Share

แสร้งเป็นลม

last update publish date: 2026-03-15 00:52:02

เหวินเฉียนเดินมาที่ห้องรับรองด้านหน้าราวกับเหาะได้ 

เขาหยุดชะงักนิ่งอยู่หน้าประตูทางเข้าราวกับคนวิญญาณแทบหลุดออกมาจากร่าง

ดรุณีน้อยรูปงามราวสรวงสวรรค์สร้าง  คืออาฉีน้องรักของเขาเมื่อหลายปีก่อนจริงๆหรือ? 

'เจ้ามันงดงามเกินกว่านางเซียนไปแล้วนะอาฉี!'  เหวินเฉียนนึกขึ้นมาในใจพร้อมทั้งก้าวขาเดินเข้าไปข้างในห้องรับรองอย่างช้าๆ

"พี่เฉียน"  ชางฉีเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเบาหวิวพร้อมทั้งผุดลุกยืนขึ้นด้วยความดีใจแทบจะอยากโผเข้าไปจับมือเหวินเฉียนเขย่าขึ้นลงแรงๆ หลายๆครั้ง 

แต่ด้วยจำต้องรักษาระยะห่างระหว่างชายหญิง  นางจึงทำได้เพียง

ยกมือขึ้นมาประสานกันและค้อมกายก้มศีรษะลงคำนับบุรุษตรงหน้าแทน

เพียงเท่านั้น

"ข้าน้อยชางฉีขอแสดงความคำนับต่อท่านราชครูเหวินเฉียน

เจ้าค่ะ"

"ตามสบายเถอะนะอาฉี"  เหวินเฉียนพูดพลางผายมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ชางฉีนั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิมได้

"ขอบคุณท่านราชครูเจ้าค่ะ"  ชางฉีเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งนั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิม

"เจ้าดั้นด้นเดินทางมาเหนื่อยๆ จิบชาดอกเหมยนี่ให้ชื่นใจ

สักหน่อยเถิด"  เหวินเฉียนพูดพลางพยักหน้าลงน้อยๆให้สาวใช้ผู้หนึ่งนำชาดอกเหมยเข้ามาได้  

เดิมทีเขาตั้งใจจะให้ชางฉีได้ดื่มชาขาวผสมน้ำผึ้งที่อาฟุได้จัดเตรียมเอาไว้  แต่เนื่องจากแขกทั้งสามของตนมาแทบจะพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมายในเวลาไล่เลี่ยกันเช่นนี้ 

อีกทั้งแขกหนึ่งในสามของเขายังเป็นดรุณีน้อยรูปงามเฉิดฉันท์เช่นอาฉีน้องน้อยของเขาอีก  จึงมิเป็นการเหมาะสมนักที่เขาจะรับรองต้อนรับแขกพร้อมกันโดยที่ทั้งสามคนมิเคยรู้จักกันมาก่อน

"ขอบคุณเจ้าค่ะท่านราชครู"  ชางฉีพูดพลางระบายรอยยิ้มน้อยๆออกมาทางใบหน้า

"พี่เฉียนของอาฉีต่างหากเล่า"  เหวินเฉียนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงมั่นคง

ขึงขัง

ทำเอาชางฉีที่กำลังยกชาดอกเหมยขึ้นมาจิบถึงกับแทบจะสำลักชาที่อมไว้ในปากออกมาในทันที

"ทำตัวปกติเหมือนเดิมเถอะนะอาฉี  อยู่ที่จวนนี้เจ้าก็เรียกข้าว่า

พี่เฉียนดังเดิมเหมือนอยู่ที่ลั่วหลางเถอะ" 

เหวินเฉียนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงอ่อนโยน

"พี่เฉียนช่างใจดีกับข้ายิ่งนัก  ขอบคุณจริงๆเจ้าค่ะสำหรับการช่วยเหลือทุกอย่างที่มอบให้กับข้า  พอดีว่าข้าพอจะมีฝีมือด้านการเย็บปักอยู่บ้างสักเล็กน้อย  จึงได้นำของกำนัลมาฝากพี่เฉียนด้วย  หากพี่เฉียน

