Share

บทที่ 8

last update Tanggal publikasi: 2026-01-06 07:29:04

หยางเหอซี สหายเก่า ทั้งยังเป็นสหายสนิทเพียงคนเดียวที่เขามอบความเชื่อใจ

ในตอนที่เขาคือเลี่ยงอ๋อง ผู้ซึ่งชื่อเสียงเรื่องความเป็นปราชญ์โด่งดังไปทั่วทั้งแคว้น ส่วนหยางเหอซีในตอนนั้นเป็นเพียงนายทหารเฝ้ายามหน้าประตูวังหลวง

ทว่าตอนนี้เล่าอีกฝ่ายเป็นถึงหัวหน้าราชองครักษ์ในวังหลวง เป็นคนของจักรพรรดิ ส่วนเขาเป็นเพียงบัณฑิตฉีผู้ที่แยกตัวออกมาอยู่เพียงลำพังอย่างสันโดษนอกเมืองหลวง

ไร้ลาภยศ ไร้ซึ่งบรรดาศักดิ์ เป็นเพียงท่านอ๋องแต่ในนามที่นับวันผู้คนก็พากันลืมเลือน

ห้องข้างๆ เงียบเสียงลง เป็นสัญญาณว่าคนที่อยู่ในนั้นทั้งหมดได้จากไปแล้ว เยวี่ยเสียนเฉิงหันมามองสีหน้าเรียบเฉยของเยวี่ยเทียนฉี

เขาเพียงแต่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ทั้งยังส่งสายตาแทนคำถามมายังอีกฝ่าย คล้ายกำลังขอคำยืนยันว่าเขาไม่ได้เข้าใจผิด

“นั่นคือเขา เป็นเขาแน่ หัวหน้าราชองครักษ์วังหลวง หยางเหอซีผู้นั้น เจ้าเข้าใจไม่ผิดหรอก” เยวี่ยเทียนฉีพยักหน้าหลังจากที่ยกกาน้ำชาขึ้นช้าๆ แล้วรินลงไปในจอก

“เหตุใดราชองครักษ์ซึ่งเป็นคนของเสด็จพ่อ จึงนัดพบกับคนของรัชทายาทเล่า”

“ให้คนของเจ้าไปสืบดูว่าพวกเขารู้จักคุ้นเคยกันตั้งแต่เมื่อไร รู้จักกันได้อย่างไร เรื่องนี้ข้ามั่นใจว่าจักรพรรดิไม่ทรงทราบแน่นอน หัวหน้าราชองครักษ์ที่มีหน้าที่อารักขาองค์จักรพรรดิสมควรจะอยู่ให้ห่างจากรัชทายาทที่สุด ทว่าตอนนี้กลับแอบนัดพบกัน”

หลังจากได้ฟังบทสนทนาที่ดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ทว่าเห็นได้ชัดว่าพวกเขาเตรียมการมาอย่างดี จึงไม่มีสิ่งใดหลุดรอดออกมาให้ได้ยิน กระนั้นพวกเขาก็รู้ว่าหม่าหลิงฟู่รับหน้าที่ส่งมอบบางอย่างให้หยางเหอซี

“หากพวกเขาบริสุทธิ์ใจ ไยจึงจองห้องสองห้องแล้วรอโอกาสเหมาะค่อยเดินจากอีกห้องมายังอีกห้อง” เยวี่ยเสียนเฉิงพึมพำเสียงเบาคล้ายเอ่ยกับตัวเอง

แน่นอนว่าทั้งสองได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้มาใหม่ เดินออกมาจากห้องพิเศษที่อยู่อีกฟาก ก่อนที่จะเดินเลี้ยวเข้ามายังห้องที่มีบุรุษทั้งสี่คนรออยู่ก่อนแล้ว อีกทั้งในตอนออกไปยังตั้งใจออกไปกันคนละเวลา ซึ่งทิ้งช่วงไปนานพอสมควร ทำให้คนนอกที่ไม่สังเกตไม่มีทางรู้ว่าพวกเขานัดพบกัน

“ต่อจากนี้เจ้าจะต้องระวังให้มาก หยางเหอซีผู้นี้มิใช่รับมือได้โดยง่าย ไม่ว่ารัชทายาทจะวางแผนใดอยู่ หากหยางเหอซีให้ความร่วมมือ แสดงว่าเขาจะต้องได้รับผลประโยชน์มหาศาล สิ่งที่หม่าหลิงฟู่มอบให้หยางเหอซีวันนี้ เราต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร เป็นถึงคนสนิทที่จักรพรรดิทรงไว้วางพระทัย เขายังจะต้องการสิ่งใดไปมากกว่าลาภยศที่เขามีอยู่ตอนนี้...”

