Accueil / โรแมนติก / บ่วงบรรพกาล / บทที่ 7 หนามทิ่มตีนหรือใจทิ่มใจ

Partager

บทที่ 7 หนามทิ่มตีนหรือใจทิ่มใจ

last update Date de publication: 2026-07-12 15:57:45

มินตราก้มๆ เงยๆ อยู่กับกอผักกาดในมือถือสมาร์ทโฟนคู่ใจตามถ่ายหนอนสีเขียวตัวน้อยอย่างอารมณ์ดี โชคดีที่เธอมีนิสัยติดกระเป๋าสะพายเป็นบ้าเป็นหลังไปไหนมาไหนต้องมีไว้ข้างกายตลอดแม้กระทั่งตอนปลดทุกข์ เพราะนิสัยชอบอ่านชอบเขียนชอบถ่ายรูปของเธอ จึงต้องมีของจุกจิกติดตัวมาตลอด แต่ตอนที่เธอมาอยู่ที่นี่ เธอก็ไม่สามารถพกพากระเป๋าใบโปรดของเธอไปไหนมาไหนได้อย่างตามใจยกเว้นสมาร์ทโฟนคู่ใจ ที่เธอมักจะเอาติดตัวมาตลอด เผื่อเห็นภาพมุมสวยๆ เธอจะได้ถ่ายเก็บเอาไว้ ตอนนี่ก็เช่นกัน หญิงสาวเพลิดเพลินกับธรรมชาติตรงหน้าแต่ใช่ว่าเธอจะไม่ระวังตัวเลย เสียงฝีเท้าหนักๆ ค่อยๆ ย่องเบามาจากข้างหลัง อีกทั้งไออากาศแปลกๆ ชวนขนลุกที่เธอสัมผัสได้ แมมมิต้องหันไปมอง มินตรารีบเก็บสมาร์ทโฟนไว้ ในตระกร้าผักที่เธอเก็บมา ซ่อนมันด้วยผักหญ้าต่างๆเพ่งมองว่ามันถูกปิดมิดชิดดีแล้วหญิงสาวก็ถอนหายใจทิ้งเสียเฮือกใหญ่

" คุณหลวงมีธุระอันใดฤาเจ้าคะถึงกับต้องระหกระเหินมาถึงท้ายสวนเยี่ยงนี้"

มินตราพูดโดยไม่หันกลับไปมองผู้มาเยือนที่ค่อยๆ ย่องมาจากด้านหลัง ร่างสูงหยุดกึก!! ราวกับมีมนต์สะกด คิ้วเข้มขมวดงุนงงสงสัยแต่ยังไม่ปลิปากอะไรออกไปราวกับจะหยั่งเชิงอีกฝ่าย

" เสียงฝีเท้าของท่านแผ่วเบาทว่าหนักหน่วงสมกับเป็นนักรบนะเจ้าคะ แต่กลิ่นความตายที่โฉยออกอกมาจากกายท่านแม้จะมีกลิ่นหอมใดๆติดกาย ก็มิอาจปกปิดได้หรอกเจ้าค่ะ"

ร่างบางเน่งน้อยค่อยๆ หันมาสบตาคมเข้มของอีกฝ่ายดวงตากลมหวานเพ่งมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยเย็นชา ผิดกับสตรีอื่นๆ ที่มักจะเนียมอายเสียจนไม่กล้าสบสายตากับเขา ซึ่งเป็นทหารหนุ่มยศคุณหลวงรูปหล่อพ่อรวยมากเสน่ห์ เช่นเขา แต่กลับกันหญิงสาวแสนงามตรงหน้าต่างหากเล่าที่ทำให้ทั้งกายและใจของเขาสั่นไหวเสียจนเป็นเขาเสียเองที่เขินอายแทน ชายหนุ่มกระแอมในลำคอไล่ความเขอะเขิน ก่อนจะหันมามองร่างบางตรงหน้าแบบจังๆ