มิรังเกียจที่จะรับของจากข้า  ข้าก็ยินดีที่จะมอบมันให้กับพี่เฉียนเจ้าค่ะ" 

ชางฉีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนยิ่ง  อีกทั้งกิริยามารยาทอันอ่อนหวานผสมเข้ากับความสง่างามอันสูงส่งของนางแล้วก็ทำเอา

เหวินเฉียนรู้สึกใจสั่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

"ตีข้าให้ตาย  ข้าก็ไม่เคยคิดรังเกียจของของเจ้าเลยแม้แต่น้อย" 

เหวินเฉียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม  พยายามเก็บซ่อนความ

ดีใจอันมากมายมหาศาลเอาไว้ในอกอย่างมิดชิด  แต่ทว่าดวงตาทั้งสองข้างของเขากลับปกปิดความรู้สึกนั้นไว้ไม่มิดเลยแม้แต่น้อย 

ชางฉีเห็นดังนั้นจึงพยักหน้าลงน้อยๆ ให้เสี่ยวจูที่ยืนอยู่ด้านนอกนำกล่องไม้ที่แกะสลักด้วยลวดลายดอกเหมยโน้มกิ่งเข้ามายังด้านในโดยทันที

ชางฉีบรรจงเปิดกล่องไม้ออกมาอย่างช้าๆ  และหยิบผ้าพันคอสีฟ้าครามออกมาจากในกล่องไม้

"ผ้าผืนนี้เป็นผ้าเนื้อดีจากซีโจว  ท่านพ่อได้ซื้อมาฝากข้าเมื่อครั้นไปตรวจราชการที่เมืองนั้นราวครึ่งปีก่อน  ข้าจึงได้นำผ้าผืนนี้มาตัดเย็บและ

ปักเส้นด้ายลงบนผืนผ้าด้วยลวดลายนกกระเรียนคู่หันหน้าเข้าหากันประดับด้วยดอกเหมยสีชมพูเข้มด้วยนะเจ้าคะ  มิทราบพี่เฉียนพอจะรับผ้าพันคอผืนนี้ไว้ได้หรือไม่?"

"งดงามยิ่ง  ข้าชอบมาก" 

เหวินเฉียนเอ่ยขึ้นนัยน์ตาเปล่งประกายระยิบระยับ  ในขณะที่

เหวินเฉียนกำลังชื่นชมผ้าพันคอผืนงามอยู่นั้นก็มีบุรุษอีกสองคนได้โผล่หน้าเข้ามาขัดจังหวะความสุนทรีย์นั่นเสียก่อน

"โอ้  อาเฉียนมีแขกมาหาที่จวนวันนี้ด้วยหรือนี่?  ใจคอเจ้าจะมิแนะนำให้พวกข้าได้รู้จักกับแม่นางน้อยผู้นี้บ้างสักหน่อยหรือ?" 

ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงวางอำนาจ  

ทำเอาชางฉีที่กำลังก้มหน้าก้มตาอธิบายถึงที่มาของลายปักบนผ้าพันคอผืนนั้นต้องเงยหน้าขึ้นมามองดูด้วยความตกตะลึงจนอ้าปากค้าง

ไปราวสิบวินาทีถึงจะดึงสติของตนกลับคืนมาได้

"อาเฉียนนี่ร้ายกาจมากจริงๆ  ที่ทิ้งสหายมาหาสตรีโดยมิแนะนำให้พวกข้าได้รู้จักกับนางด้วย  แบบนี้ดูเป็นคนใจคอคับแคบมากเกินไปแล้วหรือไม่?"  อ๋องน้อยเฉินลู่กล่าวสำทับ

ชางฉีได้ยินดังนั้นจึงรีบหันขวับไปมองดูบุรุษอีกคนที่ก้าวเข้ามาในห้องรับรองโดยทันที

'นั่นมันคนที่นางพบเจอเมื่อครั้นใช้วิชาตัวเบาโผทะยานขึ้นไปอาบแดดบนกิ่งไม้สูงมิใช่หรือ  อีกทั้งเขายังเป็นบุรุษคนแรกที่ได้ใกล้ชิดกันกับนางด้วย  แล้วนั่นก็คือคนที่ขโมยจูบแรกในชีวิตของนางไปในร้านลองชุดมิใช่หรืออย่างไรกัน?  อีกทั้งตอนนี้เสื้อผ้าของเขายังเหมือนกันกับชุดที่นาง

สวมใส่ในตอนนี้มิมีผิดเพี้ยนด้วย!' 

