Share

ตำราที่ไม่มีคนเห็นค่า

last update Tanggal publikasi: 2026-04-14 13:40:18

นางหันกลับมามองสาวใช้คนสนิทแล้วเอ่ยขึ้น

 "ไปที่เรือนเก็บของท้ายจวน ข้าจำได้ว่าท่านแม่ทิ้งหีบตำราเก่า ๆ ไว้สองสามใบ ไปเอามาไว้ที่เรือนข้า"

"ตำราหรือเจ้าคะ แต่คุณหนู ฮูหยินสั่งให้ท่านเตรียมตัวเย็บชุด..."

"ไปเถอะ" 

หลินชิงหว่านตัดบทด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังจนชิวเยว่ต้องก้มหน้าและรีบไปทำตามคำสั่ง

ภายในห้องที่เงียบสงบ หลินชิงหว่านเปิดหีบไม้ผุ ๆ ออก กลิ่นกระดาษเก่าและเชื้อราลอยเข้าจมูก แต่นี่คือขุมทรัพย์ที่ไม่มีใครในจวนตระกูลหลินเห็นค่า มารดาของนางเคยเป็นบุตรสาวของหมอยาพเนจร ก่อนที่บิดาของนางรับเข้ามาเป็นอนุ หนังสือเหล่านี้คือตำราการปรุงยาและการคัดแยกสมุนไพรที่ไม่มีในวังหลวง

ในชาติก่อน นางปล่อยให้มันเน่าเสียไปเพราะมัวแต่สนใจเพียงการเย็บปักถักร้อยเพื่อเอาใจบิดาและฮูหยินใหญ่ แต่ในจวนแม่ทัพที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและพิษร้ายในภายหลัง วิชาเหล่านี้ต่างหากที่ช่วยให้คนอยู่รอด

นางหยิบพู่กันขึ้นมา ฝนหมึกช้า ๆ พลางหลับตาลงนึกถึงเหตุการณ์ในชาติก่อน

ในปีนี้ จะเกิดโรคระบาดประหลาดในหมู่ทหารที่ชายแดน และสมุนไพรชนิดเดียวที่รักษาได้คือหญ้าน้ำค้างแข็ง ซึ่งตอนนี้ผู้คนต่างคิดว่าเป็นวัชพืชไร้ค่า

หลินชิงหว่านเริ่มลงมือเขียนแผนการลึกลับลงในกระดาษรวบรวมสมุนไพร ใช้เงินสินเดิมที่เพิ่งได้สิทธิ์จัดการมา กว้านซื้อหญ้าน้ำค้างแข็งผ่านร้านขายยาเก่า ๆ ที่กำลังจะเจ๊งเป็นการสร้างหนี้บุญคุณ โดยนางต้องหาทางส่งยารักษาไปให้คนของชินอ๋องเซียวเหยียนโดยไม่ให้ใครรู้ตัวตน

"คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินใหญ่ส่งคนมาขอดูความคืบหน้าการเย็บผ้าเช็ดหน้ามงคลเจ้าค่ะ" 

เสียงชิวเยว่ดังขึ้นจากหน้าประตู

หลินชิงหว่านใช้มือที่นิ่งสนิทพับกระดาษแผ่นนั้นซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อ ก่อนจะหยิบเข็มและด้ายขึ้นมาถือไว้

"บอกนางว่าข้ากำลังตั้งใจทำอยู่ ไม่ต้องการให้ใครรบกวน"

นางมองเข็มในมือ เข็มเล่มเล็กที่ดูไม่มีพิษสง แต่นางรู้ดีว่าหากปักลงไปถูกที่ มันก็ปลิดชีพคนได้ไม่ต่างจากคมดาบเช่นเดียวกับแผนการของนาง

ในขณะที่ทุกคนคิดว่านางกำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวผู้ว่าง่าย หลินชิงหว่านกลับกำลังเริ่มวางตาข่ายที่จะดักจับศัตรูทั้งหมดในภายหลัง 

