Mag-log in“เหมยหลิง เหตุใดแม่รู้สึกว่าตอนนี้เจ้ากลายเป็นคนตะกละไปเสียแล้วเล่า”
“ข้าเปล่าตะกละนะเจ้าคะท่านแม่ นี่มันสายแล้ว อีกอย่างถ้าอยากรู้ว่าฝันจริงหรือไม่ ก็แค่ให้พี่ใหญ่ไปพิสูจน์ก็พอนี่เจ้าคะ มีอะไรให้คิดมากขนาดนั้น หากพี่ใหญ่เป็นวรยุทธ์จริงอย่าลืมมาสอนข้าด้วยเล่า ข้าเองก็อยากเรียนเอาไว้ป้องกันตัวเองและปกป้องท่านแม่ในตอนที่พี่ใหญ่ไม่อยู่บ้านด้วย ดีเหมือนกันนะเจ้าคะท่านแม่ ข้ารู้สึกว่าตั้งแต่ พวกเราย้ายออกมาจากนรกขุมนั้นเหมือนพวกเราสามแม่ลูก ได้รับพรจากทวยเทพยังไงก็ไม่รู้สิ ท่านแม่คิดเหมือนข้าหรือไม่เจ้าคะ”
“ก็อาจจะเป็นจริงอย่างที่เจ้าว่ามา ที่ผ่านมาแม่ผิดต่อพวกเจ้าพี่น้อง หากแม่เข้มแข็งสักนิด พวกเจ้าคงไม่ต้องลำบากขนาดนี้”
“ท่านแม่อย่าเก็บเอามาใส่ใจเลยขอรับ มันผ่านไปแล้ว ตอนนี้พวกเรามีชีวิตที่ดีแล้ว อย่าได้เอาชีวิตไปยึดติดกับอดีตเลยขอรับ ท่านแม่แค่จำเอาไว้ก็พอ หากวันข้างหน้า ครอบครัวของเราเจริญรุ่งเรืองขึ้นมา แล้วชายชั่วคนนั้นซมซานกลับมา ท่านแม่อย่าได้ให้อภัยเขาเด็ดขาด เพราะ บุตรเช่นข้า หาได้ต้องการบิดาชั่วช้าเช่นนั้น ต่อให้ใครจะประณามข้าว่าเป็นลูกอกตัญญูข้าก็หาได้ใส่ใจไม่ ขอเพียงท่านแม่อย่าได้พาตัวเองกลับเข้าสู่ขุมนรกเช่นนั้นอีก ทุกอย่างข้าจะแบกรับเอาไว้เอง”
“ตงหยาง แม่ขอบใจเจ้า แม่เองก็หาได้ใส่ใจคำคน ที่ผ่านมาแม่เพียงแต่คิดว่าจะทำเช่นไรให้พวกเจ้ามีพ่อเหมือนเช่นคนอื่น แต่มันกลับกลายเป็นว่าแม่ตัดสินใจผิด และความอดทนที่ผ่านมานั้นมันไร้ประโยชน์ ตอนนี้แม่หาได้มีความรักต่อชายผู้นั้นหลงเหลืออยู่ในใจ หากจะมีก็คงมีเพียงแค่ความเกลียดชังเท่านั้น คนเห็นแก่ตัวเช่นนั้นแม่หวังว่าสักวันเขาจะพบกับหายนะที่เขาก่อขึ้น”
“ท่านแม่ เช่นนั้นวันนี้พวกเราตามพี่ใหญ่ขึ้นเขาไปด้วยดีหรือไม่เจ้าคะ”
“วันนี้แม่มีงานปักที่ต้องเร่งมือให้เสร็จ พรุ่งนี้เป็นวันกำหนดส่งงานแล้ว แม่คงขึ้นเขาไปกับพวกเจ้าไม่ได้ หากเจ้าอยากไปก็ไปกับพี่ใหญ่ของเจ้าเถอะ”
“เช่นนั้น ข้าอยู่บ้านเป็นเพื่อนท่านแม่ก็แล้วกันเจ้าค่ะ ข้าลืมไปว่าข้ายังถอนหญ้าในแปลงผักยังไม่เสร็จเลย เอาไว้พรุ่งนี้ข้าค่อยไปหาของป่ากับพี่ใหญ่”
“เช่นนั้น ข้าไปเตรียมตัวขึ้นเขาก่อนนะขอรับท่านแม่ น้องสาวฝากเจ้าเลี้ยงล่อ แล้วก็แพะด้วยนะ อ้อยังมี เจ้าลูกหมาสองตัวนั่นอีก”