ชางฉีครุ่นคิดคำนึงและกัดริมฝีปากแน่นขึ้นด้วยความว้าวุ่นใจสุดท้ายแล้วนางจึงได้เป็นลมล้มพับไปในอ้อมแขนของเหวินเฉียนนั่นเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P    (ตอนพิเศษ) NC ภรรยารักจอมยั่วยวน

    ชางฉีใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับทั้งสองสามีอย่างมีความสุข นางเดินทางไปมาหาสู่กันกับเหวินเฉียนอย่างไม่ขาดสาย สัมพันธภาพระหว่างผู้ที่นับถือกันดุจพี่น้องแน่นแฟ้นดังเก่าสามีทั้งสองเองต่างก็มอบความรักและปรนนิบัตินางอย่างถึงใจในแต่ละค่ำคืนอย่างไม่ขาดตกบกพร่องจวบจนกระทั่งวันเปิดภาคเรียนแรกของสถานศึกษาที่เหวินเฉียนทำการก่อสร้างได้เวียนมาถึงชางฉีตื่นนอนขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ นางรีบอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้า อีกทั้งยังช่วยสามีทั้งสองคนอาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อย ทั้งสามคนจึงร่วมกินอาหารเช้าร่วมกัน ก่อนจะเดินทางด้วยรถม้าคันเดียวกันมุ่งหน้าไปยังสถานศึกษาของเหวินเฉียนต่อในขณะที่กำลังนั่งรถม้าเดินทางไปยังสถานศึกษาอยู่นั้น ชางฉีก็เริ่มล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อของตนพร้อมทั้งพยายามเปิดคอเสื้อขึ้นแสร้งทำเป็นมองหาอะไรอยู่ในนั้นไปมาอยู่สักพัก ทำเอาสามีทั้งสองคนของนางถึงกับเริ่มพากันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย“เจ้าเป็นอันใดไปเช่นนั้นหรืออาฉี?” อ๋องน้อยเฉินลู่เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ทางด้านองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเองก็จับมือเล็กของชางฉีเอาไว้มั่น และเริ่มแหวกคอเสื้อของชางฉีออกกว้างจนเผยให้เห็นถึ

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ตอนจบ // NC คืนเข้าหอกันอีกครั้ง ณ ดินแดนแค้วนซ่ง 2

    “การปรนนิบัติสามีมีมากมายหลากหลายรูปแบบและวิธีการนัก” ‘องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงทรงตรัสขึ้นมาสั้นๆ มิขยายความเช่นนี้แล้วจะให้นางเข้าใจในสิ่งที่ตนต้องให้การปรนนิบัติอย่างไรบ้างเช่นนั้นหรือ?’ชางฉีขบคิดขึ้นมาในใจ มิรอให้ชางฉีได้นึกถึงการปรนนิบัติสามีได้นานนัก อ๋องน้อยเฉินลู่ได้อุ้มเอาชางฉีขึ้นมาบนเตียงและกระซิบข้างริมใบหูเล็กแผ่วเบาว่า “อาฉีช่วยปรนนิบัติอาเหลียงเหมือนตอนที่พวกเราอยู่บนรถม้ากันด้วยเถอะนะ”ทำให้ชางฉีจำต้องโน้มใบหน้างดงามหวานซึ้งลงไปอ้าปากเข้าครอบครองแก่นกายขนาดใหญ่ขององค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอาไว้ในอุ้งปากเล็กของนางโดยทันทีเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ช่องทางรักของนางโดนปลายลิ้นร้อนของอ๋องน้อยเฉินลู่ส่งเข้ามาทักทายและโดนเล้าโลมเลียอยู่อย่างนั้นจนน้ำหวานของนางไหลซึมออกมาไม่หยุด“ขย่มข้าลงมาแรงๆเลยอาฉี”องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่น พระองค์เฝ้ารอวันนี้มานานนัก วันที่จะถูกภรรยารักปรนนิบัติพระองค์เช่นนี้ชางฉีได้ยินดังนั้นจึงหันหน้ามามองดูอ๋องน้อยเฉินลู่ด้วยแววตายั่วยวนก่อนจะจับแก่นกายขององค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงมาจ่อเข้าที่ช่องทางรักของตนและเลื่อนตัวลงครอบครองเจ้าสิ

