Share

บทที่ 9

last update Dernière mise à jour: 2026-02-24 13:05:07

EP9.นายหญิง

“ฉันว่าฉันพูดชัดแล้วนะ ไปเก็บกระเป๋าซะ ฉันจะไปส่งเธอขึ้นเรือ”

เขาว่าน้ำเสียงจริงจังจนทีน่ารู้สึกโมโหขึ้นมา ต้องเป็นเพราะนังมารีน่าแน่ๆ! มันคงเป็นคนบอกให้คริสเตียนมาไล่เธอออกไปจากที่นี่สินะ เธอไม่น่าหลงกลของยัยหน้าใสนั่นเลยจริงๆ

“ไม่ค่ะ ทีน่าไม่ไป ทีน่ารักคุณ เป็นเพราะยัยนั่นใช่มั้ยคะ มันเป็นคนบอกให้คริสไล่ทีน่าใช่มั้ย”

ทีน่าโผเข้ากอดคริสเตียนเอาไว้แน่น หล่อนร้องออกมาราวกับคนบ้า

“พอเถอะทีน่า เธอก็รู้ว่าฉันไม่เคยรักเธอ และเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมารีน่า มันเป็นเพราะตัวเธอเองต่างหาก”

“คะคริสหมายความว่าไงคะ ทีน่าทำอะไรผิด!”

“เธอน่าจะรู้อยู่แก่ใจ ไปเก็บของซะ ตอนนี้ถือว่าฉันใจดีกับเธอมากๆ แล้วนะ”

เมื่อได้ยินคำขู่ทีน่าก็ไม่แม้แต่จะกล้าพูดอ้อนวอนอะไรกับเขาอีก ความผิดของเธอคือการช่วยมารีน่าคิดหาวิธีหนีออกไปจากเกาะแห่งนี้ ที่ผ่านมาทำไมเขาจะไม่รู้ว่าทีน่าคือคนที่คอยกลั่นแกล้งผู้หญิงคนอื่นให้ทนอยู่ที่นี่ไม่ได้ เพียงแต่เขาไม่ได้คิดจะสนใจและเขาเองก็ไม่ได้จริงจังกับใครเป็นพิเศษ ถึงไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนกับสิ่งที่ทีน่าทำ

แต่กับมารีน่ามันไม่ใช่ เธอคือคนที่ต้องอยู่ในเกมส์การแก้แค้นของเขาไปอีกนาน จนกว่าเขาจะพอใจ ซึ่งหากเขาไม่พาทีน่าออกไป เธออาจจะเป็นคนทำทุกสิ่งทุกอย่างของเขาพัง เพราะความรักอันแสนจะเพ้อเจ้อของเธอ

หน้าชายหาด

คริสเตียนเดินมาส่งทีน่าเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ป้าเซียร่า แม่บ้านประจำตัวของคฤหาสน์คาร์เซ้นต์กลับมาพอดี ป้าเซียร่าเพิ่งกลับมาจากลาพักร้อน พอมาถึงนางก็ได้เจอกับคริสเตียนและทีน่าพอดี

“อ้าว คุณทีน่าจะไปไหนหรอคะ”

หญิงชราเอ่ยถามเมื่อเห็นเด็กสาวที่อยู่ด้วยกันมาสองปีกว่าๆ กำลังหอบผ้าหอบผ่อนขึ้นเรือไป

“ป้าเซียคะ อึก ทีน่าจะไปแล้วนะคะ”

ทีน่าเดินมาสวมกอดเซียร่าด้วยความรัก เธออยู่กับป้าแม่บ้านมาตลอดและทั้งสองค่อนข้างจะผูกพันกันมากอยู่ทีเดียว

“โธ่คุณทีน่า…ไม่ต้องร้องนะคะ ป้าขอให้เดินทางปลอดภัย”

