共有

บทที่ 3

last update 最終更新日: 2026-01-21 17:32:04

“ผู้ที่ควบม้านำหน้าขบวนคือคุณชายสามหลี่เทียนลู่ ส่วนคนที่อยู่ในรถม้าคงจะเป็นคุณชายรองหลี่เทียนเสียงกระมัง”

“ข้าเคยได้ยินว่าคุณชายรองตระกูลหลี่สุขภาพอ่อนแอไม่อาจออกมานอกป้อมปราการไม่ใช่หรือ”

“มีเรื่องสำคัญอันใดทำให้คุณชายรองหลี่ถึงกับลงเขามาด้วยตัวเองเช่นนี้นะ”

“ได้ยินข่าวลือเรื่องคุณชายรองผู้นี้ อายุเพียงยี่สิบสองก็เอ่อ...เส้นผมเขาขาวทั้งศีรษะจริงหรือไม่”

“เจ้าไปได้ยินมาจากที่ใดกัน เพียงจอนผมเท่านั้น หาใช่ทั้งศีรษะไม่ เฮ้อ พูดไปแล้วคุณชายรองผู้นี้น่าเห็นใจนัก ตั้งแต่เล็กก็ถูกพิษจนร่างกายไม่อาจทานทนต่อการฝึกวรยุทธ์ ทั้งที่เกิดในตระกูลจ้าวยุทธภพสามชั่วคนแท้ ๆ”

“เช่นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ที่เขาถูกพี่ชายของเขาผู้นั้นวางยาพิษ”

“เหลวไหล!!! เจ้าไปได้ยินข่าวลือนั่นมาจากไหนกัน คุณชายทั้งสามรักใคร่ปรองดอง ฮูหยินใหญ่และฮูหยินรองหรือก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่มีทางที่จะเกิดเรื่องเช่นที่เจ้าว่าเด็ดขาด”

“แล้วเรื่องจริงเป็นเช่นใดเล่า”

“เรื่องนี้...ข้าเองก็ไม่รู้ จะว่าไปไม่มีผู้ใดรู้นอกจากคนตระกูลหลี่ที่ไม่ยอมเปิดปาก แต่ข้ามั่นใจว่าหาใช่ฝีมือคนในตระกูลหลี่ไม่”

ขณะที่เสียงซุบซิบดังมาจากสองข้างทาง ภายในรถม้าบุนวมชายหนุ่มหน้าตาซีดเซียวนั่งพลิกสมุดบัญชีช้า ๆ ใบหน้าและดวงตาเคร่งขรึมจริงจังจดจ้องไปยังตัวเลขบนสมุด นิ้วเรียวยาวดุจหยกเนื้อดีแตะขอบกระดาษแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ ละมือ แล้วยื่นออกมาเลิกม่านรถม้าด้านข้าง

ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้ผิวพรรณซีดขาวโผล่ออกมามองผู้ที่ขี่ม้าอยู่ไม่ไกล เส้นผมยาวสลวยพลิ้วไหลตามแรงลม ทันทีที่ม่านรถม้าถูกเปิด เนื่องจากชายหนุ่มไม่ได้รวบขึ้นสูงเหมือนผู้อื่น เพียงมัดหลวม ๆ เอาไว้แล้วปล่อยยาวสยายลงมาปกปิดจอนผม ซึ่งมองเห็นชัดเจนว่ามีสีขาวแซม

ในบรรดาทายาทสายตรงของตระกูลหลี่ หลี่เทียนเสียงร่างกายอ่อนแอไม่อาจฝึกวรยุทธ์ แม้เขาจะปราดเปรื่อง และเป็นถึงผู้ดูแลกิจการทั้งหลายของเหลียนหัวซาน

กระนั้นเขาก็ไม่ใคร่จะได้ออกไปพบปะผู้คน เนื่องจากสุขภาพที่ไม่เอื้ออำนวย ดังนั้นจึงมีน้อยคนนักที่มีโอกาสได้พบและสนทนากับเขา

เสียงแผ่วเบาดังขึ้น “น้องสาม”

“พี่รอง” หลี่เทียนลู่ไสม้าเข้าไปใกล้ม่านรถม้า

เขาคือคุณชายสามที่ได้รับขนานนามว่าเป็นคุณชายเจ้าสำราญ เนื่องจากใบหน้าอันหล่อเหลาและนิสัยร่าเริงขี้เล่น สตรีมากมายที่ได้พบและสนทนากับหลี่เทียนลู่ ต่างก็ยอมสยบแทบเท้าเขาจนสิ้น

