Share

ลายมือปริศนา

last update publish date: 2026-04-17 11:21:15

งานเลี้ยงชมบุปผาในวังหลวงมาถึงเร็วกว่าชาติก่อน หลินชิงหว่านก้าวลงจากรถม้าในชุดสีม่วงอ่อนที่ดูสงบเยือกเย็น ทว่าปักลายด้วยด้ายดิ้นเงินอย่างละเอียดลออ นี่คือของขวัญที่เซียวเหยียนบอกไว้ เขาส่งมาให้ก่อนวันงานหนึ่งวัน ชุดที่ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าแต่คือใบคุ้มครองที่บอกทุกคนว่านางคือคนของชินอ๋อง

ในอดีตนางไม่เคยได้รับของกำนัลเช่นนี้มาก่อนนางจึงทำได้เพียงก้มหน้าอย่างอ่อนแอ

ทว่า ทันทีที่นางย่างเท้าเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นใน กลิ่นหอมของดอกโบตั๋นที่อบอวลกลับทำให้นางชาวาบไปทั้งตัว กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่นางได้กลิ่นก่อนจะสิ้นใจในชาติก่อน

"ซูเฟยเสด็จ"

 เสียงขันทีประกาศก้อง

หลินชิงหว่านทรุดกายลงคุกเข่าพร้อมกับเหล่าคุณหนูคนอื่น ๆ หัวใจของนางเต้นระรัวเหมือนกลองรบ ขบวนเสด็จสีทองอร่ามเคลื่อนผ่านไป ทว่าสายตาของสตรีที่ย่างกรายกลับปรายมองมาที่นางชั่วครู่ แววตานั้นเย็นชาและดูหมิ่นดูแคลน

ซูเฟย สตรีผู้เป็นอาหญิงของหลินรั่วอวี๋ และเป็นคนที่ส่งยาพิษไปให้แก่หลินชิงหว่านในชาติที่แล้ว

ที่แท้คนที่สั่งฆ่าข้าหลังเข้าจวนแม่ทัพ ไม่ใช่ฮูหยินใหญ่แต่เป็นสตรีผู้อยู่เหนือคนนับหมื่นผู้นี้

ในงานเลี้ยงชมบุปผา บรรยากาศดูเหมือนจะรื่นเริง ทว่าหลินชิงหว่านกลับรู้สึกเหมือนถูกรายล้อมด้วยอสรพิษ หลินรั่วอวี๋เดินเข้าไปออดอ้อนซูเฟย พลางปรายตามองมาที่นางด้วยรอยยิ้มผู้ชนะ

"ท่านอาเพคะ นี่คือน้องรองที่หม่อมฉันเคยเล่าให้ฟัง" 

หลินรั่วอวี๋เอ่ยเสียงหวาน

 "นางโชคดีนักที่ได้รับความเมตตาจากท่านอ๋องเซียวประทานชุดนี้ให้"

ซูเฟยวางจอกชาลงช้า ๆ สายตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่หลินชิงหว่าน

 "ชุดงาม คนก็ดูหมดจด แต่น่าเสียดายที่คนบางคนเกิดมาพร้อมกับดวงชะตาที่ขัดลาภผู้อื่น หากปล่อยไว้ใกล้ตัวอาจจะนำภัยมาสู่ตระกูลหลินและจวนอ๋องได้"

คำพูดของซูเฟยทำให้ทั้งงานเงียบกริบ นี่คือการตราหน้าว่านางเป็นตัวกาลกิณีต่อหน้าเชื้อพระวงศ์

หลินชิงหว่านเงยหน้าขึ้นอย่างช้า ๆ นางไม่หวาดกลัวเหมือนชาติก่อนอีกแล้ว 

"พระสนมกล่าวหนักไปแล้วเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงมดปลวกตัวเล็ก ๆ จะมีอำนาจสั่นคลอนดวงชะตาใครได้ ทว่า หม่อมฉันเคยอ่านตำราโหราศาสตร์โบราณ พบว่าผู้ที่มีกลิ่นกายหอมดอกโบตั๋นจัดเช่นพระสนม มักจะเป็นผู้ที่มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ แต่ต้องระวังพิษในรากโบตั๋น ที่อาจจะย้อนกลับมาทำร้ายเจ้าของได้นะเพคะ"

ซูเฟยหน้าเปลี่ยนสีทันที

 "เจ้าบังอาจขู่ข้าหรือ!"

