ฉันจะพลิกชะตาเฉินลั่วตัวประกอบนิยายผู้แสนจืดจางในปี1985

ฉันจะพลิกชะตาเฉินลั่วตัวประกอบนิยายผู้แสนจืดจางในปี1985

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-05-07
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
Belum ada penilaian
46Bab
3.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ลูกสาวคนกลางที่น่าสงสารของบ้านตระกูลเฉิน ตัวประกอบนิยายผู้แสนจืดจาง ชีวิตอนาถาที่เคยได้รับถูกเปลี่ยนไปเพราะเธอคือผู้พลิกชะตาของ “เฉินลั่ว”

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 ลูกสาวคนกลางที่น่าส่งสาร

ในคืนฝนตกหนักบ้านหลังเล็กมุงด้วยกระเบื้องหลังคาเก่าระยะใช้งานนานกว่าห้าปีแทบไม่มีที่นอน แต่ถึงอย่างนั้นยังดีกว่าข้างบ้านที่ทำการต่อเติมออกไปเล็กน้อยมีร่างของผู้หญิงนอนขดด้วยความหนาว ตัวบ้านแม้เก่าแต่ทนฝนกว่าห้องถูกแยกออกมา มันมีเพียงหญ้าที่ถูกสานแบบลวก ๆ พอให้ซุกหัวนอนยกเว้นช่วงฝนตก

            เปลือกตาสีไข่ค่อย ๆ ลืมขึ้น เจ้าตัวกระพริบตาดูงุนงงเมื่อหยดน้ำสัมผัสใบหน้า เผยให้เห็นดวงตากลมโตนัยน์ตาสีดำ บริเวณรอบดวงตายังคงมีร่องรอยของการร้องไห้อย่างหนัก ในสมองยังไม่ทันได้ประมวลผลความเย็นจากหยดฝนทำให้ต้องรีบหลบ

            “โอ้ย!”

            ‘จางลั่ว’ นักศึกษาสาวจากอีกหลายสิบปีข้างหน้าสะดุ้ง ใบหน้างุนงงเป็นอย่างมาก เธอคือลูกสาวของชนชั้นกลางแม้ว่าสถานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยมาก ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ดูแลเอาใจใส่ลูกสาวคนเดียวแบบเธออย่างดี

            ห้องพักที่เช่าอาศัยแม้ไม่ใช่คอนโดหรูแต่ราคาครึ่งหมื่นไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ ต่อให้นอนหลับสนิทน้ำไม่มีทางกระทบใบหน้าของเธอแน่ แต่ดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่ห้องนอนของเธอ แถมเหมือนกับว่านี่ไม่ใช่จางลั่ว

แต่เป็น ‘เฉินลั่ว’ ลูกสาวคนกลางของบ้านตระกูลเฉิน

            บ้านตระกูลเฉินอาศัยอยู่ในหมู่บ้านสวี เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กของมณฑล อาชีพคนในบ้านคือการเก็บใบชาตามฤดูเก็บเกี่ยว และรับจ้างทั่วไปเท่าที่จะทำได้ เพื่อส่งลูกชายคนโตและลูกสาวคนเล็กเรียนหนังสือ

            และใช่ ลูกสาวคนกลางอย่างเฉินลั่วย่อมกลายเป็นคนใช้ของพวกเขา เพียงเพราะคำว่าลูกชายคนโตต้องดูแลครอบครัว ลูกสาวคนเล็กต้องมีอนาคต ส่วนลูกสาวคนกลางของพวกเขาเอาตัวรอดได้ แม่รักลูกชายคนโตอย่างกับทองคำ พ่อเอ็นดูลูกสาวคนเล็กที่มีใบหน้าน่ารัก ส่วนลูกสาวคนกลางหน้าตาธรรมดา ทุกอย่างในบ้านจึงตกมาที่เธอ

            หากไม่ใช่ว่าหมู่บ้านมีการผลักดันเด็ก ๆ ให้เรียนหนังสือจนจบระดับชั้นประถม เฉินลั่วคงไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ แม้กระทั่งในปีที่ต้องเลือกว่าต้องส่งใครเรียนหนังสือกลับเป็นคนเดียวไม่ถูกเลือก

            คนเป็นพ่อแม่บอกว่าพี่ชายควรได้เรียนหนังสือ ในอนาคตเรียนจบจะได้เป็นที่พึ่งพิงของน้องสาว ลูกสาวคนเล็กของบ้านมีใบหน้าน่ารักไม่สมควรต้องทำงานบ้านและงานที่หนัก ส่วนลูกสาวคนกลางไม่ว่าอะไรก็ทำได้ และยังไม่มีปากเสียงมากที่สุดในบ้าน

            “คนบ้านเฉินแย่มาก”

