Masukลูกสาวคนกลางที่น่าสงสารของบ้านตระกูลเฉิน ตัวประกอบนิยายผู้แสนจืดจาง ชีวิตอนาถาที่เคยได้รับถูกเปลี่ยนไปเพราะเธอคือผู้พลิกชะตาของ “เฉินลั่ว”
Lihat lebih banyakในคืนฝนตกหนักบ้านหลังเล็กมุงด้วยกระเบื้องหลังคาเก่าระยะใช้งานนานกว่าห้าปีแทบไม่มีที่นอน แต่ถึงอย่างนั้นยังดีกว่าข้างบ้านที่ทำการต่อเติมออกไปเล็กน้อยมีร่างของผู้หญิงนอนขดด้วยความหนาว ตัวบ้านแม้เก่าแต่ทนฝนกว่าห้องถูกแยกออกมา มันมีเพียงหญ้าที่ถูกสานแบบลวก ๆ พอให้ซุกหัวนอนยกเว้นช่วงฝนตก
เปลือกตาสีไข่ค่อย ๆ ลืมขึ้น เจ้าตัวกระพริบตาดูงุนงงเมื่อหยดน้ำสัมผัสใบหน้า เผยให้เห็นดวงตากลมโตนัยน์ตาสีดำ บริเวณรอบดวงตายังคงมีร่องรอยของการร้องไห้อย่างหนัก ในสมองยังไม่ทันได้ประมวลผลความเย็นจากหยดฝนทำให้ต้องรีบหลบ
“โอ้ย!”
‘จางลั่ว’ นักศึกษาสาวจากอีกหลายสิบปีข้างหน้าสะดุ้ง ใบหน้างุนงงเป็นอย่างมาก เธอคือลูกสาวของชนชั้นกลางแม้ว่าสถานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยมาก ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ดูแลเอาใจใส่ลูกสาวคนเดียวแบบเธออย่างดี
ห้องพักที่เช่าอาศัยแม้ไม่ใช่คอนโดหรูแต่ราคาครึ่งหมื่นไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ ต่อให้นอนหลับสนิทน้ำไม่มีทางกระทบใบหน้าของเธอแน่ แต่ดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่ห้องนอนของเธอ แถมเหมือนกับว่านี่ไม่ใช่จางลั่ว
แต่เป็น ‘เฉินลั่ว’ ลูกสาวคนกลางของบ้านตระกูลเฉิน
บ้านตระกูลเฉินอาศัยอยู่ในหมู่บ้านสวี เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กของมณฑล อาชีพคนในบ้านคือการเก็บใบชาตามฤดูเก็บเกี่ยว และรับจ้างทั่วไปเท่าที่จะทำได้ เพื่อส่งลูกชายคนโตและลูกสาวคนเล็กเรียนหนังสือ
และใช่ ลูกสาวคนกลางอย่างเฉินลั่วย่อมกลายเป็นคนใช้ของพวกเขา เพียงเพราะคำว่าลูกชายคนโตต้องดูแลครอบครัว ลูกสาวคนเล็กต้องมีอนาคต ส่วนลูกสาวคนกลางของพวกเขาเอาตัวรอดได้ แม่รักลูกชายคนโตอย่างกับทองคำ พ่อเอ็นดูลูกสาวคนเล็กที่มีใบหน้าน่ารัก ส่วนลูกสาวคนกลางหน้าตาธรรมดา ทุกอย่างในบ้านจึงตกมาที่เธอ