" เจ้าเก่งนักแม่มิน...ข้านับถือเจ้า"

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงหวานกะเกี้ยวพาหญิงสาวให้นางได้เขินอายเสียบาง...แต่ผิดขาดสายตาหวานกลับมองเขาเหมือนอากาศธาตุ บรรยากาศรอบๆ กายของเขาก็เปลี่ยนไป มันเป็นบรรยากาศที่เขาคุ้นเคยมากที่สุดและมันคือบรรยากาศในสนามรบ!!! นั่นเอง ร่างบางจ้องมองเขาอย่างไม่วางตา พลางค่อยๆ สืบเท้าเข้ามาใกล้ๆ ชายหนุ่ม จนร่างสูงอดที่จะถดถอยห่างไปไม่ได้ ไม่ใช่เขาจะเกรงกลัวหญิงสาวตรงหน้าเขาเกรงกลัวบรรยากาศแปลกๆ ของนางต่างหาก มันรู้สึกกดดันเสียจนเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนเหงื่อชื้น

" ขออภัยที่ข้าไม่สามรถรองรับเจรจากับท่านต่อได้ ข้ายังมีงานต้องทำอีกมาก ขอทางด้วยเจ้าค่ะ "

ร่างบางแสยะยิ้มมุมปากก่อนจะรีบเดินเร็วๆ ปล่อยให้คุณหลวงหนุ่มที่เธอไม่รู้จักแม้ชื่อแซ่ยืนคว้านกอยู่ตรงนั้น

" ประเดี๋ยวก่อนแม่...เช่นนั้นขอตอบข้าให้หายแคลงใจหน่อยเถิด...แม่เป็นใครกันแน่? "

คำถามหมัดตรงของชายหนุ่มฉุดให้หญิงสาวหยุดเดินแต่ไม่ได้หันหน้ามาหาเขา

" ข้าเป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาเจ้าค่ะ...มิได้เป็นผู้ใด"

" เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงรับรู้ได้ว่าเป็นข้ามิใช่ผู้อื่น....??"

คุณหลวงหนุ่มเอ่ยถามก่อนร่างบางนั้นจะรีบเดินหนีเขาไปอีก....อา...ห์...แม่คนนี้เหตุใดถึงทำกับเขาราวกับเขาเป็นอากาศเช่นนี้เล่าหนอ...น่าเจ็บกระดองใจคนหน้าตาดีเสียจริงเทียว

" ผีย่อมเห็นผีเจ้าค่ะ...บุรุษทั่วไปจะมีฝีเท้าหนักแน่นแม้ย่องเบาแต่ท่านนั้นไม่"

มินตราทิ้งคำตอบสั้นๆ ก่อนจะไม่รั้งรอที่จะรีบเดินจากไป

ตะวันก็คล้อยต่ำลับเหลี่ยมเมฆไปแล้วหนทางที่เคยสว่างสไหวก็เริ่มมืดแต่ยังพอเห็นทางเดิน ชายหนุ่มครุ่นคิดถึงคำพูดของหญิงสาวตลอดเวลาที่เขาเดินกลับเรือน ผีเห็นผีที่นางพูดคงหมายถึงว่านางเองก็เป็นเช่นเขาเยี่ยงนั้นฤา เขาเป็นชายชาติทหารที่กรำศึกมานักต่อนัก อีกทั้งยังปรัหัดประหารข้าศึกมาก็มาก หรือว่า!!! นางเองก็เป็นทหารเช่นเขาเยี่ยงนั้นฤา!!!?? คิ้วเข้มขึงตึงใบหน้าคมคายขมึงถึง จนน่ากลัว ในใจชายหนุ่มเริ่มคิดขัดแย้งกันเสียจนสับสน หากนางเป็นสายให้กับศตรูเล่า เขาจักทำเยี่ยงไรดี เมื่อคิดเช่นนั้นก็รีบสืบเท้าก้าวย่องไปยังโรงครัวที่กำลังวุ่นวายกันอยู่ ชายหนุ่มเลือกพื้นที่เหมาะๆ ลอบมองหญิงสาวที่กำลังกุลีกุจอทำอาหาร บ่าวไพร่วิ่งวุ่นวายกันให้ควั่กเหมือนจะมีเหตุเกิดขึ้นในเรือน

