Share

ปฐมบท 2 หลิ่งหลิน3

Penulis: LiHong
last update Tanggal publikasi: 2025-07-24 22:35:39

ในที่สุดเหวินอี้ก็แน่นิ่ง เขาเบิกตาโพลงจมกองเลือด นอนสิ้นใจตายไปในสภาพเนื้อตัวเปล่าเปลือยไร้อาภรณ์

ช่างอุจาดตานัก หรงเอ๋อร์กำมีดในมือตัดสายรัดเอวแล้วถอดเสื้อผ้าของตนที่เปื้อนเลือดของอีกคนออกมา เหวี่ยงลงไปกองบนกายของร่างไร้วิญญาณนั้น 

หญิงสาวยืนหรี่ตานิ่งตระหง่านเหนือศพน่ารังเกียจ เลือดหยาดรินจากปลายคางมน หยดลงบนศพนั้นเงียบๆ 

นางยกมือข้างหนึ่งปาดเลือดออกไปอย่างไม่ไยดี เลือดสัตว์กับเลือดคนคงไม่แตกต่าง

แต่ทว่าที่ผิดกันคือบ้านเมืองมีกฎหมายคุ้มครองคน

หากฆ่าคนย่อมถูกจับไปลงทัณฑ์ทรมานในคุกมืด เหตุผลอันใดล้วนฟังไม่ขึ้นทั้งนั้น เพราะคงไม่มีใครเสียเวลาฟังคำของเด็กสาวเช่นหรงเอ๋อร์ หญิงสาวจึงไม่เสียเวลาคิด นางไม่มีทางอยู่ที่นี่อีก ใครจะโง่รอให้ถูกจับไปไต่สวน 

ทางหนีทีไล่ถูกขบคิดในทันที

หญิงสาวรีบเดินไปหาชุดใหม่ที่สะอาดมาเปลี่ยน เป็นเสื้อหม่นสีทึบเหมาะแก่การเร้นกายยามราตรี ไม่นาน เรือนสกุลเหวินในหมู่บ้านจินซานพลันเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้อย่างรุนแรง 

เปลวเพลิงสีแดงเผาผลาญลุกโชนโหมกระพือรุนแรงจนสีแสบตานั้นส่องสว่างไปถึงฟากฟ้า

คนบ้านเรือนใกล้เคียงพลันแตกตื่นเบิกตามอง กระนั้นกลับมิอาจดับไฟได้โดยง่าย

ครั้นเมื่อรุ่งอรุณมาเยือน ทุกอย่างกลายเป็นเถ้าถ่าน ถึงได้พบศพของเหวินอี้ถูกเผาไฟพร้อมเรือนที่มอดไหม้นั้น 

แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงที่รักใคร่สามัคคีกันหนักหนา

ถึงขั้นเป็นลมล้มทั้งยืน ครั้นตื่นขึ้นมากลับไม่ใยดีกันเสียแล้ว พวงนางต่างยื้อแย่งสิ่งของที่พอมีค่าซึ่งหลงเหลืออยู่น้อยนิดจากกองเพลิงในเรือนอย่างบ้าคลั่ง

นั่นคือศพแรกของหรงเอ๋อร์

หญิงสาวมิได้ชมชอบการฆ่า เพียงแต่ชะตาชีวิตนี้  นางอาจเกิดมาและต้องอยู่รอดให้ได้ด้วยการฆ่าก็เท่านั้น

หลังจากหนีเตลิดออกมาไกลจากหมู่บ้านจินซาน หรงเอ๋อร์ระหกระเหินอย่างไม่ทราบทิศทางอยู่นาน จนกระทั่งหลงเข้ามาในถ้ำแห่งหนึ่งแล้วหาทางออกไม่เจอ แต่ที่นี่นางได้เจอกับสาวงามนามหลิ่งม่อ

