Beranda / รักโบราณ / บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน / ตอนที่ 8 ฮูหยินท่านแม่ทัพ

Share

ตอนที่ 8 ฮูหยินท่านแม่ทัพ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-24 23:56:18

ตอนที่ 8 ฮูหยินท่านแม่ทัพ

รุ่งสางแห่งวันใหม่

แสงแดดยามเช้าสาดต้องกระเบื้องเงางามของจวนแม่ทัพใหญ่

 แต่สายลมยามเช้าก็ไม่อาจกลบเสียงซุบซิบอันแผ่วเบาในทุกตรอก ซอกซอยของเมืองชายแดน

“ว่ากันว่าคืนเข้าหอไม่มีพิธีรับตัวเจ้าสาวตามธรรมเนียม…”

“ว่าไป…แม้แต่เหล้าสมรสก็ถูกวางไว้จนเย็นชืด”

“แม่ทัพผู้เย็นชาของเราคงไม่พึงใจฮูหยินนักกระมัง?”

ข่าวลือแพร่กระจายราวควันไฟในฤดูแล้ง และเปลวเพลิงค่อย ๆ ลามเข้าสู่จวนอันสงบ

แต่ผู้คนหารู้ไม่… ว่าเรื่องราวภายใน นั้นซับซ้อนเกินวาจาเล่าลือ

 

ภายในตำหนักฝั่งตะวันออก

ไป๋ซูเหยาแต่งกายเรียบร้อยงดงาม สมศักดิ์ศรีฮูหยินแม่ทัพ แม้ใบหน้าเรียบนิ่ง แต่แววตาหนักแน่น

“ฮูหยินเจ้าคะ ด้านนอกนั่นข้าได้ยินเรื่องซุบซิบนินทาเจ้าค่ะ” สาวใช้นามเสี่ยวมี่รายงาน

“งั้นหรือ พวกเขาว่ากันอย่างไรบ้างล่ะ” นางเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ

“พวกเขาว่าท่านแม่ทัพ ไม่สนใจการแต่งงานนี้ ไม่พอใจฮูหยินเจ้าค่ะ แม้แต่เหล้าแต่งงานก็ยังเย็นชืด”เสี่ยวมี่เล่า ออกอาการเดือดร้อนแทนนาย

นางพยักหน้า ยิ้มบาง “ข่าวลือย่อมต้องมีอยู่แล้ว ในเมื่อท่านแม่ทัพ ไม่ไปรับข้าที่ประตูเมือง ทั้งคืนก็ไม่กลับจวน ถ้าพวกเขาไม่พูดถึงสิ นั่นจึงจะเป็นเรื่องแปลก หน้าที่ต้องแก้ตัวไม่ใช่เป็นข้า แต่เป็นเขาที่ต้องอธิบาย”

ไป๋ซูเหยาเอ่ยพูด ใบหน้าแม้ยิ้มละมัย หากฉายแววตาวาวโรจน์ นางต้องเอาคืนเขาอย่างแน่นอน

ทั่วทั้งจวนแทบไม่มีเสียงพูดคุยบ่าวรับใช้ต่างก้มหน้าทำงานของตัวเอง เมื่อนางเดินผ่านก็ทำความเคารพแล้วเดินเลี่ยงไป

ไป๋ซูเหยาเดินสำรวจไปเรื่อย ๆ ระหว่างนั้นได้พบพ่อบ้านใหญ่ ผู้ที่ต้อนรับนางเมื่อวันเข้าจวน

“คารวะฮูหยินขอรับ” พ่อบ้านเคารพนอบน้อม ไม่มีทีท่าประจบ สีหน้าสงบนิ่ง

“ท่านพ่อบ้าน ท่านชื่ออะไรหรือ”ไป๋ซูเหยาเอ่ยถาม

“ข้าน้อยมีนามว่า เฮียงลี้ ขอรับ” พ่อบ้านตอบ

จากที่นางสังเกต พ่อบ้านเฮียงลี้ ขาข้างหนึ่งเดินไม่ถนัดนัก คาดเดาว่าอาจเป็นทหารบาดเจ็บที่ ท่านแม่ทัพรับไว้ทำงาน