หากไม่ใช่ว่าหมู่บ้านมีการผลักดันเด็ก ๆ ให้เรียนหนังสือจนจบระดับชั้นประถม เฉินลั่วคงไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ แม้กระทั่งในปีที่ต้องเลือกว่าต้องส่งใครเรียนหนังสือกลับเป็นคนเดียวไม่ถูกเลือก
คนเป็นพ่อแม่บอกว่าพี่ชายควรได้เรียนหนังสือ ในอนาคตเรียนจบจะได้เป็นที่พึ่งพิงของน้องสาว ลูกสาวคนเล็กของบ้านมีใบหน้าน่ารักไม่สมควรต้องทำงานบ้านและงานที่หนัก ส่วนลูกสาวคนกลางไม่ว่าอะไรก็ทำได้ และยังไม่มีปากเสียงมากที่สุดในบ้าน
“คนบ้านเฉินแย่มาก”
จางลั่วในตอนนี้คือ ‘เฉินลั่ว’ บ่นกับตัวเอง มองดูแผลบนแขนหลังหอบสังขารมาหลบฝนในครัวได้ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเสียชีวิตหลังถูกพ่อแม่ทุบตีเพราะไม่ได้ไปทำงานหนึ่งวัน พอแย้งว่าปวดท้องประจำเดือนกลับโดนหนักกว่าเดิม
‘ข้ออ้างขี้เกียจทำงานจริง ๆ ปวดท้องแค่นี้จะเป็นจะตาย ฉันปวดท้องคลอดแกมายังหนักกว่านี้’
จางลั่วในอนาคตอย่างเธอเสียชีวิตด้วยสาเหตุหัวใจวายขณะอ่านหนังสือนิยายเพราะความไม่พอใจ และใช่ ตอนนี้เธอดันเข้ามาอยู่ในร่างสาเหตุการเสียชีวิตของตัวเอง
เกือบสามชั่วโมงฝนถึงหยุดตกและเป็นช่วงเวลาเกือบเที่ยงคืนทำให้ไม่มีใครออกมาข้างนอก เฉินลั่วเดินเข้าไปดูห้องของตัวเองที่เรียกว่าห้องแทบไม่ได้ มันเป็นเพียงตู้ไม้เก่า ๆ เศษไม้ ที่เอามาล้อม และมีไม้ปิดเอาไว้สร้างเป็นหลังคา มีหญ้าแห้งถูกสานปิดข้างบน ทั้งที่เป็นลูกสาวกลับได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม โชคดีที่ประตูยังพอกันไม่ให้คนอื่นเปิดเข้าไปได้
ชีวิตใหม่ค่อนข้างอนาถา เฉินลั่วเดินเข้าไปเก็บกวาดสิ่งที่เปียกในห้องนอน ปฏิทินสีซีดเพราะถูกน้ำนับไม่ถ้วนถูกหยิบขึ้นมาปัดและผึ่งลมให้แห้ง
ทุกบ้านในแต่ละปีถูกแจกปฏิทินอันเดียว ส่วนอันนี้เป็นการคัดลอกไว้ดูวัน
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ปี 1985
ช่วงนี้หิมะเริ่มละลายแล้วถนนลื่น ปกติฝนไม่ค่อยตกในช่วงฤดูหนาว แต่ดูเหมือนจะมีพายุเข้าฝนตก และปกติวันไหนฝนตกเจ้าร่างจะเข้าไปนอนในห้องครัวแทนห้องนอน คาดไม่ถึงว่าเพราะถูกทุบตีทำให้หล่อนนอนเสียชีวิตภายในห้อง
