ทะลุมิติมาเป็นนางร้ายที่ทุกคนสาป!

ทะลุมิติมาเป็นนางร้ายที่ทุกคนสาป!

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-25
โดย:  ยี่สิบห้าเมษา ฯ.ยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
21บท
278views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

"เมื่อนักเขียนทะลุมิติมาเข้าร่าง 'นางร้าย' ที่ตัวเองแต่ง... บทเน่าๆ พวกนี้ฉันขอรื้อเขียนใหม่เอง!" เมื่อ 'หลินซี' นักเขียนนิยายชื่อดังทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของ 'เจียงลี่อิง' นางร้ายเบอร์หนึ่งจากปลายนิ้วของเธอเอง ลืมตาตื่นมาเธอก็ต้องเผชิญกับ 'นรก' ในชีวิตจริง สามีอย่าง 'ฟู่อวี่เฉิน' รังเกียจเธอเข้าไส้ ลูกสาวตัวน้อยอย่าง 'จื่อหาน' หวาดกลัวเธอจนตัวสั่น แถมยังมีนางเอกจอมปลอมอย่าง 'ไป๋ลู่หลิน' คอยวางแผนกำจัดเธอไปให้พ้นทาง! ในโลกที่ทุกคนตราหน้าว่าเธอคือ 'ขยะ' หลินซีต้องงัดทุกทักษะการวางพล็อตมาใช้เพื่อเอาตัวรอด เธอต้องเปลี่ยนตัวเองจากคุณแม่ใจยักษ์เป็นที่รักของลูกสาว และกระชากหน้ากากนางเอกใสซื่อให้หลุดออก แต่ยิ่งเธอพยายามจะถอยห่างเพื่อขอใบหย่า... สามีตัวดีที่เคยเย็นชากลับเริ่มทำตัวแปลกๆ "คุณฟู่คะ ไหนบอกว่าเกลียดฉันไง?" "นั่นมันพล็อตเก่า... ตอนนี้ฉันกำลังอยากเขียนบทใหม่ที่มีแค่เธอกับลูก" นามปากกานักเขียน : ยี่สิบห้าเมษา ฯ.

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ตอนที่ 1 จุดจบนักเขียนและจุดเริ่มต้นตัวร้าย

เสียงอื้ออึงรอบข้างดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงพิมพ์ดีดที่เธอคุ้นเคย และไม่ใช่เสียงฝนโปรยปรายนอกหน้าต่างคอนโด แต่มันคือเสียงก่นด่า เสียงหัวเราะเยาะ และเสียงกล้องชัตเตอร์ที่ระรัวใส่หน้าจนพร่ามัว

“เจียงลี่อิง! เธอมันบ้าไปแล้วเหรอ! กล้าดียังไงมาอาละวาดในงานประมูลการกุศลแบบนี้!”

แรงผลักมหาศาลทำให้ร่างของเธอกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะบุฟเฟต์จนไวน์แดงหกเลอะชุดราตรีสีขาวราคาแพง หลินซีสะดุ้งสุดตัว ความเจ็บปวดที่สีข้างบอกเธอว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เธอเงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้าด้วยอาการมึนงง

ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าคมเข้มราวกับรูปสลัก ทว่านัยน์ตากลับเย็นชาจนน่าขนลุก เขากำลังยืนเอาตัวบังผู้หญิงร่างบางคนหนึ่งที่กำลังบีบน้ำตาอยู่ข้างหลังเขา

เดี๋ยวนะ... ใบหน้าแบบนี้... ชุดแบบนี้... “ฟู่อวี่เฉิน?” หลินซีอุทานออกมาเบาๆ

“อย่ามาเรียกชื่อฉันด้วยปากสกปรกของเธอ!” ชายหนุ่มตวาด เสียงของเขาทรงพลังจนคนทั้งงานเงียบกริบ “เธอประกาศต่อหน้าทุกคนว่าฉันกับลู่หลินลอบเป็นชู้กัน ทั้งที่ลู่หลินแค่เอาเอกสารสัญญามาส่งให้ฉัน เจียงลี่อิง... ความหึงหวงไร้สติของเธอมันทำลายทุกอย่าง แม้แต่เกียรติของตัวเธอเอง!”

