Beranda / รักโบราณ / บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน / ตอนที่ 13 เจ้าลืมเขาแล้วหรือยัง

Share

ตอนที่ 13 เจ้าลืมเขาแล้วหรือยัง

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-26 14:42:29

เสียงน้ำไหลเอื่อยใต้สะพานหินผ่านลำคลองเล็กและสระริมระเบียง เงาแสงตะวันทอดตัวต่ำคล้ายจะแทรกซึมผิวน้ำ ดอกไม้ส่งกลิ่นหอมจางๆ ต้นหลิวโยกล้อสายลมพาให้ใจผ่อนคลาย

ไป๋ซูเหยานั่งยังริมสระใหญ่ บนโต๊ะถูกวางด้วยหนังสือและกระดาษ พู่กัน อากาศเย็นสบาย สงบเกินกว่าที่จะคิดว่า กลเกมภายนอกกำลังเริ่มต้น

เสียงฝีเท้าค่อยๆ ดังขึ้น ทหารยามโค้งคำนับพลางถอยกายหลบทางเมื่อเห็นท่านแม่ทัพเดินเข้ามา

ไป๋ซูเหยานั่งเขียนหนังสือตำรา ท่ามกลางกองหนังสือตรงหน้า

มิทันสังเกตถึงการมาของเซี่ยหลิงเฉิน

ชายหนุ่มกำจดหมายในมือแน่น นี่คือข่าวที่สายลับของเขาส่งมาถึง

หลังจากยืนตัดสินใจนิ่งชั่วครู่จึงเดินเข้าไปยังเรือนริมสระ

"ข้าได้ยินว่ามีจดหมายจากฮองเฮามาถึงเจ้า ใช่หรือไม่"

เซี่ยหลิงเฉิน เอ่ยถามขึ้น เมื่อนั่งลงร่วมโต๊ะกับไป๋ซูเหยา

น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ราวกำลังหยั่งเชิงหญิงสาว

ไป๋ซูเหยา เงยหน้าขึ้นอย่างสงบนิ่ง ก่อนหลบตาลง

"ฝ่าบาททรงเป็นห่วงเรื่อง...ความกลมเกลียวในจวนแม่ทัพ จึงทรงให้ฮองเฮาถามข่าวคราวมาเจ้าค่ะ"

นางเอ่ยด้วยถ้อยคำระมัดระวังแม้รู้หน้าที่ตน แต่เรื่องร่วมเรียงเคียงหมอนนางยังไม่อาจทำใจ

เรื่องราวระหว่างเขากับนางคงมีคนส่งไปรายงานในวัง นี่เป็นสิ่งที่เขาจะต้องสืบหาต้นตอให้ได้

เพราะมันต้องเกี่ยวโยงกับความเคลื่อนไหวสำคัญอื่นๆด้วย

"อ้อเช่นนั้นหรือ ข้าเองก็ไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีนัก..แล้วเจ้าจะตอบฮองเฮาว่าอย่างไร"เซี่ยหลิงเฉินเอ่ยถามด้วยเสียงประหม่า แต่ยังคงความสงบไว้

สีหน้าเข้มด้วยความกระดากอายเล็กน้อย

เขานึกถึงการกระทำของตัวเองที่ผ่านมาก็ไม่ดีกับนางสักเท่าไหร่

“ข้าบอกไปว่า ข้ายังต้องปรับตัวอีกสักหน่อย ท่านพี่ดูแลเอาใจใส่ดี ไม่ต้องกังวล”

นางเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบเป็นปกติ ไม่แฝงแววประชดประชันใดๆ

จึงทำให้เซี่ยหลิงเฉินรู้สึกละอายใจ

"อืมได้ แต่ว่านับจากนี้ เจ้ากับข้าคงต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ว่าแต่เจ้าลืมคนในใจแล้วหรือยัง"

จู่ๆเซี่ยหลิงเฉินก็โพล่งประโยคหลังออกมาดื้อ ๆ ส่งสายตามองนางอย่างรอคำตอบ

ไป๋ซูเหยา เขม้นมองเขาตรง ๆ ใบหน้าเรียบตึงเม้มริมฝีปาก ยืดกายตรงแล้วเอ่ยเสียงเย็น

“นี่ท่านคิดว่าข้าเป็นคนเช่นไร ข้าพูดไปในคืนวันนั้น นั่นคือจบแล้ว ยังไม่เข้าใจอีกหรือ ท่านกำลังดูหมิ่นข้าอยู่นะ”