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ตอนจบ // NC คืนเข้าหอกันอีกครั้ง ณ ดินแดนแค้วนซ่ง 1

    อรุณรุ่งของเช้าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง ขบวนรถม้าได้พากันเดินทางมาถึงยังแคว้นซ่งแล้ว โดยจุดหมายปลายทางของขบวนรถม้าครานี้คือพากันมุ่งหน้ามาที่จวนของเหวินเฉียนก่อนนั่นเองทางด้านเหวินเฉียนเองก็เหมือนจะรับรู้ได้ว่าพวกเขาได้พากันเดินทางมาถึงแคว้นซ่งในวันนี้แล้ว จึงได้เตรียมการต้อนรับพวกเขาเอาไว้อย่างสมเกียรติพร้อมทั้งยังมอบของขวัญอันล้ำค่าและคำอวยพรมากมายให้กับพวกเขาด้วยทั้งสามสามีภรรยาต่างอยู่พูดคุยกันกับเหวินเฉียนมาได้สักพักใหญ่ ทางด้านแม่นมอี้หลัน และคนในขบวนเดินทางต่างได้รับพระบรมราชานุญาตให้แยกย้ายกันไปพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยส่วนเสี่ยวจูได้รับมอบหมายให้ไปเก็บข้าวของต่างๆ ของตน และชางฉีออกมาจากเรือนน้อยจวี๋ฮวาให้หมด เพื่อที่จะได้พากันเดินทางไปยังเรือนหอที่ทางองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงจัดให้คนมาจัดตกแต่งเอาไว้รอคอยการกลับมาของพวกเขาทั้งสามคนเอาไว้อย่างงดงาม ใหญ่โตและโอ่โถงยิ่งแล้วหลังจากนั่งสนทนา จิบชาและพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันไปได้สักพักแล้ว ขบวนรถม้าคันใหม่จากทางพระราชวังก็ได้มาจอดเทียบท่ายังหน้าจวนของเหวินเฉียน ทั้งสามคนจึงพากันกล่าวคำร่ำลาและขอตัวกลับไปพักผ่อนยังเรื

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   NC บทรักบนรถม้า 2

    ชางฉีได้ยินดังนั้นแล้วจึงช้อนสายตาขึ้นไปมององค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงราวกับจะขอความคิดเห็นไปในตัว นางหวังว่าเขาจะส่ายศีรษะปฏิเสธอ๋องน้อยเฉินลู่ไปเพื่อที่นางจะได้ไม่ต้องทำอันใดบัดสีบนรถม้านี่ ท่านอ๋องน้อยเฉินลู่มิคิดบ้างหรอกหรือว่าหากคนบังคับรถม้าได้ยินเสียงร้องครวญครางของพวกเขาและนางเข้า แล้วนางจะเอาหน้าไปไว้ ณ ที่ใดกันแต่องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงกลับพยักหน้าลงน้อยๆ เป็นเชิงอนุญาตให้นาง และท่านอ๋องสามารถร่วมรักกันบนรถม้านี้ได้ตามอำเภอใจ ก่อนที่พระองค์จะทรงเปิดผ้าม่านรถม้าออกไปพูดกับคนบังคับรถม้าทั้งสองคนว่า “พวกเจ้าเป็นคนหูหนวกตาบอดใช่หรือไม่ พวกเจ้าจะมิสามารถรับรู้ถึงเหตุการณ์ใด และเสียงใดในรถม้าคันนี้ใช่หรือไม่?” องค์ฮ่องเต้จู้อี้เหลียงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงวางอำนาจ และดุดันเหี้ยมเกรียมเป็นอย่างยิ่ง“กระหม่อมล้วนแต่หูหนวกและเป็นใบ้พ่ะย่ะค่ะ” สารถีทั้งสองคนเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นงันงกอย่างพร้อมเพรียงกัน“เช่นนั้นก็ดี หากเรื่องราวครั้งนี้ถูกแพร่ออกไปล่ะก็ข้าจะสั่งประหารชีวิตพวกเจ้าจนเก้าชั่วโคตรเลยทีเดียวเข้าใจหรือไม่?” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงกล่าวย้ำขึ้นมาอีกครั้ง“รับด้วยเกล้าพะย