            จางลั่วในตอนนี้คือ ‘เฉินลั่ว’ บ่นกับตัวเอง มองดูแผลบนแขนหลังหอบสังขารมาหลบฝนในครัวได้ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเสียชีวิตหลังถูกพ่อแม่ทุบตีเพราะไม่ได้ไปทำงานหนึ่งวัน พอแย้งว่าปวดท้องประจำเดือนกลับโดนหนักกว่าเดิม

            ‘ข้ออ้างขี้เกียจทำงานจริง ๆ ปวดท้องแค่นี้จะเป็นจะตาย ฉันปวดท้องคลอดแกมายังหนักกว่านี้’

            จางลั่วในอนาคตอย่างเธอเสียชีวิตด้วยสาเหตุหัวใจวายขณะอ่านหนังสือนิยายเพราะความไม่พอใจ และใช่ ตอนนี้เธอดันเข้ามาอยู่ในร่างสาเหตุการเสียชีวิตของตัวเอง

            เกือบสามชั่วโมงฝนถึงหยุดตกและเป็นช่วงเวลาเกือบเที่ยงคืนทำให้ไม่มีใครออกมาข้างนอก เฉินลั่วเดินเข้าไปดูห้องของตัวเองที่เรียกว่าห้องแทบไม่ได้ มันเป็นเพียงตู้ไม้เก่า ๆ เศษไม้ ที่เอามาล้อม และมีไม้ปิดเอาไว้สร้างเป็นหลังคา มีหญ้าแห้งถูกสานปิดข้างบน ทั้งที่เป็นลูกสาวกลับได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม โชคดีที่ประตูยังพอกันไม่ให้คนอื่นเปิดเข้าไปได้

            ชีวิตใหม่ค่อนข้างอนาถา เฉินลั่วเดินเข้าไปเก็บกวาดสิ่งที่เปียกในห้องนอน ปฏิทินสีซีดเพราะถูกน้ำนับไม่ถ้วนถูกหยิบขึ้นมาปัดและผึ่งลมให้แห้ง

 ทุกบ้านในแต่ละปีถูกแจกปฏิทินอันเดียว ส่วนอันนี้เป็นการคัดลอกไว้ดูวัน

            วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ปี 1985

            ช่วงนี้หิมะเริ่มละลายแล้วถนนลื่น ปกติฝนไม่ค่อยตกในช่วงฤดูหนาว แต่ดูเหมือนจะมีพายุเข้าฝนตก และปกติวันไหนฝนตกเจ้าร่างจะเข้าไปนอนในห้องครัวแทนห้องนอน คาดไม่ถึงว่าเพราะถูกทุบตีทำให้หล่อนนอนเสียชีวิตภายในห้อง

            “เลวทราม”

            แม้แต่สัตว์เดรัจฉานมันยังรักลูกมัน พ่อแม่เฉินมีลูกสามคน คนโตเป็นผู้ชายและอีกสองคนเป็นผู้หญิง นอกจากจะรักลูกไม่เท่ากันแล้วยังทำเหมือนอีกคนไม่ใช่ลูก

            เสียงท้องดังขึ้นโครกครากทำให้หญิงสาวเลื่อนมือมาลูบหน้าท้องด้วยความหิว เฉินลั่วไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่ช่วงกลางวันแล้ว พอมีเรื่องเมื่อคืนทำให้หล่อนไม่กล้าออกไปกินข้าวพร้อมคนอื่น และเดาได้ว่าครอบครัวเฉินไม่เหลืออะไรไว้ให้

            “ฉันยังไม่อยากตายอีกรอบ”

            เพราะอย่างนั้นเฉินลั่วหาเสื้อมาคลุมตัวแล้วเดินไปหลังบ้าน ลัดเลาะไปตามรั้วบ้านคนอื่นเพื่อเข้าไปหาของกินในป่าตามที่เคยอ่านนิยายมา

 ถึงหิมะจะเริ่มละลายแต่ผักป่ายังไม่โตขนาดนั้น การเข้าป่าครั้งนี้เดาได้ว่าคงมือเปล่า ถ้าถามว่าทำไมไม่หาอะไรในครัวกิน เกรงว่าพอจุดไฟขึ้นมาพ่อแม่เฉินต้องออกมาทุบตีอีกรอบแน่ ๆ

            “แม้แต่ยอดผักยังไม่มีให้ฉันเก็บเลย ยัยลั่วแกจะตายไม่ได้นะ!” เสียงบ่นดังขึ้นในความเงียบ ไม่เคยต้องมาลำบากแบบนี้ ตอนเดินเข้าป่าแรก ๆ ยังมีความกลัว แต่เอาชนะความหิวไม่ได้

