Share

แขกผู้มาเยือน

last update Tanggal publikasi: 2026-03-10 00:36:02

ณ จวนท่านราชครูเหวินเฉียน

บุรุษรูปร่างสูงโปร่ง  ท่างท่าสง่างามยิ่งกำลังนั่งจิบชาดอกเหมย

อยู่ด้วยอาการนิ่งสงบ  เขานั่งนับนิ้วมือไปมาอยู่สักพัก  จึงเอ่ยขึ้นมาว่า

"อาฟุ  เจ้าช่วยจัดเตรียมของว่างขนมหวานและชาขาวผสมน้ำผึ้งไว้สำหรับต้อนรับแขกสามคนของข้าที่กำลังจะมาเยือนในตอนนี้ด้วยนะ"

"ขอรับคุณชาย"  อาฟุพ่อบ้านรุ่นใหญ่วัยชราค้อมกายรับคำสั่งด้วยความนอบน้อม

เขาได้ยินคุณชายสั่งความเอาไว้ว่า  จะมีดรุณีน้อยรูปงามจาก

ต่างเมืองมาขออาศัยอยู่ภายในจวนเพื่อทำการศึกษาหาวิชาความรู้

ในสถานศึกษาของท่านราชครูเหวินเฉียนคุณชายรูปงามของเขาเท่านั้นเองมิใช่หรอกหรือ?  แต่เหตุใดคุณชายถึงได้กล่าวว่าจะมีแขกเดินทางมาหาถึงสามคนพร้อมกันในยามนี้ด้วยนะ

"ยังไม่รีบไปจัดการอีก"  เหวินเฉียนกล่าวกำชับ  เขาจึงรีบเดินไปจัดเตรียมของว่างและน้ำชาโดยทันที

เวลาผ่านไปได้ชั่วขณะ  อาฟุก็ได้นำของว่างมาจัดเรียงวางไว้

จนเต็มโต๊ะ  อีกหนึ่งเค่อผ่านไปชาขาวผสมน้ำผึ้งก็ถูกยกมาวางลงบนโต๊ะติดๆ กัน

เหวินเฉียนทอดสายตามองขนมหวานบนโต๊ะด้วยความ

พึงพอใจ  ของทุกอย่างวันนี้ที่เขาจัดเตรียมเอาไว้ล้วนเป็นของชอบของ

ชางฉีทั้งหมด  ไม่ได้พบเจอกันมานานหลายปี  ป่านนี้นางคงเติบโตขึ้นมามากแล้วกระมัง

หลังจากคิดอะไรเพลินๆไปได้สักระยะ  สายลมเย็นวูบหนึ่งที่พัดผ่านเข้ามาในห้องก็ได้นำพาบุรุษร่างยักษ์ผู้หนึ่งให้เข้ามาด้วย  เหวินเฉียนเบิกตาโตขึ้นด้วยความประหลาดใจแกมคาดไม่ถึง  

"สวัสดีสหายรัก  มิได้พบปะกันมานานหลายปีนัก  เจ้าสุขสบายดีหรือไม่?"  อ๋องน้อยเฉินลู่แห่งหนานจิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาสบายยิ่งมิได้อนาทรร้อนใจกับท่าทีตื่นตะลึงของผู้ที่ตนเรียกว่าสหายรักแต่อย่างใดเลยแม้แต่น้อย

เขาพอจะมีความสามารถในการเสี่ยงทายอนาคตข้างหน้ามา

อยู่บ้าง  จึงพอจะคาดเดาได้ว่าตนเองจะมีแขกมาหาที่จวนพร้อมกันถึง

สามคนโดยมิได้นัดหมาย  แต่ก็คาดคิดไม่ถึงเลยแม้แต่เพียงสักนิดว่า 

ท่านอ๋องเฉินลู่ผู้นี้จะเป็นหนึ่งในสามของแขกผู้ที่จะมาเยือนตนในวันนี้ด้วย

"ทะ ท่านอ๋องทรงเสด็จเข้ามาจากทางใดกันหรือพ่ะย่ะค่ะ?" 

