LOGIN"ไนร่า"หญิงสาวธรรมดาลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตนเองอยู่ในร่างของ “ไนร่า” ตัวประกอบหญิงนิสัยร้ายกาจในนิยายโลกอสูรยุคหินที่มีชื่อเดียวกัน ยังไม่ทันตั้งสติ เธอก็ต้องวิ่งหนีฝูงช้างป่าที่กำลังไล่ล่า! ตามเนื้อเรื่องเดิม ไนร่าจะพาคนหลงทางจนตายหมด เหลือเพียงสามีอสูรทั้งสี่ที่รอดชีวิตกลับไปเป็นผู้ติดตามของนางเอกในอนาคต แต่อุตส่าห์ได้ชีวิตใหม่ทั้งที ใครจะยอมตายตามบทกันเล่า! ไนร่าจึงเปลี่ยนเส้นทาง พาคนเจ็บ เด็ก คนแก่ และผู้ถูกทอดทิ้งอีกสิบกว่าชีวิตหนีไปตั้งถิ่นฐานใหม่ พร้อมกับ “ระบบพัฒนาชีวิต” ที่มอบพื้นที่เก็บของ แปลงปลูกพืชพิเศษ และภารกิจยกระดับความเป็นอยู่ของผู้คน ปัญหาเดียวคือไนร่าคนเดิมเคยทารุณสามีอสูรทั้งสี่จนพวกเขาเกลียดเธอเข้ากระดูก อาเคล อสูรอินทรีผู้มีปีกบาดเจ็บ เซย์รัน อสูรงูขาวผู้ควบคุมพิษไม่ได้ คารัน อสูรเสือดำผู้มีแก่นวิญญาณไม่มั่นคง ลูเวน อสูรกระต่ายผู้ถูกดูแคลนว่าอ่อนแอ ในสายตาของทุกคนพวกเขาคือบุรุษไร้ค่าที่ไม่มีใครต้องการ แต่ไนร่ากลับค้นพบว่า คนทั้งสี่ไม่ได้ไร้ค่าเลยแม้แต่น้อย ชีวิตใหม่นี้เธอจะปกป้องพวกเขาเอง จะทำให้ทุกคนได้เห็นว่า สามีอสูรของเธอ ไม่มีผู้ใดคู่ควรกับคำว่าไร้ค่า!
View More“ปวดหัวชะมัด...”
ความเจ็บปวดแล่นจากท้ายทอยขึ้นมาจนศีรษะแทบระเบิด ไนร่าขมวดคิ้วแน่น ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือแสงแดดร้อนจัดเหนือแปลงข้าวโพด กล้าต้นเล็กที่ยังลงไม่หมด และภาพพื้นดินซึ่งเอียงวูบเข้าหาใบหน้า แต่กลิ่นที่สูดเข้าไปในเวลานี้กลับไม่ใช่กลิ่นดินชื้นในไร่ หากเป็นกลิ่นเลือด เหงื่อ หนังสัตว์ และควันไฟจาง ๆ ที่ลอยปะปนอยู่ท่ามกลางป่าดิบสูงเสียดฟ้า “นายหญิง ลุกขึ้นก่อน เร็วเข้า!” เสียงหวานละมุนของชายหนุ่มคนหนึ่งดังอยู่ข้างกาย มือเย็นสั่นเล็กน้อยเขย่าหัวไหล่เธอเบาๆ ไนร่าฝืนปรือตาขึ้น ภาพตรงหน้ายังพร่ามัว แต่เรือนผมสีขาวอมชมพูและหูกระต่ายยาวซึ่งตั้งชันอยู่บนศีรษะของเขากลับเด่นชัดสะดุดตาที่นี่คือที่ไหนกัน ทำไมคนถึงมีหูกระต่าย แล้ว ‘นายหญิง’ ที่เขาพูดถึงคือใครกัน
ไนร่าคิดอยู่ในใจ ก่อนจะปรือตาจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าที่มีหูกระต่ายบนศีรษะด้วยแววตาประหลาดใจ ใบหน้าของเขาอ่อนหวานชวนมอง ทว่าดวงตาสีชมพูอมทองกลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ผิวกายขาวซีด ขาขวามีเลือดไหลอาบ ลงมาจนเปื้อนหนังสัตว์ที่พันอยู่รอบน่อง
“ขาฉันเจ็บ อุ้มเธอไม่ไหวแล้วจริงๆ รีบลุกเถอะนะ แล้วเธอจะตีฉันทีหลังก็ได้” คำพูดและท่าทางของเขาทำให้ไนร่าชะงัก ตีเขาทีหลัง นี่หมายความว่าอย่างไรกัน
“เกิดอะไรขึ้น แล้วนายคือ...”