และคนแรกที่นางจะเข้าหาคือเจ้าของร้านขายยาที่ติดหนี้พนันจนเกือบจะฆ่าตัวตายในเดือนหน้า

และอย่างที่สองที่ต้องทำคือศึกษาตำรายาและฝึกปรุงยาตามตำราของมารดาให้ชำนาญ

หลายวันต่อมาฮูหยินใหญ่ได้รับจดหมายเทียบเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงของจวนเสนาบดี นางจึงเรียกบุตรสาวทั้งสองเข้าพบ

"เจ้าสองคนต้องไปกับแม่ เตรียมตัวกันให้ดี อย่าทำให้ขายหน้าล่ะ"

คำประกาศิตนั้นเหมือนจงใจตอกย้ำนาง ในชาติก่อนนางเพียงก้มหน้ารับอย่างคนโง่เขลา เดินตามหลังสองแม่ลูกอย่างไร้ศักดิ์ศรี

จนกระทั่งถึงวันงาน

งานเลี้ยงจัดขึ้นที่เรือนรับรองของจวนเสนาบดีฝ่ายซ้าย หลินชิงหว่านเดินทางมาถึงพร้อมกับฮูหยินใหญ่และพี่สาวคนโต หลินรั่วอวี๋ ตั้งแต่ย่างเท้าเข้าประตูภาพความหรูหราอลังการก็ถาโถมเข้าสู่สายตา สตรีชนชั้นสูงจากตระกูลต่าง ๆ แต่งกายงดงามเพริศพริ้ง แต่ละนางล้วนถือพัดหรือโบกชายผ้าเพื่ออวดเครื่องประดับล้ำค่าที่สวมใส่

หลินรั่วอวี๋เดินยิ้มแย้มเข้าไปทักทายคุณหนูจากตระกูลขุนนางใหญ่ทันที นางเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม ชอบเป็นจุดสนใจและไม่เคยละสายตาจากสายตาชื่นชมของผู้คน นางยิ้มให้ผู้อื่นอย่างเป็นธรรมชาติ ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับดูเหมือนกำลังบดบังความรู้สึกที่แท้จริง สายตาของนางมักจะสอดส่ายประเมินค่าของคนที่นางคุยด้วยเสมอ

ส่วนฮูหยินใหญ่นั้น แม้จะยิ้มแย้มทักทายคนรู้จักอย่างสุภาพ แต่ทุกย่างก้าวของนางล้วนเปี่ยมด้วยความระมัดระวัง คล้ายกำลังสำรวจอย่างละเอียดว่ามีสิ่งใดจะทำให้หน้าตาของตระกูลต้องมัวหมองหรือไม่

 นางมองบุตรสาวทั้งสองสลับกันดั่งกำลังประเมินเป็นครั้งคราว

หลินชิงหว่านทำเพียงก้าวตามหลังเงียบ ๆ นางไม่ได้มีท่าทีตื่นเต้นกับความหรูหราตรงหน้า เพราะภาพเหล่านี้วนเวียนอยู่ในความทรงจำนางมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว นางไม่ได้สนใจผ้าไหมราคาแพง หรือเครื่องประดับที่เปล่งประกายเท่ากับการสังเกตสีหน้าแววตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมา ทั้งรอยยิ้มและคำพูดจา นางพยายามจับสังเกต ความหมายที่ซ่อนอยู่ในทุกถ้อยคำ

"ชิงหว่าน รอเดี๋ยวสิ"

 เสียงของหลินรั่วอวี๋ดังขึ้น นางหันมามองน้องสาวด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา

 "นี่เจ้าใส่ชุดสีนี้มาได้อย่างไร ชุดสีเขียวมรกตแบบนี้เหมาะกับงานเลี้ยงภายในมากกว่านะ"