" เอ้า!! พี่มั่นรีบเอาน้ำร้อนไปถ่ายให้แม่บัวเถิดหากเกิดทำกะไรผิดพลาดไม่สะอาดขึ้นมาแผลเล็กๆ จักทำให้ตายดั่งเช่นแม่บัวว่าเอาหรอก"

หญิงสาวออกคำสั่งเรียกทาสหนุ่มที่ใบหน้าเลอะคราบน้ำตาจนเห็นได้ชัด มันรีบกุลีกุจอช่วยอย่างขันแข็ง ด้วยเกรงว่าเพื่อนคู่หูรุ่นน้องจักตายดังว่า คุณหลวงหนุ่มทึกทักเอาไปว่าที่มีคนได้แผล จนเป็นเรื่องวุ่นวาย ก็คงเป็นแผนของหญิงสาวต้องสงสัยเป็นแน่

 

มินตราทำหน้ายุ่งหงุดหงิดเมื่อถูกชายหนุ่มขัดขวางการเพลิดเพลินในการถ่ายภาพของเธอทั้งยังมาทำเสียงออดอ้อนจนหน้าขนลุก มองๆ ไปคนๆ นั้นก็คล้ายกับ พระเอกการ์ตูนเรื่องโปรดของเธอไม่น้อย ใบหน้าคมกับสีหน้าเหมือนปลาตายผิดก็แต่ทรงผมแหวกกลางทรงมหาดไทยที่ดูล้าสมัยไปเสียหมด นึกๆ ไปเธออยากจะสั่งสอนเขาเสียสักยกโทษฐานที่มาทำให้ใจเธอไขว้เขวออกจากหนุ่ม2D หญิงสาวสะบัดหัวไล่ความคิดออกจากหัว ก่อนจะถูกขัดด้วยเสียเอะอะมะเทิ่งจากเรือนทาสที่อยู่ไกล้กับโรงครัว

" เกิดอะไรขึ้นวะแก...?? "

มินตราถามเพื่อนสาวที่ถือชะลอมกุ้งเดินตามหลังบ่าวที่ถูกหามขึ้นเรือนไป

" เอ้อ...!!! แกมาก็ดีแล้วเอ้านี่ เย็นนี้ฝากทำกับข้าวด้วยนะ เกิ้มหน่ะสิดันไปเหยียบเอาหนามไผ่จนทะลุตีน เลือดไหลไม่หยุดไม่รู้ว่าถูกเส้นเลือดใหญ่หรือเปล่า....แกรีบไปเตรียมของให้ทีนะอีกเดี๋ยวฉันจะให้บ่าวไปเอา"

ชลินทราอฐิบายสั้นๆ พลางยัดชะลอมที่มีกุ้งเต็มชะลอมให้กับมินตรา หญิงสาวรับปากเพื่อนแล้วรีบไปต้มยาลับมีดรอที่โรงครัว ความวุ่นวายเล็กๆ เกิดขึ้นที่โรงครัว มินตราหมุนซ้ายหมุนขวาทำหน้าที่ของตน จนไม่ได้รู้สึกว่ามีสายตาคมกล้าคู่หนึ่งแอบมองเธออย่างไม่วางตา

ฟ้าผลัดสีเป็นสีดำกำมะหยี่เดือนและดาวคล้อยเคียงคู่ตุนาหงันประดับฟ้าดาษดา ความวุ่นวายในเรือนสงบลงเรียบร้อยแล้วเหล่าท่านขุนและคุณหลวงทั้งหลายต่างลากลับเรือนเมื่อได้ทานของว่างจนอิ่มหมีพีหมัน ชลินทรากับมินตรารีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมานั่งพร้อมหน้าทานอาหารค่ำ ที่ทานค่ำกว่าทุกวัน สองสามีภรรยาเจ้าของเรือน เอ่ยปากถามถึงอาหารจานแปลกตากับการรักษาที่ถึงกับผ่าเนื้อคนให้กระจ่าง

