مشاركة

บทที่ 8

last update تاريخ النشر: 2026-01-06 07:29:04

หยางเหอซี สหายเก่า ทั้งยังเป็นสหายสนิทเพียงคนเดียวที่เขามอบความเชื่อใจ

ในตอนที่เขาคือเลี่ยงอ๋อง ผู้ซึ่งชื่อเสียงเรื่องความเป็นปราชญ์โด่งดังไปทั่วทั้งแคว้น ส่วนหยางเหอซีในตอนนั้นเป็นเพียงนายทหารเฝ้ายามหน้าประตูวังหลวง

ทว่าตอนนี้เล่าอีกฝ่ายเป็นถึงหัวหน้าราชองครักษ์ในวังหลวง เป็นคนของจักรพรรดิ ส่วนเขาเป็นเพียงบัณฑิตฉีผู้ที่แยกตัวออกมาอยู่เพียงลำพังอย่างสันโดษนอกเมืองหลวง

ไร้ลาภยศ ไร้ซึ่งบรรดาศักดิ์ เป็นเพียงท่านอ๋องแต่ในนามที่นับวันผู้คนก็พากันลืมเลือน

ห้องข้างๆ เงียบเสียงลง เป็นสัญญาณว่าคนที่อยู่ในนั้นทั้งหมดได้จากไปแล้ว เยวี่ยเสียนเฉิงหันมามองสีหน้าเรียบเฉยของเยวี่ยเทียนฉี

เขาเพียงแต่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ทั้งยังส่งสายตาแทนคำถามมายังอีกฝ่าย คล้ายกำลังขอคำยืนยันว่าเขาไม่ได้เข้าใจผิด

“นั่นคือเขา เป็นเขาแน่ หัวหน้าราชองครักษ์วังหลวง หยางเหอซีผู้นั้น เจ้าเข้าใจไม่ผิดหรอก” เยวี่ยเทียนฉีพยักหน้าหลังจากที่ยกกาน้ำชาขึ้นช้าๆ แล้วรินลงไปในจอก

“เหตุใดราชองครักษ์ซึ่งเป็นคนของเสด็จพ่อ จึงนัดพบกับคนของรัชทายาทเล่า”

“ให้คนของเจ้าไปสืบดูว่าพวกเขารู้จักคุ้นเคยกันตั้งแต่เมื่อไร รู้จักกันได้อย่างไร เรื่องนี้ข้ามั่นใจว่าจักรพรรดิไม่ทรงทราบแน่นอน หัวหน้าราชองครักษ์ที่มีหน้าที่อารักขาองค์จักรพรรดิสมควรจะอยู่ให้ห่างจากรัชทายาทที่สุด ทว่าตอนนี้กลับแอบนัดพบกัน”

หลังจากได้ฟังบทสนทนาที่ดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ทว่าเห็นได้ชัดว่าพวกเขาเตรียมการมาอย่างดี จึงไม่มีสิ่งใดหลุดรอดออกมาให้ได้ยิน กระนั้นพวกเขาก็รู้ว่าหม่าหลิงฟู่รับหน้าที่ส่งมอบบางอย่างให้หยางเหอซี

“หากพวกเขาบริสุทธิ์ใจ ไยจึงจองห้องสองห้องแล้วรอโอกาสเหมาะค่อยเดินจากอีกห้องมายังอีกห้อง” เยวี่ยเสียนเฉิงพึมพำเสียงเบาคล้ายเอ่ยกับตัวเอง

แน่นอนว่าทั้งสองได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้มาใหม่ เดินออกมาจากห้องพิเศษที่อยู่อีกฟาก ก่อนที่จะเดินเลี้ยวเข้ามายังห้องที่มีบุรุษทั้งสี่คนรออยู่ก่อนแล้ว อีกทั้งในตอนออกไปยังตั้งใจออกไปกันคนละเวลา ซึ่งทิ้งช่วงไปนานพอสมควร ทำให้คนนอกที่ไม่สังเกตไม่มีทางรู้ว่าพวกเขานัดพบกัน

“ต่อจากนี้เจ้าจะต้องระวังให้มาก หยางเหอซีผู้นี้มิใช่รับมือได้โดยง่าย ไม่ว่ารัชทายาทจะวางแผนใดอยู่ หากหยางเหอซีให้ความร่วมมือ แสดงว่าเขาจะต้องได้รับผลประโยชน์มหาศาล สิ่งที่หม่าหลิงฟู่มอบให้หยางเหอซีวันนี้ เราต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร เป็นถึงคนสนิทที่จักรพรรดิทรงไว้วางพระทัย เขายังจะต้องการสิ่งใดไปมากกว่าลาภยศที่เขามีอยู่ตอนนี้...”

