Home / รักโบราณ / บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน / ตอนที่ 8 ฮูหยินท่านแม่ทัพ

Share

ตอนที่ 8 ฮูหยินท่านแม่ทัพ

last update Last Updated: 2026-01-24 23:56:18

ตอนที่ 8 ฮูหยินท่านแม่ทัพ

รุ่งสางแห่งวันใหม่

แสงแดดยามเช้าสาดต้องกระเบื้องเงางามของจวนแม่ทัพใหญ่

 แต่สายลมยามเช้าก็ไม่อาจกลบเสียงซุบซิบอันแผ่วเบาในทุกตรอก ซอกซอยของเมืองชายแดน

“ว่ากันว่าคืนเข้าหอไม่มีพิธีรับตัวเจ้าสาวตามธรรมเนียม…”

“ว่าไป…แม้แต่เหล้าสมรสก็ถูกวางไว้จนเย็นชืด”

“แม่ทัพผู้เย็นชาของเราคงไม่พึงใจฮูหยินนักกระมัง?”

ข่าวลือแพร่กระจายราวควันไฟในฤดูแล้ง และเปลวเพลิงค่อย ๆ ลามเข้าสู่จวนอันสงบ

แต่ผู้คนหารู้ไม่… ว่าเรื่องราวภายใน นั้นซับซ้อนเกินวาจาเล่าลือ

 

ภายในตำหนักฝั่งตะวันออก

ไป๋ซูเหยาแต่งกายเรียบร้อยงดงาม สมศักดิ์ศรีฮูหยินแม่ทัพ แม้ใบหน้าเรียบนิ่ง แต่แววตาหนักแน่น

“ฮูหยินเจ้าคะ ด้านนอกนั่นข้าได้ยินเรื่องซุบซิบนินทาเจ้าค่ะ” สาวใช้นามเสี่ยวมี่รายงาน

“งั้นหรือ พวกเขาว่ากันอย่างไรบ้างล่ะ” นางเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ

“พวกเขาว่าท่านแม่ทัพ ไม่สนใจการแต่งงานนี้ ไม่พอใจฮูหยินเจ้าค่ะ แม้แต่เหล้าแต่งงานก็ยังเย็นชืด”เสี่ยวมี่เล่า ออกอาการเดือดร้อนแทนนาย

นางพยักหน้า ยิ้มบาง “ข่าวลือย่อมต้องมีอยู่แล้ว ในเมื่อท่านแม่ทัพ ไม่ไปรับข้าที่ประตูเมือง ทั้งคืนก็ไม่กลับจวน ถ้าพวกเขาไม่พูดถึงสิ นั่นจึงจะเป็นเรื่องแปลก หน้าที่ต้องแก้ตัวไม่ใช่เป็นข้า แต่เป็นเขาที่ต้องอธิบาย”

ไป๋ซูเหยาเอ่ยพูด ใบหน้าแม้ยิ้มละมัย หากฉายแววตาวาวโรจน์ นางต้องเอาคืนเขาอย่างแน่นอน

ทั่วทั้งจวนแทบไม่มีเสียงพูดคุยบ่าวรับใช้ต่างก้มหน้าทำงานของตัวเอง เมื่อนางเดินผ่านก็ทำความเคารพแล้วเดินเลี่ยงไป

ไป๋ซูเหยาเดินสำรวจไปเรื่อย ๆ ระหว่างนั้นได้พบพ่อบ้านใหญ่ ผู้ที่ต้อนรับนางเมื่อวันเข้าจวน

“คารวะฮูหยินขอรับ” พ่อบ้านเคารพนอบน้อม ไม่มีทีท่าประจบ สีหน้าสงบนิ่ง

“ท่านพ่อบ้าน ท่านชื่ออะไรหรือ”ไป๋ซูเหยาเอ่ยถาม

“ข้าน้อยมีนามว่า เฮียงลี้ ขอรับ” พ่อบ้านตอบ

จากที่นางสังเกต พ่อบ้านเฮียงลี้ ขาข้างหนึ่งเดินไม่ถนัดนัก คาดเดาว่าอาจเป็นทหารบาดเจ็บที่ ท่านแม่ทัพรับไว้ทำงาน