“ท่านเตรียมอาหารเช้าแล้วหรือยัง ท่านแม่ทัพกลับมาจะได้ทานร้อน ๆ”

“ข้าน้อยเตรียมไว้ให้แค่ของฮูหยินขอรับ ของท่านแม่ทัพ ข้าน้อยส่งคนไปถามแล้ว แจ้งว่าวันนี้จะยังคงทำงานอยู่ที่ค่ายทหารขอรับ”พ่อบ้านรายงาน

ไป๋ซูเหยานิ่งเงียบสีหน้าเรียบเฉย พยักหน้ารับรู้ “เช่นนั้นท่านก็ไปจัดโต๊ะเถอะ สักเดี๋ยวข้าจะไป”นางสั่ง

พ่อบ้านเฮียงลี้ ถามคำตอบคำ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง ภายในใจนางกลับรู้สึกได้ว่า ทุกคนในบ้านล้วนห่างเหินกับนาง ช่างเถอะยังต้องอยู่กันอีกนาน ค่อยคิดหาวิธีที่จะจัดการ

ผ่านไปเช่นนี้อยู่สองวัน ไม่มีวี่แววท่านแม่ทัพหนุ่มจะกลับมาที่จวน

หากนานวันเข้าปล่อยสถานการณ์เป็นเช่นนี้ นางจะต้องลำบาก ทั้งจากข่าวลือ ทั้งจากผู้คนในจวน

ฮูหยินแต่ในนาม ไม่มีสิทธิ์จัดการใดๆ เป็นแค่เพียงนกน้อยในกรงเดินวนอยู่แต่ในจวน

เห็นทีนางต้องทำอะไรสักอย่าง

“ข้าเบื่ออาหารที่พวกเขาทำให้กินแล้ว เสี่ยวมี่ เสี่ยวเถียน พวกเจ้าไปบอกพ่อครัว วันนี้ข้าจะลงมือเอง” ไป๋ซูเหยาสั่งเสี่ยวมี่และเสี่ยวเถียน

“เจ้าค่ะฮูหยิน ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ ดีใจจัง จะได้กินของอร่อยแล้ว”เสี่ยวมี่พูดอย่างดีใจ เสี่ยวเถียนยิ้มขันในท่าทีจอมตะกละของนาง

ไป๋ซูเหยายิ้มหัวเราะเบา ๆ

ไม่นาน สองสาวใช้เดินเข้ามา ด้วยท่าทีผิดหวัง เข้ามารายงานไป๋ซูเหยา

“ฮูหยินเจ้าคะ พ่อบ้านเฮียงลี้ ไม่อนุญาตเจ้าค่ะ เขาบอกว่า ท่านเป็นถึงฮูหยินใหญ่ของบ้านจะให้มือเปื้อนไม่ได้ ใครรู้เข้าจะตำหนิท่านแม่ทัพได้ว่า ปล่อยให้ฮูหยินลำบาก” นางเอ่ยรายงานเสียงอ่อย

“หึ! นี่ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ข้ายุ่งเรื่องในเรือนหรอกหรือ นายว่าอย่างไรลูกน้องว่าอย่างนั้น”ไป๋ซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว

“ได้ เขาอยากทำให้ข้าอึดอัด ข้าก็จะทำให้เขาอึดอัดบ้าง ไปที่ครัว ดูว่าใครหน้าไหนจะกล้า”นางเอ่ยใบหน้าคล้ายยิ้มแต่ไม่ยิ้ม

ไป๋ซูเหยาเดินยังไม่ถึงประตูครัว เสียงพูดคุยก็เล็ดลอดดังออกมาให้ได้ยินชัดเจนแล้ว

“ท่านแม่ทัพไม่สนใจใยดีเช่นนี้ พวกเราได้แต่ทำตามหน้าที่ก็พอแล้ว นี่อะไรจะมาวุ่นวายภายในจวนได้” เสียงพูดคุยออกรส ข้าพูด ข้ารับ เห็นพ้องต้องกัน

โครม! ประตูถูกผลักดังสนั่น ไป๋ซูเหยายืนเด่น เป็นสง่าใบหน้าเรียบนิ่งเฉย ไม่แสดงอารมณ์ใด