เยวี่ยเทียนฉีพึมพำประโยคหลังกับตัวเอง ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียดขึ้นนับตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามายังหอซุนฮวา

สายฝนที่เทกระหน่ำลงมากะทันหัน ทำให้กลุ่มคนที่กำลังเดินทางอยู่บนถนนรีบวิ่งหาที่หลบ นอกกำแพงเมืองที่อยู่ห่างออกมาหลายลี้เช่นนี้ สถานที่เดียวที่พอจะใช้หลบฝนได้ก็คือ ‘ศาลาหลิวชิง’ ศาลาหกเหลี่ยมหลังน้อยที่ตั้งอยู่ริมบึงขนาดใหญ่

ตัวศาลาถูกสร้างขึ้นเหนือน้ำห่างจากฝั่งเล็กน้อย โดยมีสะพานยื่นออกไปเพื่อเชื่อมตัวศาลาเข้ากับฝั่ง

ที่ถูกเรียกว่า ‘ศาลาหลิวชิง’ ก็เพราะในอดีตหลิวชิงผู้ซึ่งมีฐานะเป็นมหาเสนาบดี กำลังเดินทางไปยังต่างเมือง เขาพบว่าบึงขนาดใหญ่แห่งนี้มีธรรมชาติที่สวยงามยิ่งนัก ทว่าเพราะมันคือทางผ่านเข้าสู่เมืองหลวง ผู้คนมากมายที่เพียงแค่ผ่านมาแล้วจากไป จึงไม่ได้สนใจจะชื่นชมความงดงามที่อยู่ตรงหน้า

อดีตมหาเสนาบดีแคว้นเยวี่ย จึงให้คนสร้างศาลาแห่งนี้ขึ้นมาด้วยทรัพย์ส่วนตัวของเขาเอง นอกจากจุดประสงค์ให้ผู้ที่เดินทางผ่านมาได้นั่งพัก และมีที่หลบแดดหลบฝนแล้ว ยังสามารถเพลิดเพลินกับการนั่งชมบุปผาไปด้วย

บึงแห่งนี้เป็นบึงบัวขนาดใหญ่ ตลอดทั้งปีดอกบัวหลายสายพันธุ์หลากสีสันต่างก็แข่งกันชูช่อ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่ว

อีกทั้งฝั่งตรงข้ามของบึงขนาดใหญ่ ยังเป็นภูเขาสูงที่สามารถมองเห็นสีม่วงสลับกับสีขาวของดอกจื่อเว่ย[1] ทำให้ผู้ที่เข้ามานั่งปฏิเสธไม่ได้ว่าที่นี่คือหนึ่งในสถานที่ที่งดงามที่สุด

“คุณหนูท่านเปียกหมดแล้ว ไม่คิดว่าอยู่ๆ ฝนจะตก หากนำรถม้ามา ท่านก็มิต้องเปียกฝน” ซวงเอ๋อร์พึมพำเสียงเบาในขณะที่มือก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยเช็ดไปทั่วตัวให้ผู้เป็นนาย

ที่ต้องพูดเสียงเบาก็เพราะตอนนี้ในศาลามีกลุ่มคนหลายกลุ่มเข้ามาหลบฝนอยู่ก่อนแล้ว

“ข้าไม่เป็นไร” ซูฉิงเยี่ยนส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม นางเพิ่งจะกลับมาจากบ้านของอู๋หยิน อดีตแม่นมของนางที่ออกจากตระกูลซูเพราะเริ่มแก่ตัวลง

เกือบสี่ปีแล้วที่อู๋หยินออกจากจวนตระกูลซู เพื่อมาใช้ชีวิตบั้นปลายกับบุตรชายที่ลงหลักปักฐานอยู่นอกเมือง หลังจากที่อยู่ดูแลซูฉิงเยี่ยนตั้งแต่แบเบาะกระทั่งนางปักปิ่นเข้าสู่วัยออกเรือนในวัยสิบห้าปี

