Mag-log inตระกูลหม่า ตระกูลเกา ตระกูลโจวและตระกูลหลี่ นับเป็นสี่ตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อฝ่ายธรรมะ คนจากสองตระกูลใหญ่ถูกสังหารซ้ำยังเป็นการลงมือในเขตคฤหาสน์ตระกูลหม่าเช่นนี้ นับว่าคนร้ายช่างกล้าหาญชาญชัยยิ่ง
“ท่านพ่อ” หลี่เทียนเหวินมองใบหน้าเคร่งเครียดของบิดา แล้วได้แต่ถอนหายใจ ครั้งนี้เขาเป็นเพียงคนเดียวที่เดินทางมายังคฤหาสน์ตระกูลหม่าเพื่อเข้าร่วมการชุมนุม เนื่องจากเขาเป็นบุตรชายคนโตและทายาทที่จะรับหน้าที่ผู้นำตระกูลจากบิดา
เรื่องที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบหลายด้าน ทั้งชื่อเสียงการเป็นสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่งของตระกูลหม่า ฝ่ายมารที่หลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นผู้ต้องสงสัย รวมไปถึงความสัมพันธ์อันดีของสี่ตระกูลใหญ่ที่ต้องมีอันสั่นคลอน
“ส่งคนของเราไปรับเจ้ารองมาจากเหลียนหัวซานเถิด”
“ขอรับท่านพ่อ”
หลี่เทียนเหวินเองก็เห็นด้วย เรื่องราวที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องอาศัยความปราดเปรื่องของหลี่เทียนเสียง เพราะหากจะมองหลาย ๆ ด้าน คนของฝ่ายมารนับว่าได้ประโยชน์ที่สุด
ทั้งนี้หากความสัมพันธ์ของฝ่ายธรรมะสั่นคลอน ย่อมส่งผลให้ฝ่ายมารผงาดขึ้นมามีอำนาจเหนือฝ่ายธรรมะ
อีกด้านหนึ่งคนของวังบุปผาก็กำลังหารืออยู่กับคนของหุบเขาพยัคฆ์เพลิง พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์อันเคร่งเครียด เนื่องจากการมาครั้งนี้พวกเขานำกำลังมาน้อยมาก
ยิ่งเป็นคนของวังบุปผาด้วยแล้ว พวกนางเดินทางมาเข้าร่วมการชุมนุมเพียงหกคนเท่านั้น หากจะมองจากเรื่องที่เกิดขึ้นพวกนางนับว่าเสียเปรียบมากหากเกิดการปะทะ
“เรื่องนี้ข้าไม่อาจตัดสินใจเพียงลำพัง ข้ามาในฐานะตัวแทนวังบุปผา จะจากไปเฉย ๆ เช่นนี้ไม่ได้ หากข้าจากไปย่อมกลายเป็นว่าข้าหนีความผิด วังบุปผาไม่ได้ทำสิ่งใดไยต้องเกรงฝ่ายธรรมะ หากพวกเขากล้าลงมือ ก็ให้พวกเขามา ข้าพร้อมยืนหยัดเพื่อวังบุปผา”
ป๋ายฉานเอ่ยเสียงเครียด หลังจากหลินเจ๋ออี้เสนอให้กลับไปพร้อมกับเขา เพราะเรื่องนี้เขาสงสัยว่าจะเป็นคนของฝ่ายธรรมะร่วมมือกันป้ายสีฝ่ายมาร
“เราแบ่งคนมาจากวังบุปผาเหนือใต้เพียงฝั่งละสามคน แน่นอนว่าเสียเปรียบ ข้าจะส่งข่าวไปยังท่านรองประมุขใต้ ส่วนพวกเจ้าส่งข่าวไปยังท่านรองประมุขเหนือ”
นางหันไปสั่งการณ์คนของตน ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล ได้แต่หวังว่าครั้งนี้นางจะตัดสินใจถูกต้อง
“สองนางมารเดินทางมายังกวงหมิงซาน เรื่องนี้ช่างน่าสนุกโดยแท้ ได้! หากเป็นเช่นนี้หุบเขาพยัคฆ์เพลิงก็จะรั้งอยู่ที่นี่กับพวกเจ้า ข้าจะดูสิว่าฝ่ายธรรมะมีเล่ห์กลใด”
หลินเจ๋ออี้กล่าวจบก็พยักหน้าแล้วเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงป๋ายฉานที่ยังคงมีสีหน้าหนักใจ
นางไว้ใจใครไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนของฝ่ายธรรมะ หรือหลินเจ๋ออี้ผู้นี้...