อันที่จริงเรียกสาวงามอย่างเดียวคงไม่ถูกต้องนัก ต้องเรียกว่านางมารชาดแดงขาดสติจิตวิปริตวิปลาสต่างหาก เพราะหลิ่งม่อชอบแต่งหน้าทาชาด รูปลักษณ์คือชุดแดง ปากแดง รักสวยรักงามยิ่ง แต่ทุกทิศที่กรีดกรายย่างผ่านกลับโหดร้ายดุจมารปีศาจ  

นางมักจะหาเรื่องฆ่าคนอย่างบ้าระห่ำมีเหตุผลบ้างไร้เหตุผลบ้างตามอารมณ์ ทั้งเลี้ยงสมุนมารไว้เยอะมาก           ยังปกครองหุบเขาปีศาจ 

ถูกขนานนามว่าจักรพรรดินีหลงซาน

นับว่าโชคดีที่หลิ่งม่อถูกชะตากับหรงเอ๋อร์มาก ถึงขั้นรับเป็นศิษย์รัก และตั้งชื่อใหม่ให้ว่า หลิ่งหลิน

และเพื่อความอยู่รอด หลิ่งหลินจึงต้องฝึกวิชาอย่างบ้าคลั่ง เพื่อ ‘ฆ่า’ ตามคำสั่ง 

สิบปีนับแต่นั้น หลิ่งหลินจึงเป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งติดตามหลิ่งม่อทุกเส้นทางโลหิต

เป็นมือสังหารคนสนิทของจักรพรรดิมารหลงซาน

ไม่มีใครไม่รู้จักนักฆ่าฝีมือพระกาฬนามหลิ่งหลิน

กระทั่งหนึ่งปีก่อน 

ตอนนั้นเป็นฤดูเหมันต์ หลิ่งม่อฝึกวิชาต้องห้ามในตำนานหมายอยู่ยงคงกระพัน 

หวังเป็นอัมตะเยาว์วัยและไร้เทียมทานตลอดกาล แต่กลับถูกธาตุไฟเข้าแทรกจากการกินยามารเพิ่มพลังยุทธทางลัด 

แต่ผลของมันมิเป็นดังหมาย กลับดีกลายเป็นร้าย ทำให้ชีพจรสะดุดและสับสนจนสูญเสียการควบคุมตัวตน 

ขณะที่พิษเย็นแล่นลาม เลือดลมกลับสูบฉีดรุนแรงทะลักทลายออกเจ็ดทวาร หลิ่งม่อก็ได้รู้ตัวแล้วว่าตนไม่รอด 

ก่อนที่ธาตุไฟจะแตกซ่านจนร่างระเบิดแหลกลาญ หลิ่งม่อจึงยกสำนักไพรีพิฆาตให้หลิ่งหลินปกครองนับแต่นั้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุปผาวารีสลับวิญญาณสยบมังกร   บทส่งท้าย สัจธรรมกฏแห่งกรรม 4 (จบบริบูรณ์)

    “ไปตายซะ” เขาลุกขึ้นพุ่งร่างเข้ามาตะปบจูรั่วซีแล้วตบตีฉาดใหญ่ “โอ๊ย! เฉินอี้ ท่านบ้าไปแล้วเรอะ”“ข้าจะฆ่าเจ้า”“กรี๊ด!”ทั้งสองตบตีพัลวันยิ่งกว่าสุนัขกัดกันเสียอีก สภาพยามนี้ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมและบุคลิกเฉพาะบุคคลยิ่งกว่าขมุกขมัวมอมแมม เรียกว่าไม่เหลือสง่าราศีใดหวังเหลียนหรงนั่งมองภาพนั้นอย่างเวทนา พลางโบกมือส่งสัญญาณ “ไปจับแยกเสียหน่อย รำคาญยิ่ง”“ขอรับ”เมื่อสมุนสงบศึกด้วยการกดตัวจับมือไพล่หลังทั้งชายหญิงให้คุกเข่านิ่งๆ อยู่คนละมุมห้องขังได้แล้ว หวังเหลียนหรงหรี่ตาลงขณะเอ่ยกับจูรั่วซีต่ออีกว่า “เรื่องความโง่งมเกินบรรยายของเขานั้นช่างเถิด ตอนนั้นข้าถูกเนรเทศก็ปลงตกยอมจำนนคิดเพียงว่าขออยู่อย่างสงบสุขแดนไกล แต่เป็นเจ้าเองที่ไม่รามือ!”นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะดังปึกน้ำชากระชอก จูรั่วซีพลันสะดุ้งโหยง“เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่อาจสืบจนล่วงรู้ ครั้งที่ข้าถูกเนรเทศ เจ้าส่งนักฆ่ามาลอบสังหารข้าระหว่างทางอย่างจงใจให้ใกล้รังโจรพอดิบพอดี ข้าไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีเพียงสองทางเลือก คือยอมตายกับหนีตายเข้าป่า และใช่ ข้าหนีตาย ถูกโจรป่าเถื่อนจับตัวไป ถูกทำให้หายตัวอย่างไร้ร่องรอย สตรีเลวทรามเช่นเจ้า ข้าสมควรป

