Share

บทที่ 2

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-21 17:30:59

ตระกูลหม่า ตระกูลเกา ตระกูลโจวและตระกูลหลี่ นับเป็นสี่ตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อฝ่ายธรรมะ คนจากสองตระกูลใหญ่ถูกสังหารซ้ำยังเป็นการลงมือในเขตคฤหาสน์ตระกูลหม่าเช่นนี้ นับว่าคนร้ายช่างกล้าหาญชาญชัยยิ่ง

“ท่านพ่อ” หลี่เทียนเหวินมองใบหน้าเคร่งเครียดของบิดา แล้วได้แต่ถอนหายใจ ครั้งนี้เขาเป็นเพียงคนเดียวที่เดินทางมายังคฤหาสน์ตระกูลหม่าเพื่อเข้าร่วมการชุมนุม เนื่องจากเขาเป็นบุตรชายคนโตและทายาทที่จะรับหน้าที่ผู้นำตระกูลจากบิดา

เรื่องที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบหลายด้าน ทั้งชื่อเสียงการเป็นสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่งของตระกูลหม่า ฝ่ายมารที่หลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นผู้ต้องสงสัย รวมไปถึงความสัมพันธ์อันดีของสี่ตระกูลใหญ่ที่ต้องมีอันสั่นคลอน

“ส่งคนของเราไปรับเจ้ารองมาจากเหลียนหัวซานเถิด”

“ขอรับท่านพ่อ”

หลี่เทียนเหวินเองก็เห็นด้วย เรื่องราวที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องอาศัยความปราดเปรื่องของหลี่เทียนเสียง เพราะหากจะมองหลาย ๆ ด้าน คนของฝ่ายมารนับว่าได้ประโยชน์ที่สุด

ทั้งนี้หากความสัมพันธ์ของฝ่ายธรรมะสั่นคลอน ย่อมส่งผลให้ฝ่ายมารผงาดขึ้นมามีอำนาจเหนือฝ่ายธรรมะ

อีกด้านหนึ่งคนของวังบุปผาก็กำลังหารืออยู่กับคนของหุบเขาพยัคฆ์เพลิง พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์อันเคร่งเครียด เนื่องจากการมาครั้งนี้พวกเขานำกำลังมาน้อยมาก

ยิ่งเป็นคนของวังบุปผาด้วยแล้ว พวกนางเดินทางมาเข้าร่วมการชุมนุมเพียงหกคนเท่านั้น หากจะมองจากเรื่องที่เกิดขึ้นพวกนางนับว่าเสียเปรียบมากหากเกิดการปะทะ

“เรื่องนี้ข้าไม่อาจตัดสินใจเพียงลำพัง ข้ามาในฐานะตัวแทนวังบุปผา จะจากไปเฉย ๆ เช่นนี้ไม่ได้ หากข้าจากไปย่อมกลายเป็นว่าข้าหนีความผิด วังบุปผาไม่ได้ทำสิ่งใดไยต้องเกรงฝ่ายธรรมะ หากพวกเขากล้าลงมือ ก็ให้พวกเขามา ข้าพร้อมยืนหยัดเพื่อวังบุปผา”

ป๋ายฉานเอ่ยเสียงเครียด หลังจากหลินเจ๋ออี้เสนอให้กลับไปพร้อมกับเขา เพราะเรื่องนี้เขาสงสัยว่าจะเป็นคนของฝ่ายธรรมะร่วมมือกันป้ายสีฝ่ายมาร

“เราแบ่งคนมาจากวังบุปผาเหนือใต้เพียงฝั่งละสามคน แน่นอนว่าเสียเปรียบ ข้าจะส่งข่าวไปยังท่านรองประมุขใต้ ส่วนพวกเจ้าส่งข่าวไปยังท่านรองประมุขเหนือ”

นางหันไปสั่งการณ์คนของตน ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล ได้แต่หวังว่าครั้งนี้นางจะตัดสินใจถูกต้อง