ถึงแม้จะไม่รู้เรื่องราวอะไรมากมายแต่เซียร่าก็ทำได้แค่เพียงปลอบ หลังจากที่ร่ำลากันเสร็จสรรพ เรือยอร์ชลำหรูก็เคลื่อนตัวออกไป ทีน่ามองภาพคฤหาสน์ที่เธอหวังจะได้ขึ้นเป็นนายหญิงด้วยหัวใจที่เจ็บปวด หากวันใดที่คริสเตียนรู้จักรักใครสักคนขึ้นมา เธอขอให้เขาผิดหวังและเจ็บปวด! เหมือนที่เธอกำลังรู้สึกอยู่ในตอนนี้….

“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะคุณคริส”

ป้าเซียร่าเดินเข้ามาหาคริสเตียนที่ยืนมองทุกเหตุการณ์อยู่หน้าบ้านด้วยสายตาเรียบเฉย

“ก็ไม่มีอะไรครับป้า ผมก็แค่ได้ของเล่นชิ้นใหม่”

คริสเตียนพูดติดตลก แต่ดูเหมือนป้าเซียร่าจะไม่ตลกด้วย ถึงแม้เขาจะเป็นมาเฟียจอมมากอิทธิพลแต่สำหรับป้าเซียร่าคริสเตียนก็คือเด็กชายคนหนึ่งที่นางเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆ ดังนั้นป้าเซียร่าถึงรักเขาราวกับลูกแท้ๆ คนหนึ่ง เช่นเดียวกับเขานั่นแหละ เพราะบางเรื่องสิ่งที่เขาไม่เคยยอมให้ใคร เขากลับยอมให้ป้าเซียร่าเสมอ

“ป้าเข้าบ้านดีกว่าค่ะ เบื่อคนไม่มีหัวใจจริงๆ”

นางส่ายหัวให้กับเด็กหนุ่มที่ตนเองเลี้ยงมากับมือด้วยความเหนื่อยใจ หากพ่อแม่ของคริสเตียนไม่รีบจากไป เขาอาจจะคงยังหลงเหลือหัวใจอยู่บ้างก็เป็นได้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงประตูห้องนอนดังขึ้นมาสามครั้งก่อนที่มันจะถูกเปิดเข้ามา มารีน่าหันไปมองประตูด้วยความหดหู่ แต่มันก็จำต้องแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัยแทน เพราะเธอไม่รู้ว่าหญิงชราที่เดินเข้ามาในห้องคือใคร ป้าเซียร่ายิ้มให้สาวน้อยหน้าหวานน้อยๆ ก่อนจะเดินเข้ามาหาเธอที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียงคนเดียว

“สวัสดีค่ะนายหญิง”

“นะนายหญิงหรอคะ หนูไม่ใช่หรอกค่ะ”

มารีน่ารีบปฏิเสธเพราะเธอคิดว่าป้าเซียร่ากำลังเข้าใจผิด นายหญิงอะไรกัน นางบำเรอสิไม่ว่า!

“คุณนั่นแหละค่ะนายหญิง”

“เอ่อ หนูว่าคุณป้าน่าจะเข้าใจผิด หนูชื่อมารีน่าค่ะ หนูไม่ใช่นายหญิงของที่นี่”

ต่อให้เป็นได้เธอก็ไม่อยากเป็น! ถ้าถามความรู้สึกของมารีน่าที่มีต่อคริสเตียนตอนนี้คงหนีไม่พ้นความเกลียดชัง!

