Home / รักโบราณ / บุปผาซ่อนไฟ / ตอนที่14 แตกต่าง

Share

ตอนที่14 แตกต่าง

last update publish date: 2026-07-15 19:51:18

เจียงสือไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ เขาก้าวตามบ่าวชายของจวนราชครู ไปยังลานจัดเลี้ยงสำหรับบุรุษ ส่วนคนที่เหลือต่างก็แยกย้ายกันไป การมาร่วมงานของหลายคน ก็เพียงเพื่อดื่มกินให้สำราญ หรือเพียงตามมารยาทเท่านั้น มิได้หมายจะมามองหาคู่เช่นหลายสกุล

         “คุณชายเจียง”

         เสียงเรียกจากด้านหลัง ทำให้เจียงสือ ที่เหมือนคนโดดเดี่ยวในงาน หยุดเท้าลง แล้วหันกลับไปมองยังคนที่เรียกขาน

          “คุณชายท่านนี้คือ...” เจียงสือ เอ่ยถามออกไป ด้วยเขาไม่รู้จักคนตรงหน้าเลย

         “ข้าจ้าวเทียนหลง”

         ชายหนุ่มหน้าตาดี เอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มไมตรีมาให้แก่เขา เจียงสือนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เรียวปากของเขาจึงคลี่ออก นี่คือเป็นน้องชายของท่านแม่ทัพแห่งแดนตะวันตก จ้าวเทียนฉี แม่ทัพผู้เกรียงไกร ชายที่ยอมสละร่างกาย เพื่อปกป้องแดนตะวันตก ที่ถูกรุกราน แต่ถึงแม้เขาจะเดาฐานะของอีกฝ่ายออก ว่ามีความเกี่ยวพันกับท่านแม่ทัพจ้าว อย่างไรเสีย...เขาก็ยังคงไม่รู้จักคุณชายท่านนี้อยู่ดี

         “คุณชายจ้าวรู้จักข้าด้วยหรือ”

         เจียงสือแสดงความสงสัยอย่างไม่ปิดบัง แววตาแห่งการระวังภัย ฉายชัดให้อีกฝ่ายได้เห็น เขาอยู่ไกลถึงแดนเหนือ มีเพียงชื่อเป็นขุนพลซ้ายของผู้เป็นปู่ ไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับเหล่าลูกหลานขุนนางในเมืองหลวง แต่ไยวันนี้เขาจึงถูกทักทาย ราวกับคนที่เอ่ยเรียก รู้จักตัวเขาเป็นอย่างดีเช่นนี้

         “สกุลเจียงแห่งแดนเหนือ ย่อมเลื่องชื่อในแผ่นดิน ข้าที่เป็นขุนนางย่อมได้ยินชื่อเสียงเหล่านั้นขอรับ”

         จ้าวเทียนหลง ยังคงแสดงความถ่อมตนอยู่หลายส่วน ก่อนที่เขาจะเงียบนิ่งไป เมื่อสายตาเห็นใครบางคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เข็ญ ซึ่งอยู่ด้านหลังของเจียงสือ เพียงคนผู้นี้ปรากฏตัว เขาก็ไม่ต่างจากเศษดินในสายตาของผู้คน...

         “เช่นนั้นข้าก็ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ”

         เจียงสือ ไม่ได้หยิ่งทะนงแต่อย่างใด ทว่าเขาที่เจนจัดเรื่องการมองคน รู้ดีว่าอีกฝ่ายเข้าหาเขา ก็เพื่อผลประโยชน์บางอย่าง คนที่อยู่ด้วยการพึ่งพาอำนาจของผู้อื่น จะมีความจริงใจให้ใครได้ สีหน้านั้นจะแปรเปลี่ยนไปกี่แบบ ย่อมทำได้อย่างไม่รู้สึกสิ่งใด แต่สายตานนั้น ยากนักที่จะเก็บซ่อนมันเอาไว้ได้

