Masuk"เมื่อนักเขียนทะลุมิติมาเข้าร่าง 'นางร้าย' ที่ตัวเองแต่ง... บทเน่าๆ พวกนี้ฉันขอรื้อเขียนใหม่เอง!" เมื่อ 'หลินซี' นักเขียนนิยายชื่อดังทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของ 'เจียงลี่อิง' นางร้ายเบอร์หนึ่งจากปลายนิ้วของเธอเอง ลืมตาตื่นมาเธอก็ต้องเผชิญกับ 'นรก' ในชีวิตจริง สามีอย่าง 'ฟู่อวี่เฉิน' รังเกียจเธอเข้าไส้ ลูกสาวตัวน้อยอย่าง 'จื่อหาน' หวาดกลัวเธอจนตัวสั่น แถมยังมีนางเอกจอมปลอมอย่าง 'ไป๋ลู่หลิน' คอยวางแผนกำจัดเธอไปให้พ้นทาง! ในโลกที่ทุกคนตราหน้าว่าเธอคือ 'ขยะ' หลินซีต้องงัดทุกทักษะการวางพล็อตมาใช้เพื่อเอาตัวรอด เธอต้องเปลี่ยนตัวเองจากคุณแม่ใจยักษ์เป็นที่รักของลูกสาว และกระชากหน้ากากนางเอกใสซื่อให้หลุดออก แต่ยิ่งเธอพยายามจะถอยห่างเพื่อขอใบหย่า... สามีตัวดีที่เคยเย็นชากลับเริ่มทำตัวแปลกๆ "คุณฟู่คะ ไหนบอกว่าเกลียดฉันไง?" "นั่นมันพล็อตเก่า... ตอนนี้ฉันกำลังอยากเขียนบทใหม่ที่มีแค่เธอกับลูก" นามปากกานักเขียน : ยี่สิบห้าเมษา ฯ.
Lihat lebih banyakเสียงอื้ออึงรอบข้างดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงพิมพ์ดีดที่เธอคุ้นเคย และไม่ใช่เสียงฝนโปรยปรายนอกหน้าต่างคอนโด แต่มันคือเสียงก่นด่า เสียงหัวเราะเยาะ และเสียงกล้องชัตเตอร์ที่ระรัวใส่หน้าจนพร่ามัว
“เจียงลี่อิง! เธอมันบ้าไปแล้วเหรอ! กล้าดียังไงมาอาละวาดในงานประมูลการกุศลแบบนี้!” แรงผลักมหาศาลทำให้ร่างของเธอกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะบุฟเฟต์จนไวน์แดงหกเลอะชุดราตรีสีขาวราคาแพง หลินซีสะดุ้งสุดตัว ความเจ็บปวดที่สีข้างบอกเธอว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เธอเงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้าด้วยอาการมึนงง ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าคมเข้มราวกับรูปสลัก ทว่านัยน์ตากลับเย็นชาจนน่าขนลุก เขากำลังยืนเอาตัวบังผู้หญิงร่างบางคนหนึ่งที่กำลังบีบน้ำตาอยู่ข้างหลังเขา เดี๋ยวนะ... ใบหน้าแบบนี้... ชุดแบบนี้... “ฟู่อวี่เฉิน?” หลินซีอุทานออกมาเบาๆ “อย่ามาเรียกชื่อฉันด้วยปากสกปรกของเธอ!” ชายหนุ่มตวาด เสียงของเขาทรงพลังจนคนทั้งงานเงียบกริบ “เธอประกาศต่อหน้าทุกคนว่าฉันกับลู่หลินลอบเป็นชู้กัน ทั้งที่ลู่หลินแค่เอาเอกสารสัญญามาส่งให้ฉัน เจียงลี่อิง... ความหึงหวงไร้สติของเธอมันทำลายทุกอย่าง แม้แต่เกียรติของตัวเธอเอง!” หลินซีใจหายวาบ สมองที่เป็นนักเขียนมาทั้งชีวิตประมวลผลอย่างรวดเร็ว ชื่อตัวละครเหล่านี้ ฉากงานเลี้ยงการกุศลที่นางร้ายมาชี้หน้าด่านางเอกว่าหน้าด้านแย่งสามีคนอื่น... นี่มันนิยายเรื่อง ‘บ่วงรักประธานร้าย’ ที่เธอเพิ่งปั่นต้นฉบับตอนจบไปเมื่อคืนชัดๆ! เราทะลุมิติเข้ามางั้นเหรอ? แล้วดันมาอยู่ในร่างของ ‘เจียงลี่อิง’ นางร้ายที่คนอ่านเกลียดที่สุดในรอบปี! “ลี่อิงคะ... ฉันกับคุณอวี่เฉินไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ นะคะ อย่าเข้าใจผิดเลย” ไป๋ลู่หลิน—นางเอกในคราบนักบุญที่หลินซีเป็นคนเขียนบทให้เองกับมือ—ก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมหยดน้ำตาใสๆ “ถ้าคุณไม่พอใจฉัน ฉันยอมลาออกจากบริษัทก็ได้ค่ะ แต่อย่าทำแบบนี้เลย จื่อหานจะรู้สึกยังไงถ้าเห็นคุณแม่เป็นแบบนี้...” คำว่า ‘จื่อหาน’ เหมือนค้อนหนักๆ ที่ทุบลงบนกลางใจหลินซี ในฐานะคนเขียน เธอรู้ดีว่าตอนนี้ในใจของลูกสาววัย 7 ปีที่รออยู่บ้านนั้นพังทลายแค่ไหนที่ต้องมีแม่แบบนี้ “เงียบซะ...” หลินซีพูดขึ้นมาน้ำเสียงเรียบราบ “เธอว่าไงนะ!” ฟู่อวี่เฉินขมวดคิ้ว เขาเตรียมรับมือกับการกรีดร้องโวยวายหรือการปาแก้วไวน์ใส่หน้าเหมือนทุกครั้ง แต่สิ่งที่เขาเห็นคือแววตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่แววตาของคนคุ้มคลั่ง แต่มันคือแววตาของคนที่กำลังวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็น หลินซียืนขึ้นอย่างมั่นคง เธอไม่สนคราบไวน์ที่เลอะอยู่บนอกเสื้อ เธอหยิบกระดาษทิชชู่บนโต๊ะขึ้นมาเช็ดมือช้าๆ ก่อนจะมองไปที่ไป๋ลู่หลิน “ฉันบอกให้เธอเงียบ... ไป๋ลู่หลิน” หลินซีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางเอกที่เธอเคยสร้างมา “บทละครบีบน้ำตาของเธอเก็บไว้ใช้ตอนแสดงหนังเถอะ ส่วนคุณ... ฟู่อวี่เฉิน” เธอหันไปหาชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีตามกฎหมาย “ถ้าคุณคิดว่าเกียรติของคุณสำคัญนัก ก็พานางเอกของคุณออกไปจากตรงนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะ ‘ไร้สติ’ ขึ้นมาจริงๆ จนทำให้หุ้นบริษัทคุณร่วงยิ่งกว่านี้” ฟู่อวี่เฉินชะงักไปครู่หนึ่ง ความเงียบสงบที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นของเจียงลี่อิงทำให้เขาทำตัวไม่ถูก “กลับบ้านไปซะเจียงลี่อิง แล้วอย่าให้ฉันเห็นหน้าเธออีกในคืนนี้!” เขาพูดลอดไรฟันก่อนจะคว้าข้อมือไป๋ลู่หลินเดินเลี่ยงออกไปท่ามกลางเสียงซุบซิบ หลินซีถอนหายใจยาว เธอเดินออกจากงานโดยไม่สนใจสายตาเหยียดหยามของผู้คน เมื่อขึ้นมานั่งบนรถลีมูซีนส่วนตัวของตระกูลฟู่ เธอก็แทบจะทรุดลงกับเบาะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน... ฉันคือหลินซี นักเขียนนิยายมือทองนะ ทำไมต้องมาติดอยู่ในร่างยัยผู้หญิงประสาทเสียคนนี้ด้วย? เธอยกมือขึ้นกุมขมับ พยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ ในนิยายที่เธอเขียน หลังจากเหตุการณ์ในงานเลี้ยงวันนี้ เจียงลี่อิงจะกลับไปอาละวาดใส่ลูกสาวที่บ้านจนจื่อหานร้องไห้แทบขาดใจ และนั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้จื่อหานเกลียดแม่ตัวเองจนยอมทำตามแผนการของไป๋ลู่หลินในอนาคต ไม่ได้... ฉันจะปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้ เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลฟู่ หลินซีก้าวลงจากรถด้วยหัวใจที่เต้นรัว เธอเดินผ่านห้องโถงที่หรูหราแต่เงียบเหงาราวกับป่าช้า จนกระทั่งถึงหน้าห้องนอนเล็กๆ ห้องหนึ่ง เธอแง้มประตูเข้าไป เห็นร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงคนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง ดวงตาที่กลมโตเหมือนฟู่อวี่เฉินนั้นบวมช้ำจากการร้องไห้ ในมือของเด็กน้อยถือรูปถ่ายครอบครัวที่มีเพียงฟู่อวี่เฉินและเธอ... ที่หน้าของเจียงลี่อิงถูกขีดฆ่าด้วยสีเมจิกดำสนิท “จื่อหาน...” หลินซีเรียกชื่อเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ เด็กหญิงสะดุ้งตัวโยน เธอรีบซ่อนรูปถ่ายไว้ข้างหลัง แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและชิงชัง “ออกไป! หนูไม่อยากเจอคุณแม่! คุณแม่ใจร้าย! คุณแม่ทำให้คุณพ่อโกรธ!” จื่อหานตะโกนใส่เธอพร้อมน้ำตาที่ร่วงเผาะ หลินซีรู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงที่อก เธอรู้ดีว่าความผิดทั้งหมดนี้เกิดจากตัวละครที่เธอสร้างขึ้นมาให้ร้ายกาจ แต่วันนี้เธอไม่ใช่แค่คนเขียนอีกต่อไป เธอคือคนที่ต้องรับผิดชอบชีวิตเด็กคนนี้ “แม่รู้ว่าแม่ใจร้าย...” หลินซีเดินเข้าไปหาช้าๆ ทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าลูกสาว “แต่ตั้งแต่วินาทีนี้ไป... แม่จะไม่ยอมให้ใครมาทำให้หนูเสียใจอีก แม้แต่ตัวแม่เอง” จื่อหานมองแม่ของตนด้วยความไม่ไว้วางใจ “คุณแม่โกหก! น้าลู่หลินบอกว่าคุณแม่เกลียดหนู คุณแม่ไม่อยากให้หนูเกิดมา!” หลินซีกำหมัดแน่นในใจ ไป๋ลู่หลิน... ยัยนางเอกจอมปลอม ฉันเขียนบทให้เธอร้ายลึกขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย! เธอไม่ได้แก้ตัว แต่กลับเอื้อมมือไปคว้ามือเล็กๆ ที่สั่นเทาของจื่อหานมากุมไว้ “แม่เปลี่ยนนิยายไม่ได้... แต่แม่เปลี่ยนความจริงได้ จื่อหาน ให้โอกาสคนบ้าคนนี้สักครั้งได้ไหม?” เด็กน้อยนิ่งเงียบ แววตาสับสนระหว่างความรักที่โหยหากับความแค้นที่สั่งสมมานาน หลินซีรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องเผชิญกับสามีที่เกลียดชัง นางเอกที่คอยปั่นประสาท และลูกสาวที่หัวใจปิดตาย เอาเถอะ ในเมื่อสวรรค์ส่งนักเขียนอย่างฉันมาอยู่ในนิยายตัวเองแล้ว... ฉันก็จะขอ ‘รีไรท์’ ชีวิตยัยนางร้ายคนนี้ให้ดูใหม่เอง!สามปีผ่านไป...