Share

บทที่ 4

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-21 17:33:40

มือเรียวงามขาวซีดปล่อยม่านรถม้าลง ก่อนก้มลงหยิบหยกขึ้นมา ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ลวดลายแกะสลักบนเรือนหยกอย่างทะนุถนอม

เขาเก็บมันเอาไว้กับตัวจากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลาสิบห้าปีแล้ว ชะตากรรมของสหายตัวน้อยผู้นั้นจะเป็นเช่นไรเขาก็สุดรู้

“สิบห้าปีแล้ว...เจ้าอยู่ที่ใด จะเป็นตายร้ายดีเช่นไรบ้าง ตลอดมานับจากวันนั้นข้าก็ตามหาเจ้ามาโดยตลอด”

ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะเก็บหยกเข้าไปในอกเสื้อ

ความพยายามในการตามหาหยกอีกครึ่งหาเป็นผลไม่ ราวกับหยกที่เขามีนั้นเป็นเพียงหยกชิ้นเดียวที่มีในโลก ทั้งที่เขามั่นใจว่าหยกแบบเดียวกันนี้เคยมีสองอันผูกเอาไว้ด้วยด้ายสีแดง

ในวันนั้นเขาไม่อาจรั้งข้อมือน้อย ๆ ของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ เพราะหยกทั้งสองถูกดึงขาดออกจากกัน หยกผีเสื้อคู่สีขาวในยามนี้มีเพียงหนึ่งในมือเขาเท่านั้น

หลี่เทียนเสียงได้แต่หวังว่าจะพบร่องรอยหยกอีกครึ่ง อย่างน้อยก็เพื่อให้เขาได้ไถ่ถอนความรู้สึกผิด ทั้งที่เขาเองก็ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเขาต้องรู้สึกผิด และทำไมเขาจึงรู้สึกว่าตัวเขาต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น

เนื่องจาก...ตัวเขาเองก็จดจำเรื่องราวในวันนั้นไม่ได้...

ในขณะเดียวกันที่ขบวนรถม้าตระกูลหลี่กำลังมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ตระกูลหม่า ร่างอรชรในชุดบุรุษสีขาวลุกขึ้นจากโต๊ะชั้นสองของโรงเตี๊ยม

จากจุดที่ยืนอยู่สามารถมองผู้เห็นคนที่เดินทางขึ้นเขาไปยังคฤหาสน์ตระกูลหม่าได้อย่างชัดเจน

ร่างโปร่งที่แม้จะสวมเสื้อผ้าสีขาวของบุรุษ และรวบผมยาวดำขลับขึ้นสูง ก่อนมัดเอาไว้ด้วยแถบผ้าสีเดียวกับชุด กระนั้นท่วงท่าทุกกระเบียดนิ้วที่แสดงออก กลับหาได้พยายามปิดบังว่าตัวนางเองเป็นอิสตรี มองดูราวกับนางเพียงต้องการความคล่องแคล่วในยามเดินทางเท่านั้น

เมื่อมองเห็นรถม้าหรูหราของตระกูลหลี่วิ่งลับตาไป หญิงสาวก็หมุนตัวกลับมา ใบหน้าที่ยังคงอ่อนเยาว์เรียบเฉยในขณะที่มือสะบัดพัดกางออก

พัดผ้าไหมที่มีก้านพัดทำจากเงินบริสุทธิ์ส่งกลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกป่ายเหอ ออกมา

“รายงานท่านรองประมุข”

เงาร่างในชุดสีม่วงปราดเข้ามา ก่อนคุกเข่าลงด้านหลังสตรีชุดขาว

“ว่าไป”

สตรีเจ้าของพัดสีขาวเอ่ยเสียงเรียบ สายตาของนางยังคงจับจ้องไปยังทางขึ้นเขานิ่ง เมื่อครู่นางมองเห็นใบหน้าของชายหนุ่มผู้ที่อยู่บนรถม้าอย่างชัดเจน และหากเดาไม่ผิด เขาก็คือคุณชายรองตระกูลหลี่

