مشاركة

บุพเพผูกรัก
บุพเพผูกรัก
مؤلف: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1.1

last update تاريخ النشر: 2026-03-11 09:46:25

เดิมที ‘หลิงอวิ๋น’ เคยได้ยินได้ฟังมามากเรื่องราวที่ว่าความตายแท้จริงแล้วหาใช่จุดสิ้นสุดไม่ ด้วยความเชื่อและความยึดถือในเรื่องของวัฏสงสาร[1]ทำให้ทุกคนรอบตัวล้วนเชื่อในเรื่องอดีตชาติ

หากทำความดีให้มากในชาตินี้ ชาติหน้าจะได้เกิดและมีชีวิตที่ดีกว่าชาตินี้หรือที่ผ่านมา แต่หากไม่...ชาติหน้าก็จะเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมที่ได้ทำไว้

ดังนั้นหลายคนจึงเชื่อว่าที่ตนลำบาก อาจเป็นเพราะกำลังชดใช้การกระทำในชาติที่แล้วอยู่

ถึงอย่างนั้น...ใครเล่าเคยพิสูจน์ว่าเรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องจริง เพราะแม้มีคนกล่าวว่างมงายแต่ยังมีความเชื่อที่มาหักล้างคำถามที่ว่า เพราะอะไรคนเราจึงลืมเรื่องราวในอดีตชาติ?

คำตอบ...นั่นก็เพราะทุกคนที่ต้องไปเกิดใหม่ในโลกหน้า ล้วนต้องข้ามแม่น้ำวั่งชวน สะพานไน่เหอ ก้าวผ่านหินซานเซิง จากนั้นก็ต้องดื่มน้ำแกงยายเมิ่งเพื่อให้ลืมเรื่องราวจากภพชาติที่ผ่านมาทั้งสิ้น

ทุกขั้นตอนนั้นเมื่อลืมตาขึ้นมาในชาติภพใหม่ ทุกคนล้วนต้องลืมสิ้นและกลายเป็นคนใหม่ที่มีเงาของอดีตชาติอย่างกรรมดีกรรมชั่ว เป็นตัวกำหนดเส้นทางชีวิตในชาติปัจจุบัน

ใช่...มันสมควรเป็นเช่นนั้น หากไม่ใช่ว่าชาตินี้หลิงอวิ๋นลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กแรกเกิด แต่...ทำไมความทรงจำทุกอย่างในชาติที่แล้วยังคงอยู่เล่า!!!

ไม่มีความทรงจำของแม่น้ำวั่งชวน ไม่มีสะพานไน่เหอ หินซานเซิงรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรไม่รู้ จำไม่ได้แม้กระทั่งรสชาติของน้ำแกงยายเมิ่ง!!

ยัง...ยังไม่หมด แม้แต่ตายอย่างไร ตายตอนไหน ตายเพราะอะไรหลิงอวิ๋นก็ยังนึกไม่ออก!!

ตอนที่หมอตำแยส่งนางให้มารดา หลิงอวิ๋นร้องไห้เสียงดังลั่นแต่ไม่ใช่เพราะถูกหมอตำแยตีก้น แต่เพราะ...ใบหน้าอันอ่อนโยนของท่านแม่ต่างหาก

แม่จ๋า...แม่ที่ตั้งแต่จำความได้ก็มีโอกาสได้เห็นเพียงรูปถ่าย

ด้านนอกมีเสียงโวยวายของท่านพ่อ

อา...พ่อจ๋า เสียงของพ่อที่รักหลิงอวิ๋นที่สุด ตามใจที่สุด คนเดียวที่หลิงอวิ๋นมีหลังจากแม่เสียไปด้วยอุบัติเหตุ

เพิ่งดีใจได้ไม่นานหลังเห็นใบหน้าของแม่ หมอตำแยก็ส่งเสียงด้วยความตกใจ หลิงอวิ๋นพยายามมองเข้าไปในห้อง แต่ที่นางเห็นคือใบหน้าซีดขาวของท่านพ่อ

...ไม่นะ ไม่ๆๆ มันต้องไม่เป็นอย่างนี้

นางเพิ่งได้เห็นหน้าท่านแม่เอง เพิ่งได้เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่สุดนั้นด้วยตา ไม่ใช่เห็นเพียงแค่ในรูปถ่าย

‘ท่านแม่!!!’

