LOGINความอ่อนหวานหรือจะสู้ความเร่าร้อน... เมื่อพระธิดาผู้สูงศักดิ์ลิ้มลองรสสวาทพรานป่าในถ้ำลึก ความลับที่ถูกตีตราด้วยน้ำเชื้อบุรุษแปลกหน้าจะกลายเป็นความทรงจำรักที่นางมิอาจลืมเลือน **คำเตือน** -นิยายนามปากกา ศศิชา เป็นนิยาย PWP สำนวนอีโรติก -ไม่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี -เรื่องทุกเรื่องเป็นเรื่องแต่ง ไม่มีตัวละครอยู่จริงและแสดงถึงความกระหายด้านมืดของตัวละคร โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
View More**คำเตือน**
-นิยายนามปากกา ศศิชา เป็นนิยาย PWP สำนวนอีโรติก
-ไม่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
-เรื่องทุกเรื่องเป็นเรื่องแต่ง ไม่มีตัวละครอยู่จริงและแสดงถึงความกระหายด้านมืดของตัวละคร โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ทุกเรื่องมี ebook วางขายที่เว็บ m*b นะคะ
---------------
ณ นครคีรีจักร เมืองที่โอบล้อมด้วยขุนเขาและไอหมอก ท้องพระโรงหินอ่อนสีขาวนวลสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าดูรุ่งเรืองสมเป็นแว่นแคว้นฝ่ายเหนือ ที่นี่เป็นที่โจษจันถึงความงามขอ พระธิดาอุษาพรรณ หรือที่ชาวเมืองเรียกขานอย่างเอ็นดูว่า "พระธิดาน้อย"
พระธิดาน้อยในวัยแรกแย้ม มีสิริโฉมที่ใครเห็นเป็นต้องตะลึงชม ดวงหน้ากลมมนรับกับดวงตากลมโตสุกใส ผิวพรรณขาวละออราวน้ำนมขัดชโลมด้วยน้ำมันหอม แม้นางจะมีเจ้าชายวิเรนทรแห่งนครทิศใต้ผู้ทรงอำนาจเป็นพระคู่หมั้น ซึ่งจะมีการจัดพิธีเสกสมรสในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทว่านิสัยส่วนตัวของพระธิดาน้อยกลับอิสระซุกซน และมีจิตใจเมตตาต่อทุกสรรพสิ่ง
"พระธิดาน้อย! หยุดประเดี๋ยวนะเพคะ! จะทรงซนไปถึงไหน"
เสียงเข้มของนางอ้าย พระพี่เลี้ยงคนสนิทดังไล่หลังมา นางอ้ายในวัยกลางยี่สิบเป็นสตรีที่งามสะพรั่ง รูปร่างอวบอัด อกเป็นอก เอวเป็นเอว ผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียนดูสุขภาพดี นางสวมชุดนุ่งห่มรัดกุมแต่ก็มิอาจซ่อนส่วนสัดที่เย้ายวนได้ นางอ้ายมักจะดูแลพระธิดาอยู่เสมอด้วยความจงรักภักดีเสมอ
"โธ่... พี่อ้ายจ๊ะ วันนี้ลมดีออกอย่างนี้ จะให้ฉันอุดอู้อยู่แต่ในตำหนักร้อยพวงมาลัยได้อย่างไรกัน..." พระธิดาน้อยหันมาส่งยิ้มหวานสดใสจนนางอ้ายใจอ่อน "ไปเที่ยวชายป่าหลังเขากันเถอะนะจ๊ะ ฉันอยากเห็นนกยูงรำแพน พี่อ้ายไม่สงสารฉันหรือจ๊ะ นานๆ จะได้แอบหนีพวกทหารองครักษ์มาได้ที"
นางอ้ายถอนหายใจยาว แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อลูกอ้อน "ก็ได้เพคะ แต่ต้องรีบกลับก่อนตะวันอ้อมข้าวนะเพคะ ไม่อย่างนั้นหัวของพี่อ้ายคงหลุดจากบ่าแน่"
“อื้อ! ฉันรับปากจ้ะ รีบไปกันเถอะ”
ทั้งสองลอบออกจากประตูท้ายวัง เดินลัดเลาะตามโขดหินไปจนถึงเขตป่าลึกที่ชาวบ้านเรียกกันว่าหุบผาเงาจันทร์ เสียงน้ำตกซัดสาดดังแว่วมาตามลม บรรยากาศช่างงามราวจิตรกรรมบนฝาผนังวัด สองนารีเดินลัดเลาะผ่านดงกล้วยไม้ป่าที่ส่งกลิ่นหอมรวยริน เสียงน้ำตกดังซัดซ่ากระทบโขดหินเบื้องล่างช่วยสร้างความรื่นรมย์ให้แก่พระธิดาน้อยจนลืมความเข้มงวดในรั้วในวังเสียสิ้น