ข่าวอาการป่วยของอู๋หยินที่มีแต่จะทรุดลงทุกวัน ทำให้ผู้เป็นบุตรชายของนางต้องรีบไปแจ้งคุณหนูใหญ่ตระกูลซู ทั้งหมดนั้นก็เป็นสาเหตุที่ซูฉิงเยี่ยนและซวงเอ๋อร์ ต้องมาติดฝนอยู่ในศาลาหลิวชิง

“หอมจริง” ซูฉิงเยี่ยนสูดหายใจเข้าลึกๆ เมื่อได้กลิ่นดอกบัวนานาชนิดในบึงขนาดใหญ่ นางก้าวเดินไปยังที่ว่างด้านในสุดของศาลา เพื่อให้สามารถชื่นชมความงดงามของทิวทัศน์ตรงหน้าได้เต็มที่

มองเห็นบัวนานาชนิดท่ามกลางสายฝนเช่นนี้ กลับทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นก่อนหน้านี้สงบลงอย่างน่าประหลาด กลีบบัวบอบบางโดนเม็ดฝนสาดซัดโหมกระหน่ำ บ้างก็ร่วงหล่น บ้างก็ยืนหยัดท้าทาย บ้างก็มีใบบัวขนาดใหญ่ปกคลุมด้านบน ทำให้ปลอดภัยจากการคุกคามของพระพิรุณ

กระนั้น...กลับมีบัวสีชมพูอมม่วงดอกหนึ่ง ชูช่ออย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางสายฝน

แม้ว่าจะไม่มีใบบัวขนาดใหญ่คอยปกป้อง

[1] ดอกอินทนิลน้ำ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 149 จบ

    “เอาล่ะเช่นนั้นก็ได้ ข้าจะลองไปคุยกับท่านแม่ว่าจะทำเช่นไรท่านพ่อจึงจะยอมให้ท่านเข้าไปดูผาอัคคี เผื่อว่าท่านเห็นแล้วอยากจะเปลี่ยนใจ”“ข้าเข้าไปดูได้หรือ”“ข้าถึงได้บอกว่าจะไปขอท่านแม่อย่างไรเล่า หากไปถามเรื่องนี้กับท่านพ่อ รังแต่จะทำให้เขารู้เท่าทันแผนข้าน่ะสิ” เสวียนจิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์“แผนหรือ”“ข้าจะอธิบายเรื่องแผนการของข้าทีหลัง วันนี้ท่านนอนพักผ่อนเถิด ข้าจะกลับมารับพรุ่งนี้เช้า”เสวียนจิ้งมารับฟู่หย่งเจี้ยนในตอนรุ่งเช้าจริงๆ ทว่านางกลับวางยาทำให้เขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรง จับเขามัดเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะจับเขาโยนขึ้นรถม้า แล้วออกจากเมืองหลวงแคว้นจ้าวมา ท่ามกลางความตื่นตะลึงของชายหนุ่มเขาไม่คาดคิดว่านางจะทำเช่นนี้ ก่อนออกมาจากโรงเตี๊ยมในยามรุ่งสาง เขาได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงอ่อนโยนคุ้นเคยของฮูหยินจ้าววัง มารดาของนางที่อุตส่าห์นำเงินค่าเดินทางมาให้ถุงใหญ่คนของวังเมฆาอัคคีนี่ช่างทำอะไรเหนือคาดจริงๆ!!“จิ้ง เจ้าทำเช่นนี้จะยิ่งเป็นการทำให้ท่านจ้าววังไม่ยอมรับข้า” ฟู่หย่งเจี้ยนที่นอนอยู่ในรถม้าเอ่ยขึ้น ในขณะที่เขาจ้องมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังบังคับรถม้า เสวียนจิ้งเปิดม่านหน

