مشاركة

บทที่ 1.3

last update تاريخ النشر: 2026-03-11 09:46:52

มองชื่อสมุนไพรสดในมือแล้วนางก็ยิ้มและเริ่มออกเดินเข้าไปในป่า ด้านหลังยังมีเสียงบิดากำชับอีกสองสามประโยค นางโบกมือรับคำโดยไม่พูดอะไร ในใจกำลังตื่นเต้นกับการผจญภัยครั้งใหม่ของตัวเอง

เดิมทีตอนตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองจำเรื่องราวในอดีตชาติได้ หลิงอวิ๋นก็ได้แต่ทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ทุกอย่างคล้ายตัวนางกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกที่แตกต่าง แม้ว่าจะได้ยินได้ฟังมาบ้างเรื่องการย้อนเวลาหรือยืมร่างคืนวิญญาณ แต่ใครจะคาดคิดเล่าว่าวันหนึ่งจะเจอเข้ากับตัวเอง

จากผู้หญิงวัยยี่สิบห้าที่ชีวิตกำลังไปได้สวย กลับลืมตาขึ้นและพบว่าตัวเองคือเด็กแรกเกิด ต้องมองและเห็นในทุกๆ เรื่องที่บิดาเผชิญ ที่สำคัญนางยังได้เรียนรู้วิชาแพทย์แผนโบราณ ซึ่งมารู้ตัวอีกทีมันก็ซึมซับเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของนางแล้ว

อย่างไรเสียที่นี่นางก็ไม่ได้โดดเดี่ยว บิดาของนางยังคงใจดีและรักนางที่สุด แม้นางไร้มารดาแต่กลับจดจำรอยยิ้มอ่อนโยนของอีกฝ่ายได้ และมันก็ไม่ใช่แค่ความทรงจำในรูปถ่ายเพราะนางเห็นมันกับตา

ตอนบิดาพานางย้ายเข้ามายังเรือนหลังของสำนักโอสถอวี่หลิง ด้วยตอนนั้นเขาต้องวุ่นวายกับการก่อตั้งสำนัก การดูแลนางจึงเต็มไปด้วยความยากลำบาก

ยังดีที่ฮูหยินท่านอัครเสนาบดีแนะนำแม่นมที่ใจดีคนหนึ่งให้ ช่วงเวลานั้นนางจึงเติบโตมาโดยการอบรมของแม่นมผู้ซึ่งเคยเป็นถึงอดีตนางกำนัลในวังหลวง

ตอนอายุได้เจ็ดขวบนั่งเล่นอยู่ในห้อง อยู่ๆ หลิงอวิ๋นก็รู้สึกเบื่อ นางคว้าตำราของบิดามาเปิดดูจนพบว่า...นางอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้!!!

และนับจากวันนั้นหลังหลิงหนานเลิกสอนศิษย์ เขาก็จะถูกนางคะยั้นคะยอให้สอนอ่านและคัดลายมือด้วยพู่กัน

แรกๆ บิดาคงเห็นว่านางจะล้มเลิกไปเอง ดังนั้นจึงสอนนางแบบไม่จริงจัง กระทั่งในที่สุดเขาจึงพบว่านางเรียนรู้ได้ไวมาก จากตำราง่ายๆ ในที่สุดเขาก็หาตำรามากมายมาเพื่อให้นางศึกษา กระทั่งวันหนึ่งเขาพบว่านางท่องจำได้อย่างแม่นยำไม่เว้นแม้แต่ตำราการแพทย์ของเขา

หลิงอวิ๋นเริ่มสงสัยและตั้งคำถาม กระทั่งในที่สุดบิดาของนางก็เริ่มสอนวิชาการแพทย์ให้ ยิ่งเรียนรู้ก็ยิ่งรู้สึกสนุก ไม่นานก็เกิดเป็นความกระตือรือร้น กระทั่งในที่สุดหลิงหนานก็ตัดสินใจสนทนากับนางอย่างจริงจัง