  • บุปผาวารีสลับวิญญาณสยบมังกร   บทส่งท้าย สัจธรรมกฏแห่งกรรม 3

    จูรั่วซียิ่งตัวสั่นน้ำตาไหลพราก ปากละล่ำละลักว่า “เป็นเฉินอี้ที่โง่เอง เขาเบาปัญหาถึงเพียงนั้น ข้าใส่ความเจ้าแค่ผิวเผินเขาก็เชื่อ ทุกแผนการที่ข้าทำเพราะเขาไร้ปัญญา ข้าจึงแทบไม่ต้องเปลืองแรง”“อ้อ...เฉินอี้เขลาปานนั้นเชียว?”“ใช่ เขาโง่จะตาย” หวังเหลียนหรงยิ้ม “อา...เพราะเขารักเจ้าปะไรถึงเชื่อเจ้าอย่างหมดใจ”จูรั่วซีรู้สึกได้ถึงมีดเย็นเฉียบที่ข้างแก้มของตน “เขาหน้ามืดตาบอดเอง ทุกอย่างเป็นความผิดของเขา เจ้าปล่อยข้าไปเถอะ” นางพูดจนลิ้นแทบพันกัน “สาเหตุที่เจ้าต้องตกระกำลำบากล้วนเป็นเพราะเขา ไม่เกี่ยวกับข้า”เสียงของสองสตรีพูดคุยไปมาทำเฉินอี้หน้าคล้ำหวังเหลียนหรงหันมาถามเขา “ท่านได้ยินหรือไม่?”“รั่วซี เจ้า!”“ไม่เอาน่า” หวังเหลียนหรงหันกลับมาทางเขา ไล้มีดเล่มเดิมตรงสันกรามอีกครา “บุรุษหูเบาหน้ามืดตาบอดต้องถูกลงโทษอย่างไรดีเล่า?”“เจ้าจะทำอะไรอีก อย่า!” เฉินอี้เสียงเครียดหวังเหลียนหรงหรี่ตา “หูเบานักก็ต้องตัดหูซะ”ฉับ! “อ๊า....”ทันทีที่มีดสะบัด หูของเฉินอี้พลันขาดกระเด็น“ดวงตามืดบอดไม่มองสิ่งใดให้กระจ่างก็ไม่ต้องมองอีกต่อไป”ขวับ!หวังเหลียนหรงกรีดตาข้างหนึ่งของเฉินอี้“อ๊ากกกก”เสีย