“เลวทราม”
แม้แต่สัตว์เดรัจฉานมันยังรักลูกมัน พ่อแม่เฉินมีลูกสามคน คนโตเป็นผู้ชายและอีกสองคนเป็นผู้หญิง นอกจากจะรักลูกไม่เท่ากันแล้วยังทำเหมือนอีกคนไม่ใช่ลูก
เสียงท้องดังขึ้นโครกครากทำให้หญิงสาวเลื่อนมือมาลูบหน้าท้องด้วยความหิว เฉินลั่วไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่ช่วงกลางวันแล้ว พอมีเรื่องเมื่อคืนทำให้หล่อนไม่กล้าออกไปกินข้าวพร้อมคนอื่น และเดาได้ว่าครอบครัวเฉินไม่เหลืออะไรไว้ให้
“ฉันยังไม่อยากตายอีกรอบ”
เพราะอย่างนั้นเฉินลั่วหาเสื้อมาคลุมตัวแล้วเดินไปหลังบ้าน ลัดเลาะไปตามรั้วบ้านคนอื่นเพื่อเข้าไปหาของกินในป่าตามที่เคยอ่านนิยายมา
ถึงหิมะจะเริ่มละลายแต่ผักป่ายังไม่โตขนาดนั้น การเข้าป่าครั้งนี้เดาได้ว่าคงมือเปล่า ถ้าถามว่าทำไมไม่หาอะไรในครัวกิน เกรงว่าพอจุดไฟขึ้นมาพ่อแม่เฉินต้องออกมาทุบตีอีกรอบแน่ ๆ
“แม้แต่ยอดผักยังไม่มีให้ฉันเก็บเลย ยัยลั่วแกจะตายไม่ได้นะ!” เสียงบ่นดังขึ้นในความเงียบ ไม่เคยต้องมาลำบากแบบนี้ ตอนเดินเข้าป่าแรก ๆ ยังมีความกลัว แต่เอาชนะความหิวไม่ได้
ในเมื่อเธอได้โอกาสเข้ามาใช้ชีวิตแทนเฉินลั่วแล้ว ต่อจากนี้เธอคือเฉินลั่ว สิ่งไหนที่หล่อนไม่เคยได้รับไม่เคยได้ทำและได้แต่น้อยเนื้อต่ำใจ พี่สาวจากอนาคตคนนี้จะทำให้เอง
โชคดีอีกอย่างของเธอนั่นก็คือนี่โลกนิยาย พอรู้เนื้อหานิยายสามารถแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นได้อยู่บ้าง ไม่ขออะไรมากแค่อยู่ในห่างจากเหล่าตัวเอก สร้างอาชีพให้ตัวเอง
สองมือยกขึ้นลูบแขนตัวเองด้วยความหนาว หลังจากฝนตกยังทิ้งความชื้นและอากาศเย็นเอาไว้ ไหนจะหิมะที่ละลายไปกับน้ำจนกลายเป็นน้ำเย็น ๆ เสียงท้องร้องสลับกับการก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมีความหวังทำให้ไม่ท้อ
มีความหวังว่าจะมีอะไรให้กินบ้าง
ยิ่งเดินเข้าไปในป่าลึกเท่าไรเฉินลั่วยิ่งอยากวิ่งหนี ไม่ใช่ว่ากลัวแต่อากาศเย็นขึ้นเรื่อย ๆ และร่างกายต่อต้านเหมือนว่าจะป่วยหนัก สุดท้ายเดินอยู่เป็นชั่วโมงไม่เห็นจะมีอะไรให้กินถึงได้ตัดสินใจเดินกลับ ไม่อย่างนั้นคงได้ตายในป่าจริง ๆ
“ลูกสาวบ้านเฉินเหรอ?”
