Masuk“ท่านแม่ไม่ต้องห่วงข้าสามารถไปกลับได้ ส่วนเรื่องเงินไม่ต้องเป็นห่วง ข้ามีลู่ทางหา ตราบใดที่เราทำการเพาะปลูกเราจะมีกินไม่อดขอรับ”
“แม่จะสนับสนุนเจ้า”
“ข้าเองก็จะสนับสนุนพี่ใหญ่”
“ตงหยางกวางตัวนี้จะจัดการเยี่ยงไร”
“ข้าจัดการเองขอรับท่านแม่ ข้าจะแบ่งไปให้ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน ท่านแม่จะว่าอันใดหรือไม่”
“แม่ไม่ว่า ดีแล้วลูก อย่างน้อย ๆ ผู้ใหญ่บ้าน ก็ดีกับพวกเรามาก ที่ผ่านมาก็ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านไม่น้อย”
ในตอนที่สามแม่ลูกกำลังหารือกันเรื่องกวางอยู่นั้น นางสงผิงจื่อที่เป็นสหายสนิทกับสะใภ้ใหญ่บ้านซ่งที่บังเอิญเห็นหลินตงหยางแบกกวางลงมาจากภูเขา พอวางตะกร้าผักป่าได้ก็รีบวิ่งไปบ้านซ่งทันที ในใจนางหวังว่าบ้านซ่งจะตามไปแย่งเอากวางจากบ้านหลินมาได้ นอกจากกวางแล้วดูเหมือนว่าจะมีไก่ฟ้ากระต่ายป่าไม่น้อยเลย
“ชุนอิง ชุนอิง เจ้าอยู่บ้านหรือไม่”
“อ้าว ผิงจื่อ เจ้ามาหาข้า รีบร้อนเช่นนี้มีอันใดหรือ”
“ก็มีน่ะสิ เมื่อสักครู่ข้ากลับจากเก็บผักป่า ตอนที่ลงจากเขา ข้าเห็นเจ้าเด็กตงหยางนั่นแบกกวางยองลงมา อีกทั้งยังมีไก่ฟ้ากระต่ายป่าอีกมาก เจ้าดูสิ ตอนนี้ความเป็นอยู่ของสามแม่ลูกนั่นดีขึ้นเพียงใด หลังจากที่แยกบ้านออกไปแล้ว ข้าว่าแม่สามีของเจ้าไม่น่าขับไล่พวกมันออกไปเลยนะ”
“ไม่ขับไล่แล้วจะทำเยี่ยงไร ท่านแม่ไม่ชอบ หลินเหมยเจียงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อีกทั้งตอนนี้น้องสี่ก็แต่งงานกับลูกสาวนายอำเภอแล้ว แถมยังมีลูกด้วยกันแล้ว เจ้าคิดว่าลูกสาวนายอำเภอจะยอมเป็นเมียรองหรือเยี่ยงไร”
“มันก็จริง แม่สามีเจ้าไม่ใช่ไม่รู้ว่าหลังจากที่น้องสามีเจ้าไปที่สำนักศึกษาที่อำเภอก็อยู่กินกับลูกสาวนายอำเภอแล้ว ไม่เช่นนั้น ลูกชายคนโตจะมีอายุน้อยกว่า ตงหยางเพียงแค่ 1 ปีหรือ แต่ข้าว่าช่างเรื่องของน้องสามีเจ้าเถอะ เจ้าไม่อยากกินเนื้อบ้างเลยรึ ข้าว่าหากแม่สามีของเจ้ารู้ เจ้าว่านางจะอยู่เฉย ๆ หรือไม่”
“นั่นสิ ข้าเองก็อยากรู้ แต่ว่าเจ้าเด็กตงหยางนั่น ร้ายกาจมากเลยนะ หนก่อนข้ายังโดนสามแม่ลูกนั่นทุบตีกลับมา ขอบใจเจ้าที่มาส่งข่าวนะ ผิงจื่อ ข้าจะไปบอกแม่สามี”