“ได้เจ้าค่ะพี่ใหญ่ เจ้าเทาเป็นล่อที่เชื่องมาก และข้าก็ชอบเจ้าเทามากเช่นเดียวกันเจ้าค่ะ ส่วนแพะท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าดูแลได้ ส่วนเจ้าหมาน้อย ยังนอนหลับอยู่เลยเจ้าค่ะ”
หลินตงหยาง เดินขึ้นเขาพร้อมธนูและตะกร้าสะพายหลัง ในใจกำลังทบทวนถ้อยคำของชายชรา ถึงความสามารถ ทักษะที่เขาได้รับมาเมื่อคืนว่าเป็นจริงหรือไม่ ด้วยความร้อนใจเด็กชายจึงใช้วิชาตัวเบาที่เขาเพิ่งจะฝึกจนชำนาญได้เมื่อเร็ว ๆ นี้ รีบเข้าป่าลึกไปทันที ด้วยวิชาตัวเบาทำให้ใช้เวลาไม่นานก็มาถึง ในกลางป่าลึกทันที
จากนั้นเขาก็เริ่มต้นจากฝ่ามือเก้าสุริยัน หลังจากซัดฝ่ามือออกไป ต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าก็หักทันที ต่อจากฝ่ามือเก้าสุริยัน ก็เป็นหมัดนพนภา ต่อด้วยธนูเจ็ดดาวสังหาร เสียดายที่เขาไม่มีกระบี่ ทำได้แค่เอากิ่งไม้มาทดสอบ วิชากระบี่อัสนีพิฆาตเท่านั้น
“อ่า ในที่สุด ข้าก็ไม่ได้ฝันไป ฮึ่มคอยดูเถอะ เจ้าพ่อสารเลว เจ้าซ่งเหอซีข้าจะทำให้เจ้าเสียใจไปจนวันตาย โทษฐานที่เจ้า ทำตัวชั่วช้าข้ามฝั่งเสร็จรื้อสะพาน บังอาจทรยศหักหลังท่านแม่คนงามของข้า ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะไปได้ไกลสักแค่ไหน” หลินตงหยางที่มีความแค้นฝังใจกับพ่อผู้ให้กำเนิดของร่างนี้ ได้ลั่นวาจาว่าจะเอาคืนให้สาสม
หลังจากที่ทดสอบทักษะความสามารถเสร็จแล้ว หลินตงหยางก็ล่าหมูป่า กวางป่า เก็บเอาไว้ในช่องเก็บของ นอกจากนี้เขายัง ล่าไก่ฟ้า กระต่ายป่า รวมไปถึงกวางยองตัวเมียได้อีกหนึ่งตัว เพราะตอนนี้เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์แล้วทำให้ร่างกายแข็งแรงกว่าคนปกติหลายเท่า กวางตัวเมียมีขนาดไม่ใหญ่มาก น้ำหนักอยู่ที่ 50-60 จิน เด็กชายสามารถแบกกลับไปได้ไม่ถือว่าลำบากจนเกินไป
หลินตงหยางมีความคิดที่จะซื้อที่ดินเพิ่ม เพื่อทำการเพาะปลูก และซื้อบ่าวชายมาทำไร่ทำนา ซื้อบ่าวหญิงมาช่วยท่านแม่ทำงานบ้าน แต่ตอนนี้ต้องหาเงินให้ได้มากกว่านี้เสียก่อน เงินที่ขายเห็ดหลินจือครั้งนั้น สองพันตำลึงยังฝากเอาไว้ที่ร้านรับเงิน หากจะให้ดีคงต้องหาสมุนไพรล้ำค่าไปขายเสียแล้ว ตอนนี้เขามีวรยุทธ์แล้ว มันง่ายมาก ยิ่งมีวิชาตัวเบา ก้าวเท้าพริบตายิ่งทำให้ความรวดเร็วในการเดินทางมีมากขึ้นที่สำคัญไม่ต้องห่วงเรื่องความสูงหากพบเจอสมุนไพรล้ำค่าที่ขึ้นอยู่ตามหน้าผาเขาสามารถขึ้นไปเก็บได้ เมื่อตัดสินใจได้แล้ว หลินตงหยางก็หันหลังมุ่งหน้ากลับบ้านทันที โดยแบกกวางยองตัวเมียเอาไว้บนหลัง