นางพยายามตะโกนสุดเสียง แต่ที่ดังออกมามีเพียงเสียงร้องไห้จ้าของทารกที่เพิ่งลืมตาดูโลกเท่านั้น

ภาพงานศพที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของท่านพ่อ เสียงร้องไห้ในมุมหนึ่งที่ไม่มีใครเห็น ชุดไว้ทุกข์ รวมไปถึงหลุมศพของมารดาที่หลิงอวิ๋นในวัยแรกเกิด ทำได้เพียงมองและส่งเสียงอ้อแอ้

‘เจ้าวางใจเถิด ข้าจะดูแลนางให้ดี จะไม่ให้ผู้ใดรังแกนางได้ ข้าจะให้นางใช้ชีวิตที่นางเลือกด้วยตัวเอง ให้นางได้รับในสิ่งที่ดีที่สุดอย่างที่เจ้าปรารถนา’

บิดาของนางกล่าวกับมารดาซึ่งนอนหลับใหลตลอดกาลด้วยท่าทางเศร้าโศก...

หลิงอวิ๋นพยายามยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าของเขา อยากปลอบโยน แต่ที่นางทำได้ก็คือมองบิดาร้องไห้ออกมาเงียบๆ เพียงคนเดียว

ตั้งแต่เล็กนางเป็นเด็กว่าง่าย ไม่ร้องไห้โยเย ไม่เอาแต่ใจ แม้เติบโตมาข้างกายบิดาเพียงลำพังไร้มารดา แต่นางกลับเป็นเด็กเฉลียวฉลาดรู้ความ ทุกคนล้วนกล่าวถึงนางเช่นนั้นทั้งต่อหน้าและลับหลัง

‘หลิงหนาน’ บิดาของนางเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของเทพโอสถแห่งหนานเหอที่ยังคงเหลือรอด

สำนักเทพโอสถบัดนี้หลงเหลือเพียงชื่อ สาเหตุเพียงเพราะเทพโอสถปฏิเสธที่จะย้ายตามหวังกั๋วกงไปตั้งรกรากที่แคว้นต้าโจว หลังแคว้นต้าฉู่เกิดสงครามแบ่งแยกดินแดน

หวังกั๋วกงตั้งตนเป็นต้าหวางปกครองต้าโจว และมีคำสั่งกวาดล้างเมืองหนานเหอและทุกคนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อตน

ตอนนั้นหลังสูญเสียมารดา บิดาพานางอพยพไปทางทิศตะวันตก เขาแฝงตัวไปกับขบวนพ่อค้าไม่เปิดเผยฐานะ กระทั่งพบว่าซีฉู่เหมาะจะลงหลักปักฐาน เนื่องจากชินหวางจากราชวงศ์เดิมของต้าฉู่ตั้งตนขึ้นเป็นฮ่องเต้ จากนั้นก่อตั้งแคว้นซีฉู่ขึ้น ปกป้องผู้คนจากแคว้นเดิมพร้อมรับมือกับหวังกั๋งกง

ถึงอย่างนั้นเขายังคงต้องรับศึกถึงสองด้าน เพราะนอกจากหวังกั๋วกง อีกด้านกลับยังมีตระกูลเซี่ยของอดีตฮองเฮา ซึ่งบัดนี้ก่อตั้งแคว้นเซี่ยขึ้นทางใต้

ต้าฉู่เดิมถูกแบ่งเป็นสามแคว้นและยังคงก่อสงครามเพื่อแย่งชิงดินแดนกันไม่หยุดหย่อน ผู้คนมากมายล้มตายและบาดเจ็บ ประชาชนอดอยากไม่อาจทำการเพาะปลูก สามแคว้นขาดแคลนทั้งอาหารและยารักษาโรค

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหมอที่ไม่มีใครอยากอาสาพาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงในสนามรบ

[1] การเวียนว่ายตายเกิด, สงสารวัฏ หรือสังสารวัฏ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 8.4 จบ

    “เรียกอวิ๋นอวิ๋นตามอาจารย์หลิงได้ใช่มั้ย”“ก็...ค่ะ”“ได้งั้นผมเรียกคุณว่าอวิ๋นอวิ๋น คุณเรียกผมว่าเหยียนซีก็ได้ ไว้ผมโทรหาตอนนี้ต้องรีบไปเข้าเวรแล้ว”เดี๋ยวสิ!!! นี่มันอะไรกัน!!!หลิงอวิ๋นยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ตอนแรกได้เจอเขาก็ว่าน่าตกใจแล้ว ตอนนี้เขายัง... มองมือถือที่มีเบอร์ของเขาที่เหยียนซีบันทึกเอาไว้ หลิงอวิ๋นอ้าปากค้างสิบวินาทีต่อมาเขาก็โทร.เข้ามือถือเธออีก “ลืมบอกไป พรุ่งนี้ผมเลี้ยงข้าวเอง เจอกันที่โรงอาหารเที่ยงครึ่งนะ บะหมี่ถ้วยไม่ดีต่อสุขภาพอย่ากินเลย” แล้วเขาก็วางสายไป“...” หลิงอวิ๋นแน่ละหญิงสาวก็ต้องไปตามนัดอยู่แล้ว เที่ยงครึ่งทันทีที่เดินไปถึงโรงอาหารของโรงพยาบาล ด้านหลังก็มีเสียงกระซิบ “มาแล้ว? ช้าไปสิบนาทีแหนะ ไปเถอะหาที่นั่นกัน”เป็นเขา...ที่กำลังตกเป็นเป้าสายตาของทั้งหมอ พยาบาล และบุคลากรในโรงพยาบาลหลิงอวิ๋นพยายามมองข้ามสายตาอยากรู้อยากเห็นและเสียงซุบซิบด้วยความประหลาดใจของทุกคน แต่เธอกลับเจอเรื่องน่าประหลาดใจกว่า เมื่อเห็นกล่องอาหารที่เขากำลังนำออกมาวางเรียงรายหอมมาก น่ากินมากด้วย...“ผมทำเอง ได้ยินมาว่าคุณไม่ชอบทานเนื้อวัว ไก่กับหมูคงใช้ได้ใช่มั้ย นี่น้ำแกงปลาเ

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 8.3

    ปีถัดมาท่านอาจารย์หลิงอวิ๋นก็สูญเสียบิดา นางหัวใจแตกสลาย แต่ก็มีสามีและบุตรชายบุตรสาวอยู่เคียงข้างกระทั่งหลายปีถัดจากนั้นฮ่องเต้ทรงสวรรคต แผ่นดินเกิดการผลัดเปลี่ยนบัลลังก์ ตระกูลเหยียนลดสถานะลงจากร่วมมือกับกรมคลัง กระทั่งท่านอาจารย์หญิงหลิงอวิ๋นมิใช่เจ้าสำนักหอโอสถอีกต่อไป นางออกมาใช้ชีวิตบั้นปลายกับสามีที่จวนนอกเมืองหลวงร้านสมุนไพรอวิ๋นเหอมีสองฝาแฝดช่วยกันดูแล ส่วนบุตรสาวของท่านอาจารย์หลิงอวิ๋นออกเดินทางไปรักษาผู้คน โดยนางมีปณิทานจะเดินทางท่องเที่ยวทั่วหล้า แม้ห่วงใยแต่เมื่อเป็นความต้องการของบุตรสาว สองสามีภรรยาก็มิได้ห้ามปราม เพียงส่งคนคุ้มกันติดตามนางไปด้วยในปีนั้น...ท่านอาจารย์หญิงหลิงอวิ๋นล้มป่วย ข้างกายของนางมีสามีที่แก่ชราคอยกุมมือ “ข้าจะไปรอท่านในภพหน้า ข้าจะหาท่านให้พบ” นางวางมือที่ข้างแก้มของเขา”“ได้ ข้าจะตามเจ้าไปในไม่ช้า” เหยียนซียิ้มให้นาง “ชั่วชีวิตนี้ข้าไม่มีสิ่งใดให้เสียใจ”“ข้าก็เช่นกัน” นางค่อยๆ หลับตาลงขณะมือยังคงเกาะกุมมือของเขา...บนเตียงในห้องพิเศษของโรงพยาบาล หลิงอวิ๋นมองเหม่อไปยังนอกหน้าต่างความฝัน...ความจริงตอนนี้หญิงสาวแทบจะแยกไม่ออกแล้ว หลังจากได้รู้จา