คำพูดของนางทำเอาเขามือเย็นใจตกวูบ นี่เขาพูดอะไรผิดไปงั้นหรือ เขาก็แค่ถามตรงๆ มิใช่หรือไง ตอบว่าลืมแล้วก็พอ ทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วย

เซี่ยหลิงเฉินถึงกับนิ่งอึ้งละล่ำละลักแก้ตัว

“เอ่อ ข้าแค่ถามไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นเจ้าสักหน่อย ลืมแล้วก็ลืมแล้วสิ ไม่ลืมก็ไม่ต้องลืมข้าไม่ว่าอะไรเจ้าหรอก ทำไมต้องโกรธด้วย”ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้ไป๋ซูเหยาอดกลั้นที่จะลงมือไม่ได้สักหมัด

“ข้าลืมแล้ว พอใจรึยัง ต่อไปอย่าพูดเรื่องนี้อีก”นางสั่งเสียงเฉียบขาด แววตาวาวโรจน์

เซี่ยหลิงเฉินรีบพยักหน้ารับหงึก ๆ ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยคำใดอีกสักครึ่งคำ

คราแรกความรู้สึกประดักประเดิด ของคู่สามีภรรยาใหม่ที่อยู่ร่วมจวนแต่ไม่ได้อยู่ร่วมห้อง

ไม่เคยร่วมเคียงเรียงหมอนเลยสักครั้ง ทำให้ทั้งคู่ราวกับคนแปลกหน้าที่ไม่สะดวกใจคุยกัน

แต่ครานี้ทั้งคู่พลันกล้าว่ากล่าวเปิดใจต่อกันแล้ว สถานการณ์นี้คือเซี่ยหลิงเฉินเป็นฝ่ายไม่กล้าขัดใจไป๋ซูเหยาแม้สักเพียงนิด

ไป๋ซูเหยา เหลือบมองใบหน้าเข้มของคนตรงหน้า ที่เขาถามเจตนาอะไรกันแน่ ถามหยั่งเชิงนางงั้นหรือ

หากตอบว่านางยังมีใจให้โม่อวิ๋นอยู่เล่า เขาจะยิ่งระแวงกว่านี้ไหม แต่ที่นางตอบไปก็ตรงใจไม่ได้โกหก

หลายเดือนมานี้นางยุ่งวุ่นวายกับเรื่องการจัดการในจวนจนลืมคิดถึงโม่อวิ๋นไปจริง ๆ ทุก ๆ วันมีเพียงเรื่องของเซี่ยหลิงเฉินเข้ามาแทนที่ โดยไม่รู้ตัว

เมื่อเห็นท่าทีสงบลงของไป๋ซูเหยาแล้ว เซี่ยหลิงเฉินจึงเอ่ยเปิดประเด็นสำคัญถึงเรื่องที่เขาตั้งใจนำมาปรึกษานาง

"ข้ายังมีข่าวสำคัญมาปรึกษากับเจ้าด้วย”ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเข้มขึ้น

“ข่าวที่เจ้าไปปล่อยไว้ ได้ผลอย่างดี หลายวันนี้พ่อค้ากว้านซื้อเครื่องเทศ และสิ่งของมีค่าเพื่อกักตุน นั่นทำให้ข้ารู้ว่ามีพ่อค้าเพียงไม่กี่คน หนึ่งในนั้นยังเป็นคหบดียู่อี่เล่ยรวมอยู่ด้วย”เซี่ยหลิงเฉินเอ่ยเล่า

ไป๋ซูเหยาเลิกคิ้วสนใจสิ่งที่ได้ยิน พลางคิดแล้วยิ้มเอ่ย

“แบบนี้ท่านก็จะสืบข่าวไม่ยากแล้ว จากบรรดาพ่อค้าเหล่านี้”

“ใช่ ข้าได้ส่งคนไปสืบแล้ว ที่สำคัญข้าได้ข่าวมาอีกว่า คหบดียู่แท้จริงเบื้องหลังเขายังมีการใช้แรงงานเด็ก และแรงงานทาสขนสิ่งของจำนวนมาก ผ่านเส้นทางลับออกจากเมืองชายแดน ไปยังแคว้นฉิน ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้”เซี่ยหลิงเฉินเอ่ยสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น เอ่ยถึงแรงงานเด็ก ไป๋ซูเหยาใบหน้าพลันเข้มตาม