            ในเมื่อเธอได้โอกาสเข้ามาใช้ชีวิตแทนเฉินลั่วแล้ว ต่อจากนี้เธอคือเฉินลั่ว สิ่งไหนที่หล่อนไม่เคยได้รับไม่เคยได้ทำและได้แต่น้อยเนื้อต่ำใจ พี่สาวจากอนาคตคนนี้จะทำให้เอง

            โชคดีอีกอย่างของเธอนั่นก็คือนี่โลกนิยาย พอรู้เนื้อหานิยายสามารถแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นได้อยู่บ้าง ไม่ขออะไรมากแค่อยู่ในห่างจากเหล่าตัวเอก สร้างอาชีพให้ตัวเอง

            สองมือยกขึ้นลูบแขนตัวเองด้วยความหนาว หลังจากฝนตกยังทิ้งความชื้นและอากาศเย็นเอาไว้ ไหนจะหิมะที่ละลายไปกับน้ำจนกลายเป็นน้ำเย็น ๆ เสียงท้องร้องสลับกับการก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมีความหวังทำให้ไม่ท้อ

            มีความหวังว่าจะมีอะไรให้กินบ้าง

            ยิ่งเดินเข้าไปในป่าลึกเท่าไรเฉินลั่วยิ่งอยากวิ่งหนี ไม่ใช่ว่ากลัวแต่อากาศเย็นขึ้นเรื่อย ๆ และร่างกายต่อต้านเหมือนว่าจะป่วยหนัก สุดท้ายเดินอยู่เป็นชั่วโมงไม่เห็นจะมีอะไรให้กินถึงได้ตัดสินใจเดินกลับ ไม่อย่างนั้นคงได้ตายในป่าจริง ๆ

            “ลูกสาวบ้านเฉินเหรอ?”

            น้ำเสียงสั่น ๆ เอ่ยขึ้นจากด้านหลัง เฉินลั่วกำลังเดินกลับบ้านสะดุ้ง พอเค้นความทรงจำพบว่าอีกฝ่ายคือแม่เฒ่าในหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียว

            “แม่เฒ่าเสิ่น”

            ด้านหน้าของเธอคือแม่เฒ่าเสิ่นเป็นแม่ม่ายสามีตาย และสิบปีก่อนลูกชายของแม่เฒ่าเสิ่นช่วยชีวิตนายพลเอาไว้ถึงได้เงินบำนาญของลูกชายทุกเดือน ไม่ได้เดือดร้อนแต่ก็ไม่ได้มีเงินเก็บให้ใช้ฟุ่มเฟือย

            แม่เฒ่าเสิ่นกวักมือเรียก “มานี่สิ”

            เฉินลั่วน่าจะเคยพูดกับอีกฝ่ายไม่กี่ครั้ง แต่ว่าเธอรีบเดินไปหาและพยุงหญิงชราให้เข้าไปในตัวบ้าน “แม่เฒ่าออกมาข้างนอกแบบนี้จะไม่สบายเอา เข้าไปพักในบ้านเถอะค่ะ”

            “เข้าป่าไปหาของกินเหรอ ไม่มีหรอก”

            “มีไม่มีก็ต้องลองไปเสี่ยงโชคดูค่ะ อย่างน้อยคงดีกว่าปล่อยให้ตัวเองหิวตาย”เฉินลั่วมองพื้นแล้วถอนหายใจขึ้นมา หากเป็นช่วงที่ไม่มีหิมะอย่างน้อยพอเข้าไปหาอาหารได้

            แม่เฒ่าเสิ่นเดินเข้าไปในห้องนอนหยิบไข่ไก่สองฟองติดมือออกมาด้วย “หลังบ้านมีฟืนอยู่ รีบกินรีบกลับเดี๋ยวสามีภรรยาคู่นั้นตื่นไม่เห็นจะยุ่งเอา”

            ในหมู่บ้านทุกคนต่างรู้กันดีว่าบ้านตระกูลเฉินลำเอียงรักลูกชายคนโตกับลูกสาวคนเล็ก และไม่ใช่เพียงคนบ้านเฉินเท่านั้น บ้านอื่น ๆ พวกเขาต่างลำเอียงรักลูกเหมือนกัน ทำให้พวกเขาคิดว่านี่ไม่ใช่ปัญหา

            “ขอบคุณค่ะ”

            ดวงตาของเฉินลั่วเป็นประกายรีบหยิบเอาไข่ไก่สองฟองไปต้มทันที เธอไม่ใช่นางเอกที่ต้องปฏิเสธไข่ไก่และคิดว่าต่อไปถ้าหาไข่ไก่ได้จะเอามาคืนแน่ ๆ ขอให้พ้นคืนนี้ไปก่อน