หลินซีใจหายวาบ สมองที่เป็นนักเขียนมาทั้งชีวิตประมวลผลอย่างรวดเร็ว ชื่อตัวละครเหล่านี้ ฉากงานเลี้ยงการกุศลที่นางร้ายมาชี้หน้าด่านางเอกว่าหน้าด้านแย่งสามีคนอื่น... นี่มันนิยายเรื่อง ‘บ่วงรักประธานร้าย’ ที่เธอเพิ่งปั่นต้นฉบับตอนจบไปเมื่อคืนชัดๆ!

เราทะลุมิติเข้ามางั้นเหรอ? แล้วดันมาอยู่ในร่างของ ‘เจียงลี่อิง’ นางร้ายที่คนอ่านเกลียดที่สุดในรอบปี!

“ลี่อิงคะ... ฉันกับคุณอวี่เฉินไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ นะคะ อย่าเข้าใจผิดเลย” ไป๋ลู่หลิน—นางเอกในคราบนักบุญที่หลินซีเป็นคนเขียนบทให้เองกับมือ—ก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมหยดน้ำตาใสๆ “ถ้าคุณไม่พอใจฉัน ฉันยอมลาออกจากบริษัทก็ได้ค่ะ แต่อย่าทำแบบนี้เลย จื่อหานจะรู้สึกยังไงถ้าเห็นคุณแม่เป็นแบบนี้...”

คำว่า ‘จื่อหาน’ เหมือนค้อนหนักๆ ที่ทุบลงบนกลางใจหลินซี ในฐานะคนเขียน เธอรู้ดีว่าตอนนี้ในใจของลูกสาววัย 7 ปีที่รออยู่บ้านนั้นพังทลายแค่ไหนที่ต้องมีแม่แบบนี้

“เงียบซะ...” หลินซีพูดขึ้นมาน้ำเสียงเรียบราบ

“เธอว่าไงนะ!” ฟู่อวี่เฉินขมวดคิ้ว เขาเตรียมรับมือกับการกรีดร้องโวยวายหรือการปาแก้วไวน์ใส่หน้าเหมือนทุกครั้ง แต่สิ่งที่เขาเห็นคือแววตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่แววตาของคนคุ้มคลั่ง แต่มันคือแววตาของคนที่กำลังวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็น

หลินซียืนขึ้นอย่างมั่นคง เธอไม่สนคราบไวน์ที่เลอะอยู่บนอกเสื้อ เธอหยิบกระดาษทิชชู่บนโต๊ะขึ้นมาเช็ดมือช้าๆ ก่อนจะมองไปที่ไป๋ลู่หลิน

“ฉันบอกให้เธอเงียบ... ไป๋ลู่หลิน” หลินซีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางเอกที่เธอเคยสร้างมา “บทละครบีบน้ำตาของเธอเก็บไว้ใช้ตอนแสดงหนังเถอะ ส่วนคุณ... ฟู่อวี่เฉิน”

เธอหันไปหาชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีตามกฎหมาย

“ถ้าคุณคิดว่าเกียรติของคุณสำคัญนัก ก็พานางเอกของคุณออกไปจากตรงนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะ ‘ไร้สติ’ ขึ้นมาจริงๆ จนทำให้หุ้นบริษัทคุณร่วงยิ่งกว่านี้”

ฟู่อวี่เฉินชะงักไปครู่หนึ่ง ความเงียบสงบที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นของเจียงลี่อิงทำให้เขาทำตัวไม่ถูก

“กลับบ้านไปซะเจียงลี่อิง แล้วอย่าให้ฉันเห็นหน้าเธออีกในคืนนี้!” เขาพูดลอดไรฟันก่อนจะคว้าข้อมือไป๋ลู่หลินเดินเลี่ยงออกไปท่ามกลางเสียงซุบซิบ

หลินซีถอนหายใจยาว เธอเดินออกจากงานโดยไม่สนใจสายตาเหยียดหยามของผู้คน เมื่อขึ้นมานั่งบนรถลีมูซีนส่วนตัวของตระกูลฟู่ เธอก็แทบจะทรุดลงกับเบาะ

