تسجيل الدخول"เมื่อนักเขียนทะลุมิติมาเข้าร่าง 'นางร้าย' ที่ตัวเองแต่ง... บทเน่าๆ พวกนี้ฉันขอรื้อเขียนใหม่เอง!" เมื่อ 'หลินซี' นักเขียนนิยายชื่อดังทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของ 'เจียงลี่อิง' นางร้ายเบอร์หนึ่งจากปลายนิ้วของเธอเอง ลืมตาตื่นมาเธอก็ต้องเผชิญกับ 'นรก' ในชีวิตจริง สามีอย่าง 'ฟู่อวี่เฉิน' รังเกียจเธอเข้าไส้ ลูกสาวตัวน้อยอย่าง 'จื่อหาน' หวาดกลัวเธอจนตัวสั่น แถมยังมีนางเอกจอมปลอมอย่าง 'ไป๋ลู่หลิน' คอยวางแผนกำจัดเธอไปให้พ้นทาง! ในโลกที่ทุกคนตราหน้าว่าเธอคือ 'ขยะ' หลินซีต้องงัดทุกทักษะการวางพล็อตมาใช้เพื่อเอาตัวรอด เธอต้องเปลี่ยนตัวเองจากคุณแม่ใจยักษ์เป็นที่รักของลูกสาว และกระชากหน้ากากนางเอกใสซื่อให้หลุดออก แต่ยิ่งเธอพยายามจะถอยห่างเพื่อขอใบหย่า... สามีตัวดีที่เคยเย็นชากลับเริ่มทำตัวแปลกๆ "คุณฟู่คะ ไหนบอกว่าเกลียดฉันไง?" "นั่นมันพล็อตเก่า... ตอนนี้ฉันกำลังอยากเขียนบทใหม่ที่มีแค่เธอกับลูก" นามปากกานักเขียน : ยี่สิบห้าเมษา ฯ.
عرض المزيدสามปีผ่านไป...ภายในคฤหาสน์ตระกูลฟู่ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ห้องทำงานของหลินซีถูกขยายให้กว้างขึ้นเพื่อรองรับสมาชิกตัวน้อยที่มักจะแอบเข้ามา "ป่วน" งานเขียนของเธอเสมอ"คุณแม่คะ... จื่อเฉิน แอบเอาปากกาคุณแม่ไปวาดรูปบนพื้นอีกแล้วค่ะ!" เสียงใสๆ ของ จื่อหาน ในวัยสิบขวบดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กๆ ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งนำหน้าเด็กชายตัวป้อมผิวขาวจัดที่กำลังถือปากกาหมึกซึมด้ามหรูแกว่งไปมาอย่างสนุกสนานฟู่ จื่อเฉิน ลูกชายวัยสองขวบครึ่งที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากฟู่อวี่เฉินราวกับพิมพ์เดียวกัน โดยเฉพาะดวงตาคมกริบแต่กลับแฝงความซุกซนตามวัย เขาเดินเตาะแตะเข้ามาหาหลินซีที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน พลางส่งยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่เล็กๆ"แมมม่... วาดรูป!" จื่อเฉินชูผลงานบนมือที่เลอะคราบหมึกให้ดูหลินซีหัวเราะอย่างเอ็นดู เธออุ้มลูกชายขึ้นมานั่งบนตักพลางหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดมือให้ "จื่อเฉินครับ ปากกานี่เอาไว้เขียนนิยายหาค่าขนมให้เรานะลูก ไม่ได้เอาไว้วาดพื้น""คุณพ่อบอกว่า... ถ้าจื่อเฉินอยากวาดรูป คุณพ่อจะสร้างสตูดิโอให้ใหม่ที่ข้างห้องทำงานคุณแม่ค่ะ" จื่อหานฟ้องพลางเดินมานวดไหล่ให้หลินซีอย่างประจบ "คุณพ