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 8.2

    เรื่องนี้หญิงสาวเคยได้ยินมาก่อน โชคดีที่ฮ่องเต้ทรงเลือกคนที่เต็มใจเดินทางไป หาไม่ปัญหาคงตามมาไม่น้อยเป็นแน่“ชายแดนไม่เกิดสงครามขึ้นมาอีกเลยหลังข้อตกลงแลกเปลี่ยนนี้” เซียวหร่วนคุนยิ้ม “หลิงอวิ๋น”“เพคะฝ่าบาท”“นับจากนี้เจ้าสามารถเดินทางเข้านอกออกในเมืองหลวงและแคว้นซีฉู่ได้ดังใจ ไม่จำเป็นต้องรั้งอยู่เฉพาะในเมืองหลวงอีก ข้อตกลงก่อนเก่านั้นเราขอยกเลิก”นางเลิกคิ้วมองเซียวหร่วนคุน เหยียนซีกระซิบบอกนาง “ยังไม่รีบขอบพระทัย?”“อ้อ เอ่อ...ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท”เซียวหร่วนคุนหัวเราะเสียงเบา “หลายปีมานี้ลำบากพวกเจ้าแล้วจริงๆ ทำเพื่อบ้านเมืองมามาก เราให้เจ้าหยุดสอนศิษย์สักสิบวันก็แล้วกัน ออกไปเที่ยวนอกเมืองบ้างเถิด แต่งงานมาสองปีควรมีทายาทได้แล้ว”หลิงอวิ๋นยิ่งประหลาดใจไปมากกว่าเดิม นางกับเหยียนซีเคยกังวลว่าหากมีทายาท เรื่องชาติกำเนิดของเหยียนซีอาจทำให้ฮ่องเต้ทรงหวาดระแวงขึ้นมาอีกครั้ง ดังนั้นนางกับเขาจึงยังไม่ยอมมีทายาทสักที“อดีตปล่อยให้ผ่านไปเถิด พวกเจ้าสมควรอยู่กับปัจจุบันได้แล้ว ใช้ชีวิตให้สมกับทำคุณให้บ้านเมืองเถิด อย่าได้คิดมากและกังวลใจกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นเลย”ทรงรู้! รู้ว่านางกับเหยีย

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 8.1

    บทส่งท้ายเสียงแตรมโหรีโหมบรรเลงยังหน้าเรือนพักด้านหลังหอโอสถอวี่หลิง เจ้าสาวในชุดสีแดงถูกพยุงออกมาจากด้านใน หลิงหนานมองส่งบุตรสาวถูกพยุงขึ้นเกี้ยวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเห็นนางได้แต่งงานออกเรือนกับผู้ที่เหมาะสม รวมไปถึงทั้งบุตรเขยและบุตรสาวต่างก็มีใจให้กันอย่างลึกซึ้ง เขาผู้เป็นบิดาจะยังคาดหวังอะไรไปมากกว่านี้เขาเชื่อในตัวเหยียนซี มากไปกว่านั้นเขาเชื่อมั่นในการเลือกของบุตรสาว หลิงอวิ๋นไม่เคยทำให้เขาที่เป็นบิดาผิดหวังเลยสักครั้ง ยิ่งเรื่องการมองคนนางก็ยิ่งมองได้อย่างลึกซึ้งหลังเกิดเรื่องมากมายแต่เรื่องร้ายก็กลับลงเอยเป็นดี แม้ทุกอย่างไม่ได้ราบรื่น ชีวิตมีขึ้นๆ ลงๆ แต่ผลสุดท้ายก็ยังคงสามารถผ่านพ้นมันไปได้ร้านสมุนไพรอวิ๋นเหอเปิดมาได้สี่ปี กิจการมั่นคงและมั่งคั่งรุ่งเรืองวันนี้เหยียนซีสามารถยืนหยัดเป็นที่หนึ่งในการค้าสมุนไพรในซีฉู่ ฮ่องเต้มีรับสั่งให้เขาควบคุมดูแล รวมไปถึงควบคุมราคาสมุนไพรโดยร่วมมือกับเจ้ากรมคลัง ทั้งนี้ก็เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการซื้อขายที่ไม่เป็นธรรมขึ้นในสองปีแรกเหยียนซีสามารถสร้างจวนตระกูลเหยียนอันโอ่อ่าใหญ่โตในปีที่สามเขาสามารถขยายการค้าออกไปอีกสองมุมเมื

