Share

บทที่ 9

last update publish date: 2026-01-06 07:29:13

แม้ว่าจะชูช่ออยู่เพียงดอกเดียว ทว่ากลีบดอกที่กำลังจะเผยอบานกลับยังคงยืนหยัดงดงาม แม้ว่าพระพิรุณจะสาดซัดครั้งแล้วครั้งเล่า

แม้ว่าลมแรงจะพัดโบกจนเอนไหว บัวดอกนั้นก็ยังคงชูช่อเหนือน้ำอย่างมั่นคงเช่นเดิม

“ข้าจะเป็นดังปทุมดอกนั้น” ซูฉิงเยี่ยนพึมพำคนเดียวเบาๆ สายตายังคงจดจ้องไปยังบัวดอกนั้น

ใบหน้าเรียบเฉยปรากฏรอยยิ้มแห่งความหวังขึ้นมา ชั่วขณะกลับมีสายลมหอบหนึ่ง ซัดสาดสายฝนเข้ามายังศาลา ทว่าร่างของนางยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง ขณะที่คนอื่นๆ บ้างก็ถอยหลังกลับเข้าไปหลบ บ้างก็รีบยกมือขึ้นบดบัง บ้างก็โค้งตัวหลบสายฝนพัลวัน

“คุณหนูเจ้าคะ” ซวงเอ๋อร์เรียกเสียงเบาทั้งยังเดินเข้ามาสะกิด

ซูฉิงเยี่ยนขมวดคิ้ว เมื่อมองเห็นบ่าวไพร่ของคฤหาสน์ที่กำลังกางร่มเดินเข้ามายังศาลา ด้านหลังบ่าวคนนั้นยังมีรถม้าของตระกูลจอดอยู่

นางไม่ต้องเดาก็แน่ใจแล้วว่าบิดาให้คนมารับนางกลับ และสาเหตุก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการมาเยือนจวนตระกูลซูของถานเจียง เพราะก่อนหน้านี้บิดาให้คนมาเร่งรัดนางหลายครั้งเพื่อให้นางกลับให้ทันเวลา

“ไปเถิด ข้าถ่วงเวลาได้เพียงเท่านี้ อย่างไรเสียก็ต้องกลับไปเผชิญหน้า” ซูฉิงเยี่ยนหมุนตัวไปมองบัวดอกนั้นเป็นครั้งสุดท้าย

ร่างงามเดินแทรกตัวผ่านผู้คนที่ยังคงหลบฝนออกไปอย่างระมัดระวัง ในใจก็ครุ่นคิดเกี่ยวกับงานมงคลที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากความพยายามของนางไร้ผล ถานเจียงไม่เพียงยกเลิกงานมงคลไม่สำเร็จ ตอนนี้แม้แต่เรื่องที่นางโกหกเอาไว้ว่านางมีคนรักอยู่ ก็ย้อนกลับมาทำร้ายนางเข้าแล้ว

หลังจากบิดาของนางรู้เรื่องที่นางมีคนรัก ทั้งยังเป็นคนธรรมดาที่แม้แต่ตัวนางเองยังไม่กล้าที่จะบอกว่าเป็นใคร เขาก็ยื่นคำขาดว่าไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องแต่งงาน ไม่อย่างนั้นจะตัดขาดกับนาง ไม่ให้นางใช้แซ่ซู ทั้งยังจะไล่นางออกไปจากจวนเรื่องเหล่านั้นนางไม่กังวลเท่ากับเรื่องที่นางเห็นใบหน้าที่ดูจะแก่ตัวลงทันใดของบิดา ในตอนที่เอ่ยออกมาว่านางกำลังทำให้เขาผิดหวังในตัวนาง

บิดาบังเกิดเกล้าที่บอกว่าผิดหวังในตัวบุตรสาว!!!

