Masukเช้าวันที่ยี่สิบนับจากวันที่เข้ามาในจวน สายลมพัดพลิ้วกลิ่นดอกเหมย ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ส่งสัญญาณว่าถึงต้นฤดูหนาวแล้ว
ไป๋ซูเหยาเข้าครัวตามปกติ วันนี้นางทำซุปมันฝรั่ง ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว บ่าวรับใช้ในครัวต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ พากันยืนดูหม้อซุปร้อนบนเตา เนื้อเป็นสิ่งที่นางใส่ลงไปในอาหารทุกชามให้กับทุกคน “พวกเจ้าต่างต้องใช้แรงทำงาน หากได้กินเนื้อก็จะยิ่งแข็งแรง โดยเฉพาะเจ้า เสี่ยวไจ๋ เด็กผู้ชายตัวจะได้โต ๆ” นางกล่าว แล้วเอื้อมมือไปจับศีรษะเด็กชายตัวอ้วนอายุราวสิบปี โยกไปมา ยิ้มเอ็นดู “ฮูหยินเจ้าคะ นี่คือซุปอะไรหรือเจ้าคะ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน”บ่าวรับใช้คนหนึ่งเอ่ยถาม ไป๋ซูเหยายิ้มตอบ “ข้าเรียกมันว่า ซุปมันฝรั่ง ใส่เนื้อไก่ลงไป ใส่เครื่องเทศนี่ด้วย จึงได้หอมอย่างนี้ไงหล่ะ หอมไหม ๆ” นางถือตะบวยผ่านหน้าทุกคน “หอมเจ้าค่ะ/ขอรับ” ภายในจวนนั้นเงียบเชียบ มีเพียงบริเวณครัว ที่มีผู้คนออกันอยู่ ทั้งหน้าต่าง ประตู และในครัว เซี่ยหลิงเฉินเดินเข้าไปยังลานบ้านที่ไร้ผู้คน มีเพียงทหารเฝ้ายาม เมื่อเดินมาจนถึงหน้าห้องครัว เห็นภาพนี้ยิ่งแปลกใจ “พวกเจ้าทำอะไรกันน่ะ”เขาเอ่ยถาม พ่อบ้านเฮียงลี้หันมา ออกอาการตกใจเล็กน้อย “นายท่าน มาตั้งแต่เมื่อใดขอรับ บ่าวขออภัยที่ไม่ได้รอต้อนรับ”พ่อบ้านเฮียงลี้ ออกอาการเก้อๆ เขานั้นเสียมารยาทแล้ว เพราะกลิ่นอาหารของฮูหยินนั่นทีเดียว “ไม่เป็นไร ว่าแต่เจ้าทำอะไรกัน” เซี่ยหลิงเฉินเอ่ยถามอย่างสงสัย “พวกข้าน้อย ดูฮูหยินทำซุปมันฝรั่งขอรับ”พ่อบ้านตอบ ด้วยรอยยิ้มสำนึกผิด ครั้นแล้ว เซี่ยหลิงเฉินก็ได้กลิ่นหอมโชยมา เขาถึงกับเผลอกลืนน้ำลายลงไป “พวกเจ้านี่เหลวไหลกันใหญ่แล้ว” เขาเอ่ยตวาดไม่ดังนัก ด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ “ข้าจะเข้าไปทำงานที่ห้องหนังสือ สักหน่อย”เขากล่าว พลางเดินออกไปอย่างอารมณ์ไม่ใคร่ดี สิ่งที่เขาอยากเห็นคือการเห็นนางนั่งเงียบเหงา ใบหน้าบูดบึ้ง อึดอัดคับข้องใจ แต่นี่กลับไม่เป็นดังคาด แม้แต่คนของเขาก็พลอยสนใจ พร้อมใจเป็นคนของนางกันหมด