         “คุณชายเจียง ข้าคือหนิงเชียน ภรรยาของท่านพี่เทียนหลงเจ้าค่ะ”

         หญิงสาวใบหน้างดงามหยาดเยิ้ม ได้ก้าวมาย่อกายให้แก่เขา พร้อมแนะนำตนเองต่อหน้าเขา ทว่าสายตาของนาง มันช่างไม่เหมือนสตรีออกเรือน ที่ภักดีต่อสามีเอาเสียเลยเล่า

         “ฮูหยินน้อยจ้าว ข้าเจียงสือยินดีที่ได้รู้จักขอรับ”

         เจียงสือ ยังคงตอบรับไปตามมารยาท ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจในความของนางไม่ เพราะเขาเติบโตมาท่ามกลางพี่สาวน้องสาว ที่งดงามกันทั้งนั้น ใบหน้าที่แต่งแต้มเสียจนเหมือนก้นลิงเช่นนี้ จะเอาอันใดมาเพียบญาติผู้พี่ของเขา และน้องสาวแท้ ๆ ของเขาได้เล่า

         “คุณชายเจียงเพิ่งมาเมืองหลวง ยังคงไม่คุ้นเคยกับผู้ใด เช่นนั้นให้ท่านพี่ของข้า อยู่เป็นเพื่อนคุยดีไหมเจ้าคะ”

         หนิงเชียวเก็ยสีหน้าไม่พอใจเอาไว้ ภายใต้รอยยิ้มละมุน นางไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีบุรุษใด มองข้ามความงามของนางไปได้

         “ขอบคุณในน้ำใจของคุณชายจ้าวและฮูหยิน แต่ข้ายังพอมีญาติจากสกุลฝั่งมารดา มาร่วมงานนี้อยู่บ้าง ข้าคงต้องขอตัวพบปะพวกเขาสักหน่อยขอรับ”

         เจียงสือ ปฏิเสธอย่างสุภาพ เขาไม่ชอบความวุ่นวาย สามีภรรยาคู่นี้ คงจะไม่ใช่ความสงบของเขาอย่างแน่นอน เลี่ยงได้ย่อมเป็นการดีที่สุด

         “เช่นนั้นเราค่อยคุยกันต่อที่ด้านในนะขอรับ”

         จ้าวเทียนหลง ยังคงมิได้แสดงความไม่พอใจ เขาต้องการพันธมิตร ที่จะพาตัวเขาก้าวขึ้นสูงกว่าพี่ชายพิการ ดังนั้นต่อให้ได้รับการดูแคลนไปบ้าง เขาก็ไม่คิดใส่ใจ ขอเพียงเขาก้าวถึงอำนาจที่แท้จริง คนเหล่านั้นที่ดูแคลนตัวเขา จะต้องได้รับการตอบแทน ที่สาสมจากเขาอย่างแน่นอน

         “ได้! ข้าขอตัวก่อน”

         เจียงสือเอ่ยขึ้น ก่อนจะหมุนกาย หันกลับไปยังทิศทางของลานจัดเลี้ยงฝั่งบุรุษ ก่อนที่เขาจะชะงักไปเล็กน้อย เพราะคนที่อยู่เบื้องหน้าในตอนนี้ คือชายผู้เป็นเสมือนกำแพงหนาของแดนตะวันตก

         “เจียงสือ คารวะท่านแม่ทัพจ้าว”

         เจียงสือก้าวยาว ๆ ไปหยุดอยู่ต่อหน้าของแม่ทัพหนุ่ม ก่อนจะประสานมือโค้งกายให้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อม ภาพนั้นทำให้จ้าวเทียนหลง กำหมัดแน่น ไยเจ้าคนบ้านนอกนี่ แสดงกิริยาแตกต่าง ในตอนสนทนากับเขาเยี่ยงนั้น