ตอนกลับลงมาจากบนเขา พบเจอชาวบ้านที่ขึ้นไปหาผักป่าไม่น้อย แต่หลินตงหยางไม่ได้สนใจคนเหล่านั้น เขามุ่งหน้ากลับบ้านทันที เพราะในกลุ่มชาวบ้านมีสตรีปากยื่นที่เอาท่านแม่ของเขาไปนินทาว่าร้ายกันอย่างสนุกปากกับสะใภ้ใหญ่บ้านซ่ง
“ท่านแม่ น้องสาวข้ากลับมาแล้ว”
“ตงหยางกลับมาแล้วหรือลูกเหตุใดจึงกลับมาช้านักล่ะ”
“พอดีว่าข้ามัวไปพิสูจน์ความฝันอยู่น่ะสิท่านแม่ ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเป็นที่ข้าคิดไปเอง”
“พี่ใหญ่ แล้วเป็นเยี่ยงไรเจ้าคะ เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องล้อเล่นกัน”
“แน่นอนว่าย่อมเป็นเรื่องจริง”
“เช่นนั้น เช่นนั้น พี่ใหญ่ช่วยสอนข้าจะได้หรือไม่”
“แน่นอน ว่าย่อมได้อยู่แล้ว”
“ตงหยาง กวางนี่ลูกจะเอาไปขายหรือไม่ หากเก็บเอาไว้ถึงพรุ่งนี้แม่กลัวว่าเนื้อจะไม่สดแล้ว”
“ท่านแม่ ข้าไม่ขายหรอกขอรับ เอาเก็บไว้กิน ส่วนของที่จะขายข้าย่อมมีอยู่แล้ว ตอนนี้ข้ามีวิชาติดตัวท่านแม่อยู่บ้านให้สบายสอนน้องสาวให้ร่ำเรียนเขียนอ่าน เพราะสตรีไม่สามารถเข้าเรียนได้ ข้าคิดว่าจะซื้อที่ดินเพิ่ม และสร้างบ้านใหม่ จากนั้นข้าจะซื้อบ่าว เพื่อมาทำการเพาะปลูก ท่านแม่ว่าดีหรือไม่”
“หากเจ้าว่าดี แม่ก็ตกลงตามใจเจ้า แต่อย่าลืมว่าเจ้าต้องไปเรียนที่สำนักศึกษา”
“ท่านพ่อ ท่านพ่อขอรับ ลิ่วเป่าหิว" ทำหน้าตาน่าสงสารประหนึ่งว่าอดอาหารมาสามวัน“ชีเป่าก็หิว หิวมากเลย ท่านพ่อดุพุงของชีเป่าสิขอรับ ยุบหมดแล้ว”หลินตงหยางก้มมองน้องชายที่สูงเลยหัวเขาของเขามานิดหน่อย เขาได้แต่ส่ายหน้ามิใช่ว่าเอ่ยปากเรียกเขาว่าท่านพ่อเสียงดังขนาดนี้คงเห็นว่ามีสตรีมองเขาหรือพยายามจะเดินเข้ามาหาเขาตามเคย บางครั้งเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าในยุคโบราณเช่นนี้ที่สตรีควรสงบเสงี่ยมรักนวลสงวนตัวนั้นกล้าแสดงออกและให้ท่าบุรุษตั้งแต่เมื่อใดกัน บางครั้งเขารู้สึกรังเกียจการกระทำเช่นนี้มาก เพียงแต่ถ้าเกิดไม่ล้ำเส้นกันมากเขาทำได้แค่ปล่อยไปเท่านั้น