น้ำเสียงสั่น ๆ เอ่ยขึ้นจากด้านหลัง เฉินลั่วกำลังเดินกลับบ้านสะดุ้ง พอเค้นความทรงจำพบว่าอีกฝ่ายคือแม่เฒ่าในหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียว
“แม่เฒ่าเสิ่น”
ด้านหน้าของเธอคือแม่เฒ่าเสิ่นเป็นแม่ม่ายสามีตาย และสิบปีก่อนลูกชายของแม่เฒ่าเสิ่นช่วยชีวิตนายพลเอาไว้ถึงได้เงินบำนาญของลูกชายทุกเดือน ไม่ได้เดือดร้อนแต่ก็ไม่ได้มีเงินเก็บให้ใช้ฟุ่มเฟือย
แม่เฒ่าเสิ่นกวักมือเรียก “มานี่สิ”
เฉินลั่วน่าจะเคยพูดกับอีกฝ่ายไม่กี่ครั้ง แต่ว่าเธอรีบเดินไปหาและพยุงหญิงชราให้เข้าไปในตัวบ้าน “แม่เฒ่าออกมาข้างนอกแบบนี้จะไม่สบายเอา เข้าไปพักในบ้านเถอะค่ะ”
“เข้าป่าไปหาของกินเหรอ ไม่มีหรอก”
“มีไม่มีก็ต้องลองไปเสี่ยงโชคดูค่ะ อย่างน้อยคงดีกว่าปล่อยให้ตัวเองหิวตาย”เฉินลั่วมองพื้นแล้วถอนหายใจขึ้นมา หากเป็นช่วงที่ไม่มีหิมะอย่างน้อยพอเข้าไปหาอาหารได้
แม่เฒ่าเสิ่นเดินเข้าไปในห้องนอนหยิบไข่ไก่สองฟองติดมือออกมาด้วย “หลังบ้านมีฟืนอยู่ รีบกินรีบกลับเดี๋ยวสามีภรรยาคู่นั้นตื่นไม่เห็นจะยุ่งเอา”
ในหมู่บ้านทุกคนต่างรู้กันดีว่าบ้านตระกูลเฉินลำเอียงรักลูกชายคนโตกับลูกสาวคนเล็ก และไม่ใช่เพียงคนบ้านเฉินเท่านั้น บ้านอื่น ๆ พวกเขาต่างลำเอียงรักลูกเหมือนกัน ทำให้พวกเขาคิดว่านี่ไม่ใช่ปัญหา
“ขอบคุณค่ะ”
ดวงตาของเฉินลั่วเป็นประกายรีบหยิบเอาไข่ไก่สองฟองไปต้มทันที เธอไม่ใช่นางเอกที่ต้องปฏิเสธไข่ไก่และคิดว่าต่อไปถ้าหาไข่ไก่ได้จะเอามาคืนแน่ ๆ ขอให้พ้นคืนนี้ไปก่อน
ในกระถางหลังบ้านพอมีผักให้ตัดกินอยู่บ้าง เฉินลั่วเดินเข้าไปขออนุญาตก่อนค่อยตัดมาลวก ทำให้คืนนี้เฉินลั่วมีไข่ต้มกับผักลวกกิน รอให้แม่เฒ่าเสิ่นหลับถึงเดินกลับบ้าน
ถึงแม้ว่าก่อนออกจากบ้านจะทำความสะอาดในห้องแล้ว พอกลับมามีหมอกลงทำให้รอบข้างชื้น เฉินลั่วถอนหายใจเฮือกใหญ่รีบหาเศษผ้าหรืออะไรที่พอปิดข้างบนได้มาปิด เสื้อผ้าที่ต้องใส่พรุ่งนี้ถูกนำมาผึ่งให้ชุดแห้ง
“ถึงจะไม่ได้ใช้ชีวิตคุณหนูแต่ไม่เคยต้องมาลำบากแบบนี้เลย”
จริงอยู่ว่าชีวิตก่อนหน้านี้มีบางที่ต้องไปแคมป์ปิ้งหรือว่ามีออกไปเที่ยวนั้นแบบลำบาก แต่ว่าเธอเตรียมใจไปแล้วไม่เหมือนที่นี่ นอกจากใช้ชีวิตลำบากคนในบ้านยังลำเอียงสุด ๆ