ฮูหยินใหญ่หันมามองด้วยสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย เพิ่งหันมาสังเกตลูกเลี้ยงที่ตามก้นมาตั้งแต่ออกจากจวน นางจำได้ว่าสั่งให้บ่าวเลือกชุดสีสุภาพให้หลินชิงหว่าน แต่ชุดที่เห็นนี้กลับดูธรรมดาเกินไปเมื่อเทียบกับอาภรณ์ของบุตรสาวตระกูลอื่น

"จริงหรือเจ้าคะพี่ใหญ่ ข้าเห็นว่าสีเขียวมรกตเป็นสีมงคล เป็นตัวแทนของความสงบและร่มเย็น อีกทั้งข้าเป็นเพียงบุตรสาวอนุ ไม่กล้าแต่งตัวโดดเด่นเกินหน้าเกินตาพี่ใหญ่เจ้าค่ะ" 

หลินชิงหว่านตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ในใจกำลังคำนวณปฏิกิริยาของฮูหยินใหญ่

คำพูดนี้เหมือนจะถ่อมตน แต่เป็นการแอบยกหลินรั่วอวี๋ให้สูงเกินจริงและแอบตำหนิฮูหยินใหญ่ที่จัดชุดให้บุตรสาวอนุธรรมดาเกินไป จนอาจทำให้ตระกูลเสียหน้า

ฮูหยินใหญ่ใบหน้ากระตุกเล็กน้อย นางหันไปจ้องหลินรั่วอวี๋ราวกับจะตำหนิทางสายตา หลินรั่วอวี๋เองก็ดูไม่พอใจนักที่น้องสาวพลิกสถานการณ์ได้เก่งกาจ แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะหากตำหนิต่อหน้าธารกำนัลก็จะดูเหมือนพี่สาวรังแกน้อง

"ชิงหว่านคิดดีแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ ลูกเพียงอยากให้ตระกูลของเราโดดเด่นด้วยกิริยา ไม่ใช่เสื้อผ้า"

 หลินชิงหว่านยิ้มอย่างอ่อนน้อม แต่ดวงตานางกลับกวาดไปเห็นสตรีสูงศักดิ์ผู้หนึ่งกำลังเดินเข้ามา

นั่นคือเซียวเฟยหลิง พระธิดาองค์ที่สามขององค์ฮ่องเต้ ผู้เป็นที่รู้กันว่าชื่นชอบความเรียบง่ายและเกลียดการโอ้อวด

"ชุดสีเขียวมรกต ช่างงดงามราวกับหยดน้ำค้างบนใบหยก" 

เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น เซียวเฟยหลิงหยุดยืนข้างหลินชิงหว่าน นางกวาดสายตาชื่นชมชุดก่อนจะจับแขนนางเบา ๆ 

"เจ้าเป็นบุตรสาวของตระกูลหลินกระมัง ข้าเซียวเฟยหลิง ยินดีที่ได้รู้จัก"

หลินชิงหว่านตกใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายเข้ามาทักทายโดยตรง แต่นางก็ยิ้มตอบอย่างสงบ 

"หม่อมฉัน หลินชิงหว่าน ขอคารวะองค์หญิงเพคะ"

"ไม่ต้องมากพิธี" 

เซียวเฟยหลิงยิ้ม

 "สีเขียวของเจ้าช่างแตกต่างจากสีสันฉูดฉาดของคนอื่น ๆ ทำให้ดูสง่าและน่ามองนัก เจ้าคงเป็นคนใจเย็นและมีรสนิยมดีกระมัง"

คำพูดขององค์หญิงทำให้ฮูหยินใหญ่และหลินรั่วอวี๋หน้าซีดเผือด หลินชิงหว่านไม่เพียงแต่รอดพ้นจากการถูกตำหนิเรื่องชุด แต่กลับได้รับคำชมจากผู้สูงศักดิ์จนคนอื่น ๆ ต้องหันมามองด้วยความสนใจ

นับเป็นชัยชนะเล็ก ๆ ที่แสดงให้เห็นว่านางไม่ได้เป็นแค่บุตรสาวอนุที่ถูกทอดทิ้งดั่งชาติก่อน