         “คุณชายเจียง ขุนพลฝ่ายซ้ายแดนเหนือ สง่าและภาคภูมิยิ่งนัก”

         แม่ทัพหนุ่ม เอ่ยกับชายหนุ่มตรงหน้า ด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม นั่นทำให้หลายคนถึงกับนิ่งอึ้ง น้อยนักที่จะเห็นจ้าวเทียนฉีแย้มยิ้มเช่นนี้ ทว่ากับเหล่านักรบด้วยกันแล้ว นี่คือรอยยิ้มแห่งมิตรภาพ ที่พวกเขาคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

         “ท่านแม่ทัพจ้าว กล่าวชมเกินไปแล้วขอรับ ข้าน้อยยังคงห่างชั้นกับท่านแม่ทัพอีกมากขอรับ”

         เจียงสือไม่ได้โป้ปดแม้แต่น้อย หากคนที่จะเทียบกับแม่ทัพหนุ่มตรงหน้าได้ คงมีเพียงพี่สาวของเขาหลิวหนวนหนวนเท่านั้น จะเป็นอย่างไรนะ ถ้าแม่ทัพผู้เจนสงคราม กับขุนพลแดนเหนือเดินเคียงกัน เมื่อนึกถึงตรงนี้ ชายหนุ่มได้แต่ลอบขบขันอยู่ภายในใจ แม้ว่าท่านแม่ทัพจะไม่อาจลุกขึ้นเดินได้ แต่แผนการรบ มิได้หยุดนิ่งเช่นขาที่เดินไม่ได้เสียหน่อย หาไม่แล้วฮ่องเต้จะยังคงยกย่องจ้าวเทียนฉีอยู่อีกหรือ

         “คุณชายเจียงเข้าเมืองหลวงครั้งนี้ คงเป็นการเดินทางมาส่งคุณหนูใหญ่หลิวสินะ!”

         “ใช่แล้วขอรับ ท่านพี่หลิวเอิน ติดภารกิจรัดตัว จึงไม่อาจติดตามมาส่งพี่หญิงหลิวได้ ข้าน้อยจึงเดินทางมาส่งแทนขอรับ”

         “หากมีวาสนาข้าคงได้พบป่ะกับท่านแม่ทัพผู้เฒ่า และขุนพลหลิวบ้าง”

         “ย่อมเป็นเรื่องที่ดีขอรับ”

         ความรื่นเริงของเจียงสือ ที่มีต่อการสนทนากับจ้าวเทียนฉี ทำให้จ้าวเทียนหลง ขบฟันแน่นจนแทบแหลกละเอียกคาปาก เจ้าคนแซ่เจียง! ยามพูดคุยกับเขาวางตัวสูงส่ง แต่เมือ่อยู่ต่อหน้าเจ้าคนไร้ค่านั่น กลับนอบน้อมแทบกราบกราน น่าตายนัก!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่67 ประชดหรือ