ซูฉิงเยี่ยนก้าวเดินออกไปจากศาลาหลิวชิง โดยมีซวงเอ๋อร์ที่รับร่มมายืนประจำตำแหน่งอยู่ข้างหลัง ร่างอรชรค่อยๆ ก้าวเดินออกห่างจากศาลาหลิวชิง กระทั่งขึ้นรถม้าหญิงสาวก็ไม่รู้ตัวว่ามีสายตาคมคู่หนึ่งกำลังจ้องมองนางด้วยสีหน้าหลากหลาย

“นั่นมิใช่คุณหนูใหญ่ตระกูลซูหรอกหรือ”

“หมายถึงแม่นางซูฉิงเยี่ยน คนที่กำลังจะแต่งกับมือปราบถานน่ะหรือ”

เยวี่ยเทียนฉีดึงสายตากลับมาจากรถม้าที่กำลังวิ่งห่างออกไป เสียงพูดคุยของผู้คนที่กำลังหลบฝนอยู่ในศาลาดังขึ้นทันทีที่หญิงสาวลับตาไป

และก็เป็นสิ่งที่เขากำลังคิดที่จะหาคำตอบอยู่พอดี

“ใช่เป็นนางนั่นแหละ ข้าเคยเจอนางบ่อยๆ เพราะนางไปที่โรงทานหลายครั้ง”

“คุณหนูตระกูลร่ำรวยขนาดนั้น ทำไมมาเดินอยู่นอกเมืองเช่นนี้ เจ้าจำผิดหรือไม่”

“เจ้าไม่รู้หรือว่านางไม่ค่อยใส่ใจเรื่องความสะดวกสบายเช่นคุณหนูตระกูลอื่นๆ นางออกจะจิตใจดีงาม ไม่ถือเนื้อถือตัวสักนิด วันก่อนข้าได้ยินมาว่านางช่วยแม่ลูกคู่หนึ่งที่เดินทางมาจากนอกเมืองเพื่อขายตัวเป็นทาส ตอนนั้นมีแม่เล้ากำลังชักชวนให้พวกนางขายตัวเข้าหอนางโลม ทั้งยังเสนอราคาให้ในราคาที่ต่ำแสนต่ำ คุณหนูซูผ่านมาพอดีนางจึงรับสองแม่ลูกนั้นไว้ ให้สองคนไปทำงานในจวน ทั้งยังจ่ายค่าแรงให้ด้วย”

“ไม่เพียงแต่หน้าตาสะสวย กิริยาก็งดงาม จิตใจก็ดี นางแต่งให้มือปราบเช่นนี้นับว่าคู่ควรแล้ว”

“บุรุษล้ำเลิศ แต่งฮูหยินที่เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ และนามสมบัติ นับเป็นกิ่งทองใบหยกโดยแท้”

เยวี่ยเทียนฉีที่ตอนนี้หันหลังกลับไปคล้ายกำลังชื่นชมบุปผา แท้ที่จริงเขากำลังรับฟังรายละเอียดอยู่เงียบๆ คิ้วเข้มขมวดเป็นปมแน่น บอกไม่ถูกว่าในตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร

ในตอนที่เขากำลังยืนชื่นชมธรรมชาติท่ามกลางสายฝน เขาคล้ายรู้สึกว่ามีหญิงสาวเดินผ่านด้านหลังของตน ที่จริงเขาไม่เคยใส่ใจว่าใครจะเดินสวน เดินชน หรือแม้กระทั่งตั้งใจเอาตัวเข้ามาใกล้เขา ไม่ว่าหญิงสาวนางนั้นจะงดงาม จนได้ชื่อว่าสะคราญโฉมที่สุดในแคว้นก็ตาม

ทว่าเป็นกลิ่นหอมเย็นขุมหนึ่งที่ลอยผ่านไปต่างหากที่ทำให้เขาชะงัก กลิ่นหอมเย็นที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสงบ กลิ่นหอมจางๆ คล้ายมีคล้ายไม่มีในขณะเดียวกัน

จังหวะที่หันกายไปมองหญิงสาวอย่างแนบเนียน เพียงเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท เขาก็เห็นนางยืนจ้องมองดอกบัวในบึงอย่างใจจดใจจ่อ ในสายตาเขานั้นนางไม่ได้งดงามจนไม่อาจละสายตาไปได้ เนื่องจากเขาเคยพบหญิงสาวที่หน้าตาสะสวยในวังหลวงมานักต่อนัก ทุกนางล้วนอรชรอ้อนแอ้นน่าหลงใหล

ทว่าซีกหน้าด้านข้างที่แม้จะฉายชัดถึงความว้าวุ่นในใจ แต่เขากลับยังรู้สึกว่านางช่างน่ามองนัก