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   NC บทรักบนรถม้า 1

    เมื่อเช้าวันที่แปดหลังการเข้าหอมาเยือน ชางฉีตื่นนอนตั้งแต่เมื่อยามเช้าตรู่ นางเข้าไปพูดคุยกับบิดาที่จวนหลักหลังใหญ่มาได้นานราวหนึ่งชั่วยามแล้ว พร้อมทั้งบรรดาพี่ชายอีกสามคนก็กำลังนั่งพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับนางด้วยเช่นกัน แต่ละคนต่างก็ให้คำอวยพรให้นางมีความสุขในการใช้ชีวิตคู่ มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินเองก็ได้ให้คำอบรมสั่งสอนชางฉีถึงการใช้ชีวิตคู่ และการดูแลปรนนิบัติเอาใจสามีให้ชางฉีได้รับฟังเช่นเดียวกันก่อนเหล่าบรรดาพี่ชายของชางฉีจะพากันร่ำลาขอกลับจวนของตนไปก่อนแต่ชางฉีกลับยังคิดมิตกในเรื่องของลูกที่อาจจะกำลังมาเกิดในเร็ววันนี้นัก เนื่องด้วยนางมีสามีพร้อมกันทีเดียวถึงสองคนแล้วลูกที่เกิดมาจะรู้สึกมีปมด้อยอันใดหรือไม่นะ เห็นทีว่านางคงต้องได้ตั้งคำถามนี้กับองค์ฮ่องเต้ และท่านอ๋องดูเสียแล้วกระมังหลังจากนั้นมินานนัก อ๋องน้อยเฉินลู่และองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงจึงได้เข้ามาร่ำลาท่านอัครมหาเสนบดีชางหม่าเวินก่อนจะพากันเดินทางกลับแคว้นซ่งไปขบวนการเดินทางเริ่มออกเดินทางกันในช่วงเช้ายามเฉิน (เวลา 08.00น.) ชางฉีนั่งรถม้ามาด้วยท่าทีที่นิ่งขรึมจนผิด

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   NC พวกท่านพี่หน้าไม่อาย 2