“เธออยากได้ขนของฉันใช่ไหม ฉันจะยอมถอนให้ทั้งหมดเลย ตอนนี้ช่วยลุกขึ้น วิ่งหนีได้ไหม” ถอนขนของเขา ไนร่าขมวดคิ้วแน่น ทำไมเธอต้องทำแบบนั้นด้วยกัน ทว่าเธอยังไม่ทันถามให้กระจ่าง ชายหูกระต่ายก็เม้มริมฝีปากแน่น ขอบตาเปียกชื้น ท่าทางของเขาดูอ่อนแอและบอบบาง แต่กลับยังฝืนคุกเข่าอยู่ข้างเธอ ไม่ยอมหนีเอาตัวรอดไปก่อนทั้งทีดูมีท่าทีหวาดกลัวและร้อนรน
“ขอร้องล่ะ นายหญิง...”
“ไม่ต้องไปขอร้องเธอ!” เสียงคำรามต่ำพลันดังแทรกขึ้น ไนร่ายังไม่ทันเงยหน้ามองเจ้าของเสียง วงแขนแข็งแกร่งของใครบางคนก็ตวัดรัดร่างของเธอ ก่อนจะยกเธอขึ้นนั่งบนท่อนแขนอย่างฉับไว
“ว้าย!...” ไนร่าร้องอย่างตกใจ กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทว่ายังไม่ทันตั้งสติ แรงลมก็ปะทะเข้าที่ใบหน้าของเธออย่างรุนแรง จนเธอต้องรีบตวัดแขนคล้องลำคออีกฝ่ายในทันที
“นายเป็นใคร ปล่อยฉันนะ!” เธอร้องบอกด้วยความตื่นตระหนก แต่ชายที่อุ้มเธอกลับไม่ตอบคำใด อีกทั้งยังไม่ลดความเร็วลงเลยสักนิด มือเรียวเกร็งกอดลำคอแกร่งของเขาแน่นมากขึ้น พลางหรี่ตามองสำรวจเขาอย่างยากลำบาก ผู้ชายคนนี้มีรูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง ผิวสีน้ำผึ้ง และเรือนผมดำที่ยุ่งเหยิงซึ่งขับให้ใบหน้าคมเข้มดูดุดันยิ่งขึ้น แต่ที่สะดุดตาที่สุดกลับเป็นหูเสือดำสองข้างซึ่งแนบลู่ไปทางด้านหลังตามแรงลม ดวงตาสีทองจับจ้องเส้นทางข้างหน้า โดยไม่ชายตามองเธอเลยแม้แต่น้อย
เคล้ง! เคล้ง! เสียงคล้ายเหล็กกระทบกันดังถี่ตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเขา เมื่อไนร่าก้มลงมองก็พบว่าข้อเท้าทั้งสองข้างของเขามีโซ่สีดำเส้นหนาพันอยู่ อีกทั้งโซ่หนาเส้นนั้นยังบาดเนื้อจนเกิดรอยเลือดไหลซึมเป็นทาง
“คารัน ระวังขาของนายด้วย” ชายหูกระต่ายกัดริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้น ขณะที่ลำตัวถูกแขนอีกข้างของชายหูเสือประคองไว้ “นายหญิง เธอช่วยปลดโซ่ตรวนให้คารันก่อนได้ไหม ฉันรับรองว่าเขาจะไม่ทำร้ายเธอ”
‘ปลดโซ่ตรวน’ นี่หมายความว่า คนที่ใส่โซ่ตรวนให้กับชายหูเสือผู้นี้คือเธอหรือ
ไนร่าหัวใจกระตุกวูบ มองที่ข้อเท้าของคารันซึ่งถูกโซ่ตรวนบาดเป็นแผลลึก แล้วเม้มริมฝีปากแน่น
“ไม่ต้องไปขอร้องเธอ!” คารันกล่าวเสียงต่ำ ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยความเกลียดชัง แต่เขาก็ยังอุ้มไนร่าแน่น สองเท้าที่บาดเจ็บวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
นี่มันเรื่องอะไรกัน เธออยู่ที่ไหน แล้วชายประหลาดสองคนคือใคร
............................................................................................................