เรื่องราวในโลกล้วนซับซ้อน นางเข้าใจดีว่าเพราะเหตุใดบิดาจึงอยากให้นางเก็บงำความรู้ของตนเอาไว้ จนกว่าจะถึงวันที่นางปักปิ่นและตระหนักว่าวิชาการแพทย์คือสิ่งที่นางเลือก เขาไม่อยากให้ผู้คนหันมาสนใจในตัวนางจนเกิดเป็นแรงกดดัน

หากถึงวันนั้นนางพบว่านางไม่สนใจวิชาการแพทย์แล้ว แต่ทุกคนกลับรับรู้ถึงการมีตัวตนของนาง ตอนนั้นนางจะปฏิเสธก็คงไม่ทันแล้ว และนางจะหมดโอกาสในการเลือกใช้ชีวิตไปโดยปริยาย

ท่านพ่อของนาง...ไม่อยากให้ชื่อเสียงของตนกดดันจนนางไม่หลงเหลือทางเลือก

หากนางไม่อยากเดินทางสายนี้ นางก็จะเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาที่แต่งงานมีเย้ามีเรือน แต่หากนางต้องการเดินทางสายนี้ ทั้งชื่อเสียง ลาถยศ หรือแม้กระทั่งฐานะในราชสำนัก บิดาเคยกล่าวว่าเขาล้วนสนับสนุนนางทั้งสิ้น

แม้น้อยนักที่จะมีสตรีก้าวเข้าไปใบทบาทในราชสำนัก แต่ฐานะของหลิงหนานในใจของผู้คนแคว้นซีฉู่ รวมไปถึงความสำคัญของเขาในพระทัยของฮ่องเต้ ทำให้ฐานะของนางไม่อาจถูกมองข้ามไปได้ ขอเพียงวันใดนางอยากก้าวออกมา นางเองก็เชื่อว่าฮ่องเต้จะสนับสนุนนางและบิดาแน่นอน

เพียงแต่...ลึกๆ แล้วหลิงอวิ๋นกลัวการแก่งแย่ง ดูอย่างสงครามช่วงเวลาที่บิดาแบกนางเอาไว้บนหลังนั่นสิ นอกจากนั้นยังมีสงครามเย็นของขุนนางในราชสำนัก เหล่าสตรีที่ต้องคอยสนับสนุนบุรุษ การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย การช่วงชิงความโดดเด่นของเหล่าสตรีเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนปรารถนา

เฮ้อ... หลิงอวิ๋นเผลอถอนหายใจกับตัวเองหลังใจลอยอยู่นาน ในป่ากว้างอุดมสมบูรณ์จนนางนึกถึงโลกหลังจากวันนี้กว่าพันปี สิ่งที่ผู้คนทำลายลงเพียงเพื่อสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องแลกมาด้วยหลายๆ สิ่งที่ไม่อาจเรียกคืน...

เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่คล้ายมีเมฆดำเคลื่อนคล้อย นางเดินฝ่าเถาวัลย์รกครึ้มหลังขุดฉั่งฉิก[1]ไปได้หลายราก

นอกจากนั้นในตะกร้าของนางยังมีผลปาโต้ว[2] รากหวงฉี ใบอ้ายเยี่ยและอันซีเซียง[3] ตอนนี้ที่นางต้องการเหลือเพียงผลแห้งของไป๋โต่วโข่ว[4] ซึ่งนางต้องปีนขึ้นไปเหนือธารน้ำตกใกล้ถ้ำหลงหวง ที่สำคัญนางต้องไปให้ถึงที่นั่นก่อนฝนตก หาไม่ทางขึ้นเขาจะลื่นและอันตรายมาก

หลิงอวิ๋นแบกตะกร้าปีนขึ้นเขาไปได้ครึ่งทางในที่สุดฝนก็เทลงมา นางสบถกับตัวเองแต่ให้ลงเขาตอนนี้ก็นับว่าเสียเที่ยว แม้รู้ว่าไม่ควรแต่ก็ยังฝืนไปต่อ

[1] เป็นพืชตระกูลเดียวกันกับโสมคน ส่วนที่ใช้เป็นยาคือส่วนรากหรือหัว ใช้เป็นยาห้ามเลือดและแก้ปวด