ภายในคฤหาสน์ตระกูลฟู่ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ห้องทำงานของหลินซีถูกขยายให้กว้างขึ้นเพื่อรองรับสมาชิกตัวน้อยที่มักจะแอบเข้ามา "ป่วน" งานเขียนของเธอเสมอ"คุณแม่คะ... จื่อเฉิน แอบเอาปากกาคุณแม่ไปวาดรูปบนพื้นอีกแล้วค่ะ!" เสียงใสๆ ของ จื่อหาน ในวัยสิบขวบดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กๆ ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งนำหน้าเด็กชายตัวป้อมผิวขาวจัดที่กำลังถือปากกาหมึกซึมด้ามหรูแกว่งไปมาอย่างสนุกสนานฟู่ จื่อเฉิน ลูกชายวัยสองขวบครึ่งที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากฟู่อวี่เฉินราวกับพิมพ์เดียวกัน โดยเฉพาะดวงตาคมกริบแต่กลับแฝงความซุกซนตามวัย เขาเดินเตาะแตะเข้ามาหาหลินซีที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน พลางส่งยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่เล็กๆ"แมมม่... วาดรูป!" จื่อเฉินชูผลงานบนมือที่เลอะคราบหมึกให้ดูหลินซีหัวเราะอย่างเอ็นดู เธออุ้มลูกชายขึ้นมานั่งบนตักพลางหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดมือให้ "จื่อเฉินครับ ปากกานี่เอาไว้เขียนนิยายหาค่าขนมให้เรานะลูก ไม่ได้เอาไว้วาดพื้น""คุณพ่อบอกว่า... ถ้าจื่อเฉินอยากวาดรูป คุณพ่อจะสร้างสตูดิโอให้ใหม่ที่ข้างห้องทำงานคุณแม่ค่ะ" จื่อหานฟ้องพลางเดินมานวดไหล่ให้หลินซีอย่างประจบ "คุณพ
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งปี นิยายของหลินซีถูกแปลไปหลายภาษาและกวาดรางวัลระดับนานาชาติมากมาย แต่สำหรับเธอ รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่ถ้วยเกียรติยศ แต่มันคือเสียงหัวเราะที่ดังก้องอยู่ในบ้านตระกูลฟู่ทุกเช้าเย็นวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานใหม่ของทั้งคู่ ฟู่อวี่เฉินดูมีความลับบางอย่างที่ปิดบังเธอไว้ตลอดทั้งวัน เขาแกล้งบอกว่ามีประชุมด่วนจนกลับค่ำ ทิ้งให้หลินซีนั่งอยู่กับจื่อหานที่สวนหลังบ้าน“คุณแม่คะ... วันนี้คุณพ่อแปลกๆ เนอะ” จื่อหานในวัยที่โตขึ้นและดูสดใสสมวัย เอ่ยขึ้นพลางช่วยหลินซีรดน้ำดอกกุหลาบที่เพิ่งปลูกใหม่“นั่นสิจ๊ะ แต่ไม่เป็นไรหรอก พ่อเขาคงยุ่งจริงๆ” หลินซียิ้ม แม้ในใจจะแอบลุ้นว่าสามีจอมวางแผนจะมีเซอร์ไพรส์อะไรหรือเปล่าเมื่อตะวันตกดิน ฟู่อวี่เฉินก็กลับมาพร้อมกับจดหมายสีนวลฉบับหนึ่ง เขาไม่ได้พาเธอไปร้านอาหารหรู แต่พาเธอขึ้นไปบนดาดฟ้าของคฤหาสน์ที่ถูกจัดเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว มีเพียงโต๊ะอาหารเล็กๆ และแสงดาวที่ระยิบระยับอยู่เบื้องบน“สุขสันต์วันครบรอบครับ... ที่รัก” ฟู่อวี่เฉินยื่นกล่องของขวัญเล็กๆ ให้เธอเมื่อหลินซีเปิดออก เธอพบว่ามันไม่ใช่เครื่องประดับราคาแพง แต่มันคือ ‘ปากกาหมึกซึมสล