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 148

    เสวียนจิ้งจึงชะงักแล้วมีท่าทีละล้าละลัง จะให้นางคุยกับฟู่หย่งเจี้ยนตรงนี้ต่อหน้าบิดากับมารดา นางยังไม่อยากหาเรื่องตายให้ฟู่หย่งเจี้ยนนะ!!!จะให้พูดได้อย่างไรเล่าว่านางเป็นฝ่ายตามติดเขาก่อน แต่เรื่องที่ฟู่หย่งเจี้ยนเคยปฏิเสธนางก็เป็นเรื่องจริง หากบิดายอมอ่อนข้อให้ฟู่หย่งเจี้ยนง่ายๆ เขาก็ไม่ใช่จ้าววังเมฆาอัคคีแล้ว…ฟู่หย่งเจี้ยนมองจากท่าทางของเสวียนหมิง ก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายล่วงรู้เรื่องของเขาโดยละเอียด ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้เรื่องต้องยืดเยื้อต่อไปเขาเป็นเคยเป็นคนของราชสำนักแคว้นฉิน...เขาไม่ปฏิเสธ อย่างไรเสียการเผชิญกับความจริงก็ต้องเกิดขึ้น ดังนั้นร่างสูงจึงแตะมือลงไปยังหลังมือของเสวียนจิ้งที่ยังคงเกาะกุมมือของเขาอยู่เขาพยักหน้าให้นางเพื่อให้นางปล่อย ซึ่งนางก็ยินยอมโดยดีโดยไม่พูดอะไร ดูแล้วนางเองก็เข้าใจตรงกันกับเขากระมัง เพราะหากเสวียนหมิงไม่ยินยอมอนุญาต มีหรือที่นางกับเขาจะได้พบกันอีก“ท่านจ้าววังข้าน้อยจริงใจต่อจิ้ง ขอท่านจ้าววังช่วยส่งเสริมเราสองคนด้วย”เสวียนจิ้งอ้าปากค้างเมื่อได้ยินประโยคนั้น‘เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง’บิดาของนางมิใช่คนที่ใครก็สามารถต่อกรได้ ยิ่ง

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 147

    “จิ้งเอ๋อร์มายืนทำอะไรตรงนี้เล่า มาช่วยแม่ในครัวหน่อย หน้าร้านปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านน้าของเจ้า กับรั่วหลิงก็พอ”“เจ้าค่ะท่านแม่”แม้จะเดินนำเข้าไปด้านในก่อน แต่กระนั้นสายตาของหญิงวัยกลางคนก็กวาดผ่านเขาไปครั้งหนึ่ง ก่อนจะละไปราวกับไม่ใส่ใจ ทว่ามีเพียงฟู่หย่งเจี้ยนที่รู้ว่าไม่ใช่!!!ท่าทีสำรวมกว่าทุกครั้งของเสวียนจิ้ง ทำให้ฟู่หย่งเจี้ยนรู้สึกหนักอกหนักใจ เสวียนจิ้งที่มีท่าทีไม่เกรงฟ้าไม่กลัวดิน กลับมีท่าทีราวกับเป็นคนละคนในยามที่นางอยู่ต่อหน้ามารดาแล้วเช่นนี้เขาควรเข้าทางมารดาของนางหรือจึงจะดี...แม้ในใจจะครุ่นคิดเช่นนั้น ทว่าฟู่หย่งเจี้ยนก็ไม่ได้ผลีผลาม เพราะรู้ดีว่าหากเขาขอเข้าพบโดยตรงคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักแม้ฮูหยินจ้าววังของวังเมฆาอัคคี จะดูเหมือนกลมกลืนกับชาวเมืองหลวง ทว่าเขาไม่เชื่อว่าท่านจ้าววังอย่างเสวียนหมิง จะไม่ส่งคนมาคุ้มกันที่ตระกูลอิ่นแห่งนี้ ดังนั้นดวงตาคมจึงกวาดมองไปทั่วทิศ จุดประสงค์ก็เพื่อมองหาผู้คุ้มกัน ทว่าเขากลับไม่สามารถรับรู้การมีตัวตนของอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้ตัวเองผลีผลามเอาชีวิตมาทิ้งโดยใช่เหตุ ฟู่หย่งเจี้ยนจึงได้แต่ถอยกลับไปตั้งหลักที่โรงเตี๊ยมเพื่อคิดหาหนทางเ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 146