[2] ผลสลอด นิยมนำเมล็ดใช้บดเป็นผงรักษาแผลภายนอกเพื่อห้ามเลือด

[3] ชันแห้งที่ได้จากลำต้นของพืช

[4] กระวานขาว

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 8.4 จบ

    “เรียกอวิ๋นอวิ๋นตามอาจารย์หลิงได้ใช่มั้ย”“ก็...ค่ะ”“ได้งั้นผมเรียกคุณว่าอวิ๋นอวิ๋น คุณเรียกผมว่าเหยียนซีก็ได้ ไว้ผมโทรหาตอนนี้ต้องรีบไปเข้าเวรแล้ว”เดี๋ยวสิ!!! นี่มันอะไรกัน!!!หลิงอวิ๋นยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ตอนแรกได้เจอเขาก็ว่าน่าตกใจแล้ว ตอนนี้เขายัง... มองมือถือที่มีเบอร์ของเขาที่เหยียนซีบันทึกเอาไว้ หลิงอวิ๋นอ้าปากค้างสิบวินาทีต่อมาเขาก็โทร.เข้ามือถือเธออีก “ลืมบอกไป พรุ่งนี้ผมเลี้ยงข้าวเอง เจอกันที่โรงอาหารเที่ยงครึ่งนะ บะหมี่ถ้วยไม่ดีต่อสุขภาพอย่ากินเลย” แล้วเขาก็วางสายไป“...” หลิงอวิ๋นแน่ละหญิงสาวก็ต้องไปตามนัดอยู่แล้ว เที่ยงครึ่งทันทีที่เดินไปถึงโรงอาหารของโรงพยาบาล ด้านหลังก็มีเสียงกระซิบ “มาแล้ว? ช้าไปสิบนาทีแหนะ ไปเถอะหาที่นั่นกัน”เป็นเขา...ที่กำลังตกเป็นเป้าสายตาของทั้งหมอ พยาบาล และบุคลากรในโรงพยาบาลหลิงอวิ๋นพยายามมองข้ามสายตาอยากรู้อยากเห็นและเสียงซุบซิบด้วยความประหลาดใจของทุกคน แต่เธอกลับเจอเรื่องน่าประหลาดใจกว่า เมื่อเห็นกล่องอาหารที่เขากำลังนำออกมาวางเรียงรายหอมมาก น่ากินมากด้วย...“ผมทำเอง ได้ยินมาว่าคุณไม่ชอบทานเนื้อวัว ไก่กับหมูคงใช้ได้ใช่มั้ย นี่น้ำแกงปลาเ

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 8.3

    ปีถัดมาท่านอาจารย์หลิงอวิ๋นก็สูญเสียบิดา นางหัวใจแตกสลาย แต่ก็มีสามีและบุตรชายบุตรสาวอยู่เคียงข้างกระทั่งหลายปีถัดจากนั้นฮ่องเต้ทรงสวรรคต แผ่นดินเกิดการผลัดเปลี่ยนบัลลังก์ ตระกูลเหยียนลดสถานะลงจากร่วมมือกับกรมคลัง กระทั่งท่านอาจารย์หญิงหลิงอวิ๋นมิใช่เจ้าสำนักหอโอสถอีกต่อไป นางออกมาใช้ชีวิตบั้นปลายกับสามีที่จวนนอกเมืองหลวงร้านสมุนไพรอวิ๋นเหอมีสองฝาแฝดช่วยกันดูแล ส่วนบุตรสาวของท่านอาจารย์หลิงอวิ๋นออกเดินทางไปรักษาผู้คน โดยนางมีปณิทานจะเดินทางท่องเที่ยวทั่วหล้า แม้ห่วงใยแต่เมื่อเป็นความต้องการของบุตรสาว สองสามีภรรยาก็มิได้ห้ามปราม เพียงส่งคนคุ้มกันติดตามนางไปด้วยในปีนั้น...ท่านอาจารย์หญิงหลิงอวิ๋นล้มป่วย ข้างกายของนางมีสามีที่แก่ชราคอยกุมมือ “ข้าจะไปรอท่านในภพหน้า ข้าจะหาท่านให้พบ” นางวางมือที่ข้างแก้มของเขา”“ได้ ข้าจะตามเจ้าไปในไม่ช้า” เหยียนซียิ้มให้นาง “ชั่วชีวิตนี้ข้าไม่มีสิ่งใดให้เสียใจ”“ข้าก็เช่นกัน” นางค่อยๆ หลับตาลงขณะมือยังคงเกาะกุมมือของเขา...บนเตียงในห้องพิเศษของโรงพยาบาล หลิงอวิ๋นมองเหม่อไปยังนอกหน้าต่างความฝัน...ความจริงตอนนี้หญิงสาวแทบจะแยกไม่ออกแล้ว หลังจากได้รู้จา