"หม่อมฉันมิบังอาจเพคะ" 

หลินชิงหว่านยิ้มเย็น

 "หม่อมฉันเพียงแค่เป็นห่วงสุขภาพของพระสนม เหมือนที่พระสนมทรงเป็นห่วงดวงชะตาของหม่อมฉันอย่างไรเล่าเพคะ"

ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เซียวเหยียนที่นั่งอยู่ในมุมมืดก็ลุกขึ้นก้าวเข้ามาในวงล้อม เขาไม่ได้มองซูเฟย แต่กลับเดินตรงไปยืนเคียงข้างหลินชิงหว่าน มือหนาวางลงบนบ่าของนางอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

"ซูเฟยอย่าได้ถือสานางเลย นางเป็นคน ตรงไปตรงมาเช่นนี้ล่ะ ข้าถึงได้ถูกใจนางนัก" 

เซียวเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ 

"หากใครคิดจะแก้เคล็ดดวงชะตาของนางก็คงต้องข้ามศพข้าไปก่อน"

ซูเฟยกำหมัดแน่นภายใต้แขนเสื้อยาว นางรู้ดีว่าตอนนี้ยังไม่ใช่วิธีจัดการกับเซียวเหยียนได้โดยตรง

ก่อนจะจบค่ำคืนนั้น ขณะที่หลินชิงหว่านกำลังจะกลับรถม้า ชิวเยว่ก็ยื่นจดหมายเล็ก ๆ ที่แอบเก็บได้จากใต้ที่นั่งให้นาง หลินชิงหว่านเปิดออกดูแล้วถึงกับตัวแข็งทื่อ

ในกระดาษมีเพียงข้อความสั้น ๆ ที่เขียนด้วยลายมือที่นางจำได้ดี ลายมือของมารดาที่ควรจะตายไปสิบกว่าปีแล้ว

'จงระวังซูเฟย ความลับของเจ้าไม่ได้จบลงแค่นี้'

หลินชิงหว่านเงยหน้ามองวังหลวงที่มืดมิด ความหนาวเหน็บแล่นจับหัวใจ พายุที่นางคิดว่าควบคุมได้ แท้จริงแล้วมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

ไม่นานหลังงานเลี้ยงสิ้นสุดลง ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของบ่าวไพร่ในจวนตระกูลหลิน รถม้าตราประทับสีทองของจวนชินอ๋องเคลื่อนมาจอดสนิทที่หน้าประตูใหญ่ องครักษ์ในชุดเกราะสองนายก้าวลงมาพร้อมกับสตรีลึกลับในชุดรัดกุมสีดำสองนางที่ดูเคร่งขรึมและเปี่ยมด้วยไอสังหาร

"พวกเจ้าเป็นใคร บังอาจบุกรุกจวนเสนาบดี!" 

เสียงตวาดของพ่อบ้านของจวนดังขึ้น ทว่ากลับต้องหุบปากเมื่อเห็นป้ายหยกตราพยัคฆ์ในมือองครักษ์

"ท่านอ๋องมีรับสั่ง คุณหนูรองหลินชิงหว่านตรากตรำเตรียมตัวงานมงคล เกรงว่าบ่าวไพร่ในจวนจะปรนนิบัติไม่ทั่วถึง จึงส่งมู่หลันและมู่ชินมาคอยรับใช้ข้างกายและดูแลความปลอดภัยให้ว่าที่พระชายา"

หลินชิงหว่านเดินออกมาจากเรือนพักด้วยท่าทีสงบ นางลอบยิ้มเมื่อเห็นมู่หลันและมู่ชินย่อกายคำนับนางอย่างนอบน้อม สองคนนี้ไม่ใช่สาวใช้ธรรมดา แต่เป็นยอดฝีมือที่เซียวเหยียนฝึกมากับมือ

