Home / รักโบราณ / บุปผาซ่อนไฟ / ตอนที่13 ดูแคลน

Share

ตอนที่13 ดูแคลน

last update publish date: 2026-07-14 19:22:04

“อินอิน เจ้าไม่พอใจก็มิควรใช้คำพูดหยามเหยียดผู้อื่นเยี่ยงนี้”

         หลิวหนิง ตำหนิหลานสาว คล้ายหวังดี แต่ความเป็นจริง คือการตอกย้ำให้ผู้อื่น เห็นด้านไม่ดีของหลานสาวเสียมากกว่า

         “ท่านอาหญิง คนเช่นนี้มีสักครั้งหรือไม่ ที่คิดหยามเหยียดผู้อื่น ทุกคนที่นี่ล้วนรู้จักข้าเป็นอย่างดี ข้าเกิดและเติบโตมาด้วยกหารอบรมอย่างเข้มงวด ย่อมรู้ดีว่าตนเองมีคุณค่าและยืนอยู่ในจุดใด คำคล้ายตำหนิ แต่แท้จริงหมายเหยียบข้าให้จมดินนั้น ท่านอาหญิงมิควรเอ่ยมันให้ตนเองเสียหน้า จะเป็นการดีกว่านะเจ้าคะ”

         หลิวอินอิน หันไปจับจ้องที่ใบหน้าของหลิวหนิง รวมถึงสายตาของคนที่มาร่วมงาน ต่างจับจ้องไปที่หลิวหนิง หรงหลิ่วถึงกับขยับไปยืนแอบอยู่หลังมารดา เมื่อเห็นว่าตอนนี้ ทุกคนที่กำลังจะเดินเข้างาน ต่างหยุดหันมองการโต้เถียงในครั้งนี้

         “เจ้าคิดมากไปเอง อินอิน ข้าคืออาของเจ้า ไยจะไม่รักห่วงในตัวเจ้าเล่า”

         หลิวหนิง มีหรือจะยินยอมให้ตนเอง กลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เพียงลูกนกที่เพิ่งผลัดขน เล่ห์เหลี่ยมยังไม่ถึงครึ่งของนาง คิดหรือว่าความหยิ่งทะนงตน จะสามารถเอาชนะนาง ที่รู้จักอ่อนรู้จักแข็งได้อย่างถูกจังหวะ

         “หากท่านอาหญิงรักห่วงในตัวข้าจริง ย่อมรู้ที่จะอบรมบุตรสาว มิให้ก้าวล่วงข้าในเรื่องส่วนตัวของผู้ใด หรือการที่นางพูดจาเสียงดัง เพื่อเรียกสายตาผู้คน มาดูว่าข้ากำลังหึงหวงบุรุษ คือการกระทำอันควร ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ข้าที่ยังมิได้หมั้นหมายอย่างเป็นทางการ จะต้องแบกรับคำพูดที่หาความจริงไม่ได้เจ้าคะ แล้วการที่ข้าปกป้องเกียรติของตนเอง คือการหยามหมิ่นผู้อื่น และเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ข้าคิดว่ามันช่างอยุติธรรมเหลือเกิน ในเมื่อข้าไม่ได้รู้สึกนึกคิด และกระทำอย่างที่ถูกกล่าวหา ข้าย่อมมีสิทธิ์ที่จะปกป้องตนเอง แต่กลับกลายเป็นข้าทำผิดเสียอย่างนั้น”

         หลิวอินอิน ไม่มีท่าทีของความแตกตื่น นางยังคงมีน้ำเสียงและท่าทางที่ราบเรียบ หนักแน่นในทุกถ้อยคำของตนเอง นี่พี่สาวของนาง ทนได้อย่างไร กับสังคมเช่นนี้ หากเป็นนางแล้วละก็ บอกได้คำเดียวว่าจะสั่งตบปากให้รู้หลาบจำไปสักครึ่งปี หรือทั้งชีวิตเลยทีเดียว