“ไม่เป็นไร ไม่ใช่ว่าข้าหวังดีต่อเจ้าหรือ ข้ากลับบ้านก่อนล่ะ”
หลังจากที่สงผิงจื่อกลับไปฉางชุนอิงก็เดินไปที่ห้องของแม่สามีทันที ด้วยใจที่นางนึกอิจฉาหลินเหมยเจียงที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นหลังจากที่โดนไล่ออกไปจากตระกูลซ่ง ฉางชุนอิงหวังให้หลินเหมยเจียงกับลูกไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ ใครใช้ให้หลินเหมยเจียงกล้าแข็งข้อกันล่ะ
เมื่อก่อนไม่ใช่ว่าถูกนางกดขี่ข่มเหงรังแกได้ตลอดเลยไม่ใช่หรือ ตอนนี้ปีกกล้าขาแข็งแล้ว เช่นนั้นนางคงทำได้แค่ยุยงให้แม่สามีไปราวี แย่งชิงข้าวของคนบ้านหลินจะดีกว่า ถึงจะขับไล่ออกไปแล้วแต่ลูกชายหญิงทั้งสองคนนั้นย่อมเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของน้องสามีนาง เท่ากับว่ายังเป็นคนตระกูลซ่งอยู่วันยังค่ำ ของที่หามาได้ก็ต้องส่งมาให้บ้านซ่งเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูสิถึงจะถูก
“ท่านแม่ ท่านแม่เจ้าคะ”
“สะใภ้ใหญ่เจ้ามีเรื่องอันใด แล้วเอะอะอะไรเสียงดัง”
“ท่านแม่เจ้าคะ ผิงจื่อมาบอกข้าว่าเห็นเจ้าตงหยางแบกกวางกลับมาจากภูเขา ท่านแม่ไม่คิดว่าพวกเขาต้องส่งมาให้บ้านซ่งเราหรือเจ้าคะ ถึงอย่างไรท่านแม่ก็ถือว่าเป็นท่านย่าของเจ้าเด็กนั่นนะเจ้าคะ พรุ่งนี้ เจ้าใหญ่จะกลับมาจากสถานศึกษาแล้ว ถ้าหากมีเนื้อเพิ่มบนโต๊ะอาหาร คงจะดีไม่น้อยนะเจ้าคะ”
“เจ้าพูดจริงรึ”
“จริงเจ้าค่ะท่านแม่ พวกเราไปเลยดีหรือไม่เจ้าคะ”
“เช่นนั้นก็ไปตอนนี้เลย”
“เจ้าค่ะ”
แต่ยังไม่ทันที่สองแม่ลูกจะได้ออกไปไหน ซ่งเหอจือกับซ่งเหอเจาก็กลับมาจากแปลงนาเสียก่อน ทั้งคู่กลับมาก่อนซ่งเหอฉาง โดยทิ้งให้เขาทำงานที่แปลงนากับสะใภ้สามสองคน ฉีกุ้ยเถียนเห็นลูกชายกลับมาก่อนเวลาก็ถามออกไปด้วยความสงสัย
“เหตุใดพวกเจ้าถึงกลับมาแล้ว แล้วเจ้าสามกับเมียล่ะ”
“ท่านแม่ ช่างเจ้าสามเถอะขอรับ ตอนนี้ พวกข้าสองคนหิวจะแย่แล้ว มีอันใดให้กินบ้าง”
“เช่นนั้นสะใภ้ใหญ่เจ้าไปทำอาหารให้เจ้าใหญ่กับเจ้ารองกินก่อน ส่วนเรื่องอื่น ข้าจะจัดการเอง”
“เจ้าค่ะท่านแม่”