" อาหารจานนี้เรียกว่า ต้มยำกุ้ง จานนี้ผัดมะระกุ้งสด จานนี้ก็ยำคะน้ากุ้งสด เจ้าค่ะ"

มินตราแนะนำพลางตักกุ้งตัวโตกับมะระให้สองสามีภรรยาได้ชิม รสชาติที่อร่อยและกลมกล่อมของอาหารแต่ละอย่างทำเอาเจ้าของเรือนถึงกับชมเปราะว่ารสดีเยี่ยงนัก มีเพียงเสียงซุบซิบว่ารสแปลกเหมือนยาพิษของแม่นุ่มเท่านั้นที่ขัดขึ้นเบาๆ

" ข้าก็แปลกใจกับการรักษาอันวิปลาสของเจ้าหนาแม่บัว น่าสยดสยองถึงกับขวากเนื้อเย็บหนังเพียงนั้นเลยฤา"

พระยาบรรลือถามชลินทราที่ กินข้าวอิ่มแล้ว

" การรักษาของข้าเป็นการรักษาที่เรียกว่าผ่าตัดเจ้าค่ะ....ที่เราต้องผ่าต้องตัดเพราะเหตุผลหลายๆ อย่างที่มีแต่หมอที่บ้านข้าเท่านั้นจักรู้ความเจ้าค่ะ"

ชลินทราตอบตัดบทเพื่อที่ตะปิดกั้นไม่ให้อีกฝ่ายได้ถามต่อเพราะเธอเองก็ไม่รู้จะตอบพวกเขาให้เข้าใจจึงเลี่ยงที่จะอธิบายออกไป

" มิน่าเล่าขุนศรีตรีเทพโอสถจึ่งไคร่ถามแล้วถามอีกมิหยุดปาก"

พระยาบรรลือตบเข่าฉาดเมื่อทุกอย่างกระจ่างแจ้งถึงข้อสงสัยที่เขาสงสัยมานาน

" ว่าแต่แม่มินเถิด....ข้าเห็นหนาว่าคุณหลวงบดินทร์พิทักษ์ตามเจ้าไปถึงท้ายสวน...เจ้าคิดว่าท่านเป็นเช่นไรเล่า"

คุณหญิงเพ็ญหันมาถามแม่สาวหน้าหวานที่กำลังล้างมืออยู่ข้างๆ กาย

" ท่านชื่อหลวงบดินทร์พิทักษ์ฤาเจ้าคะ ข้าพึ่งจักจำได้ เขาแค่ตามไปถามหาเว็จเท่านั้นเจ้าค่ะมิมีอันใด"

มินตราส่งยิ้มหวานกุเรื่องได้หน้าตาเฉย คำตอบของเธอไร้เยื่อใยเสียจนคนถามมิกล้าจะถามต่อ

เห้อ!!!! เยี่ยงนี้หลานสาวทั้งสองของเขาจักได้ออกเรือนเช่นแม่หญิงอื่นฤาไม่หนอ???

สองสามีเจ้าของเรือนถึงกับลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่กับการปิดกั้นตนเองของสาวๆ เห็นว่าทั้งคู่17แล้วมิใช่ฤาหนอ ควรที่จักออกเรือนเสียทีมิใช่ฤา มีหวังพวกเขาคงมิได้อุ้มหลานดั่งหวังเป็นแน่แท้