"ขอบพระคุณท่านอ๋องที่เมตตา"

 หลินชิงหว่านเอ่ยเสียงเรียบ 

"มู่หลัน มู่ชิน พวกเจ้าก็ตามข้าเข้าไปในเรือนเถิด"

ทว่ายังไม่ทันจะก้าวพ้นธรณีประตู เสียงของฮูหยินใหญ่ก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน นางเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเชิดรั้น พยายามข่มความกลัวที่มีต่อองครักษ์จวนอ๋อง

"ช้าก่อน ชิงหว่าน จวนตระกูลหลินของเรามีกฎระเบียบ การจะรับคนนอกเข้ามาในเรือนหลังต้องผ่านการอนุญาตจากข้าที่เป็นแม่ใหญ่เสียก่อน อีกอย่างของกำนัลที่ท่านอ๋องส่งมาเมื่อครู่ ข้าในฐานะมารดาจะช่วยเก็บรักษาไว้ให้เจ้าเอง เพื่อไม่ให้ใครครหาว่าเจ้ายังเด็กจัดการทรัพย์สินไม่เป็น"

นี่คือสันดานเดิม ฮูหยินใหญ่ไม่เพียงแต่จะคุมตัวคนของนาง แต่ยังจะปล้นของหมั้นต่อหน้าต่อตา

หลินชิงหว่านหยุดก้าวเท้า นางหันกลับมามองฮูหยินใหญ่ด้วยสายตาที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสั่น

 "ท่านแม่เจ้าคะ ของเหล่านี้คือของประทานจากชินอ๋อง การที่ท่านแม่จะเอาไปเก็บรักษาเองนั้น ลูกเกรงว่าจะไม่เหมาะสมนัก หากท่านอ๋องทรงทราบว่าของที่ตั้งใจมอบให้ลูกกลับไปอยู่ในคลังของท่านแม่ ท่านอ๋องอาจจะเข้าใจผิดว่าจวนตระกูลหลินกำลังยักยอกของพระราชทานนะเจ้าคะ"

"เจ้า บังอาจขู่ข้าหรือ!" 

ฮูหยินใหญ่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ 

"ในจวนนี้ข้าใหญ่ที่สุด ใครจะกล้า"

ยังไม่ทันขาดคำ มู่หลันก็ขยับกายเพียงนิดเดียว ดาบสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อก็พุ่งออกไปปักลงบนพื้นไม้ แทบจะเฉียดปลายเท้าของฮูหยินใหญ่ไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด

"ขออภัยฮูหยินใหญ่"

 มู่หลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ 

"หน้าที่ของข้าคือปกป้องคุณหนูรองและทรัพย์สินของจวนอ๋อง หากใครก็ตามแม้จะเป็นคนในครอบครัวคิดจะแตะต้องโดยมิชอบ ข้าได้รับอนุญาตให้จัดการได้ทันทีโดยไม่ต้องรายงาน"

ฮูหยินใหญ่ถอยร่นด้วยความตกใจ หลินรั่วอวี๋ที่เดินตามมาถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว

"ท่านแม่!" 

หลินชิงหว่านก้าวเข้าไปหาฮูหยินใหญ่ช้า ๆ นางโน้มตัวลงกระซิบให้ได้ยินกันเพียงสองคน 

"จากนี้ไป คลังของเรือนข้า ข้าจะดูแลเอง และบ่าวไพร่คนไหนที่ท่านแม่ส่งมาสอดแนม ข้าจะถือว่าเป็นศัตรูของจวนอ๋องทั้งหมด หวังว่าท่านแม่จะเข้าใจเจตนาดีของท่านอ๋องนะเจ้าคะ"

หลินชิงหว่านเดินจากไปพร้อมกับขบวนสาวใช้และของกำนัล ทิ้งให้ฮูหยินใหญ่ยืนสั่นเทาอยู่กลางโถงทางเดินทั้งหวาดกลัวทั้งเจ็บใจ