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน... ฉันคือหลินซี นักเขียนนิยายมือทองนะ ทำไมต้องมาติดอยู่ในร่างยัยผู้หญิงประสาทเสียคนนี้ด้วย? เธอยกมือขึ้นกุมขมับ พยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ ในนิยายที่เธอเขียน หลังจากเหตุการณ์ในงานเลี้ยงวันนี้ เจียงลี่อิงจะกลับไปอาละวาดใส่ลูกสาวที่บ้านจนจื่อหานร้องไห้แทบขาดใจ และนั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้จื่อหานเกลียดแม่ตัวเองจนยอมทำตามแผนการของไป๋ลู่หลินในอนาคต

ไม่ได้... ฉันจะปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้

เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลฟู่ หลินซีก้าวลงจากรถด้วยหัวใจที่เต้นรัว เธอเดินผ่านห้องโถงที่หรูหราแต่เงียบเหงาราวกับป่าช้า จนกระทั่งถึงหน้าห้องนอนเล็กๆ ห้องหนึ่ง

เธอแง้มประตูเข้าไป เห็นร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงคนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง ดวงตาที่กลมโตเหมือนฟู่อวี่เฉินนั้นบวมช้ำจากการร้องไห้ ในมือของเด็กน้อยถือรูปถ่ายครอบครัวที่มีเพียงฟู่อวี่เฉินและเธอ... ที่หน้าของเจียงลี่อิงถูกขีดฆ่าด้วยสีเมจิกดำสนิท

“จื่อหาน...” หลินซีเรียกชื่อเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้

เด็กหญิงสะดุ้งตัวโยน เธอรีบซ่อนรูปถ่ายไว้ข้างหลัง แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและชิงชัง

“ออกไป! หนูไม่อยากเจอคุณแม่! คุณแม่ใจร้าย! คุณแม่ทำให้คุณพ่อโกรธ!” จื่อหานตะโกนใส่เธอพร้อมน้ำตาที่ร่วงเผาะ

หลินซีรู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงที่อก เธอรู้ดีว่าความผิดทั้งหมดนี้เกิดจากตัวละครที่เธอสร้างขึ้นมาให้ร้ายกาจ แต่วันนี้เธอไม่ใช่แค่คนเขียนอีกต่อไป เธอคือคนที่ต้องรับผิดชอบชีวิตเด็กคนนี้

“แม่รู้ว่าแม่ใจร้าย...” หลินซีเดินเข้าไปหาช้าๆ ทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าลูกสาว “แต่ตั้งแต่วินาทีนี้ไป... แม่จะไม่ยอมให้ใครมาทำให้หนูเสียใจอีก แม้แต่ตัวแม่เอง”

จื่อหานมองแม่ของตนด้วยความไม่ไว้วางใจ “คุณแม่โกหก! น้าลู่หลินบอกว่าคุณแม่เกลียดหนู คุณแม่ไม่อยากให้หนูเกิดมา!”

หลินซีกำหมัดแน่นในใจ ไป๋ลู่หลิน... ยัยนางเอกจอมปลอม ฉันเขียนบทให้เธอร้ายลึกขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!

เธอไม่ได้แก้ตัว แต่กลับเอื้อมมือไปคว้ามือเล็กๆ ที่สั่นเทาของจื่อหานมากุมไว้

“แม่เปลี่ยนนิยายไม่ได้... แต่แม่เปลี่ยนความจริงได้ จื่อหาน ให้โอกาสคนบ้าคนนี้สักครั้งได้ไหม?”

เด็กน้อยนิ่งเงียบ แววตาสับสนระหว่างความรักที่โหยหากับความแค้นที่สั่งสมมานาน หลินซีรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องเผชิญกับสามีที่เกลียดชัง นางเอกที่คอยปั่นประสาท และลูกสาวที่หัวใจปิดตาย

เอาเถอะ ในเมื่อสวรรค์ส่งนักเขียนอย่างฉันมาอยู่ในนิยายตัวเองแล้ว... ฉันก็จะขอ ‘รีไรท์’ ชีวิตยัยนางร้ายคนนี้ให้ดูใหม่เอง!