            ในกระถางหลังบ้านพอมีผักให้ตัดกินอยู่บ้าง เฉินลั่วเดินเข้าไปขออนุญาตก่อนค่อยตัดมาลวก ทำให้คืนนี้เฉินลั่วมีไข่ต้มกับผักลวกกิน รอให้แม่เฒ่าเสิ่นหลับถึงเดินกลับบ้าน

            ถึงแม้ว่าก่อนออกจากบ้านจะทำความสะอาดในห้องแล้ว พอกลับมามีหมอกลงทำให้รอบข้างชื้น เฉินลั่วถอนหายใจเฮือกใหญ่รีบหาเศษผ้าหรืออะไรที่พอปิดข้างบนได้มาปิด เสื้อผ้าที่ต้องใส่พรุ่งนี้ถูกนำมาผึ่งให้ชุดแห้ง

            “ถึงจะไม่ได้ใช้ชีวิตคุณหนูแต่ไม่เคยต้องมาลำบากแบบนี้เลย”

            จริงอยู่ว่าชีวิตก่อนหน้านี้มีบางที่ต้องไปแคมป์ปิ้งหรือว่ามีออกไปเที่ยวนั้นแบบลำบาก แต่ว่าเธอเตรียมใจไปแล้วไม่เหมือนที่นี่ นอกจากใช้ชีวิตลำบากคนในบ้านยังลำเอียงสุด ๆ

            ผ้าห่มที่ไม่สามารถกันความหนาวได้ ฟูกที่ปูตั้งแต่อายุสิบขวบ ไม่สิ เป็นฟูกเก่าของพ่อแม่ที่ไม่ใช้แล้ว นับ ๆ ดูน่าจะมากกว่ายี่สิบปี ไม่รู้ว่าพวกเขายังนึกถึงลูกสาวคนนี้บ้างไหม ขนาดฟูกเก่าของพี่ชายหรือน้องสาวเปลี่ยนต้นปียังไม่ยอมเอาออกมาให้เจ้าของร่างใช้เลย บอกว่าเอาไว้รับแขกที่มาเยี่ยม

            “ฉันจะรอดไหมเนี่ย”

            ได้แต่บ่นกับตัวเองและนอนพลิกตัวไปมาบนฟูกที่มีกลิ่นเหม็นอับ จะนำไปซักหรือให้ทำอะไรตอนนี้คงไม่ทันแล้ว ความเหนื่อยจากการเดินป่าและพอได้กินทำให้ความง่วงเข้ามาแทน

            ในที่สุดคนที่เดินไปเดินมาทั้งที่ร่างกายบาดเจ็บก็ยอมหลับ พรุ่งนี้ยังต้องตื่นมาปวดหัวกับเรื่องในบ้านต่อ