จ้องผู้คนแน่วนิ่ง นางไม่ขยับร่างกาย ผู้อื่นก็ไม่กล้าขยับแล้ว ผู้ที่รู้ตัวว่าทำผิดเกิดขลาดกลัว ถึงกับคุกเข่าดังตุ๊บ

ก้มหน้านิ่ง ผู้ที่ยังกลัวๆกล้าๆ ยังคงยืนเกาะกลุ่มกันไม่ขยับ

ไป๋ซูเหยาตวัดสายตามองทีละคน จนมาหยุดยังคนที่ดูจะเป็นพ่อครัวใหญ่

นางเหยียดยิ้มบาง แววตาไม่ยิ้ม เอ่ยขึ้น “ท่านเป็นพ่อครัวใช่หรือไม่”

“ใช่ขอรับ”คนตัวอ้วนใหญ่ สูงสันทัดเอ่ยตอบ น้ำเสียงสั่นเล็กน้อย

“ท่านว่า ใครกันที่ท่านแม่ทัพไม่สนใจใยดี”นางเอ่ยถามเสียงเฉียบคม

หลายคนเริ่มหวาดกลัวจริงๆ เริ่ม คุกเข่าลงกันหมดแล้ว

“ข่ะ ๆๆ ข้าน้อยปากพล่อยไปเองขอรับ ท่านแม่ทัพมิได้ ๆ ไม่สนใจฮูหยินสักนิดขอรับ”หัวหน้าพ่อครัวเอ่ยละล่ำละลัก ผิดกับตอนที่พูดว่านางลับหลังเมื่อสักครู่นี้

“พวกเจ้าคิดว่า ตามหลักแล้วในจวนทุกจวน ฮูหยินไม่จำเป็นต้องทำอะไรงั้นรึ เป็นพวกเจ้าทุกคนจัดการทุกเรื่องใช่หรือไม่ ข้าเพียงกินข้าวที่ผู้อื่นทำให้ก็พองั้นรึ?”นางกล่าววาจา จ้องมองพ่อครัวด้วยแววตาวาวโรจน์ ทำให้นางยิ่งน่าเกรงขามขึ้นอีก

บรรยากาศภายในครัวราวกับไฟสุม ทุกคนใจเต้นแรง หากฮูหยินไม่พอใจขายพวกตนออกไปจะทำเช่นไร

“เอ่อ ๆๆไม่ใช่อยู่แล้วขอรับ ท่าน เป็นฮูหยิน ย่อมต้องจัดการทุกอย่างภายในเรือนถูกแล้วขอรับ” หัวหน้าพ่อครัวที่ยังสั่นอยู่เอ่ยตอบ

ไป๋ซูเหยาใช้สายตาวางอำนาจ กวาดตามองทุกคนด้วยใบหน้าเคร่งขรึม

“ดี เช่นนั้นวันนี้ข้าจะทำอาหารเอง พวกเจ้าคอยเป็นลูกมือให้ก็พอ” นางพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ คลายท่าทีวางอำนาจลง เดินเข้าครัว พลางแอบยิ้มในหน้าเล็กน้อย

ข่าวการเข้าครัวด้วยตัวเองของฮูหยิน ถูกพูดถึงไปอีกหลายวัน

ณ ลานบ้าน

บ่าวที่ก่อเรื่องนั่งคุกเข่าต่อหน้าพ่อบ้านเฮียงลี้ ด้วยความหวาดวิตกกังวล

เขากำลังจะจัดการลงโทษ ด้วยการโบยคนละสิบทีเพื่อให้หลาบจำ

คนที่ต้องถูกลงโทษต่างนั่งร้องโอดครวญ ขอความเมตตาจากพ่อบ้าน เสียงระงม

เดิมทีพวกเขาไม่เคยถูกลงโทษมาก่อน อยู่กันปกติสุข  จึงไม่อาจยอมทำใจกับการถูกโบยได้

ก่อนที่ทุกคนจะถูกลงไม้ เสี่ยวมี่วิ่งกระหืดกระหอบมาถึง ใบหน้ายังแดงระเรื่อเพราะความเหนื่อย พูดแทบไม่เป็นคำ

ทุกคนต่างออกอาการลุ้นว่านางจะพูดว่าอะไร หรือพวกเขาจะถูกเพิ่มโทษอีก หากฮูหยินไม่พอใจ