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
21
ตอนที่ 1 จุดจบนักเขียนและจุดเริ่มต้นตัวร้าย
เสียงอื้ออึงรอบข้างดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงพิมพ์ดีดที่เธอคุ้นเคย และไม่ใช่เสียงฝนโปรยปรายนอกหน้าต่างคอนโด แต่มันคือเสียงก่นด่า เสียงหัวเราะเยาะ และเสียงกล้องชัตเตอร์ที่ระรัวใส่หน้าจนพร่ามัว“เจียงลี่อิง! เธอมันบ้าไปแล้วเหรอ! กล้าดียังไงมาอาละวาดในงานประมูลการกุศลแบบนี้!”แรงผลักมหาศาลทำให้ร่างของเธอกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะบุฟเฟต์จนไวน์แดงหกเลอะชุดราตรีสีขาวราคาแพง หลินซีสะดุ้งสุดตัว ความเจ็บปวดที่สีข้างบอกเธอว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เธอเงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้าด้วยอาการมึนงงชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าคมเข้มราวกับรูปสลัก ทว่านัยน์ตากลับเย็นชาจนน่าขนลุก เขากำลังยืนเอาตัวบังผู้หญิงร่างบางคนหนึ่งที่กำลังบีบน้ำตาอยู่ข้างหลังเขาเดี๋ยวนะ... ใบหน้าแบบนี้... ชุดแบบนี้... “ฟู่อวี่เฉิน?” หลินซีอุทานออกมาเบาๆ“อย่ามาเรียกชื่อฉันด้วยปากสกปรกของเธอ!” ชายหนุ่มตวาด เสียงของเขาทรงพลังจนคนทั้งงานเงียบกริบ “เธอประกาศต่อหน้าทุกคนว่าฉันกับลู่หลินลอบเป็นชู้กัน ทั้งที่ลู่หลินแค่เอาเอกสารสัญญามาส่งให้ฉัน เจียงลี่อิง... ความหึงหวงไร้สติของเธอมันทำลายทุกอย่าง แม้แต่เกียรติของตัวเธอเอง!”หลินซีใจหายว
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 2 บ้านพี่ไม่ใช่รังนอน
ความเงียบในห้องนอนของจื่อหานน่าอึดอัดยิ่งกว่าเสียงตะโกนด่าทอในงานเลี้ยง หลินซีมองดูเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่พยายามสะบัดมือหนีจากการกุมของเธอ จื่อหานถอยร่นไปจนชิดหัวเตียง แววตาที่มองมานั้นไม่มีร่องรอยของความผูกพัน มีเพียงความระแวดระวังเหมือนมองสัตว์ร้ายที่พร้อมจะอาละวาดได้ทุกเมื่อ“ออกไปนะคะ... หนูจะนอนแล้ว” เสียงเล็กๆ สั่นเครือหลินซีถอนหายใจช้าๆ เธอรู้ดีว่าการจะเปลี่ยนความรู้สึกที่สั่งสมมานานหลายปีด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำนั้นเป็นไปไม่ได้ ในนิยายที่เธอเขียน เจียงลี่อิงมักจะเข้ามาในห้องนี้เพื่อระบายอารมณ์ บังคับให้ลูกไปอ้อนวอนขอความรักจากฟู่อวี่เฉินเพื่อให้เขากลับบ้าน หรือไม่ก็ดุด่าที่จื่อหานหน้าตาเหมือนพ่อที่ใจร้ายกับเธอ“ตกลงจ้ะ แม่จะออกไป แต่อย่าลืมห่มผ้าให้มิดชิดนะ คืนนี้อากาศเย็น” หลินซีลุกขึ้นยืน พยายามส่งยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดไปให้ แม้จะรู้ว่ามันส่งไปไม่ถึงใจของเด็กน้อยก็ตามเธอเดินออกจากห้องและปิดประตูลงเบาๆ เมื่อหันกลับมาสู่โถงทางเดินกว้างขวางของคฤหาสน์ตระกูลฟู่ หลินซีถึงได้มีโอกาสสำรวจ "คุกทองคำ" แห่งนี้อย่างจริงจัง ทุกอย่างดูหรูหรา เย็นชา และไร้ชีวิตชีวา ไม่ต่างจากเจ้าของบ้านขณะที่ก