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 8.2

    เรื่องนี้หญิงสาวเคยได้ยินมาก่อน โชคดีที่ฮ่องเต้ทรงเลือกคนที่เต็มใจเดินทางไป หาไม่ปัญหาคงตามมาไม่น้อยเป็นแน่“ชายแดนไม่เกิดสงครามขึ้นมาอีกเลยหลังข้อตกลงแลกเปลี่ยนนี้” เซียวหร่วนคุนยิ้ม “หลิงอวิ๋น”“เพคะฝ่าบาท”“นับจากนี้เจ้าสามารถเดินทางเข้านอกออกในเมืองหลวงและแคว้นซีฉู่ได้ดังใจ ไม่จำเป็นต้องรั้งอยู่เฉพาะในเมืองหลวงอีก ข้อตกลงก่อนเก่านั้นเราขอยกเลิก”นางเลิกคิ้วมองเซียวหร่วนคุน เหยียนซีกระซิบบอกนาง “ยังไม่รีบขอบพระทัย?”“อ้อ เอ่อ...ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท”เซียวหร่วนคุนหัวเราะเสียงเบา “หลายปีมานี้ลำบากพวกเจ้าแล้วจริงๆ ทำเพื่อบ้านเมืองมามาก เราให้เจ้าหยุดสอนศิษย์สักสิบวันก็แล้วกัน ออกไปเที่ยวนอกเมืองบ้างเถิด แต่งงานมาสองปีควรมีทายาทได้แล้ว”หลิงอวิ๋นยิ่งประหลาดใจไปมากกว่าเดิม นางกับเหยียนซีเคยกังวลว่าหากมีทายาท เรื่องชาติกำเนิดของเหยียนซีอาจทำให้ฮ่องเต้ทรงหวาดระแวงขึ้นมาอีกครั้ง ดังนั้นนางกับเขาจึงยังไม่ยอมมีทายาทสักที“อดีตปล่อยให้ผ่านไปเถิด พวกเจ้าสมควรอยู่กับปัจจุบันได้แล้ว ใช้ชีวิตให้สมกับทำคุณให้บ้านเมืองเถิด อย่าได้คิดมากและกังวลใจกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นเลย”ทรงรู้! รู้ว่านางกับเหยีย

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 8.1

    บทส่งท้ายเสียงแตรมโหรีโหมบรรเลงยังหน้าเรือนพักด้านหลังหอโอสถอวี่หลิง เจ้าสาวในชุดสีแดงถูกพยุงออกมาจากด้านใน หลิงหนานมองส่งบุตรสาวถูกพยุงขึ้นเกี้ยวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเห็นนางได้แต่งงานออกเรือนกับผู้ที่เหมาะสม รวมไปถึงทั้งบุตรเขยและบุตรสาวต่างก็มีใจให้กันอย่างลึกซึ้ง เขาผู้เป็นบิดาจะยังคาดหวังอะไรไปมากกว่านี้เขาเชื่อในตัวเหยียนซี มากไปกว่านั้นเขาเชื่อมั่นในการเลือกของบุตรสาว หลิงอวิ๋นไม่เคยทำให้เขาที่เป็นบิดาผิดหวังเลยสักครั้ง ยิ่งเรื่องการมองคนนางก็ยิ่งมองได้อย่างลึกซึ้งหลังเกิดเรื่องมากมายแต่เรื่องร้ายก็กลับลงเอยเป็นดี แม้ทุกอย่างไม่ได้ราบรื่น ชีวิตมีขึ้นๆ ลงๆ แต่ผลสุดท้ายก็ยังคงสามารถผ่านพ้นมันไปได้ร้านสมุนไพรอวิ๋นเหอเปิดมาได้สี่ปี กิจการมั่นคงและมั่งคั่งรุ่งเรืองวันนี้เหยียนซีสามารถยืนหยัดเป็นที่หนึ่งในการค้าสมุนไพรในซีฉู่ ฮ่องเต้มีรับสั่งให้เขาควบคุมดูแล รวมไปถึงควบคุมราคาสมุนไพรโดยร่วมมือกับเจ้ากรมคลัง ทั้งนี้ก็เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการซื้อขายที่ไม่เป็นธรรมขึ้นในสองปีแรกเหยียนซีสามารถสร้างจวนตระกูลเหยียนอันโอ่อ่าใหญ่โตในปีที่สามเขาสามารถขยายการค้าออกไปอีกสองมุมเมื

