Share

ภายใต้รอยยิ้มงาม

last update Tanggal publikasi: 2026-04-14 13:39:43

นางกำลังมาเข้าพบฮูหยินใหญ่ที่รออยู่เรือนกลาง หลินชิงหว่านเดินนบนอบตามหลังสาวใช้ของจวนเข้ามาด้วยท่วงท่าที่เงียบสงบ แตกต่างจากชาติก่อนที่นางมักจะเดินก้มหน้า ไหล่ห่อด้วยความประหม่า วันนี้นางสวมชุดสีเขียวมรกตเรียบหรู ขับเน้นผิวขาวนวลและดวงตาที่สงบนิ่งไม่ต่างจากผืนน้ำในบ่อลึก

ไม่มีคนนอกนั่งอยู่ในห้องนี้ ตอนที่นางเดินมาใกล้จะถึงนางเห็นมีคนขึ้นรถม้าออกไปพอดี

 ภายในห้องขนาดกว้างนางได้พบกับฮูหยินใหญ่ตระกูลหลินที่นั่งตัวตรงตามแบบกุลสตรีที่ติดตัวมาโดยปริยาย ท่าทางสง่าผ่าเผย ในมือถือถ้วยชาเคลือบกระเบื้องสีขาว พลางใช้ฝาถ้วยปัดวนยอดใบชาอย่างเชื่องช้า ข้างกายมีหลินรั่วอวี๋ บุตรสาวคนโตผู้สวมอาภรณ์สีชมพูกลีบบัวดูอ่อนหวานทว่าแววตากลับฉายแววดูแคลนยามมองมาที่หลินชิงหว่าน

"คารวะท่านแม่ คารวะพี่ใหญ่เจ้าค่ะ" 

หลินชิงหว่านย่อกายคำนับอย่างถูกต้องไร้ที่ติ

ฮูหยินใหญ่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นในทันที นางจิบชาช้า ๆ ปล่อยให้ความเงียบกดดันคนตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนจะวางถ้วยชาลงแล้วแย้มยิ้มที่ดูเหมือนไม่ได้ยิ้ม

"ชิงหว่านมาแล้วหรือ ลุกขึ้นเถิดคนกันเองทั้งนั้น เหตุใดวันนี้เจ้าดูสำรวมนักล่ะ"

"ท่านแม่สอนเสมอว่ากิริยาคือหน้าตาของตระกูล ลูกย่อมต้องจดจำให้มั่นเจ้าค่ะ"

หลินชิงหว่านตอบพลางยืนขึ้นทอดสายตาลงต่ำแต่พองาม

หลินรั่วอวี๋หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เหยียดสายตามองอย่างแนบเนียนแล้วปรับเป็นปกติในพริบตา

 "น้องรองช่างปากหวานนัก หากเจ้ากตัญญูและเห็นแก่ตระกูลอย่างที่ปากว่าจริง ข้ากับท่านแม่ก็คงเบาใจไปได้เปลาะหนึ่ง"

หลินชิงหว่านลอบยิ้มในใจ

 'หมากตาแรกมาถึงแล้วสินะ'

"ที่เรียกเจ้ามาวันนี้ เพราะมีเรื่องสำคัญจะบอก" 

ฮูหยินใหญ่เข้าเรื่อง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอย่างผิดปกติ

 "เจ้าก็รู้ว่าตระกูลหลินของเรายึดถือความภักดีเป็นที่ตั้ง เดิมทีต้องเป็นรั่วอวี๋ที่แต่งออกไป แต่ช่วงนี้นางสุขภาพอ่อนแอ หนำซ้ำซินแสยังทักว่าดวงชะตาของนางหากแต่งเข้าจวนแม่ทัพตอนนี้จะนำภัยมาสู่ตระกูล"

นางหยุดเว้นจังหวะ พลางถอนหายใจยาวอย่างเสแสร้ง 

"แม่เห็นว่าเจ้านั้นเพียบพร้อม และดวงชะตาของเจ้าเกื้อกูลจวนแม่ทัพได้ดีที่สุด แม่จึงอยากให้เจ้าแต่งงานแทนพี่สาวของเจ้า เพื่อรักษาหน้าตาและเกียรติยศนี้เอาไว้ เจ้าจะว่าอย่างไร"