แต่ถ้าหากมีใครกล้าล้ำเส้นเขาก็ไม่กลัวว่าจะตอบโต้กลับทันที เพียงแต่รับผลกระทบที่ตามมาให้ได้ก็แล้วกัน“ถึงจะมีลูกแล้วข้าก็ไม่ขัดหรอกนะ ไม่ได้พาภรรยามาด้วยเสียหน่อย พวกเจ้าว่าหรือไม่” สตรีสองสามคนบนชั้นสองของโรงน้ำชาต่างคุยกันหัวเราะคิกคัก“เจ้าไม่กลัวว่าเขาจะมีภรรยาอยู่แล้วรึ นางอาจไม่ได้มาด้วย เจ้าดูสิเด็กสองคนนั้นเป็นฝาแฝดใช่หรือไม่ หน้าตาก็น่ารักไม่หยอกเลยเชียว”“ข้าสนใจพ่อของเด็กหาได้สนใจเด็กไม่ อีกอย่างนะ เด็กไม่ได้เกิดมาจากท้องของข้าเสียหน่อยใครจะ
“ลิ่วเป่า วันนี้พี่ใหญ่จะออกไปข้างนอกหรือไม่” ชีเป่า“ไปสิ พี่ใหญ่จะต้องไปตรวจโรงหมักกับหอสุราในเมือง” ลิ่วเป่าทำหน้ามุ่ยตอบคู่แฝดของตน“ท่านพ่อทิ้งพวกเราไปเที่ยวกับท่านแม่ ไม่ให้พวกเราไปด้วย พี่หญิงใหญ่ก็อยู่ค่ายทหาร พี่รองก็อยู่เมืองหลวง ตอนนี้พี่สี่กับพี่ห้าเองก็ไปอยู่เมืองหลวงกับพี่รอง ทั้งที่เมื่อก่อนพี่สี่แทบจะไม่ห่างพวกเราเลย เฮ้อ เหลือแค่พี่ใหญ่แล้ว” ชีเป่า“แย่แล้ว แย่แล้ว ชีเป่า ตอนนี้พี่ใหญ่ก็อายุเยอะแล้วยังมิได้แต่งงาน หากพี่ใหญ่แต่งงานล่ะ แต่งงานก็ต้องมีลูกน่ะสิ เช่นนั้นแล้ว … เช่นนั้นแล้วพวกเราก็ไม่เหลือผู้ใดน่ะสิ ไม่เอาข้าไม่ให้พี่ใหญ่แต่งงาน” ลิ่วเป่า“ใช่ พี่ใหญ่จะแต่งงานไม่ได้ ข้าไม่ยอม เกิดพี่ใหญ่แต่งสตรีร้ายกาจเข้าจวนมาจะทำเช่นไรเล่า” ชีเป่า“เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด” ลิ่วเป่าชูมือขึ้นสูงพลางโบกกำปั้นน้อยๆ ของตัวเองไปมาหลินตงหยางไม่ได้รู้เลยว่าน้องชายของตัวเองวางแผนร้ายกันอยู่ เดิมทีเขาไม่ต้องการแต่งงานอยู่แล้วหากไม่เจอใครที่เขาพึงใจและใครคนนั้นต้องเป็นคนจิตใจดี มีเมตตา อัธยาศัยดี ร่าเริง ส่วนเรื่องฐานะนั้นเขาไม่ได้สนใจ ของเพียงแค่ช่ว
“มันก็จริงเพคะ”“เจ้าอยู่รับสำรับกับป้าก่อน ประเดี๋ยวเสด็จลุงของเจ้าก็จะมาแล้ว”“เพคะ”“เมอเมอ ไปแจ้งห้องเครื่องให้เตรียมอาหารให้กับเจ้าสามหู่ด้วย อย่าปล่อยให้เจ้าพวกนี้หิวโหย”“เพคะฮองเฮา”เช้าวันต่อมาอู่เป่าพร้อมด้วยเจ้าเสือทั้งสามตัวออกจากจวนหลังจากที่เหวินหยางไปเข้าประชุมเช้าที่ท้องพระโรง หนึ่งเด็กหญิงกับสามเสือเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ทำเอาชาวบ้านอกสั่นขวัญแขวนไปตามๆ กัน จะแจ้งเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถแจ้งได้เนื่องจากเสือทั้งสามตัวใส่เสื้ออาญาสิทธิ์ ทำให้ผู้คนในเมืองหลวงเดาสถานะของเด็กหญิงได้ไม่ยาก“นั่นใช่บุตรสาวของชินอ๋องหรือไม่”“ย่อมใช่อยู่แล้ว หาไม่แล้วผู้ใดจะมีเสือมาด้วยกัน เจ้าลืมไปแล้วหรือไม่ตอนที่พระชายาชินอ๋องแต่งเข้ามา ในขบวนสินเดิมเจ้าสาวมีอันใดบ้าง ไม่ใช่ว่ามีทั้งเสือทั้งหมาป่ารึ”“นั่นน่ะสิ ข้าเองก็ลืมไปเสียสนิท”“จะว่าไปแล้วตลอดเวลาที่พวกเราคิดว่าชินอ๋องเป็นพวกตัดแขนเสื้อที่ไหนได้แอบซุ่มแต่งพระชายาอีกทั้งมีบุตรธิดาถึงสามคน”“จ้านผิงอ๋องตงหยาง บุตรชายคนโตนั้นเป็นบุคคลที่มากความสามารถ ที่พวกเราได้มีเหล้ารสชาติดีดื่มก็เพราะจ้านผิงอ๋องเลยนะเจ้าว่าหรือไม่”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นั
ลมหนาวพัดผ่านอากาศเริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ โรงเรียนได้ประกาศหยุดเรียนแล้วเหล่าสหายของอู่เป่าต่างก็เดินทางกลับบ้านกันไปหมด ที่เหลือก็มีเพียงสหายในหมู่บ้านไม่กี่คนเท่านั้นอีกทั้งพวกเขาก็ต้องทำงานช่วยพ่อแม่ที่บ้าน อู่เป่าที่เป็นคนว่างงานเลยรู้สึกเบื่อขึ้นมาทันที ซื่อเป่านั้นรับหน้าที่ดูแลน้องชายฝาแฝด ใช่แล้วทุกคนฟังไม่ผิดอู่เป่ามีน้องชายฝาแฝดที่ท่านแม่เพิ่งจะคลอดออกมาตอนนี้น้องชายทั้งสองมีอายุเพียง 6 เดือนเท่านั้น น้องหกมีชื่อว่าอี้เฟยฉี น้องเจ็ดอี้เฟยเทียน แต่ละวันซื่อเป่าจะวุ่นวายอยู่กับการเลี้ยงน้องชายทั้งสอง เพราะพี่ใหญ่ต้องดูแลเรื่องเงินๆ ทองๆ พี่รองเป็นขุนนางที่เมืองหลวง พี่หญิงใหญ่อยู่ชายแดน เหล่าสหายก็กลับบ้านหมด“เฮ้อ พี่ชายเอ้อร์หู่ พี่ชายซานหู่ พี่ชายซื่อหู่ ข้าเบื่อจังเลย บนภูเขาก็ไม่มีอะไรสนุกๆ ให้เล่นแล้ว พวกเราจะทำอันใดกันดี ข้าไม่ชอบฤดูหนาวเลย พวกท่านเห็นด้วยหรือไม่”“โฮก” ทั้งสามตัวขานรับพร้อมกัน“เช่นนั้น พวกเราไปหาพี่รองดีหรือไม่ พวกเราไปเดินเที่ยวเมืองหลวงสักเที่ยว ไปหาเสด็จลุงด้วย”“โฮก”“ดี เช่นนั้นพวกเราไปกัน แต่ก่อนอื่นข้าต้องเอาเสื้อผ้าไปด้วยสองชุดก็น่าจะพอ” อู่เป่าพู
