ログイン“ข้าไม่อยากรอเลย อิงฮั่ว...ขอให้ข้าได้เชยชมเจ้าสักนิดได้หรือไม่” มือซนล้วงเข้าไปในสาบเสื้อของนางบีบเคล้าคลึงเต้าอวบเป็นจังหวะ “ท่านอ๋อง...คนอยู่ข้างนอกมากมายนักเจ้าค่ะ” “ชิงชาง เจ้าไปปล่อยจินหลิวกับบ่าวไล่ออกไปจากตำหนักอุดร...นางจะไปที่ใดไม่รับรู้ แล้วใครอยู่ด้านนอก ออกไปให้หมด องค
เสวียตงซานกลับถึงตำหนักอุดร ที่มีกองทัพของท่านแม่ทัพว่านคอยดูแลความปลอดภัยอยู่ เขารู้จากชิงชางแล้วว่า พี่รองไปรบแทนตัวเขาที่บาดเจ็บ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้การรบเป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากถึงตำหนัก เมียรักของเขาก็เอาแต่บังคับให้เขากินยาและนอนหลับ จนกว่าแผลจะสมานดี และใช่เขาไม่ได้ร่วมรักกับนางเลยตล
“อื้อ...มันแน่นเกินไป...ถอนออกก่อน” ต่อให้นางเคยร่วมรักกับเขามานานแล้ว แต่ช่วงเวลาที่ห่างกันร่างกายของนางก็ไม่ชินกับเขาเหมือนเดิม “อ๊ะ...อดทนหน่อย...ข้าจะทำอย่างระวัง” อ๋องหนุ่มกัดฟันแน่น เขาแช่ตัวตนไว้ในกายของนาง ก่อนจะค่อย ๆ ขยับท่อนล่างให้เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า แต่ไม่ได้เบามากนัก ริมฝี
ร่างเปล่าเปลือยต่อหน้าบุรุษเช่นนี้ ไม่มองได้อย่างไรกัน ยิ่งเขาเห็นนางดังเห็นขนมหวานมาก่อน หากเป็นตอนที่ยังรักหวานชื่น เขาก็กลืนกินนางทุกคืนวัน “ไม่มองก็ได้...แต่ข้าจะกินเจ้า” เขาแทบรอให้พูดจบไม่ไหว ดึงร่างของนางให้นอนลง แล้วก้มหน้าชิดอกอุ่นของนาง ก่อนจะจูบเบา ๆ สร้างความรัญจวนใจให้กับหญิงสา
เมื่อเรียวลิ้นของเขาเข้ามาดูดกลืนนางอย่างย่ามใจ สองมือเล็กก็ร่วมมือกับเขาอย่างดี นางโหยหาเขา...! เป็นนานกว่าเขาจะถอนจุมพิตออกจากริมฝีปากนุ่มของนาง เท่านั้นยังไม่พอ เขายังบดขยี้ริมฝีปากของอิงฮั่วก่อนจะปล่อยให้เป็นอิสระ “หวานไม่เปลี่ยน” เขามองใบหน้าสวย ที่มีเพียงแสงจันทร์ด้า
“หากท่านอ๋องไม่ดื่ม วันนี้ก็นอนคนเดียวนะเพคะ” นางพูดลอย ๆ และมันได้ผลใบหน้าที่งอแงเหมือนเด็กเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นยิ้มพรายเป็นประกายทันที “เจ้าพูดจริงหรือไม่” นางไม่ตอบแต่พยักหน้าอย่างเดียวเท่านั้น และเขาก็ดึงนางเข้าไปกอดไว้แน่น “ท่านอ๋อง ปล่อยเพคะ คนอยู่กันเต็มห้อง”
น้ำเสียงของเขาทำนางเริ่มหวั่นใจ เพราะว่าน้อยครั้งเขาจะทำสีหน้าจริงจังเช่นนี้ “ท่านมีเรื่องอันใดปิดบังข้าใช่หรือไม่” นางคิดไว้แล้วว่าเขาต้องมีบางอย่างปิดบังนาง ภาวนาขอให้เป็นเรื่องไม่ได้กระทบกับนางมากเถิด “ใช่ข้ามีเรื่องที่ปิดบังเจ้าอยู่เรื่องฐานะของข้า” เขาค่อยๆพูดกับนาง ทั้งยังกระ
การเดินทางจากเมืองหลวงใช้เวลาร่วมสองวัน ก็มาถึงหูเป่ยโดยปลอดภัย ทั้งสามเลือกที่จะเดินทางไปยังหมู่บ้านหลงบุปผา ที่เป็นบ้านเดิมของผู้เป็นมารดาของหย่งเล่อก่อน ขณะที่รถม้าของทั้งสามกำลังเคลื่อนผ่านในเขตเมืองหูเป่ย ก็ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบเกี่ยวกับองค์ชายตำหนักบูรพา “เจ้ารู้หรือไม่ เฉิ
“หากท่านรักข้า ท่านก็ให้ผู้ใหญ่มาพูดคุยให้ถูกต้อง หากเท่าเอาแต่มาหลอกกินเต้าหู้ไปวันๆ เช่นนั้น ข้ามิยอมหรอก” นางไม่ยอมเป็นของเล่นคั่นเวลากับผู้ใด และหวังว่าเขาจะให้เกียรตินางบ้าง “รอข้าเถิด...” เรื่องนี้หนักใจนัก หากนางรู้ว่าเขาเป็นผู้ใดแล้ว ไม่รู้ว่านางอยากจะแต่งกับเขาอยู่หรือไม่ แต่เขาจะพ
เสียงจอแจในตรอกสี่จั้ง ซึ่งเป็นย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหูเป่ย ผู้คนในเมืองนี้ต่างขนของมาทำการค้าขายที่บริเวณนี้ ตลอดครึ่งวันสองฟากฝั่งเต็มไปด้วยของป่า เสื้อผ้าแพรพรรณชั้นดีจากเมืองต่างๆ ของพ่อค้าเร่ที่เที่ยวเร่ขายไปทั่ว ส่วนเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่เป็นของพื้นเมือง จะมีร้านสำหรับค้าขายเป็นสัดส