“เขาช่างเป็นคนหน้าอย่างลับหลังอย่างจริง ๆ”ไป๋ซูเหยาเอ่ยเสียงเย็น

เซี่ยหลิงเฉินพยักหน้าเห็นด้วย เขานั้นมองข้ามคหบดียู่มาตลอดนึกแล้วโมโหตัวเองนัก

“ยังมีเรื่องจากชายแดนแคว้นฉินมาปรึกษากับเจ้าด้วย” เซี่ยหลิงเฉินเอ่ยขึ้นอีก

“ท่านว่ามา”ไป๋ซูเหยารับฟังอยู่ ขณะที่เทน้ำชาลงถ้วย ยกดื่มดับความขุ่นเคืองในใจ

“เกิดภัยแล้งนานหลายเดือนจนมีผู้ประสบภัยเดินทางเข้ามายังชายแดนแคว้นชิ่ง ที่สำคัญแคว้นฉินกลับแอบลอบส่งกองกำลังปะปนมากับผู้ประสบภัยด้วย"เขาเอ่ยเล่าต่อ

ไป๋ซูเหยา ใบหน้าเข้มขึ้น แววตาสงสัย

"ถ้าเช่นนั้นก็มิใช่เพียงภัยธรรมชาติกับความหิวโหย ที่เป็นปัญหาของเราแล้ว แต่คือการเคลื่อนไหวทางทหารของแคว้นฉินด้วย ท่านคิดว่าควรจัดการเช่นไร"

"ข้าก็มาปรึกษาเจ้านี่ไงว่า คิดเห็นประการใด"เซี่ยหลิงเฉินย้อนถามกลับ

ไป๋ซูเหยาหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยเสียงมั่นคง

"ข้าคิดว่าเราต้องเร่งช่วยเหลือชาวบ้านให้เร็วที่สุด ประชาชนจะได้ไม่ตกเป็นเครื่องมือของศัตรู

ขณะเดียวกันต้องส่งทหารลับฝีมือดีเข้าไปปะปนเพื่อสืบข่าวครั้งนี้ด้วย และถ้าหากท่านเห็นสมควร...ข้ายินดีไปกับท่านเพื่อช่วยดูแลการแจกจ่ายเสบียงและยาให้กับผู้ประสบภัย"

ทั้งคู่พลันเงยหน้าขึ้นสบตากันโดยไม่ตั้งใจ

เซี่ยหลิงเฉินนิ่งประหม่าไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเบา ๆ

"ข้าคิดอยู่แล้วว่าเจ้าสนใจเรื่องบ้านเมืองและประชาชน ข้าจึงมาปรึกษาเจ้า ข้าคิดไม่ผิดจริงๆ"

เขายิ้มบางเอ่ยเสียงทุ้มแฝงความชื่นชม

"เช่นนั้นเราก็มาแบ่งหน้าที่กันทำเถอะ สอดประสานร่วมมือกัน ข้าจะดูแลเรื่องสายลับ และข่าวทางทหารแคว้นฉิน ส่วนเจ้าดูแลผู้ประสบภัยไป" เขาเอ่ยต่อพร้อมก้มศีรษะเบา ๆ เป็นการยอมรับ

ไป๋ซูเหยายิ้มอ่อนให้ เอ่ยเสียงหนักแน่นมั่นคงรับคำ วางเรื่องขุ่นเคืองลง

"ได้สิ มันคือหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว"

เซี่ยหลิงเฉินมองนางด้วยแววตาชื่นชม

"ใช่และข้าก็อยากทำให้ฮ่องเต้ทรงคลายกังวล เรื่องระหว่างข้ากับเจ้าด้วย"

เซี่ยหลิงเฉินเอ่ยน้ำเสียงกระตือรือร้นพร้อมด้วยแววตาหนักแน่นจากที่เห็นถึงการกระทำของนางมาหลายเดือนแล้ว เขาคิดว่าเป็นเขาที่ระแวงไปเองมาตลอด

ครั้งนี้คำพูดของเขาได้กระทบใจของไป๋ซูเหยาเข้าแล้ว แม้มิได้เอ่ยคำใด ความนิ่งเงียบของนางก็คือการยอมรับ ใบหน้ายามนี้คล้ายแดงเรื่อขึ้น