เยวี่ยเทียนฉีพึมพำประโยคหลังกับตัวเอง ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียดขึ้นนับตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามายังหอซุนฮวา

สายฝนที่เทกระหน่ำลงมากะทันหัน ทำให้กลุ่มคนที่กำลังเดินทางอยู่บนถนนรีบวิ่งหาที่หลบ นอกกำแพงเมืองที่อยู่ห่างออกมาหลายลี้เช่นนี้ สถานที่เดียวที่พอจะใช้หลบฝนได้ก็คือ ‘ศาลาหลิวชิง’ ศาลาหกเหลี่ยมหลังน้อยที่ตั้งอยู่ริมบึงขนาดใหญ่

ตัวศาลาถูกสร้างขึ้นเหนือน้ำห่างจากฝั่งเล็กน้อย โดยมีสะพานยื่นออกไปเพื่อเชื่อมตัวศาลาเข้ากับฝั่ง

ที่ถูกเรียกว่า ‘ศาลาหลิวชิง’ ก็เพราะในอดีตหลิวชิงผู้ซึ่งมีฐานะเป็นมหาเสนาบดี กำลังเดินทางไปยังต่างเมือง เขาพบว่าบึงขนาดใหญ่แห่งนี้มีธรรมชาติที่สวยงามยิ่งนัก ทว่าเพราะมันคือทางผ่านเข้าสู่เมืองหลวง ผู้คนมากมายที่เพียงแค่ผ่านมาแล้วจากไป จึงไม่ได้สนใจจะชื่นชมความงดงามที่อยู่ตรงหน้า

อดีตมหาเสนาบดีแคว้นเยวี่ย จึงให้คนสร้างศาลาแห่งนี้ขึ้นมาด้วยทรัพย์ส่วนตัวของเขาเอง นอกจากจุดประสงค์ให้ผู้ที่เดินทางผ่านมาได้นั่งพัก และมีที่หลบแดดหลบฝนแล้ว ยังสามารถเพลิดเพลินกับการนั่งชมบุปผาไปด้วย

บึงแห่งนี้เป็นบึงบัวขนาดใหญ่ ตลอดทั้งปีดอกบัวหลายสายพันธุ์หลากสีสันต่างก็แข่งกันชูช่อ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่ว

อีกทั้งฝั่งตรงข้ามของบึงขนาดใหญ่ ยังเป็นภูเขาสูงที่สามารถมองเห็นสีม่วงสลับกับสีขาวของดอกจื่อเว่ย[1] ทำให้ผู้ที่เข้ามานั่งปฏิเสธไม่ได้ว่าที่นี่คือหนึ่งในสถานที่ที่งดงามที่สุด

“คุณหนูท่านเปียกหมดแล้ว ไม่คิดว่าอยู่ๆ ฝนจะตก หากนำรถม้ามา ท่านก็มิต้องเปียกฝน” ซวงเอ๋อร์พึมพำเสียงเบาในขณะที่มือก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยเช็ดไปทั่วตัวให้ผู้เป็นนาย

ที่ต้องพูดเสียงเบาก็เพราะตอนนี้ในศาลามีกลุ่มคนหลายกลุ่มเข้ามาหลบฝนอยู่ก่อนแล้ว

“ข้าไม่เป็นไร” ซูฉิงเยี่ยนส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม นางเพิ่งจะกลับมาจากบ้านของอู๋หยิน อดีตแม่นมของนางที่ออกจากตระกูลซูเพราะเริ่มแก่ตัวลง

เกือบสี่ปีแล้วที่อู๋หยินออกจากจวนตระกูลซู เพื่อมาใช้ชีวิตบั้นปลายกับบุตรชายที่ลงหลักปักฐานอยู่นอกเมือง หลังจากที่อยู่ดูแลซูฉิงเยี่ยนตั้งแต่แบเบาะกระทั่งนางปักปิ่นเข้าสู่วัยออกเรือนในวัยสิบห้าปี