        “สองนางมารเดินทางมายังกวงหมิงซาน เรื่องนี้ช่างน่าสนุกโดยแท้ ได้! หากเป็นเช่นนี้หุบเขาพยัคฆ์เพลิงก็จะรั้งอยู่ที่นี่กับพวกเจ้า ข้าจะดูสิว่าฝ่ายธรรมะมีเล่ห์กลใด”

หลินเจ๋ออี้กล่าวจบก็พยักหน้าแล้วเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงป๋ายฉานที่ยังคงมีสีหน้าหนักใจ

นางไว้ใจใครไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนของฝ่ายธรรมะ หรือหลินเจ๋ออี้ผู้นี้...

หวงยี่ซาน  ดินแดนแห่งขุนเขา และเหล่ายอดฝีมือ ซึ่งมียอดเขาสูงชันตั้งตระหง่านรอบทิศ

แต่ละยอดเขายังเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์ป้อมปราการสี่ตระกูลใหญ่อันได้แก่ ตระกูลหลี่แห่งเหลียนหัวซาน ตระกูลหม่าแห่งกวงหมิงซาน ตระกูลเกาแห่งเทียนตู่ซาน และท้ายที่สุดตระกูลโจวแห่งจื่อเซ่อซาน

นอกจากสี่ตระกูลใหญ่แห่งหวงยี่ซานแล้ว นอกด่านยังมีฝ่ายมารอันรุ่งเรืองอย่างหุบเขาพยัคฆ์เพลิงทางทิศตะวันตก วังบุปผาเหนือและใต้ รวมไปถึงทะเลตะวันออกที่ไร้ซึ่งที่สิ้นสุด

เยว่หวงหลานแห่งวังบุปผามีศิษย์เอกสองนาง เป็นผู้ดูแลและร่วมกันปกครอง ชาวยุทธ์ทั้งหลายแห่งหวงยี่ซานเรียกพวกนางว่านางมารอัคคี และนางมารน้ำแข็ง

เหล่าชาวยุทธ์หวงยี่ซานร่ำลือกันว่าวรยุทธ์ของพวกนางนั้น

...ไร้เทียมทาน

ด้วยชื่อเสียงของฝ่ายมารที่นับวันยิ่งกล้าแข็ง สี่ตระกูลใหญ่แห่งหวงยี่ซานซึ่งเรียกตัวเองว่าฝ่ายธรรมะ ตัดสินใจส่งเทียบเชิญไปยังวังบุปผาและหุบเขาพยัคฆ์เพลิง จุดประสงค์ก็เพื่อเข้าร่วมการประลองยุทธ์

รางวัลของผู้ชนะในการประลองยุทธ์ครั้งนี้ก็คือ

...ตำแหน่งจ้าวยุทธภพ

หลี่เซวียน จ้าวยุทธภพคนปัจจุบัน ทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้อาวุโส ผู้ซึ่งเป็นกำลังสำคัญจากตระกูลหลี่ ประกาศจะล้างมือในอ่างทองคำ เพื่อจะใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขในเหลียนหัวซาน

เมื่อไตร่ตรองแล้วอย่างถ้วนถี่ ฝ่ายธรรมะซึ่งยังคงมั่นใจในฝีมือของฝ่ายตนว่าเหนือกว่าฝ่ายมาร อีกทั้งคนรุ่นใหม่ของสี่ตระกูลที่มีฝีมือโดดเด่นอย่างหลี่เทียนเหวิน และเกาจื่อซู ก็นับว่าเป็นความหวังที่จะเอาชนะสองนางมารวังบุปผาได้ ดังนั้นทั้งหมดจึงมีความเห็นให้จัดงานประลอง เพื่อชิงตำแหน่งจ้าวยุทธภพแห่งหวงยี่ซานขึ้น

ณ ทางขึ้นกวงหมิงซานยามนี้ ขบวนรถม้าและม้าลักษณะดีกลุ่มหนึ่ง กำลังวิ่งตรงไปยังประตูคฤหาสน์ตระกูลหม่า ด้านหน้าสุดของขบวนมีชายหนุ่มซึ่งดูแล้วอายุอานามน่าจะไม่เกินยี่สิบควบม้าสีดำดูโดดเด่นนำหน้า

ใบหน้าหล่อเหลาดุจหยกสลัก เต็มไปด้วยสง่าราศี ชุดสีดำปักลายพยัคฆ์ดวงตาดุดันที่เขาสวมใส่ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนของตระกูลหลี่จากเหลียนหัวซาน

“นั่นขบวนรถม้าตระกูลหลี่ใช่หรือไม่”

ชาวยุทธ์ซึ่งยังคงปักหลักยังโรงเตี๊ยมเล็ก ๆ ยังเชิงเขากวงหมิงซานเอ่ยถามขึ้นเมื่อมองเห็นขบวนรถม้า โรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นหนึ่งในกิจการของคนตระกูลหม่า ชาวยุทธ์หรือคนผ่านทาง นิยมมาเข้าพักก่อนจะเดินทางต่อไปยังเมืองต่าง ๆ

“หากเดาไม่ผิดน่าจะมาเพราะเรื่องการชุมนุมเพื่อประลองยุทธ์กระมัง”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 5

    พวกนางได้แต่มองจือหลานที่อมยิ้มอย่างเห็นขัน เหตุผลนี้ของประมุขช่างไม่มีความจริงใจเอาเสียเลย เห็นชัดว่านางกำลังกลั่นแกล้งจื่อเยียนกับหลิวหรง อีกทั้งคงมีเหตุผลที่ซ่อนอยู่มากกว่านั้นเป็นแน่กระบวนท่าหนึ่งพิศุทธิ์เหนือธาร ซึ่งเป็นการร่ายรำพัดด้วยกำลังภายใน ไหนเลยจะมีคนของวังบุปผาสามารถฝึกจนก้าวหน้าได้โดยง่ายจือหลานพลันรู้สึกโชคดีที่นางไม่ได้ติดตามไปยังกวงหมิงซานครานี้ แม้จะไม่เห็นด้วยที่รองประมุขจะเดินเข้าไปสู่กับดักของฝ่ายธรรมะ กระนั้นรองประมุขของพวกนางก็ไม่เคยทำอะไรที่ไม่มีเหตุผล ดังนั้นพวกนางจึงได้แต่คล้อยตาม“ข้าน้อยทราบแล้ว” จือหลาน จื่อเยียน และหลิวหรงค้อมกายรับคำสั่ง “อีกไม่กี่วันคงมีข่าวจากศิษย์พี่ ภายในเวลาไม่กี่วัน พวกเขาจะกล้าลงมือกับข้าเชียวหรือ ถึงแม้ตอนนี้จะมีผู้อาวุโสของฝ่ายธรรมะทั้งสี่ตระกูลอยู่ ก็ไม่ง่ายนักหากพวกเขาต้องการจะสังหารข้า”น้ำเสียงรื่นเริงของเยว่ป่ายเหอช่างสวนทางกับดวงตาเย็นชา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้จือหลานไม่อาจทัดทาน นางจำต้องกลับวังบุปผาเหนือไปก่อน เพราะยังมีงานของวังบุปผาอีกมากที่นางต้องรับผิดชอบหลี่เทียนเสียงก้าวเดินเข้าไปยังห้องโถงคฤหาสน์ตระกูลหม่าด้วยท่าที