    “ท่านทำเพื่อนางอย่างนั้นหรือ” หนิงเชียวยังเชื่อว่าที่เขาทำเช่นนี้ เพื่อประชดนางที่ไม่แต่งงานกับเขา ตามสัญญาหมั้นหมาย หญิงสาวจึงเอ่ยถามออกไป ด้วยความมั่นใจ แม่ทัพหนุ่มทำเพียงเพื่อให้นางหึงหวง และเขาทำสำเร็จ นางกำลังหวงเขาที่เป็นของนางตั้งแต่แรก “ข้ามั่นใจว่าหูเจ้ายังคงปกติดี ไยจึงเข้าใจสิ่งใดยากเย็นนักเล่า ส่งแขก!” แม่ทัพหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบ ก่อนจะสั่งพ่อบ้าน ส่งแขกที่เขาไม่ได้เชื้อเชิญ ก่อนจะหันไปคว้ามือว่าที่ภรรยา หลิวอินอิน เดินตามการจับจูงของแม่ทัพหนุ่ม นางก้าวเคียงข้างรถเข็ญ เข้าไปในเรือน โดยที่คนทั้งสามไม่ได้สนใจ ต่อเสียงหวีดร้อง ด้วยความไม่พอใจ นางถูกรั้งตัวพาออกไปยังประตูจวน หญิงสาวแสดงอาการขัดขืนอย่างที่สุด ไม่ว่าอย่างไรนางก็คือฮูหยินสายรอง เจ้าพวกคนชั้นต่ำนี้ กล้าดีเยี่ยงไรมาแตะต้อง เนื้อตัวของนาง หญิงสาวพยายามสะบัด มือของพ่อบ้านให้หลุด ออกจากต้นแขนของนาง ทว่ามือของชายชรา กับแข็งราวเหล็กกล้า “ปล่อยข้านะ เจ้าคนชั้นต่ำ เอามือสกปรกของเจ้าออกไปพ้นเนื้อตัวข้าเดี๋ยวนี้” หญิงสาวยังคงพยายามที่จะดื้อดึง ไม่ก้าวเดิน ต

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่66 อดีตคู่หมั้น

    ครึ่งชั่วยามต่อมา ณ จวนแม่ทัพสกุลจ้าวหลิวอินอิน ได้ก้าวลงจากรถม้า ก่อนจะเดินตรงไปยังหน้าประตูจวน วันนี้นางตั้งใจนำขนม ที่ซื้อหอชุ่นเทียน เพื่อเอามาฝากจ้าวหรูอี้ และว่าที่สามี ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวขึ้นบันไดหน้าจวน ก็มีรถมาคันหนึ่ง เคลื่อนเข้ามาจอดเสียก่อน หญิงสาวจึงหันกลับไปมอง ก่อนจะคลี่ยิ้มน้อย ๆ เมื่อเห็นแล้วว่าคนที่ลงมาจากรถม้าคือผู้ใด “ดูเหมือนความยุ่งยาก เฉกเช่นคนเมืองหลวง เริ่มขึ้นอีกครั้งแล้วสินะ!” หญิงสาวเอ่ยเบา ๆ กับชุ่ยผิง นางไม่ได้ชื่นชอบความวุ่นวาย กับการช่วงชิงบุรุษ ของหญิงสาวมากมายในเมืองหลวง เพียงเพื่อให้ตนเองมีจุดยืน เพราะสำหรับนางแล้ว นับตั้งแต่จำความได้ นางมีจุดยืนอันแน่วแน่ของตนเอง มาตั้งแต่ต้น มิเว้นแม้แต่พี่สาวผุ้ล่วงลับของนาง ก็ไม่ต้องพึ่งพิงอำนาจของบุรุษ ในการมีชีวิตรอด นี่อาจเป็นหนึ่งเหตุผล ที่พี่สาวของนางถูกลอบสังหาร จิ้งจอกหลายตัวเริ่มโผล่หัวออกมาแล้ว นางแค่ยังคงแสดงต่อไป “อ้าว...นึกว่าผู้ใด หนูใหญ่หลิวนี่เอง ลมอันใดหอบให้เจ้า มาที่จวนแม่ทัพเล่า” ยังไม่ทันที่หลิวอินอิน จะได้ตัดสินใจก้าว เข้าไปในจวนตามความตั้งใจเดิม เสียงจาก