ข่าวอาการป่วยของอู๋หยินที่มีแต่จะทรุดลงทุกวัน ทำให้ผู้เป็นบุตรชายของนางต้องรีบไปแจ้งคุณหนูใหญ่ตระกูลซู ทั้งหมดนั้นก็เป็นสาเหตุที่ซูฉิงเยี่ยนและซวงเอ๋อร์ ต้องมาติดฝนอยู่ในศาลาหลิวชิง

“หอมจริง” ซูฉิงเยี่ยนสูดหายใจเข้าลึกๆ เมื่อได้กลิ่นดอกบัวนานาชนิดในบึงขนาดใหญ่ นางก้าวเดินไปยังที่ว่างด้านในสุดของศาลา เพื่อให้สามารถชื่นชมความงดงามของทิวทัศน์ตรงหน้าได้เต็มที่

มองเห็นบัวนานาชนิดท่ามกลางสายฝนเช่นนี้ กลับทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นก่อนหน้านี้สงบลงอย่างน่าประหลาด กลีบบัวบอบบางโดนเม็ดฝนสาดซัดโหมกระหน่ำ บ้างก็ร่วงหล่น บ้างก็ยืนหยัดท้าทาย บ้างก็มีใบบัวขนาดใหญ่ปกคลุมด้านบน ทำให้ปลอดภัยจากการคุกคามของพระพิรุณ

กระนั้น...กลับมีบัวสีชมพูอมม่วงดอกหนึ่ง ชูช่ออย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางสายฝน

แม้ว่าจะไม่มีใบบัวขนาดใหญ่คอยปกป้อง

[1] ดอกอินทนิลน้ำ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 149 จบ

    “เอาล่ะเช่นนั้นก็ได้ ข้าจะลองไปคุยกับท่านแม่ว่าจะทำเช่นไรท่านพ่อจึงจะยอมให้ท่านเข้าไปดูผาอัคคี เผื่อว่าท่านเห็นแล้วอยากจะเปลี่ยนใจ”“ข้าเข้าไปดูได้หรือ”“ข้าถึงได้บอกว่าจะไปขอท่านแม่อย่างไรเล่า หากไปถามเรื่องนี้กับท่านพ่อ รังแต่จะทำให้เขารู้เท่าทันแผนข้าน่ะสิ” เสวียนจิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์“แผนหรือ”“ข้าจะอธิบายเรื่องแผนการของข้าทีหลัง วันนี้ท่านนอนพักผ่อนเถิด ข้าจะกลับมารับพรุ่งนี้เช้า”เสวียนจิ้งมารับฟู่หย่งเจี้ยนในตอนรุ่งเช้าจริงๆ ทว่านางกลับวางยาทำให้เขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรง จับเขามัดเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะจับเขาโยนขึ้นรถม้า แล้วออกจากเมืองหลวงแคว้นจ้าวมา ท่ามกลางความตื่นตะลึงของชายหนุ่มเขาไม่คาดคิดว่านางจะทำเช่นนี้ ก่อนออกมาจากโรงเตี๊ยมในยามรุ่งสาง เขาได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงอ่อนโยนคุ้นเคยของฮูหยินจ้าววัง มารดาของนางที่อุตส่าห์นำเงินค่าเดินทางมาให้ถุงใหญ่คนของวังเมฆาอัคคีนี่ช่างทำอะไรเหนือคาดจริงๆ!!“จิ้ง เจ้าทำเช่นนี้จะยิ่งเป็นการทำให้ท่านจ้าววังไม่ยอมรับข้า” ฟู่หย่งเจี้ยนที่นอนอยู่ในรถม้าเอ่ยขึ้น ในขณะที่เขาจ้องมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังบังคับรถม้า เสวียนจิ้งเปิดม่านหน