“หยุด..หยุด..ก่อน..ท่านพ่อบ้าน ฮูหยินได้สั่งข้ามาบอกท่านว่า....ว่า....พวกเขาทำผิดครั้งแรก และไม่หนักหนาอะไร ให้ทำโทษสถานเบาก็พอ ไม่ให้ลงโทษโบยเจ้าค่ะ”เสี่ยวมี่เอ่ยจนจบ

ผู้ต้องโทษโบยถึงกับโล่งอก ทิ้งตัวลงกับพื้นทันที เหมือนฟ้ามาโปรดก็ไม่ปาน

พ่อบ้านมีสีหน้าลำบากใจ แต่หากขัดคำสั่งก็จะยิ่งตอกย้ำคำพูดของเจ้าพวกนี้ ที่ว่านางไม่มีความหมายในจวนแล้ว จึงได้แต่ชี้หน้าคาดโทษทุกคน

“ได้ รับคำสั่งฮูหยิน พวกเจ้าจงจำไว้ อย่าได้เอาเรื่องของเจ้านายไปพูดเลอะเทอะอีก เข้าใจไหม ทำโทษให้อดข้าวเย็น ห้าวัน”พ่อบ้านสั่งเสียงเฉียบขาด

หัวหน้าพ่อครัวถึงกับก้มหน้าเบะปากอยากร้องไห้ ท้องอันใหญ่โตของเขาจะตายก่อนครบห้าวันหรือไม่

หลายคนถึงกับโล่งอกยินยอมในโทษสถานเบานี้ นึกขอบคุณฮูหยินไม่น้อย

ภายในจวนท่านแม่ทัพจึงเริ่มกลับมาสุขสงบเช่นเดิม

หลังจากเข้ามาพำนักในจวนได้ หลายวันแล้ว

ไป๋ซูเหยาเริ่มหางานให้ตัวเองทำเล็กๆน้อยๆแก้เบื่อ เริ่มจากเข้าครัว ทำอาหาร

สิ่งที่นางทำนั้นเรียบง่าย แต่อร่อย ไม่สิ้นเปลือง นางทำไข่เจียว ผัดผักรวม ล้วนใส่เนื้อหมู

การทำอาหารนี้ ยังช่วยให้นางคลายคิดถึงบ้านได้ด้วย

พื้นที่ในครัวกลับกลายเป็นศูนย์รวมของบ่าวที่จะไป ยืนออกันเพื่อดูฮูหยินทำอาหาร เพราะกลิ่นอาหารอย่างหนึ่ง และเพราะพวกเขาจะได้กินของอร่อยด้วยอีกอย่างหนึ่ง

บัดนี้บ่าวในจวนท่านแม่ทัพเป็นที่อิจฉาของจวนอื่นแล้ว

“ข้าได้ยินมาว่า จวนท่านแม่ทัพมีเนื้อให้กินทั้งสามมื้อเลยนะ” แม่ค้าในตลาดจับกลุ่มพูดคุยถึงจวนแม่ทัพ

“ไอ้หยา บ้านพวกเรายังกินข้าวได้แค่ สองมื้อ แถมกินแต่ผักดอง” แม่ค้าขายหมั่นโถวโอดครวญ

“แบบนี้ข้าคิดส่งลูก ๆ ไปเป็นบ่าวจวนท่านแม่ทัพบ้างคงดี” พ่อค้าผักเอ่ยด้วยสีหน้ามีความหวัง

ข่าวจวนแม่ทัพมีเนื้อกินถึงสามมื้อ ต่างถูกพูดถึงไปทั่ว

พวกเขากลับไม่รู้ว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น

 

ไป๋ซูเหยาวางแผนเปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็น แปลงผัก สวนผลไม้ และบ่อปลาน้ำจืด