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
46 Bab
บทที่ 1 ลูกสาวคนกลางที่น่าส่งสาร
ในคืนฝนตกหนักบ้านหลังเล็กมุงด้วยกระเบื้องหลังคาเก่าระยะใช้งานนานกว่าห้าปีแทบไม่มีที่นอน แต่ถึงอย่างนั้นยังดีกว่าข้างบ้านที่ทำการต่อเติมออกไปเล็กน้อยมีร่างของผู้หญิงนอนขดด้วยความหนาว ตัวบ้านแม้เก่าแต่ทนฝนกว่าห้องถูกแยกออกมา มันมีเพียงหญ้าที่ถูกสานแบบลวก ๆ พอให้ซุกหัวนอนยกเว้นช่วงฝนตก เปลือกตาสีไข่ค่อย ๆ ลืมขึ้น เจ้าตัวกระพริบตาดูงุนงงเมื่อหยดน้ำสัมผัสใบหน้า เผยให้เห็นดวงตากลมโตนัยน์ตาสีดำ บริเวณรอบดวงตายังคงมีร่องรอยของการร้องไห้อย่างหนัก ในสมองยังไม่ทันได้ประมวลผลความเย็นจากหยดฝนทำให้ต้องรีบหลบ “โอ้ย!” ‘จางลั่ว’ นักศึกษาสาวจากอีกหลายสิบปีข้างหน้าสะดุ้ง ใบหน้างุนงงเป็นอย่างมาก เธอคือลูกสาวของชนชั้นกลางแม้ว่าสถานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยมาก ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ดูแลเอาใจใส่ลูกสาวคนเดียวแบบเธออย่างดี ห้องพักที่เช่าอาศัยแม้ไม่ใช่คอนโดหรูแต่ราคาครึ่งหมื่นไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ ต่อให้นอนหลับสนิทน้ำไม่มีทางกระทบใบหน้าของเธอแน่ แต่ดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่ห้องนอนของเธอ แถมเหมือนกับว่านี่ไม่ใช่จางลั่วแต่เป็น ‘เฉินลั่ว’ ลูกสาวคนกลางของบ้านตระกูลเฉิน
Baca selengkapnya
บทที่ 2 กลบเกลื่อน
เมื่อคืนนอนเกือบตีสองและช่วงเวลาตีสี่คือเวลาปกติของการตื่นนอน เฉินลั่วนอนพลิกตัวไปมาอยู่หลายครั้งบนเตียงเพื่อข่มตานอนหลับ แต่ร่างกายเคยตื่นเวลานี้ต่อให้ข่มตาแค่ไหนคงไม่หลับอยู่ดีจึงยอมตื่น กิจวัตรประจำวันที่แสนเหนื่อย เฉินลั่วต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่มาหุงข้าว ทำอาหารมื้อเช้าให้ทุกคนในบ้าน พ่อแม่เฉินตื่นช่วงตีห้าของวัน ส่วนสองพี่น้องที่ถูกดูแลเอาใจใส่เกือบเจ็ดโมงพวกเขาค่อยตื่น และไม่เคยช่วยทำงานบ้านเลย ฟืนในบ้านไม่มีต้องไปผ่าฟืนหลังบ้านจนเจ็บมือ “โธ่ รอให้ฉันหาทางรอดได้ก่อนเถอะ” ตอนนี้ในตัวของเธอไม่มีเงินสักหยวน อาหารหายากถ้าต่อต้านแล้วถูกไล่ออกจากบ้านเธอมีปัญหาแน่นอน เฉินลั่วพอเอาตัวรอดได้ก็จริงแต่ถ้าไม่มีสัญญาตัดขาดหรือแยกบ้าน หากเธอได้ดีขึ้นมาพวกเขาต้องมาทวงความกตัญญูแน่ แม่เฉินเดินมาในครัวยังไม่เห็นลูกสาวก่อไฟถึงกลับโมโหด่าทอลั่นบ้าน “เฉินลั่ว! ยัยตัวขี้เกียจ พี่ชายและน้องสาวของแกต้องไปเรียนหนังสือนะ ออกมาทำอาหารมื้อเช้าได้แล้ว” ยัยตัวขี้เกียจ? เฉินลั่วอยากหัวเราะออกมาเสียงดัง พูดออกมาได้ว่าเธอขี้เกียจ ทำไมถึงไม่ให้สองพี่น้องน
Baca selengkapnya
บทที่ 3 รอยบิ่น
