Masukวันแรกของการเป็นเลขานี่มันไม่ง่ายเลย นทีสรุปกับตัวเองแบบนั้นหลังจากล้มตัวลงบนโซฟาที่ห้องเช่าเมื่อคืน แต่ถึงจะเหนื่อย เขาก็ยังรู้สึกตื่นเต้นแปลก ๆ ตื่นเต้นเพราะได้เจอกับงานใหม่หรือเพราะได้ใกล้ชิดกับท่านประธานสุดหล่อ เขาเองก็บอกกับตัวเองไม่ถูก แต่ที่รู้แน่ ๆ คือ ท่านประธานแกล้งเขาตั้งแต่เช้าจรดเย็น แล้ววันนี้นทีตั้งใจว่าจะไม่ยอมให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อฝ่ายเดียวอีกแล้ว
เช้าวันถัดมา นทีเดินเข้าบริษัทด้วยใบหน้ามีลางแผนการเล็ก ๆ แต่พอถึงหน้าห้องประธาน เขาก็รีบปรับสีหน้าเป็นแบบเลขาเรียบร้อยอย่างไว เมื่อประตูเปิดเข้าไป อนาวินนั่งอยู่หลังโต๊ะแล้ว สูทสีกรมท่าเนี้ยบไร้รอยยับ ท่าทางเย็นชาเหมือนเดิม แต่ดวงตาคมกริบจับจ้องมาที่เขาทันที
“สายไปหนึ่งนาที”
นทีสะดุ้งดูนาฬิกาตัวเอง มันตรงเวลาเป๊ะ
“แต่ผม ”
“หนึ่งนาที ก็ถือว่าสาย” น้ำเสียงเรียบมากจนคนฟังอยากจะกลิ้งลงพื้น
โอ๊ยยย นี่มันแถชัด ๆ! แกล้งกันตั้งแต่ยังไม่แปดโมง!
นทีสูดลมหายใจลึก ยิ้มสุภาพแบบเลขาชั้นดี
“ขอโทษครับท่านประธาน ผมจะไม่ให้มีครั้งหน้าแน่นอนครับ”
อนาวินมองเขาแว่บหนึ่งเหมือนจะรอให้เขาเถียง แต่พอนทีไม่เถียง เขากลับนิ่งไปเล็กน้อยเขาไม่รู้เลยว่าแค่รอยยิ้มสุภาพ ๆ แบบไม่เถียงกลับนั้นก็ทำให้ประธานหนุ่มรู้สึกแพ้แบบแปลก ๆ อยู่ลึก ๆ
นี่ไม่ใช่แค่งานเริ่ม แต่เกมก็เริ่มเหมือนกัน!
ช่วงเช้า อนาวินสั่งงานรัว ๆ แบบไม่มีพัก
“นที นำเอกสารชุดนี้ไปจัดเรียงใหม่เรียงตามวันที่ภายในยี่สิบนาที”
“ครับ!”
สิบห้านาทีต่อมา นทีเดินกลับเข้ามาวางเอกสารตรงหน้าอย่างเรียบร้อย
“เสร็จแล้วครับ”
อนาวินเลิกคิ้ว พร้อมกับเปิดดูเล็กน้อย
“ดี เร็วดี”
นทียิ้ม แต่เป็นยิ้มแบบยิ้มกรุ้มกริ่มฟีลกู๊ดแต่มีประกายอยากเอาชนะ อนาวินก็จับได้ แต่ไม่พูดอะไร
และอีกครึ่งชั่วโมงถัดมา...
“นที ขอกาแฟแบบเมื่อวานเอาแบบเดิม แต่อุณหภูมิ 63 องศา วันนี้ผมอยากได้เย็นน้อยกว่าเดิม 2 องศา”
“ครับ!”