ณ จวน คหบดี

รถม้าคันหนึ่งวิ่งมาหยุดยังหลังจวน

ชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่เดินลงมาจากรถม้า

มีลูกน้องชายรูปร่างกำยำเดินตามหลังเข้าไปยังจวน

ที่หน้าประตูหลัง คหบดียู่ยืนรอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม คำนับหนึ่งที แล้วยืนหลีกทางผายมือเชื้อเชิญเข้าด้านใน

ภายในห้องโถงใหญ่ ผู้มาเยือนนั่งตำแหน่งโต๊ะประมุขของบ้าน นั่นแสดงว่าเขามีฐานะสูงยิ่งกว่าเจ้าของจวน

คหบดียู่นั่งอยู่ด้านข้าง ใบหน้ายิ้มแย้มเอ่ยประจบ

“จวนของข้าเป็นเกียรติยิ่งที่ได้ต้อนรับท่านแม่ทัพใหญ่ฉินจื่อเยว่ ผู้รบชนะทั่วสารทิศ”

แม่ทัพฉิน มิได้สนใจคำเยินยอนั้น ใบหน้านิ่งสงบราวกำแพงหินไม่แม้เหลือบแลผู้กล่าว

คหบดียู่ยิ้มเจื่อนราวหมดคำพูดยกมือลง รอดูท่าทีแม่ทัพใหญ่วัยเลยกลางคน

เป็นผู้อยู่ข้างกายเขาเอ่ยขึ้นแทน “คหบดียู่ท่านแม่ทัพมาที่นี่เพราะเรื่องที่ฮองเฮาส่งมา ท่านรีบนำจดหมายออกมาเถอะ”

คหบดียู่รีบนำจดหมายออกมาจากอกเสื้อยื่นให้ทหารคนสนิททันทีพร้อมเอ่ย “จดหมายนี่ ข้ามิได้เปิดอ่านแม้สักเพียงครึ่งตัวเลยขอรับ”

แม่ทัพฉินรับไปอ่านด้วยตนเอง

“ฮองเฮาเพียงบอกว่าโม่อวิ๋นจะเดินทางผ่านมาทางนี้ ให้เจ้ากับข้าร่วมมือกันทำอย่างไรก็ได้ ให้พวกเขาเกิดการปะทะกันเอง เรื่องเล่ห์เหลี่ยมนี้ข้าไม่ถนัด เจ้าไปคิดเอาเถอะ ส่วนข้าจะนำกำลังเข้ารบกับเขาที่ค่ายผู้ประสบภัยหลังจากนั้น เจ้าดำเนินการไป ข้าจะรอข่าวจากเจ้าที่ค่าย อย่าทำงานพลาด เพราะข้าไม่ชอบให้โอกาสใคร”

กล่าวจบ แม่ทัพฉินลุกขึ้นเดินกลับไปยังรถม้า โดยไม่แตะต้องแม้น้ำสักครึ่งจอก

เมื่อเขาออกไปแล้ว คหบดียู่ที่วิ่งตามมาส่งไม่ทันนั้น ก็แทบล้มทั้งยืน

ไม่คิดว่าแม่ทัพฉินจื่อเยว่ผู้นี้จะรับมือได้ยากยิ่งกว่าผู้ใด หัวใจเขายังเต้นระทึกไม่เป็นส่ำ แทบไม่อยากคิดต่อหากเขาทำงานพลาด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 19 ครอบครัวพร้อมหน้า