 

 

 

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   คำอำลาจากกาลเวลา

    หลังจากเนรเทศใต้เท้าหลินไปยังชายแดน หลินรั่วอวี๋ถูกปลดจากตำแหน่งสนมและกลายเป็นคนเสียสติในตำหนักเย็นจนสิ้นชีวิต ส่วนหลินเจี้ยนที่ติดหนี้พนันจนหนีหัวซุกหัวซุนไปที่บ้านเกิดมารดาก็ถูกตามล่า ถูกจับมาทรมานจนตายแล้วโยนลงบ่จระเข้จวนตระกูลหลินที่ถูกทิ้งร้างมาสักพักตอนนี้หลินชิงหว่านได้เข้ามาจัดการด้วยตัวเองเสียงค้อนกระทบกับแผ่นไม้และเสียงรื้อถอนดังสนั่นไปทั่วทางเดินที่ตั้งของจวนตระกูลหลิน สถานที่ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความจองหองและคุกทางใจที่คุมขังหลินชิงหว่านมาถึงสองชาติภพ ยามนี้กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล"ทุบป้ายตระกูลหลินทิ้งเสีย แล้วแขวนป้ายหงส์เหินขึ้นไปแทน" หลินชิงหว่านสั่งการด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง นางยืนอยู่กลางลานกว้าง มองดูคนงานที่กำลังรื้อถอนห้องโถงใหญ่ สถานที่ที่นางเคยถูกเฆี่ยนตีจนเกือบตายเพียงเพราะขัดใจบิดาในอดีตมู่หลันที่ยืนอยู่ข้างกายกระซิบถาม "พระนางแน่ใจหรือเพคะที่จะใช้ที่นี่ ความทรงจำของที่นี่ช่าง...""เพราะความทรงจำมันเลวร้าย ข้าจึงต้องเปลี่ยนมันให้กลายเป็นสิ่งดี" หลินชิงหว่านหันมาสบตาคนสนิท "ที่นี่จะไม่ใช่ที่คุมขังใครอีก แต่มันจะเป็นที่รักษาผู้คน ไม่ว่าจะเป็น

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   กวาดล้างครั้งสุดท้าย

    บรรยากาศในเมืองหลวงดูรื่นเริงอย่างยิ่งเมื่อขบวนทัพของเซียวเหยียนและหลินชิงหว่านเคลื่อนผ่านประตูเมือง ทว่าภายใต้รอยยิ้มและการเฉลิมฉลอง หลินชิงหว่านกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความจอมปลอม ขุนนางกลุ่มหนึ่งที่เคยทำตัวเป็นไม้หลักปักเลน แอบส่งเสบียงให้กบฏพยัคฆ์ดำอย่างลับ ๆ ยามนี้กลับมายืนเรียงแถวต้อนรับด้วยใบหน้าที่ดูปลาบปลื้มเกินจริงโดยเฉพาะใต้เท้าเฉิง ขุนนางอาวุโสผู้มีใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา เขาผู้นี้คือจิ้งจอกเฒ่าที่หลินชิงหว่านจำได้แม่นยำจากชาติก่อน ว่าเป็นผู้วางแผนยักยอกเสบียงกองทัพจนทำให้บิดานางที่เป็นผู้ร่วมตรวจสอบต้องตกที่นั่งลำบาก"เพื่อเป็นการขอบคุณที่พวกท่านช่วยดูแลความสงบในเมืองหลวงยามที่ข้าออกศึก" หลินชิงหว่านเอ่ยขึ้นท่ามกลางงานเลี้ยงต้อนรับที่จัดขึ้นในท้องพระโรง "ข้าได้ปรุงยาลูกกลอนทิพย์ขึ้นมา มันคือโอสถที่กลั่นจากสมุนไพรหายากบนยอดเขาหิมะพันปี มีฤทธิ์ช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกในร่างกาย เพิ่มพูนสติปัญญา และที่สำคัญมันจะช่วยให้ใจของพวกท่านสงบเป็นสมาธิเพื่อรับใช้แผ่นดินได้ดียิ่งขึ้น"เหล่านางกำนัลเดินถือถาดที่มีจอกยาสีทองวางอยู่ไปหาขุนนางแต่ละคน ใต้เท้าเฉิงดวงตาเป็นประกายด้วยความโลภ