นทีรีบบึ่งไปที่ซื้อร้านกาแฟร้านเดิม และกลับมาพร้อมแก้วกาแฟโดยไม่บ่นอะไรสักคำ และกาแฟรสชาติก็ได้ตามที่อนาวินต้องการแบบเป๊ะ ๆ ไม่มีผิดเพี้ยน ตอนที่วางแก้วลงบนโต๊ะ นทียิ้มหวานมากส่งให้เขาไปหนึ่งกรุบ
“อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการไหมครับ?”
ประโยคนั้นฟังแล้วคล้ายกำลังยั่วมากกว่าถามเรื่องกาแฟ อนาวินนิ่งไปหนึ่งวินาทีก่อนจะพยักหน้า
“ก็ใช้ได้”
นทีร้องเย้ในใจอย่างดีใจ เขาเกือบจะเผลอยกกำปั้นฉลองแต่ก็เก็บอาการไว้
“คิดจะแกล้งเรางั้นเหรอ ไม่มีทางซะหรอก” นทีคิดในใจ แล้วขอตัวกลับออกไปทำงานของตัวเองต่อ
ช่วงพักเที่ยง อนาวินมักจะกินข้าวในห้องเพราะไม่ชอบความวุ่นวาย นทีเตรียมอาหารจัดชุดที่ฝ่ายจัดเลี้ยงมาส่งให้อย่างเรียบร้อยแล้วยกเข้าไปในห้องทำงานให้อนาวิน
“มีแต่ของผมเหรอ?” อนาวินถามเสียงนิ่ง
“แล้วของคุณล่ะ?”
“ผมจะลงไปกินที่โรงอาหารครับ” นทียิ้ม
“ราคามันเหมาะกับเงินเดือนผมกว่า”
อนาวินชะงัก สายตาคมวาวแปลก ๆ
“เชิญท่านประธานรับประทานให้อร่อยนะครับ ผมไม่กวนแล้ว”
นทีมองเขา แล้วเดินออกจากห้องอย่างสงบ แต่พอประตูปิดลง เขาก็หลุดยิ้มหวานแบบคนพร้อมปั่น เมื่อวานให้ซื้อกาแฟ วันนี้ขอแหย่เจ้านายคืนบ้างละกัน
เขาตั้งใจเดินช้า ๆ ผ่านประตูกระจกใสหน้าห้องให้คนในห้องเห็นว่าเขาไปกินข้าวกับพนักงานคนอื่น ๆ และท่านประธานซึ่งนั่งอยู่ในห้องก็เห็นเต็มสองตา อนาวินเงยหน้ามองผ่านกระจก เห็นเลขาตัวเล็กเดินไปกับหัวหน้าแผนกชายหนุ่มคนหนึ่ง หัวเราะพูดคุยกันคิกคักจนน่ารำคาญตา เขาขมวดคิ้ว ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ แต่ถี่ขึ้น
“ใครวะ” เขาพึมพำในคอ อารมณ์หงุดหงิดขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล ทั้งที่ไม่ควรจะรู้สึกอะไรเลย
หลังพักเที่ยง นทีกลับเข้ามาในห้องพร้อมเอกสาร อนาวินมองเหมือนไม่ได้มอง แต่จริง ๆ แล้วจ้องตั้งแต่ตอนที่ประตูเปิดแล้ว
“สนุกไหม” คำถามนั้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
นทีชะงัก “อะไรสนุกเหรอครับ?”
“ก็หัวเราะเสียงดังมากขนาดนั้น ไม่สนุกรึไงล่ะ” น้ำเสียงท่านประธานเย็นกว่าปรกติ
“แบบนั้นคงชอบล่ะสิท่า”
นทีเกือบหลุดหัวเราะ ท่าทีของเขาในตอนนี้มันเหมือนคนกำลังหึงไม่มีผิด?