เหวินเฉียนถามขึ้นด้วยความสงสัย

"คงจะเป็นทางหลังคานั่นล่ะกระมัง" 

อ๋องน้อยเฉินลู่ว่าพลางนั่งลงตรงหน้าของเหวินเฉียน

"แล้วที่ทรงเสด็จมาหากระหม่อมในวันนี้  มิทราบทรงมีธุระอื่นใดกับกระหม่อมหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?" 

"ได้ข่าวว่าสหายจะเปิดสำนักศึกษามิใช่หรือ  วันนี้ข้าจึงมาร่วมแสดงความยินดีด้วย  และอยากจะขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านราชครูด้วยพอจะได้หรือไม่?" 

คำกล่าวเรียบง่ายที่ออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปนั้นทำเอา

เหวินเฉียนแทบจะล้มทั้งยืนด้วยความตกตะลึงอย่างหนัก

"ท่านอ๋องทรงล้อกระหม่อมเล่นแล้ว  ท่านอ๋องทรงล้อกระหม่อมเล่นแล้วจริงๆ" 

เหวินเฉียนพูดพลางยกชายแขนเสื้อขึ้นมาซับเหงื่อเม็ดโตที่

ผุดขึ้นมาตามไรผม

ย้อนไปได้ราวสิบปีก่อน  เหวินเฉียนได้ถูกบิดาส่งตัวไปศึกษากับปรมาจารย์แห่งยุคนามไต้หลี่แห่งเทือกเขาหัวซานอันเลื่องชื่อ  ครานั้นเขาได้พบเจอกับอ๋องน้อยเฉินลู่โดยมิรู้ฐานะของกันและกันมาก่อน 

ทั้งสองนับได้เป็นสหายสนิทกันมาตั้งแต่นั้น  ที่ไหนมีเฉินลู่ที่นั่นต้องมีเหวินเฉียนด้วย 

ท่านอ๋องน้อยเฉินลู่นั้นมีความเก่งกล้าสามารถทั้งทางบุ๋นและทางบู๊  เพียงแต่ว่าทางบุ๋นนั้นอาจเป็นรองเหวินเฉียนอยู่หน่อยๆ  เนื่องด้วยทรงขี้เกียจท่องจำตำรา  ส่วนเหวินเฉียนนั้นก็เป็นพวกชอบใช้ปัญญามากว่าการใช้กำลังเข้าต่อสู้  ทั้งคู่จึงเป็นสหายที่เติมเต็มในสิ่งที่ขาดของกันและกันได้เป็นอย่างดี

"เจ้ามิยินดีที่จะต้อนรับข้าหรือ  เช่นนั้นเห็นทีข้าคงต้องขอตัวลาไปก่อนนะ"  อ๋องน้อยเฉินลู่ว่าพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

"มิใช่เช่นนั้น  มิได้เป็นเช่นนั้น  ท่านอ๋องอย่าได้ทรงคิดมากไป

พ่ะย่ะค่ะ"  เหวินเฉียนรีบกล่าวแก้ไขสถานการณ์

"อยู่ที่แคว้นซ่ง  ข้าอยากขอให้ท่านราชครูเรียกข้าด้วยชื่อแซ่ธรรมดาและมองข้าเป็นเพียงสหายผู้หนึ่งได้หรือไม่?" 

อ๋องน้อยเฉินลู่เอ่ยขึ้นน้ำเสียงเคร่งขรึม  เมื่อเหวินเฉียนลอบมองไปที่ใบหน้าและแววตาของอีกฝ่ายแล้ว  แม้ตนอยากจะถามเหตุผลว่าเพราะ

เหตุใดกัน  แต่ก็ทำได้เพียงกลืนคำถามนั้นลงคอไปเสียและเอ่ยรับคำขึ้นมาได้เพียง  "กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