“เรื่องอันใดกัน ไม่เกี่ยวกับข้าเสียหน่อย ข้าจะไปท่องยุทธภพ ไม่มีเวลามาบริหารบ้านเมือง องค์รัชทายาทยังมี ยังไม่ถึงทีของข้ากระมัง”หลินตงหยางขึ้นนั่งบนหลังต้าจิน จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านลั่ว วันนี้มีการเตรียมคัดแยกคุณภาพของไหมเหมันต์เพื่อนำไปขายส่วนหนึ่ง ส่วนไหมเหมันต์ชั้นดีนั้นหลินตงหยางเก็บเอาไว้ใช้เอง อดีตฮ่องเต้กับไทเฮาตอนนี้ได้ผันตัวเป็นชาวบ้านที่มีอาชีพปลูกผักและผลไม้ ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ“คุณชายใหญ่ ท่านมาแล้วหรือขอรับ”“พี่ชายห่าวหรานสบายดีนะ ยินดีด้วยที่ได้ลูกชาย”“ขอบคุณท่านเช่นกันสำหรับของขวัญรับขวัญลูกชายของข้า ว่าแต่คุณชายใหญ่พอจะมีเหล้าชนิดใหม่มาให้ข้าลองชิมหรือไม่ขอรับ”“ย่อมต้องมีอยู่แล้ว แต่อย่าดื่มให้มาก ระวังท่านปู่ของท่านจะทุบตีท่านอีก”“ข้าต้องระวังอย่างดีอยู่แล้ว คุณชายมาตรวจไหมเหมันต์ใช่หรือไม่”“ใช่แล้วล่ะ”“เช่นนั้นก็ตามข้ามาทางด้านนี้เลย ครั้งนี้เราได้ไหมเหมันต์สีฟ้ากับสีชมพู อย่างละ 100 พับ ส่วนไหมเหมันต์ธรรมดานั้น มีอยู่เพียง 300 พับเท่านั้น”“เท่านี้ก็ถือว่ามากขึ้นเป็นเท่าตัว แล้วหนอนไหมเหมันต์สุขภาพเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้”“แข็งแรงดีมาก
หลังจากที่ท่านแม่คลอดน้องสาวน้องชายให้ หลินตงหยางดีใจจนต้องให้ต้าจินนำจดหมายไปส่งที่ชายแดนเพื่อส่งข่าวให้กับซ่งลี่ฉุนกับหลี่เต๋อฟู่ได้รู้ว่าตอนนี้เขามีน้องชายน้องสาวแล้ว แถมยังเป็นฝาแฝดอีกด้วย หลินเหมยหลิงที่รู้ว่าท่านแม่คลอดน้องชายน้องสาวแล้วก็ดีใจเช่นเดียวกัน ถึงกับนั่งบนหลังต้าจินกลับมาที่หมู่บ้านเจียชุนทันที เดิมทีนางเองตั้งใจจะกลับมาอยู่แล้ว แต่พอต้าจินไปส่งจดหมายถึงได้รู้ว่าท่านแม่คลอดน้องชายน้องสาวก่อนกำหนด หลินเหมยเจียงเลยตัดสินใจนั่งหลังต้าจินกลับมาทันทีอี้เทียนหลงตั้งชื่อให้ลูกชายกับลูกสาวตามลำดับ ลูกชายให้ชื่อว่าอี้หยางหลงหรือซื่อเป่า ลูกสาวให้ชื่อว่าอี้หนิงเซียนหรืออู่เป่า เด็กน้อยทั้งสองคนเลี้ยงง่ายไม่งอแง หลินตงหยางไม่เคยออกจากจวนไปไหนไกล ๆ หรือไปครั้งละนานหลายวันตั้งแต่ที่มีน้องชายน้องสาว ส่วนลูกของต้าหู่นั้นอยู่เฝ้าเด็กน้อยทั้งสองคนไม่ห่าง หลินเหมยเจียงเองแทบจะไม่ได้เลี้ยงลูกทั้งสองคนเลยเพราะหลินตงหยางกับอี้เทียนหลงช่วยกันเลี้ยงจนกระทั่งนางออกจากการอยู่เดือนถึงได้มีเวลาใกล้ชิดกับลูกทั้งสองมากขึ้นหลังจากชาวเผ่าลั่วหนานย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านลั่วพวกเขาก็สามารถเลี้ยงหนอนไ