หวงยี่ซาน ดินแดนแห่งขุนเขา และเหล่ายอดฝีมือ ซึ่งมียอดเขาสูงชันตั้งตระหง่านรอบทิศ
แต่ละยอดเขายังเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์ป้อมปราการสี่ตระกูลใหญ่อันได้แก่ ตระกูลหลี่แห่งเหลียนหัวซาน ตระกูลหม่าแห่งกวงหมิงซาน ตระกูลเกาแห่งเทียนตู่ซาน และท้ายที่สุดตระกูลโจวแห่งจื่อเซ่อซาน
นอกจากสี่ตระกูลใหญ่แห่งหวงยี่ซานแล้ว นอกด่านยังมีฝ่ายมารอันรุ่งเรืองอย่างหุบเขาพยัคฆ์เพลิงทางทิศตะวันตก วังบุปผาเหนือและใต้ รวมไปถึงทะเลตะวันออกที่ไร้ซึ่งที่สิ้นสุด
เยว่หวงหลานแห่งวังบุปผามีศิษย์เอกสองนาง เป็นผู้ดูแลและร่วมกันปกครอง ชาวยุทธ์ทั้งหลายแห่งหวงยี่ซานเรียกพวกนางว่านางมารอัคคี และนางมารน้ำแข็ง
เหล่าชาวยุทธ์หวงยี่ซานร่ำลือกันว่าวรยุทธ์ของพวกนางนั้น
...ไร้เทียมทาน
ด้วยชื่อเสียงของฝ่ายมารที่นับวันยิ่งกล้าแข็ง สี่ตระกูลใหญ่แห่งหวงยี่ซานซึ่งเรียกตัวเองว่าฝ่ายธรรมะ ตัดสินใจส่งเทียบเชิญไปยังวังบุปผาและหุบเขาพยัคฆ์เพลิง จุดประสงค์ก็เพื่อเข้าร่วมการประลองยุทธ์
รางวัลของผู้ชนะในการประลองยุทธ์ครั้งนี้ก็คือ
...ตำแหน่งจ้าวยุทธภพ
หลี่เซวียน จ้าวยุทธภพคนปัจจุบัน ทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้อาวุโส ผู้ซึ่งเป็นกำลังสำคัญจากตระกูลหลี่ ประกาศจะล้างมือในอ่างทองคำ เพื่อจะใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขในเหลียนหัวซาน
เมื่อไตร่ตรองแล้วอย่างถ้วนถี่ ฝ่ายธรรมะซึ่งยังคงมั่นใจในฝีมือของฝ่ายตนว่าเหนือกว่าฝ่ายมาร อีกทั้งคนรุ่นใหม่ของสี่ตระกูลที่มีฝีมือโดดเด่นอย่างหลี่เทียนเหวิน และเกาจื่อซู ก็นับว่าเป็นความหวังที่จะเอาชนะสองนางมารวังบุปผาได้ ดังนั้นทั้งหมดจึงมีความเห็นให้จัดงานประลอง เพื่อชิงตำแหน่งจ้าวยุทธภพแห่งหวงยี่ซานขึ้น
ณ ทางขึ้นกวงหมิงซานยามนี้ ขบวนรถม้าและม้าลักษณะดีกลุ่มหนึ่ง กำลังวิ่งตรงไปยังประตูคฤหาสน์ตระกูลหม่า ด้านหน้าสุดของขบวนมีชายหนุ่มซึ่งดูแล้วอายุอานามน่าจะไม่เกินยี่สิบควบม้าสีดำดูโดดเด่นนำหน้า
ใบหน้าหล่อเหลาดุจหยกสลัก เต็มไปด้วยสง่าราศี ชุดสีดำปักลายพยัคฆ์ดวงตาดุดันที่เขาสวมใส่ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนของตระกูลหลี่จากเหลียนหัวซาน
“นั่นขบวนรถม้าตระกูลหลี่ใช่หรือไม่”
ชาวยุทธ์ซึ่งยังคงปักหลักยังโรงเตี๊ยมเล็ก ๆ ยังเชิงเขากวงหมิงซานเอ่ยถามขึ้นเมื่อมองเห็นขบวนรถม้า โรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นหนึ่งในกิจการของคนตระกูลหม่า ชาวยุทธ์หรือคนผ่านทาง นิยมมาเข้าพักก่อนจะเดินทางต่อไปยังเมืองต่าง ๆ
“หากเดาไม่ผิดน่าจะมาเพราะเรื่องการชุมนุมเพื่อประลองยุทธ์กระมัง”