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 7.5

    “ได้”บุตรสาวของกุ่ยเหอจะเข้ามาเรียนกับหลิงอวิ๋นที่สำนักโอสถ หลิงอวิ๋นเต็มใจรับเสี่ยวอัน ทั้งยังรับปากกุ่ยเหอและฮูหยินว่าจะดูแลให้อย่างดีศิษย์ของนางแต่ละคนจะมาเรียนแบบมาเช้าบ่ายกลับ แต่เสี่ยวอันจะถูกส่งมาอยู่กับนางที่เรือนพักหลังสำนักศึกษา ทั้งนี้ก็เพราะกุ่ยเหอยืนยันว่าหากจะให้เขาส่งบุตรสาวมาเรียน เขาก็อยากให้บุตรสาวติดตามหลิงอวิ๋น พร้อมกับช่วยงานเล็กๆ น้อยเป็นการตอบแทนหลังส่งเยี่ยนซือซือกลับจวน หลิงอวิ๋นคาดไม่ถึงว่าขากลับจะยังได้พบเหยียนซี เขายืนรออยู่จุดเดิมที่เคยขี่ม้ามารอ เนินเขาทางอ้อมขึ้นไปยังเรือนหลังของสำนักโอสถอวี่หลิงหลิงอวิ๋นก้าวลงจากรถม้า “ท่านมาทำอะไรที่นี่”เขายิ้ม “มารอพบเจ้า”“พบข้า?” นางมองเห็นโคมผีเสื้อกระดาษในมือเขา “ให้ข้าหรือ!” ดวงตาของนางเปล่งประกาย“ใช่ โคมกระต่ายข้าซื้อให้ แต่อันนี้ข้าทำเอง” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มจากนั้นช่วยนางจุดโคมผีเสื้อ “ข้าเดินไปส่งเจ้า เราเดินเล่นอีกสักหน่อยดีหรือไม่ เจ้ายังเดินไหว?”หลิงอวิ๋นพยักหน้าหันไปมองเสี่ยวหง “พี่เสี่ยวหงท่านนั่งรถม้าล่วงหน้าไปก่อน ข้าเดินเล่นสักครู่”ด้านหน้ามองเห็นแสงไฟจากเรือนพักแล้ว นางเดินลำพังกับเขาระยะทางสั