    ตำหนักเฟยเฟิ่งวังหลวงแคว้นฉิน“ท่านมั่นใจแล้วหรือ” ฉินหยูเฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่จะมั่นใจนัก ในยามที่ฟู่หย่งเจี้ยนบอกนางว่าเขาต้องการลาออกจากการเป็นองครักษ์“พ่ะย่ะค่ะ หน้าที่ของกระหม่อมเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทรงปลอดภัย องค์รัชทายาทจะทรงดูแลองค์หญิงได้ดีกว่าผู้ใด”“ข้ารู้ว่าท่านเองก็เหนื่อยมาก การเดินทางไปแคว้นเยวี่ยครั้งนั้นได้ยินมาว่าไม่มีองครักษ์คนใดที่อาสาไปด้วยตัวเองเลยนอกจากท่าน เพราะพวกเขาสังหรณ์ใจว่าจะไม่ได้กลับมาอีก ซึ่งมันก็จริง” ฉินหยูเฟยเอ่ยเสียงแผ่ว“แม้ทำเช่นนี้อาจดูเหมือนกระหม่อมผิดต่อคำสัตย์ที่ให้ไว้กับ...”“ไม่ใช่!!” ฉินหยูเฟยเอ่ยขัดเขา “ท่านไม่ได้ผิดคำพูดใดๆ ที่ให้ไว้กับเสด็จพ่อ ท่านทำหน้าที่ที่ท่านได้รับมอบหมายลุล่วงแล้ว ท่านแทบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะพยายามรักษาคำสัตย์ เราจะปล่อยท่านไป ท่านจงไปทำในสิ่งที่หัวใจของท่านปรารถนาเถิด” ฉินหยูเฟยเอื้อมมือไปรับตราองครักษ์คืนจากมือฟู่หย่งเจี้ยน“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”“หากท่านมีโอกาสเดินทางไปยังแคว้นเยวี่ย...”“เขาไม่มีทางไปเยี่ยมเยียนเราได้” เยวี่ยเสียนเฉิงที่ไม่รู้ว่าก้าวเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรเอ่ยขึ้นฉินหยูเฟยขมวดคิ้วเพราะไม่เข้าใ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 145

    แม้ว่านางจะทำผิดและถูกลงโทษ ทว่าการขับออกจากพรรคนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ หากทั้งสองจะคบหา และติดต่อกันมีเพียงเขาต้องละทิ้งในสิ่งที่เขามีเท่านั้น แต่นั่นมันหมายถึงเขาต้องผิดคำสัตย์ที่ให้ไว้กับอดีตจักรพรรดิเสวียนจิ้งมีความหมายต่อความรู้สึกเขาทว่าคำสัตย์ที่ให้ไว้คือการคุ้มกันองค์หญิงให้เดินทางไปเข้าพิธีเสกสมรสอย่างปลอดภัย แล้วในเวลานี้ถือว่าตัวเขาลุล่วงซึ่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเอาไว้แล้วหรือยัง..ฟู่หย่งเจี้ยนซึ่งอยู่ในชุดสีฟ้าขาว ไม่ใช่ชุดประจำตำแหน่งองครักษ์สีแดงสลับขาวเช่นเดิม ในมือของเขามีเพียงกระบี่อ่อนคู่กายเป็นอาวุธเท่านั้น มองเผินๆ จึงดูเหมือนชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง หาใช่ขุนนางของราชสำนักไม่ร่างสูงเดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนนด้วยความคิดถึง ในยามที่มองเห็นตลาดที่คึกคักของเมืองหลวงแคว้นฉิน นับตั้งแต่วันที่เขาวางยาสลบเสวียนจิ้ง จนถึงวันที่เขาเองต้องเดินทางมากับขบวนของรัชทายาทเยวี่ยเสียนเฉิง และองค์หญิงฉินหยูเฟยมายังแคว้นฉิน เขาก็ไม่ได้พบนางอีกเลยคำเตือนของเสวียนเฟิ่งยังคงก้องอยู่ในหู เขาพยายามหาคำตอบให้ตัวเองแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่พบ...วันนี้เขานัดพบกันกับสหายชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง ซึ่งทั้งส