    เมืองชายแดนยามรุ่งเช้า ณ เส้นทางหุบเขา พายุหิมะหยุดลงแล้ว ทหารนำหน้าขบวนคาราวานจัดการกับหิมะเพื่อเปิดทางโม่อวิ๋นดูอารมณ์เบิกบานกว่าทุกวัน เมื่อเขาคิดว่าใกล้ถึงเวลาที่จะได้พบกับไป๋ซูเหยาในอีกไม่นานแม้แต่เจี่ยเหลียน ก็ถูกเขาละเลยเช่นกัน ตั้งแต่เช้ามาเขาแทบไม่ได้สนใจสิ่งใดนอกจากการเตรียมตัวออกเดินทางหญิงสาวเองก็ทำตัวเงียบ ๆ หลบเลี่ยงเขาไม่ให้เป็นที่สังเกต เพราะยังนึกเสียใจเรื่องเมื่อค่ำคืนนางอาศัยนั่งไปบนเกวียนขนของท้ายขบวน อากาศที่หนาวเย็นนี้แทบทำผู้คนให้แข็งตาย ยังดีที่มีเสื้อคลุมขนสัตว์ของโม่อวิ๋นที่ให้ความอบอุ่นมาตลอดทาง กลิ่นหอมอ่อนจากกายเจ้าของเสื้อ ยังอบอวลไม่จาง พลันใบหน้าหญิงสาวแดงเรื่อขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเมื่อนึกขึ้นมาหลายวันมานี้ นางใกล้ชิดกับเขาหลายครั้งทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ เกิดความรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้างแล้วบางครั้งกลัวเกรงเขาแต่ทำใจดีสู้เสือ บางครั้งโมโหเดือดดาล และหลายครั้งทำอะไรไม่ถูกเมื่อยามเขาจ้องมองทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วตั้งแต่พบกัน ต้องโทษความใจกล้าบ้าบิ่นของตนเอง ที่คิดแต่เพียงจะช่วยบิดา ไม่ได้เตรียมใจให้ดี วันหน้ายังต้องพบเจออะไรอีกก็ยากจะรู้ได้ นางหวังเพ

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 18 พบหน้ากันอีกครั้ง

    “ฮองเฮาพะย่ะค่ะ ข่าวรายงานว่า โม่อวิ๋นที่ออกจากเมืองหลวงไป กำลังจะมุ่งกลับแคว้น แต่ว่าเส้นทางที่ไปต้องผ่านเมืองชายแดนอยู่ดีพะย่ะค่ะ เรื่องนี้คาดว่า โม่อวิ๋นกับคุณหนูไป๋คงต้องได้พบกันระหว่างทางเป็นแน่”ขันทีข้างกายฝ่าบาท เอ่ยกระซิบเพียงลำพังกับฮองเฮาใบหน้างามที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มบาง แววตาเยาะหยัน“ข้ารู้อยู่แล้ว และสั่งการไปยังคหบดียู่กับท่านแม่ทัพฉินเยว่ให้ดำเนินการ ไฟกองโตยังไม่แรงพอ ข้ายังต้องกระพือลมโหมเข้าไปอีกหน่อย”นางออกคำสั่งด้วยท่าทีสงบ ในมือถือดอกโบตั๋นปักลงไปในแจกัน“ฮองเฮาทรงพระปรีชายิ่ง จะให้หม่อมฉันทำเช่นไรต่อไป พะย่ะค่ะ”ขันทีน้อมกายคำนับเอ่ย“เจ้าคอยพูดให้ฝ่าบาทระแวงสงสัยในตัวแม่ทัพเซี่ยต่อไป จำไว้อย่าพูดออกนอกหน้าจนเกินไป”“พะย่ะค่ะ หม่อมฉันเข้าใจแล้ว หากวันหน้างานใหญ่สำเร็จ หวังว่าฮองเฮาจะมีความสุขยิ่งขึ้นในทุกๆวัน”ยามเอ่ยสายตาจับจ้องฮองเฮา แววตาราวซ่อนเรื่องราวยากจะเอ่ยเขาก้าวเดินจากมาด้วยใบหน้านิ่งเฉยไม่เผยอารมณ์ฮองเฮาหลังตรงสง่าไม่หันเหลือบแล หากลมหายใจไม่สม่ำเสมอ ดวงเนตรเหลือบมองท้องฟ้าราวสะกัดกลั้นข่มมิให้ใครเห็นรอยอาดูรเรื่องราวทุกอย่างล้วนมีเงื่อนงำ ไม่เว้

