Share

Chapter 7.  เอาไปสิ

last update Dernière mise à jour: 2024-11-16 13:17:53

“จริงด้วย ช่วงนี้ข้านอนไม่ค่อยหลับ ซ้ำยังเจ็บคออีกด้วย”

“ข้าน้อยจะเขียนเทียบยาให้ เป็นยาบำรุงสุขภาพเจ้าค่ะ” น้ำเสียงหวานใสเอ่ยอย่างสงบ ชวนให้คนฟังสบายใจ “ส่วนท่านหญิง ข้าน้อยจะปรับยาบำรุงให้”

“เสียงของเจ้านี่ทำให้คนฟังสงบใจลงได้มาก เอาละ...ข้าเห็นเจ้าอยู่ก็สบายใจ ใจจริงอยากเชิญเจ้ากับพ่อของเจ้ามาอยู่เสียด้วยกันจนกว่าหลิ่งหลินจะฟื้น แต่สามีข้าก็เตือนสติว่าพวกเจ้าเป็นหมอ ชาวบ้านเดือดร้อนเจ็บป่วยจะไปหาใคร หากท่านหมอมู่ว่าไม่เป็นอะไร ข้าก็ย่อมต้องเชื่อใจผู้เป็นหมอ”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ”

“เอาละ ข้าจะไปพักผ่อนเสียหน่อย ขาดเหลืออะไรเจ้าก็บอกชุนเอ๋อร์หรือพ่อบ้านได้”

“ข้าน้อยทราบแล้วเจ้าค่ะ”

จ้าวฮูหยินตบหลังมือของมู่ฟางเหนียงเบาๆ และมองใบหน้าอ่อนหวานอย่างเอ็นดู แม้หญิงสาวตรงหน้าจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อหยาบและสีซีดจางจากการซักหลายต่อหลายครั้ง แต่ดวงตาที่เป็นประกายและกิริยาอ่อนหวานนี้เป็นที่น่าประทับใจเสียจริง

“อ่อ! ได้ยินว่าเจ้าชอบอ่านหนังสือ ในห้องตำรามีหนังสือมากมายนัก เจ้าจะหยิบยืมไปอ่านที่บ้านก็ได้ แต่ต้องเอากลับมาคืนนะ”

“จริงหรือเจ้าคะ” ดวงตากลมเบิกกว้างอย่างดีใจ แล้วก็นึกว่าได้ว่าแสดงอาการดีใจเกินไป นางก็หลุบตาลง แต่เรียกเสียงหัวเราะจากจ้าวฮูหยินได้

“เอาสิ ไปเลือกไปหยิบเอาได้ จะอ่านนานแค่ไหนก็ได้ แต่เอามาคืนก็พอ”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ข้าน้อยจะดูแลอย่างดีที่สุด”

มู่ฟางเหนียงดีใจเป็นที่สุด นางชอบอ่านหนังสือหรือตำราต่างๆ แต่เพราะฐานะของนางและพ่อ นางจะซื้อของใช้แต่ละอย่างต้องคิดแล้วคิดอีก พอได้ยินเช่นนี้ หัวใจของนางก็พองโตด้วยความดีใจและซาบซึ้งใจที่ฮูหยินอี้ซิ่วเมตตา นางรอส่งฮูหยินอี้ซิ่วออกจากห้องไปแล้ว ก็หันไปดูเคอหลิ่งหลินที่หลับอยู่บนเตียง 

“พี่สาว” นางเรียกด้วยรอยยิ้ม เดินไปหยิบขนมจินเดออกมา “ท่านชอบขนมของหวานนัก วันนี้ข้าทำขนมงาหรือจินเดมาด้วย ท่านพ่อไม่ชอบของหวาน ท่านรีบตื่นมากินขนมฝีมือข้าเสียทีสิ ท่านรีบตื่นเถอะนะรอบกายท่านมีแต่คนรักและเป็นห่วงท่าน ท่านควรรีบตื่นให้พวกเขาดีใจได้แล้วนะ”.