เวลาผ่านไปได้อีกชั่วขณะ  อาฟุก็ได้เดินเข้ามาหาเหวินเฉียน

หน้าตาตื่นและกระซิบขึ้นมาเสียงเบาว่า 

"ขณะนี้ฝ่าบาทมารอพบคุณชายอยู่ที่ห้องหนังสือแล้วขอรับ"

"ท่านอ๋อง  เอ่อ!  อาลู่ข้าขอตัวไปคุยธุระกับแขกที่มาคุยเรื่องกิจการงานสำคัญวันนี้ที่ห้องหนังสือก่อนได้หรือไม่  หากคุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ข้าจะมาเจรจาพูดคุยกับเจ้าต่อในทันที" 

เหวินเฉียนเอ่ยขอตัวขึ้นอย่างมีมารยาท  สหายสนิทที่ร่ำเรียนวิชาด้วยกันมาตั้งหลายปีมาเยี่ยมเยือนทั้งที  นั่งพักเก้าอี้ยังไม่ทันร้อน 

จะให้เขาเชิญสหายออกไปพักที่อื่นก่อน  ก็เกรงว่าใจคอคงจะคับแคบเสียยิ่ง

กว่าเมล็ดงาเสียแล้วกระมัง

"เจ้าไปเถอะ"  อ๋องน้อยเฉินลู่กล่าวรับคำพร้อมทั้งพยักหน้าลงน้อยๆเป็นเชิงรับรู้

"ถวายพระพรฝ่าบาทขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี  หมื่นๆ ปี

พ่ะย่ะค่ะ"  เหวินเฉียนเอ่ยคำถวายพระพรเสียงดังพอประมาณพร้อมทั้งคุกเข่าลงไปกับพื้น

"ลุกขึ้นได้ไม่ต้องมากพิธี"  ฮ่องเต้จูอี้เหลียงตรัสพลางผายมือขึ้น

"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ" 

เหวินเฉียนเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ

"ข้าอยากจะมาเป็นศิษย์ในสำนักของเจ้า  ที่เจ้าวางแผนจะเปิดขึ้นในเร็ววันนี้  ห้ามคัดค้าน  ห้ามถามหาเหตุผล" 

องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอ่ยขึ้นอย่างตรงไปตรงมา

"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ"  เหวินเฉียนเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีทางเลี่ยง  

‘นี่มันเป็นวันอะไรของเขากันนะ  ที่โดนผู้สูงศักดิ์ถึงสองคนมา

บีบบังคับขอให้ตัวเองได้เข้ามาศึกษาในสำนักสถานศึกษาที่เขาวางแผน

จะเปิดในเร็ววันนี้ด้วย?’

"เวลาที่ข้าอยู่ในจวนท่านราชครูของเจ้าเราคือสหายกัน  เจ้าห้ามเรียกข้าว่าฝ่าบาท  ห้ามใช้คำราชาศัพท์กับข้า  ให้เรียกข้าว่าอาเหลียงเข้าใจหรือไม่?"  ฮ่องเต้จูอี้เหลียงกล่าวกำชับ

"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!"  เหวินเฉียนร้องครางขึ้นมาอย่างไม่ค่อยเชื่อหูตนเองนัก

"นี่คือคำสั่ง" 

น้ำเสียงเข้มที่เปล่งออกมานั้นฟังดูมีความกดดันมากถึงแปดส่วนด้วยกัน

"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ" 

เหวินเฉียนจำต้องกล่าวรับคำสั่งขึ้นมาอีกครา

คราวนี้อาฟุจำต้องเดินเข้ามาด้อมๆ มองๆ ที่หน้าประตูห้องหนังสือของเหวินเฉียนอีกครั้ง  ด้วยแขกผู้มาเยือนที่จวนราชครูเป็นคน

ที่สามนั้นกำลังรอคอยที่จะพบกับเหวินเฉียนอยู่ในห้องรับรองด้านหน้าอยู่ ณ ตอนนี้

ฮ่องเต้จูอี้เหลียงทอดพระเนตรเห็นดังนั้น  ก็ประเมินสถานการณ์ตรงหน้าได้โดยรอบทันที  จึงแสร้งตรัสขึ้นมาว่า 