เขากระแอม ก้มหน้าแบบไม่อยากให้ใครเห็นรอยยิ้ม
“ผมไปกินข้าวกับหัวหน้าแผนกครับ เขาแนะนำระบบบริษัทให้เฉย ๆ แล้วก็พูดคุยกันเรื่องสัปเพเหระทั่ว ๆ ไป”
ความเงียบไปหนึ่งวินาที ก่อนที่เสียงท่านประธานจอมขรึมจะตอบเบา ๆ
“อืม”
นทีเงยหน้าขึ้นช้า ๆ เห็นมุมปากอนาวินกระตุกเล็ก ๆ เหมือนพอใจขึ้นมาเฉย ๆ จนเขารู้สึกอยากจะแกล้งเพิ่มอีกนิด
“หัวหน้าแผนกเขาดูใจดีมากเลยนะครับ ท่านประธานรู้จักไหมครับ?”
อนาวินหยุดมือที่กำลังพิมพ์คีย์บอร์ดทันที เงยตาขึ้นอย่างช้า ๆ ด้วยสายตาแบบกำลังเตือนว่า อย่ามายั่วฉันนะนที!
“เขามีภรรยาแล้ว” น้ำเสียงนั้นเรียบเย็นมาก
“อ๋อ ดีแล้วครับ จะได้ไม่มีใครเข้าใจผิดว่าผมไปจีบเขา”
นทีตอบหน้าตาเฉย แต่แอบดีดหางสะใจในใจ อนาวินจ้องเขานิ่งก่อนจะพูดขึ้นมาเสียงนิ่งเรียบ
“หยุดทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว”
นทีสะดุ้ง “แบบไหนครับ?”
“แบบที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่า”
โอ๊ยยยยย ท่านประธานอย่างเขานี่รู้ทันไปหมดเลย!
นทีรีบยิ้มประนีประนอม “ผมเปล่าทำแบบนั้นยะครับ ผมเป็นลูกน้องที่ดีของท่านประธาน เชื่อฟังจะตายไป”
อนาวินกดคีย์บอร์ดต่อ แต่พูดเสียงเบาเหมือนบ่นในลำคอ
“ลูกน้องไม่ควรเล่นเกมกับเจ้านาย”
นทีตอบกลับในทันที “แต่เจ้านายก็ไม่ควรแกล้งลูกน้องก่อนเหมือนกันนะครับ”
คราวนี้อนาวินหยุดพิมพ์ทันที หันมามองเขาแบบเต็ม ๆ และมุมปากยกขึ้นนิดหนึ่ง
“กล้าดีนี่นที”
นทีหัวใจเต้นแรงขึ้นมาเฉย ๆ ไม่รู้ทำไม เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อหนีความรู้สึกแปลก ๆ
“ผมขอตัวไปทำงานต่อนะครับ!”
พูดจบเขาก็รีบออกจากห้องอย่างรวดเร็วเหมือนเด็กทำผิด แต่อนาวินกลับหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง
สนุกชะมัดเลย
เลขาคนนี้ไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ และเขาก็เริ่มอยากรู้แล้วว่า ระหว่างเขากับนที เกมนี้ใครจะชนะ
ช่วงสายของวันนั้นนทีทำงานอย่างตั้งใจอยู่ที่โต๊ะแต่ใจกลับเต้นแรงทุกครั้งที่คิดถึงประโยคเมื่อเช้า“ตอนสายออกไปกินกาแฟเป็นเพื่อนผมอยากกินเค้กด้วย”มันเป็นคำสั่งเหรอ?หรือเป็นคำชวน?หรือจริง ๆ แล้วคือการ “ชวนออกไปด้วยกัน” แบบพิเศษ?นทีก้มหน้าจัดเอกสารแทบจะไม่เหลือสมาธิแต่เมื่อสายตาท่านประธานมองเขามาสองสามครั้งเขาก็ยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่จนกระทั่ง เสียงทุ้มดังขึ้นจากในห้อง“นที เข้ามา”หัวใจนทีสะดุ้งรีบลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องด้วยมือที่เย็นเฉียบในห้องประธาน การชวนที่ตรงเกินไปอนาวินนั่งรออยู่สูทเข้ารูปผมเซ็ตเรียบแต่สายตาที่มองเขาอ่อนลงเกินกว่าจะบอกว่าเป็นเจ้านาย“ครับท่านประธาน เรียกผมเหรอครับ?”