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 148

    เสวียนจิ้งจึงชะงักแล้วมีท่าทีละล้าละลัง จะให้นางคุยกับฟู่หย่งเจี้ยนตรงนี้ต่อหน้าบิดากับมารดา นางยังไม่อยากหาเรื่องตายให้ฟู่หย่งเจี้ยนนะ!!!จะให้พูดได้อย่างไรเล่าว่านางเป็นฝ่ายตามติดเขาก่อน แต่เรื่องที่ฟู่หย่งเจี้ยนเคยปฏิเสธนางก็เป็นเรื่องจริง หากบิดายอมอ่อนข้อให้ฟู่หย่งเจี้ยนง่ายๆ เขาก็ไม่ใช่จ้าววังเมฆาอัคคีแล้ว…ฟู่หย่งเจี้ยนมองจากท่าทางของเสวียนหมิง ก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายล่วงรู้เรื่องของเขาโดยละเอียด ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้เรื่องต้องยืดเยื้อต่อไปเขาเป็นเคยเป็นคนของราชสำนักแคว้นฉิน...เขาไม่ปฏิเสธ อย่างไรเสียการเผชิญกับความจริงก็ต้องเกิดขึ้น ดังนั้นร่างสูงจึงแตะมือลงไปยังหลังมือของเสวียนจิ้งที่ยังคงเกาะกุมมือของเขาอยู่เขาพยักหน้าให้นางเพื่อให้นางปล่อย ซึ่งนางก็ยินยอมโดยดีโดยไม่พูดอะไร ดูแล้วนางเองก็เข้าใจตรงกันกับเขากระมัง เพราะหากเสวียนหมิงไม่ยินยอมอนุญาต มีหรือที่นางกับเขาจะได้พบกันอีก“ท่านจ้าววังข้าน้อยจริงใจต่อจิ้ง ขอท่านจ้าววังช่วยส่งเสริมเราสองคนด้วย”เสวียนจิ้งอ้าปากค้างเมื่อได้ยินประโยคนั้น‘เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง’บิดาของนางมิใช่คนที่ใครก็สามารถต่อกรได้ ยิ่ง

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 147

    “จิ้งเอ๋อร์มายืนทำอะไรตรงนี้เล่า มาช่วยแม่ในครัวหน่อย หน้าร้านปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านน้าของเจ้า กับรั่วหลิงก็พอ”“เจ้าค่ะท่านแม่”แม้จะเดินนำเข้าไปด้านในก่อน แต่กระนั้นสายตาของหญิงวัยกลางคนก็กวาดผ่านเขาไปครั้งหนึ่ง ก่อนจะละไปราวกับไม่ใส่ใจ ทว่ามีเพียงฟู่หย่งเจี้ยนที่รู้ว่าไม่ใช่!!!ท่าทีสำรวมกว่าทุกครั้งของเสวียนจิ้ง ทำให้ฟู่หย่งเจี้ยนรู้สึกหนักอกหนักใจ เสวียนจิ้งที่มีท่าทีไม่เกรงฟ้าไม่กลัวดิน กลับมีท่าทีราวกับเป็นคนละคนในยามที่นางอยู่ต่อหน้ามารดาแล้วเช่นนี้เขาควรเข้าทางมารดาของนางหรือจึงจะดี...แม้ในใจจะครุ่นคิดเช่นนั้น ทว่าฟู่หย่งเจี้ยนก็ไม่ได้ผลีผลาม เพราะรู้ดีว่าหากเขาขอเข้าพบโดยตรงคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักแม้ฮูหยินจ้าววังของวังเมฆาอัคคี จะดูเหมือนกลมกลืนกับชาวเมืองหลวง ทว่าเขาไม่เชื่อว่าท่านจ้าววังอย่างเสวียนหมิง จะไม่ส่งคนมาคุ้มกันที่ตระกูลอิ่นแห่งนี้ ดังนั้นดวงตาคมจึงกวาดมองไปทั่วทิศ จุดประสงค์ก็เพื่อมองหาผู้คุ้มกัน ทว่าเขากลับไม่สามารถรับรู้การมีตัวตนของอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้ตัวเองผลีผลามเอาชีวิตมาทิ้งโดยใช่เหตุ ฟู่หย่งเจี้ยนจึงได้แต่ถอยกลับไปตั้งหลักที่โรงเตี๊ยมเพื่อคิดหาหนทางเ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 146