         “พี่สะใภ้! เห็นสิ่งที่นางกระทำต่อข้าที่เป็นอาหรือไม่เจ้าคะ”

         เป็นอีกครั้งที่หลิวหนิง หันไปหาพี่สะใภ้ เพื่อโยนทุกความผิดไปที่อีกฝ่าย ลูกไม่ดีต้องโทษมารดาที่ไม่สั่งสอน คำนี้ล้วนไม่มีผิดเพี้ยน

         “หากพวกเจ้าแม่ลูกติดตามมาร่วมงานเลี้ยง และมีปัญหามากนัก ข้าจะส่งพวกเจ้ากลับเสีย”

         เป็นการตัดปัญหาที่ไม่ยืดเยื้อ และนั่นทำให้เหล่าฮูหยินเอก ที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ต่างคลี่ยิ้มอย่างพึงใจ มีใครบ้างมองไม่ออก ถึงจุดประสงค์แท้จริงของสองแม่ลูกสกุลหรง ที่เพียรพยายาม ทำให้บุตรสาวสายตรงจากจวนใหญ่ กลายเป็นเพียงตัวตลกของคนในงาน แต่พอทำไม่สำเร็จ ก็เลือกที่จะโยนทุกความผิดมาที่คนเป็นแม่ ช่างโง่เขลาเกินไปแล้ว

         “พี่สะใภ้! ไยท่านพูดเยี่ยงนี้ อย่างไรข้าก็คือน้องสาวแท้ ๆ ของสามีท่านนะเจ้าคะ”

         “ไม่ผิด! แต่ที่ผิดคือเจ้ามิรู้จักวางตัว ที่นี่คืองานเลี้ยงลมบุปผา สิ่งที่ทุกคนต้องการ คือความรื่นเริง มิใช่เรื่องแก่งแย่งความโดดเด่น จนกลายเป็นการไร้ซึ่งมารยาท”

         เป็นการด่าทอที่ไม่หยาบคาย แต่ก็ชัดเจนอย่างยิ่ง หลิวฮูหยินแม้จะดูเป็นคนอ่อนโยน ทว่าด้วยนิสัยของบุตรสาวแม่ทัพ มีหรือยามลงมือจะปราณีต่อเป้าหมาย

ตอนที่13

         “หลิวฮูหยิน คุณหนูใหญ่หลิว มาแล้วหรือเจ้าคะ”

         ฮูหยินท่านราชครู เดินเข้าหาสองแม่ลูก ด้วยท่าทางอันสง่า สมกับการเป็นสตรีสูงศักดิ์ แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้น นางย่อมรู้เห็นมันดีอยู่แล้ว จนเห็นว่าเรื่องท่าจะบานปลาย อีกทั้งคนจากสกุลใหญ่ เริ่มหลั่งไหลเข้างานมากแล้ว จึงได้ออกมาตัดบทการโต้เถียง ของคนจากสกุลมหาเสนาบดี

         “จางฮูหยิน ข้ากับครอบครัวเสียมารยาทนัก ที่กระทำเรื่องไม่อันควรเช่นนี้”

         หลิวฮูหยิน รีบที่จะเอ่ยขออภัยในเรื่องที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าความผิดนี้ ทุกคนพุ่งเป้าไปที่หลิวหนิง และนี่คือเหตุผลที่ไม่เชื้อเชิญ เหล่าอนุและบุตรสาวเข้าร่วมงาน การเปรียบเทียบและกระทบกระทั่ง อย่างไรก็ต้องเกิดขึ้น

         “เรื่องเข้าใจผิดของเด็ก ๆ หลิวฮูหยินอย่าได้กังวลไปเลยเจ้าค่ะ เช่นนั้นเราเข้าไปข้างในกันดีกว่านะเจ้าคะ”