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 7.5

    “ได้”บุตรสาวของกุ่ยเหอจะเข้ามาเรียนกับหลิงอวิ๋นที่สำนักโอสถ หลิงอวิ๋นเต็มใจรับเสี่ยวอัน ทั้งยังรับปากกุ่ยเหอและฮูหยินว่าจะดูแลให้อย่างดีศิษย์ของนางแต่ละคนจะมาเรียนแบบมาเช้าบ่ายกลับ แต่เสี่ยวอันจะถูกส่งมาอยู่กับนางที่เรือนพักหลังสำนักศึกษา ทั้งนี้ก็เพราะกุ่ยเหอยืนยันว่าหากจะให้เขาส่งบุตรสาวมาเรียน เขาก็อยากให้บุตรสาวติดตามหลิงอวิ๋น พร้อมกับช่วยงานเล็กๆ น้อยเป็นการตอบแทนหลังส่งเยี่ยนซือซือกลับจวน หลิงอวิ๋นคาดไม่ถึงว่าขากลับจะยังได้พบเหยียนซี เขายืนรออยู่จุดเดิมที่เคยขี่ม้ามารอ เนินเขาทางอ้อมขึ้นไปยังเรือนหลังของสำนักโอสถอวี่หลิงหลิงอวิ๋นก้าวลงจากรถม้า “ท่านมาทำอะไรที่นี่”เขายิ้ม “มารอพบเจ้า”“พบข้า?” นางมองเห็นโคมผีเสื้อกระดาษในมือเขา “ให้ข้าหรือ!” ดวงตาของนางเปล่งประกาย“ใช่ โคมกระต่ายข้าซื้อให้ แต่อันนี้ข้าทำเอง” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มจากนั้นช่วยนางจุดโคมผีเสื้อ “ข้าเดินไปส่งเจ้า เราเดินเล่นอีกสักหน่อยดีหรือไม่ เจ้ายังเดินไหว?”หลิงอวิ๋นพยักหน้าหันไปมองเสี่ยวหง “พี่เสี่ยวหงท่านนั่งรถม้าล่วงหน้าไปก่อน ข้าเดินเล่นสักครู่”ด้านหน้ามองเห็นแสงไฟจากเรือนพักแล้ว นางเดินลำพังกับเขาระยะทางสั