อนาวินลุกขึ้นหยิบกุญแจรถแล้วพูดเรียบ ๆ“ไปกัน”นทีนิ่งไปหนึ่งวิ“ไปไหนเหรอครับ?”“กาแฟ”เขาตอบสั้น“ผมหิวแล้ว”นทีรีบพยักหน้าหัวใจเต้นรัวอย่างกับกลองรัวทั้งคู่เดินเคียงกันออกจากห้องพนักงานทั้งแผนกต่างช็อกอีกระลอก“สองคนนี้ออกไปด้วยกันอีกแล้ว”“ท่านประธานดูอ่อนลงมากเลย”“เลขาคนนี้มีอะไรพิเศษแน่ ๆ”เสียงซุบซิบดังตามหลังแต่นทีทำเป็นไม่ได้ยินเพราะหัวใจเขาเต้นดังกลบทุกเสียงอยู่แล้วทางไปร้านกาแฟ ระยะห่า
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นนทีลืมตาตื่นทันทีทั้งที่เมื่อคืนเขาหลับยากจนพลิกไปพลิกมาอยู่เป็นชั่วโมงเพราะคำทิ้งท้ายของท่านประธานยังวนอยู่ในหูไม่หาย “พรุ่งนี้เช้า ผมไปรับ” แค่ประโยคเดียวก็ทำให้เขานอนกอดหมอนกลิ้งไปกลิ้งมาจนเช้าเขานั่งลุกขึ้น ลูบหน้าเบา ๆ “โอ๊ยทำไมต้องเขินตั้งแต่ยังไม่เจอหน้าเขาด้วยเนี่ย”แต่ถึงจะเขินเขาก็ลุกขึ้นจัดการตัวเองอย่างรวดเร็วทั้งอาบน้ำ เป่าผม แต่งตัวจนกระทั่งมายืนหน้ากระจกมองดูตัวเองในเสื้อเชิ้ตสีอ่อนกางเกงสแลคทรงสุภาพแต่หน้าแดงเหมือนคนไปสารภาพรักใครมา“ใจเย็นนทีใจเย็น” แต่ยิ่งบอกก็ยิ่งแดงหน้าคอนโด รถคันหรูที่คุ้นตาเมื่อถึงเวลานทีก็ยืนรอหน้าคอนโดหัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอกไม่นาน รถสีดำหรูคันเดิมก็เลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทตรงหน้าเขาเหมือนในซีรีส์โรแมนติกทุกฉากประตูกระจกฝั่งคนขับลดลงช้า ๆ และใบหน้าของคนที่ทำเขานอนไม่หลับทั้งคืนปรากฏขึ้น หล่อ นิ่ง และคมกริบเหมือนเคย“เช้า”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักเรียบ ๆแต่ในสายตา มีความอ่อนโยนซ่อนอยู่แบบชัดมากนทีแทบตอบไม่ออกอ้าปากค้างนิด ๆ ก่อนรีบยิ้ม “ส-สวัสดีครับท่านประธาน”ประตูข้างคนขับปลดล็อก“ขึ้นมา”เพียงสองคำแต่ทำเอานทีเขินจนมือสั่นเ
หลังจากท่านประธานกลับเข้ามาในห้องพร้อมบอกว่า วันนี้คุณกลับกับผมอีก นทีก็ทั้งเขิน ทั้งดีใจ ทั้งสั่นไปหมดเขามองเอกสารตรงหน้าแต่มือสั่นจนจับปากกาแทบไม่อยู่เพราะคำพูดของท่านประธานเมื่อครู่ทั้ง อ่อนโยนทั้ง จริงจังทั้ง ปกป้องจนหัวใจเขาเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในขณะที่หัวใจนทีวุ่นวายไม่หยุดฝั่งท่านประธานกลับสงบนิ่งแต่ในความนิ่งนั้น ผู้ชายคนนี้กำลัง