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   ปิดฉากสายเลือดมรณะ

    เหนือยอดผาสูงชันที่ตัดขาดจากโลกภายนอก จู่ ๆ พายุฝนกระหน่ำซัดลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับสวรรค์กำลังร่ำไห้ให้กับความวิปลาสของมนุษย์ เสียงฟ้าผ่าคำรามกึกก้องสะท้อนกับหน้าผาหินที่ลื่นชัน เบื้องล่างคือกองทัพกบฏพยัคฆ์ดำที่แตกพ่ายยับเยินภายใต้กองทัพต้าเซียวที่เกรียงไกรเซียวเฟิงในสภาพเกราะเงินที่แตกละเอียดและเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ คุกเข่าอยู่ริมขอบเหวที่ไร้ทางออก มือที่สั่นเทายังคงกำด้ามดาบแน่น ดวงตาที่แดงก่ำด้วยพิษไข้และความแค้นจ้องมองไปยังบุรุษและสตรีที่เดินฝ่าสายฝนเข้ามาหาเขาอย่างช้า ๆ"เข้ามาสิ! เข้ามาฆ่าข้า!"เซียวเฟิงแผดเสียงหัวเราะที่ฟังดูโหยหวนปนไปกับเสียงสะอื้นท่ามกลางสายฝนที่สาดซัด "เซียวเหยียนเจ้าชนะทุกอย่าง ได้ทั้งบัลลังก์ ได้ทั้งสตรีที่ยอดเยี่ยมคนนี้ แต่เจ้าจงจำไว้ เจ้าไม่มีวันลบเลือดโสโครกของชาวเยี่ยนที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเจ้าได้ ข้าจะตายเพื่อให้เจ้าจดจำไปชั่วชีวิตว่าเจ้าเป็นคนปลิดชีพน้องชายแท้ ๆ ของตัวเอง"เซียวเหยียนหยุดชะงักฝีเท้า ดาบใหญ่ในมือที่เปื้อนเลือดสั่นระริก แววตาที่เคยแข็งกร้าวดุจหินผาเปลี่ยนเป็นความสมเพชที่ลึกซึ้ง "น้องชายงั้นหรือ เจ้าคือเหยื่อของความโลภที่ซูเฟย

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   ความแค้นที่ชายแดนใต้

    แม้เรื่องกบฏภาคีพยัคฆ์ดำจะปิดฉากลงแล้ว ทว่าคล้ายยังสะสางไม่จบเมื่อสายเลือดที่แท้จริงของซูเฟยยังคงรอคอยโอกาสล้างแค้นอย่างเงียบ ๆ"อาจเป็นเพราะชาติที่แล้วข้าตายไปก่อนหน้านี้และซูเฟยก็ได้ครอบครองทุกอย่างในภายหลัง"นางพึมพำกับตนเองหาข้อสรุปจากชาติก่อนที่อยู่เหนือกาลเวลาโดยที่นางไม่เคยล่วงรู้มาก่อน"ทูลฝ่าบาทมีสายรายงานจากชายแดนว่าตอนนี้พบความผิดปกติพะย่ะค่ะ มีการลักลอบเผาเสบียงทหาร และลอบสังหารแม่ทัพรวมถึงทหารของแคว้นเราตายไปเป็นจำนวนมาก มีการเคลื่อนกองทัพทหารกะทันหันด้วยพะย่ะค่ะ"เซียวเหยียนลุกขึ้นยืนทันที "เสี้ยนหนามยังไม่หมด ข้าต้องไปจัดการให้สิ้นซาก!""อย่านะเพคะฝ่าบาทมันอันตรายเกินไป"หลินชิงหว่านที่นั่งข้างบัลลังก์รีบเข้าห้าม เพราะนางก็ไม่มั่นใจว่าตามนิมิตของนางเป็นจริงหรือไม่ นางไม่อยากให้เซียวเหยียนไปเสี่ยงเองเพียงลำพัง"หากข้าไม่ไปก็ไม่จบ ที่ชายแดนอาจมีความลับที่ยังหลงเหลือ ถึงได้วุ่นวายเพียงนี้""เช่นนั้นหม่อมฉันขอติดตามไปด้วยเพคะ"นางกล่าวขึ้นอย่างแน่วแน่ อย่างน้อยนางก็มีประโยชน์ด้านการรักษา"ได้ ข้าอนุญาต"ณ ชายแดน ภายในกระโจมบัญชาการรบที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงชัน ลมทะเลทรายที่