หากเป็นชาติก่อน หลินชิงหว่านคงตกใจจนหน้าถอดสี และร่ำไห้อ้อนวอนขอความเมตตา ทว่าตอนนี้นางกลับนิ่งสนิท

"ท่านแม่"

 หลินชิงหว่านเงยหน้าขึ้น ดวงตาคลอเบา ๆ ดูน่าสงสารแต่ไร้แววตระหนก

 "ลูกเป็นเพียงบุตรสาวอนุที่ท่านแม่เมตตาชุบเลี้ยงมา ชีวิตของลูกย่อมเป็นของท่านแม่และท่านพ่อ การที่ลูกได้ช่วยแบ่งเบาภาระของพี่ใหญ่และรักษาเกียรติของตระกูล ถือเป็นวาสนาของลูกแล้วเจ้าค่ะ"

คำตอบที่ง่ายดายเกินคาดทำให้ฮูหยินใหญ่และหลินรั่วอวี๋ชะงักไปครู่หนึ่ง

"เจ้า ยินดีจริง ๆ หรือ" 

หลินรั่วอวี๋ถามอย่างไม่เชื่อหู

"ยินดีเจ้าค่ะ เพียงแต่..."

 หลินชิงหว่านแสร้งทำสีหน้ากังวล

 "ลูกกังวลว่า หากทางแม่ทัพรู้ภายหลังว่ามีการสลับตัวเจ้าสาว อาจจะโกรธเคืองจนพาลหาเรื่องตระกูลหลินของเราได้ โดยเฉพาะท่านแม่ทัพเซียว ผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและดุดัน หากเขาคิดว่าเราดูหมิ่นเกียรติเขา ลูกเกรงว่าคนที่จะลำบากที่สุดจะเป็นท่านแม่และท่านพ่อเจ้าค่ะ"

หลินชิงหว่านเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ

"ท่านแม่ทัพเป็นถึงชินอ๋องที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปราน หากเราไม่รอบคอบก็อาจเป็นปัญหายืดเยื้อได้" 

สีหน้าของฮูหยินใหญ่เปลี่ยนไปเล็กน้อย คำพูดของหลินชิงหว่านเหมือนจะหวังดี แต่มันคือการย้ำเตือนถึงภัยอันตรายที่นางกำลังจะโยนมาใส่ตัวเอง

"เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องห่วง แม่จะจัดการเอง"

 ฮูหยินใหญ่รีบตัดบท

"ถ้าเช่นนั้น ลูกย่อมไม่มีข้อขัดแย้งเจ้าค่ะ"

หลินชิงหว่านยิ้มบาง ๆ

 "แต่เพื่อไม่ให้ผู้ใดครหาได้ว่าตระกูลหลินปฏิบัติกับลูกลำเอียง ลูกขออนุญาตท่านแม่ ให้ลูกได้เป็นคนจัดการของหมั้นและสินเดิมบางส่วนด้วยตัวเองได้หรือไม่เจ้าคะ"

"ลูกไม่อยากให้ใครมองว่าบุตรสาวที่แต่งแทนพี่สาวถูกส่งไปอย่างข้างถนน เพราะจะทำให้ตระกูลหลินเสียเกียรติยิ่งกว่าเดิม"

ฮูหยินใหญ่ที่กำลังดีใจที่หลินชิงหว่านยอมง่าย ๆ จึงไม่ได้คิดซับซ้อน

 "ได้สิ เรื่องแค่นี้แม่ย่อมจัดการให้เจ้าอย่างสมเกียรติ เจ้าไปเตรียมตัวไว้เถิด เย็บชุดที่ต้องใส่และทำงานปักผ้าชิ้นใหม่ด้วย"

"ลูกรับทราบเจ้าค่ะ ขอบพระคุณท่านแม่ที่เมตตาเจ้าค่ะ" 

หลินชิงหว่านย่อกายคำนับหมอบต่ำ

ในขณะที่ก้มหน้าลง มุมปากของนางก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ

หมากตาที่หนึ่ง คือยอมรับการแต่งงานเพื่อดึงสินเดิมมาไว้ในมือและใช้ชื่อเสียงของตระกูลเป็นเกราะกำบัง

หมากตาที่สองกำลังจะเริ่มต้นขึ้น นางจะต้องทำให้จวนแม่ทัพเป็นฝ่ายมาเชิญนางไปเอง ไม่ใช่ถูกส่งไปให้ง่าย ๆ เหมือนสิ่งของ