ราตรีนี้ยังอีกบาวไกลนัก สายลมเย็นๆ พัดผ่านเรือนไม้หลังใหญ่ทำให้อากาศคืนนี้หนาวเย็นกว่าคืนอื่นๆ บนเรือนเริ่มมืดสนิทเพราะไฟตะเกียงถูกดับ เหลือเพียงแสงไฟจากห้องของหญิงสาวทั้งสองที่ยังคงมีแสงลอดออกมาอยู่. ชลินทราช้อนตามองดวงจันทร์กลมโตที่สุกสกาวอยู่บนฟ้าล้อมรอบด้วยดวงดาราจนเห็นเป็นเงากาเลคซี่ทางช้างเผือก ดวงใจของหญิงสาวเหม่อไปถึงร่างหนาของบรุษหนุ่มที่ทำให้ใจสาวกระชุ่มกระชวยเสียงออดอ้อนทุ้มๆ นุ่มๆ ของเขายังตราตรึงในใจสาว ขุนศรีจะผ่านการทดสอบของชลินทราไหมหนอ หญิงสาวคนึงคิดก่อนจะรอบหัวเราะคิกคักราวคนบ้าแล้วรีบดับไฟนอน

ส่วนมินตรานั้นยังคงหงุดหงิดอยู่ หญิงสาวเปิดหนังสือเล่มหนาไปมาหลายรอบแต่ก็ไม่อาจมีสมาธิให้อ่านมันต่อ เมื่อใบหน้าชายหนุ่มหน้าคมคายผิวกร้านแดดดูมีเสน่ห์ยังคงลอยวนอยู่ในหัวไม่หายไปเสียที อีกทั้งเสียงหวานหูที่ทำให้ใจขเธอสั่นไหว พลันหัวใจไม่รักดีก็เต้นตึกตับสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองมากเสียจนเธอรู้สึกร้อนไปทั้งหน้า

" ตายๆ ๆ ๆ ....พรุ่งนี้ต้องไปรดน้ำมนต์เสียแล้วเรา...ถูกวิญญาณตาคุณหลวงหน้าปลาตายหลอกหลอนเสียจนใจไม่สงบแบบนี้"

มินตราบ่นกับตัวเองพลางรีบกราบหมอนก่อนนอนแล้วดับไฟ...นึกไปถึงพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปวัดเสียสักหน่อยจะดีกว่า

 

 

 

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 37 ไม่มีเหตุผลของมะนมีเพียงสองเราผูกกันก็พอ (อวสาน)

    ชลินทราลืมตาตื่นขึ้นมาพบเพียงหลังมุ้งลายดอกพิกุลอันคุ้นตาและกลิ่นหอมเย็นๆของเครื่องหอมที่ถูกอบอวลอย่างปราณีต เสียงไก่ขัน เสียงนกร้อง และเสียงของการดำเนินชีวิตของผู้คน ร่างบางบิดกายเล็กน้อยขับไล่ความเมื่อยล้า กายเปล่าที่แอบซ่อนในผ้าห่มสัมผัสกับความอบอุ่นที่มีร่างกำยำของสามีนอนกอดอยู่ หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆไล่แสงจ้าจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบ่งบอกว่ายามนี้นั้น สายมากแล้ว เธอค่อยๆขยับกายออกจากอ้อมอกของสามีแล้วแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปห่มผ้าให้ร่างกำยำที่ยังคงส่งเสียงกรนเบาๆอยู่บนเตียง เรือนร่างสีน้ำผึ้งยังคงมีร่องรอยของความรักที่ถูกฝากฝังไว้จากเมื่อคืน ทันทีที่ชลินทราก้าวออกจากประตู บ่าวรับใช้ที่นั่งรอหน้าประตูตั้งแต่เช้าตรู่ก็รีบปรี่เข้ามาดูแลตามหน้าที่ของตน หญิงสาวนึกถึงความฝันที่เด่นชัดเสียจนแทบแยกแยะไม่ออกว่านั่นคือฝันหรือความจริง จวบจนส่งสามีของตนไปประจำเวรหมอหลวง เธอจึงได้นำความฝันนั้นมาเล่าสู่กันฟังให้แก่มินตราฟัง " แกก็ฝันเหมือนกันรึ...แปลก...ฉันคิดว่าฉันฝันอยู่คนเดียวเสียอีก" มินตรา ทำหน้ายุ่งพลางเหม่อมองไปยังเตียงรักษาที่ประปรายไปด้วยผู้ป่วยสองสามราย " พูดไ

