EP9.นายหญิง
“ฉันว่าฉันพูดชัดแล้วนะ ไปเก็บกระเป๋าซะ ฉันจะไปส่งเธอขึ้นเรือ”
เขาว่าน้ำเสียงจริงจังจนทีน่ารู้สึกโมโหขึ้นมา ต้องเป็นเพราะนังมารีน่าแน่ๆ! มันคงเป็นคนบอกให้คริสเตียนมาไล่เธอออกไปจากที่นี่สินะ เธอไม่น่าหลงกลของยัยหน้าใสนั่นเลยจริงๆ
“ไม่ค่ะ ทีน่าไม่ไป ทีน่ารักคุณ เป็นเพราะยัยนั่นใช่มั้ยคะ มันเป็นคนบอกให้คริสไล่ทีน่าใช่มั้ย”
ทีน่าโผเข้ากอดคริสเตียนเอาไว้แน่น หล่อนร้องออกมาราวกับคนบ้า
“พอเถอะทีน่า เธอก็รู้ว่าฉันไม่เคยรักเธอ และเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมารีน่า มันเป็นเพราะตัวเธอเองต่างหาก”
“คะคริสหมายความว่าไงคะ ทีน่าทำอะไรผิด!”
“เธอน่าจะรู้อยู่แก่ใจ ไปเก็บของซะ ตอนนี้ถือว่าฉันใจดีกับเธอมากๆ แล้วนะ”
เมื่อได้ยินคำขู่ทีน่าก็ไม่แม้แต่จะกล้าพูดอ้อนวอนอะไรกับเขาอีก ความผิดของเธอคือการช่วยมารีน่าคิดหาวิธีหนีออกไปจากเกาะแห่งนี้ ที่ผ่านมาทำไมเขาจะไม่รู้ว่าทีน่าคือคนที่คอยกลั่นแกล้งผู้หญิงคนอื่นให้ทนอยู่ที่นี่ไม่ได้ เพียงแต่เขาไม่ได้คิดจะสนใจและเขาเองก็ไม่ได้จริงจังกับใครเป็นพิเศษ ถึงไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนกับสิ่งที่ทีน่าทำ
แต่กับมารีน่ามันไม่ใช่ เธอคือคนที่ต้องอยู่ในเกมส์การแก้แค้นของเขาไปอีกนาน จนกว่าเขาจะพอใจ ซึ่งหากเขาไม่พาทีน่าออกไป เธออาจจะเป็นคนทำทุกสิ่งทุกอย่างของเขาพัง เพราะความรักอันแสนจะเพ้อเจ้อของเธอ
หน้าชายหาด
คริสเตียนเดินมาส่งทีน่าเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ป้าเซียร่า แม่บ้านประจำตัวของคฤหาสน์คาร์เซ้นต์กลับมาพอดี ป้าเซียร่าเพิ่งกลับมาจากลาพักร้อน พอมาถึงนางก็ได้เจอกับคริสเตียนและทีน่าพอดี
“อ้าว คุณทีน่าจะไปไหนหรอคะ”
หญิงชราเอ่ยถามเมื่อเห็นเด็กสาวที่อยู่ด้วยกันมาสองปีกว่าๆ กำลังหอบผ้าหอบผ่อนขึ้นเรือไป
“ป้าเซียคะ อึก ทีน่าจะไปแล้วนะคะ”
ทีน่าเดินมาสวมกอดเซียร่าด้วยความรัก เธออยู่กับป้าแม่บ้านมาตลอดและทั้งสองค่อนข้างจะผูกพันกันมากอยู่ทีเดียว
“โธ่คุณทีน่า…ไม่ต้องร้องนะคะ ป้าขอให้เดินทางปลอดภัย”
ถึงแม้จะไม่รู้เรื่องราวอะไรมากมายแต่เซียร่าก็ทำได้แค่เพียงปลอบ หลังจากที่ร่ำลากันเสร็จสรรพ เรือยอร์ชลำหรูก็เคลื่อนตัวออกไป ทีน่ามองภาพคฤหาสน์ที่เธอหวังจะได้ขึ้นเป็นนายหญิงด้วยหัวใจที่เจ็บปวด หากวันใดที่คริสเตียนรู้จักรักใครสักคนขึ้นมา เธอขอให้เขาผิดหวังและเจ็บปวด! เหมือนที่เธอกำลังรู้สึกอยู่ในตอนนี้….