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 17 หญิงผู้ซ่อนประกาย 2/2

    ยามค่ำหลังอาหารเย็น โม่อวิ๋นให้เจี่ยเหลียนเข้าพบ เพื่อรายงานเรื่องการตรวจสอบบัญชีที่เขามอบหมาย“วันนี้เจ้าตรวจสิ่งของแล้วพบสินค้าผิดปกติอีกหรือไม่” โม่อวิ๋นสอบถามอย่างปกติ“เรียนท่านเจ้าเมือง ไม่พบแล้วเจ้าค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี เพียงแต่ข้ายังเห็นว่าบัญชีนี้ยังไม่เป็นระเบียบนัก สิ่งของคัดแยกโดยยังแบ่งราคาบางชิ้นน้อยกว่าราคาที่ควรจะเป็นอยู่บ้างเจ้าค่ะ” เจี่ยเหลียนรายงานทั้งเสนอความคิดโม่อวิ๋นเหลือบสายตามองนางแว่บหนึ่ง แล้วหันกลับไปมองหนังสือในมือ พร้อมกล่าวขึ้นว่า“งั้นเจ้าก็เอาบัญชีออกมาทำเถอะ” โม่อวิ๋นสั่งเจี่ยเหลียนมองไปรอบ ๆ ห้อง โต๊ะที่นางต้องนั่งทำบัญชี อยู่ข้างเตียงนอนของเขาเพียงตัวเดียวเท่านั้น“ท่านให้ข้านำกลับไปทำในห้องได้หรือไม่” นางถาม“ไม่ได้ ทำตรงนี้ เกิดเจ้าเล่นตุกติกขึ้นมาข้าจะได้รู้” โม่อวิ๋นเอ่ยตอบโดยไม่หันมองหน้านางเจี่ยเหลียนไม่มีทางเลือกจึงจำใจนั่ง และลงมือทำบัญชีดวงจันทร์เคลื่อนคล้อยเหนือยอดไม้ ลมหนาวพัดพลิ้วผ่านกิ่งไผ่ เกิดเสียงตามสายลมโม่อวิ๋นนั่งอ่านรายงานเงียบ ๆ ในขณะที่เจี่ยเหลียนนั่งทำบัญชี ขะมักเขม้น สีหน้าจริงจังมีสมาธิชายหนุ่มเหลือบตามองนางเป็นบางคร

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่16 หญิงผู้ซ่อนประกาย 1/1

    ขบวนคาราวานอัญมณีของโม่อวิ๋นได้เคลื่อนผ่านช่องเขาทางเหนือของแคว้นชิ่งแล้ว ม้าเทียมเกวียนหลายสิบตัวลากกล่องไม้ที่บรรจุเพชร พลอยหยกดิบจากแดนไกล แต่ละกล่องมีตราประทับรูปมังกรเพลิงของ “พ่อค้าตงหยาง” นามลับของโม่อวิ๋นที่ใครในยุทธจักรก็เกรงกลัว เขาใช้นามแฝงนี้มาหลายปีเพื่อเข้าออกไปยังแคว้นต่าง ๆชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของนั่งอยู่ในกระโจมพักแรม สีหน้าเรียบเย็น ดวงตาเยือกแข็ง แม้แต่มุมคิ้วยังขมวดเล็กน้อยแววตาหม่นไม่สดใสเฉียบคมเช่นเคย นับตั้งแต่จากกับไป๋ซูเหยามาด้านนอกกระโจมมีการรายงานขอเข้าพบ เป็นองค์รักษ์ข้างกายที่เข้ามา“ท่านเจ้าเมือง หญิงสาวที่ท่านรับขึ้นรถม้าวันก่อน ตอนนี้นางกำลังสำรวจสินค้าที่ซื้อมาจากแคว้นอื่นและทำการบันทึกบัญชีขอรับ”โม่อวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย“งั้นรึ”ช่างน่าสนใจ เขาคิด“นาง... ตรวจสอบพลอยจากหีบทีละลัง แล้วยังชี้จุดผิดพลาดของเครื่องประดับจากพ่อค้าคนกลางได้ตรงนัก ขอรับ”คำรายงานเรียบง่าย แต่ทำให้เขาหันไปมองอย่างสนใจลังสิ่งของวางเรียงรายอยู่ บริเวณกลางกระโจมที่พักแรมโดยมีพ่อค้าจากเมืองลั่วยืนอยู่ด้วย เพื่อตรวจรับสินค้าเจี่ยเหลียนยืนดูเครื่องประดับหยกที่อยู่ในมือ พูดกับพ่อค