ส่วนผู้ที่ขี่ม้าอยู่หน้าขบวนนั้น นางรู้จักอีกฝ่ายดี เนื่องจากชื่อเสียงความเจ้าสำราญของคุณชายสามตระกูลหลี่นั้น ไม่มีผู้ใดในหวงยี่ซานไม่รู้จัก

“ผู้คุมกฎส่งพิราบสื่อสารมาเจ้าค่ะ”

“ส่งมา” มือเรียวยื่นออกไปรับจดหมายพร้อมกับเปิดอ่านเงียบ ๆ “นางให้คนส่งพิราบสื่อสารไปยังวังบุปผาใต้แล้วกระมัง”

“เจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นศิษย์พี่คงอยู่ระหว่างการเดินทางแล้ว” เอ่ยแล้วเว้นวรรคไปครู่หนึ่งอย่างใช้ความคิด “ข้าจะไปคฤหาสน์ตระกูลหม่ากับหลิวหรง และจื่อเยียน จือหลานเจ้ากลับวังบุปผาเหนือไปเสีย”

“รองประมุข!” จือหลานขมวดคิ้วด้วยความกังวล นางนับเป็นคนสนิทที่อยู่กับเยว่ป่ายเหอแทบไม่เคยแยกจากกัน นางเคยเป็นดังเงาของอีกฝ่ายตลอด

แต่คราวนี้เหตุใดรองประมุขจึงไม่ต้องการนาง...

“เจ้ากังวลอะไรเล่า ป๋ายฉานเองก็อยู่ที่นั่น”

“แต่...”

“หรือเจ้าคิดว่าข้าไม่อาจดูแลตัวเองได้ หลายปีมานี้ข้าปลอมตัวปะปนอยู่กับชาวยุทธ์ฝ่ายธรรมะ ไม่เห็นมีใครล่วงรู้ว่าข้าอยู่ในหวงยี่ซาน”

น้ำเสียงเย็นเยียบของอีกฝ่าย ทำให้จือหลานขนลุกซู่ นางรู้จักเยว่ป่ายเหอดีจนรู้ว่ายิ่งน้ำเสียงของอีกฝ่ายเย็นเยียบเท่าไร นั่นยิ่งหมายถึงนางต้องระมัดระวังคำพูดมากเท่านั้น

แม้ว่านางจะอายุมากกว่าอีกฝ่ายถึงสามปี แต่การที่เยว่ป่ายเหอผู้ซึ่งอายุเพียงสิบเจ็ดปี ได้รับความไว้วางใจจากประมุขวังบุปผา หาใช่เพียงเหตุผลในด้านวรยุทธ์ที่ลำเลิศของอีกฝ่ายเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความคิดลึกล้ำ และความเฉลียวฉลาด ซึ่งน้อยคนในวังบุปผาจะมี

“ข้าน้อยเพียงกำลังกังวลว่าเรื่องนี้อาจเป็นฝ่ายธรรมะเองที่วางแผนเล่นงานท่าน” จือหลานเอ่ยสิ่งที่ตนสงสัยออกมา

“เจ้าวางใจเถิด ข้าจะเข้าไปในฐานะอื่น ข้าจึงให้เจ้ากลับไปยังวังบุปผาเหนืออย่างไรเล่า”

“ข้าน้อยไม่เข้าใจ”

“ข้าจะไปในนามของกุนซือคนสนิทของเยว่ป่ายเหอเท่านั้น หลิวหรง...”

“เจ้าคะ”

“เจ้าฝีมือดีที่สุดในบรรดาศิษย์ของวังบุปผาเหนือ พวกเขาไม่มีใครเคยพบข้า ไหนเลยจะรู้ว่าคนใดคือตัวจริงหรือว่าคนใดปลอมตัวมา เจ้าก็แล้วกัน” เยว่ป่ายเหอแย้มยิ้มที่มุมปาก

“เจ้าค่ะ”

“จำไว้ว่าข้าคือผู้ติดตามไม่ใช่เยว่ป่ายเหอรองประมุขของพวกเจ้า จากนี้ข้าคือ...”