นี่อาจเป็นบทสรุปที่ดีที่สุดแล้ว...เขาเองก็ไม่ต้องจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ที่ต้องโทษตัวเองไปตลอดชีวิต อย่างน้อยเขาก็ได้ส่งบุตรชายไปดูแลทายาทคนเดียวของเหอจือวั่นแม้ไม่อาจทดแทน อย่างน้อยความรู้สึกผิดท่วมท้นก็บรรเทาลง เพื่อความสบายใจของเขาเอง...ยังไม่ทันที่จะได้ออกจากเหลียนหัวซาน เยว่จื่อจิงพลันขมวดคิ้ว สายตาของนางกวาดมองไปยังด้านหลัง ทำให้หลี่เทียนเหวินเองก็มีท่าทีระแวดระวัง รถม้าขนาดกลางซึ่งกำลังวิ่งตามมาด้านหลัง ทำให้คนทั้งสองหรี่ตาลงมองไม่วางตาผู้ที่บังคับรถม้าสวมชุดสีดำทั้งตัว เขาเป็นบุรุษที่สวมหมวกที่มีผ้าคลุมปิดบังใบหน้าเอาไว้มิดชิด กระทั่งรถม้าจอดลงผู้มาใหม่ก็ยังไม่ยอมเผยใบหน้าให้เห็น“จอมยุทธ์ท่านนี้ ท่านตามเราสองคนมาด้วยเหตุใด”มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นยอดยุทธ์ผู้หนึ่ง บรรยากาศเริ่มกดดันทันทีที่เยว่จื่อจิงก้าวมายืนตรงหน้าหลี่เทียนเหวินคนผู้นั้นดึงบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ ของสิ่งนั้นถูกกำลังภายในซัดออกมา เยว่จื่อจิงรับเอาไว้อย่างง่ายดาย ก่อนที่นางจะอ้าปากค้างเมื่อมองเห็นว่าของสิ่งนั้นคืออะไร“พวกเจ้า! เจ้า...ท่านมีวรยุทธ์! นางเล่า นาง...”ไม่มีเสียงตอบรับอีกทั้งรถม้าก็เริ่มออกว
“หากคนที่นี่ยุ่งยากมากเรื่องกันนัก พรุ่งนี้ข้าจะพาเขากลับวังบุปผาทันที” เอ่ยจบนางก็ละสายตากลับมา ก่อนเริ่มพันแผลให้ชายหนุ่มที่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาตั้งแต่แรกเริ่ม หลี่เซวียนกระแอมออกมาเสียงหนึ่ง คนด้านหลังของเขามีท่าทีประดักประเดิด กระนั้นพวกเขาก็ยังมีแก่ใจส่งเสียงขอโทษนางออกมา ก่อนจะทยอยกันเดินหายไป โดยไม่ลืมที่จะปิดประตูไว้ดังเดิม“ข้าจะกลับวังบุปผา” เยว่จื่อจิงเอ่ยหลังจากพันผ้าพันแผลให้เขาเสร็จ “เกี้ยวจะถูกส่งมารับท่านหนึ่งเดือนข้างหน้า คิดว่าท่านคงเตรียมตัวทัน”ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มพลันเลิกคิ้วมองนางอย่างอ่อนใจ “เช่นนี้เป็นอย่างไร ข้าจะกลับพร้อมเจ้า แต่เราไหว้ฟ้าดินกันก่อนอย่างถูกต้อง จากนั้นเราค่อยออกเดินทางจากเหลียนหัวซานพร้อมกัน”หญิงสาวขมวดคิ้วมองเขาด้วยท่าทีลังเล “เช่นนั้นข้าจะให้พวกนางเดินทางล่วงหน้าไปเตรียมการณ์ ข้า...ให้เวลาท่านสองวัน วันที่สามออกเดินทาง”“ได้”เขารับปากนางอย่างง่ายดายจนแม้แต่หญิงสาวเองก็คาดไม่ถึง“ท่าน...ยอมไปกับข้าจริง ๆ หรือ”“หากข้าไม่ไปตอนนี้แล้วเจ้ากลับคำไม่ส่งเกี้ยวมารับ ข้ามิต้องม่ายขันหมากหรอกหรือ” เขายังคงเห็นขันกับเรื่องนี้“จิงเอ๋อร์...เจ้าเป็นส