         จางฮูหยินเลือกที่จะชวนแม่ลูกสกุลหลิวเข้าไปในลานจัดเลี้ยง เพื่อยุติการโต้เถียงนี้เสีย หลิวอินอิน ย่อกายให้เจ้าของงานอย่างรู้ผิด ก่อนจะหันไปมองน้องชาย เรียวปากงามคลี่ยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะเดินตามมารดาและเจ้าของงานไป

         “นี่คือความต่างของชาติกำเนิด”

         คนที่ไม่เคยดูหมิ่นคนที่ฐานะต่ำกว่าอยี่ยงเจียงสือ ถึงกับเอ่ยออกมาด้วยความไม่พอใจ สายตาที่มองไปยังสองแม่ลูกสกุลหรง รวมไปถึงเหยาโจว มันเต็มไปด้วยการดูแคลน นี่อย่างไรเล่า เหตุผลที่เขาไม่ชื่นชอบงานเลี้ยงดูตัวเช่นนี้ แม้ว่าจะไม่บ่งบอกอย่างโจ่งแจ้ง ว่านี่คือการหาคู่ให้บุตรชายหญิง แต่ย่อมเป็นเรื่องที่รู้กันดีในแวดวงของสังคม

         “คนไร้การศึกษาเยี่ยงเจ้า! อย่าได้มาพุดถึงเรื่องชาติกำเนิด”

         เท้าที่กำลังจะก้าวเดิน พลันหยุดลง เจียงสือหันกลับไปมองคนพูดอย่างช้า ๆ แววตาของชายหนุ่ม เต็มไปด้วยรังสีแห่งการฆ่า

         “ข้าคือขุนพลซ้ายสกุลเจียง คนที่เอาตำราบังหน้าจากไร้ชื่อ ช่างอาจหาญใช้วาจาหมิ่นข้าอย่างไม่ก้มดูกำพืดตนเอง”

         คำพูดของเจียงสือ ทำให้เหยาโจวเสมือนถูกหมัดหนัก ๆ ซกมาที่ใบหน้าเต็มแรง จนเขาไม่อาจยืนอยู่ได้ เพราะเวลานี้สายตาของเหล่าผู้มีฐานะ ต่างจับจ้องมาที่เขาอย่าดูแคลน สกุลโจวที่เพิ่งมีทายาทก้าวมาเป็นขุนนางขั้นเก้าเล็ก ๆ กล้าดีอย่างไรมาเทียบเคียง ทายาทจากสกุลขุนนางขั้นหนึ่งอย่างสกุลเจียง ไม่รู้ที่ยืนของตนเองเลยจริง ๆ

         “เจ้าหมิ่นคนต่างชนชั้นสินะ!”

         “คนเยี่ยงข้าไม่เคยดูหมิ่นใครโดยไม่ไตร่ตรอง เพราะครอบครัวของข้าสอนอยู่เสมอ ว่าคนทุกคนล้วนมีค่าในตนเอง ยกเว้นคนที่ขลาดเขลาจนเกินเยียวยา”

         “เจ้า!”

         เหยาโจวไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกมาตอนนี้ เพราะคำพูดนั้นมันคือคำด่าทอเขา ว่ามีการศึกษาแต่ไร้หัวคิด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่67 ประชดหรือ