  • บุปผาวารีสลับวิญญาณสยบมังกร   บทส่งท้าย สัจธรรมกฏแห่งกรรม 2

    “บุตรชายที่ท่านอุ้มชูหมายให้สืบบัลลังก์ทองเป็นเพียงลูกนอกสายเลือดที่นังหญิงชั่วนำมาสวมรอยตอนตั้งครรภ์ปลอม”ม่านตาเฉินอี้พลันหดแคบลงอย่างที่สุด “อ่ะ อะไรนะ?”หวังเหลียนหรงยังคงยิ้ม “ท่านถามนางดูสิ”“จูรั่วซี!” เฉินอี้หันไปตวาดถามสตรีด้านข้าง “เป็นจริงอย่างที่นางพูดหรือไม่?” คนถูกถามได้แต่บื้อใบ้ นางเอาแต่เบิกตามองหวังเหลียนหรงอย่างไม่อยากเชื่อว่าอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไร ไม่ ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ นี่คือความลับอย่างที่สุด นางทำอย่างแยบยลที่สุด หลายปีไม่มีใครรู้เลยสักคนจูรั่วซีส่ายหน้าระรัว ทว่าในดวงตาที่สั่นไหวกลับเผยความนัยชัดเจนและนั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับคำตอบเฉินอี้พยายามดึงแขนออกจากแท่นตรึงไปเขย่าร่างของจูรั่วซีมาเค้นถามให้รู้เรื่องมากกว่านี้แต่ทำไม่ได้ เขาจึงหันมาคำรามใส่อดีตชายาเสียงเข้ม “ปล่อยข้า!”หวังเหลียนหรงไม่ทำตามเพียงแย้มยิ้มเฉิดฉาย “ไม่เจอกันนานเลยนะสามีข้า นิสัยของท่านก็เช่นนี้ หลายปีไม่เคยเปลี่ยน หยิ่งยโสทระนงคิดว่าตนยิ่งใหญ่เหนือใครในใต้หล้าเสียเต็มประดา ยามนี้ยังกล้าสั่งข้า? ฮึ! ช่างไม่เจียมตน!” วาจาปลายประโยคของนางเย็นชาพลางยกมีดขึ้นไล้ตามสันกรามคมคายที่เคยหล่อเหลาขาว

  • บุปผาวารีสลับวิญญาณสยบมังกร   บทส่งท้าย สัจธรรมกฏแห่งกรรม 1

    ในคุกใต้ดิน บุรุษและสตรีถูกตรึงไว้บนไม้ทั้งสองแม้จะอยู่ภายใต้อาภรณ์สีขมุกขมัว และเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดเปรอะเปื้อนเกรอะกรัง แต่ก็ยังพอมองออกว่ารูปงามปานใด ผิวพรรณขาวกระจ่างอย่างคนสุภาพดีแค่ไหนหวังเหลียนหรงพลันนึกตัวเองที่ตรงกันข้าม ผิวพรรณของนางเดิมทีดีมาก หากแต่เพราะอยู่รังโจรหลายปีนั้นผิวนางทั้งหยาบกระด้างและหม่นหมองสุขภาพก็ไม่สมบูรณ์แข็งแรงดุจเก่า ถูกชำเราถูกย่ำยีจนนับครั้งไม่ถ้วน ผลพวงจากการถูกเคี่ยวกรำทำให้ทุกวันนี้มีโรคเรื้อรังติดกาย แม้อยู่สุขสบายดีขึ้นแต่จะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้ยิ่งคิดถึงเรื่องเหล่านี้ คิดถึงคืนวันที่บัดซบสิ้นดี หวังเหลียนหรงก็ยิ่งมองอดีตสามีกับหญิงชู้ของเขาด้วยสายตาชิงชังเคียดแค้นเป็นหมื่นเท่าพันทวี“เจ้าจงมองให้ดี สองคนนี้คือคนที่ทำให้ชีวิตพวกเราแม่ลูกอัปยศยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็นยี่สิบกว่าปี”หลิ่งเฮ่อยืนด้านข้างมารดามองผู้เป็นบิดาอย่างเย็นชา “ได้พบหน้าเสียที ข้าไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีใบหน้าเหมือนเขาถึงเพียงนี้”ชายหนุ่มไม่เคยมีความคิดเรียกเฉินอี้ว่าท่านพ่อ สรรพนามจึงห่างเหินปานนั้นสวีหลิงเยี่ยนในร่างหลิ่งหลินก็อยู่ด้วยนางว่า“ยิ่งมองยิ่งเหมือน ไม่บ