“ข้ายังทนหิวได้อีกนิดหน่อย” นางกระซิบก่อนจุมพิตคนที่เอาแต่อดทนอดกลั้น “เดินทางมาหลายวันท่านไม่คิดถึงข้าเลยหรือ ข้าคิดถึงท่านแทบแย่”“มิใช่เพราะเจ้าที่บอกว่าไม่ชอบพื้นหยาบ ๆ หรือไร” เขากระซิบเสียงพร่า กระทั่งอุ้มนางตัวลอยขึ้นแล้วก้าวเดินไปยังฉากกั้นที่เขาเตรียมน้ำสำหรับอาบเอาไว้ “หากอาหารเย็นชืดอย่าโทษข้า เป็นเจ้าเองที่ยั่วยวนข้า”และแล้ววันนั้นกว่าที่คนทั้งสองจะได้กินมื้อเย็น ก็ในอีกชั่วยามต่อมา ซึ่งแน่นอนว่าอาหารทั้งหมดเสี่ยวเอ้อต้องนำลงมาอุ่นใหม่ หลังจากมื้อเย็น ทั้งสองจึงเริ่มปรึกษากันว่าจะทำเช่นไรจึงจะสามารถเข้าถึงตัวเยว่จื่อจิง ในยามที่ตระกูลหลี่วุ่นวายเช่นนี้ในความมืดเยว่จื่อจิงจ้องมองหลี่เทียนเหวิน ด้วยดวงตาที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ หญิงสาวกำลังใคร่ครวญบางอย่างในใจเงียบ ๆ คิดทบทวนและพยายามคาดเดาการกระทำของอีกฝ่ายอย่างละเอียดนางถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ก่อนตั้งใจจะลุกขึ้น กระนั้นคนที่นางคิดว่าหลับอยู่กลับคว้าข้อมือนางเอาไว้“หากถอนหายใจครั้งหนึ่งต้องอายุสั้นลงหนึ่งปี เช่นนั้นตั้งแต่เจ้ามานั่งลงข้างเตียงคงอายุสั้นแล้วอย่างแน่นอน”“ท่านกำลังแช่งข้าหรือ” นางเอ่ยถามเขาเสียงเข้ม“ช่วยข้าไ
หญิงสาวขมวดคิ้วมองเขาอย่างโกรธกรุ่น เมื่อครู่นางมองไม่ผิดอย่างแน่นอน เขาจงใจไม่ปัดป้องกระบี่ของนางชัด ๆ “ท่านจงใจยอมแพ้หรือ” หญิงสาวกัดฟันกรอด“อย่าลืมคำสัญญาของตัวเองเล่า”“บัดซบ! หลี่เทียนเหวิน เจ้าคนสมควรตาย!” นางสบถออกมาแม้จะสบถออกมาแต่นางกลับดึงกระบี่ออก ปรี่เข้ามาสกัดจุดบนร่างใหญ่ กระทั่งเข้าไปประคองร่างที่กำลังโงนเงน แต่ท่าทีเช่นนั้นดูเผิน ๆ แล้วคือการถลาเข้าไปกอดชายหนุ่มเอาไว้ในสายตาชาวยุทธ์ทั่วหล้าหลี่เทียนเหวินเอนตัวเข้าหาร่างเล็ก เกาะกุมนางเอาไว้จนมั่นใจว่านางจะไม่ดิ้นหลุดมือไปแน่ ๆ กระทั่งมองเห็นเหล่าผู้อาวุโสกำลังปรี่เข้ามาดูอาการของเขา“จิงเอ๋อร์ ข้ารู้นะว่าเจ้าเองก็จงใจจะพ่ายแพ้ให้ข้า” เขากระซิบเสียงเบาให้นางได้ยินเพียงคนเดียว “คิดไปจากข้าตอนนี้ ไม่ง่ายแล้ว”เยว่จื่อจิงสบถด่าทอชายหนุ่มออกมาหลายคำ กระทั่งผู้คนมากมายห้อมล้อมเข้ามา นางเงยหน้ามองทุกคนด้วยดวงตราโกรธเกรี้ยว “ไสหัวไปให้หมด!! หาไม่ข้าจะไม่เกรงใจแล้ว!!”พูดจบก็ตะโกนเรียกชุ่ยจวี๋ให้มารับกระบี่ไปจากมือของตน มองใบหน้าที่ยังคงยิ้มแย้มของหลี่เทียนเหวิน นางพลันรู้สึกอยากสังหารคนขึ้นมาหญิงสาวกระชับมือเข้ากับร่างแกร่