 

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   คำอำลาจากกาลเวลา

    หลังจากเนรเทศใต้เท้าหลินไปยังชายแดน หลินรั่วอวี๋ถูกปลดจากตำแหน่งสนมและกลายเป็นคนเสียสติในตำหนักเย็นจนสิ้นชีวิต ส่วนหลินเจี้ยนที่ติดหนี้พนันจนหนีหัวซุกหัวซุนไปที่บ้านเกิดมารดาก็ถูกตามล่า ถูกจับมาทรมานจนตายแล้วโยนลงบ่จระเข้จวนตระกูลหลินที่ถูกทิ้งร้างมาสักพักตอนนี้หลินชิงหว่านได้เข้ามาจัดการด้วยตัวเองเสียงค้อนกระทบกับแผ่นไม้และเสียงรื้อถอนดังสนั่นไปทั่วทางเดินที่ตั้งของจวนตระกูลหลิน สถานที่ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความจองหองและคุกทางใจที่คุมขังหลินชิงหว่านมาถึงสองชาติภพ ยามนี้กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล"ทุบป้ายตระกูลหลินทิ้งเสีย แล้วแขวนป้ายหงส์เหินขึ้นไปแทน" หลินชิงหว่านสั่งการด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง นางยืนอยู่กลางลานกว้าง มองดูคนงานที่กำลังรื้อถอนห้องโถงใหญ่ สถานที่ที่นางเคยถูกเฆี่ยนตีจนเกือบตายเพียงเพราะขัดใจบิดาในอดีตมู่หลันที่ยืนอยู่ข้างกายกระซิบถาม "พระนางแน่ใจหรือเพคะที่จะใช้ที่นี่ ความทรงจำของที่นี่ช่าง...""เพราะความทรงจำมันเลวร้าย ข้าจึงต้องเปลี่ยนมันให้กลายเป็นสิ่งดี" หลินชิงหว่านหันมาสบตาคนสนิท "ที่นี่จะไม่ใช่ที่คุมขังใครอีก แต่มันจะเป็นที่รักษาผู้คน ไม่ว่าจะเป็น

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   กวาดล้างครั้งสุดท้าย

    บรรยากาศในเมืองหลวงดูรื่นเริงอย่างยิ่งเมื่อขบวนทัพของเซียวเหยียนและหลินชิงหว่านเคลื่อนผ่านประตูเมือง ทว่าภายใต้รอยยิ้มและการเฉลิมฉลอง หลินชิงหว่านกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความจอมปลอม ขุนนางกลุ่มหนึ่งที่เคยทำตัวเป็นไม้หลักปักเลน แอบส่งเสบียงให้กบฏพยัคฆ์ดำอย่างลับ ๆ ยามนี้กลับมายืนเรียงแถวต้อนรับด้วยใบหน้าที่ดูปลาบปลื้มเกินจริงโดยเฉพาะใต้เท้าเฉิง ขุนนางอาวุโสผู้มีใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา เขาผู้นี้คือจิ้งจอกเฒ่าที่หลินชิงหว่านจำได้แม่นยำจากชาติก่อน ว่าเป็นผู้วางแผนยักยอกเสบียงกองทัพจนทำให้บิดานางที่เป็นผู้ร่วมตรวจสอบต้องตกที่นั่งลำบาก"เพื่อเป็นการขอบคุณที่พวกท่านช่วยดูแลความสงบในเมืองหลวงยามที่ข้าออกศึก" หลินชิงหว่านเอ่ยขึ้นท่ามกลางงานเลี้ยงต้อนรับที่จัดขึ้นในท้องพระโรง "ข้าได้ปรุงยาลูกกลอนทิพย์ขึ้นมา มันคือโอสถที่กลั่นจากสมุนไพรหายากบนยอดเขาหิมะพันปี มีฤทธิ์ช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกในร่างกาย เพิ่มพูนสติปัญญา และที่สำคัญมันจะช่วยให้ใจของพวกท่านสงบเป็นสมาธิเพื่อรับใช้แผ่นดินได้ดียิ่งขึ้น"เหล่านางกำนัลเดินถือถาดที่มีจอกยาสีทองวางอยู่ไปหาขุนนางแต่ละคน ใต้เท้าเฉิงดวงตาเป็นประกายด้วยความโลภ

