LOGIN“...” หวางหลินเม้มปากเป็นเส้นตรง ในใจพลันตื่นตระหนก
&n
หวางหลินย่นคิ้ว นางไม่ทราบมาก่อนว่ามีท่านยายคนหนึ่งไปช่วยหยวนเอ๋อร์ ยิ่งคนผู้นั้นจบชีวิตลง ในใจคนเป็นแม่ก็รู้สึกผิดอย่างยิ่งยวด “ท่านยายผู้นั้นคือใครเจ้าคะ” ก่อนหน้านั้น นางมั่นใจว่ามิได้สนิทสนมกับใครเป็นพิเศษ พอย้ายมาอยู่เมืองซีฉวน มีเพียงทำการค้าและเลี้ยงลูก ไหนเลยจะไปมาหาสู่กับบ้านอื่น “จากที่ข้าถามปิงปิงมา ท่านยายผู้นั้นเคยมาขอซื้อสมุนไพรกับเจ้า แต่มีเงินห้าอีแปะ” เมื่อเช้าก่อนไปเฝ้าหวางหลิน เขาได้เรียกปิงปิงมาสอบถามเรื่องนี้ พบว่าหญิงชราผู้นั้นช่วยเหลือซ่งย่วนหยวนเพราะหวางหลินมีจิตใจเมตตา ยอมมอบสมุนไพรให้หญิงชราเปล่า ๆ โดยไม่คิดเงิน ภรรยาเขาจิตใจดีจากภายใน ลูกจึงได้รับสิ่งดี ๆ ตอบแทน&n
“...” หวางหลินเม้มปากเป็นเส้นตรง ในใจพลันตื่นตระหนก นี่เขายอมทำเพื่อนางเลยหรือ? “ท่านแม่ของข้าไม่ดีเอง ไล่เจ้าไปอยู่เรือนท้ายจวน ไม่ให้เกียรติในฐานะพระชายาของข้า หนำซ้ำยังทำลายจดหมายที่เจ้าส่งมาให้ข้าอีก ตลอดระยะเวลาที่เจ้าตั้งครรภ์ ข้าไม่เคยรู้เลย ดังนั้นเพื่อตัดปัญหานี้ พวกเราอยู่จวนอ๋องศักดินา ส่วนท่านแม่ก็ปล่อยท่านไป” ไม่อยากเป็นลูกอกตัญญูหรอก หากมารดาให้เกียรติหวางหลิน ไม่ทำผิดต่อภรรยาเขา เรื่องที่ท่านหญิงหนิ่วเหยียนทำลงไป ตนมิอาจให้อภัย แต่จะถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น ปล่อยท่านอยู่ในที่ที่ควรอยู่ตามลำพัง หวางหลินยืนนิ่ง ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เมื่อทบทวนดีแล้ว สุดท้ายก็เลือกยังไม่ยอมในตอนนี้&n
บุรุษผู้ที่แทะโลมหวางหลิน สอบข้างขมับปรากฏเหงื่อผุดพรายขนาดเท่าเมล็ดถั่ว เกรงกลัวซ่งอ๋องจนตัวสั่น ประโยค ‘ป่วยหนักเช่นนั้น ไปกับข้าดีหรือไม่ เดี๋ยวจะทำให้เลิกป่วยในพริบตาเดียว” ดูเหมือนจะเป็นห่วง แต่ทำไมเขากลับสัมผัสได้ถึงความอำมหิตในนั้นเล่า บุรุษหนุ่มจึงหันใบหน้ากลับมาหาหวางหลินดังเดิม ไม่พูดคุยโต้ตอบกับซ่งอ๋องสักคำ “แม่นาง ข้าพบเจ้าคราแรก รู้สึกถูกชะตา หากไม่รังเกียจแล้วละก็ ข้าขอทำความรู้จักเจ้าให้มากขึ้นได้หรือไม่” ชายหนุ่มไม่ย่อท้อ ลองพยายามดูสักครั้ง หากได้เอ่ยออกไปแล้วสตรีตรงหน้าปฏิเสธกลับมา ย่อมมิคิดเสียใจภายหลัง ซ่งอ๋องได้ยินเต็มสองหู เขากัดฟันกรอด เมืองซีฉวนห่างไกลจากเมืองหลวง คนเหล่านี้ไม่เคยเห็นรูปโฉมพระชายาซ่งอ๋อง จึงคิดเอาเองว่าหวางหลินยังไม่มีใคร ประกอบกับหวางหลินเกล้าผมขึ้นครึ่งหัว มิใช่เกล้าเต