ด้วยความสงสัยเขาจึงมองนางสลับกับดอกบัวในบึงกว้าง ในใจก็พยายามครุ่นคิดว่านางกำลังมองสิ่งใด ปทุมงดงามนับร้อยที่ชูช่อในบึง มีดอกไหนที่นางปรารถนา นางจึงได้จ้องมองนิ่งและเนิ่นนานเช่นนั้น กระทั่งนางขยับริมฝีปากสีระเรื่อคล้ายกำลังรำพึงกับตัวเอง

‘ข้าจะเป็นดังปทุมดอกนั้น’

เขารู้จากการอ่านริมฝีปากอวบอิ่มของนาง และเขาคิดว่าเขารู้ว่านางหมายถึงดอกบัวสีชมพูอมม่วงดอกหนึ่งที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำอย่างโดดเดี่ยว ลมพัดวูบไหว สายฝนซัดสาด ทว่าบัวดอกนั้นเพียงไหววูบเล็กน้อย จากนั้นก็ยังคงเอนกลับมายืนหยัดอยู่ท่ามกลางสายลม และพายุฝนที่โหมกระหน่ำ

‘เจ้าพานพบเรื่องหนักอกหนักใจเพียงใดหนอจึงได้ดูเหนื่อยล้าเช่นนี้’

เยวี่ยเทียนฉีสะดุ้งกับคำถามห่วงหาอาทรที่ผุดขึ้นในใจ เขาไม่เคยแอบมอง หรือลอบพิจารณาผู้ใดนานเช่นนี้มาก่อน ยิ่งอีกฝ่ายเป็นหญิงสาวด้วยแล้ว เขาแทบจะไม่เคยเสียเวลามอง

เขาดึงสายตากลับทันทีที่รู้ตัว ทว่ากลับพบว่าตัวเองยังคงปรารถนาเพียงแค่ได้ลอบมองเพียงซีกหน้าด้านข้างของนางจนยากจะห้ามใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 149 จบ

    “เอาล่ะเช่นนั้นก็ได้ ข้าจะลองไปคุยกับท่านแม่ว่าจะทำเช่นไรท่านพ่อจึงจะยอมให้ท่านเข้าไปดูผาอัคคี เผื่อว่าท่านเห็นแล้วอยากจะเปลี่ยนใจ”“ข้าเข้าไปดูได้หรือ”“ข้าถึงได้บอกว่าจะไปขอท่านแม่อย่างไรเล่า หากไปถามเรื่องนี้กับท่านพ่อ รังแต่จะทำให้เขารู้เท่าทันแผนข้าน่ะสิ” เสวียนจิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์“แผนหรือ”“ข้าจะอธิบายเรื่องแผนการของข้าทีหลัง วันนี้ท่านนอนพักผ่อนเถิด ข้าจะกลับมารับพรุ่งนี้เช้า”เสวียนจิ้งมารับฟู่หย่งเจี้ยนในตอนรุ่งเช้าจริงๆ ทว่านางกลับวางยาทำให้เขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรง จับเขามัดเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะจับเขาโยนขึ้นรถม้า แล้วออกจากเมืองหลวงแคว้นจ้าวมา ท่ามกลางความตื่นตะลึงของชายหนุ่มเขาไม่คาดคิดว่านางจะทำเช่นนี้ ก่อนออกมาจากโรงเตี๊ยมในยามรุ่งสาง เขาได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงอ่อนโยนคุ้นเคยของฮูหยินจ้าววัง มารดาของนางที่อุตส่าห์นำเงินค่าเดินทางมาให้ถุงใหญ่คนของวังเมฆาอัคคีนี่ช่างทำอะไรเหนือคาดจริงๆ!!“จิ้ง เจ้าทำเช่นนี้จะยิ่งเป็นการทำให้ท่านจ้าววังไม่ยอมรับข้า” ฟู่หย่งเจี้ยนที่นอนอยู่ในรถม้าเอ่ยขึ้น ในขณะที่เขาจ้องมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังบังคับรถม้า เสวียนจิ้งเปิดม่านหน