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่65 มุ่งมั่น

    “เอาเป็นว่าเรื่องนี้ แล้วค่อยมาคุยกันเมื่อ เจ้าอารมณ์เย็นลงกว่านี้อีกสักหน่อย” จ้าวเทียนหลง เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียง ดูสงบนิ่งที่สุด เพื่อยุติปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ด้วยอารมณ์ของภรรยา กำลังเดือดดาลอย่างที่สุด หากเวลานี้ เขายังขัดขวางตอนนางอยู่ ผลที่ออกมา ย่อมมิใช่เรื่องที่ดี ซึ่งนางไม่เคยที่จะพูดจา หรือแสดงสีหน้าเช่นนี้ ต่อเขาและมารดามาก่อนเลย แต่เมื่อนางกล้าที่จะทำ นั่นหมายความว่านางเอาจริงแล้ว “แต่นาง...” “ท่านแม่ กลับไปพักผ่อนที่เรือนสักครู่เถอะขอรับ นางมีหน้าที่ดูแลจวน อย่างไรเสีย ก็เป็นหน้าที่ของนาง ท่านแม่ควรอยู่ให้สบายเถอะขอรับ” ยังไม่ทันที่เจ้าฮูหยิน จะได้เอ่ยสิ่งใดออกมา จ้าวเทียนหลง รีบเอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน เขารู้ดีว่ามารดา กำลังไม่พอใจ กับสิ่งที่ภรรยาของเขา เอ่ยออกมา แต่จะให้เขาทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อ ทั้งจวนรอง ล้วนอยู่ได้เพราะนาง หากมารดายังดึงดันไม่ให้เรื่องยุติ คงเกิดเรื่องใหญ่ตามมา จนยากที่จะประสานรอยร้าว ให้กลับมาเหมือนเดิมได้ “นับเจ้ายังรู้คิดจ้าวเทียนหลง แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า ข้าจะยินยอม เป็นเบี้ยในกระดานของเจ้า หาก

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่64 กุมอำนาจ

    “หนิงเซียว เจ้าหยุดได้แล้ว เรื่องในอดีตเจ้าจะขุดคุ้ย ขึ้นมาเพื่อสิ่งใดกัน หรือเจ้าคิดว่าเวลานี้ เจ้าช่วยเหลือเจ้าได้มากอย่างนั้นหรือ” เมื่อได้ยินคำสบประมาทจากภรรยา จ้าวเทียนลง อยากที่จะพุ่งเข้าไป บีบคอนางเสียให้ตายคามือ แต่เพราะเวลานี้ นางยังมีประโยชน์ สำหรับเขาและมารดา หากจะลงมือให้นางถึงตาย ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะยินยอม ให้นางแสดงความโอหัง เหนือเค้าที่เป็นสามีได้ตามแต่ใจ ตราบใดที่เขายังขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำครอบครัว นางจะพอใจต่อการกระทำของเขาหรือไม่ นั่นมิใช่สิ่งที่นาง จะมาแสดงออกต่อหน้าเขา “เหอะ! ข้าขุดคุ้ยเยี่ยงนั่นรึ การที่ข้ากล้าที่จะเอ่ยปาก ถึงความบกพร่องในตัวของเจ้าออกมา นั่นเพราะข้ายังมีความรู้สึกดี ๆ ให้เจ้าในฐานะสามีอยู่ แต่จำไว้ให้ดี ว่าถ้าวันไหน ข้าไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาจากปากอีก นั่นหมายความว่า ในสายตาของข้า เจ้าก็มีต่างจากขยะชิ้นหนึ่ง ที่ข้าพร้อมจะโยนทิ้งเมื่อใดก็ได้” “นังคนสารเลว! เจ้าอาจหาญด่าทอบุตรชายของข้า ทั้งยังหยามหมิ่นเขา ต่อหน้าข้าที่เป็นมารดา เจ้าช่างไม่รู้ที่ตายเอาเสียเลย” จ้าวฮูหยิน ตวาดด่าทอลูกสะใภ้เส