ยิ้มในใจ เขาเองก็ห้ามตัวเองไม่ได้เหมือนกันเลิกงาน บรรยากาศที่หวานกว่าเดิม เมื่อถึงเวลาเลิกงาน นทีเดินตามท่านประธานไปยังรถ หัวใจเต้นเหมือนจะกระเด็นออกจากอกทุกครั้งที่เดินข้างเขาที่จอดรถมืดเล็กน้อยแต่มีไฟสีส้มสลัว ๆบรรยากาศชวนให้เขินมากกว่าเดิมสิบเท่าอนาวินเดินนำไปเปิดประตูรถด้านข้างให้เหมือนเคยเหมือนทุกครั้งตั้งแต่วันแรกที่ไปส่งเขาแต่คราวนี้เขาเพิ่มประโยคหนึ่ง“คาดเข็มขัดดี ๆ”นทีรีบพยักหน้า “ค-ครับ!”เขานั่งลง ตอนกำลังจะคาดเข็มขัดมือกลับไปโดนกับมือของท่านที่กำลังเอื้อมมาช่วยสัมผัสนั้นทำให้นทีสะดุ้งจนตัวแข็งหัวใจเต้นตึกตักจนแทบระเบิด อนาวินเลื่อนมือออกช้า ๆ แต่สายตายังจับที่หน้าของเขาไม่ละ“ขอโทษ”น้ำเสียงนุ่มจนหัวใจเขาสั่นรัว“ผมลืมว่าคุ
ช่วงบ่ายของวันนั้นทั้งบริษัทลุกเป็นไฟด้วยข่าวลือทุกคนรู้ว่าฝ่ายบุคคลถูกสั่งให้ประชุมด่วน และต้นเหตุของเรื่องนี้เกี่ยวกับ เลขาท่านประธาน แต่ยังไม่มีใครกล้าเดาอะไรไปไกลเพราะท่านประธานอนาวินขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งและไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่แต่วันนี้ ทุกคนจะได้เห็นว่าความนิ่งนั้นมี ด้านอันตราย มากแค่ไหนพิมพ์ชนกถูกเรียกเข้าห้องประชุมฝ่ายบุคคล เสียงเปิดประตูดัง กึกพิมพ์ชนกเดินเข้ามาด้วยสีหน้าหวั่นหวาด ในห้องมีหัวหน้าฝ่ายบุคคลภาคินจากแผนกไอที และกรรมการฝ่ายกฎหมายราว 45 คนบรรยากาศในห้องหนาวเย็นจนเหงื่อเธอซึมเต็มหลัง“คุณพิมพ์ชนก เชิญนั่งค่ะ”หัวหน้าฝ่ายบุคคลพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งจนน่ากลัวพิมพ์ชนกค่อย ๆ นั่งลงมือกำชายกระโปรงแน่นจนลายนิ้วมือจมไปในผ้าหัวหน้าฝ่ายบุคคลเปิดแฟ้ม“เนื่องจากมีการร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมในพื้นที่ทำงานทางเราตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วพบว่า”เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา แล้วกดวิดีโอภาพ ตัวเธอเอง กำลังเปิดแฟ้มของนทีและหยิบเอกสารของเลขาคนใหม่ออกมาเล่นซ้ำ ช้า ๆ แบบชัดเจนทุกมุมพิมพ์ชนกหน้าซีดขยับปากแต่พูดอะไรไม่ออกหัวหน้าฝ่ายบุคคลวางแท็บเล็ตลงน้ำเสียงเย็นเฉียบ“คุณอ