หกเดือนผ่านไป...บาดแผลทางกายของหลินซีจางลงเหลือเพียงรอยจางๆ ที่เตือนใจถึงความกล้าหาญ แต่สิ่งที่ผลิบานขึ้นอย่างเต็มที่คือชีวิตใหม่ในฐานะนักเขียนผู้โด่งดัง นิยายเรื่อง ‘รอยแค้นพันธะทมิฬ’ ที่เธอเขียนจากเค้าโครงชีวิตตัวเอง (ในฉบับที่ปรับปรุงใหม่) กลายเป็นหนังสือขายดีระดับประเทศ และกำลังจะถูกสร้างเป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์ในงานเปิดตัวนิยายเล่มใหม่ ณ หอประชุมหรูใจกลางเมือง หลินซีปรากฏตัวในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้ม เรียบหรูและสง่างาม เธอไม่ได้เป็นเพียง "เมียประธานฟู่" อีกต่อไป แต่เธอคือ ‘ยี่สิบห้าเมษา ฯ.’ นักเขียนหญิงที่ครองใจผู้อ่านทั้งประเทศ"มีคนถามเยอะมากค่ะว่า ทำไมตอนจบของนางร้ายในเรื่องถึงได้รับโอกาสให้เริ่มใหม่" หลินซีตอบคำถามนักข่าวบนเวทีด้วยรอยยิ้ม "เพราะฉันเชื่อว่า ไม่มีใครเกิดมาเพื่อเป็นตัวร้ายตลอดไปหรอกค่ะ ถ้าวันหนึ่งเราได้รับความรักที่มากพอ เราทุกคนก็อยากจะเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อใครสักคนทั้งนั้น"ที่ข้างเวที ฟู่อวี่เฉินในชุดสูทเนี้ยบยืนกอดอกมองภรรยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ในอ้อมแขนของเขามีจื่อหานที่สวมชุดเดรสเข้าชุดกับคุณแม่ เด็กน้อยถือช่อดอกไม้ลิลลี่สีขาวรอแสดงความยินดีเมื่อจ
กลิ่นยาฆ่าเชื้อและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอในห้องพักฟื้นพิเศษไม่ได้ช่วยให้จิตใจของหลินซีสงบลง ความเจ็บปวดจากแผลไฟลวกที่หัวไหล่ยังคงแผ่ซ่าน แต่ความรู้สึกประหลาดที่รบกวนจิตใจเธอมากที่สุดคือความเงียบงันในโสตประสาทที่คล้ายกับว่าเธอกำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นในคืนนั้น ขณะที่ฟู่อวี่เฉินเอนกายหลับอยู่ที่โซฟาข้างเตียง และจื่อหานหลับสนิทอยู่ในอ้อมกอดของตุ๊กตากระต่ายที่แม่ซ่อมให้ หลินซีก็รู้สึกเหมือนร่างของเธอกำลังเบาหวิวและถูกดึงเข้าไปในพื้นที่สีขาวโพลนที่ไร้ก้นบึ้ง“คุณมาจนได้นะ...” เสียงหวานที่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าดังขึ้นหลินซีหันไปมอง และต้องชะงักเมื่อพบกับหญิงสาวที่หน้าตาเหมือนเธอทุกประการ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับดูเศร้าหมองและเปราะบางกว่ามาก เธอสวมชุดราตรีสีแดงเพลิงที่เลอะคราบไวน์... ชุดในวันแรกที่หลินซีทะลุมิติมา“เจียงลี่อิง?” หลินซีอุทาน“ใช่... ฉันเอง เจียงลี่อิงคนโง่ที่ทำลายทุกอย่างด้วยมือของตัวเอง” วิญญาณของเจ้าของร่างเดิมยิ้มเศร้า “ฉันขอบใจเธอนะหลินซี... ขอบใจที่เธอทำในสิ่งที่ฉันไม่เคยมีรอยหยักในสมองจะคิดทำได้ ขอบใจที่เธอรักจื่อหาน... แทนคนอย่างฉัน”หลินซีมองเห็นภาพเหตุก

