หลังจากเดินออกมาจากเรือนหลัก ชิวเยว่ที่เดินตามหลังมาก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

"คุณหนู เหตุใดท่านถึงตอบตกลงง่ายดายเช่นนั้นเจ้าคะ ใครก็รู้ว่าท่านแม่ทัพเซียวผู้นั้น เขาร่ำลือกันว่าโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ชอบทำร้ายผู้อื่นไม่เว้นแม้แต่สตรี หากคุณหนูแต่งไปย่อมต้องตกระกำลำบากแน่ ๆ เจ้าค่ะ"

หลินชิงหว่านหยุดเดินใต้ต้นเหมยที่ยังไร้ดอก นางมองไปที่ขอบฟ้าด้วยสายตาที่ลุ่มลึก

 "ชิวเยว่ หากข้าไม่ตกลง พวกเขาก็จะบีบข้าด้วยวิธีอื่นอยู่ดี การกระโจนลงไปในน้ำที่เรารู้ทิศทางลม ย่อมดีกว่าถูกผลักลงไปในเหวที่มองไม่เห็น"

ชิวเยว่ก้มหน้าลงไม่กล้าพูดต่อเพียงเงียบลงรอฟังคำสั่ง

ภายในจวนแม่ทัพเป็นอย่างไรชาติก่อนนางรู้ดีกว่าใคร หากเขาเป็นเหมือนที่คนร่ำลือนางคงเปลี่ยนความตั้งใจไปนานแล้วและการแต่งงานครั้งนี้คงเป็นไปอีกรูปแบบหนึ่ง

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   คำอำลาจากกาลเวลา

    หลังจากเนรเทศใต้เท้าหลินไปยังชายแดน หลินรั่วอวี๋ถูกปลดจากตำแหน่งสนมและกลายเป็นคนเสียสติในตำหนักเย็นจนสิ้นชีวิต ส่วนหลินเจี้ยนที่ติดหนี้พนันจนหนีหัวซุกหัวซุนไปที่บ้านเกิดมารดาก็ถูกตามล่า ถูกจับมาทรมานจนตายแล้วโยนลงบ่จระเข้จวนตระกูลหลินที่ถูกทิ้งร้างมาสักพักตอนนี้หลินชิงหว่านได้เข้ามาจัดการด้วยตัวเองเสียงค้อนกระทบกับแผ่นไม้และเสียงรื้อถอนดังสนั่นไปทั่วทางเดินที่ตั้งของจวนตระกูลหลิน สถานที่ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความจองหองและคุกทางใจที่คุมขังหลินชิงหว่านมาถึงสองชาติภพ ยามนี้กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล"ทุบป้ายตระกูลหลินทิ้งเสีย แล้วแขวนป้ายหงส์เหินขึ้นไปแทน" หลินชิงหว่านสั่งการด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง นางยืนอยู่กลางลานกว้าง มองดูคนงานที่กำลังรื้อถอนห้องโถงใหญ่ สถานที่ที่นางเคยถูกเฆี่ยนตีจนเกือบตายเพียงเพราะขัดใจบิดาในอดีตมู่หลันที่ยืนอยู่ข้างกายกระซิบถาม "พระนางแน่ใจหรือเพคะที่จะใช้ที่นี่ ความทรงจำของที่นี่ช่าง...""เพราะความทรงจำมันเลวร้าย ข้าจึงต้องเปลี่ยนมันให้กลายเป็นสิ่งดี" หลินชิงหว่านหันมาสบตาคนสนิท "ที่นี่จะไม่ใช่ที่คุมขังใครอีก แต่มันจะเป็นที่รักษาผู้คน ไม่ว่าจะเป็น