"เจ้าจะไปทำอันใดก็ไปเถิด  ข้าขอนั่งพักอยู่ที่ห้องหนังสือนี่

สักประเดี๋ยวก็จะกลับแล้ว"

"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"  เหวินเฉียนพูดพลางเดินถอยหลังออกจาก

ห้องหนังสือไปอย่างเงียบเชียบ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P    (ตอนพิเศษ) NC ภรรยารักจอมยั่วยวน

    ชางฉีใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับทั้งสองสามีอย่างมีความสุข นางเดินทางไปมาหาสู่กันกับเหวินเฉียนอย่างไม่ขาดสาย สัมพันธภาพระหว่างผู้ที่นับถือกันดุจพี่น้องแน่นแฟ้นดังเก่าสามีทั้งสองเองต่างก็มอบความรักและปรนนิบัตินางอย่างถึงใจในแต่ละค่ำคืนอย่างไม่ขาดตกบกพร่องจวบจนกระทั่งวันเปิดภาคเรียนแรกของสถานศึกษาที่เหวินเฉียนทำการก่อสร้างได้เวียนมาถึงชางฉีตื่นนอนขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ นางรีบอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้า อีกทั้งยังช่วยสามีทั้งสองคนอาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อย ทั้งสามคนจึงร่วมกินอาหารเช้าร่วมกัน ก่อนจะเดินทางด้วยรถม้าคันเดียวกันมุ่งหน้าไปยังสถานศึกษาของเหวินเฉียนต่อในขณะที่กำลังนั่งรถม้าเดินทางไปยังสถานศึกษาอยู่นั้น ชางฉีก็เริ่มล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อของตนพร้อมทั้งพยายามเปิดคอเสื้อขึ้นแสร้งทำเป็นมองหาอะไรอยู่ในนั้นไปมาอยู่สักพัก ทำเอาสามีทั้งสองคนของนางถึงกับเริ่มพากันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย“เจ้าเป็นอันใดไปเช่นนั้นหรืออาฉี?” อ๋องน้อยเฉินลู่เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ทางด้านองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเองก็จับมือเล็กของชางฉีเอาไว้มั่น และเริ่มแหวกคอเสื้อของชางฉีออกกว้างจนเผยให้เห็นถึ

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ตอนจบ // NC คืนเข้าหอกันอีกครั้ง ณ ดินแดนแค้วนซ่ง 2

    “การปรนนิบัติสามีมีมากมายหลากหลายรูปแบบและวิธีการนัก” ‘องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงทรงตรัสขึ้นมาสั้นๆ มิขยายความเช่นนี้แล้วจะให้นางเข้าใจในสิ่งที่ตนต้องให้การปรนนิบัติอย่างไรบ้างเช่นนั้นหรือ?’ชางฉีขบคิดขึ้นมาในใจ มิรอให้ชางฉีได้นึกถึงการปรนนิบัติสามีได้นานนัก อ๋องน้อยเฉินลู่ได้อุ้มเอาชางฉีขึ้นมาบนเตียงและกระซิบข้างริมใบหูเล็กแผ่วเบาว่า “อาฉีช่วยปรนนิบัติอาเหลียงเหมือนตอนที่พวกเราอยู่บนรถม้ากันด้วยเถอะนะ”ทำให้ชางฉีจำต้องโน้มใบหน้างดงามหวานซึ้งลงไปอ้าปากเข้าครอบครองแก่นกายขนาดใหญ่ขององค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอาไว้ในอุ้งปากเล็กของนางโดยทันทีเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ช่องทางรักของนางโดนปลายลิ้นร้อนของอ๋องน้อยเฉินลู่ส่งเข้ามาทักทายและโดนเล้าโลมเลียอยู่อย่างนั้นจนน้ำหวานของนางไหลซึมออกมาไม่หยุด“ขย่มข้าลงมาแรงๆเลยอาฉี”องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่น พระองค์เฝ้ารอวันนี้มานานนัก วันที่จะถูกภรรยารักปรนนิบัติพระองค์เช่นนี้ชางฉีได้ยินดังนั้นจึงหันหน้ามามองดูอ๋องน้อยเฉินลู่ด้วยแววตายั่วยวนก่อนจะจับแก่นกายขององค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงมาจ่อเข้าที่ช่องทางรักของตนและเลื่อนตัวลงครอบครองเจ้าสิ