สมุดบัญชีเล่มหนึ่งถูกโยนออกมา เขารับไว้อย่างคล่องแคล่ว

“เจ้าไม่ต้องไปด้วยตัวเอง เพียงส่งชิวหลิงไปจัดการก็พอ”

“ขอรับ” หลี่เทียนลู่โยนสมุดบัญชีเล่มดังกล่าวไปให้คนสนิท

หากสมุดบัญชีถูกส่งกลับ นั่นย่อมหมายถึงมีบางอย่างไม่ถูกต้อง ยิ่งหากมีคำสั่งให้เขาออกไปตรวจสอบด้วยตัวเอง นั่นย่อมหมายถึงเงินที่ถูกยักยอกไปนั้นเป็นจำนวนที่ไม่น้อย

ครั้งนี้หลี่เทียนเสียงให้เขาส่งชิวหลิงไป แสดงว่าไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล

หลี่เทียนเสียงยังคงไม่ปล่อยมือจากม่านรถม้า เขารู้ดีว่าหากเขาออกมาภายนอกเช่นนี้ ย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทนสูงลิบ แต่กระนั้นเขากลับรู้สึกสดชื่นยิ่งนัก เมื่อมีโอกาสได้มองบรรยากาศของผู้คนกำลังเดินอยู่บนท้องถนน

“ได้ออกมาสักครั้ง แม้ต้องนอนซมไปอีกสักสองเดือนจะเป็นไรไปเล่า” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบากับตัวเอง

ดวงตาเศร้าสร้อยในยามอยู่เพียงลำพังหรุบลงต่ำ เมื่อวางมือลงไปยังหน้าขา แล้วบางอย่างหล่นจากแขนเสื้อ หยกแกะสลักรูปผีเสื้อครึ่งซีกสีขาวนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นพรมใต้พนักวางเท้า

ความทรงจำเมื่อนานมาแล้วปรากฏขึ้น ภาพใบหน้าของสหายตัวน้อยกุมมือเขาเอาไว้ด้วยแววตาตื่นตระหนก ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกพรากไปโดยทิ้งเอาไว้เพียงหยกชิ้นเดียว

‘ช่วยข้าด้วย! อย่าให้นางพาข้าไป!’

จากวันนั้นเมื่อเขารู้สึกตัวขึ้นก็พบว่าตัวเองถูกพิษร้ายแรง กว่าจะสามารถผ่านพ้นช่วงเลวร้ายมาได้กระทั่งถึงทุกวันนี้ เขาเองก็จำไม่ได้แล้วว่าเขาเคยคิดอยากตายไปกี่ครั้ง

ทว่าทุกครั้งที่เขาคิดจะปลิดชีพตัวเอง ใบหน้าของสหายตัวน้อยผู้นั้นจะปรากฏขึ้นเสมอ และความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็ทำให้เขารู้สึกผิด

ความจริงแล้วหลี่เทียนเสียงจดจำไม่ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ไม่รู้และไม่มีผู้ใดในตระกูลหลี่บอกเขาได้ เขาลืมเลือนเรื่องทั้งหมดก่อนหน้านั้นไปจนสิ้น

สิ่งที่จำได้มีเพียงใบหน้าสิ้นหวัง และดวงตาร้องขอความช่วยเหลือในยามที่อีกฝ่ายถูกพรากไป

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 5

    พวกนางได้แต่มองจือหลานที่อมยิ้มอย่างเห็นขัน เหตุผลนี้ของประมุขช่างไม่มีความจริงใจเอาเสียเลย เห็นชัดว่านางกำลังกลั่นแกล้งจื่อเยียนกับหลิวหรง อีกทั้งคงมีเหตุผลที่ซ่อนอยู่มากกว่านั้นเป็นแน่กระบวนท่าหนึ่งพิศุทธิ์เหนือธาร ซึ่งเป็นการร่ายรำพัดด้วยกำลังภายใน ไหนเลยจะมีคนของวังบุปผาสามารถฝึกจนก้าวหน้าได้โดยง่ายจือหลานพลันรู้สึกโชคดีที่นางไม่ได้ติดตามไปยังกวงหมิงซานครานี้ แม้จะไม่เห็นด้วยที่รองประมุขจะเดินเข้าไปสู่กับดักของฝ่ายธรรมะ กระนั้นรองประมุขของพวกนางก็ไม่เคยทำอะไรที่ไม่มีเหตุผล ดังนั้นพวกนางจึงได้แต่คล้อยตาม“ข้าน้อยทราบแล้ว” จือหลาน จื่อเยียน และหลิวหรงค้อมกายรับคำสั่ง “อีกไม่กี่วันคงมีข่าวจากศิษย์พี่ ภายในเวลาไม่กี่วัน พวกเขาจะกล้าลงมือกับข้าเชียวหรือ ถึงแม้ตอนนี้จะมีผู้อาวุโสของฝ่ายธรรมะทั้งสี่ตระกูลอยู่ ก็ไม่ง่ายนักหากพวกเขาต้องการจะสังหารข้า”น้ำเสียงรื่นเริงของเยว่ป่ายเหอช่างสวนทางกับดวงตาเย็นชา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้จือหลานไม่อาจทัดทาน นางจำต้องกลับวังบุปผาเหนือไปก่อน เพราะยังมีงานของวังบุปผาอีกมากที่นางต้องรับผิดชอบหลี่เทียนเสียงก้าวเดินเข้าไปยังห้องโถงคฤหาสน์ตระกูลหม่าด้วยท่าที