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 3 ปฏิวัติเสียงแหลม
เช้าวันต่อมา แสงแดดรำไรส่องลอดผ่านม่านหลุยส์สีทองอร่าม หลินซีลืมตาขึ้นมาในร่างของเจียงลี่อิงพร้อมความรู้สึกหนักอึ้งที่หัว แต่เธอไม่มีเวลาให้นอนทอดถอนใจ วันนี้เป็นวันเริ่มแผนการ 'รื้อสร้าง' ภาพจำของคนในบ้านสิ่งที่หลินซีทำเป็นอันดับแรกคือการเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง เธอเช็ดเครื่องสำอางหนาเตอะที่เจียงลี่อิงมักจะแต่งทิ้งไว้ก่อนนอนออกจนหมด เผยให้เห็นผิวพรรณที่จริงๆ แล้วผุดผ่องสะอาดตา เธอเลือกชุดเดรสผ้าฝ้ายสีครีมเรียบง่ายแทนชุดราตรีรัดรูปสีแดงเพลิงที่แขวนเต็มตู้"เอาล่ะ... เริ่มจากจุดที่ยากที่สุดก่อน" เธอพึมพำกับตัวเองเมื่อเธอเดินลงมาที่โถงล่าง เสียงฝีเท้าของเธอทำให้สาวใช้ที่กำลังทำความสะอาดชะงัก "ป้าหวัง" หัวหน้าสาวใช้ที่รับใช้ตระกูลฟู่มานาน มองเธอด้วยสายตาหวาดระแวง เตรียมตัวรับแรงกระแทกจากเสียงแหลมๆ ที่มักจะแผดด่าเรื่องฝุ่นเพียงเล็กน้อย"ป้าหวังคะ" หลินซีเรียกน้ำเสียงปกติป้าหวังสะดุ้ง "คะ... คุณหนู... เอ๊ย คุณผู้หญิง มีอะไรจะตำหนิหรือคะ? วันนี้อาหารเช้ายังไม่เสร็จดี...""เปล่าค่ะ ฉันแค่จะบอกว่าวันนี้ไม่ต้องจัดโต๊ะให้ฉัน" หลินซีพูดพร้อมรอยยิ้มจางๆ "ฉันจะเข้าครัวเอง"คำพูดนั้นเหมือนระเบิด
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 4 มื้อค่ำที่น่าอึดอัด
หลังจาก "ศึกโจ๊กไข่ขาว" เมื่อเช้าผ่านไป บรรยากาศในคฤหาสน์ตระกูลฟู่ดูจะแปลกประหลาดไปกว่าเดิม สาวใช้หลายคนเริ่มกระซิบกระซาบกันว่าคุณผู้หญิงอาจจะ ‘ผีเข้า’ หรือไม่ก็ ‘สมองกระทบกระเทือน’ จากงานเลี้ยงเมื่อคืน แต่สำหรับหลินซี เธอไม่สนใจข่าวลือเหล่านั้น สิ่งเดียวที่เธอทำตลอดทั้งบ่ายคือการนั่งอยู่ในห้องสมุด ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของตระกูลฟู่และตารางเรียนของจื่อหานเย็นวันนั้น หลินซีตัดสินใจลงมือทำอาหารเย็นเองอีกครั้ง เธอจัดโต๊ะอย่างเรียบง่ายแต่ดูดี และสั่งให้ป้าหวังไปเชิญฟู่อวี่เฉินลงมาทานข้าวพร้อมกับลูกสาวบนโต๊ะอาหารมีเพียงสามที่นั่ง บรรยากาศกดดันจนแทบจะหายใจไม่ออก จื่อหานนั่งตัวลีบอยู่ข้างพ่อ ส่วนฟู่อวี่เฉินก็นั่งหน้านิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็ง เขามองจานอาหารตรงหน้า—ปลากะพงนึ่งซีอิ๊วและซุปซี่โครงหมูรากบัว—ก่อนจะปรายตามามองภรรยา"วันนี้ไม่มีงานสังคมที่ไหนให้ไปอาละวาดหรือไง?" เขาเปิดฉากด้วยคำเหน็บแนมหลินซีไม่สะทกสะท้าน เธอตักซุปใส่ถ้วยให้จื่อหานก่อนจะตอบ "ต่อจากนี้ฉันจะงดงานสังคมไร้สาระพวกนั้นค่ะ ฉันอยากใช้เวลากับลูกมากกว่า"จื่อหานที่กำลังจะตักซุปชะงักมือทันที เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองแม่
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 5 หน้ากากนางเอก