    “ตัวข้าพอจะมีวิชาความรู้ด้านการรักษาบาดแผลมาอยู่บ้าง มิสู้อาฉีลองให้ข้าตรวจดูลักษณะบาดแผลให้บ้างเล่า เพื่อที่ข้าจะได้ให้การรักษาได้” อ๋องน้อยเฉินลู่พูดขึ้นน้ำเสียงจริงจังเคร่งขรึม แต่หากชางฉีสังเกตให้ดีจะพบว่าใบหน้าของผู้พูดนั้นแดงจัดซับสีมากเพียงใด‘มิมีวิธีใดในการขอดูช่องทางรักและช่อบุปผางามของภรรยารักได้ดีเท่ากับวิธีนี้อีกแล้ว’ อ๋องน้อยเฉินลู่นึกขึ้นมาในใจ“ใช่แล้วอาฉี เจ้าเจ็บมากหรือไม่ ให้พวกเราช่วยดูบาดแผลของเจ้าทีเถอะ เผื่อมีอันใดที่พวกเราสามารถช่วยเจ้าได้ พวกเรายินดีขอยอมมอบกายถวายชีวิตให้การช่วยเหลือเจ้าอย่างเต็มที่เลยที่เดียวเชียวล่ะ” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอ่ยขึ้นเป็นปี่เป็นขลุ่ย“พวกท่านพี่พากันหน้าไม่อายกันหนักมากแล้วนะ รู้ตัวบ้างหรือไม่เจ้าคะ?” ชางฉีพูดขึ้นอย่างเหลืออด“ทีของพวกเรา อาฉียังจับดูได้ ลูบคลำได้ เรายังมิเห็นว่าจะเขินอายเจ้าเลยแม้แต่เพียงนิด แต่ของเจ้ากลับหวงมิอยากจะให้พวกเราดูเช่นนั้นหรือ อาฉีไม่รักพวกเราแล้ว” อ๋องน้อยเฉินลู่แสร้งเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเศร้า“จริงด้วยอาลู่ อาฉีไม่รักพวกเราแล้ว” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงตรัสขึ้นน้ำเสียงเศร้าสร้อ

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ผู้อื่นมีสิทธิ์โกรธองค์ฮ่องเต้ด้วยเช่นนั้นรึ?

    ชางฉีเดินตามหลังอ๋องน้อยเฉินลู่ไปด้วยใจที่เหม่อลอย ดูเอาเถอะเดินทางมาถึงวันแรกนางก็เจอคนใจร้ายใช้คำพูดทำร้ายจิตใจเข้าเสียแล้ว'อีกทั้งเขายังบอกว่าจะเข้าเรียนที่สถานศึกษาของพี่เฉียนด้วยเช่นนั้นหรือ?' ชางฉีขบคิดขึ้นมาในใจพร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆหวังเรียกความเข้มแข็งและความเชื่อมั่นของตนกลับคื

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ชางฉีน้อยโดนรังแก

    เหวินเฉียนเห็นดังนั้นจึงคว้าอุ้มเอาร่างเล็กขึ้นมาแนบอกเดินมุ่งหน้านำชางฉีไปวางไว้บนตั่งกุ้ยเฟยในมุมหนึ่งของห้องโดยทันที"อาฉี อาฉีตื่นขึ้นมาเถิด พี่เฉียนอยู่ตรงนี้แล้ว" เหวินเฉียนพูดพลางเขย่าตัวของชางฉีไปมาเบาๆ'ตีข้าให้ตาย ข้าก็จะไม่ยอมลืมตาตื่นขึ้นมาเป็นอันขาด' ชางฉีคิดขึ้นมาในใจ ก็ในเมื่อน

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   แขกผู้มาเยือน

    ณ จวนท่านราชครูเหวินเฉียนบุรุษรูปร่างสูงโปร่ง ท่างท่าสง่างามยิ่งกำลังนั่งจิบชาดอกเหมยอยู่ด้วยอาการนิ่งสงบ เขานั่งนับนิ้วมือไปมาอยู่สักพัก จึงเอ่ยขึ้นมาว่า"อาฟุ เจ้าช่วยจัดเตรียมของว่างขนมหวานและชาขาวผสมน้ำผึ้งไว้สำหรับต้อนรับแขกสามคนของข้าที่กำลังจะมาเยือนในตอนนี้ด้วยนะ""ขอรับคุณชาย" อาฟุพ

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ติดหนี้บุญคุณ2

    "ข้าควรจะถามเจ้ามากกว่าว่าเจ้าอ่านภาษาฮั่นไม่ออกหรือนี่เป็นห้องทดลองเสื้อสำหรับบุรุษ มิใช่ของสตรีเสียหน่อยแล้วเจ้าเข้ามาได้อย่างไรกัน?" ฮ่องเต้จูอี้เหลียงถามกลับ"ข้า ข้า" ชางฉีเอ่ยออกมาน้ำเสียงขาดๆหายๆ นางยอมรับว่ามีภาษาฮั่นบางคำที่นางอ่านไม่ออกจริงๆ เนื่องด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานางชอบแอบหนี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status