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   กวาดล้างครั้งสุดท้าย

    บรรยากาศในเมืองหลวงดูรื่นเริงอย่างยิ่งเมื่อขบวนทัพของเซียวเหยียนและหลินชิงหว่านเคลื่อนผ่านประตูเมือง ทว่าภายใต้รอยยิ้มและการเฉลิมฉลอง หลินชิงหว่านกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความจอมปลอม ขุนนางกลุ่มหนึ่งที่เคยทำตัวเป็นไม้หลักปักเลน แอบส่งเสบียงให้กบฏพยัคฆ์ดำอย่างลับ ๆ ยามนี้กลับมายืนเรียงแถวต้อนรับด้วยใบหน้าที่ดูปลาบปลื้มเกินจริงโดยเฉพาะใต้เท้าเฉิง ขุนนางอาวุโสผู้มีใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา เขาผู้นี้คือจิ้งจอกเฒ่าที่หลินชิงหว่านจำได้แม่นยำจากชาติก่อน ว่าเป็นผู้วางแผนยักยอกเสบียงกองทัพจนทำให้บิดานางที่เป็นผู้ร่วมตรวจสอบต้องตกที่นั่งลำบาก"เพื่อเป็นการขอบคุณที่พวกท่านช่วยดูแลความสงบในเมืองหลวงยามที่ข้าออกศึก" หลินชิงหว่านเอ่ยขึ้นท่ามกลางงานเลี้ยงต้อนรับที่จัดขึ้นในท้องพระโรง "ข้าได้ปรุงยาลูกกลอนทิพย์ขึ้นมา มันคือโอสถที่กลั่นจากสมุนไพรหายากบนยอดเขาหิมะพันปี มีฤทธิ์ช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกในร่างกาย เพิ่มพูนสติปัญญา และที่สำคัญมันจะช่วยให้ใจของพวกท่านสงบเป็นสมาธิเพื่อรับใช้แผ่นดินได้ดียิ่งขึ้น"เหล่านางกำนัลเดินถือถาดที่มีจอกยาสีทองวางอยู่ไปหาขุนนางแต่ละคน ใต้เท้าเฉิงดวงตาเป็นประกายด้วยความโลภ

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   ปิดฉากสายเลือดมรณะ

    เหนือยอดผาสูงชันที่ตัดขาดจากโลกภายนอก จู่ ๆ พายุฝนกระหน่ำซัดลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับสวรรค์กำลังร่ำไห้ให้กับความวิปลาสของมนุษย์ เสียงฟ้าผ่าคำรามกึกก้องสะท้อนกับหน้าผาหินที่ลื่นชัน เบื้องล่างคือกองทัพกบฏพยัคฆ์ดำที่แตกพ่ายยับเยินภายใต้กองทัพต้าเซียวที่เกรียงไกรเซียวเฟิงในสภาพเกราะเงินที่แตกละเอียดและเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ คุกเข่าอยู่ริมขอบเหวที่ไร้ทางออก มือที่สั่นเทายังคงกำด้ามดาบแน่น ดวงตาที่แดงก่ำด้วยพิษไข้และความแค้นจ้องมองไปยังบุรุษและสตรีที่เดินฝ่าสายฝนเข้ามาหาเขาอย่างช้า ๆ"เข้ามาสิ! เข้ามาฆ่าข้า!"เซียวเฟิงแผดเสียงหัวเราะที่ฟังดูโหยหวนปนไปกับเสียงสะอื้นท่ามกลางสายฝนที่สาดซัด "เซียวเหยียนเจ้าชนะทุกอย่าง ได้ทั้งบัลลังก์ ได้ทั้งสตรีที่ยอดเยี่ยมคนนี้ แต่เจ้าจงจำไว้ เจ้าไม่มีวันลบเลือดโสโครกของชาวเยี่ยนที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเจ้าได้ ข้าจะตายเพื่อให้เจ้าจดจำไปชั่วชีวิตว่าเจ้าเป็นคนปลิดชีพน้องชายแท้ ๆ ของตัวเอง"เซียวเหยียนหยุดชะงักฝีเท้า ดาบใหญ่ในมือที่เปื้อนเลือดสั่นระริก แววตาที่เคยแข็งกร้าวดุจหินผาเปลี่ยนเป็นความสมเพชที่ลึกซึ้ง "น้องชายงั้นหรือ เจ้าคือเหยื่อของความโลภที่ซูเฟย