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 36 บทลงโทษ

    สิ้นเสียงกัมปนาทของท้องฟ้าที่เคยสว่างสไหว สายฝนห่าใหญ่ก็โปรยลงมาไม่ขาดสาย พลันแดดจ้าก็สาดส่องจนน้ำแห้งเหือดหาย เกิดกลียุค กาลีบ้านกาลีเมืองหาสาเหตุไม่ได้ เจ้าหลวงจึงเร่งรีบหาโหรหลวงเพื่อสอบถามความวิปริตนี้" พระอาญามิพ้นเกล้าเจ้าข้า...เหตุกลียุคนี้เกิดขึ้นเพราะมีคนผิดผีบ้านผีเมืองเจ้าข้า!!!" โหรหลวงทายทัก ราวกับมีเมฆทมึนคุ้มไปทั่วคุ้มหลวง ยิ่งเสียกว่าเสียงผลุสวาทใดๆ เจ้าหลวงผู้ปกครองแค้วน โกรธจนใบหน้าที่ครึ้มหนวดเขียวปนแดง" มันผู้ใดที่บังอาจผิดผี!!! ท่านเสนา!!!ไปตามลากตัวมันมาบัดเดี๋ยวนี้!!!" สิ้นเสียงตรัสสั่งเหล่าข้าหลวงต่างกุลีกุจอแยกย้ายตามหาตัวต้นเหตุกาลีบ้านกาลีเมืองกันจนจ้าละหวั่นตามบัญชาอีกฝั่งของฝากน้ำตก คู่รักหนุ่มสาวสองคู่ยังคงตระกองกอดกันอย่างกลมเกลียวเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็มิอาจนับ ร่างเปลื่อยเปล่าของหญิงชายนวยนาจแก่กันราวกับจะมีสิ่งใดมาพลัดพรากรสสวาทของพวกเขาออกจากกัน"เฮาผิดผีเยี่ยงนี้มิเป็นไรฤาพี่ท่าน" เจ้านางจันทรเงยหน้าออกจากอกแกร่งถามสวามีของตน"ข้าก่อบ่รู้ได้...แต่ตอนนี้ข้าอยากกอดเจ้าถ่ออั้น" แม่ทัพหนุ่มจุมพิศหน้าผากมนอย่างรักไคร่มือหน้าปะป่ายเกาะกุมปทุมถันอันเนียน

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 35 บ่วงที่ผูกพัน

    ย้อนไปราว 1 พันปีก่อนที่มินตรากับชลินทราจะถูกเจ้าแม่แต่มจันทร์ส่งมายังมิติอีกโลก"เจ้านางน้อย...เจ้าก่อเคยหันแม่ทัพเหมราชนี่เจ้าคะ" อุษา ถามพลางใช้ใบตาลโตนดที่ถูกนำมาตกแต่งอย่างสวยงามพัดวีผู้เป็นนาย ที่กำลัง ทำบายศรีเพื่อนำไปถวายเทวาลัยอยู่" ก่อแล้วเยี่ยงใดเล่า...ข้าเคยหันแม่ทัพเหมราชเถื่อเดียวก่อตอนพิธีสยุมพรพี่นางสว่างเทวีก่อบ่ได้แปลว่าข้าจักปลงใจเกี่ยวดองกับท่านแม่ทัพได้นี่อุษา" เจ้านางน้อยจันทรเทวีทำหน้ามุ่ยเมื่อได้ยินข่าวว่าเจ้าหลวงได้ประธานตนให้กับแม่ทัพหนุ่มที่ชนะศึกหลวงมาได้เป็นรางวัล แต่เธอนั้นกลับไม่ได้ต้องการเกี่ยวดองกับชายใดเลย เธอรู้สึกว่ามันเร็วไปสำหรับตัวเธอที่พึ่งจะศิริอายุได้ 17 ขวบปี" เห้อ!!!เจ้านางเลี่ยงไปก่อบ่พ้นกำตรัสเจ้าหลวงดอกเจ้าค่ะ..." อุษา นางสนองโอษฐ์ ที่ควบตำแหน่งพี่เลี้ยงถอดหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน " เจ้านางจันทรเทวี " เสียงๆหนึ่งร้องเรียกขึ้น หญิงสาวใบหน้าหวานเงยหน้ามองพลางฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นร่างบางระหงของพี้สาวต่างมารดาเดินเข้ามายังคุ้มของตน"พี่นางสุริยาเทวี!!! " เจ้านางน้อยผละลุกออกจากตั่งไม้ประดับที่นั่งอยู่แล้วรีบเดินมาหาหญิงสาวที่อายุไล่เรี่ยกันตร