  • บุปผาวารีสลับวิญญาณสยบมังกร   เล่มพิเศษตอนที่ 10 ประมือผู้เยี่ยมยุทธ 2

    นานร่วมเดือนจึงพากันออกมาประลองยุทธที่ลานฝึกด้านนอก บางครั้งยังพากันออกไปฝึกฝนบนยอดภูผา ใช้ทักษะการเอาชีวิตรอดกลางป่ากินคน ดำดิ่งลงสู้ก้นทะเลสาบมรณะ ระหว่างนั้นยังฝึกทักษะการเผชิญหน้าต่อสถานการณ์เลวร้ายรูปแบบต่างๆ เรียกว่าสอนสั่งอย่างครบถ้วนยิ่งกว่าศิษย์อาจารย์ระหว่างหลิ่งหลินกับสวีหลิงเยี่ยนนั้นเรียกว่ายอดฝีมือปะทะยอดฝีมือโดยแท้ ร่างเก่าของหลิ่งหลินฝึกสรรพวิชาจนสำเร็จขั้นสุดยอดเพียงถ่ายทอดให้วิญญาณได้รู้จักนำพลังที่แท้จริงออกมาใช้ก็เท่านั้น ส่วนร่างของสวีหลิงเยี่ยน เมื่อได้วิญญาณหลิ่งหลินครอบครองพร้อมปราณพิเศษที่ตามติดมาด้วยกัน ทำให้นางที่เป็นคนสอนกลับพัฒนาพลังให้ร่างกายตนได้เช่นกัน สตรีสองคนจึงกลายร่างเป็นนางมารสองตัว ความน่ากลัวในฝีมือยุทธไต่ระดับขึ้นสูงจนทัดเทียมริมลานฝึกนั้น หลิ่งเฮ่อกับจ้าวหมิงอวี่กำลังนั่งจิบชาเดินหมาก สนทนาอย่างไม่มีเบื่อหน่ายในฐานะสามี บุรุษทั้งสองล้วนต้องอยู่ให้กำลังใจภรรยา คอยดูแลส่งข้าวส่งน้ำมิขาดสาย “องค์ชายดูสบายอกสบายใจเหลือเกินนะ” หลิ่งเฮ่อเอ่ยกับอีกฝ่ายที่เดินหมากด้วยกันจ้าวหมิงอวี่คลี่ยิ้มมุมปาก หากเป็นเมื่อก่อน เขาไม่มีทางอารมณ์ดียามอยู่กับหลิ่

  • บุปผาวารีสลับวิญญาณสยบมังกร   เล่มพิเศษตอนที่ 10 ประมือผู้เยี่ยมยุทธ 1

    ท้องนภากว้างมืดมิด ดวงดาวระยิบระยับ สาดส่องทั่วพสุธา ลมหนาวดุจคมมีด กรีดเฉือนเนื้อคนลานฝึกขนาดใหญ่กลางพงไพรไร้ศาสตรา บริเวณนี้เป็นเชิงเขาชายป่าเชื่อมลานฝึกยุทธวิถี หลิ่งหลินในร่างดรุณีตัวเล็กอายุสิบหกปียืนตระหง่านเบื้องหน้าสตรีตัวสูงวัยยี่สิบห้าอย่างท้าทายนางสูงเพียงครึ่งศีรษะของอีกฝ่าย ทั้งยังต้องเงยหน้าจนเมื่อยลำคอไปหมด“ว่าอย่างไร? หากเจ้าไม่สู้ ข้าจะเก็บตัวฝึกวิชาอสูรผลัดกายแล้วนะ รับรองได้ว่าใช้เวลาเพียงไม่นาน ข้าจะสามารถเรียกร่างของตัวเองคืนมาได้ในพริบตา”สวีหลิงเยี่ยนก้มมองร่างเก่าของตนเงียบงัน ความหมายนั้นมิใช่เรียกสามีคืนด้วยหรือไร?ในที่สุดสวีหลิงเยี่ยนก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด “ได้ ข้าจะสู้”“ดี” หลิ่งหลินเสียงเข้มขึ้น “เจ้าจงสาบาน! ไม่ว่าเจ็บเจียนตาย จะรักษาร่างนี้เอาไว้ให้ดีที่สุด”“ได้ ข้าสาบาน” สวีหลิงเยี่ยนสูดลมหายใจลึก เริ่มฮึกเหิมโดยไม่รู้ตัว เพื่อได้อยู่กับหลิ่งเฮ่อต่อไป นางจะต้องสู้“ลงมือ!”หลิ่งหลินพาร่างเล็กของตนพุ่งกระโจนใส่อีกคนที่ตัวโตสูงกว่า การต่อสู้เกิดขึ้นกลางลานกว้างนั้นทันที เพียงแต่มิได้รุนแรงดังที่สวีหลิงเยี่ยนนึกหวาดหวั่น“ท่านออมแรงให้ข้าหรือ?” สวี