"ดูนั่นสิจ๊ะพี่อ้าย น้ำใสราวกระจกเชียว!" อุษาพรรณร้องเรียกพลางชี้ชวนให้ดูแอ่งน้ำมรกตที่เบื้องหน้า
นางอ้ายส่ายหน้าพึมพำ "พระธิดาเพคะ อย่าทรงเดินเร็วปานนั้น อ้ายตามไม่ทันแล้ว" นางพี่เลี้ยงร่างอวบอัดเดินหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหวอยู่ใต้สไบสีนวล กายสาวของนางอ้ายนั้นตึงเปรี๊ยะไปทุกส่วนสัด ยิ่งยามที่เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามลำคอ ยิ่งทำให้นางดูเย้ายวนใจอย่างประหลาด
"ฉันร้อนเหลือเกินจ้ะพี่อ้าย ขอฉันลงเล่นน้ำให้ชื่นใจหน่อยเถิดนะ"
นางอ้ายจิกปลายนิ้วลงบนไหล่กว้างของพรานหนุ่มจนผิวสีทองแดงขึ้นรอยนิ้วมือ นางหอบหายใจถี่กระชั้น ปล่อยให้ร่างอวบอัดสั่นสะท้านไปตามสัญชาตญาณดิบ พลางเอ่ยปากบรรยายความรัญจวนให้พระธิดาที่จ้องมองอยู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น “พี่อ้าย เสียวมากเลยหรือจ๊ะ”"เสียว... เสียวเหลือเกิน พระธิดาดูสิเพคะ... ยามที่น้ำ ห ของอ้ายมันไหลอาบ ค จนชุ่มเช่นนี้... ทุกจังหวะที่อ้ายกดทับลงไป มันทั้งแน่น... ทั้งหนึบ... ราวกับมันจะกลืนกินอ้ายเข้าไปทั้งตัว... โอ้ววว... มันเสียว... เสียวจนอ้ายอยากจะขาดใจตายเสียเดี๋ยวนี้เลยเพคะ!"ร่างอวบอัดของพี่เลี้ยงสาวกระตุกรัวเป็นจังหวะสุดท้ายก่อนจะหวีดร้องออกมาเบาๆ ปล่อยให้หยาดเหงื่อและน้ำรักหลอมรวมกันท่ามกลางสายตาของอุษาพรรณที่บัดนี้กลีบสาวแฉะชุ่มจนแทบทนไม่ไหวอีกต่อไป!ป้าบ... ป้าบ...“โอวว... โอวว...” พรานป่ากระตุกหงึกๆ“อึ่กก... อร๊างๆๆ” นางอ้ายน้ำแตกคาลำไปแล้ว แต่ยังกระเด้าเอร็ดอร่อย ท่อนเอ็นใหญ่ยาวไม่มีวี่แววว่าจะหลั่งเลยสักนิด“จะแตกอีกแล้ว น้ำ ห จะแตกอีกแล้ว ดูสิเพคะพระธิดา”นางอ้ายครางหงี่ ก่อนจะเกร็งกระตุกและปลดปล่อยน้ำหล่อลื่นออกมาจนชุ่มไปทั่วแก่นกายของพรานป่า นางแ
บทที่ 2 เริงระบำถ้ำศิลาอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวสวาทและหยาดเหงื่อ พรานป่ายังคงทอดร่างนิ่งสนิทเสมือนตกอยู่ในภวังค์ แต่ทว่าส่วนกลางกายกลับแข็งขึงดุจศิลาผา ผงาดชูชันท้าทายสายตาของสองนารี“คนผู้นี้แข็งแรงดียิ่งนัก”ไอ้จ้อนลำเขื่องของพรานป่าถูกดูดเลียขนาดนั้นแล้ว มันยังแข็งชี้ ไม่ยอมสงบลงเลยสักนิดนางอ้ายที่บัดนี้อารมณ์สวาทพุ่งถึงขีดสุดจนไม่อาจยับยั้งชั่งใจได้อีกต่อไป นางปลดผ้านุ่งออกจนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นเรือนร่างอวบอัดที่เย้ายวนใจไปทุกส่วนสัด สะโพกของนางขยับเข้าหาแก่นกายแกร่ง ขึ้นคร่อม ก่อนจะค่อยๆ กดทับลงไปช้าๆสวบบ..."อ๊ะ... อื๊ออออ... แน่นเหลือเกิน... ใหญ่โตปานจะฉีก ห อ้ายเลยเพคะ" นางอ้ายครางเครือ พลางจิกนิ้วลงบนอกแกร่งของพรานหนุ่มพระธิดาอุษาพรรณเบิกตากว้าง จ้องมองจุดเชื่อมต่อที่กลืนหายเข้าไปในกายของพี่เลี้ยงสาวด้วยความตื่นเต้นผสมหวาดกลัว "พี่อ้ายจ๊ะ... มันเจ็บมากไหมจ๊ะ? เลือดจะออกเหมือนนายพรานคนนี้ไหม?"นางอ้ายไม่ตอบเป็นวาจา แต่ใบหน้าที่เชิดขึ้นพร้อมเสียงครางกระเส่าดุจใจจะขาดเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด นางเริ่มขยับสะโพกโยกคลึงเป็นจังหวะหนักหน่วง บดเบียดเนินเนื้อเข้ากับโคนขาหนาของชายชาตรี