“ท่านเตรียมอาหารเช้าแล้วหรือยัง ท่านแม่ทัพกลับมาจะได้ทานร้อน ๆ”

“ข้าน้อยเตรียมไว้ให้แค่ของฮูหยินขอรับ ของท่านแม่ทัพ ข้าน้อยส่งคนไปถามแล้ว แจ้งว่าวันนี้จะยังคงทำงานอยู่ที่ค่ายทหารขอรับ”พ่อบ้านรายงาน

ไป๋ซูเหยานิ่งเงียบสีหน้าเรียบเฉย พยักหน้ารับรู้ “เช่นนั้นท่านก็ไปจัดโต๊ะเถอะ สักเดี๋ยวข้าจะไป”นางสั่ง

พ่อบ้านเฮียงลี้ ถามคำตอบคำ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง ภายในใจนางกลับรู้สึกได้ว่า ทุกคนในบ้านล้วนห่างเหินกับนาง ช่างเถอะยังต้องอยู่กันอีกนาน ค่อยคิดหาวิธีที่จะจัดการ

ผ่านไปเช่นนี้อยู่สองวัน ไม่มีวี่แววท่านแม่ทัพหนุ่มจะกลับมาที่จวน

หากนานวันเข้าปล่อยสถานการณ์เป็นเช่นนี้ นางจะต้องลำบาก ทั้งจากข่าวลือ ทั้งจากผู้คนในจวน

ฮูหยินแต่ในนาม ไม่มีสิทธิ์จัดการใดๆ เป็นแค่เพียงนกน้อยในกรงเดินวนอยู่แต่ในจวน

เห็นทีนางต้องทำอะไรสักอย่าง

“ข้าเบื่ออาหารที่พวกเขาทำให้กินแล้ว เสี่ยวมี่ เสี่ยวเถียน พวกเจ้าไปบอกพ่อครัว วันนี้ข้าจะลงมือเอง” ไป๋ซูเหยาสั่งเสี่ยวมี่และเสี่ยวเถียน

“เจ้าค่ะฮูหยิน ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ ดีใจจัง จะได้กินของอร่อยแล้ว”เสี่ยวมี่พูดอย่างดีใจ เสี่ยวเถียนยิ้มขันในท่าทีจอมตะกละของนาง

ไป๋ซูเหยายิ้มหัวเราะเบา ๆ

ไม่นาน สองสาวใช้เดินเข้ามา ด้วยท่าทีผิดหวัง เข้ามารายงานไป๋ซูเหยา

“ฮูหยินเจ้าคะ พ่อบ้านเฮียงลี้ ไม่อนุญาตเจ้าค่ะ เขาบอกว่า ท่านเป็นถึงฮูหยินใหญ่ของบ้านจะให้มือเปื้อนไม่ได้ ใครรู้เข้าจะตำหนิท่านแม่ทัพได้ว่า ปล่อยให้ฮูหยินลำบาก” นางเอ่ยรายงานเสียงอ่อย

“หึ! นี่ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ข้ายุ่งเรื่องในเรือนหรอกหรือ นายว่าอย่างไรลูกน้องว่าอย่างนั้น”ไป๋ซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว

“ได้ เขาอยากทำให้ข้าอึดอัด ข้าก็จะทำให้เขาอึดอัดบ้าง ไปที่ครัว ดูว่าใครหน้าไหนจะกล้า”นางเอ่ยใบหน้าคล้ายยิ้มแต่ไม่ยิ้ม

ไป๋ซูเหยาเดินยังไม่ถึงประตูครัว เสียงพูดคุยก็เล็ดลอดดังออกมาให้ได้ยินชัดเจนแล้ว

“ท่านแม่ทัพไม่สนใจใยดีเช่นนี้ พวกเราได้แต่ทำตามหน้าที่ก็พอแล้ว นี่อะไรจะมาวุ่นวายภายในจวนได้” เสียงพูดคุยออกรส ข้าพูด ข้ารับ เห็นพ้องต้องกัน

โครม! ประตูถูกผลักดังสนั่น ไป๋ซูเหยายืนเด่น เป็นสง่าใบหน้าเรียบนิ่งเฉย ไม่แสดงอารมณ์ใด