ผ้าห่มที่ไม่สามารถกันความหนาวได้ ฟูกที่ปูตั้งแต่อายุสิบขวบ ไม่สิ เป็นฟูกเก่าของพ่อแม่ที่ไม่ใช้แล้ว นับ ๆ ดูน่าจะมากกว่ายี่สิบปี ไม่รู้ว่าพวกเขายังนึกถึงลูกสาวคนนี้บ้างไหม ขนาดฟูกเก่าของพี่ชายหรือน้องสาวเปลี่ยนต้นปียังไม่ยอมเอาออกมาให้เจ้าของร่างใช้เลย บอกว่าเอาไว้รับแขกที่มาเยี่ยม
“ฉันจะรอดไหมเนี่ย”
ได้แต่บ่นกับตัวเองและนอนพลิกตัวไปมาบนฟูกที่มีกลิ่นเหม็นอับ จะนำไปซักหรือให้ทำอะไรตอนนี้คงไม่ทันแล้ว ความเหนื่อยจากการเดินป่าและพอได้กินทำให้ความง่วงเข้ามาแทน
ในที่สุดคนที่เดินไปเดินมาทั้งที่ร่างกายบาดเจ็บก็ยอมหลับ พรุ่งนี้ยังต้องตื่นมาปวดหัวกับเรื่องในบ้านต่อ
ถึงปากจะบอกว่าอยากเปิดร้านขายข้าวแกงตอนเรียนปีแรกในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นต้องมีการจัดการอีกหลายอย่างถึงได้เลื่อนการเปิดร้านขายข้าวแกงไปอีกหลายเดือน เฉินลั่วต้องขายสูตรอาหารไปอีกสามสูตรกว่าจะได้เงินเช่าร้านค้าเหลียวมู่มองป้ายร้านขายข้าวแกงที่เขาเขียนเองกับมือ “ความจริงนี่คือร้านอาหารของเธอ ไม่ต้องให้ฉันเขียนให้ก็ได้”สำหรับเขาแล้วเฉินลั่วไม่จำเป็นต้องเสริมความเป็นศิริมงคลอีกด้วยซ้ำ ไม่ว่าหญิงสาวต้องจัดการอะไรตรงไหนมันดันเป็นใจไปหมด ร้านขายข้าวแกงเล็ก ๆ ใช้เวลาตกแต่งร้านไม่ถึงเดือนก็เปิดขายได้แล้ว ที่สำคัญเมื่อวานพวกเขามีการไหว้ก่อนเปิดร้านวันนี้ด้วย“ฉันเคยคิดว่าจะเขียนเอง แต่ให้พี่เขียนให้ก็ดีเหมือนกัน”ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากว่าจะมีทุกอย่างได้ก็เพราะตระกูลเหลียว และเหลียวมู่เองเป็นอีกคนที่คอยดันให้เธอทำอะไรแบบนี้ หากเขาไม่ช่วยเธอคงมาไม่ได้ถึงจุดนี้อีกทั้งเฉินลั่วต้องการขอบคุณเหลียวมู่ที่เป็นแรงผลักดันของเธออีกคน เขาไม่เคยปฏิเสธหรือห้ามไม่ให้เธอทำสิ่งที่อยากทำ มีเพียงการสนับสนุนจากเขาเท่านั้น“พวกเราหยุดยาวแค่สามวันจะไม่รับพนักงานมาช่วยเหรอ” เหลียวมู่ถามพลางมองเฉ
การย้ายออกมาอยู่บ้านใหม่ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเฉินลั่ว ก่อนย้ายมาอยู่ที่นี่เธอมีการปรับตัวเอาไว้ด้วยการออกมาพักข้างนอกบ่อย ๆ แต่วันไหนเหนื่อยเกินไปยังเข้าไปพักที่หอพักเดิมได้ เนื่องจากเป็นภาคเรียนแรกไม่มีนักศึกษามาขอเข้าพักเพิ่ม“นอกจากรสชาติอาหารที่ต้องคงเดิมแล้ว วัตถุดิบที่ใช้ห้ามลดคุณภาพลง ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่าไรยิ่งดี หรือหากราคาวัตถุดิบเพิ่มไม่จำเป็นต้องลดคุณภาพ สู้เพิ่มราคาอาหารจะดีกว่า”สำหรับเฉินลั่วแล้วอาหารแต่ละจานควรสดใหม่ ยิ่งเวลาหิว ๆ ถ้าของไม่สดหรือมีกลิ่นขึ้นมาจะทำให้ลูกค้าหงุดหงิดเจ้าของภัตตาคารเหลือบมองผู้จัดการร้าน “เรื่องคุณภาพภัตตาคารของเราไม่เคยลดลง หากวัตถุดิบเพิ่มถ้ายังพอไปต่อได้พวกเราย่อมทำอยู่แล้วครับ”“ฉันเป็นเด็กที่ตระกูลเหลียวอุปการะค่ะ หากติดต่อตามนามบัตรของฉันไม่ได้ ติดต่อที่พี่เหลียวมู่ก็ได้เหมือนกันค่ะ”เหลียวมู่นั่งข้าง ๆ เฉินลั่ว เขามองเธอด้วยความภูมิใจ ตอนนี้เฉินลั่วสามารถพูดคุยและจัดการเรื่องของตัวเองได้เกือบหมดแล้ว ครั้งหน้าเขาไม่จำเป็นต้องมาด้วย“ถ้าคุณลุงต้องการสอบถามหรือมีปัญหาสามารถติดต่อหาคนของผมได้”“ได้ยินว่าตระกูลเหลียวในอันฮุยมี
ฤดูใบไม้ร่วงอากาศค่อนข้างเย็นแต่ทำให้ผิวแห้ง เฉินลั่วที่ต้องปรับตัวในปักกิ่งได้ไม่กี่วันต้องทำหลายอย่างในช่วงเปิดเรียน แต่ถึงอย่างนั้นการบำรุงผิวก็ไม่ทำให้เธอลืม“กลิ่นครีมทาผิวของเธอหอมมาก ซื้อมากจากไหนเหรอ” ใบหน้าของเฉินลั่วซับซ้อน ความจริงถ้าเป็นคนอื่นในห้องถามจะไม่ตกใจเท่ากู่หลาน ด้วยความที่เพื่อนรุ่นพี่คนนี้เรียนวิชากฎหมาย ส่วนใหญ่นอกจากก้มหน้าอ่านหนังสือ อีกฝ่ายก็แทบไม่หันมาสนใจกลุ่มเพื่อนอายุเท่ากันและน้อยกว่าหนึ่งปีในห้องเลยเฉินลั่วหยิบเอาครีมดังกล่าวมายื่นให้ “นี่เป็นครีมทาผิวธรรมดาทั่วไป แต่ฉันสกัดเอาน้ำมันหอมระเหยกลิ่นผลไม้มาใช้ พอผสมรวมกันจากครีมทาผิวกลายเป็นโลชั่นน้ำหอม ความจริงประสิทธิภาพของครีมลดลง ไม่แนะนำ”หนิงรุ่ยเรียนเคมีทำให้หล่อนสามารถเข้าห้องทดลองวิทยาศาสตร์ได้ เฉินลั่วถึงได้ใช้สิทธิ์นักศึกษาในคณะเดียวกันเข้าไปใช้ด้วย เธอไม่ถนัดการสกัดแต่ถึงอย่างนั้นหนิงรุ่ยถนัด“ฉันบอกเธอแล้วว่าไม่ควรทำก็ไม่เชื่อ” หนิงรุ่ยบ่น หล่อนเรียนภาควิชาเคมีจึงเข้าใจดี “ยังดีว่าอาจารย์ภาคเรียนของฉันไม่รู้ ไม่อย่างนั้นต้องถูกบ่นแน่”หลันเซียวเห็นอีกคนกำลังหัวร้อนถึงได้เข้ามาขั
วันที่ 20 ตุลาคม ปี 1986 หน้ามหาวิทยาลัยกรุงปักกิ่งที่ยิ่งใหญ่มีรถจักรยานปั่นสวนทางกันไปมา รถยนต์มีประปรายแต่ส่วนใหญ่เป็นรถโดยสารประจำทางที่เห็นได้อย่างชัดเจน เฉินลั่วก้าวเท้าลงจากรถโดยสารประจำทางพร้อมกับกระเป๋าเอกสารส่วนสำคัญ และเสื้อผ้าอีกสองชุดเท่านั้น ใบหน้าของเธอถูกแต่งด้วยเครื่องสำอางที่ไม่ค่อยได้ใช้ แต่ถึงอย่างนั้นการมาปักกิ่งจำเป็นต้องใช้ ไม่อย่างนั้นเธอคงจืดจางในสาขา “เอ๋...” เฉินลั่วยกมือขึ้นตีหน้าผากตัวเองเบา ๆ “ฉันลืมบอกพี่เหลียวนี่!” เหลียวมู่เดินทางล่วงหน้ามาเป็นเดือนและทำการรายงานตัวในมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว คุณอาทั้งสองเพิ่งเดินทางตามมาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น และเฉินลั่วเพิ่งได้รับจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งเนื่องจากจดหมายตกหล่น อีกทั้งยังต้องจัดการเรื่องน้องสาวที่บ้านอีก ทำให้เฉินลั่ววุ่นวายพอใกล้ถึงวันรายงานตัวต้องรีบเดินทาง ข้าวของที่เตรียมเอาไว้จะถูกส่งมาตามหลังเพราะเฉินลั่วยังไม่สะดวก และลืมบอกคนที่ล่วงหน้ามาปักกิ่งก่อนสนิท “เสียดายที่หยางจื่อกับเจี๋ยเฟยต้องรออีกปีถึงจะสอบเกาเข่าได้ ฉันต้องหาเพื่อนใหม่อีกแล้วเหรอ” เฉินลั่วพึมพำกับตัวเองอยู่
“เฮอะ เป็นลูกสาวที่ดีจริง ๆ พ่อแม่ป่วยไม่มาดูแล กลับไปดูแลยายเฒ่าบ้านอื่น” ตอนนี้เป็นเวลาตีห้าซึ่งท้องฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างแล้ว คงเป็นเพราะความอุ่นจากผ้าห่มและแม่เฒ่าเสิ่นเห็นเฉินลั่วนอนหลับสนิท กว่าจะปลุกเกือบตีห้าแล้ว พอกลับมาถึงบ้านแม่เฉินถึงเห็นว่าลูกสาวไปนอนบ้านคนอื่น
พ่อแม่เฉินไม่พอใจเมื่อคะแนนการทำงานของเฉินลั่วลดลงหลายชั่วโมง นั่นหมายความว่าเงินที่ควรได้อีก 0.2 หยวน บ้านเฉินต้องไม่ได้รับ เฉินลั่วนั่งทำกับข้าวในครัวโดยมีคนเป็นแม่ตะโกนด่าเป็นชั่วโมง “แค่ให้เดินไปส่งพี่ชายน้องสาวที่โรงเรียนมันนานอะไรขนาดนั้น” “นานอยู่นะคะ” เฉิ
เฉินลั่วเดินตามคนไปยังห้องพยาบาลก่อนสั่งให้ปิดหน้าต่างทั้งหมด คว้าเอาผ้าห่มที่ถูกพับเอาไว้หลายเดือนมาห่มให้คนป่วย พร้อมกับรับแก้วน้ำอุ่นมาป้อนให้ชายวัยกลางคน น้ำแกงที่ต้องการขับไล่ไอเย็นหาไม่ทัน น้ำอุ่นพอแก้ขัดได้บ้าง ไอเย็นในตัวถูกขับออกแทนที่ด้วยความอุ่น เหงื่อบนขมับเม็ดให
เฉินลั่วคิดไม่ตกระหว่างเดินจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้าน ปีนี้เจ้าของร่างอายุ 16 ปี ความจริงต้องเข้าเรียนในระดับมัธยมต้น เพราะปัจจุบันหากให้นับตามตรงเธอต้องเรียนมัธยมปลายแล้ว แต่ที่บ้านไม่ส่งเสริมถ้าไม่รีบแก้ไขเธอจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในอนาคตไม่ได้ “ถ้าออกจากบ้านตอนนี้ไปขออาศัยแม่เฒ่าเสิ่น น