นางยังมีกรรมวิธีการหมักปุ๋ย หมักดินไว้ใช้ในจวนอีก

ฟืนได้ถูกนำมาเผา เพื่อตุนไว้ในยามฤดูหนาว

ยามนี้ผู้คนในจวนไม่มีใครได้ว่างจากงาน

 แม้นางไม่ได้ลงมือแต่คอยกำกับดูแลเองทุกขั้นตอน

กิจกรรมของไป๋ซูเหยาดำเนินไปทุกวัน สร้างความคึกคักให้จวนยิ่งนัก

ผู้คนในจวนเริ่มคุ้นเคยกับนางแล้ว และรู้ว่าแท้จริงนางนั้นมีน้ำใจ โอบอ้อมอารี ยิ้มของนางนั้นก็งดงาม

จนทุกคนไม่กล้าทำให้ฮูหยินหน้าบึ้ง

พ่อบ้านเฮียงลี้ส่งข่าวไปยังค่ายทหาร รายงานท่านแม่ทัพถึงเรื่องต่างๆ ในจวน

ทำให้คนที่หวังอยากได้ยินว่า นางทุรนทุราย พูดถึงเขาบ้าง หรือโมโหใส่เขาบ้าง

กลับเป็นฝ่ายนั่งไม่ติดเสียเอง

“นี่นางคิดว่านั่นเป็นจวนของนางไปแล้วเหรอ แล้วข้าล่ะ นางถึงกับลืมว่ามีข้าอยู่หรือไม่”

ที่ปรึกษาก่งฮวาถึงกับลอบอมยิ้ม นายทหารคนสนิทต่างมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ

ก็ท่านแม่ทัพยืนกรานไม่ยอมกลับจวนเอง นับแต่เจ้าสาวเข้าเรือน นี่ร่วมเกือบครึ่งเดือนแล้ว

เหตุใดตอนนี้จะมาเป็นฟืนเป็นไฟ เพียงเพราะฮูหยินไม่สนใจกันเล่า

“นี่ไม่ใช่สิ่งที่ท่านต้องการหรอกหรือ ข้าน้อยนึกว่าท่าน ไม่สนใจใยดี ปล่อยวางเรื่องฮูหยินได้แล้วเสียอีก” ก่งฮวาเอ่ยราวกับไม่รู้เรื่อง

เซี่ยหลิงเฉิน จึงปั้นหน้าให้ปกติ เอ่ยขึ้น “ใช่ ข้าก็ไม่ได้สนใจเรื่องในจวนสักหน่อย จะมีนางอยู่หรือไม่ ก็ช่างเถอะ ให้พ่อบ้านเฮียงจัดการทุกอย่างก็พอ” แม้ปากจะพูดว่าไม่สนใจ ด้วยทีท่าหงุดหงิดนั้น หลายคนก็ดูออกแล้ว ว่าเขาปากไม่ตรงกับใจ

ไป๋ซูเหยานั่งจิบชาบนโต๊ะหินอ่อน รายล้อมด้วยไม้ดอก ไม้ใบนานาพันธุ์ อารมณ์ผ่อนคลายยิ่ง โดยไม่รู้ถึงใจของแม่ทัพหนุ่มที่ร้อนรุ่มไม่วางวายและย่อมไม่รู้ถึงคลื่นลม ที่กำลังพัดโหมกระหน่ำเข้าใกล้ตัวในไม่ช้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 19 ครอบครัวพร้อมหน้า

    เมืองชายแดนยามรุ่งเช้า ณ เส้นทางหุบเขา พายุหิมะหยุดลงแล้ว ทหารนำหน้าขบวนคาราวานจัดการกับหิมะเพื่อเปิดทางโม่อวิ๋นดูอารมณ์เบิกบานกว่าทุกวัน เมื่อเขาคิดว่าใกล้ถึงเวลาที่จะได้พบกับไป๋ซูเหยาในอีกไม่นานแม้แต่เจี่ยเหลียน ก็ถูกเขาละเลยเช่นกัน ตั้งแต่เช้ามาเขาแทบไม่ได้สนใจสิ่งใดนอกจากการเตรียมตัวออกเดินทางหญิงสาวเองก็ทำตัวเงียบ ๆ หลบเลี่ยงเขาไม่ให้เป็นที่สังเกต เพราะยังนึกเสียใจเรื่องเมื่อค่ำคืนนางอาศัยนั่งไปบนเกวียนขนของท้ายขบวน อากาศที่หนาวเย็นนี้แทบทำผู้คนให้แข็งตาย ยังดีที่มีเสื้อคลุมขนสัตว์ของโม่อวิ๋นที่ให้ความอบอุ่นมาตลอดทาง กลิ่นหอมอ่อนจากกายเจ้าของเสื้อ ยังอบอวลไม่จาง พลันใบหน้าหญิงสาวแดงเรื่อขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเมื่อนึกขึ้นมาหลายวันมานี้ นางใกล้ชิดกับเขาหลายครั้งทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ เกิดความรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้างแล้วบางครั้งกลัวเกรงเขาแต่ทำใจดีสู้เสือ บางครั้งโมโหเดือดดาล และหลายครั้งทำอะไรไม่ถูกเมื่อยามเขาจ้องมองทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วตั้งแต่พบกัน ต้องโทษความใจกล้าบ้าบิ่นของตนเอง ที่คิดแต่เพียงจะช่วยบิดา ไม่ได้เตรียมใจให้ดี วันหน้ายังต้องพบเจออะไรอีกก็ยากจะรู้ได้ นางหวังเพ