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 148

    เสวียนจิ้งจึงชะงักแล้วมีท่าทีละล้าละลัง จะให้นางคุยกับฟู่หย่งเจี้ยนตรงนี้ต่อหน้าบิดากับมารดา นางยังไม่อยากหาเรื่องตายให้ฟู่หย่งเจี้ยนนะ!!!จะให้พูดได้อย่างไรเล่าว่านางเป็นฝ่ายตามติดเขาก่อน แต่เรื่องที่ฟู่หย่งเจี้ยนเคยปฏิเสธนางก็เป็นเรื่องจริง หากบิดายอมอ่อนข้อให้ฟู่หย่งเจี้ยนง่ายๆ เขาก็ไม่ใช่จ้าววังเมฆาอัคคีแล้ว…ฟู่หย่งเจี้ยนมองจากท่าทางของเสวียนหมิง ก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายล่วงรู้เรื่องของเขาโดยละเอียด ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้เรื่องต้องยืดเยื้อต่อไปเขาเป็นเคยเป็นคนของราชสำนักแคว้นฉิน...เขาไม่ปฏิเสธ อย่างไรเสียการเผชิญกับความจริงก็ต้องเกิดขึ้น ดังนั้นร่างสูงจึงแตะมือลงไปยังหลังมือของเสวียนจิ้งที่ยังคงเกาะกุมมือของเขาอยู่เขาพยักหน้าให้นางเพื่อให้นางปล่อย ซึ่งนางก็ยินยอมโดยดีโดยไม่พูดอะไร ดูแล้วนางเองก็เข้าใจตรงกันกับเขากระมัง เพราะหากเสวียนหมิงไม่ยินยอมอนุญาต มีหรือที่นางกับเขาจะได้พบกันอีก“ท่านจ้าววังข้าน้อยจริงใจต่อจิ้ง ขอท่านจ้าววังช่วยส่งเสริมเราสองคนด้วย”เสวียนจิ้งอ้าปากค้างเมื่อได้ยินประโยคนั้น‘เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง’บิดาของนางมิใช่คนที่ใครก็สามารถต่อกรได้ ยิ่ง

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 147

    “จิ้งเอ๋อร์มายืนทำอะไรตรงนี้เล่า มาช่วยแม่ในครัวหน่อย หน้าร้านปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านน้าของเจ้า กับรั่วหลิงก็พอ”“เจ้าค่ะท่านแม่”แม้จะเดินนำเข้าไปด้านในก่อน แต่กระนั้นสายตาของหญิงวัยกลางคนก็กวาดผ่านเขาไปครั้งหนึ่ง ก่อนจะละไปราวกับไม่ใส่ใจ ทว่ามีเพียงฟู่หย่งเจี้ยนที่รู้ว่าไม่ใช่!!!ท่าทีสำรวมกว่าทุกครั้งของเสวียนจิ้ง ทำให้ฟู่หย่งเจี้ยนรู้สึกหนักอกหนักใจ เสวียนจิ้งที่มีท่าทีไม่เกรงฟ้าไม่กลัวดิน กลับมีท่าทีราวกับเป็นคนละคนในยามที่นางอยู่ต่อหน้ามารดาแล้วเช่นนี้เขาควรเข้าทางมารดาของนางหรือจึงจะดี...แม้ในใจจะครุ่นคิดเช่นนั้น ทว่าฟู่หย่งเจี้ยนก็ไม่ได้ผลีผลาม เพราะรู้ดีว่าหากเขาขอเข้าพบโดยตรงคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักแม้ฮูหยินจ้าววังของวังเมฆาอัคคี จะดูเหมือนกลมกลืนกับชาวเมืองหลวง ทว่าเขาไม่เชื่อว่าท่านจ้าววังอย่างเสวียนหมิง จะไม่ส่งคนมาคุ้มกันที่ตระกูลอิ่นแห่งนี้ ดังนั้นดวงตาคมจึงกวาดมองไปทั่วทิศ จุดประสงค์ก็เพื่อมองหาผู้คุ้มกัน ทว่าเขากลับไม่สามารถรับรู้การมีตัวตนของอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้ตัวเองผลีผลามเอาชีวิตมาทิ้งโดยใช่เหตุ ฟู่หย่งเจี้ยนจึงได้แต่ถอยกลับไปตั้งหลักที่โรงเตี๊ยมเพื่อคิดหาหนทางเ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 146