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 4

    มือเรียวงามขาวซีดปล่อยม่านรถม้าลง ก่อนก้มลงหยิบหยกขึ้นมา ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ลวดลายแกะสลักบนเรือนหยกอย่างทะนุถนอมเขาเก็บมันเอาไว้กับตัวจากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลาสิบห้าปีแล้ว ชะตากรรมของสหายตัวน้อยผู้นั้นจะเป็นเช่นไรเขาก็สุดรู้“สิบห้าปีแล้ว...เจ้าอยู่ที่ใด จะเป็นตายร้ายดีเช่นไรบ้าง ตลอดมานับจากวันนั้นข้าก็ตามหาเจ้ามาโดยตลอด”ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะเก็บหยกเข้าไปในอกเสื้อความพยายามในการตามหาหยกอีกครึ่งหาเป็นผลไม่ ราวกับหยกที่เขามีนั้นเป็นเพียงหยกชิ้นเดียวที่มีในโลก ทั้งที่เขามั่นใจว่าหยกแบบเดียวกันนี้เคยมีสองอันผูกเอาไว้ด้วยด้ายสีแดงในวันนั้นเขาไม่อาจรั้งข้อมือน้อย ๆ ของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ เพราะหยกทั้งสองถูกดึงขาดออกจากกัน หยกผีเสื้อคู่สีขาวในยามนี้มีเพียงหนึ่งในมือเขาเท่านั้นหลี่เทียนเสียงได้แต่หวังว่าจะพบร่องรอยหยกอีกครึ่ง อย่างน้อยก็เพื่อให้เขาได้ไถ่ถอนความรู้สึกผิด ทั้งที่เขาเองก็ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเขาต้องรู้สึกผิด และทำไมเขาจึงรู้สึกว่าตัวเขาต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องจาก...ตัวเขาเองก็จดจำเรื่องราวในวันนั้นไม่ได้...ในขณะเดียวกันที่ขบวนรถม้าตระกูลหลี่กำลังมุ่งหน้าไปยั

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 3

    “ผู้ที่ควบม้านำหน้าขบวนคือคุณชายสามหลี่เทียนลู่ ส่วนคนที่อยู่ในรถม้าคงจะเป็นคุณชายรองหลี่เทียนเสียงกระมัง”“ข้าเคยได้ยินว่าคุณชายรองตระกูลหลี่สุขภาพอ่อนแอไม่อาจออกมานอกป้อมปราการไม่ใช่หรือ”“มีเรื่องสำคัญอันใดทำให้คุณชายรองหลี่ถึงกับลงเขามาด้วยตัวเองเช่นนี้นะ”“ได้ยินข่าวลือเรื่องคุณชายรองผู้นี้ อายุเพียงยี่สิบสองก็เอ่อ...เส้นผมเขาขาวทั้งศีรษะจริงหรือไม่”“เจ้าไปได้ยินมาจากที่ใดกัน เพียงจอนผมเท่านั้น หาใช่ทั้งศีรษะไม่ เฮ้อ พูดไปแล้วคุณชายรองผู้นี้น่าเห็นใจนัก ตั้งแต่เล็กก็ถูกพิษจนร่างกายไม่อาจทานทนต่อการฝึกวรยุทธ์ ทั้งที่เกิดในตระกูลจ้าวยุทธภพสามชั่วคนแท้ ๆ”“เช่นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ที่เขาถูกพี่ชายของเขาผู้นั้นวางยาพิษ”“เหลวไหล!!! เจ้าไปได้ยินข่าวลือนั่นมาจากไหนกัน คุณชายทั้งสามรักใคร่ปรองดอง ฮูหยินใหญ่และฮูหยินรองหรือก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่มีทางที่จะเกิดเรื่องเช่นที่เจ้าว่าเด็ดขาด”“แล้วเรื่องจริงเป็นเช่นใดเล่า”“เรื่องนี้...ข้าเองก็ไม่รู้ จะว่าไปไม่มีผู้ใดรู้นอกจากคนตระกูลหลี่ที่ไม่ยอมเปิดปาก แต่ข้ามั่นใจว่าหาใช่ฝีมือคนในตระกูลหลี่ไม่”ขณะที่เสียงซุบซิบดังมาจากสองข้างทาง ภ