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 15 เงาในยามค่ำคืน

    ท้องฟ้ายามค่ำ ในพื้นที่ราบลุ่มมีแต่เสียงแมลงกรีดร้อง พวกผู้ประสบภัยบางส่วนหลับใหลหลังจากได้รับการดูแล ส่วนหนึ่งยังคงนั่งผิงไฟแววตาไม่อาจวางใจจากความสูญเสียไป๋ซูเหยาสวมชุดธรรมดาสีเข้ม เดินตรวจตราแต่ละกระโจมด้วยตนเอง ถามไถ่ผู้คนอย่างอ่อนโยนเซี่ยหลิงเฉินยืนมองจากระยะไกล แววตาหนักแน่นแต่ยังคงซ่อนความแปลกใจระคนชื่นชม“ในสนามรบ...ข้าเคยรู้มาว่านางนั้นเด็ดเดี่ยวไม่แพ้ชาย”“แต่ในยามต้องแบกความทุกข์ของผู้คน นางกลับอ่อนโยนกว่าข้าเสียอีก”ทว่าท่ามกลางเสียงไฟปะทุ และความเงียบของรัตติกาล เงาร่างหนึ่งแอบย่องเข้าไปยังกระโจมของเซี่ยหลิงเฉินทางเบื้องหลังกระโจมแม่ทัพ ใกล้ชายแดนดงไม้ เป็นหนึ่งในชายรูปร่างสูงที่ปลอมตัวเป็นชาวบ้าน เขาลอบค้นถุงผ้า ล้วงแผนผังเส้นทางของแคว้นชิ่งกับบัญชีทหารขณะกำลังคิดจะหลบหนี เสียงคำรามของสุนัขทหารดังลั่น พร้อมแสงคบไฟพุ่งเข้าใส่ทันที!“จับมันไว้!”เสียงของทหารนายหนึ่งตะโกนลั่นชายคนนั้นวิ่งหนีเข้าไปในป่าทึบเซี่ยหลิงเฉินพร้อมทหารกลุ่มหนึ่ง ไล่ตามทันทีโดยไม่รอช้าเพราะเขาได้เตรียมคนดักซุ่มอยู่ในป่าตามแผนที่วางไว้อยู่แล้วณ กระโจมบัญชาการชั่วคราว หลังเหตุการณ์ไล่ล่าบรรลุผล

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 14 รวบรวมเสบียง

    ตอนที่ 14 รวบรวมเสบียงไป๋ซูเหยาเริ่มรวบรวมเสบียง จัดซื้อหาสิ่งของจากตลาดและชาวบ้าน ทำให้เงินทองสะพัด หลายครอบครัวรีบนำสิ่งของที่ตัวเองมีออกมาเสนอขายให้นางเรื่องในจวนนางสั่งงานบ่าวในบ้านให้จัดการสิ่งต่างๆ ระหว่างที่นางกับท่านแม่ทัพไม่อยู่สวนผัก บ่อปลา กิจการงานที่นางได้เคยสอนไว้ บ่าวทุกคนต่างรู้หน้าที่ดีอยู่แล้วจึงไม่น่าห่วง นางกำชับให้พ่อบ้าน จัดการสอนวิธีทำการเกษตรผสมผสานนี้ให้กับชาวบ้านอย่าได้ขาด ผักดอง ปลาตากแห้ง ถ่าน ที่นางทำไว้ ได้นำไปด้วยบางส่วนข่าวการรวบรวมเสบียงของจวนแม่ทัพเพื่อผู้ประสบภัยนั้นคหบดียู่รู้อยู่แล้ว เขาได้จัดคนนำสิ่งของมาให้ถึงจวนคหบดียู่ ชายร่างสันทัด ขาวท้วม ยืนยิ้มด้วยแววตาเป็นมิตร ยกมือคาราวะไป๋ซูเหยา“ฮูหยิน ข้าน้อยนำสิ่งของเหล่านี้มาร่วมบริจาค หวังว่าช่วยเหลือชาวบ้าน ขอรับ”ไป๋ซูเหยามองสิ่งของ บนรถสองสามคัน นางมองไปยังทหารให้เข้าไปตรวจดูทหารหันมารายงาน “เรียนฮูหยิน ล้วนเป็นของที่ใช้ได้ขอรับ”นางเพียงพยักหน้ารับ หันไปเจรจากับคหบดียู่ ยิ้มบางเอ่ย“ขอบใจคหบดียู่ แต่ข้าไม่ขอรับไว้เปล่า จะให้ราคาสิ่งของเหล่านี้”คหบดียู่รีบเอ่ยปฏิเสธทันควัน “มิเป็นไรขอรั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status