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 144

    จุมพิตร้อนแรงหนักหน่วงประทับลงไปยังริมฝีปากของเสวียนจิ้ง พยายามบังคับให้นางกลืนยาเข้าไป ในยามที่สติของนางถูกกลิ่นกายของฟู่หย่งเจี้ยนเข้าครอบงำ เสวียนจิ้งพลันสมองขาวโพลน นางดิ้นรนด้วยพละกำลังที่มี หากแต่กำลังภายในและวรยุทธ์กลับไม่ได้ดึงออกมาใช้ เพราะนางเองก็คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นนี้ฟู่หย่งเจี้ยนใช้มือหนึ่งดันต้นคอของหญิงสาวเอาไว้ ส่วนมือใหญ่อีกข้างก็รวบข้อมือของนางเอาไว้ เพื่อไม่ให้นางขัดขืนได้ถนัดนักลิ้นร้อนพยายามกวาดเข้าไปในโพรงปากอบอุ่น เพื่อบังคับให้นางรับยาสลบเข้าไปอย่างอุกอาจ เขาไม่ยอมให้นางปฏิเสธ ไม่ยอมให้นางผละออกห่างแม้กระทั่งตอนที่ยาทั้งหมดถูกนางกลืนเข้าไปอย่างไม่รู้ตัวจุมพิตหนักหน่วงกดย้ำและหยอกเอินริมฝีปากที่อ้าเผยอออกอย่างไร้ทางสู้ หัวใจของทั้งสองเต้นระรัว ลมหายใจหรือก็หอบโยนไม่ต่างกันเรี่ยวแรงของเสวียนจิ้งลดน้อยลง เมื่อยาสลบออกฤทธิ์ กระนั้นฟู่หย่งเจี้ยนก็หาได้ละไปจากริมฝีปากเย้ายวน ซึ่งบัดนี้แดงช้ำเพราะจุมพิตเร่าร้อนของเขาความรู้สึกอยากครอบครองซึ่งเขาไม่คิดว่าตนจะมีมาก่อนพุ่งขึ้นสูง ดวงตาคมที่เข้มขึ้นเพราะแรงปรารถนา ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะประทับจุมพิตลงไปยังริมฝีป

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 128

    ซูฉิงเยี่ยนลืมตาขึ้นในยามที่ได้ยินเสียงด้านนอกประตู ดวงหน้าเรียบเฉยหันไปมองเสวียนเฟิ่งเงียบๆ ก่อนจะหันไปมองจูหลิ่งถิงที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง กว่าชั่วยามแล้วที่นางถูกจับตัวเอาไว้ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในประตูของตำหนักเย็นอันเงียบเหงาวังเวงหญิงสาวถอนหายใจออกมา ในยามที่นึกถึงท่าทีคลุ้มคลั่งของจูหลิ่ง

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 127

    เพียงแค่หนึ่งกระบวนท่า เขาก็พ่ายแพ้อย่างไร้ซึ่งหนทางกลับมายืนหยัด ทันทีที่เขาล้มลงร่างกายของเขาก็ไม่อาจขยับเขยื้อนได้อีกความเจ็บปวดที่แผ่ลามออกมา ทำให้เขาล่วงรู้ว่าเส้นเอ็นทั้งแขนและขาของเขา ถูกหย่งเยวี่ยตัดขาดทั้งสิ้นอย่างไร้ปราณี!!!“เสด็จพ่อ”เยวี่ยเสียนเฉิงที่อยู่ในชุดรัดกุมสีดำเดินเข้ามา เขาเ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 125

    “หึๆๆ” เยวี่ยหย่งเสียงหัวเราะออกมา “สมแล้วที่เป็นเลี่ยงอ๋อง ท่านช่างเตรียมการมาดียิ่งนัก แต่ท่านคิดหรือว่าเพียงจดหมายฉบับเดียวจะสามารถชี้นิ้วเอาผิดข้าได้ ลายมือของข้าหาใช่ความลับไม่ ผู้ใดอยากจะเลียนแบบก็ใช่จะเป็นไปไม่ได้โดยเฉพาะท่าน”เยวี่ยหย่งเสียงพยายามรักษาความเยือกเย็นเอาไว้เพื่อถ่วงเวลา“เช่นน

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 124

    “ช่างเถิด เราสองคนอาจไปตามหาท่านอ๋องบอกเขาให้แอบส่งคนไปกับท่าน จากนั้นก็ช่วยฉีเอ๋อร์ออกมา” จูหลิ่งถิงเอ่ยออกมาทันทีที่เห็นดวงตาลังเลของอีกฝ่าย“เขามีเรื่องมากมายให้ต้องจัดการ บอกข้ามาเถิดว่าเขาเป็นใคร” ซูฉิงเยี่ยนขมวดคิ้วก่อนจะถอนหายใจออกมา“พี่ชายของข้าจูหลิ่งเฟิง”ซูฉิงเยี่ยนขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิมเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status