หญิงสาวคลี่พัดในมือของตัวเองออก มองดูดอกบัวบริสุทธิ์ที่ปักอยู่บนผ้าไหมนางก็ยิ้มออกมา

“จากนี้ข้าคือ อวี้เหลียน  เป็นเพียงหนึ่งในผู้ติดตามจากวังบุปผาเหนือเท่านั้น อย่างไรก็คิดเสียว่าเรามายังกวงหมิงซานเพื่อเล่นสนุกก็แล้วกัน อีกอย่างหลิวหรงกับจื่อเยียนนับจากวันนี้เป็นต้นไป เจ้าสองคนจงถือพัดคู่กายเอาไว้ตลอดเวลา หากมีเหตุต้องใช้วรยุทธ์จงใช้กระบวนท่าหนึ่งพิศุทธิ์เหนือธารก่อน จากนั้นค่อยใช้วรยุทธ์ที่พวกเจ้าถนัด”

“ทำไมหรือเจ้าคะ อย่างไรเสียพวกเขาไม่มีทางแยกแยะพัดปิงเหอของท่านกับพัดอื่น ๆ อยู่แล้ว” หลิวหรงให้สงสัยนัก

“ข้าจะทดสอบเจ้าสองคนด้วยว่าหนึ่งพิศุทธิ์เหนือธารของพวกเจ้าก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว”

ถึงจะได้คำตอบมาแบบนั้นแต่ไหนเลยทั้งสองจะเชื่อ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 5

    พวกนางได้แต่มองจือหลานที่อมยิ้มอย่างเห็นขัน เหตุผลนี้ของประมุขช่างไม่มีความจริงใจเอาเสียเลย เห็นชัดว่านางกำลังกลั่นแกล้งจื่อเยียนกับหลิวหรง อีกทั้งคงมีเหตุผลที่ซ่อนอยู่มากกว่านั้นเป็นแน่กระบวนท่าหนึ่งพิศุทธิ์เหนือธาร ซึ่งเป็นการร่ายรำพัดด้วยกำลังภายใน ไหนเลยจะมีคนของวังบุปผาสามารถฝึกจนก้าวหน้าได้โดยง่ายจือหลานพลันรู้สึกโชคดีที่นางไม่ได้ติดตามไปยังกวงหมิงซานครานี้ แม้จะไม่เห็นด้วยที่รองประมุขจะเดินเข้าไปสู่กับดักของฝ่ายธรรมะ กระนั้นรองประมุขของพวกนางก็ไม่เคยทำอะไรที่ไม่มีเหตุผล ดังนั้นพวกนางจึงได้แต่คล้อยตาม“ข้าน้อยทราบแล้ว” จือหลาน จื่อเยียน และหลิวหรงค้อมกายรับคำสั่ง “อีกไม่กี่วันคงมีข่าวจากศิษย์พี่ ภายในเวลาไม่กี่วัน พวกเขาจะกล้าลงมือกับข้าเชียวหรือ ถึงแม้ตอนนี้จะมีผู้อาวุโสของฝ่ายธรรมะทั้งสี่ตระกูลอยู่ ก็ไม่ง่ายนักหากพวกเขาต้องการจะสังหารข้า”น้ำเสียงรื่นเริงของเยว่ป่ายเหอช่างสวนทางกับดวงตาเย็นชา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้จือหลานไม่อาจทัดทาน นางจำต้องกลับวังบุปผาเหนือไปก่อน เพราะยังมีงานของวังบุปผาอีกมากที่นางต้องรับผิดชอบหลี่เทียนเสียงก้าวเดินเข้าไปยังห้องโถงคฤหาสน์ตระกูลหม่าด้วยท่าที