แยกส่วนของนายไว้แล้ว... เพียงคำพูดสั้น ๆ ที่แสดงถึงความใส่ใจ กลับทำให้สองแก้มของคารันร้อนผ่าว สีแดงลามไปจนถึงใบหูไนร่ามองท่าทางเขินอายของเขาแล้วอดยิ้มกว้างไม่ได้ เธอหยิบเห็ดป่าที่เตรียมไว้ คลุกกับหญ้าหอมขาวและผลเพลิงอัคคีที่บุบพอแตก ก่อนยัดทั้งหมดเข้าไปในท้องปลา ทำเป็นปลาย่างไส้เห็ด จากนั้นจึงนำปลาแต่ละตัวเสียบเข้ากับไม้แหลมที่อาเคลเตรียมมาให้“ฉันช่วย” อาเคลเอ่ยสั้นๆ ก่อนย่อตัวลงข้างหญิงสาว ช่วยนำปลาเสียบเข้ากับไม้ทีละตัว“ขอบใจนะ อาเคล” คารันมองไนร่าที่เอ่ยขอบคุณอาเคลด้วยท่าทีสนิทสนม ในใจก็พลันรู้สึกไม่ยินยอมขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาย่อตัวลงนั่งข้างอีกคน ก่อนยื่นมือออกไป“เอามา ฉันก็จะช่วยด้วย” ไนร่ามองเขาเล็กน้อย ก่อนส่งปลาเสียบไม้หลายอันให้“อย่างนั้นนายเอาปลาพวกนี้ไปย่างก็แล้วกัน” คารันชะงัก“เธอให้ฉันย่างเนื้อสัตว์น้ำนี่หรือ” ตั้งแต่จำความได้ เรื่องย่างเนื้อเป็นสิ่งที่เพศผู้ทุกคนล้วนทำเป็น การที่ไนร่ามอบหมายงานง่ายๆ เช่นนี้ให้เขาทำ หรือว่าในใจของเธอคิดว่าเขาทำอย่างอื่นไม่เป็นกัน?ไนร่ามองแววตาที่แฝงความน้อยใจอยู่เล็ก ๆ ของคารันแล้วแทบหลุดหัวเราะ เธอขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่าย ก่อนเอ่
ไนร่าไม่ได้สนใจสีหน้าของผู้คนรอบตัว หลังจากแล่ส่วนก้างใหญ่ออกแล้ว เธอก็หั่นเนื้อปลาเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอคำ วางพักไว้บนใบไม้สะอาดจนกระทั่งน้ำในหม้อเริ่มเดือด เธอจึงหันไปหาลูเวน“ลูเวน เห็ดที่ฉันให้ฉีกได้หรือยัง”“ได้แล้ว” ลูเวนรีบส่งเห็ดที่ฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ ให้หญิงสาว“นายทำได้ดีมาก ขอบใจนะ” ไนร่ารับมาพร้อมเอ่ยชมเขาไปหนึ่งคำ ก่อนเทเห็ดทั้งหมดลงในหม้อทันทีลูเวนที่เพิ่งได้รับคำชมชะงักไปเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะรีบขยับเข้าไปใกล้หม้ออีกครั้ง“นายหญิง ทำไมต้องใส่เห็ดลงไปด้วย เราต้มแค่สัตว์น้ำ... เอ่อ ปลา อย่างเดียวไม่ได้หรือ”“ต้มแค่ปลาก็ได้” ไนร่าตอบ พลางใช้ทัพพีไม้กดเห็ดที่ลอยอยู่บนผิวน้ำลงเบาๆ “แต่ถ้าใส่เห็ดพวกนี้เพิ่ม นอกจากจะช่วยเพิ่มปริมาณอาหารแล้ว เห็ดพวกนี้ยังทำให้น้ำต้มมีรสหวานและกลมกล่อมขึ้นด้วย”ลูเวนพยักหน้าช้าๆ ดวงตาสีชมพูหวานจับจ้องหม้อหินตรงหน้าอย่างตั้งใจ ราวกับกลัวว่าจะพลาดรายละเอียดแม้แต่ขั้นตอนเดียวไป ซาลินเองก็ขยับเข้ามาใกล้อีกเล็กน้อย อาหารนี้หากเธอลองทำมูร็อกจะต้องชอบแน่ๆไม่นาน กลิ่นหอมของหญ้าหอมขาวก็เริ่มผสมเข้ากับกลิ่นหวานอ่อนๆ ของเห็ดที่กำลัง