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 7.4

    “เจ้าอย่างไรเล่า” นางมองเขาด้วยสีหน้าเย็นชา “เสียแรงที่ก่อนหน้านี้ท่านพ่อเคยชื่นชมเจ้า ตอนนี้แม้แต่ความกล้าจะเผชิญหน้ากับชะตากรรมยังไม่มี หรือชั่วชีวิตนี้เจ้าจะใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาของความผิดที่บิดาของเจ้าก่อ? หรือชั่วชีวิตนี้คิดจะอาศัยพี่สาวจนตาย? หรือคิดว่าใต้เท้าอวี่จะสามารถโอบอุ้มเจ้าไปชั่วชีวิต? หากทำเช่นนั้นเจ้าก็น่าสมเพชจริงๆ”“เจ้า!”“ข้าทำไม?! คนขี้ขลาดเช่นเจ้าแม้แต่โอกาสก็ไม่สมควรได้รับ ความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาก็ไม่มี เอาแต่หลบอยู่หลังใต้เท้าอวี่ หลบอยู่หลังจวนพี่สาว สักวันคงไม่มีหน้าออกมาพบผู้คนปล่อยให้พี่สาวเลี้ยงดูไปจนตาย!”“หลิงอวิ๋น! เจ้ากล้าดีอย่างไร!”“อ๋อข้ากล้าดีเช่นนี้ละ กล้าดีตรงที่ข้าไม่จำเป็นต้องก้มหน้าให้ผู้ใดอย่างไรเล่า!” นางถลึงตามองเขา “เสียแรงที่บิดาของข้าอยากให้โอกาสเจ้า จึงอยากมอบหน้าที่คนดูแลสมุนไพรในร้านสมุนไพรอวิ๋นเหอให้ ดูเจ้าสิแม้ความกล้าที่จะเผชิญหน้ายังไม่มี เช่นนั้นชั่วชีวิตนี้ก็ก้มหน้าต่อไปเถิด!”“ผู้ใดว่าข้าไม่กล้า?!”“ข้ากำลังว่าเจ้าอยู่นี่อย่างไรเล่า! มิใช่ว่าเป็นเพราะเจ้าทำไม่ได้จึงปฏิเสธหรอกนะ ความรู้ความสามารถที่บิดาข้าสอนสั่ง หรือเจ้

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 3.11

    “แม่นางเยี่ยนพาไปนั่งรถม้าชมรอบเมืองหลวงกระมัง”“ใช่”“ชอบหรือไม่”นางถอนหายใจ “จะว่าชอบก็ชอบ จะว่าไม่ก็ไม่ ท่านคิดว่าข้าจะเที่ยวชมเมืองสนุกหรือ หากรอบตัวเต็มไปด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นของผู้คนมากมาย”เขาพยักหน้า “ก็จริง ขอโทษด้วย”“ขอโทษเรื่องใดเล่า ท่านหาได้ทำสิ่งใดผิด ข่าวลือนั่นเป็นข้าเองที่ต้อง

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 2.3

    ทุกวันนี้ไม่มีใครกล้าล่วงเกินเขา ไม่ใช่เพราะเขามีฐานะเป็นขุนนางขั้นเจ็ดที่ค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาด้วยความสามารถ แต่ด้วยทุกคนล้วนตระหนักดีว่าเขาเป็นคนขององค์รัชทายาทถึงอย่างนั้นเพราะความขัดแย้งหนหลัง ก็ยังคงส่งผลมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะเขาได้ล่วงเกินคนใหญ่คนโตไปแล้วถึงสองจวนปีนี้เป็นปีที่สามแล้วหลังเขาย

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 2.1

    นับตั้งแต่จำความได้มารดาของเขาไม่เคยกล่าวถึงบิดาเลยสักครั้ง นางลำบากทั้งยังมีน้ำอดน้ำทนทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงินเลี้ยงดูเขาจนเขาอายุได้แปดขวบสงครามเป็นเรื่องที่น่าหวาดหวั่นยิ่ง เขาในวัยเด็กต้องหลบเร้นไปกับมารดาเพราะสงครามแบ่งแยกดินแดน ซึ่งขณะนั้นทุกหย่อมหญ้าล้วนเต็มไปด้วยซากศพมารดาของเขาพาเขาหลบหน

  • บุพเพผูกรัก   บทที่ 1.8

    “ได้ยินมาว่าเขารับหน้าที่ติดตามคุ้มกันองค์รัชทายาทไปทางเหนือ ขากลับมีกลุ่มคนไม่ทราบฝ่ายลอบปลงพระชนม์ แม้เขาหลอกล่อมือสังหารจนทรงปลอดภัย แต่ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ทำให้เขาถูกสั่งลงโทษที่ไม่อาจคุ้มครองผู้เป็นนาย ตอนนั้นเขาอายุเพียงสิบแปด โดดเด่นทั้งหน้าที่การงานและเป็นคนมีความสามารถ นึกไม่ถึงว่าจวน

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status