......

             “ย้ากกกส์”

            “โอ๊ยยยยย”

            เหล่าทหารหลายนายกระเด็นกระดอนออกมาด้วยสภาพบอบช้ำและแพ้พ่ายอย่างหมดท่า แต่ละนายถูกบุรุษผู้นั้นใช้เพลงหมัดมวยจัดการจนสิ้นสภาพไม่อาจลุกขึ้นมาต่อกรได้ แม้เหงื่อจะโทรมกายแต่ไม่มีท่าทีเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด แม่ทัพจ้าวซื่อก่วงที่ยืนกอดอกดูการซ้อมหมัดมวยของรองแม่ทัพกับบรรดานายทหารอยู่นั้น ได้แต่สูดลมหายใจลึกด้วยความไม่พอใจ

            “จิ่นสือ”

            บุรุษหนุ่มมิได้เอ่ยตอบ เพียงแค่ตวัดสายตามองทางต้นเสียง เมื่อเห็นว่าเป็นบิดาของตนจึงสงบอารมณ์ลงแล้วยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก

            “ทุกคนพักได้”

            “ขอรับท่านแม่ทัพ”

            นายทหารคนอื่นๆ ช่วยกันพยุงร่างบอบช้ำออกจากสนามซ้อม เมื่อเหลือเพียงสองบุรุษสายเลือดเดียวกันแล้ว แม่ทัพจ้าวซื่อก่วงก็เดินเข้าไปด้วยท่าทีสงบนิ่ง เพียงพริบตาชายหนุ่มก็รู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหว เขายกท่อนแขนขึ้นป้องกันหมัดที่พุ่งเข้ามา แม้หมัดนั้นจะชะงักก่อนถูกตัว แต่ก็ส่งพลังปะทะรุนแรงจนต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว ชายต่างวัยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายตั้งตัวได้ หมัดที่สองตามไปทันที จ้าวจิ่นสือจับจังหวะได้ก็หลบหลีกและเป็นฝ่ายรุกกลับบ้าง แต่กระนั้นก็ยังช้ากว่าบิดาที่ซัดหมัดเข้าไปที่ท้อง ทำให้บุตรชายถึงกับสำลักความเจ็บปวด

            “จิ่นสือ” แม่ทัพจ้าวซื่อก่วงส่ายหน้าไปมา “เจ้าไร้สมาธิเช่นนี้ หากมีศัตรูอยู่เบื้องหน้าก็เอาชีวิตเจ้าโดยง่าย”

            “ขออภัยท่านพ่อ”  

            “พ่อรู้ว่าเจ้าเป็นกังวลเรื่องหลิ่งหลิน แต่ก็ไม่ควรไประบายอารมณ์ใส่ทหารชั้นผู้น้อยแบบนั้น” 

            “ข้า...” ยังไม่ทันพูดอะไร บิดาก็ยกมือห้ามไว้ก่อน

            “ยิ่งพูด คำพูดของเจ้าจะยิ่งมัดตัวเอง เจ้ามองหลิ่งหลินเช่นไร อย่าคิดว่าพ่อไม่รู้”

            “ท่านพ่อ” จ้าวจิ่นสืออึกอักจำนนต่อสิ่งที่บิดาเอ่ยออกมา

            “ฐานะหรือชาติกำเนิดมิใช่ปัญหา แต่พ่อรู้ว่าหลิ่งหลินไม่ได้คิดกับเจ้าเช่นที่เจ้ารู้สึกอยู่ในขณะนี้ และหากเจ้าไม่ระงับใจตนเอง ก็รังแต่จะทำให้ตนต้องเจ็บปวด ซ้ำเจ้ายังไม่สามารถแยกแยะเรื่องส่วนตัวหรือหน้าที่ได้ มันก็จะนำความพินาศมาสู่เจ้าและคนรอบข้าง เจ้าเข้าใจหรือไม่...จิ่นสือ”

            ชายหนุ่มได้แต่เพียงถอนหายใจหนักหน่วง ไม่อาจหาคำแก้ตัวอันใดได้ บิดาก็ทำได้เพียงทอดสายตามองด้วยความกังวล

            “เจ้าไปสงบสติอารมณ์ที่หอตำรา คัดตำราพิชัยยุทธ์”

            “ท่านพ่อ!”