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 4

    มือเรียวงามขาวซีดปล่อยม่านรถม้าลง ก่อนก้มลงหยิบหยกขึ้นมา ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ลวดลายแกะสลักบนเรือนหยกอย่างทะนุถนอมเขาเก็บมันเอาไว้กับตัวจากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลาสิบห้าปีแล้ว ชะตากรรมของสหายตัวน้อยผู้นั้นจะเป็นเช่นไรเขาก็สุดรู้“สิบห้าปีแล้ว...เจ้าอยู่ที่ใด จะเป็นตายร้ายดีเช่นไรบ้าง ตลอดมานับจากวันนั้นข้าก็ตามหาเจ้ามาโดยตลอด”ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะเก็บหยกเข้าไปในอกเสื้อความพยายามในการตามหาหยกอีกครึ่งหาเป็นผลไม่ ราวกับหยกที่เขามีนั้นเป็นเพียงหยกชิ้นเดียวที่มีในโลก ทั้งที่เขามั่นใจว่าหยกแบบเดียวกันนี้เคยมีสองอันผูกเอาไว้ด้วยด้ายสีแดงในวันนั้นเขาไม่อาจรั้งข้อมือน้อย ๆ ของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ เพราะหยกทั้งสองถูกดึงขาดออกจากกัน หยกผีเสื้อคู่สีขาวในยามนี้มีเพียงหนึ่งในมือเขาเท่านั้นหลี่เทียนเสียงได้แต่หวังว่าจะพบร่องรอยหยกอีกครึ่ง อย่างน้อยก็เพื่อให้เขาได้ไถ่ถอนความรู้สึกผิด ทั้งที่เขาเองก็ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเขาต้องรู้สึกผิด และทำไมเขาจึงรู้สึกว่าตัวเขาต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องจาก...ตัวเขาเองก็จดจำเรื่องราวในวันนั้นไม่ได้...ในขณะเดียวกันที่ขบวนรถม้าตระกูลหลี่กำลังมุ่งหน้าไปยั

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 3

    “ผู้ที่ควบม้านำหน้าขบวนคือคุณชายสามหลี่เทียนลู่ ส่วนคนที่อยู่ในรถม้าคงจะเป็นคุณชายรองหลี่เทียนเสียงกระมัง”“ข้าเคยได้ยินว่าคุณชายรองตระกูลหลี่สุขภาพอ่อนแอไม่อาจออกมานอกป้อมปราการไม่ใช่หรือ”“มีเรื่องสำคัญอันใดทำให้คุณชายรองหลี่ถึงกับลงเขามาด้วยตัวเองเช่นนี้นะ”“ได้ยินข่าวลือเรื่องคุณชายรองผู้นี้ อายุเพียงยี่สิบสองก็เอ่อ...เส้นผมเขาขาวทั้งศีรษะจริงหรือไม่”“เจ้าไปได้ยินมาจากที่ใดกัน เพียงจอนผมเท่านั้น หาใช่ทั้งศีรษะไม่ เฮ้อ พูดไปแล้วคุณชายรองผู้นี้น่าเห็นใจนัก ตั้งแต่เล็กก็ถูกพิษจนร่างกายไม่อาจทานทนต่อการฝึกวรยุทธ์ ทั้งที่เกิดในตระกูลจ้าวยุทธภพสามชั่วคนแท้ ๆ”“เช่นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ที่เขาถูกพี่ชายของเขาผู้นั้นวางยาพิษ”“เหลวไหล!!! เจ้าไปได้ยินข่าวลือนั่นมาจากไหนกัน คุณชายทั้งสามรักใคร่ปรองดอง ฮูหยินใหญ่และฮูหยินรองหรือก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่มีทางที่จะเกิดเรื่องเช่นที่เจ้าว่าเด็ดขาด”“แล้วเรื่องจริงเป็นเช่นใดเล่า”“เรื่องนี้...ข้าเองก็ไม่รู้ จะว่าไปไม่มีผู้ใดรู้นอกจากคนตระกูลหลี่ที่ไม่ยอมเปิดปาก แต่ข้ามั่นใจว่าหาใช่ฝีมือคนในตระกูลหลี่ไม่”ขณะที่เสียงซุบซิบดังมาจากสองข้างทาง ภ