เช้าวันหยุดที่ควรจะสงบสุขกลับถูกทำลายลงด้วยการมาเยือนของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ รถสปอร์ตคันหรูแล่นมาจอดหน้าคฤหาสน์ พร้อมกับการปรากฏตัวของ ไป๋ลู่หลิน ในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนดูสะอาดตา หล่อนถือตุ๊กตาหมีตัวใหญ่และกล่องขนมแบรนด์ดังเข้ามาในบ้านด้วยรอยยิ้มประหนึ่งเจ้าหญิงผู้โอบอ้อมอารีหลินซีที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องรับแขกเพียงปรายตามอง เธอกระตุกยิ้มที่มุมปาก 'มาไวสมเป็นนางเอกสายรุกจริงๆ'“ลี่อิงคะ... ลู่หลินเอาขนมมาฝากจื่อหานค่ะ เห็นว่าช่วงนี้จื่อหานดูซึมๆ เลยเป็นห่วง” ไป๋ลู่หลินพูดเสียงหวาน พลางหันไปมองฟู่อวี่เฉินที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นสอง “อวี่เฉินคะ ลู่หลินไม่ได้มารบกวนใช่ไหมคะ?”“ไม่หรอก ลำบากเธอแล้ว” ฟู่อวี่เฉินตอบน้ำเสียงอ่อนลง ซึ่งนั่นทำให้ไป๋ลู่หลินได้ใจ“คุณแม่! น้าลู่หลินมาแล้ว!” จื่อหานวิ่งลงมาด้วยความดีใจ เด็กน้อยโผเข้ากอดไป๋ลู่หลินราวกับเป็นแม่แท้ๆ ภาพนั้นทำให้สาวใช้หลายคนแอบมองหลินซีด้วยความสงสารแกมสมน้ำหน้าหลินซีปิดหนังสือช้าๆ แล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปหา “แหม... ลู่หลินนี่ช่างรู้ใจจื่อหานจริงๆ นะจ๊ะ ขนมนั่นน่ะ... จื่อหานทานไม่ได้หรอกจ้ะ”ไป๋ลู่หลินชะงัก หน้าเสียไปเล็กน้อย “ทำไมคะ
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 6 เมื่อนางร้ายเริ่มขยับตัว
หลังจากจัดการกับ "แขกไม่ได้รับเชิญ" จนหน้าเสียกลับไป หลินซีก็ตระหนักได้ว่าการเอาชนะใจคนในบ้านเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเอาตัวรอด สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเสียงด่าของฟู่อวี่เฉินคือ "ยอดเงินในบัญชี" ของเจียงลี่อิงหลินซีเปิดแอปพลิเคชันธนาคารในมือถือดูแล้วแทบจะลมจับ ยอดเงินคงเหลือมีไม่ถึงห้าหลัก ขณะที่ยอดค้างชำระบัตรเครดิตจากการช้อปปิ้งประชดชีวิตของร่างเดิมยาวเป็นหางว่าว หากเธอคิดจะหย่าและพาจื่อหานออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ตามแผนที่วางไว้ เธอจะออกไปในสภาพยาจกไม่ได้เด็ดขาด‘เป็นนักเขียนชื่อดังในโลกก่อน แต่ต้องมาอดตายในนิยายตัวเองเนี่ยนะ? ตลกตายชัก!’ หลินซีสบถในใจเธอตัดสินใจเปิดโน้ตบุ๊กราคาแพงที่เจียงลี่อิงซื้อมาประดับโต๊ะทำงาน (แต่ไม่เคยเปิดใช้งาน) และเริ่มร่างพล็อตนิยายเรื่องใหม่ หลินซีเลือกใช้พล็อตที่กำลังเป็นกระแสในยุคปัจจุบัน นั่นคือแนว ‘เกิดใหม่มาเป็นแม่เลี้ยงใจเด็ด’ ซึ่งเธอจะเขียนจากประสบการณ์จริงที่เธอกำลังเผชิญอยู่นี่แหละ!ระหว่างที่เธอกำลังรัวคีย์บอร์ดอย่างเมามัน เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น ป้าหวังเดินเข้ามาพร้อมสีหน้าลำบากใจ“คุณผู้หญิงคะ... คือว่า... พนักงานจากร้านแบรนด์เนมโทรมา
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 7 แผนร้ายในโรงเรียน