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 18 พบหน้ากันอีกครั้ง

    “ฮองเฮาพะย่ะค่ะ ข่าวรายงานว่า โม่อวิ๋นที่ออกจากเมืองหลวงไป กำลังจะมุ่งกลับแคว้น แต่ว่าเส้นทางที่ไปต้องผ่านเมืองชายแดนอยู่ดีพะย่ะค่ะ เรื่องนี้คาดว่า โม่อวิ๋นกับคุณหนูไป๋คงต้องได้พบกันระหว่างทางเป็นแน่”ขันทีข้างกายฝ่าบาท เอ่ยกระซิบเพียงลำพังกับฮองเฮาใบหน้างามที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มบาง แววตาเยาะหยัน“ข้ารู้อยู่แล้ว และสั่งการไปยังคหบดียู่กับท่านแม่ทัพฉินเยว่ให้ดำเนินการ ไฟกองโตยังไม่แรงพอ ข้ายังต้องกระพือลมโหมเข้าไปอีกหน่อย”นางออกคำสั่งด้วยท่าทีสงบ ในมือถือดอกโบตั๋นปักลงไปในแจกัน“ฮองเฮาทรงพระปรีชายิ่ง จะให้หม่อมฉันทำเช่นไรต่อไป พะย่ะค่ะ”ขันทีน้อมกายคำนับเอ่ย“เจ้าคอยพูดให้ฝ่าบาทระแวงสงสัยในตัวแม่ทัพเซี่ยต่อไป จำไว้อย่าพูดออกนอกหน้าจนเกินไป”“พะย่ะค่ะ หม่อมฉันเข้าใจแล้ว หากวันหน้างานใหญ่สำเร็จ หวังว่าฮองเฮาจะมีความสุขยิ่งขึ้นในทุกๆวัน”ยามเอ่ยสายตาจับจ้องฮองเฮา แววตาราวซ่อนเรื่องราวยากจะเอ่ยเขาก้าวเดินจากมาด้วยใบหน้านิ่งเฉยไม่เผยอารมณ์ฮองเฮาหลังตรงสง่าไม่หันเหลือบแล หากลมหายใจไม่สม่ำเสมอ ดวงเนตรเหลือบมองท้องฟ้าราวสะกัดกลั้นข่มมิให้ใครเห็นรอยอาดูรเรื่องราวทุกอย่างล้วนมีเงื่อนงำ ไม่เว้