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   ความแค้นที่ชายแดนใต้

    แม้เรื่องกบฏภาคีพยัคฆ์ดำจะปิดฉากลงแล้ว ทว่าคล้ายยังสะสางไม่จบเมื่อสายเลือดที่แท้จริงของซูเฟยยังคงรอคอยโอกาสล้างแค้นอย่างเงียบ ๆ"อาจเป็นเพราะชาติที่แล้วข้าตายไปก่อนหน้านี้และซูเฟยก็ได้ครอบครองทุกอย่างในภายหลัง"นางพึมพำกับตนเองหาข้อสรุปจากชาติก่อนที่อยู่เหนือกาลเวลาโดยที่นางไม่เคยล่วงรู้มาก่อน"ทูลฝ่าบาทมีสายรายงานจากชายแดนว่าตอนนี้พบความผิดปกติพะย่ะค่ะ มีการลักลอบเผาเสบียงทหาร และลอบสังหารแม่ทัพรวมถึงทหารของแคว้นเราตายไปเป็นจำนวนมาก มีการเคลื่อนกองทัพทหารกะทันหันด้วยพะย่ะค่ะ"เซียวเหยียนลุกขึ้นยืนทันที "เสี้ยนหนามยังไม่หมด ข้าต้องไปจัดการให้สิ้นซาก!""อย่านะเพคะฝ่าบาทมันอันตรายเกินไป"หลินชิงหว่านที่นั่งข้างบัลลังก์รีบเข้าห้าม เพราะนางก็ไม่มั่นใจว่าตามนิมิตของนางเป็นจริงหรือไม่ นางไม่อยากให้เซียวเหยียนไปเสี่ยงเองเพียงลำพัง"หากข้าไม่ไปก็ไม่จบ ที่ชายแดนอาจมีความลับที่ยังหลงเหลือ ถึงได้วุ่นวายเพียงนี้""เช่นนั้นหม่อมฉันขอติดตามไปด้วยเพคะ"นางกล่าวขึ้นอย่างแน่วแน่ อย่างน้อยนางก็มีประโยชน์ด้านการรักษา"ได้ ข้าอนุญาต"ณ ชายแดน ภายในกระโจมบัญชาการรบที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงชัน ลมทะเลทรายที่

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   จุดจบของจอมบงการ

    ท้องฟ้ายามราตรีเหนือวังหลวงประดับประดาด้วยโคมไฟนับหมื่นดวงที่ลอยล่อง ดั่งดวงดาวบนดินที่กำลังเฉลิมฉลองความสงบสุขชั่วคราว ทว่าภายใต้แสงสีนวลตา กลับมีกลิ่นอายคาวเลือดโชยมาตามลมเย็น เซียวเหยียนในฉลองพระองค์เต็มยศ ประทับอยู่กึ่งกลางงานเลี้ยง ท่าทางของเขาดูมึนเมาและบ้าอำนาจอย่างที่ละครฉากใหญ่ต้องการ"มา ดื่มเพื่อแผ่นดินใหม่ แผ่นดินที่เป็นของข้าอย่างแท้จริง"เซียวเหยียนคำรามพลางรับจอกเหล้ามงคลจากมือของหลินชิงหว่าน นางสบตาเขาด้วยแววตาที่สั่นระริกเพียงครู่เดียว ก่อนจะรินเหล้าสีใสลงในจอกทองคำ เซียวเหยียนยกขึ้นดื่มจนหมดรวดเดียว ทันใดนั้น ร่างแกร่งของฮ่องเต้ก็ชะงักงัน จอกเหล้าร่วงหล่นจากมือกระแทกพื้นเสียงดัง เขากระอักเลือดสีดำคล้ำออกมาคำโต ก่อนจะล้มฟุบลงจากบัลลังก์ต่อหน้าขุนนางนับร้อยที่กรีดร้องด้วยความตกใจ"ฝ่าบาท!!!"หลินชิงหว่านโผเข้ากอดร่างที่นิ่งสนิทของเขา นางแผดเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจ ร่างกายสั่นเทาจนดูน่าเวทนา"ฮ่าๆๆๆ ในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง"เสียงหัวเราะอันโอหังของเสนาบดีฉินดังกึกก้อง เขาเดินแหวกฝูงชนออกมาด้วยท่าทางของผู้ชนะ กองกำลังชุดดำของภาคีพยัคฆ์ดำนับร้อยพุ่งเข้ายึดประตูตำหนักทุก