    ตำหนักเฟยเฟิ่งวังหลวงแคว้นฉิน“ท่านมั่นใจแล้วหรือ” ฉินหยูเฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่จะมั่นใจนัก ในยามที่ฟู่หย่งเจี้ยนบอกนางว่าเขาต้องการลาออกจากการเป็นองครักษ์“พ่ะย่ะค่ะ หน้าที่ของกระหม่อมเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทรงปลอดภัย องค์รัชทายาทจะทรงดูแลองค์หญิงได้ดีกว่าผู้ใด”“ข้ารู้ว่าท่านเองก็เหนื่อยมาก การเดินทางไปแคว้นเยวี่ยครั้งนั้นได้ยินมาว่าไม่มีองครักษ์คนใดที่อาสาไปด้วยตัวเองเลยนอกจากท่าน เพราะพวกเขาสังหรณ์ใจว่าจะไม่ได้กลับมาอีก ซึ่งมันก็จริง” ฉินหยูเฟยเอ่ยเสียงแผ่ว“แม้ทำเช่นนี้อาจดูเหมือนกระหม่อมผิดต่อคำสัตย์ที่ให้ไว้กับ...”“ไม่ใช่!!” ฉินหยูเฟยเอ่ยขัดเขา “ท่านไม่ได้ผิดคำพูดใดๆ ที่ให้ไว้กับเสด็จพ่อ ท่านทำหน้าที่ที่ท่านได้รับมอบหมายลุล่วงแล้ว ท่านแทบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะพยายามรักษาคำสัตย์ เราจะปล่อยท่านไป ท่านจงไปทำในสิ่งที่หัวใจของท่านปรารถนาเถิด” ฉินหยูเฟยเอื้อมมือไปรับตราองครักษ์คืนจากมือฟู่หย่งเจี้ยน“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”“หากท่านมีโอกาสเดินทางไปยังแคว้นเยวี่ย...”“เขาไม่มีทางไปเยี่ยมเยียนเราได้” เยวี่ยเสียนเฉิงที่ไม่รู้ว่าก้าวเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรเอ่ยขึ้นฉินหยูเฟยขมวดคิ้วเพราะไม่เข้าใ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 145

    แม้ว่านางจะทำผิดและถูกลงโทษ ทว่าการขับออกจากพรรคนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ หากทั้งสองจะคบหา และติดต่อกันมีเพียงเขาต้องละทิ้งในสิ่งที่เขามีเท่านั้น แต่นั่นมันหมายถึงเขาต้องผิดคำสัตย์ที่ให้ไว้กับอดีตจักรพรรดิเสวียนจิ้งมีความหมายต่อความรู้สึกเขาทว่าคำสัตย์ที่ให้ไว้คือการคุ้มกันองค์หญิงให้เดินทางไปเข้าพิธีเสกสมรสอย่างปลอดภัย แล้วในเวลานี้ถือว่าตัวเขาลุล่วงซึ่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเอาไว้แล้วหรือยัง..ฟู่หย่งเจี้ยนซึ่งอยู่ในชุดสีฟ้าขาว ไม่ใช่ชุดประจำตำแหน่งองครักษ์สีแดงสลับขาวเช่นเดิม ในมือของเขามีเพียงกระบี่อ่อนคู่กายเป็นอาวุธเท่านั้น มองเผินๆ จึงดูเหมือนชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง หาใช่ขุนนางของราชสำนักไม่ร่างสูงเดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนนด้วยความคิดถึง ในยามที่มองเห็นตลาดที่คึกคักของเมืองหลวงแคว้นฉิน นับตั้งแต่วันที่เขาวางยาสลบเสวียนจิ้ง จนถึงวันที่เขาเองต้องเดินทางมากับขบวนของรัชทายาทเยวี่ยเสียนเฉิง และองค์หญิงฉินหยูเฟยมายังแคว้นฉิน เขาก็ไม่ได้พบนางอีกเลยคำเตือนของเสวียนเฟิ่งยังคงก้องอยู่ในหู เขาพยายามหาคำตอบให้ตัวเองแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่พบ...วันนี้เขานัดพบกันกับสหายชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง ซึ่งทั้งส