  • บุปผาวารีสลับวิญญาณสยบมังกร   เล่มพิเศษตอนที่ 9 หยกพก2

    สวีหลิงเยี่ยนสั่งการสำทับ “เอาไปโยนทิ้งทะเลสาบมรณะให้เป็นอาหารปลา”“ขอรับ” ทุกคนไม่ว่าใครล้วนไม่รู้สึกแปลกใจในความโหดเหี้ยมเลือดเย็นนี้ พวกเขาเร่งจัดการศพและทำความสะอาดเรือนอย่างขะมักเขม้นสามัคคีหลิ่งเฮ่อพาสวีหลิงเยี่ยนเดินหลบออกจากเรือน ยังไม่ลืมส่งสายตาไปทางชายหญิงอีกคู่หนึ่งตรงมุมมืด จ้าวหมิงอว

  • บุปผาวารีสลับวิญญาณสยบมังกร   เล่มพิเศษตอนที่ 9 หยกพก1

    “กรี๊ดดดด” เสียงนั้นมิใช่สวีหลิงเยี่ยนที่กรีดร้อง แต่เป็นเสียงของเจียเย่!ฉึก! แคว่ก!นั่นคือเสียงอาวุธปักเนื้อและเสื้อผ้าฉีกขาดท่ามกลางม่านพลังปราณสีดำลมกรรโชกแรง สวีหลิงเยี่ยนเห็นร่างของเจียเย่ถูกฉีกออกเป็นสองทางจนเลือดกระฉูดซ่านเซ็นเป็นละอองฝอยสีแดงฉานกระจัดกระจายเหมือนถูกปีศาจกระหายเลือดรุมทึ

  • บุปผาวารีสลับวิญญาณสยบมังกร   เล่มพิเศษตอนที่ 7 ลอบฆ่า 2

    ผู้อาวุโสอีกคนถามขึ้น “แล้วท่านประมุขเล่า นางอยู่ที่ใด เหตุใดพวกเราไม่เห็นนางออกมา”“ข้าอยู่นี่” เสียงนั้นราบเรียบแต่กังวานไกล สวีหลิงเยี่ยนเดินเนิบนาบเข้ามาทางประตูด้านหน้าอย่างสง่าผ่าเผย เดินเลยผู้อาวุโสทุกคนมานั่งลงที่เก้าอี้ประธานโถงตามความคุ้นเคยของร่างเก่าแม้วิญญาณนี้นับเป็นครั้งแรกกับบรรยา

  • บุปผาวารีสลับวิญญาณสยบมังกร   เล่มพิเศษตอนที่ 6 สามีภรรยาเดียว 2

    เรือนของผู้อาวุโสหลิ่งเอ้อร์ต้องเดินทางผ่านป่าไผ่หยกที่หนาทึบรอบทิศอึมครึมคล้ายรัตติกาลอี้เชี่ยนเร่งฝีเท้าอย่างรวดเร็วตามนิสัยแห่งตนที่ค่อนข้างอารมณ์ร้อนแม้แต่ผู่เยว่ยังวิ่งตามไม่ทัน จังหวะนั้นจู่ๆ ผู่เยว่ก็ล้มตึงและกลิ้งคลุกฝุ่นหลุนๆ อย่างไร้ต้นสายปลายเหตุ“อ๊ะ! ศิษย์พี่! ช่ะ ช่วย...”ผู่เยว่อุทา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status