เช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวาย หลินซีตื่นมาเตรียมมื้อเช้าให้จื่อหานเหมือนเช่นหลายวันที่ผ่านมา แต่ความสดใสของเช้าวันใหม่กลับถูกขัดจังหวะด้วยท่าทีประหลาดของเด็กน้อย จื่อหานนั่งเขี่ยไข่ดาวในจาน ใบหน้าเล็กๆ หมองคล้ำและดวงตาแดงก่ำเหมือนคนเพิ่งแอบร้องไห้มา“จื่อหาน เป็นอะไรไปจ๊ะ? อาหารไม่ถูกปากเหรอ?” หลินซีถามพลางลูบหัวลูกสาวเบาๆจื่อหานสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าพึมพำ “หนู... หนูไม่อยากไปโรงเรียนค่ะคุณแม่ หนูเจ็บท้อง”หลินซีหรี่ตาลงมอง เธอเป็นนักเขียนที่เชี่ยวชาญเรื่องการอ่านพฤติกรรมตัวละคร มีหรือจะดูไม่ออกว่านี่คืออาการ 'กลัวการไปโรงเรียน' มากกว่าอาการป่วยทางกาย และในนิยายต้นฉบับ ช่วงเวลานี้จื่อหานมักจะถูกเพื่อนที่โรงเรียนกลั่นแกล้งเพราะแม่ของตัวเองมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ในหน้าข่าวสังคม“บอกแม่ได้ไหมว่าที่โรงเรียนเกิดอะไรขึ้น? ใครทำอะไรจื่อหานหรือเปล่า?”ยังไม่ทันที่เด็กน้อยจะตอบ เสียงทุ้มของฟู่อวี่เฉินก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “ลูกบอกว่าเจ็บท้อง ก็ให้พักผ่อนที่บ้านเถอะ อย่าไปบังคับแกเลย”หลินซีหันไปมองสามีที่สวมสูทเตรียมไปทำงาน “การให้ลูกหนีปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหานะคะคุณฟู่ ถ้าวันนี้แกเจ็บท้องเพราะกลัว
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 8 ฟู่อวี่เฉินเริ่มสงสัย
ความสงบสุขที่เริ่มก่อตัวขึ้นในบ้านตระกูลฟู่ทำให้ฟู่อวี่เฉินรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก สำหรับเขาแล้ว เจียงลี่อิงคือโจทย์ที่เขาแก้มาตลอด 8 ปี และคำตอบมักจะเป็นความว่างเปล่าเสมอ ทว่าในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา โจทย์ข้อเดิมกลับเปลี่ยนสมการใหม่ทั้งหมดเขานั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว แต่สายตากลับจ้องมองหน้าจอวงจรปิดที่เชื่อมต่อกับแท็บเล็ต ในภาพนั้น เจียงลี่อิง—หรือหลินซี—กำลังนั่งอยู่ที่สวนหลังบ้าน เธอสวมแว่นตากรองแสง บนตักมีโน้ตบุ๊กวางอยู่ นิ้วเรียวยาวพรมลงบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วและมั่นคง สลับกับการขีดเขียนอะไรบางอย่างลงในสมุดโน้ตอย่างขะมักเขม้น"ทำอะไรของเขากันแน่?" ฟู่อวี่เฉินพึมพำไม่มีเสียงแหลมสูงโวยวายใส่สาวใช้ ไม่มีเสียงเขวี้ยงปาข้าวของเวลาไม่ได้ดั่งใจ และที่แปลกที่สุดคือ เธอไม่ได้โทรหาเขาเพื่อเช็กว่าเขาอยู่ที่ไหนหรืออยู่กับใคร แม้แต่ตอนที่เขากลับบ้านดึก เธอก็แค่ทิ้งโน้ตสั้นๆ บอกว่ามีซุปอุ่นอยู่ในครัว... เป็นความห่วงใยที่ห่างเหินแต่กลับกวนใจเขามากกว่าการถูกด่าเสียอีกเขาตัดสินใจเดินลงไปที่สวน เดินเข้าไปหาเธอช้าๆ จนเงาของเขาพาดทับหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอหลินซีชะงักมือ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาผ่า