    “ท่านทำเพื่อนางอย่างนั้นหรือ” หนิงเชียวยังเชื่อว่าที่เขาทำเช่นนี้ เพื่อประชดนางที่ไม่แต่งงานกับเขา ตามสัญญาหมั้นหมาย หญิงสาวจึงเอ่ยถามออกไป ด้วยความมั่นใจ แม่ทัพหนุ่มทำเพียงเพื่อให้นางหึงหวง และเขาทำสำเร็จ นางกำลังหวงเขาที่เป็นของนางตั้งแต่แรก “ข้ามั่นใจว่าหูเจ้ายังคงปกติดี ไยจึงเข้าใจสิ่งใดยากเย็นนักเล่า ส่งแขก!” แม่ทัพหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบ ก่อนจะสั่งพ่อบ้าน ส่งแขกที่เขาไม่ได้เชื้อเชิญ ก่อนจะหันไปคว้ามือว่าที่ภรรยา หลิวอินอิน เดินตามการจับจูงของแม่ทัพหนุ่ม นางก้าวเคียงข้างรถเข็ญ เข้าไปในเรือน โดยที่คนทั้งสามไม่ได้สนใจ ต่อเสียงหวีดร้อง ด้วยความไม่พอใจ นางถูกรั้งตัวพาออกไปยังประตูจวน หญิงสาวแสดงอาการขัดขืนอย่างที่สุด ไม่ว่าอย่างไรนางก็คือฮูหยินสายรอง เจ้าพวกคนชั้นต่ำนี้ กล้าดีเยี่ยงไรมาแตะต้อง เนื้อตัวของนาง หญิงสาวพยายามสะบัด มือของพ่อบ้านให้หลุด ออกจากต้นแขนของนาง ทว่ามือของชายชรา กับแข็งราวเหล็กกล้า “ปล่อยข้านะ เจ้าคนชั้นต่ำ เอามือสกปรกของเจ้าออกไปพ้นเนื้อตัวข้าเดี๋ยวนี้” หญิงสาวยังคงพยายามที่จะดื้อดึง ไม่ก้าวเดิน ต

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่66 อดีตคู่หมั้น

    ครึ่งชั่วยามต่อมา ณ จวนแม่ทัพสกุลจ้าวหลิวอินอิน ได้ก้าวลงจากรถม้า ก่อนจะเดินตรงไปยังหน้าประตูจวน วันนี้นางตั้งใจนำขนม ที่ซื้อหอชุ่นเทียน เพื่อเอามาฝากจ้าวหรูอี้ และว่าที่สามี ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวขึ้นบันไดหน้าจวน ก็มีรถมาคันหนึ่ง เคลื่อนเข้ามาจอดเสียก่อน หญิงสาวจึงหันกลับไปมอง ก่อนจะคลี่ยิ้มน้อย ๆ เมื่อเห็นแล้วว่าคนที่ลงมาจากรถม้าคือผู้ใด “ดูเหมือนความยุ่งยาก เฉกเช่นคนเมืองหลวง เริ่มขึ้นอีกครั้งแล้วสินะ!” หญิงสาวเอ่ยเบา ๆ กับชุ่ยผิง นางไม่ได้ชื่นชอบความวุ่นวาย กับการช่วงชิงบุรุษ ของหญิงสาวมากมายในเมืองหลวง เพียงเพื่อให้ตนเองมีจุดยืน เพราะสำหรับนางแล้ว นับตั้งแต่จำความได้ นางมีจุดยืนอันแน่วแน่ของตนเอง มาตั้งแต่ต้น มิเว้นแม้แต่พี่สาวผุ้ล่วงลับของนาง ก็ไม่ต้องพึ่งพิงอำนาจของบุรุษ ในการมีชีวิตรอด นี่อาจเป็นหนึ่งเหตุผล ที่พี่สาวของนางถูกลอบสังหาร จิ้งจอกหลายตัวเริ่มโผล่หัวออกมาแล้ว นางแค่ยังคงแสดงต่อไป “อ้าว...นึกว่าผู้ใด หนูใหญ่หลิวนี่เอง ลมอันใดหอบให้เจ้า มาที่จวนแม่ทัพเล่า” ยังไม่ทันที่หลิวอินอิน จะได้ตัดสินใจก้าว เข้าไปในจวนตามความตั้งใจเดิม เสียงจาก