ยังไม่ทันที่ฉีกุ้ยเถียนจะได้ก้าวออกจากบ้าน ซ่งซีซวนกับซ่งเฟยฉีก็กลับมาเสียก่อน เดิมทีทั้งสองจะกลับมาพรุ่งนี้เพราะเป็นวันหยุดของสถานศึกษา แต่ด้วยทั้งสองคนได้รับมอบหมายจากซ่งเหอซีให้กลับมาแจ้งเรื่องด่วนให้ที่บ้านทราบ จึงได้ขอลาหยุดล่วงหน้าหนึ่งวัน
“ท่านย่าจะออกไปไหนหรือขอรับ”
“เหตุใดพวกเจ้าถึงกลับมาวันนี้ ไม่ใช่ว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุดหรือ”
“ท่านย่า เข้าบ้านก่อนขอรับ อย่าได้ยืนพูดคุยกันตรงนี้เลย”
“มีเรื่องอันใดเร่งด่วนขนาดนั้น”
หลังจากที่เข้ามาในบ้านแล้วซ่งเฟยฉีก็ปิดประตูหน้าต่างเรียบร้อย จากนั้นจึงได้บอกเล่าเรื่องที่ตนเองได้รับมอบหมายจากซ่งเหอซีให้กลับมาส่งข่าวที่บ้าน หลังจากนางฉีกุ้ยเถียนฟังแล้วก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก จะว่าตกใจก็ไม่ใช่เสียทีเดียวแต่นางยังมีความดีใจที่ลูกชายที่นางรักที่สุดไม่เคยมีความคิดที่จะทอดทิ้งนาง
“พวกเจ้าบอกว่าท่านอาสี่ของพวกเจ้ามาหาที่สถานศึกษา แล้วบอกว่าจะเกิดสงครามขึ้นอีกไม่นาน และตอนนี้อาสี่ของเจ้ากำลังจะพาครอบครัวย้ายไปรับตำแหน่งทางใต้ใช่หรือไม่ และอาสี่ของพวกเจ้าอยากให้พวกเราย้ายไปตั้งรกรากทางใต้ ส่วนเรื่องที่อยู่นั้นอาสี่ได้ส่งคนไปจัดเตรียมเอาไว้แล้ว แต่เพียงพอแค่สองครอบครัวเท่านั้น”
“ท่านพ่อ ท่านพ่อขอรับ ลิ่วเป่าหิว" ทำหน้าตาน่าสงสารประหนึ่งว่าอดอาหารมาสามวัน“ชีเป่าก็หิว หิวมากเลย ท่านพ่อดุพุงของชีเป่าสิขอรับ ยุบหมดแล้ว”หลินตงหยางก้มมองน้องชายที่สูงเลยหัวเขาของเขามานิดหน่อย เขาได้แต่ส่ายหน้ามิใช่ว่าเอ่ยปากเรียกเขาว่าท่านพ่อเสียงดังขนาดนี้คงเห็นว่ามีสตรีมองเขาหรือพยายามจะเดินเข้ามาหาเขาตามเคย บางครั้งเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าในยุคโบราณเช่นนี้ที่สตรีควรสงบเสงี่ยมรักนวลสงวนตัวนั้นกล้าแสดงออกและให้ท่าบุรุษตั้งแต่เมื่อใดกัน บางครั้งเขารู้สึกรังเกียจการกระทำเช่นนี้มาก เพียงแต่ถ้าเกิดไม่ล้ำเส้นกันมากเขาทำได้แค่ปล่อยไปเท่านั้น แต่ถ้าหากมีใครกล้าล้ำเส้นเขาก็ไม่กลัวว่าจะตอบโต้กลับทันที เพียงแต่รับผลกระทบที่ตามมาให้ได้ก็แล้วกัน“ถึงจะมีลูกแล้วข้าก็ไม่ขัดหรอกนะ ไม่ได้พาภรรยามาด้วยเสียหน่อย พวกเจ้าว่าหรือไม่” สตรีสองสามคนบนชั้นสองของโรงน้ำชาต่างคุยกันหัวเราะคิกคัก“เจ้าไม่กลัวว่าเขาจะมีภรรยาอยู่แล้วรึ นางอาจไม่ได้มาด้วย เจ้าดูสิเด็กสองคนนั้นเป็นฝาแฝดใช่หรือไม่ หน้าตาก็น่ารักไม่หยอกเลยเชียว”“ข้าสนใจพ่อของเด็กหาได้สนใจเด็กไม่ อีกอย่างนะ เด็กไม่ได้เกิดมาจากท้องของข้าเสียหน่อยใครจะ