            “นี่เป็นคำสั่ง”

            “รับทราบ” 

เขาจำใจรับคำสั่งกึ่งลงโทษนั้น มองบิดาหมุนตัวเดินออกไปแล้วก็ได้แต่กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ โกรธตนเองที่ไม่อาจซุกซ่อนความรู้สึกของตนได้มิดชิด แต่น่าประหลาดนักที่คนที่เขาอยากให้รู้ตัวกลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด ซ้ำยังชอบพาตัวเองเข้าไปสู่ที่อันตราย แม้จะยอมรับว่าเคอหลิ่งหลินมีวิทยายุทธ์ไม่ด้อยไปกว่าเขา แต่ครั้งนี้เห็นนางบาดเจ็บหนักกว่าที่เคยเป็นมา ก็พาลให้หงุดหงิด แล้วยังไม่รู้ว่านางไปทำอะไรมาอีกด้วย แต่เชื่อว่าต้องเกี่ยวข้องกับที่นางชอบหายตัวไปบ่อยๆ เหมือนไปพบใครสักคนเป็นแน่

            เขาพาร่างกำยำที่ชุ่มเหงื่อกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ก่อนจะพาตัวเองไปหอตำราเพื่อรับโทษที่บิดาได้สั่งไว้ ก่อนที่จะเดินไปหอตำรา เขาห้ามใจตัวเองมิได้ เลี้ยวไปห้องของเคอหลิ่งหลิน ในห้องไม่มีผู้ใดนอกจากร่างที่อยู่บนเตียง น่าแปลก เพราะปกติสาวใช้ประจำตัวจะคอยเฝ้านางมิห่าง เขาได้แต่กวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดสายตาที่ใบหน้าของหญิงสาวเบื้องหน้า สีหน้าเริ่มมีเลือดฝาด ไม่ขาวซีดเช่นวันแรกๆ นางเหมือนคนนอนหลับไปเท่านั้น ชายหนุ่มยกนิ้วมือไล้ใบหน้าอ่อนนุ่มที่ปิดเปลือกตาสนิท หากเป็นเวลาปกติเขาคงไม่ได้ทำเช่นนี้

            “เจ้าไปทำอะไรมาหลินเอ๋อร์ เมื่อไหร่เจ้าจะตื่นมาทะเลาะกับข้า” เขาถอนหายใจเบาๆ ราวกับกลัวว่าเสียงทอดถอนใจจะไปรบกวนคนที่หลับอยู่ “หากเจ้าฟื้นขึ้นมา คราวนี้ข้าจะไม่ให้เจ้าคลาดสายตาไปอีกแล้ว”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter  136.  จบ

    องค์ชายไท่หยางมักมีรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าซีดเซียวเสมอ ซึ่งมองเพียงผิวเผินจะเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ใครเลยจะรู้ว่าเบื้องหลังใบหน้าและร่างกายอ่อนแอนี้กุมความลับที่ใช้ต่อรองกับเขาได้ดียิ่งนัก เขาเองก็ได้สัญญาการซื้อขายกับทางการหลายรายการเพราะการแนะนำของคุณชายเฉิน“แล้วนี่คุณชายเฉิน อ้อ! ไม่สิ! องค์ชายไท่หยางนึกสนุกอย่างไรถึงอยากได้หน้ากากอสูรที่ดูน่ากลัวเช่นนี้”“ก็คงไม่ต่างจากเจ้าที่เบื้องหน้าเป็นคุณชายเจ้าสำราญเช่นกัน”“พระองค์กล่าวเช่นนี้ เห็นทีว่ากระหม่อมคงไม่มีทางหลีกเลี่ยงแล้วกระมัง” เหวินเฮ่าหลันกลับรู้สึกพอใจกับท่าทางเปิดเผยขององค์ชายไท่หยาง“ร่างกายของข้าไม่ค่อยแข็งแรงนัก จึงมีเรื่องที่ต้องทำให้เรียบร้อยก่อน... แต่การเคลื่อนไหวในฐานะขององค์ชายไท่หยางทำได้ลำบากนัก จึงอยากจะรบกวนเจ้าหาช่างดีๆ ทำหน้ากากอสูรนี่ให้ข้า”“พระองค์จะเอาไว้ใช้เอง?”เหวินเฮ่าหลันได้คำตอบเป็นรอยยิ้มที่มุมปาก หลังจากนั้นเขาหาช่างที่ไว้ใจได้สั่งทำหน้ากากอสูร แต่ไม่รู้สิ่งใดดลใจเขาให้ช่างทำสองอัน เมื่อส่งมอบหน้ากากอสูรนั่นให้องค์ชายไท่หยาง ไม่นานนักก็ได้ยินข่าวว่ามีบุรุษลึกลับภายใต้หน้ากากอสูรออกอาละวาดเล่น

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter  135.  บุปผาพยศรัก

    ปีศาจน้อย! จ้าวจิ่นสือขบกรามแน่น นางเรียนรู้ที่จะหยอกล้อเขาเช่นเดียวกับที่เขาทำกับนาง เขาไม่อาจทานทนไฟปรารถนาที่เผาไหม้อยู่นี้ได้อีก ขยับร่างกายรวดเร็วรุนแรงและลึกล้ำ เป็นนางที่พาเขาให้เตลิดโบยบินไปในค่ำคืนวิวาห์ที่อุ่นร้อน ราวกับวิหคคู่ที่โบยบินในเวิ้งฟ้า หยอกล้อราวกับทั้งโลกมีเพียงแค่เขากับนางเท่านั้น ร่างสองร่างสอดประสานแทบเป็นหนึ่งเดียว ชายหนุ่มส่งเสียงคำราม ในขณะที่หญิงสาวหวีดร้องออกมาอย่างสุขสม แล้วเขาจึงผ่อนร่างนางลงนอนกอดอย่างรักใคร่นางปิดเปลือกตาหอบใจแรงแล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจตัวเองจนเกือบจะเป็นปกติจ้าวจิ่นสือมองหญิงคนในรักในวงแขน ยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมของนางให้พ้นใบหน้า หนึ่งชีวิตได้พานพบผู้คนมากมาย แต่มีเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นเจ้าของเสียงในหัวใจ เขาก้มหน้าสูดกลิ่นหอมของนางให้กลิ่นกายของนางไหลเวียนในตัวเขา นางคือหญิงสาวของเขาแต่เพียงผู้เดียว“ฟางเหนียง ข้ารักเจ้า”ผ่านเรื่องราวมากมายฟันฝ่ามาด้วยกันจนมีวันนี้ แต่แท้จริงแล้วทุกอย่างมันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น นางคิดถึงกลองป๋องแป๋งอันนั้น นางจะเก็บรักษาเอาไว้ให้ลูกๆ ได้ดู ของขวัญล้ำค่าที่เชื่อมโยงหัวใจของคนสองคนให้ได้มาใกล้ชิดกั

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter  134.  บทส่งท้าย2. 