ป้าเซียร่ายิ้มให้มารีน่าอย่างเข้าใจ แต่มีหนึ่งสิ่งที่เธอไม่เข้าใจและเหตุผลที่ทำให้นางต้องเรียกเธอว่านายหญิงก็คือการที่คริสเตียนพาเธอเข้ามาอยู่ในห้องนี้ ในหลุมหลบภัยของเขา นั่นหมายความว่ามารีน่าคือคนสำคัญ เพราะปกติผู้หญิงที่คริสเตียนพามา จะไม่มีใครได้เข้ามาในห้องนี้เลย เขาจะพาไปห้องอื่นแทน

ป้าเซียร่าค่อนข้างจะมั่นใจว่าคริสเตียนกำลังรู้สึกดีกับสาวน้อยหน้ามนคนนี้ และนางคาดว่าอีกไม่นานทั้งสองจะได้รู้ใจตัวเอง เมื่อถึงเวลานั้นนางก็คงจะได้มีนายหญิงสมใจตัวเองสักที

“คุณคริสสั่งให้พวกเราทุกคนเรียกคุณว่านายหญิงค่ะ เพราะฉนั้นป้าไม่ได้เข้าใจผิดนะ”

หญิงชรายิ้มร่าอย่างอารมณ์ดี ไม่คาดคิดเลยว่ากลับมาที่นี่รอบนี้นางจะได้รับข่าวดีแบบนี้

“ระเหรอคะ เขาเนี้ยนะสั่ง?”

มารีน่ายังคงมึนงง เธอจัดการความรู้สึกของตัวเองไม่ได้เลย ว่าควรรู้สึกยังไง

“ใช่ค่ะ ไปค่ะนายหญิง เราลงไปทำอาหารเย็นกันเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันตั้งโต๊ะ”

นี่คือจุดประสงค์ที่ป้าเซียร่าขึ้นมาหาเธอที่นี่

“เอ่อ หนูลงไปได้หรอคะ เขา เอ่อ คุณคริสจะไม่ว่าเหรอคะ เขาสั่งหนูไว้ว่าห้ามออกไป”

มารีน่ามีท่าทีกล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกดีใจที่ได้เจอกับหญิงชราที่ดูใจดีคนนี้ มันทำให้เธอพอจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาได้บ้างดีกว่าอยู่ห้อมล้อมไปด้วยชายชุดดำที่ชวนให้รู้สึกหดหู่สุดๆ ทั้งวัน

“ไปได้ค่ะ คุณคริสอนุญาติแล้ว ป้าเป็นคนขอให้เอง”

“จริงหรอคะ คุณป้า…..”

“เซียร่าค่ะ เรียกว่าป้าเซียเฉยๆ ก็ได้”

มารีน่าพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเผยยิ้มออกมา นี่เป็นครั้งแรกเลยที่หญิงสาวกล้ายิ้มออกมาอย่างเปิดเผยและคลายความกังวล

“ได้ค่ะป้าเซีย งั้นเราลงไปกันเถอะค่ะ”

คนที่โดนขังให้อยู่ในนี้แทบทั้งวันลุกขึ้นยืนด้วยความดีใจก่อนจะรีบเดินตามหญิงชราลงมาทำอาหารที่ด้านล่าง

ห้องทำงานของคริสเตียน

ชาลีเดินเข้ามาหาเจ้านายพร้อมกับแฟ้มเอกสารสำคัญที่คริสเตียนต้องการ ทันทีที่เข้ามาถึงลูกน้องคนสนิทก็ก้มหัวให้เขาก่อนจะวางแฟ้มนั้นลงไปบนโต๊ะทำงานสีดำตัวโปรดของเขา

“นี่คือประวัติของคุณมารีน่าเท่าที่เราหามาได้ครับ”

“หมายความยังไง? เท่าที่หามาได้”

คนตัวโตรีบหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาดูด้วยความสนใจ แต่คำพูดของลูกน้องกลับทำให้เขาต้องหยุดชะงัก

“นักสืบของเราพยายามเสาะหาข้อมูลของเธอ แต่ว่าสืบไปก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องครอบครัวของเธอ”

คริสเตียนก้มลงอ่านข้อมูลทั่วไปที่นักสืบของเขาหามาได้ มันมีเพียงชื่อ ข้อมูลสถานศึกษาของมารีน่าเพียงเท่านั้นและข้อมูลอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะไม่ใช่ความลับ คริสเตียนวางกระดาษแผ่นนั้นลงอย่างครุ่นคิด ทำไมข้อมูลครอบครัวของมารีน่าถึงได้เป็นความลับ? เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันต้องเป็นเรื่องใหญ่มากๆ เกินกว่าที่เขาคิดเอาไว้แน่ๆ

“หมายความว่ามารีน่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคนที่มีอิทธิพลงั้นหรอ?”