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 144

    จุมพิตร้อนแรงหนักหน่วงประทับลงไปยังริมฝีปากของเสวียนจิ้ง พยายามบังคับให้นางกลืนยาเข้าไป ในยามที่สติของนางถูกกลิ่นกายของฟู่หย่งเจี้ยนเข้าครอบงำ เสวียนจิ้งพลันสมองขาวโพลน นางดิ้นรนด้วยพละกำลังที่มี หากแต่กำลังภายในและวรยุทธ์กลับไม่ได้ดึงออกมาใช้ เพราะนางเองก็คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นนี้ฟู่หย่งเจี้ยนใช้มือหนึ่งดันต้นคอของหญิงสาวเอาไว้ ส่วนมือใหญ่อีกข้างก็รวบข้อมือของนางเอาไว้ เพื่อไม่ให้นางขัดขืนได้ถนัดนักลิ้นร้อนพยายามกวาดเข้าไปในโพรงปากอบอุ่น เพื่อบังคับให้นางรับยาสลบเข้าไปอย่างอุกอาจ เขาไม่ยอมให้นางปฏิเสธ ไม่ยอมให้นางผละออกห่างแม้กระทั่งตอนที่ยาทั้งหมดถูกนางกลืนเข้าไปอย่างไม่รู้ตัวจุมพิตหนักหน่วงกดย้ำและหยอกเอินริมฝีปากที่อ้าเผยอออกอย่างไร้ทางสู้ หัวใจของทั้งสองเต้นระรัว ลมหายใจหรือก็หอบโยนไม่ต่างกันเรี่ยวแรงของเสวียนจิ้งลดน้อยลง เมื่อยาสลบออกฤทธิ์ กระนั้นฟู่หย่งเจี้ยนก็หาได้ละไปจากริมฝีปากเย้ายวน ซึ่งบัดนี้แดงช้ำเพราะจุมพิตเร่าร้อนของเขาความรู้สึกอยากครอบครองซึ่งเขาไม่คิดว่าตนจะมีมาก่อนพุ่งขึ้นสูง ดวงตาคมที่เข้มขึ้นเพราะแรงปรารถนา ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะประทับจุมพิตลงไปยังริมฝีป

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 38

    ฟู่หย่งเจี้ยนหัวเราะออกมาอย่างสาแก่ใจ เขาสงสัยมาโดยตลอดว่าเขาคำนวณสิ่งใดผิดพลาดไปจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น จนในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่า หลีซี นางกำนัลคนสนิทของฉินหยูเฟยเป็นคนทรยศ“พวกเจ้าพูดสิ่งใดไปบ้างกันแน่!! รู้ตัวหรือไม่ว่าทำอันใดลงไป!!” หยางเหอซีโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ“ออกไปซะแล้วอย่าเข้ามาที่นี่อี

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 37

    “แต่ท่านบอกว่าเราเป็นเพียงคู่หมั้นกัน หากข้าเรียกท่านว่าท่านพี่ จะไม่เหมาะสมหรือไม่ เมื่อครู่ไม่รู้ว่าเขาจะสงสัยหรือเปล่า” ซูฉิงเยี่ยนขมวดคิ้ว“หยงเอ๋อร์ เจ้าไม่สังเกตหรือว่าที่นี่มีห้องนอนเพียงห้องเดียว ข้าบอกว่าเจ้าเดินทางเข้าเมืองหลวงมาหาข้า เจ้าอยู่ที่นี่เพียงลำพังกับข้า ดังนั้นความหมายก็ชัดเจน

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 36

    “เจ้าค่ะ ข้ามีอาการป่วยจึงไม่ได้ออกมาต้อนรับท่านตั้งแต่แรก ขออภัยที่เสียมารยาท”หญิงสาวรับรู้ถึงสายตาของอีกฝ่ายก็อดที่จะขนลุกซู่ขึ้นมาไม่ได้ สายตาเช่นนี้ถานเจียงอดีตคู่หมั้นของนางก็เคยมองนางแบบเดียวกันมาก่อน แต่สายตาของหยางเหอซีนั้นน่ากลัวกว่ามาก เพราะมันแลดูซับซ้อนและเต็มไปด้วยแผนการร้ายที่สำคัญก

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 35

    “ข้าบอกท่านไปแล้วว่านางไม่สบาย คงไม่สะดวกให้ใครพบ”เสียงสนทนาของทั้งสองทำให้คนที่ลนลานอยู่ในห้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติซูฉิงเยี่ยนได้แต่ตำหนิตัวเองที่กลัวจนลนลานทำอะไรไม่ถูก ทั้งที่เมื่อก่อนนางเคยเยือกเย็น และหนักแน่นกว่านี้ แต่จะให้นางทำอย่างไรได้ เรื่องทั้งหมดไม่ใช่ว่าจะได้พานพบทุกวันเมื่อไ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status