ทุกเช้าตื่นขึ้นมาทำอาหารให้คนทั้งบ้าน เจ็ดโมงเช้าต้องไปรอทำงานหาเงินมาให้พวกเขาใช้ ตกเย็นต้องไปรับคนทำให้เฉินลั่วก่นด่าพวกเขาในใจไม่หยุด นี่ไม่ใช่ลูกสาว ไม่ใช่น้องสาว และไม่ใช่พี่สาวของพวกเขา แต่เป็นคนนอกครอบครัวดี ๆ นี่เอง “เฉินลั่ว หมดเวลาแล้ว” เสียงกรรมการจดคะแนนขานบอกหลังเวลาที่ทำงานหมดลง ไม่ใช่เพียงชื่อของเฉินลั่วเท่านั้น ยังมีอีกหลายชื่อที่ตามหลังมาด้วย ก่อนเริ่มทำงานเฉินลั่วต้องบอกกรรมการของหมู่บ้านว่าจะทำงานกี่ชั่วโมง มันง่ายต่อการคำนวณรายได้ของพวกเขา ผู้ดูแลแปลงดอกเรพซีดยื่นป้ายไม้ให้ “ความจริงพ่อเฉินมาคุยกับฉันให้เพิ่มจำนวนชั่วโมงการทำงานให้ แต่ว่าเธอต้องไปรับพี่ชายน้องสาวที่โรงเรียนด้วยไม่ใช่เหรอ?” เฉินลั่วพยักหน้า “ฉันจะไปคุยกับพวกเขาเองค่ะ” พ่อแม่เฉินทั้งคู่ทำงานหลักคือการดูแลไร่ชา รายได้ดีกว่ามาเก็บดอกเรพซีดอยู่แล้ว ที่เฉินลั่วไม่ได้ไปทำด้วยเนื่องจากเธอมีหลายอย่างต้องทำ พอไปทำงานไร่ชาช้ากว่าคนอื่น และไม่สามารถปลีกตัวไปรับสองพี่น้องได้ เฉินลั่วเดินกลับบ้านด้วยอุปกรณ์หลายอย่าง ในมือของเธอมี
Baca selengkapnya
บทที่ 4 ยืมมาคืนไป
ถึงจะมีเสียงตะโกนด่าและเสียงทุบประตูเป็นระยะ แต่สุดท้ายเมื่อเฉินลั่วไม่ยอมออกไปทำอาหารมื้อเย็นให้ แม่เฉินจึงต้องเข้าครัวลงมือเอง สุดท้ายในบ้านถ้าขาดเฉินลั่วไปจริง ๆ จะมีใครทำงานบ้านได้ เฉินสั่วมีดีแค่เรียนหนังสือพอได้ แต่ว่าคนในบ้านกลับยกย่องหล่อนดูถูกเธอ เฉินลั่วเดินออกจากบ้านในช่วงเวลาที่คนในบ้านเข้านอนกันหมดแล้ว เดินตรงมายังบ้านของแม่เฒ่าเสิ่นทันที “แม่เฒ่าเสิ่น ฉันขอยืมตะกร้าหน่อยค่ะ” แม่เฒ่าเสิ่นมองเด็กสาวตรงหน้า “จะไปไหนหรือ โดนตีมาอีกแล้ว” เฉินลั่วมองแขนเสื้อที่ปิดรอยแผลไม่มิด เธอรีบใช้แขนเสื้อคลุมเอาไว้ เอ่ยด้วยความขบขัน “ฉันแค่ไม่ยอมทำตามคำสั่งของพวกเขาเท่านั้นค่ะ” การต่อต้านครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทำ เฉินลั่วเชื่อว่าหลังจากนี้พวกเขาจะกล้ากับเธอน้อยลง หากพวกเขาอยากใช้งานต้องไม่ทุบตีลูกสาว ต้องทำให้รู้ว่ายิ่งใจร้ายสิ่งที่ต้องการก็จะไม่สมหวัง “เข้ามาเอาสิ” “ขอบคุณค่ะ” ไหน ๆ ก็ยังไม่เอาไข่มาคืน ครั้งนี้เฉินลั่วคิดว่าควรได้อะไรติดมือกลับบ้านมาด้วย จะให้เอาตะกร้าที่บ้านไปหาของป่าเกรงว่ากลับถึงบ้านคง
Baca selengkapnya
บทที่ 5 แรกพบสบตา
เฉินลั่วบิดขี้เกียจหลายครั้งก่อนใช้มือเท้าคางมองเปลวไฟที่ลุกโชนในเตา เมื่อคืนเป็นมื้อที่อิ่มท้องมากที่สุด หลังจากเข้านอนเธอหลับทันทีและเช้านี้ยังตื่นมาทำอาหารเหมือนทุกวัน เพียงแต่รู้สึกตึง ๆ บริเวณโดนแส้เมื่อวาน “ในครัวไม่มีอะไรให้ใช้ทำกับข้าวเลย ไข่ฟองสองนี่ต้องต้มให้ลูกชายลูกสาวสุดที่รักของพวกเขาอีกใช่ไหม” เฉินลั่วบ่น เหลือบมองไข่ไก่สองฟองในตะกร้า ที่บ้านเลี้ยงไก่เอาไว้สามตัวให้มันออกไข่ แต่ก่อนออกไข่ทุกวันมีไข่เก็บกินตลอด หลายปีที่ผ่านมามันสร้างประโยชน์ให้ครอบครัวเฉินเป็นอย่างมาก เฉินลั่วเคยเสนอให้เชือดทำอาหารแล้วเลี้ยงใหม่ พ่อแม่เฉินไม่ยอม บอกมันยังให้ไข่ได้ พอเสนอให้เลี้ยงเพิ่มเพราะรัฐบาลไม่จำกัดแล้วกลับบอกสิ้นเปลือง ในเมื่อไม่มีอะไรให้ทำกับข้าว เฉินลั่วเดินเข้าไปในบ้านเพื่อเคาะประตูห้องนอนของพ่อแม่ ก่อนเคาะสายตาของเธอมองเห็นประตูห้องนอนอีกสองห้อง รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นมาบนใบหน้า ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังสนั่นรบกวนคนทั้งบ้าน แม่เฉินเดินงัวเงียออกมาเปิดประตู พอเห็นเป็นใครเริ่มบ่นทัน “ฉันทำเวรทำกร