จ้องผู้คนแน่วนิ่ง นางไม่ขยับร่างกาย ผู้อื่นก็ไม่กล้าขยับแล้ว ผู้ที่รู้ตัวว่าทำผิดเกิดขลาดกลัว ถึงกับคุกเข่าดังตุ๊บ

ก้มหน้านิ่ง ผู้ที่ยังกลัวๆกล้าๆ ยังคงยืนเกาะกลุ่มกันไม่ขยับ

ไป๋ซูเหยาตวัดสายตามองทีละคน จนมาหยุดยังคนที่ดูจะเป็นพ่อครัวใหญ่

นางเหยียดยิ้มบาง แววตาไม่ยิ้ม เอ่ยขึ้น “ท่านเป็นพ่อครัวใช่หรือไม่”

“ใช่ขอรับ”คนตัวอ้วนใหญ่ สูงสันทัดเอ่ยตอบ น้ำเสียงสั่นเล็กน้อย

“ท่านว่า ใครกันที่ท่านแม่ทัพไม่สนใจใยดี”นางเอ่ยถามเสียงเฉียบคม

หลายคนเริ่มหวาดกลัวจริงๆ เริ่ม คุกเข่าลงกันหมดแล้ว

“ข่ะ ๆๆ ข้าน้อยปากพล่อยไปเองขอรับ ท่านแม่ทัพมิได้ ๆ ไม่สนใจฮูหยินสักนิดขอรับ”หัวหน้าพ่อครัวเอ่ยละล่ำละลัก ผิดกับตอนที่พูดว่านางลับหลังเมื่อสักครู่นี้

“พวกเจ้าคิดว่า ตามหลักแล้วในจวนทุกจวน ฮูหยินไม่จำเป็นต้องทำอะไรงั้นรึ เป็นพวกเจ้าทุกคนจัดการทุกเรื่องใช่หรือไม่ ข้าเพียงกินข้าวที่ผู้อื่นทำให้ก็พองั้นรึ?”นางกล่าววาจา จ้องมองพ่อครัวด้วยแววตาวาวโรจน์ ทำให้นางยิ่งน่าเกรงขามขึ้นอีก

บรรยากาศภายในครัวราวกับไฟสุม ทุกคนใจเต้นแรง หากฮูหยินไม่พอใจขายพวกตนออกไปจะทำเช่นไร

“เอ่อ ๆๆไม่ใช่อยู่แล้วขอรับ ท่าน เป็นฮูหยิน ย่อมต้องจัดการทุกอย่างภายในเรือนถูกแล้วขอรับ” หัวหน้าพ่อครัวที่ยังสั่นอยู่เอ่ยตอบ

ไป๋ซูเหยาใช้สายตาวางอำนาจ กวาดตามองทุกคนด้วยใบหน้าเคร่งขรึม

“ดี เช่นนั้นวันนี้ข้าจะทำอาหารเอง พวกเจ้าคอยเป็นลูกมือให้ก็พอ” นางพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ คลายท่าทีวางอำนาจลง เดินเข้าครัว พลางแอบยิ้มในหน้าเล็กน้อย

ข่าวการเข้าครัวด้วยตัวเองของฮูหยิน ถูกพูดถึงไปอีกหลายวัน

ณ ลานบ้าน

บ่าวที่ก่อเรื่องนั่งคุกเข่าต่อหน้าพ่อบ้านเฮียงลี้ ด้วยความหวาดวิตกกังวล

เขากำลังจะจัดการลงโทษ ด้วยการโบยคนละสิบทีเพื่อให้หลาบจำ

คนที่ต้องถูกลงโทษต่างนั่งร้องโอดครวญ ขอความเมตตาจากพ่อบ้าน เสียงระงม

เดิมทีพวกเขาไม่เคยถูกลงโทษมาก่อน อยู่กันปกติสุข  จึงไม่อาจยอมทำใจกับการถูกโบยได้

ก่อนที่ทุกคนจะถูกลงไม้ เสี่ยวมี่วิ่งกระหืดกระหอบมาถึง ใบหน้ายังแดงระเรื่อเพราะความเหนื่อย พูดแทบไม่เป็นคำ

ทุกคนต่างออกอาการลุ้นว่านางจะพูดว่าอะไร หรือพวกเขาจะถูกเพิ่มโทษอีก หากฮูหยินไม่พอใจ