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ตอนจบ // NC คืนเข้าหอกันอีกครั้ง ณ ดินแดนแค้วนซ่ง 1

    อรุณรุ่งของเช้าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง ขบวนรถม้าได้พากันเดินทางมาถึงยังแคว้นซ่งแล้ว โดยจุดหมายปลายทางของขบวนรถม้าครานี้คือพากันมุ่งหน้ามาที่จวนของเหวินเฉียนก่อนนั่นเองทางด้านเหวินเฉียนเองก็เหมือนจะรับรู้ได้ว่าพวกเขาได้พากันเดินทางมาถึงแคว้นซ่งในวันนี้แล้ว จึงได้เตรียมการต้อนรับพวกเขาเอาไว้อย่างสมเกียรติพร้อมทั้งยังมอบของขวัญอันล้ำค่าและคำอวยพรมากมายให้กับพวกเขาด้วยทั้งสามสามีภรรยาต่างอยู่พูดคุยกันกับเหวินเฉียนมาได้สักพักใหญ่ ทางด้านแม่นมอี้หลัน และคนในขบวนเดินทางต่างได้รับพระบรมราชานุญาตให้แยกย้ายกันไปพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยส่วนเสี่ยวจูได้รับมอบหมายให้ไปเก็บข้าวของต่างๆ ของตน และชางฉีออกมาจากเรือนน้อยจวี๋ฮวาให้หมด เพื่อที่จะได้พากันเดินทางไปยังเรือนหอที่ทางองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงจัดให้คนมาจัดตกแต่งเอาไว้รอคอยการกลับมาของพวกเขาทั้งสามคนเอาไว้อย่างงดงาม ใหญ่โตและโอ่โถงยิ่งแล้วหลังจากนั่งสนทนา จิบชาและพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันไปได้สักพักแล้ว ขบวนรถม้าคันใหม่จากทางพระราชวังก็ได้มาจอดเทียบท่ายังหน้าจวนของเหวินเฉียน ทั้งสามคนจึงพากันกล่าวคำร่ำลาและขอตัวกลับไปพักผ่อนยังเรื

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   NC บทรักบนรถม้า 2

    ชางฉีได้ยินดังนั้นแล้วจึงช้อนสายตาขึ้นไปมององค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงราวกับจะขอความคิดเห็นไปในตัว นางหวังว่าเขาจะส่ายศีรษะปฏิเสธอ๋องน้อยเฉินลู่ไปเพื่อที่นางจะได้ไม่ต้องทำอันใดบัดสีบนรถม้านี่ ท่านอ๋องน้อยเฉินลู่มิคิดบ้างหรอกหรือว่าหากคนบังคับรถม้าได้ยินเสียงร้องครวญครางของพวกเขาและนางเข้า แล้วนางจะเอาหน้าไปไว้ ณ ที่ใดกันแต่องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงกลับพยักหน้าลงน้อยๆ เป็นเชิงอนุญาตให้นาง และท่านอ๋องสามารถร่วมรักกันบนรถม้านี้ได้ตามอำเภอใจ ก่อนที่พระองค์จะทรงเปิดผ้าม่านรถม้าออกไปพูดกับคนบังคับรถม้าทั้งสองคนว่า “พวกเจ้าเป็นคนหูหนวกตาบอดใช่หรือไม่ พวกเจ้าจะมิสามารถรับรู้ถึงเหตุการณ์ใด และเสียงใดในรถม้าคันนี้ใช่หรือไม่?” องค์ฮ่องเต้จู้อี้เหลียงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงวางอำนาจ และดุดันเหี้ยมเกรียมเป็นอย่างยิ่ง“กระหม่อมล้วนแต่หูหนวกและเป็นใบ้พ่ะย่ะค่ะ” สารถีทั้งสองคนเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นงันงกอย่างพร้อมเพรียงกัน“เช่นนั้นก็ดี หากเรื่องราวครั้งนี้ถูกแพร่ออกไปล่ะก็ข้าจะสั่งประหารชีวิตพวกเจ้าจนเก้าชั่วโคตรเลยทีเดียวเข้าใจหรือไม่?” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงกล่าวย้ำขึ้นมาอีกครั้ง“รับด้วยเกล้าพะย