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 34 พันธนาการ (18+)

    ชลินทรา ทำหน้ายุ่ง สติสตังไม่ได้จดจ่ออยู่กับใบสั่งยาตรงหน้าเสียเท่าไหร่ ก็ในเมื่อเเม่เพื่อนรักที่ทำท่าจะไม่ยอมมีผัวง่ายๆ...ตอนนี้กลับเริงร่ากกผัวอยู่บนเรือนไม่ค่อยมาหาตนเสียหลายวันแล้ว แม้ว่าอีกไม่กี่วันเธอก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานเหมือนกัน แต่เธอก็รู้สึกเหงาๆอยู่ดี " พิธีอยู่หอสิ้นสุดวันนี้หนาเจ้าคะคุณหมอ...อย่าได้ริษยาแม่นายมินไปใย" เอื้อยเอ่ยขัดขึ้นอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นผู้เป็นนายทำท่าเหมือนเด็กน้อย " ฉันล่ะ..หมั่นใส้แม่มินนัก...ทำท่าทางราวไม่ยากมีผัวเล่นตัวงี่เง่า...แต่ดันชิงแต่งงานตัดหน้าข้าไปเสีย..." ชลินทราทำปากขมุบขมิบเง้างอนแล้วหันไปให้ความสนใจกับงานที่กองอยู่ตรงหน้าต่อ " น้อยอกน้อยใจอะไรนักหนายัยบ้านี่!!! ฉันออกหอแล้วแกก็ต้องเตรียมตัวสิ...มาคลุกอยู่กับงานแบบนี้ได้ยังไงกัน" เสียงหวานๆร้องดังขึ้น ร่างบางระหงปรากฏขึ้นตรงหน้าประตู ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสะพรั่งจนแสบตา " ชิ!!!!....5 วันที่ผ่านมา....แกเล่นไปกี่ยกเล่านั่น!!!" ชลินทราถามเมื่อเห็นเพื่อนรักดูสดใสเกินต้าน " ก็...นะ....นั่นบ้องข้าวหลามนะเว่ยแก!!!ฉันก็ของขาดมานาน....ก็เลย...ตอนนี้คุณพี่ยังไม่ตื่นเลยเห็นบอกเหนื่อย...." มินตร

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 33 อดีตไม่สำคัญ ปัจจุบันขอแค่มีเจ้า