เขามองหน้าชาลีเพื่ออยากได้ความคิดเห็นเพิ่มเติม

“ผมคาดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นครับ ถึงไม่มีใครกล้าปริปากบอกข้อมูลอะไรเกี่ยวกับตระกูลมัสเลย”

“ตระกูลมัสงั้นหรอ? งั้นจ้างนักสืบที่ไทย หาข้อมูลของครอบครัวมารีน่ามาให้ได้มากที่สุด”

คริสเตียนคิดได้เพียงเท่านั้นจริงๆ มันต้องมีทางที่เขาจะได้รู้ความจริงบ้างแหละว่าครอบครัวของมารีน่าเป็นผู้มีอิทธิพลด้านไหน ถึงแม้เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับการแก้แค้น แต่เขาเองก็อยากจะรู้ คริสเตียนไม่เคยคิดจะสงสัยในตัวเองเลยว่าทำไมเขาถึงได้สนใจผู้หญิงที่ชื่อมารีน่านักหนา หัวใจแกร่งที่เข้มแข็งของเขา กำลังเริ่มพ่ายแพ้ให้กับหน้าตาจิ้มลิ้มของสาวฮาฟไทย โดยที่ตัวเองยังไม่รู้ตัว

“ครับนาย”

กริ๊ง! กริ๊ง!

เมื่อชาลีรับคำสั่งเสร็จเรียบร้อย จู่ๆ เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของคริสเตียนก็ดังขึ้นมา ชาลีเห็นดังนั้นจึงไม่คิดจะอยู่รบกวน เขาก้มหัวเพื่อบอกลาก่อนจะเดินออกไป คริสเตียนยกโทรศัพท์บ้านของตัวเองขึ้นมาไว้แนบหู สมองพลางคิดเดาไปว่าใครคือคนที่โทรเข้ามา

“ฮัลโหล”

(หวัดดี ไอ้นรก!)

ชาร์ลเอ่ยเข้ามาในสาย ทำเอาคริสเตียนแปลกใจไม่น้อยว่ามันไปเอาเบอร์ของเขามาจากไหน แต่เรื่องนั้นมันไม่สำคัญเท่ากับว่ามันโทรมาหาเขาทำไมหรอก

“โทรมาทำเหี้ยอะไร?”

(ฮึ! คารีน่าคือน้องมึงงั้นหรอ?)

น้ำเสียงอันแสนยียวนกวนประสาทของชาร์ลทำเอาคริสเตียนรู้สึกโกรธขึ้นมาได้ง่ายๆ ยิ่งมันเอ่ยถึงชื่อของน้องสาวของเขา เขายิ่งอยากจะเอาปืนยิงกบาลมันเสียตอนนี้เลย

“มึงกลับไประลึกความชั่วของตัวเองตามที่กูบอกแล้วสินะ ถึงจำได้”

(กูว่ามึงเข้าใจอะไรผิดไปนะ กูเพิ่งรู้วันนี้ว่าคารีน่าคือน้องสาวมึง)

น้ำเสียงของปลายสายก็แอบหงุดหงิดอยู่เหมือนกัน แต่คริสเตียนได้หาสนใจไม่ เขาสนใจเพียงแค่คำพูดหมาๆ ของชาร์ลเท่านั้น!

“นี่กูจำเป็นต้องเชื่อคนแบบมึงหรอ? มึงทำน้องกูตายแล้วยังกล้าจะมาปฎิเสธ มึงแม่งกระจอกชิบหาย!”