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   ปิดฉากสายเลือดมรณะ

    เหนือยอดผาสูงชันที่ตัดขาดจากโลกภายนอก จู่ ๆ พายุฝนกระหน่ำซัดลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับสวรรค์กำลังร่ำไห้ให้กับความวิปลาสของมนุษย์ เสียงฟ้าผ่าคำรามกึกก้องสะท้อนกับหน้าผาหินที่ลื่นชัน เบื้องล่างคือกองทัพกบฏพยัคฆ์ดำที่แตกพ่ายยับเยินภายใต้กองทัพต้าเซียวที่เกรียงไกรเซียวเฟิงในสภาพเกราะเงินที่แตกละเอียดและเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ คุกเข่าอยู่ริมขอบเหวที่ไร้ทางออก มือที่สั่นเทายังคงกำด้ามดาบแน่น ดวงตาที่แดงก่ำด้วยพิษไข้และความแค้นจ้องมองไปยังบุรุษและสตรีที่เดินฝ่าสายฝนเข้ามาหาเขาอย่างช้า ๆ"เข้ามาสิ! เข้ามาฆ่าข้า!"เซียวเฟิงแผดเสียงหัวเราะที่ฟังดูโหยหวนปนไปกับเสียงสะอื้นท่ามกลางสายฝนที่สาดซัด "เซียวเหยียนเจ้าชนะทุกอย่าง ได้ทั้งบัลลังก์ ได้ทั้งสตรีที่ยอดเยี่ยมคนนี้ แต่เจ้าจงจำไว้ เจ้าไม่มีวันลบเลือดโสโครกของชาวเยี่ยนที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเจ้าได้ ข้าจะตายเพื่อให้เจ้าจดจำไปชั่วชีวิตว่าเจ้าเป็นคนปลิดชีพน้องชายแท้ ๆ ของตัวเอง"เซียวเหยียนหยุดชะงักฝีเท้า ดาบใหญ่ในมือที่เปื้อนเลือดสั่นระริก แววตาที่เคยแข็งกร้าวดุจหินผาเปลี่ยนเป็นความสมเพชที่ลึกซึ้ง "น้องชายงั้นหรือ เจ้าคือเหยื่อของความโลภที่ซูเฟย

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   ความแค้นที่ชายแดนใต้

    แม้เรื่องกบฏภาคีพยัคฆ์ดำจะปิดฉากลงแล้ว ทว่าคล้ายยังสะสางไม่จบเมื่อสายเลือดที่แท้จริงของซูเฟยยังคงรอคอยโอกาสล้างแค้นอย่างเงียบ ๆ"อาจเป็นเพราะชาติที่แล้วข้าตายไปก่อนหน้านี้และซูเฟยก็ได้ครอบครองทุกอย่างในภายหลัง"นางพึมพำกับตนเองหาข้อสรุปจากชาติก่อนที่อยู่เหนือกาลเวลาโดยที่นางไม่เคยล่วงรู้มาก่อน"ทูลฝ่าบาทมีสายรายงานจากชายแดนว่าตอนนี้พบความผิดปกติพะย่ะค่ะ มีการลักลอบเผาเสบียงทหาร และลอบสังหารแม่ทัพรวมถึงทหารของแคว้นเราตายไปเป็นจำนวนมาก มีการเคลื่อนกองทัพทหารกะทันหันด้วยพะย่ะค่ะ"เซียวเหยียนลุกขึ้นยืนทันที "เสี้ยนหนามยังไม่หมด ข้าต้องไปจัดการให้สิ้นซาก!""อย่านะเพคะฝ่าบาทมันอันตรายเกินไป"หลินชิงหว่านที่นั่งข้างบัลลังก์รีบเข้าห้าม เพราะนางก็ไม่มั่นใจว่าตามนิมิตของนางเป็นจริงหรือไม่ นางไม่อยากให้เซียวเหยียนไปเสี่ยงเองเพียงลำพัง"หากข้าไม่ไปก็ไม่จบ ที่ชายแดนอาจมีความลับที่ยังหลงเหลือ ถึงได้วุ่นวายเพียงนี้""เช่นนั้นหม่อมฉันขอติดตามไปด้วยเพคะ"นางกล่าวขึ้นอย่างแน่วแน่ อย่างน้อยนางก็มีประโยชน์ด้านการรักษา"ได้ ข้าอนุญาต"ณ ชายแดน ภายในกระโจมบัญชาการรบที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงชัน ลมทะเลทรายที่