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 17 หญิงผู้ซ่อนประกาย 2/2

    ยามค่ำหลังอาหารเย็น โม่อวิ๋นให้เจี่ยเหลียนเข้าพบ เพื่อรายงานเรื่องการตรวจสอบบัญชีที่เขามอบหมาย“วันนี้เจ้าตรวจสิ่งของแล้วพบสินค้าผิดปกติอีกหรือไม่” โม่อวิ๋นสอบถามอย่างปกติ“เรียนท่านเจ้าเมือง ไม่พบแล้วเจ้าค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี เพียงแต่ข้ายังเห็นว่าบัญชีนี้ยังไม่เป็นระเบียบนัก สิ่งของคัดแยกโดยยังแบ่งราคาบางชิ้นน้อยกว่าราคาที่ควรจะเป็นอยู่บ้างเจ้าค่ะ” เจี่ยเหลียนรายงานทั้งเสนอความคิดโม่อวิ๋นเหลือบสายตามองนางแว่บหนึ่ง แล้วหันกลับไปมองหนังสือในมือ พร้อมกล่าวขึ้นว่า“งั้นเจ้าก็เอาบัญชีออกมาทำเถอะ” โม่อวิ๋นสั่งเจี่ยเหลียนมองไปรอบ ๆ ห้อง โต๊ะที่นางต้องนั่งทำบัญชี อยู่ข้างเตียงนอนของเขาเพียงตัวเดียวเท่านั้น“ท่านให้ข้านำกลับไปทำในห้องได้หรือไม่” นางถาม“ไม่ได้ ทำตรงนี้ เกิดเจ้าเล่นตุกติกขึ้นมาข้าจะได้รู้” โม่อวิ๋นเอ่ยตอบโดยไม่หันมองหน้านางเจี่ยเหลียนไม่มีทางเลือกจึงจำใจนั่ง และลงมือทำบัญชีดวงจันทร์เคลื่อนคล้อยเหนือยอดไม้ ลมหนาวพัดพลิ้วผ่านกิ่งไผ่ เกิดเสียงตามสายลมโม่อวิ๋นนั่งอ่านรายงานเงียบ ๆ ในขณะที่เจี่ยเหลียนนั่งทำบัญชี ขะมักเขม้น สีหน้าจริงจังมีสมาธิชายหนุ่มเหลือบตามองนางเป็นบางคร

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่16 หญิงผู้ซ่อนประกาย 1/1

    ขบวนคาราวานอัญมณีของโม่อวิ๋นได้เคลื่อนผ่านช่องเขาทางเหนือของแคว้นชิ่งแล้ว ม้าเทียมเกวียนหลายสิบตัวลากกล่องไม้ที่บรรจุเพชร พลอยหยกดิบจากแดนไกล แต่ละกล่องมีตราประทับรูปมังกรเพลิงของ “พ่อค้าตงหยาง” นามลับของโม่อวิ๋นที่ใครในยุทธจักรก็เกรงกลัว เขาใช้นามแฝงนี้มาหลายปีเพื่อเข้าออกไปยังแคว้นต่าง ๆชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของนั่งอยู่ในกระโจมพักแรม สีหน้าเรียบเย็น ดวงตาเยือกแข็ง แม้แต่มุมคิ้วยังขมวดเล็กน้อยแววตาหม่นไม่สดใสเฉียบคมเช่นเคย นับตั้งแต่จากกับไป๋ซูเหยามาด้านนอกกระโจมมีการรายงานขอเข้าพบ เป็นองค์รักษ์ข้างกายที่เข้ามา“ท่านเจ้าเมือง หญิงสาวที่ท่านรับขึ้นรถม้าวันก่อน ตอนนี้นางกำลังสำรวจสินค้าที่ซื้อมาจากแคว้นอื่นและทำการบันทึกบัญชีขอรับ”โม่อวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย“งั้นรึ”ช่างน่าสนใจ เขาคิด“นาง... ตรวจสอบพลอยจากหีบทีละลัง แล้วยังชี้จุดผิดพลาดของเครื่องประดับจากพ่อค้าคนกลางได้ตรงนัก ขอรับ”คำรายงานเรียบง่าย แต่ทำให้เขาหันไปมองอย่างสนใจลังสิ่งของวางเรียงรายอยู่ บริเวณกลางกระโจมที่พักแรมโดยมีพ่อค้าจากเมืองลั่วยืนอยู่ด้วย เพื่อตรวจรับสินค้าเจี่ยเหลียนยืนดูเครื่องประดับหยกที่อยู่ในมือ พูดกับพ่อค