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 7.4

    “เจ้าอย่างไรเล่า” นางมองเขาด้วยสีหน้าเย็นชา “เสียแรงที่ก่อนหน้านี้ท่านพ่อเคยชื่นชมเจ้า ตอนนี้แม้แต่ความกล้าจะเผชิญหน้ากับชะตากรรมยังไม่มี หรือชั่วชีวิตนี้เจ้าจะใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาของความผิดที่บิดาของเจ้าก่อ? หรือชั่วชีวิตนี้คิดจะอาศัยพี่สาวจนตาย? หรือคิดว่าใต้เท้าอวี่จะสามารถโอบอุ้มเจ้าไปชั่วชีวิต? หากทำเช่นนั้นเจ้าก็น่าสมเพชจริงๆ”“เจ้า!”“ข้าทำไม?! คนขี้ขลาดเช่นเจ้าแม้แต่โอกาสก็ไม่สมควรได้รับ ความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาก็ไม่มี เอาแต่หลบอยู่หลังใต้เท้าอวี่ หลบอยู่หลังจวนพี่สาว สักวันคงไม่มีหน้าออกมาพบผู้คนปล่อยให้พี่สาวเลี้ยงดูไปจนตาย!”“หลิงอวิ๋น! เจ้ากล้าดีอย่างไร!”“อ๋อข้ากล้าดีเช่นนี้ละ กล้าดีตรงที่ข้าไม่จำเป็นต้องก้มหน้าให้ผู้ใดอย่างไรเล่า!” นางถลึงตามองเขา “เสียแรงที่บิดาของข้าอยากให้โอกาสเจ้า จึงอยากมอบหน้าที่คนดูแลสมุนไพรในร้านสมุนไพรอวิ๋นเหอให้ ดูเจ้าสิแม้ความกล้าที่จะเผชิญหน้ายังไม่มี เช่นนั้นชั่วชีวิตนี้ก็ก้มหน้าต่อไปเถิด!”“ผู้ใดว่าข้าไม่กล้า?!”“ข้ากำลังว่าเจ้าอยู่นี่อย่างไรเล่า! มิใช่ว่าเป็นเพราะเจ้าทำไม่ได้จึงปฏิเสธหรอกนะ ความรู้ความสามารถที่บิดาข้าสอนสั่ง หรือเจ้

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 7.3

    เรื่องของความเชื่อใจมิใช่สามารถอธิบายกันได้โดยง่าย ระหว่างเหยียนซีกับนางมีหลายเรื่องที่ผู้อื่นไม่เคยล่วงรู้ แต่ถึงล่วงรู้ก็มิใช่ว่าทุกคนจะสามารถเข้าใจ “ความรักไม่ใช่ทุกสิ่ง การแต่งงานยิ่งไม่ใช่จุดจบแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตคู่ หากไร้ซึ่งความไว้วางใจและความเชื่อใจ วันหน้าที่เหลืออีกยาวไกลนั

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 7.2

    หญิงสาวหัวเราะ “ใครใช้ให้ท่านน่ามอง” ได้ยินเสียงเขาถอนใจอย่างยอมแพ้ หลิงอวิ๋นเขย่ามือเขาด้วยสายตารอคอย “ว่าอย่างไรท่านพ่ออนุญาตหรือไม่”เหยียนซีพยักหน้า “อนุญาตแล้ว”“ดียิ่ง!!!” นางจะได้มีโอกาสไปเดินเที่ยวในงานเทศกาลโคมไฟ[1]แล้ว!!!เทศกาลหยวนเซียวคึกคักเต็มไปด้วยโคมไฟสีแดงทั้งสองฝั่งถนน หลิงอวิ๋นซึ

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 7.1

    มีการเปลี่ยนการปกครองจากซันกงที่แต่เดิมมีเพียงสามฝ่าย เป็นซันเฉิ่งลิ่วปู้[1]แบ่งหน้าที่แยกย่อยออกมาไม่ทับซ้อนหน้าที่กัน ตามที่นางเคยเกริ่นๆ กับเซียวหร่วนคุนนางมองคนไม่ผิดฮ่องเต้พระองค์นี้ฉลาดมาก นางเพียงเกริ่นให้เขามองเห็นข้อเสียเล็กน้อย แต่เขากลับมองออกว่าการปกครองในระบบซันกงนั้นมีปัญหายิ่งหากเป

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 6.1

    เหยียนซีถอนหายใจออกมา “อวิ๋นอวิ๋นเจ้าฟังที่ข้าพูด...”“ท่านต้องยั่วโมโหข้าให้ได้ใช่หรือไม่” นางหน้าบึ้ง “ดื่มยา...หลังจากนั้นข้ายังต้องดูว่าแผลที่หลังของท่านไม่ได้ติดเชื้อ”เหยียนซียอมดื่มยาในที่สุด เขาเห็นนางจ้องเขม็งก็ได้แต่จนใจ “ข้าหมดสติไปกี่วัน”“หมดสติ?” นางเลิกคิ้วมองเขา “ท่านลองนึกดูดีๆ บาง

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status