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งปี นิยายของหลินซีถูกแปลไปหลายภาษาและกวาดรางวัลระดับนานาชาติมากมาย แต่สำหรับเธอ รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่ถ้วยเกียรติยศ แต่มันคือเสียงหัวเราะที่ดังก้องอยู่ในบ้านตระกูลฟู่ทุกเช้าเย็นวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานใหม่ของทั้งคู่ ฟู่อวี่เฉินดูมีความลับบางอย่างที่ปิดบังเธอไว้ตลอดทั้งวัน เขาแกล้งบอกว่ามีประชุมด่วนจนกลับค่ำ ทิ้งให้หลินซีนั่งอยู่กับจื่อหานที่สวนหลังบ้าน“คุณแม่คะ... วันนี้คุณพ่อแปลกๆ เนอะ” จื่อหานในวัยที่โตขึ้นและดูสดใสสมวัย เอ่ยขึ้นพลางช่วยหลินซีรดน้ำดอกกุหลาบที่เพิ่งปลูกใหม่“นั่นสิจ๊ะ แต่ไม่เป็นไรหรอก พ่อเขาคงยุ่งจริงๆ” หลินซียิ้ม แม้ในใจจะแอบลุ้นว่าสามีจอมวางแผนจะมีเซอร์ไพรส์อะไรหรือเปล่าเมื่อตะวันตกดิน ฟู่อวี่เฉินก็กลับมาพร้อมกับจดหมายสีนวลฉบับหนึ่ง เขาไม่ได้พาเธอไปร้านอาหารหรู แต่พาเธอขึ้นไปบนดาดฟ้าของคฤหาสน์ที่ถูกจัดเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว มีเพียงโต๊ะอาหารเล็กๆ และแสงดาวที่ระยิบระยับอยู่เบื้องบน“สุขสันต์วันครบรอบครับ... ที่รัก” ฟู่อวี่เฉินยื่นกล่องของขวัญเล็กๆ ให้เธอเมื่อหลินซีเปิดออก เธอพบว่ามันไม่ใช่เครื่องประดับราคาแพง แต่มันคือ ‘ปากกาหมึกซึมสล
หกเดือนผ่านไป...บาดแผลทางกายของหลินซีจางลงเหลือเพียงรอยจางๆ ที่เตือนใจถึงความกล้าหาญ แต่สิ่งที่ผลิบานขึ้นอย่างเต็มที่คือชีวิตใหม่ในฐานะนักเขียนผู้โด่งดัง นิยายเรื่อง ‘รอยแค้นพันธะทมิฬ’ ที่เธอเขียนจากเค้าโครงชีวิตตัวเอง (ในฉบับที่ปรับปรุงใหม่) กลายเป็นหนังสือขายดีระดับประเทศ และกำลังจะถูกสร้างเป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์ในงานเปิดตัวนิยายเล่มใหม่ ณ หอประชุมหรูใจกลางเมือง หลินซีปรากฏตัวในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้ม เรียบหรูและสง่างาม เธอไม่ได้เป็นเพียง "เมียประธานฟู่" อีกต่อไป แต่เธอคือ ‘ยี่สิบห้าเมษา ฯ.’ นักเขียนหญิงที่ครองใจผู้อ่านทั้งประเทศ"มีคนถามเยอะมากค่ะว่า ทำไมตอนจบของนางร้ายในเรื่องถึงได้รับโอกาสให้เริ่มใหม่" หลินซีตอบคำถามนักข่าวบนเวทีด้วยรอยยิ้ม "เพราะฉันเชื่อว่า ไม่มีใครเกิดมาเพื่อเป็นตัวร้ายตลอดไปหรอกค่ะ ถ้าวันหนึ่งเราได้รับความรักที่มากพอ เราทุกคนก็อยากจะเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อใครสักคนทั้งนั้น"ที่ข้างเวที ฟู่อวี่เฉินในชุดสูทเนี้ยบยืนกอดอกมองภรรยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ในอ้อมแขนของเขามีจื่อหานที่สวมชุดเดรสเข้าชุดกับคุณแม่ เด็กน้อยถือช่อดอกไม้ลิลลี่สีขาวรอแสดงความยินดีเมื่อจ