    มินตราแยกตัวออกมาจากชลินทราที่ตอนนี้กำลังหวานแหววกับขุนศรีฯจนเลี่ยนแทบอ้วก เธอเดินจูงเจ้าครามม้าตัวโปรดที่หลวงหนุ่มมอบให้เป็นของมั่นพลางย่นจมูกใส่เพื่อนสาวอย่างหมั่นใส้ " ริษยาเขาฤาถึงทำหน้าราวกับเหม็นกลิ่นมูล" ชายหนุ่มที่เดินอยู่เคียงข้างกระเซ้าแหย่ " ข้าหาได้ริษยาดอกเจ้าค่ะคุณ...." ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง " คุณพี่..." มินตราหน้าแดงพลางเสมองไปทางอื่นแก้ขวยเขิน " เช่นนั้นก็อยากหยอกเย้าเหมือนเขางั้นฤา" เขาถามอีกครั้ง " คุณ..พี่...ก็ทราบ...ว่าข้าหาได้โปรดแบบนั้นไม่...ลองหยอกข้าเช่นท่านขุนดูทีฤา...มิแคล้วจักโดนข้าไล่ให้ไปกินมูลวัวเป็นยา" มินตราขมวดคิ้วมุ่น ดวงหน้างามละมัยพราวไปด้วยรัศมีที่ทำให้หัวใจชายหนุ่มข้างๆแทบจะกระเด็นกระดอนออกมาจากอกเสียตรงนั้นให้ได้ ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เมื่อนึกถึงของหมั้นที่นางขอแล้วก็รู้ได้ว่านางนั้นเกิดมาเพื่อเคียงบ่าเคียงไหล่ยอดนักรบเช่นเขา ทั้งม้าพันธุ์ดี ดาบแบบญี่ปุ่น ผ้าลินินชั้นยอด อีกทั้งแก้วแหวนเงินทอง พร้อมด้วยบ่าวอีกหนึ่งคนที่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่า บ่าววิปลาสเช่นอ้ายพาจู่นั่นต้องตานางได้อย่างไร " เจ้า...จักทำเยี่ยงไรกับอ้

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 32 ลิขิตจากฟ้านำพาให้เรามาพบกัน

    ป่าเสลา ที่บานสะพรั่งไปด้วยดอกสีม่วง ขาว บานสะพราวไปหลายลี้ สายลมเอื่อยๆพัดกิ่งใบส่งเสียงซ่าๆ ราวกับเสียงดนตรีบรรเลงเพลงก็มิปาน ม้าสีขาวปลอดค่อยๆเดินย่องตามแรงจูงของชายหนุ่ม ดวงหน้าหวาน ส่วนบนอานม้ามีหญิงสาว นั่งอยู่ ทั้งคู่พูดคุยกันในหลายๆเรื่อง หลายๆครั้งที่มีหยอกเย้ากันตามประสา คู่รัก ที่มีเพียงกันและกันเท่านั้น" ข้าอดสงสัยมิได้...วานแม่ช่วยแถลงใข...ในโลกโน้นของเจ้า...เหตุใดสตรีจึงมีสิทธิเสรีเท่าเทียมกัน....แลหากสตรีผู้เป็นม่าย...จักมีผัวใหม่ได้มิมีข้อกังขาฤาไร" ขุนศรีผู้ไม่เข้าใจตรรกะความนึกคิดของคนในโลกโน้นที่ชลินทราพูดถึงได้ถามใขข้อสงสัย" มีเหตุก็ต้องมีผลแลเจ้าค่ะ....กว่าสตรีจักมีสิทธิ์แลเสียงได้เทียบเท่าบุรุษก็เสียไปก็มาก ไม่ว่าจะเป็น เสียง สิทธิ์ ชีวิต หรือแม้แต่ศักดิ์ศรี....บุรุษชายขึ้นชื่อว่าเป็นชาตินักรบ ยังสยบต่อสตรีนี่เจ้าคะ....ไม่แปลกที่ จักมี นักสิทธิสตรีหลายๆคนออกมาต่อสู้เพื่ออิสระของตน " ชลินทราอธิบาย"ที่เจ้าพูดก็สมเหตุ...แม่บัว...ข้าขออภัยที่จาบจ้วงเจ้ามาก...แต่ข้าจักขอถาม...ถึงผู้ที่เคยเป็นคนรักเก่าของเจ้า...ได้ฤาไม่" ขุนศรีตรีเทพโอสถ หมอหลวงของวังหลวง หยุดเดิน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status