“หยุด..หยุด..ก่อน..ท่านพ่อบ้าน ฮูหยินได้สั่งข้ามาบอกท่านว่า....ว่า....พวกเขาทำผิดครั้งแรก และไม่หนักหนาอะไร ให้ทำโทษสถานเบาก็พอ ไม่ให้ลงโทษโบยเจ้าค่ะ”เสี่ยวมี่เอ่ยจนจบ

ผู้ต้องโทษโบยถึงกับโล่งอก ทิ้งตัวลงกับพื้นทันที เหมือนฟ้ามาโปรดก็ไม่ปาน

พ่อบ้านมีสีหน้าลำบากใจ แต่หากขัดคำสั่งก็จะยิ่งตอกย้ำคำพูดของเจ้าพวกนี้ ที่ว่านางไม่มีความหมายในจวนแล้ว จึงได้แต่ชี้หน้าคาดโทษทุกคน

“ได้ รับคำสั่งฮูหยิน พวกเจ้าจงจำไว้ อย่าได้เอาเรื่องของเจ้านายไปพูดเลอะเทอะอีก เข้าใจไหม ทำโทษให้อดข้าวเย็น ห้าวัน”พ่อบ้านสั่งเสียงเฉียบขาด

หัวหน้าพ่อครัวถึงกับก้มหน้าเบะปากอยากร้องไห้ ท้องอันใหญ่โตของเขาจะตายก่อนครบห้าวันหรือไม่

หลายคนถึงกับโล่งอกยินยอมในโทษสถานเบานี้ นึกขอบคุณฮูหยินไม่น้อย

ภายในจวนท่านแม่ทัพจึงเริ่มกลับมาสุขสงบเช่นเดิม

หลังจากเข้ามาพำนักในจวนได้ หลายวันแล้ว

ไป๋ซูเหยาเริ่มหางานให้ตัวเองทำเล็กๆน้อยๆแก้เบื่อ เริ่มจากเข้าครัว ทำอาหาร

สิ่งที่นางทำนั้นเรียบง่าย แต่อร่อย ไม่สิ้นเปลือง นางทำไข่เจียว ผัดผักรวม ล้วนใส่เนื้อหมู

การทำอาหารนี้ ยังช่วยให้นางคลายคิดถึงบ้านได้ด้วย

พื้นที่ในครัวกลับกลายเป็นศูนย์รวมของบ่าวที่จะไป ยืนออกันเพื่อดูฮูหยินทำอาหาร เพราะกลิ่นอาหารอย่างหนึ่ง และเพราะพวกเขาจะได้กินของอร่อยด้วยอีกอย่างหนึ่ง

บัดนี้บ่าวในจวนท่านแม่ทัพเป็นที่อิจฉาของจวนอื่นแล้ว

“ข้าได้ยินมาว่า จวนท่านแม่ทัพมีเนื้อให้กินทั้งสามมื้อเลยนะ” แม่ค้าในตลาดจับกลุ่มพูดคุยถึงจวนแม่ทัพ

“ไอ้หยา บ้านพวกเรายังกินข้าวได้แค่ สองมื้อ แถมกินแต่ผักดอง” แม่ค้าขายหมั่นโถวโอดครวญ

“แบบนี้ข้าคิดส่งลูก ๆ ไปเป็นบ่าวจวนท่านแม่ทัพบ้างคงดี” พ่อค้าผักเอ่ยด้วยสีหน้ามีความหวัง

ข่าวจวนแม่ทัพมีเนื้อกินถึงสามมื้อ ต่างถูกพูดถึงไปทั่ว

พวกเขากลับไม่รู้ว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น

 

ไป๋ซูเหยาวางแผนเปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็น แปลงผัก สวนผลไม้ และบ่อปลาน้ำจืด

นางยังมีกรรมวิธีการหมักปุ๋ย หมักดินไว้ใช้ในจวนอีก

ฟืนได้ถูกนำมาเผา เพื่อตุนไว้ในยามฤดูหนาว

ยามนี้ผู้คนในจวนไม่มีใครได้ว่างจากงาน

 แม้นางไม่ได้ลงมือแต่คอยกำกับดูแลเองทุกขั้นตอน

กิจกรรมของไป๋ซูเหยาดำเนินไปทุกวัน สร้างความคึกคักให้จวนยิ่งนัก

ผู้คนในจวนเริ่มคุ้นเคยกับนางแล้ว และรู้ว่าแท้จริงนางนั้นมีน้ำใจ โอบอ้อมอารี ยิ้มของนางนั้นก็งดงาม