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ปฐมพยาบาล(1/2)
เฉินลั่วคิดไม่ตกระหว่างเดินจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้าน ปีนี้เจ้าของร่างอายุ 16 ปี ความจริงต้องเข้าเรียนในระดับมัธยมต้น เพราะปัจจุบันหากให้นับตามตรงเธอต้องเรียนมัธยมปลายแล้ว แต่ที่บ้านไม่ส่งเสริมถ้าไม่รีบแก้ไขเธอจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในอนาคตไม่ได้ “ถ้าออกจากบ้านตอนนี้ไปขออาศัยแม่เฒ่าเสิ่น นางต้องโดยพ่อแม่เฉินตามรังควานไม่หยุด” ใช่ สิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดนั่นก็คือการย้ายไปอยู่หมู่บ้านอื่น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ การย้ายเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านที่ไม่รู้จักใคร อย่างน้อยควรมีคนที่คอยให้ความช่วยเหลือ ต่อให้แยกบ้านไปอยู่คนเดียวในหมู่บ้านแน่นอนว่าพ่อแม่เฉินต้องใช้ความเป็นพ่อแม่มาอ้าง หากไปหาป้าสามเฉินลั่วเดาได้ว่าพ่อของเธอต้องไปอาละวาดที่นั่นอีก “เฮ้อ” ไม่ว่าจะข้ออ้างไหนเฉินลั่วก็คิดไม่ออก และที่แน่ ๆ ต้องหาทางเข้าโรงเรียนมัธยมให้ได้ “มีคนเป็นลม!” เสียงตะโกนดังจากทางทิศเหนือของถนน เส้นทางที่ควรตรงกลับไปหมู่บ้านเริ่มเปลี่ยนทาง เฉินลั่วก้าวไปหาต้นตอของเสียงทันที มีชายวัยกลางคนนอนอยู่กลางถนน รอบข้างมีคนเดินมามุงแม้มีหิมะตกบาง ๆ
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ปฐมพยาบาล(2/2)
เฉินลั่วเดินตามคนไปยังห้องพยาบาลก่อนสั่งให้ปิดหน้าต่างทั้งหมด คว้าเอาผ้าห่มที่ถูกพับเอาไว้หลายเดือนมาห่มให้คนป่วย พร้อมกับรับแก้วน้ำอุ่นมาป้อนให้ชายวัยกลางคน น้ำแกงที่ต้องการขับไล่ไอเย็นหาไม่ทัน น้ำอุ่นพอแก้ขัดได้บ้าง ไอเย็นในตัวถูกขับออกแทนที่ด้วยความอุ่น เหงื่อบนขมับเม็ดใหญ่ผุดออกมาไม่หยุด ภายในห้องพยาบาลต่างพากันถอนหายใจอย่างโล่งอก “ให้ฉันทำเถอะ” คงเห็นว่าเป็นเด็กสาวที่ต้องคอยตรวจอาการของสามีให้ตั้งแต่เขามาถึงที่นี่ ทำให้เจ้าตัวเกรงใจและขอทำแทน ซึ่งเฉินลั่วถอยให้อีกฝ่ายทำหน้าที่ตรงนี้ ถึงอย่างไรเธอเป็นเพียงเด็กสาว “เขามีโรคประจำตัวหรือเปล่า” เฉินลั่วได้ยินคนทั่วไปเรียกเจ้าตัวว่าคุณหลิวตอบ “สามีของฉันแข็งแรงมาก ไม่มีโรคประจำตัว” “แปลก” เฉินลั่วพึมพำสายตามองคนป่วย “ช่วงนี้เขาทำงานหนักไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนใช่หรือเปล่า” “ใช่แล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงที่โรงงานมีงานให้ทำมาก ออกมาทำงานตอนเช้าและกลับบ้านดึกดื่น” “เขาทำงานหนักเกินไปร่างกายจึงอ่อนแอ หากให้เดาเขาคงยืนตากหิมะนานพอสมควรค่ะ” เฉิน
Baca selengkapnya
บทที่ 7 เจอกันอีกแล้ว(1/2)