ช่างขัดอารมณ์นัก ไม่นานพ่อบ้านได้ยกสำรับอาหารไปยังห้องหนังสือ ซุปมันฝรั่งร้อนๆ ควันฉุย มีเนื้อไก่ มันฝรั่งสีเหลืองหั่นพอดีคำ แครอท หอมหัวใหญ่ กลิ่นเครื่องเทศที่หอมจนแทบอดใจไม่ไหว ผักดองสีสวย ไข่เจียวฟูฟ่อง กับข้าวสวยร้อน ๆ ของหวานคือถั่วแดงต้ม แตงโมหั่นเป็นรูปสามเหลี่ยมมีเปลือกสีเขียวติดมาพอให้มือจับ อาหารในสำรับทุกอย่างน่ารับประทานยิ่ง เดิมทีเขากินง่ายอยู่ง่ายไม่พิถีพิถันมากนัก ไม่คุ้นชินกับความประณีตบรรจงนี้ “นี่ฝีมือใครทำ” ทั้งที่รู้เขาก็ยังเอ่ยถาม พ่อบ้านตอบ “ฝีมือฮูหยิน ขอรับ จัดสำรับให้บ่าวเองเลยขอรับ” คำตอบของพ่อบ้าน กลับทำให้เขารู้สึกละอาย เขาทำกับนางถึงเพียงนี้ นางยังไม่เพียงไม่โกรธยังดูแลเขาอย่างดีอีก เซี่ยหลิงเฉินโบกมือ พ่อบ้านค้อมตัวออกไป เขาลงมือตักอาหารชิมทีละอย่าง แสดงสีหน้าแปลกใจ อาหารนี่อร่อยเกินไปแล้ว ถึงกับทำให้เขากินข้าวหมด แต่เหมือนจะยังไม่พอใจ ครั้นจะให้นำมาเพิ่มก็ดูไม่ดี จึงจำต้องอดใจไว้ ไป๋ซูเหยารับรู้การกลับมาของเซี่ยหลิงเฉินแล้ว นางจงใจไม่ไปพบหน้าเขา ยุ่งแต่เรื่องกิจการงานของตนเอง หลายวันแล้วที่ทั้งคู่ยังไม่ได้พบหน้ากัน นางทำเพียงอาหารส่งไปให้ และทุกครั้งในสำรับ ไม่มีสิ่งใดเหลือกลับมาเลย ทำเอาคนทำอาหารถึงกับยิ้มขำ ยามสายวันหนึ่งนางสั่งบ่าวรับใช้รูปร่างกำยำ ขุดบ่อในสวนหลังบ้าน เพื่อเอาไว้เลี้ยงปลาเพราะนางเห็นทางน้ำที่จะดึงเข้ามาในจวนได้ ทุกคนต่างมองหน้ากัน ในแต่ละจวนมีแต่ขุดบ่อเลี้ยงปลาสวยงาม มีเพียงจวนนี้ คิดขุดบ่อเลี้ยงปลาเพื่อกิน ไป๋ซูเหยา เห็นสีหน้าทุกคนต่างสงสัย “เจ้าดูคนในบ้านตั้งเยอะแยะ ขืนข้าไม่เลี้ยงปลาไว้กินเอง เอาแต่ซื้อ เงินเท่าไหร่ถึงจะพอกัน ไม่ต้องห่วงข้ายังคิดจะเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่เพื่อเอาไข่ เอาตัวไว้กินด้วย” ไป๋ซูเหยาพูดอธิบายยิ้ม ๆ “พวกเราแค่ไม่เคยเห็นหรือได้ยินว่าคุณหนูบ้านตระกูลใหญ่ที่ไหนมีความคิดเช่นนี้เจ้าค่ะ” บ่าวรับใช้เอ่ยตามสัตย์จริง “ข้าน่ะออกทำศึก ดูแลชาวบ้านกับท่านพ่อมาหลายครั้ง เรื่องพวกนี้ก็คิดไว้นานแล้ว จวนนี้จะเป็นแปลงทดลองที่แรก ไม่ช้าข้าจะสนับสนุนให้ทุกบ้านทำเช่นนี้ด้วย เช่นกัน” ไป๋ซูเหยาพูดเพื่อให้พวกเขาคลายสงสัย “เช่นนั้นข้าน้อยขอนำวิธีนี้ไปบอกกับครอบครัวของข้าน้อยด้วยจะได้ไหมขอรับ”บ่าวผู้หนึ่งถึงกับออกอาการดีใจ เมื่อคิดถึงว่าที่บ้านพวกเขาก็จะมีกินเช่นในจวน “ได้สิ ข้าต้องสอนพวกเจ้าทุกคนแน่นอน และพวกเจ้าทุกคนก็จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ นำไปเผยแพร่ต่อๆกัน”ไป๋ซูเหยาพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ยามนี้นางไม่มีสิ่งใดขัดข้องในใจ การกระทำ คำพูด ล้วนออกมาอย่างสบายใจ ใบหน้าอิ่มเอิบพริ้มเพรา ผู้แอบยืนดู บัดนี้ใบหน้าเข้มขึ้น สายตาฉายแววชื่นชม ในหัวใจราวมีดอกไม้ผลิบานนับหมื่นต้น พ่อบ้านเฮียงลี้มองดูเจ้านายแล้วอมยิ้ม “นางกำลังปั่นหัวอะไรบ่าวใช้กัน” ใจชื่นชมแต่ปากยังไม่วายว่ากล่าว “เรียนนายท่าน ฮูหยินนำพาบ่าวไพร่ ทำสวนผัก และจะขุดบ่อเลี้ยงปลาขอรับ”พ่อบ้านเอ่ยรายงาน “อะไรนะ ขุดบ่อเลี้ยงปลา นางคิดว่าข้าไม่มีปัญญาเลี้ยงนางงั้นรึ นางคิดว่าข้าจนมากรึอย่างไร”เซี่ยหลิงเฉินออกอาการราวกับถูกดูหมิ่น “ไม่ใช่ขอรับ ฮูหยิน กล่าวว่าจะทำที่นี่เป็นแปลงทดลอง เพื่อให้พวกบ่าวไพร่ นำไปเผยแพร่ความรู้ต่อให้กับชาวบ้านขอรับ” พ่อบ้านรีบรายงานด้วยไม่อยากให้ท่านแม่ทัพเข้าใจผิด เซี่ยหลิงเฉินถึงกับเงียบลง นางทำให้เขาแปลกใจอีกแล้ว แต่ละครั้งที่พบเจอนาง เขาก็ได้พบกับเรื่องแปลกใจ นางไม่เหมือนหญิงใดจริงๆเมืองชายแดนยามรุ่งเช้า ณ เส้นทางหุบเขา พายุหิมะหยุดลงแล้ว ทหารนำหน้าขบวนคาราวานจัดการกับหิมะเพื่อเปิดทางโม่อวิ๋นดูอารมณ์เบิกบานกว่าทุกวัน เมื่อเขาคิดว่าใกล้ถึงเวลาที่จะได้พบกับไป๋ซูเหยาในอีกไม่นานแม้แต่เจี่ยเหลียน ก็ถูกเขาละเลยเช่นกัน ตั้งแต่เช้ามาเขาแทบไม่ได้สนใจสิ่งใดนอกจากการเตรียมตัวออกเดินทางหญิงสาวเองก็ทำตัวเงียบ ๆ หลบเลี่ยงเขาไม่ให้เป็นที่สังเกต เพราะยังนึกเสียใจเรื่องเมื่อค่ำคืนนางอาศัยนั่งไปบนเกวียนขนของท้ายขบวน อากาศที่หนาวเย็นนี้แทบทำผู้คนให้แข็งตาย ยังดีที่มีเสื้อคลุมขนสัตว์ของโม่อวิ๋นที่ให้ความอบอุ่นมาตลอดทาง กลิ่นหอมอ่อนจากกายเจ้าของเสื้อ ยังอบอวลไม่จาง พลันใบหน้าหญิงสาวแดงเรื่อขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเมื่อนึกขึ้นมาหลายวันมานี้ นางใกล้ชิดกับเขาหลายครั้งทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ เกิดความรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้างแล้วบางครั้งกลัวเกรงเขาแต่ทำใจดีสู้เสือ บางครั้งโมโหเดือดดาล และหลายครั้งทำอะไรไม่ถูกเมื่อยามเขาจ้องมองทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วตั้งแต่พบกัน ต้องโทษความใจกล้าบ้าบิ่นของตนเอง ที่คิดแต่เพียงจะช่วยบิดา ไม่ได้เตรียมใจให้ดี วันหน้ายังต้องพบเจออะไรอีกก็ยากจะรู้ได้ นางหวังเพ
“ฮองเฮาพะย่ะค่ะ ข่าวรายงานว่า โม่อวิ๋นที่ออกจากเมืองหลวงไป กำลังจะมุ่งกลับแคว้น แต่ว่าเส้นทางที่ไปต้องผ่านเมืองชายแดนอยู่ดีพะย่ะค่ะ เรื่องนี้คาดว่า โม่อวิ๋นกับคุณหนูไป๋คงต้องได้พบกันระหว่างทางเป็นแน่”ขันทีข้างกายฝ่าบาท เอ่ยกระซิบเพียงลำพังกับฮองเฮาใบหน้างามที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มบาง แววตาเยาะหยัน“ข้ารู้อยู่แล้ว และสั่งการไปยังคหบดียู่กับท่านแม่ทัพฉินเยว่ให้ดำเนินการ ไฟกองโตยังไม่แรงพอ ข้ายังต้องกระพือลมโหมเข้าไปอีกหน่อย”นางออกคำสั่งด้วยท่าทีสงบ ในมือถือดอกโบตั๋นปักลงไปในแจกัน“ฮองเฮาทรงพระปรีชายิ่ง จะให้หม่อมฉันทำเช่นไรต่อไป พะย่ะค่ะ”ขันทีน้อมกายคำนับเอ่ย“เจ้าคอยพูดให้ฝ่าบาทระแวงสงสัยในตัวแม่ทัพเซี่ยต่อไป จำไว้อย่าพูดออกนอกหน้าจนเกินไป”“พะย่ะค่ะ หม่อมฉันเข้าใจแล้ว หากวันหน้างานใหญ่สำเร็จ หวังว่าฮองเฮาจะมีความสุขยิ่งขึ้นในทุกๆวัน”ยามเอ่ยสายตาจับจ้องฮองเฮา แววตาราวซ่อนเรื่องราวยากจะเอ่ยเขาก้าวเดินจากมาด้วยใบหน้านิ่งเฉยไม่เผยอารมณ์ฮองเฮาหลังตรงสง่าไม่หันเหลือบแล หากลมหายใจไม่สม่ำเสมอ ดวงเนตรเหลือบมองท้องฟ้าราวสะกัดกลั้นข่มมิให้ใครเห็นรอยอาดูรเรื่องราวทุกอย่างล้วนมีเงื่อนงำ ไม่เว้
ยามค่ำหลังอาหารเย็น โม่อวิ๋นให้เจี่ยเหลียนเข้าพบ เพื่อรายงานเรื่องการตรวจสอบบัญชีที่เขามอบหมาย“วันนี้เจ้าตรวจสิ่งของแล้วพบสินค้าผิดปกติอีกหรือไม่” โม่อวิ๋นสอบถามอย่างปกติ“เรียนท่านเจ้าเมือง ไม่พบแล้วเจ้าค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี เพียงแต่ข้ายังเห็นว่าบัญชีนี้ยังไม่เป็นระเบียบนัก สิ่งของคัดแยกโดยยังแบ่งราคาบางชิ้นน้อยกว่าราคาที่ควรจะเป็นอยู่บ้างเจ้าค่ะ” เจี่ยเหลียนรายงานทั้งเสนอความคิดโม่อวิ๋นเหลือบสายตามองนางแว่บหนึ่ง