จนทุกคนไม่กล้าทำให้ฮูหยินหน้าบึ้ง

พ่อบ้านเฮียงลี้ส่งข่าวไปยังค่ายทหาร รายงานท่านแม่ทัพถึงเรื่องต่างๆ ในจวน

ทำให้คนที่หวังอยากได้ยินว่า นางทุรนทุราย พูดถึงเขาบ้าง หรือโมโหใส่เขาบ้าง

กลับเป็นฝ่ายนั่งไม่ติดเสียเอง

“นี่นางคิดว่านั่นเป็นจวนของนางไปแล้วเหรอ แล้วข้าล่ะ นางถึงกับลืมว่ามีข้าอยู่หรือไม่”

ที่ปรึกษาก่งฮวาถึงกับลอบอมยิ้ม นายทหารคนสนิทต่างมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ

ก็ท่านแม่ทัพยืนกรานไม่ยอมกลับจวนเอง นับแต่เจ้าสาวเข้าเรือน นี่ร่วมเกือบครึ่งเดือนแล้ว

เหตุใดตอนนี้จะมาเป็นฟืนเป็นไฟ เพียงเพราะฮูหยินไม่สนใจกันเล่า

“นี่ไม่ใช่สิ่งที่ท่านต้องการหรอกหรือ ข้าน้อยนึกว่าท่าน ไม่สนใจใยดี ปล่อยวางเรื่องฮูหยินได้แล้วเสียอีก” ก่งฮวาเอ่ยราวกับไม่รู้เรื่อง

เซี่ยหลิงเฉิน จึงปั้นหน้าให้ปกติ เอ่ยขึ้น “ใช่ ข้าก็ไม่ได้สนใจเรื่องในจวนสักหน่อย จะมีนางอยู่หรือไม่ ก็ช่างเถอะ ให้พ่อบ้านเฮียงจัดการทุกอย่างก็พอ” แม้ปากจะพูดว่าไม่สนใจ ด้วยทีท่าหงุดหงิดนั้น หลายคนก็ดูออกแล้ว ว่าเขาปากไม่ตรงกับใจ

ไป๋ซูเหยานั่งจิบชาบนโต๊ะหินอ่อน รายล้อมด้วยไม้ดอก ไม้ใบนานาพันธุ์ อารมณ์ผ่อนคลายยิ่ง โดยไม่รู้ถึงใจของแม่ทัพหนุ่มที่ร้อนรุ่มไม่วางวายและย่อมไม่รู้ถึงคลื่นลม ที่กำลังพัดโหมกระหน่ำเข้าใกล้ตัวในไม่ช้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 42 เจี่ยเหลียนถูกจับตัว

    เงาสูงใหญ่แฝงกายไปกับเงามืดของยามเช้าอันสงัด เจี่ยเหลียนที่กำลังอารมณ์พลุ่งพล่านด้วยความโกรธและอับอาย รีบยื่นมือหมายจะผลักบานประตูเข้าสู่ห้องพัก หากแต่ยังไม่ทันแตะ ร่างบางถูกตีที่ท้ายทอยจนสลบก่อนจะคลุมด้วยถุงกระสอบใบเขื่อง ชายร่างสูงใหญ่ในชุดดำอำพรางเหลียวมองซ้าย ขวาให้แน่ใจ จึงอุ้มนางพาดไปบนบ่าวิ่งตามกันไป ก่อนจะลับหายเข้าเงามืด ไร้เสียง ไร้ร่องรอยแสงสว่างผ่านลอดหน้าต่างสู่อรุณรุ่ง โม่อวิ๋นต้องตื่นขึ้นเพราะเสียงเคาะประตูจากภายนอก “นายท่านขอรับ มีจดหมายวางอยู่ตรงประตูห้องแม่นางเจี่ยขอรับ” บ่าวรับใช้กล่าวร้อนใจชายหนุ่มถลึงกายตรงไปเปิดประตูทันที เขาไม่รอช้าเปิดอ่านเนื้อความข้างใน‘หากต้องการตัวนางคืน ออกไปนอกเมืองทิศเหนือ ริมแม่น้ำม่านเหอ ต้องไปเพียงผู้เดียว หากมีคนติดตามมา นางตาย’ มือโม่อวิ๋นกำจดหมายแน่นใจพลันร้อนยิ่งกว่าไฟเผา เขาขบคิดคำนวณในใจ ก่อนจะรีบผลุบเข้าไปในห้องแต่งกายรัดกุม แอบซ่อนอาวุธลับไว้ที่เอว เขาเขียนจดหมายถึงเซี่ยหลิงเฉินหนึ่งฉบับ เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต เขาวางมันไว้ใต้ถาดชา แล้วเดินออกไป สั่งการกับเด็กรับใช้ “ เจ้าเอาถาดชาไปเปลี่ยนให้ข้า ข้าจะกลับมาดื่มตอนที่มันยังร้อนอ