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 4

    มือเรียวงามขาวซีดปล่อยม่านรถม้าลง ก่อนก้มลงหยิบหยกขึ้นมา ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ลวดลายแกะสลักบนเรือนหยกอย่างทะนุถนอมเขาเก็บมันเอาไว้กับตัวจากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลาสิบห้าปีแล้ว ชะตากรรมของสหายตัวน้อยผู้นั้นจะเป็นเช่นไรเขาก็สุดรู้“สิบห้าปีแล้ว...เจ้าอยู่ที่ใด จะเป็นตายร้ายดีเช่นไรบ้าง ตลอดมานับจากวันนั้นข้าก็ตามหาเจ้ามาโดยตลอด”ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะเก็บหยกเข้าไปในอกเสื้อความพยายามในการตามหาหยกอีกครึ่งหาเป็นผลไม่ ราวกับหยกที่เขามีนั้นเป็นเพียงหยกชิ้นเดียวที่มีในโลก ทั้งที่เขามั่นใจว่าหยกแบบเดียวกันนี้เคยมีสองอันผูกเอาไว้ด้วยด้ายสีแดงในวันนั้นเขาไม่อาจรั้งข้อมือน้อย ๆ ของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ เพราะหยกทั้งสองถูกดึงขาดออกจากกัน หยกผีเสื้อคู่สีขาวในยามนี้มีเพียงหนึ่งในมือเขาเท่านั้นหลี่เทียนเสียงได้แต่หวังว่าจะพบร่องรอยหยกอีกครึ่ง อย่างน้อยก็เพื่อให้เขาได้ไถ่ถอนความรู้สึกผิด ทั้งที่เขาเองก็ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเขาต้องรู้สึกผิด และทำไมเขาจึงรู้สึกว่าตัวเขาต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องจาก...ตัวเขาเองก็จดจำเรื่องราวในวันนั้นไม่ได้...ในขณะเดียวกันที่ขบวนรถม้าตระกูลหลี่กำลังมุ่งหน้าไปยั

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 3

    “ผู้ที่ควบม้านำหน้าขบวนคือคุณชายสามหลี่เทียนลู่ ส่วนคนที่อยู่ในรถม้าคงจะเป็นคุณชายรองหลี่เทียนเสียงกระมัง”“ข้าเคยได้ยินว่าคุณชายรองตระกูลหลี่สุขภาพอ่อนแอไม่อาจออกมานอกป้อมปราการไม่ใช่หรือ”“มีเรื่องสำคัญอันใดทำให้คุณชายรองหลี่ถึงกับลงเขามาด้วยตัวเองเช่นนี้นะ”“ได้ยินข่าวลือเรื่องคุณชายรองผู้นี้ อายุเพียงยี่สิบสองก็เอ่อ...เส้นผมเขาขาวทั้งศีรษะจริงหรือไม่”“เจ้าไปได้ยินมาจากที่ใดกัน เพียงจอนผมเท่านั้น หาใช่ทั้งศีรษะไม่ เฮ้อ พูดไปแล้วคุณชายรองผู้นี้น่าเห็นใจนัก ตั้งแต่เล็กก็ถูกพิษจนร่างกายไม่อาจทานทนต่อการฝึกวรยุทธ์ ทั้งที่เกิดในตระกูลจ้าวยุทธภพสามชั่วคนแท้ ๆ”“เช่นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ที่เขาถูกพี่ชายของเขาผู้นั้นวางยาพิษ”“เหลวไหล!!! เจ้าไปได้ยินข่าวลือนั่นมาจากไหนกัน คุณชายทั้งสามรักใคร่ปรองดอง ฮูหยินใหญ่และฮูหยินรองหรือก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่มีทางที่จะเกิดเรื่องเช่นที่เจ้าว่าเด็ดขาด”“แล้วเรื่องจริงเป็นเช่นใดเล่า”“เรื่องนี้...ข้าเองก็ไม่รู้ จะว่าไปไม่มีผู้ใดรู้นอกจากคนตระกูลหลี่ที่ไม่ยอมเปิดปาก แต่ข้ามั่นใจว่าหาใช่ฝีมือคนในตระกูลหลี่ไม่”ขณะที่เสียงซุบซิบดังมาจากสองข้างทาง ภ