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่65 มุ่งมั่น

    “เอาเป็นว่าเรื่องนี้ แล้วค่อยมาคุยกันเมื่อ เจ้าอารมณ์เย็นลงกว่านี้อีกสักหน่อย” จ้าวเทียนหลง เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียง ดูสงบนิ่งที่สุด เพื่อยุติปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ด้วยอารมณ์ของภรรยา กำลังเดือดดาลอย่างที่สุด หากเวลานี้ เขายังขัดขวางตอนนางอยู่ ผลที่ออกมา ย่อมมิใช่เรื่องที่ดี ซึ่งนางไม่เคยที่จะพูดจา หรือแสดงสีหน้าเช่นนี้ ต่อเขาและมารดามาก่อนเลย แต่เมื่อนางกล้าที่จะทำ นั่นหมายความว่านางเอาจริงแล้ว “แต่นาง...” “ท่านแม่ กลับไปพักผ่อนที่เรือนสักครู่เถอะขอรับ นางมีหน้าที่ดูแลจวน อย่างไรเสีย ก็เป็นหน้าที่ของนาง ท่านแม่ควรอยู่ให้สบายเถอะขอรับ” ยังไม่ทันที่เจ้าฮูหยิน จะได้เอ่ยสิ่งใดออกมา จ้าวเทียนหลง รีบเอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน เขารู้ดีว่ามารดา กำลังไม่พอใจ กับสิ่งที่ภรรยาของเขา เอ่ยออกมา แต่จะให้เขาทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อ ทั้งจวนรอง ล้วนอยู่ได้เพราะนาง หากมารดายังดึงดันไม่ให้เรื่องยุติ คงเกิดเรื่องใหญ่ตามมา จนยากที่จะประสานรอยร้าว ให้กลับมาเหมือนเดิมได้ “นับเจ้ายังรู้คิดจ้าวเทียนหลง แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า ข้าจะยินยอม เป็นเบี้ยในกระดานของเจ้า หาก

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่64 กุมอำนาจ

    “หนิงเซียว เจ้าหยุดได้แล้ว เรื่องในอดีตเจ้าจะขุดคุ้ย ขึ้นมาเพื่อสิ่งใดกัน หรือเจ้าคิดว่าเวลานี้ เจ้าช่วยเหลือเจ้าได้มากอย่างนั้นหรือ” เมื่อได้ยินคำสบประมาทจากภรรยา จ้าวเทียนลง อยากที่จะพุ่งเข้าไป บีบคอนางเสียให้ตายคามือ แต่เพราะเวลานี้ นางยังมีประโยชน์ สำหรับเขาและมารดา หากจะลงมือให้นางถึงตาย ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะยินยอม ให้นางแสดงความโอหัง เหนือเค้าที่เป็นสามีได้ตามแต่ใจ ตราบใดที่เขายังขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำครอบครัว นางจะพอใจต่อการกระทำของเขาหรือไม่ นั่นมิใช่สิ่งที่นาง จะมาแสดงออกต่อหน้าเขา “เหอะ! ข้าขุดคุ้ยเยี่ยงนั่นรึ การที่ข้ากล้าที่จะเอ่ยปาก ถึงความบกพร่องในตัวของเจ้าออกมา นั่นเพราะข้ายังมีความรู้สึกดี ๆ ให้เจ้าในฐานะสามีอยู่ แต่จำไว้ให้ดี ว่าถ้าวันไหน ข้าไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาจากปากอีก นั่นหมายความว่า ในสายตาของข้า เจ้าก็มีต่างจากขยะชิ้นหนึ่ง ที่ข้าพร้อมจะโยนทิ้งเมื่อใดก็ได้” “นังคนสารเลว! เจ้าอาจหาญด่าทอบุตรชายของข้า ทั้งยังหยามหมิ่นเขา ต่อหน้าข้าที่เป็นมารดา เจ้าช่างไม่รู้ที่ตายเอาเสียเลย” จ้าวฮูหยิน ตวาดด่าทอลูกสะใภ้เส