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 15 เงาในยามค่ำคืน

    ท้องฟ้ายามค่ำ ในพื้นที่ราบลุ่มมีแต่เสียงแมลงกรีดร้อง พวกผู้ประสบภัยบางส่วนหลับใหลหลังจากได้รับการดูแล ส่วนหนึ่งยังคงนั่งผิงไฟแววตาไม่อาจวางใจจากความสูญเสียไป๋ซูเหยาสวมชุดธรรมดาสีเข้ม เดินตรวจตราแต่ละกระโจมด้วยตนเอง ถามไถ่ผู้คนอย่างอ่อนโยนเซี่ยหลิงเฉินยืนมองจากระยะไกล แววตาหนักแน่นแต่ยังคงซ่อนความแปลกใจระคนชื่นชม“ในสนามรบ...ข้าเคยรู้มาว่านางนั้นเด็ดเดี่ยวไม่แพ้ชาย”“แต่ในยามต้องแบกความทุกข์ของผู้คน นางกลับอ่อนโยนกว่าข้าเสียอีก”ทว่าท่ามกลางเสียงไฟปะทุ และความเงียบของรัตติกาล เงาร่างหนึ่งแอบย่องเข้าไปยังกระโจมของเซี่ยหลิงเฉินทางเบื้องหลังกระโจมแม่ทัพ ใกล้ชายแดนดงไม้ เป็นหนึ่งในชายรูปร่างสูงที่ปลอมตัวเป็นชาวบ้าน เขาลอบค้นถุงผ้า ล้วงแผนผังเส้นทางของแคว้นชิ่งกับบัญชีทหารขณะกำลังคิดจะหลบหนี เสียงคำรามของสุนัขทหารดังลั่น พร้อมแสงคบไฟพุ่งเข้าใส่ทันที!“จับมันไว้!”เสียงของทหารนายหนึ่งตะโกนลั่นชายคนนั้นวิ่งหนีเข้าไปในป่าทึบเซี่ยหลิงเฉินพร้อมทหารกลุ่มหนึ่ง ไล่ตามทันทีโดยไม่รอช้าเพราะเขาได้เตรียมคนดักซุ่มอยู่ในป่าตามแผนที่วางไว้อยู่แล้วณ กระโจมบัญชาการชั่วคราว หลังเหตุการณ์ไล่ล่าบรรลุผล

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 14 รวบรวมเสบียง

    ตอนที่ 14 รวบรวมเสบียงไป๋ซูเหยาเริ่มรวบรวมเสบียง จัดซื้อหาสิ่งของจากตลาดและชาวบ้าน ทำให้เงินทองสะพัด หลายครอบครัวรีบนำสิ่งของที่ตัวเองมีออกมาเสนอขายให้นางเรื่องในจวนนางสั่งงานบ่าวในบ้านให้จัดการสิ่งต่างๆ ระหว่างที่นางกับท่านแม่ทัพไม่อยู่สวนผัก บ่อปลา กิจการงานที่นางได้เคยสอนไว้ บ่าวทุกคนต่างรู้หน้าที่ดีอยู่แล้วจึงไม่น่าห่วง นางกำชับให้พ่อบ้าน จัดการสอนวิธีทำการเกษตรผสมผสานนี้ให้กับชาวบ้านอย่าได้ขาด ผักดอง ปลาตากแห้ง ถ่าน ที่นางทำไว้ ได้นำไปด้วยบางส่วนข่าวการรวบรวมเสบียงของจวนแม่ทัพเพื่อผู้ประสบภัยนั้นคหบดียู่รู้อยู่แล้ว เขาได้จัดคนนำสิ่งของมาให้ถึงจวนคหบดียู่ ชายร่างสันทัด ขาวท้วม ยืนยิ้มด้วยแววตาเป็นมิตร ยกมือคาราวะไป๋ซูเหยา“ฮูหยิน ข้าน้อยนำสิ่งของเหล่านี้มาร่วมบริจาค หวังว่าช่วยเหลือชาวบ้าน ขอรับ”ไป๋ซูเหยามองสิ่งของ บนรถสองสามคัน นางมองไปยังทหารให้เข้าไปตรวจดูทหารหันมารายงาน “เรียนฮูหยิน ล้วนเป็นของที่ใช้ได้ขอรับ”นางเพียงพยักหน้ารับ หันไปเจรจากับคหบดียู่ ยิ้มบางเอ่ย“ขอบใจคหบดียู่ แต่ข้าไม่ขอรับไว้เปล่า จะให้ราคาสิ่งของเหล่านี้”คหบดียู่รีบเอ่ยปฏิเสธทันควัน “มิเป็นไรขอรั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status