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 9 ความลับของตุ๊กตา
บรรยากาศในบ้านเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย จื่อหานเริ่มกล้าที่จะเดินมาป้วนเปี้ยนใกล้ ๆ ห้องทำงานของหลินซี และบางครั้งก็ยอมให้หลินซีแปรงผมให้ก่อนไปโรงเรียน ทว่าความสัมพันธ์ที่กำลังผลิบานนี้กลับกลายเป็นหนามยอกอกของใครบางคนบ่ายวันเสาร์ ขณะที่หลินซีกำลังปั่นต้นฉบับนิยายตอนสำคัญ เธอได้ยินเสียงร้องไห้โฮดังมาจากสวนหลังบ้าน หลินซีรีบทิ้งทุกอย่างแล้ววิ่งลงไปทันทีภาพที่เห็นคือจื่อหานยืนถือตุ๊กตากระต่ายเน่าตัวโปรดที่หูขาดวิ่นและตัวเลอะโคลนจนดูไม่ได้ เด็กน้อยร้องไห้จนตัวโยน โดยมีไป๋ลู่หลินยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าตกใจที่ดู ‘พยายาม’ ให้สมจริงที่สุด“เกิดอะไรขึ้น!” หลินซีปรี่เข้าไปหาลูกสาว“ฮือ... คุณแม่คะ นุ่มนิ่ม... นุ่มนิ่มพังแล้ว” จื่อหานสะอึกสะอื้นไป๋ลู่หลินรีบชิงพูดขึ้นก่อน “ลี่อิงคะ... คือลู่หลินจะช่วยจื่อหานซักตุ๊กตาน่ะค่ะ แต่มันดันตกลงไปในเครื่องซักผ้าแล้วใบพัดมันคงแรงไปหน่อย หูมันเลยขาด... ลู่หลินขอโทษนะคะ ลู่หลินไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ”หลินซีหยิบตุ๊กตาขึ้นมาดู รอยขาดที่หูมันเรียบกริบเกินกว่าจะเกิดจากเครื่องซักผ้า มันเหมือนรอย ‘กรรไกร’ ตัดมากกว่า และโคลนที่เปื้อนก็ดูเหมือนเจตนาป้าย“น้าลู่หลินบอก
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 10 คำโกหกที่ถูกเปิดโปง
หลังจากเหตุการณ์ตุ๊กตาพัง หลินซีรู้ดีว่าการตั้งรับเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หนทางของผู้ชนะในนิยายเรื่องนี้ ไป๋ลู่หลินเริ่มขยับตัวรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเริ่มสัมผัสได้ถึงความสั่นคลอนของฐานะ 'นางเอก' ในบ้านตระกูลฟู่ หลินซีจึงตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่เธอจะใช้ทักษะการวางโครงเรื่องมาสร้าง 'กับดัก' เพื่อเปิดหน้ากากนกต่อตนนี้ วันนั้น หลินซีจงใจเขียนจดหมายด้วยลายมือที่พยายามเลียนแบบเด็กประถม เนื้อความในจดหมายคือความในใจของจื่อหานที่บอกว่า “หนูรักคุณพ่อที่สุดในโลก อยากให้คุณพ่อกลับมาทานข้าวเย็นด้วยกันทุกวัน” เธอแกล้งวางจดหมายฉบับนี้ไว้ในกระเป๋านักเรียนของจื่อหานที่เปิดทิ้งไว้ในห้องรับแขก โดยรู้ดีว่าไป๋ลู่หลินที่กำลังจะเข้ามาเยี่ยมจื่อหานต้องไม่พลาดที่จะ 'สอดส่อง' เป็นไปตามคาด จากมุมลับตาบนชั้นสอง หลินซีเห็นไป๋ลู่หลินเดินเข้าไปที่กระเป๋าจื่อหาน หล่อนหยิบจดหมายขึ้นมาอ่าน รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากก่อนที่หล่อนจะยัดจดหมายนั้นใส่กระเป๋าตัวเองไปอย่างรวดเร็ว "หึ... ติดกับแล้ว" หลินซีพึมพำ ตอนเย็น บนโต๊ะอาหารที่วันนี้ฟู่อวี่เฉินกลับมาเร็วกว่าปกติ บรรยากาศดูเหมือนจะราบรื่น จนกระทั่งไป๋ลู่หลินที่ตีเ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status