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่63 ลองดู

    จวนจ้าวสายรอง จ้าวฮูหยิน กำลังมองตรงไปยังลูกสะใภ้คนรอง ด้วยแววตาชิงชัง อย่างไม่คิดที่จะปกปิดเอาไว้แม้แต่น้อย ลูกสะใภ้ที่นางเคยหมายมั่นเอาไว้ ว่าจะต้องนำพาบุตรชายคนรองของนาง ให้ก้าวสู่อำนาจในภายหน้า ด้วยการหนุนนำจากสกุลเดิมของลูกสะใภ้ ทว่าจนถึงเวลานี้ บุตรชายสุดที่รักของนาง ยังไม่ก้าวข้ามตำแหน่ง ขุนนางชั้นเล็ก ๆ ไปไม่ได้เลย ครั้งก่อนที่บุตรชาย ได้ก้าวเข้าสู่ราชสำนัก ก็ด้วยอำนาจของบุตรชายคนโต ที่แลกมากับการรับจ้าวหรูอี้ เป็นบุตรสาวสายตรง แต่เวลานี้ทุกอย่าง ไม่เป็นไปตามที่นางคาดหวัง แม้เพียงครึ่งเสียว “ท่านแม่มองข้าเยี่ยงนี้ หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ หรือกำลังตำหนิว่าขา ไม่อาจทำในสิ่งที่ต้องการได้เจ้าคะ” หนิงเชียวเอ่ยถามแม่สามี ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้อ่อนน้อม อย่างที่เคยเป็น นางอดทนมามาก พอแล้ว กับการถูกกดดัน และข่มเหงทางความรู้สึก ผู้ใดจะไปรู้เล่า ว่าการถอนหมั้นกับเจ้าเทียนฉี แล้วเลือกแต่งงานกับเจ้าเทียนหลง ชีวิตของนางจะแปรเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ มิใช่ดีขึ้น ทว่ามันตรงกันข้าม... “หนิงเชียว เจ้ากล้านักนะ ที่ใช้น้ำเสียงและสายตาเช่นนี้ต่อขา ใช่และอย่างไร! ข้าก

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่62 เคารพเงิน

    “เช่นนั้น! ก็อย่าได้หาว่า พวกข้ารังแกสตรี” หัวหน้าของผู้มาเยือน ชี้ปลายกระบี่ไปยังหน้าของสาวใช้ นางก็แค่สตรีพูดหนึ่ง ที่เรียนรู้วิชายุทธ์ก็เท่านั้น หากเทียบกับบุรุษแล้ว เขามั่นใจว่า นางไม่มีทางทัดเทียมก็ได้ หากเป็นชายเจ้าของบ้าน นั่นใช่! เขายอมรับว่าคนผู้นั้น เขารู้สึกหวั่นไหวและกริ่งเกรงอยู่ในใจ แต่กับนาง สาวใช้ต่ำชั้น หาได้ทำให้เขา มีความรู้สึกหวาดกลัวได้เลยแม้แต่น้อย “อย่าเสียเวลาเลย หากชาหมดกา นายข้าต้องรีบกลับจวน สตรีในห้องหอ มิอาจเที่ยวเล่นนอกจวน ได้ตามอำเภอใจ” แค่ก ๆ เสียง ไอถี่ดังขึ้น จากชายเจ้าของบ้าน ก่อนที่เขาจะชำเลืองมอง ไปยังสตรีในห้องหอ ผู้ที่ไม่อาจไปไหนตามอำเภอใจได้ ช่างเป็นคำนิยาม ที่ไม่เป็นความจริงเอาเสียเลย ด้วยรู้จักกันมานาน ทั้งยังทำการค้าด้วยกันมาหลายปี หญิงงามผู้นี้ ยังห่างไกลคำว่า สตรีในห้องหอประหนึ่งท้องฟ้าสูงกับหุบเหวลึก! “ท่านจะรีบดื่มไปทำไม ไม่ต้องเร่งเร้าให้ข้ารีบกลับบ้าน อย่างไรเสียค่าสตรีผู้บอบบาง ย่อมมิรั้งอยู่ รบกวนท่านนานอย่างแน่นอน” หญิงสาวเอ่ยกับเจ้าของบ้าน ผู้ที่กำลังหน้าดำหน้าแดง จากการสำลักน้ำชา มีหรือน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status