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   จุดจบของจอมบงการ

    ท้องฟ้ายามราตรีเหนือวังหลวงประดับประดาด้วยโคมไฟนับหมื่นดวงที่ลอยล่อง ดั่งดวงดาวบนดินที่กำลังเฉลิมฉลองความสงบสุขชั่วคราว ทว่าภายใต้แสงสีนวลตา กลับมีกลิ่นอายคาวเลือดโชยมาตามลมเย็น เซียวเหยียนในฉลองพระองค์เต็มยศ ประทับอยู่กึ่งกลางงานเลี้ยง ท่าทางของเขาดูมึนเมาและบ้าอำนาจอย่างที่ละครฉากใหญ่ต้องการ"มา ดื่มเพื่อแผ่นดินใหม่ แผ่นดินที่เป็นของข้าอย่างแท้จริง"เซียวเหยียนคำรามพลางรับจอกเหล้ามงคลจากมือของหลินชิงหว่าน นางสบตาเขาด้วยแววตาที่สั่นระริกเพียงครู่เดียว ก่อนจะรินเหล้าสีใสลงในจอกทองคำ เซียวเหยียนยกขึ้นดื่มจนหมดรวดเดียว ทันใดนั้น ร่างแกร่งของฮ่องเต้ก็ชะงักงัน จอกเหล้าร่วงหล่นจากมือกระแทกพื้นเสียงดัง เขากระอักเลือดสีดำคล้ำออกมาคำโต ก่อนจะล้มฟุบลงจากบัลลังก์ต่อหน้าขุนนางนับร้อยที่กรีดร้องด้วยความตกใจ"ฝ่าบาท!!!"หลินชิงหว่านโผเข้ากอดร่างที่นิ่งสนิทของเขา นางแผดเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจ ร่างกายสั่นเทาจนดูน่าเวทนา"ฮ่าๆๆๆ ในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง"เสียงหัวเราะอันโอหังของเสนาบดีฉินดังกึกก้อง เขาเดินแหวกฝูงชนออกมาด้วยท่าทางของผู้ชนะ กองกำลังชุดดำของภาคีพยัคฆ์ดำนับร้อยพุ่งเข้ายึดประตูตำหนักทุก