“ลิ่วเป่า วันนี้พี่ใหญ่จะออกไปข้างนอกหรือไม่” ชีเป่า“ไปสิ พี่ใหญ่จะต้องไปตรวจโรงหมักกับหอสุราในเมือง” ลิ่วเป่าทำหน้ามุ่ยตอบคู่แฝดของตน“ท่านพ่อทิ้งพวกเราไปเที่ยวกับท่านแม่ ไม่ให้พวกเราไปด้วย พี่หญิงใหญ่ก็อยู่ค่ายทหาร พี่รองก็อยู่เมืองหลวง ตอนนี้พี่สี่กับพี่ห้าเองก็ไปอยู่เมืองหลวงกับพี่รอง ทั้งที่เมื่อก่อนพี่สี่แทบจะไม่ห่างพวกเราเลย เฮ้อ เหลือแค่พี่ใหญ่แล้ว” ชีเป่า“แย่แล้ว แย่แล้ว ชีเป่า ตอนนี้พี่ใหญ่ก็อายุเยอะแล้วยังมิได้แต่งงาน หากพี่ใหญ่แต่งงานล่ะ แต่งงานก็ต้องมีลูกน่ะสิ เช่นนั้นแล้ว … เช่นนั้นแล้วพวกเราก็ไม่เหลือผู้ใดน่ะสิ ไม่เอาข้าไม่ให้พี่ใหญ่แต่งงาน” ลิ่วเป่า“ใช่ พี่ใหญ่จะแต่งงานไม่ได้ ข้าไม่ยอม เกิดพี่ใหญ่แต่งสตรีร้ายกาจเข้าจวนมาจะทำเช่นไรเล่า” ชีเป่า“เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด” ลิ่วเป่าชูมือขึ้นสูงพลางโบกกำปั้นน้อยๆ ของตัวเองไปมาหลินตงหยางไม่ได้รู้เลยว่าน้องชายของตัวเองวางแผนร้ายกันอยู่ เดิมทีเขาไม่ต้องการแต่งงานอยู่แล้วหากไม่เจอใครที่เขาพึงใจและใครคนนั้นต้องเป็นคนจิตใจดี มีเมตตา อัธยาศัยดี ร่าเริง ส่วนเรื่องฐานะนั้นเขาไม่ได้สนใจ ของเพียงแค่ช่ว
“มันก็จริงเพคะ”“เจ้าอยู่รับสำรับกับป้าก่อน ประเดี๋ยวเสด็จลุงของเจ้าก็จะมาแล้ว”“เพคะ”“เมอเมอ ไปแจ้งห้องเครื่องให้เตรียมอาหารให้กับเจ้าสามหู่ด้วย อย่าปล่อยให้เจ้าพวกนี้หิวโหย”“เพคะฮองเฮา”เช้าวันต่อมาอู่เป่าพร้อมด้วยเจ้าเสือทั้งสามตัวออกจากจวนหลังจากที่เหวินหยางไปเข้าประชุมเช้าที่ท้องพระโรง หนึ่งเด็กหญิงกับสามเสือเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ทำเอาชาวบ้านอกสั่นขวัญแขวนไปตามๆ กัน จะแจ้งเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถแจ้งได้เนื่องจากเสือทั้งสามตัวใส่เสื้ออาญาสิทธิ์ ทำให้ผู้คนในเมืองหลวงเดาสถานะของเด็กหญิงได้ไม่ยาก“นั่นใช่บุตรสาวของชินอ๋องหรือไม่”“ย่อมใช่อยู่แล้ว