เขาพูดออกไปอย่างเหลืออด ภาพวันที่น้องสาวเขาฆ่าตัวตายเริ่มย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองของเขาอีกครั้ง จดหมายลาตายของคารีน่าคือสิ่งยืนยันได้ดีที่สุดว่าความเจ็บปวดที่เธอได้รับจะต้องมีคนรับผิดชอบ

(ฮึ! มึงนี่แม่งยังโง่เหมือนเดิมสินะ ดี! งั้นมึงก็เชิญโง่ต่อไปเถอะ!)

น้ำเสียงเย้ยหยันของฝ่ายตรงข้ามทำเอาคริสเตียนสงสัยไม่น้อยว่าชาร์ลกำลังหมายถึงเรื่องอะไร

“มึงหมายถึงเหี้ยอะไรของมึง!”

(อยากรู้หรอว่ากูหมายถึงอะไร? ถ้าอยากรู้มึงก็ปล่อยคนของกูมาก่อนสิ แล้วกูจะสงเคราะห์ความโง่ของมึงให้)

“ทำไม? มึงอยากได้ของเหลือเดนจากกูว่างั้น?”

(มึงพูดแบบนี้หมายความว่าไง? ไอ้คริส! มึงทำอะไรรีน่า!)

คราวนี้ชาร์ลเป็นฝ่ายหัวเสียกลับมาเสียเอง เมื่อได้ยินคริสเตียนพูดออกมาราวกับว่าเขาได้ตัวมารีน่าไปครอบครองแล้ว

“ทำอะไรหรอ? ทำในสิ่งที่มึงยังไม่เคยทำไง มึงแม่งโง่ปล่อยให้ผู้หญิงซิงๆ หลุดมือมาถึงกูได้ยังไง ฮึ! ถ้าอยากแดกต่อก็รอกูเบื่อก่อนนะ เดี๋ยวกูจะสงเคราะห์ให้”

(ไอ้คริส! มึง! ไอ้…)

ปึก! คริสเตียนวางหูใส่ชาร์ลอย่างหัวเสียเมื่อเขายังรู้สึกเเคลงใจกับคำพูดของศัตรู มันพูดราวกับว่ามีบางอย่างที่เขายังไม่รู้ แต่เขาไม่รู้ว่ามันคือเรื่องอะไรนี่สิ

มารีน่ายืนกำถาดกาแฟเอาไว้แน่นเมื่อเธอเดินเข้ามาทันได้ฟังบทสนทนาเมื่อครู่ตั้งแต่แรกจนจบ ความรู้สึกเกลียดในตัวคริสเตียนยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเธอได้ยินทุกอย่างชัดแจ๋ว เขาดูถูกเธอ! ทำเหมือนกับเธอเป็นสิ่งของ! คนอย่างเขาเธอคงอยู่ด้วยและแบกรับความเจ็บปวดนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • บ่วงพยศ ซาตานเถื่อน ( ตระกูลมัส 1 )    บทที่ 112

    ลูคัสกระแอมไอแก้เขิน “ก็...แค่ถามดู เห็นว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องพวกนาย ตอนเด็กๆ ยัยนั่นเคยแย่งขนมฉันกินเฉยๆ หรอก เลยจำได้” “จริงเหรอออออ” เคย์เดนลากเสียงยาวพลางขยับเข้าไปใกล้ลูคัส “ จำได้แค่นั้นจริงเหรอ? แต่ฉันจำได้ว่าตอนเจอกันครั้งล่าสุด นายแอบเอาเปลือกหอยสวยๆ ไปวางไว้หน้าห้องพักแคลร์นะ แถมพอแคลร์เ