แล้วหันกลับไปมองหนังสือในมือ พร้อมกล่าวขึ้นว่า“งั้นเจ้าก็เอาบัญชีออกมาทำเถอะ” โม่อวิ๋นสั่งเจี่ยเหลียนมองไปรอบ ๆ ห้อง โต๊ะที่นางต้องนั่งทำบัญชี อยู่ข้างเตียงนอนของเขาเพียงตัวเดียวเท่านั้น“ท่านให้ข้านำกลับไปทำในห้องได้หรือไม่” นางถาม“ไม่ได้ ทำตรงนี้ เกิดเจ้าเล่นตุกติกขึ้นมาข้าจะได้รู้” โม่อวิ๋นเอ่ยตอบโดยไม่หันมองหน้านางเจี่ยเหลียนไม่มีทางเลือกจึงจำใจนั่ง และลงมือทำบัญชีดวงจันทร์เคลื่อนคล้อยเหนือยอดไม้ ลมหนาวพัดพลิ้วผ่านกิ่งไผ่ เกิดเสียงตามสายลมโม่อวิ๋นนั่งอ่านรายงานเงียบ ๆ ในขณะที่เจี่ยเหลียนนั่งทำบัญชี ขะมักเขม้น สีหน้าจริงจังมีสมาธิชายหนุ่มเหลือบตามองนางเป็นบางคร
ขบวนคาราวานอัญมณีของโม่อวิ๋นได้เคลื่อนผ่านช่องเขาทางเหนือของแคว้นชิ่งแล้ว ม้าเทียมเกวียนหลายสิบตัวลากกล่องไม้ที่บรรจุเพชร พลอยหยกดิบจากแดนไกล แต่ละกล่องมีตราประทับรูปมังกรเพลิงของ “พ่อค้าตงหยาง” นามลับของโม่อวิ๋นที่ใครในยุทธจักรก็เกรงกลัว เขาใช้นามแฝงนี้มาหลายปีเพื่อเข้าออกไปยังแคว้นต่าง ๆชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของนั่งอยู่ในกระโจมพักแรม สีหน้าเรียบเย็น ดวงตาเยือกแข็ง แม้แต่มุมคิ้วยังขมวดเล็กน้อยแววตาหม่นไม่สดใสเฉียบคมเช่นเคย นับตั้งแต่จากกับไป๋ซูเหยามาด้านนอกกระโจมมีการรายงานขอเข้าพบ เป็นองค์รักษ์ข้างกายที่เข้ามา“ท่านเจ้าเมือง หญิงสาวที่ท่านรับขึ้นรถม้าวันก่อน ตอนนี้นางกำลังสำรวจสินค้าที่ซื้อมาจากแคว้นอื่นและทำการบันทึกบัญชีขอรับ”โม่อวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย“งั้นรึ”ช่างน่าสนใจ เขาคิด“นาง... ตรวจสอบพลอยจากหีบทีละลัง แล้วยังชี้จุดผิดพลาดของเครื่องประดับจากพ่อค้าคนกลางได้ตรงนัก ขอรับ”คำรายงานเรียบง่าย แต่ทำให้เขาหันไปมองอย่างสนใจลังสิ่งของวางเรียงรายอยู่ บริเวณกลางกระโจมที่พักแรมโดยมีพ่อค้าจากเมืองลั่วยืนอยู่ด้วย เพื่อตรวจรับสินค้าเจี่ยเหลียนยืนดูเครื่องประดับหยกที่อยู่ในมือ พูดกับพ่อค