หาไม่แล้วผู้ใดจะมีเสือมาด้วยกัน เจ้าลืมไปแล้วหรือไม่ตอนที่พระชายาชินอ๋องแต่งเข้ามา ในขบวนสินเดิมเจ้าสาวมีอันใดบ้าง ไม่ใช่ว่ามีทั้งเสือทั้งหมาป่ารึ”“นั่นน่ะสิ ข้าเองก็ลืมไปเสียสนิท”“จะว่าไปแล้วตลอดเวลาที่พวกเราคิดว่าชินอ๋องเป็นพวกตัดแขนเสื้อที่ไหนได้แอบซุ่มแต่งพระชายาอีกทั้งมีบุตรธิดาถึงสามคน”“จ้านผิงอ๋องตงหยาง บุตรชายคนโตนั้นเป็นบุคคลที่มากความสามารถ ที่พวกเราได้มีเหล้ารสชาติดีดื่มก็เพราะจ้านผิงอ๋องเลยนะเจ้าว่าหรือไม่”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นั
ลมหนาวพัดผ่านอากาศเริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ โรงเรียนได้ประกาศหยุดเรียนแล้วเหล่าสหายของอู่เป่าต่างก็เดินทางกลับบ้านกันไปหมด ที่เหลือก็มีเพียงสหายในหมู่บ้านไม่กี่คนเท่านั้นอีกทั้งพวกเขาก็ต้องทำงานช่วยพ่อแม่ที่บ้าน อู่เป่าที่เป็นคนว่างงานเลยรู้สึกเบื่อขึ้นมาทันที ซื่อเป่านั้นรับหน้าที่ดูแลน้องชายฝาแฝด ใช่แล้วทุกคนฟังไม่ผิดอู่เป่ามีน้องชายฝาแฝดที่ท่านแม่เพิ่งจะคลอดออกมาตอนนี้น้องชายทั้งสองมีอายุเพียง 6 เดือนเท่านั้น น้องหกมีชื่อว่าอี้เฟยฉี น้องเจ็ดอี้เฟยเทียน แต่ละวันซื่อเป่าจะวุ่นวายอยู่กับการเลี้ยงน้องชายทั้งสอง เพราะพี่ใหญ่ต้องดูแลเรื่องเงินๆ ทองๆ พี่รองเป็นขุนนางที่เมืองหลวง พี่หญิงใหญ่อยู่ชายแดน เหล่าสหายก็กลับบ้านหมด“เฮ้อ พี่ชายเอ้อร์หู่ พี่ชายซานหู่ พี่ชายซื่อหู่ ข้าเบื่อจังเลย บนภูเขาก็ไม่มีอะไรสนุกๆ ให้เล่นแล้ว พวกเราจะทำอันใดกันดี ข้าไม่ชอบฤดูหนาวเลย พวกท่านเห็นด้วยหรือไม่”“โฮก” ทั้งสามตัวขานรับพร้อมกัน“เช่นนั้น พวกเราไปหาพี่รองดีหรือไม่ พวกเราไปเดินเที่ยวเมืองหลวงสักเที่ยว ไปหาเสด็จลุงด้วย”“โฮก”“ดี เช่นนั้นพวกเราไปกัน แต่ก่อนอื่นข้าต้องเอาเสื้อผ้าไปด้วยสองชุดก็น่าจะพอ” อู่เป่าพู
“เรื่องอันใดกัน ไม่เกี่ยวกับข้าเสียหน่อย ข้าจะไปท่องยุทธภพ ไม่มีเวลามาบริหารบ้านเมือง องค์รัชทายาทยังมี ยังไม่ถึงทีของข้ากระมัง”หลินตงหยางขึ้นนั่งบนหลังต้าจิน จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านลั่ว วันนี้มีการเตรียมคัดแยกคุณภาพของไหมเหมันต์เพื่อนำไปขายส่วนหนึ่ง