  • บ่วงพยศ ซาตานเถื่อน ( ตระกูลมัส 1 )    บทที่ 111

    ตอนพิเศษ 4. เกาะอันดารา 5 ปีต่อมา น้ำทะเลสีครามจัดของเกาะอันดาราสะท้อนแสงอาทิตย์ระยิบระยับ เรือยอร์ชลำหรูเคลื่อนตัวเข้าจอดเทียบท่าอย่างนุ่มนวล ครูซ ในวัยสิบสามปี ก้าวลงจากเรือเป็นคนแรก เด็กหนุ่มที่เคยตัวเล็กในวันนั้น บัดนี้ส่วนสูงเริ่มพุ่งพรวดจนเกือบเท่าไหล่ของผู้เป็นพ่อ ใบหน้าหล่อเหลาถอดแบบ ค

  • บ่วงพยศ ซาตานเถื่อน ( ตระกูลมัส 1 )    บทที่ 110

    “เบาๆ หน่อยเคย์เดน เดี๋ยวก็ปวดท้องเหมือนคราวก่อนหรอก” มารีน่าดุลูกชายคนเล็กอย่างไม่จริงจังนัก ข้างๆ กันนั้น มาติเนส พี่ชายคนโตที่บัดนี้กลายเป็นผู้นำตระกูลที่น่าเกรงขาม กำลังนั่งคุยเรื่องธุรกิจกับคริสเตียน โดยมีนาริกาภรรยาสาวคอยดูแล นาวิน และ นาวา ลูกชายทั้งสองที่ซนไม่แพ้ใคร ส่วนมาร์โคคุณหมอหนุ่

  • บ่วงพยศ ซาตานเถื่อน ( ตระกูลมัส 1 )    บทที่ 109

    ตอนพิเศษ 63. กลับประเทศไทย หลายปีต่อมา สนามบินนานาชาติคึกคักตั้งแต่เช้า ครูซกับเคย์เดนในวัยเก้าขวบยืนลากกระเป๋าใบเล็กของตัวเองคนละใบ ใส่เสื้อฮู้ดเหมือนกันแต่คนละสี แม้ทั้งสองคนจะหน้าเหมือนกันเปี๊ยบ แต่ด้วยความที่นิสัยแตกต่างกันสิ้นเชิง ถ้าลองจ้องมองดีๆหลายคนก็อาจจะแยกออกได้ง่าย “แด๊ด เราจะได้นั

  • บ่วงพยศ ซาตานเถื่อน ( ตระกูลมัส 1 )    บทที่ 108

    “ทำไมหน้าเครียดจังครับที่รัก งานมีปัญหาหรอหื้ม” เขาสวมกอดเธอจากด้านหลัง เมื่อรู้ว่าใครมา หญิงสาวจึงเลิกสนใจหน้าจอแล้วหันมาสนใจสามีของตัวเองแทน “ค่ะ สาขาหนึ่งกำลังขาดแคลนพนักงานหนักมาก” “ปล่อยให้ผู้จัดการจัดการไปเถอะนะ อย่าเครียดไปเลย” “จะไม่ให้เครียดได้ยังไงคะ ลูกค้าโวยวายใหญ่เลย” “ปล่อยผ

  • บ่วงพยศ ซาตานเถื่อน ( ตระกูลมัส 1 )    บทที่ 107

    “ยังไม่เยอะเท่าไหร่เลยค่ะแม่ คงต้องป้อนนมผงไปด้วยก่อน” เธอเงยหน้าขึ้นมาตอบเสียงเครียด ถึงแม้จะอยากให้ลูกทั้งสองกินนมแม่มากแค่ไหน แต่ก็คงต้องค่อยเป็นค่อยไป “ไม่ต้องเครียดลูก บำรุงเยอะๆ เดี๋ยวก็มาเอง” “ป้าเซียกำลังทำอาหารบำรุงน้ำนมให้ เดี๋ยวสักพักค่อยลงไปทานนะ” คริสเตียนนั่งลงข้างๆภรรยา ตั้งแ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status