    ตำหนักเฟยเฟิ่งวังหลวงแคว้นฉิน“ท่านมั่นใจแล้วหรือ” ฉินหยูเฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่จะมั่นใจนัก ในยามที่ฟู่หย่งเจี้ยนบอกนางว่าเขาต้องการลาออกจากการเป็นองครักษ์“พ่ะย่ะค่ะ หน้าที่ของกระหม่อมเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทรงปลอดภัย องค์รัชทายาทจะทรงดูแลองค์หญิงได้ดีกว่าผู้ใด”“ข้ารู้ว่าท่านเองก็เหนื่อยมาก การเดินทางไปแคว้นเยวี่ยครั้งนั้นได้ยินมาว่าไม่มีองครักษ์คนใดที่อาสาไปด้วยตัวเองเลยนอกจากท่าน เพราะพวกเขาสังหรณ์ใจว่าจะไม่ได้กลับมาอีก ซึ่งมันก็จริง” ฉินหยูเฟยเอ่ยเสียงแผ่ว“แม้ทำเช่นนี้อาจดูเหมือนกระหม่อมผิดต่อคำสัตย์ที่ให้ไว้กับ...”“ไม่ใช่!!” ฉินหยูเฟยเอ่ยขัดเขา “ท่านไม่ได้ผิดคำพูดใดๆ ที่ให้ไว้กับเสด็จพ่อ ท่านทำหน้าที่ที่ท่านได้รับมอบหมายลุล่วงแล้ว ท่านแทบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะพยายามรักษาคำสัตย์ เราจะปล่อยท่านไป ท่านจงไปทำในสิ่งที่หัวใจของท่านปรารถนาเถิด” ฉินหยูเฟยเอื้อมมือไปรับตราองครักษ์คืนจากมือฟู่หย่งเจี้ยน“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”“หากท่านมีโอกาสเดินทางไปยังแคว้นเยวี่ย...”“เขาไม่มีทางไปเยี่ยมเยียนเราได้” เยวี่ยเสียนเฉิงที่ไม่รู้ว่าก้าวเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรเอ่ยขึ้นฉินหยูเฟยขมวดคิ้วเพราะไม่เข้าใ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 145

    แม้ว่านางจะทำผิดและถูกลงโทษ ทว่าการขับออกจากพรรคนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ หากทั้งสองจะคบหา และติดต่อกันมีเพียงเขาต้องละทิ้งในสิ่งที่เขามีเท่านั้น แต่นั่นมันหมายถึงเขาต้องผิดคำสัตย์ที่ให้ไว้กับอดีตจักรพรรดิเสวียนจิ้งมีความหมายต่อความรู้สึกเขาทว่าคำสัตย์ที่ให้ไว้คือการคุ้มกันองค์หญิงให้เดินทางไปเข้าพิธีเสกสมรสอย่างปลอดภัย แล้วในเวลานี้ถือว่าตัวเขาลุล่วงซึ่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเอาไว้แล้วหรือยัง..ฟู่หย่งเจี้ยนซึ่งอยู่ในชุดสีฟ้าขาว ไม่ใช่ชุดประจำตำแหน่งองครักษ์สีแดงสลับขาวเช่นเดิม ในมือของเขามีเพียงกระบี่อ่อนคู่กายเป็นอาวุธเท่านั้น มองเผินๆ จึงดูเหมือนชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง หาใช่ขุนนางของราชสำนักไม่ร่างสูงเดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนนด้วยความคิดถึง ในยามที่มองเห็นตลาดที่คึกคักของเมืองหลวงแคว้นฉิน นับตั้งแต่วันที่เขาวางยาสลบเสวียนจิ้ง จนถึงวันที่เขาเองต้องเดินทางมากับขบวนของรัชทายาทเยวี่ยเสียนเฉิง และองค์หญิงฉินหยูเฟยมายังแคว้นฉิน เขาก็ไม่ได้พบนางอีกเลยคำเตือนของเสวียนเฟิ่งยังคงก้องอยู่ในหู เขาพยายามหาคำตอบให้ตัวเองแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่พบ...วันนี้เขานัดพบกันกับสหายชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง ซึ่งทั้งส