พ่อแม่เฉินไม่พอใจเมื่อคะแนนการทำงานของเฉินลั่วลดลงหลายชั่วโมง นั่นหมายความว่าเงินที่ควรได้อีก 0.2 หยวน บ้านเฉินต้องไม่ได้รับ เฉินลั่วนั่งทำกับข้าวในครัวโดยมีคนเป็นแม่ตะโกนด่าเป็นชั่วโมง “แค่ให้เดินไปส่งพี่ชายน้องสาวที่โรงเรียนมันนานอะไรขนาดนั้น” “นานอยู่นะคะ” เฉินลั่วตอบพลางยกหม้อหุงข้าวลงจากเตา และหยิบกระทะขึ้นไปวางบนเตาเพื่อผัดผักใส่ไข่เป็นกับข้าว แม่เฉินมองลูกสาวด้วยความโมโห “ฉันคุยกับแกอยู่นะ!” “ฉันรู้” “ไม่ได้เรื่อง ต่อจากนี้ฉันจะไม่ให้แกไปส่งพวกเขาแล้ว แอบอู้ไม่ได้เหมือนแต่ก่อน” แม่เฉินขู่ “โอ้” เฉินลั่วหันไปยิ้มให้แม่ของเธอก่อนหันมาดูเตาต่อ “ฉันจะยินดีมาก ๆ เลยค่ะ” “กะ แก” แม่เฉินได้แต่โกรธตัวสั่น ตอนแรกเพียงขู่เพราะคิดว่าอีกฝ่ายอยากเข้าไปในอำเภอ แต่กลับลืมคิดไปว่าเฉินลั่วไม่ใช่คนที่อยากไปส่งพี่ชายกับน้องสาว เป็นพวกเขาที่บังคับเธอเอง “แม่ไม่อยากให้ฉันไปส่งก็คุยกับลูกสุดที่รักของแม่ด้วย อีกอย่างตอนกลางวันฉันรีบกลับมาเร็วที่สุดแล้ว” การเจอคนที่มีอำนาจและหาเส้นส
Baca selengkapnya
บทที่ 7 เจอกันอีกแล้ว(2/2)
“เฮอะ เป็นลูกสาวที่ดีจริง ๆ พ่อแม่ป่วยไม่มาดูแล กลับไปดูแลยายเฒ่าบ้านอื่น” ตอนนี้เป็นเวลาตีห้าซึ่งท้องฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างแล้ว คงเป็นเพราะความอุ่นจากผ้าห่มและแม่เฒ่าเสิ่นเห็นเฉินลั่วนอนหลับสนิท กว่าจะปลุกเกือบตีห้าแล้ว พอกลับมาถึงบ้านแม่เฉินถึงเห็นว่าลูกสาวไปนอนบ้านคนอื่น เฉินลั่วบิดขี้เกียจเล็กน้อย “บ้านนี้มีลูกตั้งสามคน พ่อแม่เคยบอกไม่ใช่เหรอว่าฉันใช้ไม่ได้” ไม่ว่าลูกสาวคนกลางจะทำอะไรก็ไม่ดีไปหมด แต่ก่อนพวกเขาป่วยเป็นเฉินลั่วต้องไปตักน้ำมาต้มให้อาบ ทำทุกอย่างในบ้าน สองพี่น้องนั่นนั่งเป็นเพื่อนแค่แปปเดียวดันดีกว่าเธอซะได้ “แต่เธอไม่เกี่ยวข้องกับแม่เฒ่าเสิ่น!” แม่เฉินไม่พอใจ ด้วยฐานะของอีกฝ่ายหากเฉินลั่วได้ไปบ้านหลังนั้นต้องได้ดีกว่าลูกของนางแน่ “ทำไม กลัวฉันได้ดิบได้ดีกว่าลูกชาย ลูกสาวของแม่เหรอ” เฉินลั่วพูดจี้ใจดำ อย่างที่บอก เบื้องหลังของแม่เฒ่าเสิ่นมีครอบครัวของนายพลหนุนหลังอยู่ คนในหมู่บ้านไม่กล้ากลับแม่เฒ่าเสิ่น อย่างแม่เฉินเช่นกันแต่กล้าลงกับลูกสาว หากแม่เฒ่าเสิ่นเอ็นดูเฉินลั่ว
Baca selengkapnya
บทที่ 8 ตอบแทน (1/2)
รถยนต์ซีดานยุโรปคันหรูแล่นบนถนนขรุขระตรงมาหมู่บ้านสวี ผ่านตำบลซานจงมาอย่างทุลักทุเล และจากจอดสอบถามคนในตำบล คนในตำบลจึงอาสานำทางมายังหมู่บ้านที่ทางเข้าเป็นถนนลูกรัง ไม่สามารถขับเข้าไปข้างในได้ต้องเดินเท่านั้น “พวกนายพูดจริงเหรอ! นั่นรถยนต์เชียวนะ ราคาเป็นแสน ๆ หยวน” ชายวัยฉกรรจ์ในหมู่บ้านตะลึง เพื่อนข้างเขาโบกมือไปมา “นายพูดเล่นหรือเปล่า ขนาดรถทหารของนายพลตู้ยังราคาหมื่นหยวนเอง” “หมื่นหยวน นั่นหมื่นหยวนเชียวนะ! ชีวิตนี้พวกนายก็หาไม่ได้” เสียงทะเลาะเรื่องเงินหมื่นหยวนเรียกความสนใจจากเฉินลั่วที่นั่งพักหลังจากเก็บเกี่ยวดอกเรพซีดในส่วนของเธอเรียบร้อย สิ่งที่จับใจความได้นั่นก็คือมีคนขับรถหรูมายังหมู่บ้าน พวกเขามาหาใครก่อน นอกจากแม่เฒ่าเสิ่นที่มีรถทหารเข้ามาประจำพวกเขาก็ไม่เคยเจอรถยนต์คันอื่นเลย “เฉินลั่ว!” เป็นหยางจื่อที่เลิกโรงเรียนแล้ววิ่งมาหา หญิงสาวจับแขนเฉินลั่วเขย่าอย่างตื่นเต้น “จริงหรือเปล่าที่พวกเขาบอกว่าเธอช่วยชีวิตผู้จัดการโรงงานทอผ้า!” เฉินลั่วถามกลับ “เธอได้ยินมาจากใคร”
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status