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 2

    ตระกูลหม่า ตระกูลเกา ตระกูลโจวและตระกูลหลี่ นับเป็นสี่ตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อฝ่ายธรรมะ คนจากสองตระกูลใหญ่ถูกสังหารซ้ำยังเป็นการลงมือในเขตคฤหาสน์ตระกูลหม่าเช่นนี้ นับว่าคนร้ายช่างกล้าหาญชาญชัยยิ่ง“ท่านพ่อ” หลี่เทียนเหวินมองใบหน้าเคร่งเครียดของบิดา แล้วได้แต่ถอนหายใจ ครั้งนี้เขาเป็นเพียงคนเดียวที่เดินทางมายังคฤหาสน์ตระกูลหม่าเพื่อเข้าร่วมการชุมนุม เนื่องจากเขาเป็นบุตรชายคนโตและทายาทที่จะรับหน้าที่ผู้นำตระกูลจากบิดาเรื่องที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบหลายด้าน ทั้งชื่อเสียงการเป็นสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่งของตระกูลหม่า ฝ่ายมารที่หลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นผู้ต้องสงสัย รวมไปถึงความสัมพันธ์อันดีของสี่ตระกูลใหญ่ที่ต้องมีอันสั่นคลอน“ส่งคนของเราไปรับเจ้ารองมาจากเหลียนหัวซานเถิด”“ขอรับท่านพ่อ”หลี่เทียนเหวินเองก็เห็นด้วย เรื่องราวที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องอาศัยความปราดเปรื่องของหลี่เทียนเสียง เพราะหากจะมองหลาย ๆ ด้าน คนของฝ่ายมารนับว่าได้ประโยชน์ที่สุดทั้งนี้หากความสัมพันธ์ของฝ่ายธรรมะสั่นคลอน ย่อมส่งผลให้ฝ่ายมารผงาดขึ้นมามีอำนาจเหนือฝ่ายธรรมะอีกด้านหนึ่งคนของวังบุปผาก็กำลังหารืออยู่กับคน

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 1

    “กรี๊ด!!” เสียงกรีดร้องของสาวใช้ดังขึ้น ทำให้เหล่าผู้คุ้มกันคฤหาสน์ตื่นตัว เสียงฝีเท้าสับสนวิ่งตรงไปยังต้นเสียง ทำให้ผู้คนตื่นตระหนก กระนั้นไม่นานผู้คุ้มกันคฤหาสน์ก็สามารถควบคุมเหตุการณ์ ให้กลับมาสงบได้อย่างรวดเร็วเว้นก็แต่...“เกิดอะไรขึ้น” พ่อบ้านหม่าเอ่ยถามองครักษ์ที่บัดนี้มาถึงที่เกิดเหตุ“เรียนท่านพ่อบ้าน มีคนร้ายบุกเข้ามาสังหารคนภายในคฤหาสน์ขอรับ”“เป็นผู้ใด” พ่อบ้านหม่าขมวดคิ้วมองไปยังร่างสองร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่บนทางเดินใกล้กำแพง ข้าง ๆ กันนั้นยังมีสาวใช้นางหนึ่ง นั่งตัวสั่นงันงก เดาว่านางก็คือเจ้าของเสียงกรีดร้องเมื่อครู่ และเป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์เพียงคนเดียว“เมื่อครู่เป็นเจ้าหรือที่กรีดร้อง” พ่อบ้านหม่าเพิ่งจะถามจบ เสียงฝีเท้าของคนหลายคนก็ใกล้เข้ามา เขาหมุนกายไปยังต้นเสียง ก่อนต้องขมวดคิ้วด้วยความหนักใจ เพราะผู้ที่เพิ่งมาถึงไม่พูดไม่จา กลับพุ่งตรงไปยังร่างแน่นิ่งที่นอนจมกองเลือดอยู่“ฮูหยินเกิดอะไรขึ้น ใคร! มันผู้ใด! ฮูหยินเจ้าลืมตามองข้า ลืมตาสิ เป็นใครกันเป็นใครที่กล้าลงมือกับคนสกุลโจว ไม่! ฮูหยินเจ้าลืมตามองข้า” โจวจิ้งเหล่ยตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความโศกเศร้าเขากวาดส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status