ส่วนไหมเหมันต์ชั้นดีนั้นหลินตงหยางเก็บเอาไว้ใช้เอง อดีตฮ่องเต้กับไทเฮาตอนนี้ได้ผันตัวเป็นชาวบ้านที่มีอาชีพปลูกผักและผลไม้ ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ“คุณชายใหญ่ ท่านมาแล้วหรือขอรับ”“พี่ชายห่าวหรานสบายดีนะ ยินดีด้วยที่ได้ลูกชาย”“ขอบคุณท่านเช่นกันสำหรับของขวัญรับขวัญลูกชายของข้า ว่าแต่คุณชายใหญ่พอจะมีเหล้าชนิดใหม่มาให้ข้าลองชิมหรือไม่ขอรับ”“ย่อมต้องมีอยู่แล้ว แต่อย่าดื่มให้มาก ระวังท่านปู่ของท่านจะทุบตีท่านอีก”“ข้าต้องระวังอย่างดีอยู่แล้ว คุณชายมาตรวจไหมเหมันต์ใช่หรือไม่”“ใช่แล้วล่ะ”“เช่นนั้นก็ตามข้ามาทางด้านนี้เลย ครั้งนี้เราได้ไหมเหมันต์สีฟ้ากับสีชมพู อย่างละ 100 พับ ส่วนไหมเหมันต์ธรรมดานั้น มีอยู่เพียง 300 พับเท่านั้น”“เท่านี้ก็ถือว่ามากขึ้นเป็นเท่าตัว แล้วหนอนไหมเหมันต์สุขภาพเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้”“แข็งแรงดีมาก
หลังจากที่ท่านแม่คลอดน้องสาวน้องชายให้ หลินตงหยางดีใจจนต้องให้ต้าจินนำจดหมายไปส่งที่ชายแดนเพื่อส่งข่าวให้กับซ่งลี่ฉุนกับหลี่เต๋อฟู่ได้รู้ว่าตอนนี้เขามีน้องชายน้องสาวแล้ว แถมยังเป็นฝาแฝดอีกด้วย หลินเหมยหลิงที่รู้ว่าท่านแม่คลอดน้องชายน้องสาวแล้วก็ดีใจเช่นเดียวกัน ถึงกับนั่งบนหลังต้าจินกลับมาที่หมู่บ้านเจียชุนทันที เดิมทีนางเองตั้งใจจะกลับมาอยู่แล้ว แต่พอต้าจินไปส่งจดหมายถึงได้รู้ว่าท่านแม่คลอดน้องชายน้องสาวก่อนกำหนด หลินเหมยเจียงเลยตัดสินใจนั่งหลังต้าจินกลับมาทันทีอี้เทียนหลงตั้งชื่อให้ลูกชายกับลูกสาวตามลำดับ ลูกชายให้ชื่อว่าอี้หยางหลงหรือซื่อเป่า ลูกสาวให้ชื่อว่าอี้หนิงเซียนหรืออู่เป่า เด็กน้อยทั้งสองคนเลี้ยงง่ายไม่งอแง หลินตงหยางไม่เคยออกจากจวนไปไหนไกล ๆ หรือไปครั้งละนานหลายวันตั้งแต่ที่มีน้องชายน้องสาว ส่วนลูกของต้าหู่นั้นอยู่เฝ้าเด็กน้อยทั้งสองคนไม่ห่าง หลินเหมยเจียงเองแทบจะไม่ได้เลี้ยงลูกทั้งสองคนเลยเพราะหลินตงหยางกับอี้เทียนหลงช่วยกันเลี้ยงจนกระทั่งนางออกจากการอยู่เดือนถึงได้มีเวลาใกล้ชิดกับลูกทั้งสองมากขึ้นหลังจากชาวเผ่าลั่วหนานย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านลั่วพวกเขาก็สามารถเลี้ยงหนอนไ







