LOGINบุตรสาวอนุผู้เคยอ่อนแอ แต่งงานเข้าจวนสกุลเซียวแทนพี่สาวที่บิดาโปรดปราน นางเคยว่าง่ายและอ่อนแอจึงตายลงอย่างโดดเดี่ยวไปพร้อมกับสามีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ ชาติก่อนนางรักเขาจึงทำทุกอย่างเพื่อเขาเป็นเพียงผู้อยู่ข้างหลังอย่างว่าง่าย ไร้อำนาจไร้บารมี เมื่อถูกกล่าวหาจนต้องโทษประหารนางก็ไม่อาจช่วยเขาได้และยังต้องจบชีวิตอย่างโดดเดี่ยว หนำซ้ำตระกูลยังทอดทิ้งนาง ได้โอกาสย้อนกลับมานางจะไม่ยอมเป็นหมากให้ใครชักจูงได้ตามใจอีก นางต้องสร้างบารมี สร้างเครือข่ายและมีทักษะติดตัวจึงจะรอดพ้นจากตระกูลที่มองนางเป็นเพียงผลประโยชน์พร้อมทั้งเอาคืนทุกคนที่ทำกับนางและสามีอย่างสาสม ความจริงที่ไม่เคยปรากฏในชาติก่อนได้เปิดเผยในชาตินี้แล้วเช่นกัน แต่นางขอเพียงได้อยู่เคียงข้างเขาและชำระหนี้แค้นที่ติดค้าง นอกเหนือจากนั้นนางก็ไม่ต้องการสิ่งใดอีก
View Moreหลังจากเนรเทศใต้เท้าหลินไปยังชายแดน หลินรั่วอวี๋ถูกปลดจากตำแหน่งสนมและกลายเป็นคนเสียสติในตำหนักเย็นจนสิ้นชีวิต ส่วนหลินเจี้ยนที่ติดหนี้พนันจนหนีหัวซุกหัวซุนไปที่บ้านเกิดมารดาก็ถูกตามล่า ถูกจับมาทรมานจนตายแล้วโยนลงบ่จระเข้จวนตระกูลหลินที่ถูกทิ้งร้างมาสักพักตอนนี้หลินชิงหว่านได้เข้ามาจัดการด้วยตัวเองเสียงค้อนกระทบกับแผ่นไม้และเสียงรื้อถอนดังสนั่นไปทั่วทางเดินที่ตั้งของจวนตระกูลหลิน สถานที่ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความจองหองและคุกทางใจที่คุมขังหลินชิงหว่านมาถึงสองชาติภพ ยามนี้กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล"ทุบป้ายตระกูลหลินทิ้งเสีย แล้วแขวนป้ายหงส์เหินขึ้นไปแทน" หลินชิงหว่านสั่งการด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง นางยืนอยู่กลางลานกว้าง มองดูคนงานที่กำลังรื้อถอนห้องโถงใหญ่ สถานที่ที่นางเคยถูกเฆี่ยนตีจนเกือบตายเพียงเพราะขัดใจบิดาในอดีตมู่หลันที่ยืนอยู่ข้างกายกระซิบถาม "พระนางแน่ใจหรือเพคะที่จะใช้ที่นี่ ความทรงจำของที่นี่ช่าง...""เพราะความทรงจำมันเลวร้าย ข้าจึงต้องเปลี่ยนมันให้กลายเป็นสิ่งดี" หลินชิงหว่านหันมาสบตาคนสนิท "ที่นี่จะไม่ใช่ที่คุมขังใครอีก แต่มันจะเป็นที่รักษาผู้คน ไม่ว่าจะเป็น
บรรยากาศในเมืองหลวงดูรื่นเริงอย่างยิ่งเมื่อขบวนทัพของเซียวเหยียนและหลินชิงหว่านเคลื่อนผ่านประตูเมือง ทว่าภายใต้รอยยิ้มและการเฉลิมฉลอง หลินชิงหว่านกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความจอมปลอม ขุนนางกลุ่มหนึ่งที่เคยทำตัวเป็นไม้หลักปักเลน แอบส่งเสบียงให้กบฏพยัคฆ์ดำอย่างลับ ๆ ยามนี้กลับมายืนเรียงแถวต้อนรับด้วยใบหน้าที่ดูปลาบปลื้มเกินจริงโดยเฉพาะใต้เท้าเฉิง ขุนนางอาวุโสผู้มีใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา เขาผู้นี้คือจิ้งจอกเฒ่าที่หลินชิงหว่านจำได้แม่นยำจากชาติก่อน ว่าเป็นผู้วางแผนยักยอกเสบียงกองทัพจนทำให้บิดานางที่เป็นผู้ร่วมตรวจสอบต้องตกที่นั่งลำบาก"เพื่อเป็นการขอบคุณที่พวกท่านช่วยดูแลความสงบในเมืองหลวงยามที่ข้าออกศึก" หลินชิงหว่านเอ่ยขึ้นท่ามกลางงานเลี้ยงต้อนรับที่จัดขึ้นในท้องพระโรง "ข้าได้ปรุงยาลูกกลอนทิพย์ขึ้นมา มันคือโอสถที่กลั่นจากสมุนไพรหายากบนยอดเขาหิมะพันปี มีฤทธิ์ช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกในร่างกาย เพิ่มพูนสติปัญญา และที่สำคัญมันจะช่วยให้ใจของพวกท่านสงบเป็นสมาธิเพื่อรับใช้แผ่นดินได้ดียิ่งขึ้น"เหล่านางกำนัลเดินถือถาดที่มีจอกยาสีทองวางอยู่ไปหาขุนนางแต่ละคน ใต้เท้าเฉิงดวงตาเป็นประกายด้วยความโลภ
เหนือยอดผาสูงชันที่ตัดขาดจากโลกภายนอก จู่ ๆ พายุฝนกระหน่ำซัดลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับสวรรค์กำลังร่ำไห้ให้กับความวิปลาสของมนุษย์ เสียงฟ้าผ่าคำรามกึกก้องสะท้อนกับหน้าผาหินที่ลื่นชัน เบื้องล่างคือกองทัพกบฏพยัคฆ์ดำที่แตกพ่ายยับเยินภายใต้กองทัพต้าเซียวที่เกรียงไกรเซียวเฟิงในสภาพเกราะเงินที่แตกละเอียดและเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ คุกเข่าอยู่ริมขอบเหวที่ไร้ทางออก มือที่สั่นเทายังคงกำด้ามดาบแน่น ดวงตาที่แดงก่ำด้วยพิษไข้และความแค้นจ้องมองไปยังบุรุษและสตรีที่เดินฝ่าสายฝนเข้ามาหาเขาอย่างช้า ๆ"เข้ามาสิ! เข้ามาฆ่าข้า!"เซียวเฟิงแผดเสียงหัวเราะที่ฟังดูโหยหวนปนไปกับเสียงสะอื้นท่ามกลางสายฝนที่สาดซัด "เซียวเหยียนเจ้าชนะทุกอย่าง ได้ทั้งบัลลังก์ ได้ทั้งสตรีที่ยอดเยี่ยมคนนี้ แต่เจ้าจงจำไว้ เจ้าไม่มีวันลบเลือดโสโครกของชาวเยี่ยนที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเจ้าได้ ข้าจะตายเพื่อให้เจ้าจดจำไปชั่วชีวิตว่าเจ้าเป็นคนปลิดชีพน้องชายแท้ ๆ ของตัวเอง"เซียวเหยียนหยุดชะงักฝีเท้า ดาบใหญ่ในมือที่เปื้อนเลือดสั่นระริก แววตาที่เคยแข็งกร้าวดุจหินผาเปลี่ยนเป็นความสมเพชที่ลึกซึ้ง "น้องชายงั้นหรือ เจ้าคือเหยื่อของความโลภที่ซูเฟย
แม้เรื่องกบฏภาคีพยัคฆ์ดำจะปิดฉากลงแล้ว ทว่าคล้ายยังสะสางไม่จบเมื่อสายเลือดที่แท้จริงของซูเฟยยังคงรอคอยโอกาสล้างแค้นอย่างเงียบ ๆ"อาจเป็นเพราะชาติที่แล้วข้าตายไปก่อนหน้านี้และซูเฟยก็ได้ครอบครองทุกอย่างในภายหลัง"นางพึมพำกับตนเองหาข้อสรุปจากชาติก่อนที่อยู่เหนือกาลเวลาโดยที่นางไม่เคยล่วงรู้มาก่อน"ทูลฝ่าบาทมีสายรายงานจากชายแดนว่าตอนนี้พบความผิดปกติพะย่ะค่ะ มีการลักลอบเผาเสบียงทหาร และลอบสังหารแม่ทัพรวมถึงทหารของแคว้นเราตายไปเป็นจำนวนมาก มีการเคลื่อนกองทัพทหารกะทันหันด้วยพะย่ะค่ะ"เซียวเหยียนลุกขึ้นยืนทันที "เสี้ยนหนามยังไม่หมด ข้าต้องไปจัดการให้สิ้นซาก!""อย่านะเพคะฝ่าบาทมันอันตรายเกินไป"หลินชิงหว่านที่นั่งข้างบัลลังก์รีบเข้าห้าม เพราะนางก็ไม่มั่นใจว่าตามนิมิตของนางเป็นจริงหรือไม่ นางไม่อยากให้เซียวเหยียนไปเสี่ยงเองเพียงลำพัง"หากข้าไม่ไปก็ไม่จบ ที่ชายแดนอาจมีความลับที่ยังหลงเหลือ ถึงได้วุ่นวายเพียงนี้""เช่นนั้นหม่อมฉันขอติดตามไปด้วยเพคะ"นางกล่าวขึ้นอย่างแน่วแน่ อย่างน้อยนางก็มีประโยชน์ด้านการรักษา"ได้ ข้าอนุญาต"ณ ชายแดน ภายในกระโจมบัญชาการรบที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงชัน ลมทะเลทรายที่