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 41 นัดพบตอนเที่ยงคืน

    ค่ำคืนแสงดาวสว่างทั่วฟ้า ประหนึ่งผืนผ้ากำมะหยี่ สายลับชุดดำย่อกายยกม้วนกระดาษในมือมอบให้ เซี่ยหลิงเฉิน ชายหนุ่มหยิบขึ้นอ่าน ไป๋ซูเหยายืนรอฟังใจจดจ่อ“ฮ่องเต้ ทรงจัดการฮองเฮาได้แล้ว อีกไม่นานฮ่องเต้เป่ยเซี่ยนจะหลงกลเข้าเมือง เราคงต้องรีบแล้ว นัดโม่อวิ๋นมาปรึกษากันก่อน”เซี่ยหลิงเฉินหันมาบอกไป๋ซูเหยา หญิงสาวพยักหน้ารับ ยิ่งใกล้เผด็จศึกใจทุกคนกลับขมึงเกลียว หากสำเร็จนั่นคือบ้านเมืองสงบ แต่ถ้าไม่….พวกเขาคงยอมสู้ตายโรงเตี๊ยมที่พักค้างแรมของนักเดินทางวันนี้คลาคล่ำด้วยชายฉกรรจ์มากผิดสังเกตุแต่ละห้องล้วนเข้าพักมากกว่าสี่คน พวกเขาดูจะไม่อึดอัดกับการรวมอยู่ด้วยกันเช่นนี้ โม่อวิ๋นกับเจี่ยเหลียนนั่งดื่มสุราบนชั้นสอง มีแม่นางคณิกาอวิ๋นโหรวนั่งดีดพิณสร้างบรรยากาศ แม้เขาดูตั้งใจทอดสายตามองนาง แต่เขากลับกวาดตามองข้างล่างผ่านๆเป็นระยะไม่ให้ผิดสังเกต เสี่ยวเอ้อเดินถือถาดอาหารมายื่นให้เจี่ยเหลียน สายตากลับมองนางอย่างมีนัย หญิงสาวเอื้อมมือไปรับถาดมือพลางจงใจจับใต้ถาดมั่น เสี่ยวเอ้อเดินจากไป เจี่ยเหลียนเลื่อนมือกลับ นิ้วโป้งหนีบกระดาษไว้ในมือ สายตามองสบกับโม่อวิ๋นแว่บหนึ่ง“ท่านพี่ข้าขอตัวไป….”นางยกมือทำท