มีเหตุจำเป็นใดต้องเอาชีวิตคนบริสุทธิ์มาฆ่าทิ้งเช่นนี้! ทว่าเรื่องเมื่อวานได้บอกหมดแล้วว่าแท้จริงสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการคือชีวิตเขา มิเช่นนั้นคงไม่ยอมปล่อยซ่งย่วนหยวนกับกองกำลังทหารอย่างง่ายดาย “ท่านอ๋อง คนร้ายที่จับมากัดลิ้นตายหนีความผิดแล้ว รวมถึงคนร้ายก็ไม่หลงเหลือ ถูกสังหารจนสิ้นตั้งแต่เมื่อคืน เอาเช่นไรต่อดีขอรับ” ถูลั่วเอ่ยถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ด้วยคาดเดาอารมณ์ซ่งอ๋องไม่ถูกนัก “เหตุการณ์สงบลงอีกครั้งโดยที่พวกเราไม่ได้เบาะแสเกี่ยวกับเบื้องหลังของคนร้าย น่าโมโหนัก” เหยียนหลัวอดไม่ได้ที่จะขึ้นเสียง คนเหล่านั้นว่างงานหรืออย่างไร เหตุใดจึงกลับมาหาเรื่องชาวบ้าน ทั้ง ๆ ที่เงียบไปนานแล้ว “ข้ารู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง เพียงแต่ข้าทำอะไรไม่ได้” สีหน้าซ่งอี้หลุนเคร่งเ
เช้าวันนี้อากาศแจ่มใสสดชื่น ท้องฟ้าไร้เมฆฝน แสงแดดอาบย้อมทั่วค่ายทหาร ซ่งย่วนหยวนตื่นแต่เช้า มองไปทางท่านแม่บ้างสลับท่านพ่อบ้าง ยามนี้ทั้งสองยังไม่ตื่น คนเป็นลูกจึงส่งเสียงเรียก “แอ้ แอ้ แอ้ แอ้ แอ้ แอ้” ท่านพ่อตื่น ท่านแม่ตื่น ฉับพลันบุพการีเมื่อได้ยินเสียงลูกก็พากันลืมตาตื่น เจ้าก้อนแป้งฉีกยิ้มกว้างน่ารักเรียกร้องความสนใจ ช่วงเวลานั้น ซ่งอ๋องและหวางหลินนำมือวางบนศีรษะทุยของลูกพร้อมกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ราวกับมีกระแสไฟพาดผ่านทั่วร่าง ซ่งอี้หลุนสบสายตาหวางหลิน เพียงไม่นานทั้งคู่ก็หันหลังให้กันท่าทางเลิ่กลั่ก ซ่งย่วนหยวนยิ้มกรุ้มกริ่ม ช่วงเวลาเช่นนี้ ท่านพ่อกับท่านแม่ของนางกำลัง
ซ่งย่วนหยวนเกือบจะฉีกยิ้มกว้างให้ท่านพ่อ แต่นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตนเองอยู่ข้างท่านแม่ จึงปั้นใบหน้าเรียบเฉย ไม่อ้าปากส่งเสียงขานรับใด ๆ ทั้งสิ้นการที่นางใช้ข้อได้เปรียบของเด็กช่วยเหลือท่านพ่อ ก็นับว่าผิดต่อท่านแม่มากแล้ว หากยังมีท่าทีเอนเอียงไปทางท่านพ่อมากกว่าเดิม ท่านแม่ของนางอาจน้อยใจเอาได้ซ่งอี้หลุนเห็นบุตรสาวไม่เล่นกับตนก็มิคิดถือสาเอาความ ปลีกตัวไปจัดแจงที่นอนตนเองบริเวณตั่งนิ่มแทน หลังทหารในสังกัดนำหมอนและผ้าห่มเข้ามาให้อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แล้วรีบออกจากกระโจมไป“เดี๋ยวข้าไปอาบน้ำที่กระโจมข้าง ๆ เจ้ากับลูกเข้านอนก่อนเถอะ” ซ่งอ๋องสังเกตจากอาภรณ์ของหวางหลินและลูกพบว่าคือตัวใหม่ ทั้งสองคงชำระร่างกายตั้งแต่ช่วงที่เขาสู้กับคนร้าย ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ภรรยาและลูกควรสมควรนอนก่อนเขา กล่าวจบซ่งอี้หลุนก็ออกจากกระโจมนอน ตรงไปยังกระโจมสำหรับอาบน้ำ บัดนี้ในกระโจมนอนเหลือเพียงสองแม่ลูก เป็นช่วงเวลาอันเหมาะสมที่หวางหลินจะคิดบัญช