    “ท่าน...” นางถูกดวงตาร้อนแรงของเขาจ้องมองจนลืมคำพูดตัวเองไปเสียสิ้น “อืม”เขาจ้องมองนาง ไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่ายที่ได้มองใบหน้านี้เลยสักคราเดียว คิดไม่ออกเลยว่าหากไม่มีนางเคียงข้างแล้ว เขาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร เห็นทีเรื่องนี้คงต้องเก็บเป็นความลับไว้ให้ลึกที่สุด ไม่เช่นนั้นนางจะเอาแต่ใจตัวเองเกินไป รู้ว่าอย่างไรเขาก็ต้องจำนนยอมแพ้พ่ายต่อสายตาคู่นี้ของนาง “ข้า... ข้าต้องปรนนิบัติท่าน... พี่” คืนนี้นางเป็นภรรยาของเขาอย่างถูกต้องแล้ว ควรทำหน้าที่ของตนเองถึงจะถูก แต่มือเล็กก็สั่นเทา ยื่นไปหมายจะช่วยเขาเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่อาการเงอะงะของนางเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมา ทำให้นางฉุนกึกขึ้นมา แล้วเงยหน้าขึงตาใส่อย่างดุดัน “ใช่สิ! ข้าทำไม่เก่งนี้ เรื่องแบบนี้ข้าคุ้นเคยเสียเมื่อไหร่ล่ะ” นางหงุดหงิดโมโห อารมณ์นางช่วงนี้ขึ้นๆ ลงๆ แปรปรวนชอบกล “ไม่เป็นไร น้องหญิงอยากทำอะไรก็ตามใจเจ้าเถิด” เขากลั้นหัวเราะแต่กลายเป็นยิ้มกรุ้มกริ่มแทน ปล่อยให้มือเล็กช่วยถอดเสื้อตัวนอก พอนางลุกขึ้นจะเอาเสื้อของเขาไปแขวน ตัวเองก็เสียหลักเพราะนั่งตัวเกร็งอยู่ตั้งนา

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter   133.  บทส่งท้าย 1.

    หญิงสาวนั่งก้มหน้า มองปลายเท้าที่สวมรองเท้าสีแดงสดสวยปักรูปหงส์อย่างงดงามประณีต เสียงครื้นเครงด้านนอกไม่ได้ช่วยให้นางลดอาการตื่นเต้นลงได้เลย ยามมองผ่านผ้าคลุมหน้าสีแดงสดนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องหอราวกับถูกย้อมด้วยสีแดง นางจึงหลุบตาลงก้มมองปลายเท้าของตนแทน เพียงหนึ่งเดือนหลังเสร็จภารกิจลับของจ้าวจิ่นสือ ด้วยความช่วยเหลือขององค์ชายไท่หยาง ทำให้ทั้งสองได้รับราชโองการพระราชทานสมรส แม้มู่ฟางเหนียงจะเป็นเพียงหญิงสาวสามัญชน แต่ด้วยความรักใคร่ที่รองแม่ทัพจ้าวจิ่นสือมีให้นางนั้นเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่ว นางทั้งเขินทั้งอาย แต่ก็ดีใจที่ฮูหยินอี้ซิ่วรักและเอ็นดูนางราวกับเป็นลูกสาวแท้ๆ ท่านพ่อของนางก็พลอยวางใจว่านางจะอยู่ที่จวนแม่ทัพจ้าวได้อย่างไม่ทุกข์ร้อนใจอันใด “เจ้าไม่ใช่เด็กแล้ว ต่อไปนี้ทำอะไรก็เชื่อฟังพ่อแม่สามีของเจ้าให้ดี” “ท่านพ่อ” นางกลั้นน้ำตา คราวนี้ได้แยกกันอยู่แล้วจริงๆ ท่านพ่อของนางมีใจรักใคร่น้าเสี่ยวหลิว เสร็จงานแต่งงานของนางแล้วก็จะกลับไปเมืองหลวง ช่วยน้าเสี่ยวหลิวดูแลโรงเตี๊ยมหมื่นบุปผาและรักษาคนเจ็บป่วยเช่นเคย ส่วนนางเองก็ได้รั