ท้องฟ้ายามค่ำ ในพื้นที่ราบลุ่มมีแต่เสียงแมลงกรีดร้อง พวกผู้ประสบภัยบางส่วนหลับใหลหลังจากได้รับการดูแล ส่วนหนึ่งยังคงนั่งผิงไฟแววตาไม่อาจวางใจจากความสูญเสียไป๋ซูเหยาสวมชุดธรรมดาสีเข้ม เดินตรวจตราแต่ละกระโจมด้วยตนเอง ถามไถ่ผู้คนอย่างอ่อนโยนเซี่ยหลิงเฉินยืนมองจากระยะไกล แววตาหนักแน่นแต่ยังคงซ่อนความแปลกใจระคนชื่นชม“ในสนามรบ...ข้าเคยรู้มาว่านางนั้นเด็ดเดี่ยวไม่แพ้ชาย”“แต่ในยามต้องแบกความทุกข์ของผู้คน นางกลับอ่อนโยนกว่าข้าเสียอีก”ทว่าท่ามกลางเสียงไฟปะทุ และความเงียบของรัตติกาล เงาร่างหนึ่งแอบย่องเข้าไปยังกระโจมของเซี่ยหลิงเฉินทางเบื้องหลังกระโจมแม่ทัพ ใกล้ชายแดนดงไม้ เป็นหนึ่งในชายรูปร่างสูงที่ปลอมตัวเป็นชาวบ้าน เขาลอบค้นถุงผ้า ล้วงแผนผังเส้นทางของแคว้นชิ่งกับบัญชีทหารขณะกำลังคิดจะหลบหนี เสียงคำรามของสุนัขทหารดังลั่น พร้อมแสงคบไฟพุ่งเข้าใส่ทันที!“จับมันไว้!”เสียงของทหารนายหนึ่งตะโกนลั่นชายคนนั้นวิ่งหนีเข้าไปในป่าทึบเซี่ยหลิงเฉินพร้อมทหารกลุ่มหนึ่ง ไล่ตามทันทีโดยไม่รอช้าเพราะเขาได้เตรียมคนดักซุ่มอยู่ในป่าตามแผนที่วางไว้อยู่แล้วณ กระโจมบัญชาการชั่วคราว หลังเหตุการณ์ไล่ล่าบรรลุผล
ตอนที่ 14 รวบรวมเสบียงไป๋ซูเหยาเริ่มรวบรวมเสบียง จัดซื้อหาสิ่งของจากตลาดและชาวบ้าน ทำให้เงินทองสะพัด หลายครอบครัวรีบนำสิ่งของที่ตัวเองมีออกมาเสนอขายให้นางเรื่องในจวนนางสั่งงานบ่าวในบ้านให้จัดการสิ่งต่างๆ ระหว่างที่นางกับท่านแม่ทัพไม่อยู่สวนผัก บ่อปลา กิจการงานที่นางได้เคยสอนไว้ บ่าวทุกคนต่างรู้หน้าที่ดีอยู่แล้วจึงไม่น่าห่วง นางกำชับให้พ่อบ้าน จัดการสอนวิธีทำการเกษตรผสมผสานนี้ให้กับชาวบ้านอย่าได้ขาด ผักดอง ปลาตากแห้ง ถ่าน ที่นางทำไว้ ได้นำไปด้วยบางส่วนข่าวการรวบรวมเสบียงของจวนแม่ทัพเพื่อผู้ประสบภัยนั้นคหบดียู่รู้อยู่แล้ว เขาได้จัดคนนำสิ่งของมาให้ถึงจวนคหบดียู่ ชายร่างสันทัด ขาวท้วม ยืนยิ้มด้วยแววตาเป็นมิตร ยกมือคาราวะไป๋ซูเหยา“ฮูหยิน ข้าน้อยนำสิ่งของเหล่านี้มาร่วมบริจาค หวังว่าช่วยเหลือชาวบ้าน ขอรับ”ไป๋ซูเหยามองสิ่งของ บนรถสองสามคัน นางมองไปยังทหารให้เข้าไปตรวจดูทหารหันมารายงาน “เรียนฮูหยิน ล้วนเป็นของที่ใช้ได้ขอรับ”นางเพียงพยักหน้ารับ หันไปเจรจากับคหบดียู่ ยิ้มบางเอ่ย“ขอบใจคหบดียู่ แต่ข้าไม่ขอรับไว้เปล่า จะให้ราคาสิ่งของเหล่านี้”คหบดียู่รีบเอ่ยปฏิเสธทันควัน “มิเป็นไรขอรั