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   ความลับใต้แสงเทียน

    ภายในตำหนักทรงอักษรที่เงียบสงัด แสงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาของคนสองคนที่ยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่ากลับรู้สึกเหมือนอยู่คนละฟากฟ้า หลินชิงหว่านเดินย้อนกลับมา นางจ้องมองแผ่นหลังที่ตั้งตรงและเย็นชาของเซียวเหยียน นางรู้ดีว่าหากคืนนี้นางไม่ทำลายกำแพงแห่งความระแวงนี้ลง ความแค้นจากอดีตจะพรากเขาไปจากนางตลอดกาล"ท่านพี่" เสียงของนางสั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่น นางตัดสินใจก้าวเข้าไปหาและทรุดกายคุกเข่าลงบนพื้นหินเย็นเฉียบเบื้องหลังเขาเซียวเหยียนชะงักมือที่กำลังเก็บบันทึกบนโต๊ะ แต่เขายังคงไม่หันกลับมา "เจ้ายังมีอะไรจะแก้ตัวอีกหรือ ฮองเฮา หรือภาคีพยัคฆ์ดำส่งบทพูดใหม่มาให้เจ้าแล้ว""หม่อมฉันไม่มีบทพูดจากใครทั้งสิ้น มีเพียงความสัตย์จริงที่สวรรค์ประทานมาให้หม่อมฉันบอกท่าน" หลินชิงหว่านกล่าวปนสะอื้น "ท่านพี่สงสัยใช่หรือไม่ว่าเหตุใดหม่อมฉันถึงล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า นั่นเป็นเพราะหม่อมฉันไม่ได้เพียงแต่ฝันแต่มันคือนิมิตที่ตามหลอกหลอนหม่อมฉันมาตลอดชีวิต นิมิตถึงจุดจบที่หนาวเหน็บของท่าน"เซียวเหยียนค่อย ๆ หันกลับมามอง ดวงตาคมกริบจ้องมองสตรีที่คุกเข่าอยู่แทบเท้าด้วยความสับสน "นิมิตงั้นหรือ เจ้ากำลังจะบอกว

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   ดั่งคนเสียสติ

    สายฝนยามค่ำคืนพัดกระหน่ำจนเสียงลมหวีดหวิวไปทั่วจวนชินอ๋อง หลินชิงหว่านยังคงนั่งอยู่ภายในห้องรับรองที่เขาจัดไว้ให้ นางไม่ได้กลับจวนตั้งแต่วันที่ถูกอุ้มออกมา เพราะสถานการณ์ชายแดนยังต้องการคำแนะนำเรื่องการปรุงยาจากนางอย่างใกล้ชิด เขาทิ้งนางไว้ที่นี่และออกไปข้างนอกกับเหล่าทหารยังไม่กลับเข้ามาปัง!ฉับพ

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   โรคประหลาดมาถึงแล้ว

    ภายในเรือนพักของหลินชิงหว่านที่เงียบสงบขึ้นผิดตา เพราะไม่มีสายตาของฮูหยินใหญ่คอยจ้องจับผิด มู่หลันและมู่ชินยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูอย่างกวดขัน หลินชิงหว่านเรียกชิวเยว่เข้ามาใกล้ ก่อนจะหยิบปิ่นปักผมเรียบ ๆ เล่มหนึ่งออกมา"ชิวเยว่ ข้าจำได้ว่าแม่นมหลี่คนที่เคยปรนนิบัติท่านแม่ก่อนท่านจะสิ้นใจ ถูกฮูหยินใ

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   บุตรสาวแลกตำแหน่ง

    ทุก ๆ วันผ่านพ้นไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่มีผู้ใดรู้ว่าบุตรสาวอนุผู้ต่ำต้อยกำลังคิดและกระทำสิ่งใดอยู่บรรยากาศในจวนตระกูลหลินที่เคยดูเหมือนจะเอื้อเฟื้อต่อหลินชิงหว่านกลับเปลี่ยนไปอีกครั้ง เมื่อหลินเจิ้งคุณเรียกนางเข้าไปพบที่ห้องหนังสือส่วนตัว ทว่าคราวนี้นางไม่ได้พบเพียงบิดา แต่ยังมีเสนาบดีกรมพิธีการ

  • บุตรสาวของอนุผู้นี้จะไม่ยอมเชื่อฟัง   ซื้อความภักดี

    "ฮูหยินใหญ่ แย่แล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้ในตลาดมีคนปล่อยข่าวว่า ที่ตระกูลหลินต้องประหยัดมัธยัสถ์ เพราะนำเงินในบัญชีกลางไปอุดหนุนหนี้พนันของคุณชายรองจนหมดสิ้นเจ้าค่ะ"คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางห้องโถง หลินเจี้ยน คุณชายรองคือน้องชายแท้ ๆ ของหลินรั่วอวี๋ และเป็นแก้วตาดวงใจของฮูหยินใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องจริงท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status