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 2

    ตระกูลหม่า ตระกูลเกา ตระกูลโจวและตระกูลหลี่ นับเป็นสี่ตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อฝ่ายธรรมะ คนจากสองตระกูลใหญ่ถูกสังหารซ้ำยังเป็นการลงมือในเขตคฤหาสน์ตระกูลหม่าเช่นนี้ นับว่าคนร้ายช่างกล้าหาญชาญชัยยิ่ง“ท่านพ่อ” หลี่เทียนเหวินมองใบหน้าเคร่งเครียดของบิดา แล้วได้แต่ถอนหายใจ ครั้งนี้เขาเป็นเพียงคนเดียวที่เดินทางมายังคฤหาสน์ตระกูลหม่าเพื่อเข้าร่วมการชุมนุม เนื่องจากเขาเป็นบุตรชายคนโตและทายาทที่จะรับหน้าที่ผู้นำตระกูลจากบิดาเรื่องที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบหลายด้าน ทั้งชื่อเสียงการเป็นสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่งของตระกูลหม่า ฝ่ายมารที่หลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นผู้ต้องสงสัย รวมไปถึงความสัมพันธ์อันดีของสี่ตระกูลใหญ่ที่ต้องมีอันสั่นคลอน“ส่งคนของเราไปรับเจ้ารองมาจากเหลียนหัวซานเถิด”“ขอรับท่านพ่อ”หลี่เทียนเหวินเองก็เห็นด้วย เรื่องราวที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องอาศัยความปราดเปรื่องของหลี่เทียนเสียง เพราะหากจะมองหลาย ๆ ด้าน คนของฝ่ายมารนับว่าได้ประโยชน์ที่สุดทั้งนี้หากความสัมพันธ์ของฝ่ายธรรมะสั่นคลอน ย่อมส่งผลให้ฝ่ายมารผงาดขึ้นมามีอำนาจเหนือฝ่ายธรรมะอีกด้านหนึ่งคนของวังบุปผาก็กำลังหารืออยู่กับคน

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 1

    “กรี๊ด!!” เสียงกรีดร้องของสาวใช้ดังขึ้น ทำให้เหล่าผู้คุ้มกันคฤหาสน์ตื่นตัว เสียงฝีเท้าสับสนวิ่งตรงไปยังต้นเสียง ทำให้ผู้คนตื่นตระหนก กระนั้นไม่นานผู้คุ้มกันคฤหาสน์ก็สามารถควบคุมเหตุการณ์ ให้กลับมาสงบได้อย่างรวดเร็วเว้นก็แต่...“เกิดอะไรขึ้น” พ่อบ้านหม่าเอ่ยถามองครักษ์ที่บัดนี้มาถึงที่เกิดเหตุ“เรียนท่านพ่อบ้าน มีคนร้ายบุกเข้ามาสังหารคนภายในคฤหาสน์ขอรับ”“เป็นผู้ใด” พ่อบ้านหม่าขมวดคิ้วมองไปยังร่างสองร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่บนทางเดินใกล้กำแพง ข้าง ๆ กันนั้นยังมีสาวใช้นางหนึ่ง นั่งตัวสั่นงันงก เดาว่านางก็คือเจ้าของเสียงกรีดร้องเมื่อครู่ และเป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์เพียงคนเดียว“เมื่อครู่เป็นเจ้าหรือที่กรีดร้อง” พ่อบ้านหม่าเพิ่งจะถามจบ เสียงฝีเท้าของคนหลายคนก็ใกล้เข้ามา เขาหมุนกายไปยังต้นเสียง ก่อนต้องขมวดคิ้วด้วยความหนักใจ เพราะผู้ที่เพิ่งมาถึงไม่พูดไม่จา กลับพุ่งตรงไปยังร่างแน่นิ่งที่นอนจมกองเลือดอยู่“ฮูหยินเกิดอะไรขึ้น ใคร! มันผู้ใด! ฮูหยินเจ้าลืมตามองข้า ลืมตาสิ เป็นใครกันเป็นใครที่กล้าลงมือกับคนสกุลโจว ไม่! ฮูหยินเจ้าลืมตามองข้า” โจวจิ้งเหล่ยตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความโศกเศร้าเขากวาดส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status