“ฉันเข้าใจแล้ว ฉันรับปากพี่อ้ายจ้ะ”นางอ้ายจับหัตถ์เรียวของพระธิดาให้กุมรอบลำกายแกร่งแล้วเอาแท่งลึงค์ลำเขื่องจ่อปาก ความร้อนระอุทำเอาอุษาพรรณสะดุ้งวาบ“ใช้ลิ้นเลียมันช้าๆ แล้วดูดหัวลึงค์นี่ คิดเสียว่ามันเป็นขนมหวานที่พระธิดาชอบอย่างไรเล่าเพคะ”“จ้ะ อึ่ก อือ..” พระธิดาน้อยค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไปตามคำสอนของนางพี่เลี้ยง นางใช้ริมฝีปากแตะเบาๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะค่อยๆ รูดรั้งตามจังหวะที่นางอ้ายนำพา“อึ่กก... อืมม... แผล่บๆ”พระธิดาอ้าปากแหย่ลิ้นไปรอบๆ หัวบากบาน ด้วยความที่กลัวจึงหลับตาแน่นปี๋ พอรู้สึกว่ามีอะไรมากระทุ้งๆ จึงงับหัวดุ้นอวบๆ เข้ามาดูดในอุ้งปากเล็กๆ พรานป่าเริ่มกระตุกครางซี้ดซ้าด ร่อนเอวไปมาอย่างเมามันส์ กระเด้งถี่ๆ จนลำดุ้นทะลวงลึกถึงคอหอย“ซี้ดด อา... โอวว...”“ดูดเลยเพคะ ดูดแรงๆ อย่ามัวแต่เลีย” นางอ้ายคอยกำกับ สอนให้พระธิดาดูด ค นางอ้ายเป่าปากอย่างเผ็ดร้อนแล้วบรรจงตวัดลิ้นดูดเลียน้ำรักที่เอ่อล้นออกมาไม่หยุดบ้าง ลิ้นร้อนๆพลิกซ้ายขวารวดเร็วเหมือนลิ้นงู"อืมมม... อา..." เสียงครางแหบห้าวหลุดออกมาจากลำคอของพรานป่าที่ยังกึ่งหลับกึ่งตื่น ร่างกำยำกระตุกสั่นน้อยๆ เมื่อถูกอุ้งปากเล็ก
“พี่อ้าย... ฉันรู้สึกแปลกๆ ร่างกายมันร้อน ร้อนเหลือเกิน”ทั้งๆ ที่อากาศภายในโถงถ้ำเย็นสบาย แต่สองนายบ่าวกลับร้อนจนกระสับกระส่าย ท่ามกลางเสียงน้ำตกที่ตกลงมาบดบังโลกภายนอก นารีผู้สูงศักดิ์และบริพารสาว บัดนี้ลืมสิ้นซึ่งเกียรติยศและฐานันดร เหลือเพียงความกำหนัดที่โหมกระพือยามได้ใกล้ชิดกับร่างกายอันสมบูรณ์แบบของพรานป่าผู้เคราะห์ร้ายที่ยังคงหลับไหล...“อา...”นางอ้ายใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นลูบไล้ไปตามโคนขาหนาหนักที่มีมัดกล้ามตึงเปรี๊ยะ ยิ่งเช็ดทำความสะอาด ความร้อนจากกายชายก็ยิ่งส่งผ่านผ้ามาถึงมือนาง นางอ้ายอดใจไม่ไหว ปล่อยให้สัญชาตญาณดิบเข้าครอบงำ นางค่อยๆ เลื่อนมือลูบไล้ผ่านผ้าเตี่ยวเปียกชื้น สัมผัสเข้ากับแก่นกายที่บัดนี้เริ่มผงาดชูชันขึ้นตามธรรมชาติของบุรุษยามใกล้ชิดสตรี"โอ้... พี่อ้ายจ๊ะ ดูนั่นสิ! มันขยายตัวใหญ่โตปานนี้เชียวหรือ" พระธิดาอุษาพรรณอุทานด้วยความตื่นตาตื่นใจ นางโน้มกายลงมาจนเนินเต้าแรกแย้มเบียดกับต้นแขนของพรานหนุ่ม "มันดูดุดันและแข็งขึงราวกับศิลา แต่มันกลับเต้นตุบๆ อยู่ใต้ฝ่ามือพี่อ้าย... มันกำลังเจ็บหรือเปล่าจ๊ะ?""มิได้เจ็บหรอกเพคะพระธิดา... แต่มันกำลังโหยหาความสุข" นางอ้ายกระซิบแผ