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   จุดจบของจอมบงการ

    ท้องฟ้ายามราตรีเหนือวังหลวงประดับประดาด้วยโคมไฟนับหมื่นดวงที่ลอยล่อง ดั่งดวงดาวบนดินที่กำลังเฉลิมฉลองความสงบสุขชั่วคราว ทว่าภายใต้แสงสีนวลตา กลับมีกลิ่นอายคาวเลือดโชยมาตามลมเย็น เซียวเหยียนในฉลองพระองค์เต็มยศ ประทับอยู่กึ่งกลางงานเลี้ยง ท่าทางของเขาดูมึนเมาและบ้าอำนาจอย่างที่ละครฉากใหญ่ต้องการ"มา ดื่มเพื่อแผ่นดินใหม่ แผ่นดินที่เป็นของข้าอย่างแท้จริง"เซียวเหยียนคำรามพลางรับจอกเหล้ามงคลจากมือของหลินชิงหว่าน นางสบตาเขาด้วยแววตาที่สั่นระริกเพียงครู่เดียว ก่อนจะรินเหล้าสีใสลงในจอกทองคำ เซียวเหยียนยกขึ้นดื่มจนหมดรวดเดียว ทันใดนั้น ร่างแกร่งของฮ่องเต้ก็ชะงักงัน จอกเหล้าร่วงหล่นจากมือกระแทกพื้นเสียงดัง เขากระอักเลือดสีดำคล้ำออกมาคำโต ก่อนจะล้มฟุบลงจากบัลลังก์ต่อหน้าขุนนางนับร้อยที่กรีดร้องด้วยความตกใจ"ฝ่าบาท!!!"หลินชิงหว่านโผเข้ากอดร่างที่นิ่งสนิทของเขา นางแผดเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจ ร่างกายสั่นเทาจนดูน่าเวทนา"ฮ่าๆๆๆ ในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง"เสียงหัวเราะอันโอหังของเสนาบดีฉินดังกึกก้อง เขาเดินแหวกฝูงชนออกมาด้วยท่าทางของผู้ชนะ กองกำลังชุดดำของภาคีพยัคฆ์ดำนับร้อยพุ่งเข้ายึดประตูตำหนักทุก