“ท่านพ่อเช่นนั้นข้าขอเสนอตัวเอง” หลี่เทียนเหวินพลันเอ่ยออกมาทุกคนสูดหายใจเข้าด้วยความประหลาดใจ แม้แต่เยว่จื่อจิงเองก็ยิ้มและเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม“ย่อมได้” นางตกลงก่อนจะหันไปมองหลี่เซวียน “หากข้าชนะ ข้าจะพาเขาไปทันที เรื่องในยุทธภพพวกท่านไม่อาจยุ่งเกี่ยว เรื่องฝ่ายมารตระกูลหลี่ยิ่งไม่อาจสอดมือ หากข้าพ่ายแพ้จากวันนี้ไปอีกห้าสิบปี วังบุปผาจะไม่ย่างกรายเข้ามาในหวงยี่ซานอีก”หลินยวี๋หรงขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินกระนั้นหลินเจ๋ออี้กลับยิ้มออกมา “นี่เป็นวิธีที่ชาญฉลาด ประมุขเยว่ถึงกับประนีประนอมขนาดนี้ ช่างหาได้ยากยิ่ง” ชายหนุ่มพึมพำมองอย่างไรเขาก็ยังคิดว่าเยว่จื่อจิงกำลังหาทางออกให้กับทุกคน ดูท่าแล้วเรื่องราวความแค้นที่คิดว่าไม่อาจสะสาง อาจจะจบลงในวันนี้โดยที่ไม่จำเป็นต้องนองเลือดแต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องดูว่าการประลองจะจบลงเช่นไร เนื่องจากฝีมือของหลี่เทียนเหวินอยู่ในระดับที่ไม่อาจคาดเดา แต่เยว่จื่อจิงที่มีคัมภีร์เทพกระบี่ตระกูลเหอก็ไม่อาจดูแคลนดูแล้วการประลองครั้งนี้คงยากที่จะตัดสิน...เวทีประลองในยามนี้สองฝ่ายต่างก็ยืนเตรียมพร้อม เยว่จื่อจิงสะบัดฝักกระบี่สีแดงออกไป กระบี่หั่วซานร้อนแรงดังอั
หลินยวี๋หรงมองดูผู้คนมากมายที่กำลังให้ความสนใจเยว่จื่อจิง กระทั่งสายตาของเขาสะดุดเข้ากับร่างอรชรที่กำลังก้าวขึ้นไปยังลานประลองหญิงสาวในชุดสีชมพูใบหน้าโกรธกรุ่น กำลังมองตรงมายังหลี่เทียนเหวิน กระทั่งจงใจส่งสายตาเกลียดชังมายังเยว่จื่อจิง“ผู้อาวุโสทั้งหลาย ข้าน้อยขอเสียมารยาท” อวิ๋นรั่วหลุนเดินขึ้นไปยังลานประลอง ซึ่งบัดนี้คู่ที่กำลังจะประลองยังไม่ทันได้ก้าวขึ้นมาเรื่องนี้หาได้เกินความคาดหมายหรือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ เพราะในบางครั้งท่ามกลางการประลอง หากมีชาวยุทธ์คนใดข้องใจกับฝีมือของบางคน พวกนาง หรือพวกเขาสามารถขึ้นมาท้าทายคู่ต้อสู้ได้แต่เรื่องนี้ต้องอยู่ก่อนหน้าการประลองยุทธ์ระดับสูง การที่อวิ๋นรั่วหลุนทำเช่นนี้แม้ไม่ผิด แต่ก็นับว่าไม่ถูกไม่ควรเสียทีเดียว เนื่องจากการกระทำนี้นับว่าเป็นการล่วงเกินเหล่ายอดฝีมือ ซึ่งกำลังจะขึ้นประลองเป็นลำดับถัดไป“น้องเล็กเจ้ากำลังจะทำอะไร อย่าเสียมารยาท ลงมาจากลานประลองเดี๋ยวนี้”“พี่ใหญ่ข้าได้ท้าทายจอมยุทธ์หญิงท่านหนึ่งเอาไว้ นางกับข้าตกลงกันแล้ว ใครชนะย่อมได้แต่งให้พี่เหวิน” อวิ๋นรั่วหลุนผู้ไม่รู้จักที่ตายเอ่ยด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจหลี่เทียนเหวินที่




![ไอยคุปต์ มนตรา พันธนาการราคะ [PWP] + [NC30+] #จบแล้ว](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