กลิ่นยาฆ่าเชื้อและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอในห้องพักฟื้นพิเศษไม่ได้ช่วยให้จิตใจของหลินซีสงบลง ความเจ็บปวดจากแผลไฟลวกที่หัวไหล่ยังคงแผ่ซ่าน แต่ความรู้สึกประหลาดที่รบกวนจิตใจเธอมากที่สุดคือความเงียบงันในโสตประสาทที่คล้ายกับว่าเธอกำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นในคืนนั้น ขณะที่ฟู่อวี่เฉินเอนกายหลับอยู่ที่โซฟาข้างเตียง และจื่อหานหลับสนิทอยู่ในอ้อมกอดของตุ๊กตากระต่ายที่แม่ซ่อมให้ หลินซีก็รู้สึกเหมือนร่างของเธอกำลังเบาหวิวและถูกดึงเข้าไปในพื้นที่สีขาวโพลนที่ไร้ก้นบึ้ง“คุณมาจนได้นะ...” เสียงหวานที่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าดังขึ้นหลินซีหันไปมอง และต้องชะงักเมื่อพบกับหญิงสาวที่หน้าตาเหมือนเธอทุกประการ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับดูเศร้าหมองและเปราะบางกว่ามาก เธอสวมชุดราตรีสีแดงเพลิงที่เลอะคราบไวน์... ชุดในวันแรกที่หลินซีทะลุมิติมา“เจียงลี่อิง?” หลินซีอุทาน“ใช่... ฉันเอง เจียงลี่อิงคนโง่ที่ทำลายทุกอย่างด้วยมือของตัวเอง” วิญญาณของเจ้าของร่างเดิมยิ้มเศร้า “ฉันขอบใจเธอนะหลินซี... ขอบใจที่เธอทำในสิ่งที่ฉันไม่เคยมีรอยหยักในสมองจะคิดทำได้ ขอบใจที่เธอรักจื่อหาน... แทนคนอย่างฉัน”หลินซีมองเห็นภาพเหตุก
บรรยากาศในบ้านเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย จื่อหานเริ่มกล้าที่จะเดินมาป้วนเปี้ยนใกล้ ๆ ห้องทำงานของหลินซี และบางครั้งก็ยอมให้หลินซีแปรงผมให้ก่อนไปโรงเรียน ทว่าความสัมพันธ์ที่กำลังผลิบานนี้กลับกลายเป็นหนามยอกอกของใครบางคนบ่ายวันเสาร์ ขณะที่หลินซีกำลังปั่นต้นฉบับนิยายตอนสำคัญ เธอได้ยินเสียงร้องไห้โฮดังมาจ
ความสงบสุขที่เริ่มก่อตัวขึ้นในบ้านตระกูลฟู่ทำให้ฟู่อวี่เฉินรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก สำหรับเขาแล้ว เจียงลี่อิงคือโจทย์ที่เขาแก้มาตลอด 8 ปี และคำตอบมักจะเป็นความว่างเปล่าเสมอ ทว่าในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา โจทย์ข้อเดิมกลับเปลี่ยนสมการใหม่ทั้งหมดเขานั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว แต่สายตากลับจ้องมองหน้าจอวง
เช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวาย หลินซีตื่นมาเตรียมมื้อเช้าให้จื่อหานเหมือนเช่นหลายวันที่ผ่านมา แต่ความสดใสของเช้าวันใหม่กลับถูกขัดจังหวะด้วยท่าทีประหลาดของเด็กน้อย จื่อหานนั่งเขี่ยไข่ดาวในจาน ใบหน้าเล็กๆ หมองคล้ำและดวงตาแดงก่ำเหมือนคนเพิ่งแอบร้องไห้มา“จื่อหาน เป็นอะไรไปจ๊ะ? อาหารไม่ถูกปากเหรอ?” หลินซีถ
หลังจากจัดการกับ "แขกไม่ได้รับเชิญ" จนหน้าเสียกลับไป หลินซีก็ตระหนักได้ว่าการเอาชนะใจคนในบ้านเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเอาตัวรอด สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเสียงด่าของฟู่อวี่เฉินคือ "ยอดเงินในบัญชี" ของเจียงลี่อิงหลินซีเปิดแอปพลิเคชันธนาคารในมือถือดูแล้วแทบจะลมจับ ยอดเงินคงเหลือมีไม่ถึงห้าหลัก ขณะที่ยอ

















