จะไปเรียนหนังสือในเมืองเช่นกัน” ซุนถงเห็นด้วย แบบนี้จะมีเด็ก ๆ ในหมู่บ้านที่ได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้น นับเป็นเรื่องที่ดี

“ข้าคิดว่าบิดาทั้งหลายคงอยากให้บุตรหลานของตนรู้หนังสือ ในเมื่อข้าเคยเป็นอาจารย์มาก่อน ข้าสามารถสอนหนังสือให้เด็ก ๆ เหล่านั้นได้ ในอนาคต หมู่บ้านของเราอาจจะมีบัณฑิตสักคนก็เป็นได้นะขอรับ” จางอี้เทายังเกลี่ยกล่อมหัวหน้าหมู่บ้านต่อ

“อาเทา เจ้ามาวันนี้คงอยากให้พ่อของข้าออกหน้าไปถามเหล่าชาวบ้านให้ ใช่หรือไม่” ซุนซูเย่ที่นั่งฟังมานานเอ่ยถาม

“ใช่แล้วขอรับท่านพี่เย่ ข้าอยากรบกวนท่านลุงถงออกหน้าถามชาวบ้านให้ข้า ได้หรือไม่ขอรับ”

“อาเทา ข้ายินดีที่จะสอบถามให้เจ้า แต่ข้าไม่รับปากนะว่าชาวบ้านจะเห็นด้วยหรือไม่” ซุนถงรับคำ

“ขอบคุณท่านลุงถงมากขอรับ รบกวนท่านลุงถงแล้ว”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง   ตอนที่ 270

    จางอี้หมิงยืนมองขบวนเดินทางของท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ และน้องน้อยอีกสองคนจนขบวนหายลับไปจากสายตา เมื่อหลี่อ้ายแข็งแรงพอจะออกเดินทางแล้ว ครอบครัวจางจึงได้เดินทางกลับหมู่บ้านหลัวถงพร้อมกับป้ายวิญญาณของอดีตท่านผู้นำตระกูล เด็กน้อยถอนหายใจและหันหลังเดินกลับเข้าจวนไปด้วยความรู้สึกหดหู่เล็กน้อย ด้วยนี้เป็นครั้งแรกที่เขาต้องแยกจากบิดา มารดาและท่านย่าตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของจางอี้หมิงคนนี้ เขามีโอกาสได้มีความสุขกับน้องชายน้องสาวเพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น แต่มิเป็นไรหรอกเมื่อเขาหมดภาระต้องตอบแทนบุญคุณแล้วจะกลับมายังแคง้นฉินก็ยังมิสายเกินไปความตั้งมั่นต่อสิ่งที่จะทำตั้งแต่ฟื้นคืนมีชีวิตใหม่อีกครั้ง ภารกิจเหล่านั้นเขาทำมันได้สำเร็จทุกอย่างแล้วไม่ว่าจะเป็นการนำป้ายวิญญาณท่านปู่กลับไปที่หมู่บ้านหลัวถง การแก้แค้นตระกูลหลัก การมีอาชีพและฐานะที่ดีขึ้น การแบ่งปันความสุขและความสำเร็จต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่เสร็จสิ้นไปทั้งหมดแล้ว ในแคว้นฉินนี้ เขามิมีสิ่งใดให้เป็นห่วงอีกต่อไป“น้องชายหมิง พวกเราออกเดินทางกันเถอะ สายมากแล้ว”เป็นอ๋องน้อยหนิงเทียนที่เดินเข้ามาวางมือลงไปบนบ่าเล็ก ๆ นั้นอย่างอ่อนโยน พร้

  • บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง   ตอนที่ 269

    แต่สิ่งที่มิคาดว่าจะเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่จางอี้หมิงตะโกนเข้าไปรอบสอง หลี่อ้ายก็กรีดเสียงร้องดังออกมาถึงนอกห้อง ทำให้ทุกคนหันหน้าไปมองทางประตูห้องคลอดอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย“อุแว้ อุแว้”เสียงเด็กร้องแผดขึ้นทันทีที่จางอี้หมิงเอ่ยจบ ราวกับว่าเด็กน้อยรีบลืมตามาดูโลกตามคำบอกของพี่ใหญ่หรือเพราะเกรงกลัวคำขู่ก็หารู้ไม่“คลอดแล้ว ท่านแม่ น้องหญิงคลอดแล้ว” จางอี้เทาเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นเดินไปชะเง้ออยู่หน้าประตูอีกครั้ง“อุแว้ อุแว้”“เอ๋! เสียงร้องมาจากไหนอีก” นางหูเอ่ยถามอย่างแปลกใจ“หรือว่า มีเด็กสองคน”นั่นเป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบ พวกเขารอจนกระทั้งผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม หมอตำแยสองคนก็อุ้มห่อผ้าออกมาจากห้องคลอดจางอี้เทาเป็นคนแรกที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นหมอตำแยอุ้มห่อผ้าเดินออกมาจากห้องคลอด จางอี้หมิงจึงเดินไปชะเง้อชะแง้มองห่อผ้าทันที“นายท่านจาง คุณชายน้อย เป็นบุตรชายเจ้าค่ะ”หมอตำแยส่งห่อผ้าขาวสะอาดให้กับนายท่านจาง ผู้ที่เป็นบิดาของเด็กน้อยได้อุ้ม เขาน้ำตาไหลออกมาทันทีที่หมอตำแยยื่นห่อผ้าที่ข้างในนั่นมีบุตรชายของเขา ผู้เป็นบิดาโอบอุ้มเอาห่อผ้ามาถืออย่างทะนุถนอม บุต

  • บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง   ตอนที่ 268

    ศพของฮูหยินผู้เฒ่าจือเฟยอิน ถูกนำไปทิ้งที่ป่าท้ายเมือง หาได้มีการทำพิธีอันใดไม่ จางอี้หมิงมิได้รู้สึกผิดกับเรื่องนี้ เพราะถ้ามิใช่ความเห็นแก่ตัวอยากทำร้ายครอบครัวของตนเองก่อน คงไม่เกิดเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นมาจางอี้หมิงได้พบท่านตากับท่านยายแล้วเช่นกัน โดยหลี่อ้ายถือเอาวันพักผ่อนในสัปดาห์หนึ่งของทุกคนกลับไปเยี่ยมบิดามารดาของตนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวง เมื่อพ่อแม่ลูกได้กลับมาเจอกันก็เกิดภาพอันน่าประทับใจอย่างเหลือล้นหลี่อ้ายสวมกอดบิดามารดาด้วยความรักและคิดถึง ในขณะที่ท่านตาและท่านยายของอี้หมิงก็โอบบุตรสาวไว้อ้อมแขนอย่างห่วงหา ท่านทั้งสองแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับตอนที่รู้ว่าหลี่อ้ายถูกขับไล่ให้ไปอยู่ชายแดนพร้อมสามีและลูกของนาง“นั่นใช่จางอี้หมิง หลานรักของยายใช่หรือไม่ เจ้าตัวโตขึ้นขนาดนี้แล้วหรือ” หญิงชราหันมามองเด็กชายที่หลบอยู่หลังหลี่อ้าย ซึ่งจางอี้หมิงก็พยักหน้ารับน้อยๆ“ขะ ข้าจางอี้หมิงขอรับ” เขาตอบกลับไปด้วยท่าทีเงอะงะโธ่...ก็คนไม่เคยมีตายายนี่นา จะทำตัวไม่ถูกบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาในวันนั้นจางอี้หมิงถูกสวมกอดอยู่หลายหน เขาได้รับเสื้อผ้ามากมายจากท่านตาผู้เป็นคหบดีค้าผ้าในคราแรกก็คิ

  • บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง   ตอนที่ 267

    เป็นเวลากว่าสามเดือนแล้วที่เหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นกับครอบครัวจางผ่านพ้นไป ตอนนี้จางอี้หมิงหายจากอาการป่วยเป็นปลิดทิ้ง ท่านอ๋องน้อยหนิงเทียนปักหลักอยู่ที่เรือนตระกูลจางเพื่อติดตามน้องชายที่เที่ยวไปตามตรอก ซอกซอยของเมืองหลวง โดยบอกท่านแม่ทัพซึ่งติดตามมาด้วยว่าเป็นการเรียนรู้เส้นทางการค้าตามที่หนิงอ๋องกำชับมาทว่าความจริงแล้วก็คือการเล่นซนตามประสาเด็ก เนื่องจากชีวิตในแคว้นเหลียงของอ๋องน้อยหนิงเทียนต้องแบกรับภาระความรับผิดชอบเอาไว้มากมาย ทั้งการเล่าเรียนอย่างหนักไม่ว่าจะเป็นทั้งทางด้านบุ๋นและบู๋ เมื่อได้เดินทางห่างไกลบ้านและห่างไกลสายตาของพระบิดา จึงถือโอกาสปลดปล่อยความเก็บกดบ้างนั่นเองทางด้านจางอี้เทาก็ตามติดภรรยาอย่างมิเคยให้คลาดสายตา จนหลี่อ้ายถึงกับรำคาญและคาดโทษว่าหากมิปล่อยให้นางได้มีเวลาอิสระและชีวิตส่วนตัวบ้าง นางจะให้สามีนอนนอกห้อง จางอี้เทาจึงค่อย ๆ ผ่อนคลายความเข้มงวดของตนเองลง“ท่านพี่ ข้าแค่ตั้งครรภ์นะเจ้าคะ ข้ามิได้ป่วย ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ ท่านหมอก็แนะนำให้เดินและทำงานบ้าง จะช่วยให้คลอดง่าย” หลี่อ้ายโอดครวญไม่หยุด เมื่อจางอี้เทายังคงตามติดนางอย่างกับเงาตามตัว เขาไม่ไ

  • บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง   ตอนที่ 266

    อีกด้านหนึ่งของจวน จางอี้หมิงที่ปลอดภัยจากพิษร้ายแล้วกำลังหวนคิดถึงความฝัน อาจจะเป็นเพราะความเจ็บปวดบริเวณท้องที่ร่างกายเล็ก ๆ นี้ทนไม่ไหว หรือเป็นเพราะยาระงับความเจ็บปวดที่อาลิ่วให้เขากินก็สุดจะรู้ สติสัมปชัญญะของเขาจึงดับวูบไปและได้ลอยละล่องกลับไปยังโลกใบเดิมที่เคยจากมาในฝันนั้น...เขารับรู้ได้ว่าตนเองอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เขาเห็นแม่ครูกำลังถูกประคองด้วยรวิสา หญิงสาวที่เติบโตมาด้วยกันและยังเป็นรักแรกของเขา ทั้งสองคนเดินไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องพักผู้ป่วยก่อนจะเปิดประตูเข้าไปอานนท์เห็นร่างของตนเองนอนอยู่บนเตียงคล้ายคนที่กำลังนอนหลับเท่านั้น ร่างของเขาซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อแม่ครูเข้าไปถึงในห้องพักแล้ว พยาบาลที่ดูแลอยู่จึงหลบออกจากห้องเพื่อให้แขกที่มาเยี่ยมได้ใช้เวลาส่วนตัวกับคนไข้แม่ครูนั่งลงข้างเตียง ยกมืออันเหี่ยวย่นตามกาลเวลาลูบไปบนศีรษะของอานนท์อย่างรักใคร่ น้ำตาของหญิงชราเอ่อล้นออกมาจากดวงตา โดยมีรวิสาคอยปลอบอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง“นนท์ เมื่อไหร่ลูกจะตื่นขึ้นมาเสียที อย่าทำให้แม่เป็นห่วงได้ไหม” แม่ครูเอ่ยกับร่างคนไข้บนเตียง ก็ไม่รู้ว่าคำบอกนั้นจะส่งไปถึงคนที่ฟังอยู่ได้หรือ

  • บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง   ตอนที่ 265

    “ท่านแม่ทัพ นำยาชุบชีวิตติดตัวมาหรือไม่” อ๋องน้อยหนิงเทียนหันไปถามแม่ทัพที่ตนเองฝากตัวเป็นศิษย์ ทั้งยังเป็นผู้ทำหน้าที่คุ้มกันตนเองตลอดการเดินทางมายังแคว้นฉิน“นำมาพ่ะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพตอบ เขาเดินออกไปที่รถม้าไม่ถึงชั่วอึดใจก็กลับมาและยื่นยาชุบชีวิตให้กับท่านอ๋องหนิงเทียน“พวกเจ้ารีบนำยานี้ไปช่วยน้องชายข้าเร็วเข้า” อ๋องน้อยหนิงเทียนเอ่ยสั่งการพลางยื่นยาชุบชีวิตไปให้ อาลิ่วจึงเดินไปรับมา องครักษ์หนุ่มรีบนำยามาบดและป้อนให้กับคนป่วยบนเตียงยาเม็ดชุบชีวิตเป็นดั่งโอสถเทพ สมแล้วที่ใคร ๆ ต่างก็ไขว้คว้าอยากได้มาครอบครอง เพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม จางอี้หมิงก็ลืมตาฟื้นขึ้นมา อาการปวดท้องหายไปเป็นปลิดทิ้ง การหายใจกลับมาสม่ำเสมอ ใบหน้าที่เคยซีดเผือดเริ่มมีเลือดฝาด ริมฝีปากกลับมาเป็นสีแดงระเรื่อดังปกติถึงแม้ว่าจะมีอาการอิดโรยอยู่บ้าง แต่เมื่ออาลิ่วและอาปาเข้าไปตรวจดอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงกล่าวรายงานท่านอ๋องน้อยหนิงเทียนด้วยความยินดี“อาการของท่านอ๋องน้อยอี้หมิงหายจากการถูกพิษแล้วพ่ะย่ะค่ะ พักผ่อนและเสวยยาบำรุงอีกไม่กี่เทียบก็คงกลับมาแข็งแรงดั่งเดิมแล้ว” สิ้นคำของหน่วยองครักษ์เหลียงไป๋ จวนที่เคยเงียบเหง

  • บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง   ตอนที่ 115

    สองพ่อลูกกินมื้อเช้าเสร็จแล้วก็ขอตัว พวกเขาเดินไปที่ปากทางหมู่บ้านเพื่อไปขึ้นเกวียนของลุงผินเข้าเมือง ขั้นตอนและเวลาก็เป็นเช่นทุกครั้ง แต่ที่แตกต่างคือระหว่างนั่งบนเกวียนในครั้งนี้ จางอี้หมิงได้มีโอกาสคิดถึงความฝันเมื่อคืนนี้ที่เขาฝันถึงเหตุการณ์ในตอนที่เป็นอานนท์ไปด้วยความฝันที่เขายังจำได้ช่างน่า

  • บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง   ตอนที่ 109

    ขั้นตอนมากมายถึงเพียงนี้นางไม่สามารถจดจำได้หมดในครั้งเดียว ที่ทำได้ขณะนี้ก็เพราะว่ามีหลานชายคอยประกบอย่างใกล้ชิด หากต้องลงมือเพียงลำพังแล้วผิดพลาดขึ้นมาจะลำบากเอาได้“ข้าจะช่วยท่านย่า ต่อไปเมื่อท่านย่าทำบ่อยขึ้นท่านย่าก็จะชำนาญแน่นอนขอรับ นอกจากนี้ท่านพ่อกับท่านแม่ก็สามารถมาช่วยท่านย่าทำได้ด้วย” อี

  • บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง   ตอนที่ 108

    “เอาตามที่หมิงเอ๋อร์ว่า เจ้าช่างฉลาดเสียจริง” นางหูชื่นชมหลานชาย นางเยินยออี้หมิงอีกพักใหญ่ ท่าทางสุดแสนจะภูมิใจจนเด็กชายยิ้มกว้างเต็มใบหน้าสองย่าหลานเดินตามกันไปยังหน้าเตา นางหูก่อไฟต้มน้ำ ส่วนอี้หมิงหยิบวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ พวกเครื่องเทศ สมุนไพรที่จะใช้ทำหัวเชื้อมาวางไว้ สำหรับปริมาณคงต้องลองผิดล

  • บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง   ตอนที่ 107

    “ท่านแม่ได้งานผ้าปักจากเถ้าแก่เนี้ยมาเช่นนั้นหรือขอรับ” จางอี้หมิงเอ่ยถามมารดาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นหลังจากได้ทราบข่าวดีวันนี้ระหว่างที่กินมื้อเช้าเสร็จแล้ว สมาชิกทุกคนในบ้านสกุลจางต่างพากันมานั่งพักผ่อนรับแสงแดดอุ่น ๆ ในเช้าวันใหม่ เมื่อวานตอนขากลับมาถึงบ้าน ทุกคนยังอกสั่นขวัญหายไม่เลิกกับเหตุการณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status