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 40 น้ำตาจากก้อนหิน

    ภายในกระโจมโอ่อ่า แม่ทัพฉินผู้เลือดเย็น นั่งตื่นเต้นเมื่อคิดถึงบุตรชายเพียงคนเดียวที่เขาเฝ้ามองมาตลอดหลายปี หลังจากมารดาของเขาเสียชีวิตลง เขาได้ไปรับมาด้วยตัวเอง แต่ปิดบังฐานะไว้ เพราะเกรงศัตรูจะจับจุดอ่อนได้ แล้วนำภัยพิบัติมาสู่ตนจึงซ่อนเขาไว้มิดชิดจากใจ ฝึกสอนเขาอย่างลับ ๆ ให้เข้มแข็งและแข็งแกร่งที่สุดเพื่อรอวันที่เหมาะสมนี้ ใบหน้าเขางดงามได้มาจากมารดา บางครั้งยังกริ่งเกรงว่าจะได้ความอ่อนโยนและอ่อนแอมาจากนางด้วย เขาจึงต้องให้บททดสอบสร้างความเหี้ยมโหดให้กับเขาบ่อยครั้งนับวันหลิงเยี่ยนยิ่งฉายแววผู้นำและความแข็งแกร่งให้เห็น สร้างความภูมิใจลึก ๆให้กับเขา“หลิงเยี่ยนยังไม่มาอีกหรือ”เขาเอ่ยกับทหารหน้ากระโจม“ยังขอรับ ให้ข้าน้อยไปตามไหมขอรับ”ทหารเอ่ยตอบกลับชายชรานิ่งงันแต่เอ่ยเสียงเฉียบออกไป “ไม่ต้อง”หากในใจกลับครุ่นคิดถึงการที่เขาไม่มาพบเสียงฝีเท้าดังขึ้นหน้ากระโจม ทหารเฝ้ายามเอ่ยทักขึ้น“ท่านรองแม่ทัพ เชิญด้านในขอรับ ท่านแม่ทัพกำลังรอท่านอยู่”สิ้นเสียงด้านนอก ชายชราที่คราแรกรู้สึกห่อเหี่ยวพลันหลังตรงขึ้นทันทีกลับมามีท่าทางเกรงขามดังเดิมหลิงเยี่ยนเดินมาหยุดตรงหน้าเขา เอ่ยคำนับ “

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 39 ข้าคือบิดาเจ้า

    หน่วยข่าวทั้งสองแคว้นต่างทำงานอย่างหนัก ไม่เว้นแม้แต่ทัพใหญ่ฉินเยว่ “รายงานท่านแม่ทัพ ข่าวจากแคว้นซือหนาน บัดนี้ทุกอย่างราบรื่น อีกสองเดือนจะส่งคนมารับทหารของเราแฝงตัวเข้าเมืองหลวงขอรับ” ทหารมือดีรายงาน แม่ทัพฉิน ยิ้มเหี้ยมภายในใจที่กระหายความยิ่งใหญ่และสงครามโลดแล่นอยู่ในอก “ดี ข้าจะนำทัพไปก่อนจำนวนหนึ่งตามคำเชิญฮ่องเต้แคว้นชิ่ง ในงานเลี้ยงกระชับสัมพันธ์ที่เขาจัดขึ้น เขาคงไม่คิดว่า จะเป็นการจัดเลี้ยงส่งตัวเองไปยมโลกกระมัง”เสียงพูดปนหัวเราะเหี้ยม เขาเสมองไปยังหลิงเยี่ยนด้วยแววตาหมายมาด “หลิงเยี่ยนเจ้ารอฟังคำสั่งข้า รอเคลื่อนทัพไปสักสิบห้าวันเจ้าก็ยกทัพตามข้าไปทันที โอบล้อมประชิดเมืองไว้ มีสัญญาณขึ้นฟ้าเจ้าก็บุกเข้าไปได้ งานนี้สำเร็จข้าจะเลื่อนตำแหน่งเจ้าขึ้นมาแทนข้า” สิ้นเสียงแม่ทัพฉิน เกิดเสียงซุบซิบขึ้นมา เขาตวัดสายตากราดมอง“มีใครไม่เห็นด้วยกับข้า ออกมา”เสียงอันดังเกรี้ยวกราด ทำให้ทั้งห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง มีเพียงทหารคนสนิทที่ทนเก็บความสงสัยนี้ไว้ไม่ได้ ก้าวออกมายกมือคำนับเอ่ยถาม“ขอถามท่านแม่ทัพ เหตุใดจึงแต่งตั้งเขาขึ้นมาแทนท่านขอรับ”“หึ เจ้ากล้าสงสัยข้างั้นรึ”ประกายตาอำมห