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   NC บทรักบนรถม้า 1

    เมื่อเช้าวันที่แปดหลังการเข้าหอมาเยือน ชางฉีตื่นนอนตั้งแต่เมื่อยามเช้าตรู่ นางเข้าไปพูดคุยกับบิดาที่จวนหลักหลังใหญ่มาได้นานราวหนึ่งชั่วยามแล้ว พร้อมทั้งบรรดาพี่ชายอีกสามคนก็กำลังนั่งพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับนางด้วยเช่นกัน แต่ละคนต่างก็ให้คำอวยพรให้นางมีความสุขในการใช้ชีวิตคู่ มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินเองก็ได้ให้คำอบรมสั่งสอนชางฉีถึงการใช้ชีวิตคู่ และการดูแลปรนนิบัติเอาใจสามีให้ชางฉีได้รับฟังเช่นเดียวกันก่อนเหล่าบรรดาพี่ชายของชางฉีจะพากันร่ำลาขอกลับจวนของตนไปก่อนแต่ชางฉีกลับยังคิดมิตกในเรื่องของลูกที่อาจจะกำลังมาเกิดในเร็ววันนี้นัก เนื่องด้วยนางมีสามีพร้อมกันทีเดียวถึงสองคนแล้วลูกที่เกิดมาจะรู้สึกมีปมด้อยอันใดหรือไม่นะ เห็นทีว่านางคงต้องได้ตั้งคำถามนี้กับองค์ฮ่องเต้ และท่านอ๋องดูเสียแล้วกระมังหลังจากนั้นมินานนัก อ๋องน้อยเฉินลู่และองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงจึงได้เข้ามาร่ำลาท่านอัครมหาเสนบดีชางหม่าเวินก่อนจะพากันเดินทางกลับแคว้นซ่งไปขบวนการเดินทางเริ่มออกเดินทางกันในช่วงเช้ายามเฉิน (เวลา 08.00น.) ชางฉีนั่งรถม้ามาด้วยท่าทีที่นิ่งขรึมจนผิด

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   NC พวกท่านพี่หน้าไม่อาย 2

    “ตัวข้าพอจะมีวิชาความรู้ด้านการรักษาบาดแผลมาอยู่บ้าง มิสู้อาฉีลองให้ข้าตรวจดูลักษณะบาดแผลให้บ้างเล่า เพื่อที่ข้าจะได้ให้การรักษาได้” อ๋องน้อยเฉินลู่พูดขึ้นน้ำเสียงจริงจังเคร่งขรึม แต่หากชางฉีสังเกตให้ดีจะพบว่าใบหน้าของผู้พูดนั้นแดงจัดซับสีมากเพียงใด‘มิมีวิธีใดในการขอดูช่องทางรักและช่อบุปผางามของภรรยารักได้ดีเท่ากับวิธีนี้อีกแล้ว’ อ๋องน้อยเฉินลู่นึกขึ้นมาในใจ“ใช่แล้วอาฉี เจ้าเจ็บมากหรือไม่ ให้พวกเราช่วยดูบาดแผลของเจ้าทีเถอะ เผื่อมีอันใดที่พวกเราสามารถช่วยเจ้าได้ พวกเรายินดีขอยอมมอบกายถวายชีวิตให้การช่วยเหลือเจ้าอย่างเต็มที่เลยที่เดียวเชียวล่ะ” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอ่ยขึ้นเป็นปี่เป็นขลุ่ย“พวกท่านพี่พากันหน้าไม่อายกันหนักมากแล้วนะ รู้ตัวบ้างหรือไม่เจ้าคะ?” ชางฉีพูดขึ้นอย่างเหลืออด“ทีของพวกเรา อาฉียังจับดูได้ ลูบคลำได้ เรายังมิเห็นว่าจะเขินอายเจ้าเลยแม้แต่เพียงนิด แต่ของเจ้ากลับหวงมิอยากจะให้พวกเราดูเช่นนั้นหรือ อาฉีไม่รักพวกเราแล้ว” อ๋องน้อยเฉินลู่แสร้งเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเศร้า“จริงด้วยอาลู่ อาฉีไม่รักพวกเราแล้ว” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงตรัสขึ้นน้ำเสียงเศร้าสร้อ