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 144

    จุมพิตร้อนแรงหนักหน่วงประทับลงไปยังริมฝีปากของเสวียนจิ้ง พยายามบังคับให้นางกลืนยาเข้าไป ในยามที่สติของนางถูกกลิ่นกายของฟู่หย่งเจี้ยนเข้าครอบงำ เสวียนจิ้งพลันสมองขาวโพลน นางดิ้นรนด้วยพละกำลังที่มี หากแต่กำลังภายในและวรยุทธ์กลับไม่ได้ดึงออกมาใช้ เพราะนางเองก็คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นนี้ฟู่หย่งเจี้ยนใช้มือหนึ่งดันต้นคอของหญิงสาวเอาไว้ ส่วนมือใหญ่อีกข้างก็รวบข้อมือของนางเอาไว้ เพื่อไม่ให้นางขัดขืนได้ถนัดนักลิ้นร้อนพยายามกวาดเข้าไปในโพรงปากอบอุ่น เพื่อบังคับให้นางรับยาสลบเข้าไปอย่างอุกอาจ เขาไม่ยอมให้นางปฏิเสธ ไม่ยอมให้นางผละออกห่างแม้กระทั่งตอนที่ยาทั้งหมดถูกนางกลืนเข้าไปอย่างไม่รู้ตัวจุมพิตหนักหน่วงกดย้ำและหยอกเอินริมฝีปากที่อ้าเผยอออกอย่างไร้ทางสู้ หัวใจของทั้งสองเต้นระรัว ลมหายใจหรือก็หอบโยนไม่ต่างกันเรี่ยวแรงของเสวียนจิ้งลดน้อยลง เมื่อยาสลบออกฤทธิ์ กระนั้นฟู่หย่งเจี้ยนก็หาได้ละไปจากริมฝีปากเย้ายวน ซึ่งบัดนี้แดงช้ำเพราะจุมพิตเร่าร้อนของเขาความรู้สึกอยากครอบครองซึ่งเขาไม่คิดว่าตนจะมีมาก่อนพุ่งขึ้นสูง ดวงตาคมที่เข้มขึ้นเพราะแรงปรารถนา ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะประทับจุมพิตลงไปยังริมฝีป

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 53

    ด้านหนึ่งก็ส่งคนไปแจ้งข่าวเท็จต่อองค์ชายใหญ่เยวี่ยหย่งเต๋อ ทั้งยังตั้งใจลวงองค์ชายรองเยวี่ยเทียนฉีให้เข้าใจผิด คิดว่าเชษฐาต้องการชิงบัลลังก์ราวกับว่าอดีตจักรพรรดิทรงเห็นบ้านสงบสุขมานานเกินไป จึงทรงก่อสงครามภายในขึ้น ยามนั้นบ้านเมืองวุ่นวาย ขุนนางที่หนุนหลังองค์ชายทั้งสอง แบ่งเป็นสองฝ่ายอย่างเห็นได

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 51

    ยิ่งมองหญิงสาวยิ่งทำตัวไม่ถูก ทำไมนางจึงรู้สึกว่าเขากำลังพยายามระงับความโกรธอยู่ ทั้งที่ทั้งสองมิได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ ต่อกันนางไม่คิดว่าเขาจะมาชอบพอนาง เนื่องจากทั้งสองคนเพิ่งจะพบเจอกันเท่านั้น“เอ่อ...คือ...เมื่อผ่านพ้นไประยะหนึ่ง ท่านสามารถใช้เหตุผลที่ว่าข้า...เป็นหมันไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ แล้

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 50

    ผิดกับซูฉิงเยี่ยนที่มีท่าทีหวาดกลัวและตื่นตกใจจนหน้าซีดตัวสั่น“ท่านหัวหน้า” จั่วเกอค่อยๆ ดึงซูฉิงเยี่ยนออกมาให้ห่างจากหยางเหอซี เมื่อพบว่าข้อมือขาวเนียนเกิดรอยแดงช้ำอย่างเห็นได้ชัด“หยงเอ๋อร์ เจ้ามิเต็มใจกับการหมั้นหมายครั้งนี้ใช่หรือไม่”ซูฉิงเยี่ยนแทบจะรักษากิริยาไม่อยู่ “เอ่อ...ขะ...ข้า”“เจ้าบ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 49

    ผิดกับหยางเหอซีที่ชอบพอหญิงสาวตรงหน้า เขาจึงเข้าใจหมายความที่หญิงสาวแสดงออกชัดเจนยิ่ง เพราะมันสื่อว่านางมิได้เห็นคุณค่าของของหมั้นนั้นนัก และนางอาจไม่เห็นด้วยกับการหมั้นเช่นกัน“เจ้าออกมาเดินอยู่บนถนนที่เปลี่ยวร้างเพียงลำพัง ในยามที่มีข่าวกลุ่มโจรออกอาละวาดทั้งยังจับตัวไม่ได้เช่นนี้ ออกจะสุ่มเสี่ยง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status