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 38 จับชู้

    ค่ำคืนแห่งดวงดาวพร่างพราว ตำหนักอันหนาวเหน็บบัดนี้อบอุ่นขึ้นเพราะสองร่างโอบกระชับแนบชิดฮองเฮาหลิวอี้ผู้เฉียบขาด บารมีน่าเกรงขาม ยามนี้กลับเป็นเพียงหญิงสาวผู้อ่อนโยนยามอยู่ในอ้อมแขนของ เฉิ่งอี่ขันทีหนุ่ม ทั้งสองกำลังวางแผนชิงตัวบุตรชายเพียงคนเดียวให้พ้นเงื้อมมือฮ่องเต้โฉดชั่วแคว้นซือหนาน กลับไม่ทันได้รู้ถึงการมาของฮ่องเต้แคว้นชิ่งแต่อย่างใดข้าหลวงรับใช้ภายนอกแม้อยากส่งเสียงบอกนายก็ไม่อาจทำได้แล้ว เมื่อต้องเผชิญกับความว่องไวขององค์รักษ์เงาของฝ่าบาททั้งหมดถูกควบคุมปิดปากสนิท ถึงมีความกล้าก็ไม่อาจจะทัดทานได้องค์ฮ่องเต้ยืนสง่าหน้าตำหนัก ส่งสัญญาณให้องค์รักษ์เปิดประตู เพียงฝ่ามือเดียวประตูก็เปิดออกง่ายดายฮองเฮาหลิวอี้ถึงกับตื่นตะลึงเมื่อ พบว่าผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูคือฝ่าบาท เฉิ่งอี่รีบเอากายมาปกป้องนางไว้ฝ่าบาททรงดำเนินเข้าไปด้านใน ดวงเนตรแข็งกร้าว เอ่ยเสียงอันดัง“เจ้าทั้งสองช่างบังอาจนัก” เมื่อหยุดยืนกลางห้อง แผ่อำนาจบารมีไปทุกหนแห่งครั้นหลิวอี้คืนสติ นางมิเพียงไม่โวยวายหรือแก้ตัว“ในเมื่อพระองค์ทรงรู้แล้ว ข้าก็ไม่มีอะไรจะแก้ตัว”นางเอ่ยเสียงมั่นคง แม้สถานการณ์บีบรัด นางก็ไม่หวั่นไห

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 37 แผนล้อมเมือง

    ณ จวนแม่ทัพไป๋ซูเหยารับเอกสารจากหลี่เยี่ยน สายตาคมกริบกวาดอ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนพยักหน้าให้เซี่ยหลิงเฉินที่ยืนอยู่ข้างกาย“สำเร็จโดยไร้ร่องรอย... ดีมาก”“เตรียมแผนต่อไป”คืนเงียบสงบเช่นเดิม—แต่สงครามข่าวกรอง...เพิ่งเริ่มต้นจวนเสนาบดี ยามราตรีที่มืดมิด ลมสงบดาวระยับฟ้า แสงตะเกียงส่องสว่างปรากฏเงาร่างคนกลุ่มหนึ่ง ภายในห้องหนังสือ ชุนเทียนได้รับฟังแผนการขุนนางชั่ว“นายท่านอีกสามเดือนเราก็สามารถแฝงกองทัพของแคว้นซือหนานได้มาจนหมดเป็นแน่ อีกทั้งกลุ่มก่อนหน้าได้เข้ามาซ่อนตัวในเมืองหลวงแล้วขอรับ”ใบหน้าเจ้าเล่ห์ของชุนเทียนแฝงความกระหยิ่มใจที่ซ่อนไม่มิด“ทางฮองเฮามีข่าวเคลื่อนไหวอันใดบ้างหรือไม่”เขาเอ่ยถามขึ้น“ฮองเฮาส่งข่าวไปยังเจ้าเมืองแคว้นซือหนานแล้วขอรับ พร้อมที่จะเปิดประตูเมืองเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผน”ขุนนางชั่วเอ่ยรายงานชุนเทียนนึกถึงฮองเฮาผู้งดงามใจพลันกระสันอยากได้ ทั้งความงดงามเกินหญิงใดเทียบ หากแผนนี้สำเร็จเขาหมายทูลขอนางจากฮ่องเต้แคว้นซือหนาน ยิ่งใกล้วันคืนนั้นมากเท่าใด ใจเขาก็ยิ่งกระชุ่มกระชวย“ข้าอยากเข้าพบฮองเฮา เจ้าไปจัดการให้ข้าหน่อยก็แล้วกัน”ชุนเทียนเอ่ย“เอ่อ” ขุนนางชั่วส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status