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 2

    ตระกูลหม่า ตระกูลเกา ตระกูลโจวและตระกูลหลี่ นับเป็นสี่ตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อฝ่ายธรรมะ คนจากสองตระกูลใหญ่ถูกสังหารซ้ำยังเป็นการลงมือในเขตคฤหาสน์ตระกูลหม่าเช่นนี้ นับว่าคนร้ายช่างกล้าหาญชาญชัยยิ่ง“ท่านพ่อ” หลี่เทียนเหวินมองใบหน้าเคร่งเครียดของบิดา แล้วได้แต่ถอนหายใจ ครั้งนี้เขาเป็นเพียงคนเดียวที่เดินทางมายังคฤหาสน์ตระกูลหม่าเพื่อเข้าร่วมการชุมนุม เนื่องจากเขาเป็นบุตรชายคนโตและทายาทที่จะรับหน้าที่ผู้นำตระกูลจากบิดาเรื่องที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบหลายด้าน ทั้งชื่อเสียงการเป็นสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่งของตระกูลหม่า ฝ่ายมารที่หลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นผู้ต้องสงสัย รวมไปถึงความสัมพันธ์อันดีของสี่ตระกูลใหญ่ที่ต้องมีอันสั่นคลอน“ส่งคนของเราไปรับเจ้ารองมาจากเหลียนหัวซานเถิด”“ขอรับท่านพ่อ”หลี่เทียนเหวินเองก็เห็นด้วย เรื่องราวที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องอาศัยความปราดเปรื่องของหลี่เทียนเสียง เพราะหากจะมองหลาย ๆ ด้าน คนของฝ่ายมารนับว่าได้ประโยชน์ที่สุดทั้งนี้หากความสัมพันธ์ของฝ่ายธรรมะสั่นคลอน ย่อมส่งผลให้ฝ่ายมารผงาดขึ้นมามีอำนาจเหนือฝ่ายธรรมะอีกด้านหนึ่งคนของวังบุปผาก็กำลังหารืออยู่กับคน

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 1

    “กรี๊ด!!” เสียงกรีดร้องของสาวใช้ดังขึ้น ทำให้เหล่าผู้คุ้มกันคฤหาสน์ตื่นตัว เสียงฝีเท้าสับสนวิ่งตรงไปยังต้นเสียง ทำให้ผู้คนตื่นตระหนก กระนั้นไม่นานผู้คุ้มกันคฤหาสน์ก็สามารถควบคุมเหตุการณ์ ให้กลับมาสงบได้อย่างรวดเร็วเว้นก็แต่...“เกิดอะไรขึ้น” พ่อบ้านหม่าเอ่ยถามองครักษ์ที่บัดนี้มาถึงที่เกิดเหตุ“เรียนท่านพ่อบ้าน มีคนร้ายบุกเข้ามาสังหารคนภายในคฤหาสน์ขอรับ”“เป็นผู้ใด” พ่อบ้านหม่าขมวดคิ้วมองไปยังร่างสองร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่บนทางเดินใกล้กำแพง ข้าง ๆ กันนั้นยังมีสาวใช้นางหนึ่ง นั่งตัวสั่นงันงก เดาว่านางก็คือเจ้าของเสียงกรีดร้องเมื่อครู่ และเป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์เพียงคนเดียว“เมื่อครู่เป็นเจ้าหรือที่กรีดร้อง” พ่อบ้านหม่าเพิ่งจะถามจบ เสียงฝีเท้าของคนหลายคนก็ใกล้เข้ามา เขาหมุนกายไปยังต้นเสียง ก่อนต้องขมวดคิ้วด้วยความหนักใจ เพราะผู้ที่เพิ่งมาถึงไม่พูดไม่จา กลับพุ่งตรงไปยังร่างแน่นิ่งที่นอนจมกองเลือดอยู่“ฮูหยินเกิดอะไรขึ้น ใคร! มันผู้ใด! ฮูหยินเจ้าลืมตามองข้า ลืมตาสิ เป็นใครกันเป็นใครที่กล้าลงมือกับคนสกุลโจว ไม่! ฮูหยินเจ้าลืมตามองข้า” โจวจิ้งเหล่ยตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความโศกเศร้าเขากวาดส

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status