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter 132. ไม่อยากเชื่อ

    “ท่าน... ระ.. รักข้า..” นางแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเขาหัวเราะเบาๆ อาศัยจังหวะที่นางไม่เป็นตัวของตัวเองลอกคราบเสื้อผ้าออกเหลือเพียงเอี๊ยมปิดบังทรวงอกที่สะท้อนหอบหายใจแรงกับกางเกงชั้นในตัวน้อย มือกร้านลูบไล้เรียวขาของนาง ไอร้อนจากกายของเขาทำให้นางแทบไม่รู้สึกว่าตัวเองเกือบจะเปลือยเปล่าอยู่แล้ว“ข้า... เข้าใจว่า... ท่าน ระ รัก พี่หลิ่งหลิน” นางรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีพูดออกไปเขาผงกศีรษะรับแล้วกลับยิ้มให้นาง “ก่อนนั้นข้าคิดเช่นนั้น แต่เมื่อเจอเจ้า ข้าก็รู้ว่าความรักที่แท้จริงเป็นเช่นไร”หัวใจของนางแทบหยุดเต้นไป แต่กระนั้นก็ยังหวาดหวั่นอยู่ “แต่ท่านเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ ท่านจะรับข้าไว้ในฐานะใดเล่า”“ข้าย่อมให้เจ้าเป็นภรรยา” มือใหญ่เลื่อนขึ้นจากต้นขาด้านในสู่กลีบบุปผาอ่อนบาง “ข้าจ้าวจิ่นสือจะมีภรรยาเพียงผู้เดียวก็คือเจ้า”“ท่านจะไม่มีหญิงอื่นอีกหรือ?” นางกะพริบตามองหน้าเขา ค้นหาความจริงใจในทุกถ้อยคำ “ข้าไม่ได้หวังตำแหน่งใด ข้าเพียงไม่อาจแบ่งสามีกับผู้อื่นได้”“เจ้าทำให้ข้ารักเจ้าจนไม่มีที่ว่างให้ผู้อื่นแล้ว” แตะกลีบดอกไม้เบาๆ แล้วกระซิบเสียงพร่า แท่งศิลาใต้ตักของนางเริ่มร้อนระอุ“อย

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter 131. อย่ามายุ่งกับข้า 

    “นึกแล้วเชียว” นางพึมพำ ไม่รอถามอะไรเขาทั้งนั้น ขยับเสื้อของเขาออกกว้างเพื่อจะได้จัดการล้างแผลและใส่ยาให้ใหม่ ขณะนั้นเอง เสียงเรียกชื่อนางอย่างเกรงใจก่อนที่จะเปิดประตูเข้ามา เสี่ยวเอ้อที่รอพานางไปส่งที่พักก็ต้องตกใจเพราะเห็นมู่ฟางเหนียงกำลังเปลื้องผ้าชายหนุ่มอยู่ แต่เขามองไม่เห็นบาดแผลจึงคิดไปเองว่าทั้งสองกำลัง...“ข้าจะรอข้างนอก แม่นางมู่เสร็จธุระแล้วโปรดเรียก”นางเพียงหันไปพยักหน้ารับ เพราะใจจดจ่อกับบาดแผล พอเหลือบตาขึ้นมองก็เห็นสายตาของเขาก้มมองนางอยู่ก่อนแล้วผู้หญิงคนนี้ วุ่นวายกับเขานัก! จ้าวจิ่นสือได้แต่บ่นในใจ แต่ก็ยอมให้นางแกะผ้าพันแผลและทำความสะอาดที่บริเวณชายโครงซ้ายของเขา“โรคทางใจรักษายากนัก” นางรำพึง“อย่ามาทำเป็นรู้ดี” เขาแค่นเสียงในลำคอ รินสุราใส่จอกให้ตนเอง แต่นางกลับยื่นมือไปคว้าแย่งไว้“ระหว่างที่รักษาแผลนี้อยู่ งดดื่มสุราทุกชนิด” นางถลึงตาสั่งเขา “ข้ารักษาให้ท่านได้เพียงบาดแผลภายนอก แต่ในใจที่เจ็บปวดของท่านนั้น ท่านคงต้องใช้เวลาเยียวยารักษาเอง”“ข้าจะดื่ม” เขาท้าทายนาง“ถือว่าข้าเตือนแล้ว ท่านอยากให้แผลเน่าอยู่ภายในก็ตามใจท่านเถิด” นางปิดบาดแผลให้เขาเรียบร้อย “ท่าน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status