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ผู้อื่นมีสิทธิ์โกรธองค์ฮ่องเต้ด้วยเช่นนั้นรึ?

    ชางฉีเดินตามหลังอ๋องน้อยเฉินลู่ไปด้วยใจที่เหม่อลอย ดูเอาเถอะเดินทางมาถึงวันแรกนางก็เจอคนใจร้ายใช้คำพูดทำร้ายจิตใจเข้าเสียแล้ว'อีกทั้งเขายังบอกว่าจะเข้าเรียนที่สถานศึกษาของพี่เฉียนด้วยเช่นนั้นหรือ?' ชางฉีขบคิดขึ้นมาในใจพร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆหวังเรียกความเข้มแข็งและความเชื่อมั่นของตนกลับคื

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ชางฉีน้อยโดนรังแก

    เหวินเฉียนเห็นดังนั้นจึงคว้าอุ้มเอาร่างเล็กขึ้นมาแนบอกเดินมุ่งหน้านำชางฉีไปวางไว้บนตั่งกุ้ยเฟยในมุมหนึ่งของห้องโดยทันที"อาฉี อาฉีตื่นขึ้นมาเถิด พี่เฉียนอยู่ตรงนี้แล้ว" เหวินเฉียนพูดพลางเขย่าตัวของชางฉีไปมาเบาๆ'ตีข้าให้ตาย ข้าก็จะไม่ยอมลืมตาตื่นขึ้นมาเป็นอันขาด' ชางฉีคิดขึ้นมาในใจ ก็ในเมื่อน

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   แสร้งเป็นลม

    เหวินเฉียนเดินมาที่ห้องรับรองด้านหน้าราวกับเหาะได้ เขาหยุดชะงักนิ่งอยู่หน้าประตูทางเข้าราวกับคนวิญญาณแทบหลุดออกมาจากร่างดรุณีน้อยรูปงามราวสรวงสวรรค์สร้าง คืออาฉีน้องรักของเขาเมื่อหลายปีก่อนจริงๆหรือ? 'เจ้ามันงดงามเกินกว่านางเซียนไปแล้วนะอาฉี!' เหวินเฉียนนึกขึ้นมาในใจพร้อมทั้งก้าวขาเดินเข้าไปข

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ติดหนี้บุญคุณ2

    "ข้าควรจะถามเจ้ามากกว่าว่าเจ้าอ่านภาษาฮั่นไม่ออกหรือนี่เป็นห้องทดลองเสื้อสำหรับบุรุษ มิใช่ของสตรีเสียหน่อยแล้วเจ้าเข้ามาได้อย่างไรกัน?" ฮ่องเต้จูอี้เหลียงถามกลับ"ข้า ข้า" ชางฉีเอ่ยออกมาน้ำเสียงขาดๆหายๆ นางยอมรับว่ามีภาษาฮั่นบางคำที่นางอ่านไม่ออกจริงๆ เนื่องด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานางชอบแอบหนี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status