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   ความลับใต้แสงเทียน

    ภายในตำหนักทรงอักษรที่เงียบสงัด แสงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาของคนสองคนที่ยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่ากลับรู้สึกเหมือนอยู่คนละฟากฟ้า หลินชิงหว่านเดินย้อนกลับมา นางจ้องมองแผ่นหลังที่ตั้งตรงและเย็นชาของเซียวเหยียน นางรู้ดีว่าหากคืนนี้นางไม่ทำลายกำแพงแห่งความระแวงนี้ลง ความแค้นจากอดีตจะพรากเขาไปจากนางตลอดกาล"ท่านพี่" เสียงของนางสั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่น นางตัดสินใจก้าวเข้าไปหาและทรุดกายคุกเข่าลงบนพื้นหินเย็นเฉียบเบื้องหลังเขาเซียวเหยียนชะงักมือที่กำลังเก็บบันทึกบนโต๊ะ แต่เขายังคงไม่หันกลับมา "เจ้ายังมีอะไรจะแก้ตัวอีกหรือ ฮองเฮา หรือภาคีพยัคฆ์ดำส่งบทพูดใหม่มาให้เจ้าแล้ว""หม่อมฉันไม่มีบทพูดจากใครทั้งสิ้น มีเพียงความสัตย์จริงที่สวรรค์ประทานมาให้หม่อมฉันบอกท่าน" หลินชิงหว่านกล่าวปนสะอื้น "ท่านพี่สงสัยใช่หรือไม่ว่าเหตุใดหม่อมฉันถึงล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า นั่นเป็นเพราะหม่อมฉันไม่ได้เพียงแต่ฝันแต่มันคือนิมิตที่ตามหลอกหลอนหม่อมฉันมาตลอดชีวิต นิมิตถึงจุดจบที่หนาวเหน็บของท่าน"เซียวเหยียนค่อย ๆ หันกลับมามอง ดวงตาคมกริบจ้องมองสตรีที่คุกเข่าอยู่แทบเท้าด้วยความสับสน "นิมิตงั้นหรือ เจ้ากำลังจะบอกว

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   ดั่งคนเสียสติ

    สายฝนยามค่ำคืนพัดกระหน่ำจนเสียงลมหวีดหวิวไปทั่วจวนชินอ๋อง หลินชิงหว่านยังคงนั่งอยู่ภายในห้องรับรองที่เขาจัดไว้ให้ นางไม่ได้กลับจวนตั้งแต่วันที่ถูกอุ้มออกมา เพราะสถานการณ์ชายแดนยังต้องการคำแนะนำเรื่องการปรุงยาจากนางอย่างใกล้ชิด เขาทิ้งนางไว้ที่นี่และออกไปข้างนอกกับเหล่าทหารยังไม่กลับเข้ามาปัง!ฉับพ

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   โรคประหลาดมาถึงแล้ว

    ภายในเรือนพักของหลินชิงหว่านที่เงียบสงบขึ้นผิดตา เพราะไม่มีสายตาของฮูหยินใหญ่คอยจ้องจับผิด มู่หลันและมู่ชินยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูอย่างกวดขัน หลินชิงหว่านเรียกชิวเยว่เข้ามาใกล้ ก่อนจะหยิบปิ่นปักผมเรียบ ๆ เล่มหนึ่งออกมา"ชิวเยว่ ข้าจำได้ว่าแม่นมหลี่คนที่เคยปรนนิบัติท่านแม่ก่อนท่านจะสิ้นใจ ถูกฮูหยินใ

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   ลายมือปริศนา

    งานเลี้ยงชมบุปผาในวังหลวงมาถึงเร็วกว่าชาติก่อน หลินชิงหว่านก้าวลงจากรถม้าในชุดสีม่วงอ่อนที่ดูสงบเยือกเย็น ทว่าปักลายด้วยด้ายดิ้นเงินอย่างละเอียดลออ นี่คือของขวัญที่เซียวเหยียนบอกไว้ เขาส่งมาให้ก่อนวันงานหนึ่งวัน ชุดที่ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าแต่คือใบคุ้มครองที่บอกทุกคนว่านางคือคนของชินอ๋องในอดีตนางไม่เคย

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   บุตรสาวแลกตำแหน่ง

    ทุก ๆ วันผ่านพ้นไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่มีผู้ใดรู้ว่าบุตรสาวอนุผู้ต่ำต้อยกำลังคิดและกระทำสิ่งใดอยู่บรรยากาศในจวนตระกูลหลินที่เคยดูเหมือนจะเอื้อเฟื้อต่อหลินชิงหว่านกลับเปลี่ยนไปอีกครั้ง เมื่อหลินเจิ้งคุณเรียกนางเข้าไปพบที่ห้องหนังสือส่วนตัว ทว่าคราวนี้นางไม่ได้พบเพียงบิดา แต่ยังมีเสนาบดีกรมพิธีการ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status