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่63 ลองดู

    จวนจ้าวสายรอง จ้าวฮูหยิน กำลังมองตรงไปยังลูกสะใภ้คนรอง ด้วยแววตาชิงชัง อย่างไม่คิดที่จะปกปิดเอาไว้แม้แต่น้อย ลูกสะใภ้ที่นางเคยหมายมั่นเอาไว้ ว่าจะต้องนำพาบุตรชายคนรองของนาง ให้ก้าวสู่อำนาจในภายหน้า ด้วยการหนุนนำจากสกุลเดิมของลูกสะใภ้ ทว่าจนถึงเวลานี้ บุตรชายสุดที่รักของนาง ยังไม่ก้าวข้ามตำแหน่ง ขุนนางชั้นเล็ก ๆ ไปไม่ได้เลย ครั้งก่อนที่บุตรชาย ได้ก้าวเข้าสู่ราชสำนัก ก็ด้วยอำนาจของบุตรชายคนโต ที่แลกมากับการรับจ้าวหรูอี้ เป็นบุตรสาวสายตรง แต่เวลานี้ทุกอย่าง ไม่เป็นไปตามที่นางคาดหวัง แม้เพียงครึ่งเสียว “ท่านแม่มองข้าเยี่ยงนี้ หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ หรือกำลังตำหนิว่าขา ไม่อาจทำในสิ่งที่ต้องการได้เจ้าคะ” หนิงเชียวเอ่ยถามแม่สามี ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้อ่อนน้อม อย่างที่เคยเป็น นางอดทนมามาก พอแล้ว กับการถูกกดดัน และข่มเหงทางความรู้สึก ผู้ใดจะไปรู้เล่า ว่าการถอนหมั้นกับเจ้าเทียนฉี แล้วเลือกแต่งงานกับเจ้าเทียนหลง ชีวิตของนางจะแปรเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ มิใช่ดีขึ้น ทว่ามันตรงกันข้าม... “หนิงเชียว เจ้ากล้านักนะ ที่ใช้น้ำเสียงและสายตาเช่นนี้ต่อขา ใช่และอย่างไร! ข้าก

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่62 เคารพเงิน

    “เช่นนั้น! ก็อย่าได้หาว่า พวกข้ารังแกสตรี” หัวหน้าของผู้มาเยือน ชี้ปลายกระบี่ไปยังหน้าของสาวใช้ นางก็แค่สตรีพูดหนึ่ง ที่เรียนรู้วิชายุทธ์ก็เท่านั้น หากเทียบกับบุรุษแล้ว เขามั่นใจว่า นางไม่มีทางทัดเทียมก็ได้ หากเป็นชายเจ้าของบ้าน นั่นใช่! เขายอมรับว่าคนผู้นั้น เขารู้สึกหวั่นไหวและกริ่งเกรงอยู่ในใจ แต่กับนาง สาวใช้ต่ำชั้น หาได้ทำให้เขา มีความรู้สึกหวาดกลัวได้เลยแม้แต่น้อย “อย่าเสียเวลาเลย หากชาหมดกา นายข้าต้องรีบกลับจวน สตรีในห้องหอ มิอาจเที่ยวเล่นนอกจวน ได้ตามอำเภอใจ” แค่ก ๆ เสียง ไอถี่ดังขึ้น จากชายเจ้าของบ้าน ก่อนที่เขาจะชำเลืองมอง ไปยังสตรีในห้องหอ ผู้ที่ไม่อาจไปไหนตามอำเภอใจได้ ช่างเป็นคำนิยาม ที่ไม่เป็นความจริงเอาเสียเลย ด้วยรู้จักกันมานาน ทั้งยังทำการค้าด้วยกันมาหลายปี หญิงงามผู้นี้ ยังห่างไกลคำว่า สตรีในห้องหอประหนึ่งท้องฟ้าสูงกับหุบเหวลึก! “ท่านจะรีบดื่มไปทำไม ไม่ต้องเร่งเร้าให้ข้ารีบกลับบ้าน อย่างไรเสียค่าสตรีผู้บอบบาง ย่อมมิรั้งอยู่ รบกวนท่านนานอย่างแน่นอน” หญิงสาวเอ่ยกับเจ้าของบ้าน ผู้ที่กำลังหน้าดำหน้าแดง จากการสำลักน้ำชา มีหรือน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status