“นายหญิงอยากให้ฉันช่วยอะไรบ้าง” ไนร่าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนรอยยิ้มจะค่อยๆ กว้างขึ้น เธอรู้ดีว่าลูเวนยังสงสัยและไม่เชื่อว่าปลากินได้ เช่นเดียวกับเซย์รัน ทว่าเขากลับไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านหรือโต้แย้ง กลับเลือกที่จะเชื่อใจเธอ และถามเพียงว่าตนเองสามารถช่วยอะไรได้บ้างความไว้วางใจเช่นนี้ทำให้หัวใจของไนร่าอุ่นวาบขึ้นอย่างไม่รู้ตัว“นายช่วยเอาหม้อหินใส่น้ำตั้งบนไฟให้ฉันหน่อยได้ไหม”“ได้” ลูเวนตอบรับ แล้วหันไปหยิบหม้อหินตั้งลงบนเตาที่เขาก่อเอาไว้ ก่อนจะเติมน้ำลงไปครึ่งหม้อ“อ้อ... หาไม้แหลมมาให้ฉันสักหลาย ๆ อันด้วย”“ฉันจะไปหาให้เอง” อาเคลเอ่ยอาสา ก่อนหมุนตัวเดินจากไปไนร่ามองตามชายหนุ่มทั้งสองที่เชื่อใจเธออย่างไม่ลังเล แล้วอดยิ้มกว้างออกมาไม่ได้ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปทางกองไฟคืนนี้... เธอจะทำให้ทุกคนเห็นว่า สัตว์น้ำที่พวกเขาเคยหวาดกลัวนั้น แท้จริงแล้วมีรสชาติอร่อยเพียงใดลูเวนรีบเดินไปยกหม้อหินใบหนึ่งมาวางบนเตา เติมน้ำสะอาดลงไปเกินครึ่งหม้อ แล้วเพิ่มฟืนเพื่อเร่งไฟให้แรงขึ้นขณะเดียวกัน ไนร่าก็นำปลาที่ทำความสะอาดแล้วมาวางเรียงบนแผ่นหินแบนข้างกองไฟ“นายหญิง ให้ฉันทำอะไรต่อดี” ลูเวนเดินกลับเข้าม
“อาเคล ครั้งนี้ฉันขี่หลังนายกลับได้หรือไม่”อาเคลชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีมรกตพลันเปล่งประกายยินดีอย่างปิดไม่มิด ในขณะที่เซย์รันมองหญิงสาวนิ่งด้วยความแปลกใจไนร่ามองปฏิกิริยาของอาเคลอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะตีความว่าเขาอาจไม่ยินดีให้เธอนั่งบนหลังกลับ จะเป็นเช่นนั้นก็ไม่แปลกนัก เพราะก่อนหน้านี้ร่างเดิมเคยทำเรื่องแย่ๆ กับเขาเอาไว้ไม่น้อยจริงๆ“หากไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ฉัน...”“ได้” คำตอบของอาเคลดังขึ้นแทบจะในทันทีที่เขาตั้งสติได้ ก่อนริมฝีปากซึ่งปกติมักนิ่งเฉยจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ อย่างปิดไม่มิดร่างสูงก้าวออกไปยังพื้นที่โล่ง กลายร่างเป็นอสูรอินทรีขนาดใหญ่ ขนสีเขียวแซมดำสะท้อนแสงยามเย็นเป็นประกาย ปีกกว้างกางออก แล้วค่อยๆ ลดลำตัวลงเพื่อให้ไนร่าขึ้นได้ง่ายหญิงสาวเดินเข้าไปลูบขนบริเวณแผ่นหลังของเขาเบาๆ พลางมองไปยังปีกซ้ายซึ่งก่อนหน้านี้เคยบาดเจ็บจนแทบไม่มีขน ทว่าตอนนี้กลับเต็มไปด้วยขนสีเขียวแซมดำเงางามชวนมอง“ปีกของนายไม่เจ็บแล้วใช่ไหม”อาเคลหันศีรษะกลับมา ก่อนเอ่ยตอบเสียงต่ำ“หายดีแล้ว นายหญิงไม่ต้องกังวล ฉันจะไม่ทำเธอตกอย่างแน่นอน”ไนร่าจึงพยักหน้าอย่างวางใจ ก่อนปีนขึ้นไปนั่งบนหลังของเขา แล้วใช