หลังจากเหตุการณ์หน้าลิฟต์ความเงียบปกคลุมไปทั้งบริษัทจนทุกคนทำงานกันแทบไม่กล้าหายใจแต่มีเพียงคนเดียวที่ไม่สนใจอะไรเลยนอกจากคนตัวเล็กที่นั่งอยู่หน้าห้องเขาอนาวินทุกครั้งที่เงยหน้า เขาจะเห็นนทีนั่งจัดเอกสารสีหน้ายังเกร็งเล็กน้อยสายตายังหลบ ๆ และแก้มยังแดงเหมือนจะเป็นลมเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ท่านประธานถอนหายใจเบา ๆ เพราะรู้ดีว่าเด็กคนนี้ ซึ้งจนพูดไม่ออก อยู่แต่เขาไม่อยากให้นทีรู้สึกกลัวหรือกังวลว่าตัวเองเป็นภาระของใครเขามองไปที่โทรศัพท์ รอการรายงานจาก ภาคิน หัวหน้าแผนกไอทีที่เขาสั่งไปเมื่อเช้า ไม่นาน เสียงสั่นดังขึ้นติ๊ง“ผมเจอแล้วครับท่านประธาน ขอเข้าพบได้ไหมครับ”มุมปากของอนาวินยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย็นไม่ใช่ความสุขในที่สุด ก็มีหลักฐานแล้วในห้องท่านประธาน การรายงานที่ทำทั้งห้องเย็นยะเยือก“เข้ามา” ภาคินเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง“ผมตรวจกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดแล้วครับของช่วงเช้าที่คุณให้ตรวจ”“แล้ว?” ภาคินวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะเปิดคลิปจากกล้องหน้าโต๊ะนทีนทีมองจากด้านหน้านั่งจัดเอกสารตามปกติ“จุดนี้ครับ”ภาคินเลื่อนเวลาไปจนถึงช่วงที่นทีลุกไปห้องน้ำพอดีตัว
หลังจากเหตุการณ์หน้าห้องประธานเมื่อเช้า ทั้งชั้นบริหารเงียบสนิทเหมือนยกไปอยู่ในห้องเย็นไม่มีใครกล้าพูดไม่มีใครกล้ามองเพราะทุกคนรู้ ซีอีโอขึ้นโหมดอารมณ์ไม่ดีแล้ว และตัวต้นเหตุคือ พิมพ์ชนก หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่เมื่อเช้ายังทำยิ้มหวานแต่ตอนนี้หน้าเธอซีดราวกับกระดาษช่วงสาย ท่านประธานเริ่มสืบแบบเงียบ ๆ นทีได้รับคำสั่งให้ไปซื้อกาแฟให้ท่านประธานเขาจึงลงลิฟต์ไปด้านล่างปล่อยให้ชั้นบริหารโล่งเพื่อให้ท่านประธานทำงานแต่ทันทีที่สิ้นเสียงประตูปิด อนาวินหยิบโทรศัพท์ขึ้นทันทีสีหน้าไม่เหลือความอ่อนโยนเหมือนตอนอยู่กับนทีอีกแล้วเป็นสีหน้าของนักล่าเขากดโทรออกช้าแต่น้ำเสียงตอนพูดกลับเย็นจนทำให้คนฟังสะดุ้งได้“ภาคินตรวจกล้องวงจรปิดหน้าห้องทำงานผมเมื่อเช้านี้”“ดูให้ละเอียดว่าใครเข้าใกล้โต๊ะนทีบ้าง” ปลายสายดูจตกใจ“คุณอนาวินจะให้ผมตรวจระบุคนเลยเหรอครับ?”“ใช่”“แล้วให้ผมสรุปแบบไหนครับ?”“ระบุชัดเจนว่าใครแตะเอกสารของเลขา”เขาเน้นเสียง“และถ้ามีการลบไฟล์ทิ้งในระบบ ให้รายงานทันที”“ครับ! ผมจะทำเดี๋ยวนี้เลยครับ!”เมื่อวางสายอนาวินเอนหลังพิงเก้าอี้ดวงตาคมจ้องโต๊ะ นทีผ่านกระจกใสหน้าห้องสายตานั้นไม่ใช


![ผมไม่ได้ยั่ว เสี่ยต่างหากที่ห้ามใจไม่ได้[Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


![เกือบหอบลูกหนีเพราะสามีไม่รัก[PWP]-Omegaverse](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