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   ความลับใต้แสงเทียน

    ภายในตำหนักทรงอักษรที่เงียบสงัด แสงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาของคนสองคนที่ยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่ากลับรู้สึกเหมือนอยู่คนละฟากฟ้า หลินชิงหว่านเดินย้อนกลับมา นางจ้องมองแผ่นหลังที่ตั้งตรงและเย็นชาของเซียวเหยียน นางรู้ดีว่าหากคืนนี้นางไม่ทำลายกำแพงแห่งความระแวงนี้ลง ความแค้นจากอดีตจะพรากเขาไปจากนางตลอดกาล"ท่านพี่" เสียงของนางสั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่น นางตัดสินใจก้าวเข้าไปหาและทรุดกายคุกเข่าลงบนพื้นหินเย็นเฉียบเบื้องหลังเขาเซียวเหยียนชะงักมือที่กำลังเก็บบันทึกบนโต๊ะ แต่เขายังคงไม่หันกลับมา "เจ้ายังมีอะไรจะแก้ตัวอีกหรือ ฮองเฮา หรือภาคีพยัคฆ์ดำส่งบทพูดใหม่มาให้เจ้าแล้ว""หม่อมฉันไม่มีบทพูดจากใครทั้งสิ้น มีเพียงความสัตย์จริงที่สวรรค์ประทานมาให้หม่อมฉันบอกท่าน" หลินชิงหว่านกล่าวปนสะอื้น "ท่านพี่สงสัยใช่หรือไม่ว่าเหตุใดหม่อมฉันถึงล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า นั่นเป็นเพราะหม่อมฉันไม่ได้เพียงแต่ฝันแต่มันคือนิมิตที่ตามหลอกหลอนหม่อมฉันมาตลอดชีวิต นิมิตถึงจุดจบที่หนาวเหน็บของท่าน"เซียวเหยียนค่อย ๆ หันกลับมามอง ดวงตาคมกริบจ้องมองสตรีที่คุกเข่าอยู่แทบเท้าด้วยความสับสน "นิมิตงั้นหรือ เจ้ากำลังจะบอกว

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   ดั่งคนเสียสติ

    สายฝนยามค่ำคืนพัดกระหน่ำจนเสียงลมหวีดหวิวไปทั่วจวนชินอ๋อง หลินชิงหว่านยังคงนั่งอยู่ภายในห้องรับรองที่เขาจัดไว้ให้ นางไม่ได้กลับจวนตั้งแต่วันที่ถูกอุ้มออกมา เพราะสถานการณ์ชายแดนยังต้องการคำแนะนำเรื่องการปรุงยาจากนางอย่างใกล้ชิด เขาทิ้งนางไว้ที่นี่และออกไปข้างนอกกับเหล่าทหารยังไม่กลับเข้ามาปัง!ฉับพ

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   โรคประหลาดมาถึงแล้ว

    ภายในเรือนพักของหลินชิงหว่านที่เงียบสงบขึ้นผิดตา เพราะไม่มีสายตาของฮูหยินใหญ่คอยจ้องจับผิด มู่หลันและมู่ชินยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูอย่างกวดขัน หลินชิงหว่านเรียกชิวเยว่เข้ามาใกล้ ก่อนจะหยิบปิ่นปักผมเรียบ ๆ เล่มหนึ่งออกมา"ชิวเยว่ ข้าจำได้ว่าแม่นมหลี่คนที่เคยปรนนิบัติท่านแม่ก่อนท่านจะสิ้นใจ ถูกฮูหยินใ

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   ลายมือปริศนา

    งานเลี้ยงชมบุปผาในวังหลวงมาถึงเร็วกว่าชาติก่อน หลินชิงหว่านก้าวลงจากรถม้าในชุดสีม่วงอ่อนที่ดูสงบเยือกเย็น ทว่าปักลายด้วยด้ายดิ้นเงินอย่างละเอียดลออ นี่คือของขวัญที่เซียวเหยียนบอกไว้ เขาส่งมาให้ก่อนวันงานหนึ่งวัน ชุดที่ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าแต่คือใบคุ้มครองที่บอกทุกคนว่านางคือคนของชินอ๋องในอดีตนางไม่เคย

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   บุตรสาวแลกตำแหน่ง

    ทุก ๆ วันผ่านพ้นไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่มีผู้ใดรู้ว่าบุตรสาวอนุผู้ต่ำต้อยกำลังคิดและกระทำสิ่งใดอยู่บรรยากาศในจวนตระกูลหลินที่เคยดูเหมือนจะเอื้อเฟื้อต่อหลินชิงหว่านกลับเปลี่ยนไปอีกครั้ง เมื่อหลินเจิ้งคุณเรียกนางเข้าไปพบที่ห้องหนังสือส่วนตัว ทว่าคราวนี้นางไม่ได้พบเพียงบิดา แต่ยังมีเสนาบดีกรมพิธีการ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status