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะคุณคริส”
ป้าเซียร่าเดินเข้ามาหาคริสเตียนที่ยืนมองทุกเหตุการณ์อยู่หน้าบ้านด้วยสายตาเรียบเฉย
“ก็ไม่มีอะไรครับป้า ผมก็แค่ได้ของเล่นชิ้นใหม่”
คริสเตียนพูดติดตลก แต่ดูเหมือนป้าเซียร่าจะไม่ตลกด้วย ถึงแม้เขาจะเป็นมาเฟียจอมมากอิทธิพลแต่สำหรับป้าเซียร่าคริสเตียนก็คือเด็กชายคนหนึ่งที่นางเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆ ดังนั้นป้าเซียร่าถึงรักเขาราวกับลูกแท้ๆ คนหนึ่ง เช่นเดียวกับเขานั่นแหละ เพราะบางเรื่องสิ่งที่เขาไม่เคยยอมให้ใคร เขากลับยอมให้ป้าเซียร่าเสมอ
“ป้าเข้าบ้านดีกว่าค่ะ เบื่อคนไม่มีหัวใจจริงๆ”
นางส่ายหัวให้กับเด็กหนุ่มที่ตนเองเลี้ยงมากับมือด้วยความเหนื่อยใจ หากพ่อแม่ของคริสเตียนไม่รีบจากไป เขาอาจจะคงยังหลงเหลือหัวใจอยู่บ้างก็เป็นได้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงประตูห้องนอนดังขึ้นมาสามครั้งก่อนที่มันจะถูกเปิดเข้ามา มารีน่าหันไปมองประตูด้วยความหดหู่ แต่มันก็จำต้องแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัยแทน เพราะเธอไม่รู้ว่าหญิงชราที่เดินเข้ามาในห้องคือใคร ป้าเซียร่ายิ้มให้สาวน้อยหน้าหวานน้อยๆ ก่อนจะเดินเข้ามาหาเธอที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียงคนเดียว
“สวัสดีค่ะนายหญิง”
“นะนายหญิงหรอคะ หนูไม่ใช่หรอกค่ะ”
มารีน่ารีบปฏิเสธเพราะเธอคิดว่าป้าเซียร่ากำลังเข้าใจผิด นายหญิงอะไรกัน นางบำเรอสิไม่ว่า!
“คุณนั่นแหละค่ะนายหญิง”
“เอ่อ หนูว่าคุณป้าน่าจะเข้าใจผิด หนูชื่อมารีน่าค่ะ หนูไม่ใช่นายหญิงของที่นี่”
ต่อให้เป็นได้เธอก็ไม่อยากเป็น! ถ้าถามความรู้สึกของมารีน่าที่มีต่อคริสเตียนตอนนี้คงหนีไม่พ้นความเกลียดชัง!
ป้าเซียร่ายิ้มให้มารีน่าอย่างเข้าใจ แต่มีหนึ่งสิ่งที่เธอไม่เข้าใจและเหตุผลที่ทำให้นางต้องเรียกเธอว่านายหญิงก็คือการที่คริสเตียนพาเธอเข้ามาอยู่ในห้องนี้ ในหลุมหลบภัยของเขา นั่นหมายความว่ามารีน่าคือคนสำคัญ เพราะปกติผู้หญิงที่คริสเตียนพามา จะไม่มีใครได้เข้ามาในห้องนี้เลย เขาจะพาไปห้องอื่นแทน
ป้าเซียร่าค่อนข้างจะมั่นใจว่าคริสเตียนกำลังรู้สึกดีกับสาวน้อยหน้ามนคนนี้ และนางคาดว่าอีกไม่นานทั้งสองจะได้รู้ใจตัวเอง เมื่อถึงเวลานั้นนางก็คงจะได้มีนายหญิงสมใจตัวเองสักที
“คุณคริสสั่งให้พวกเราทุกคนเรียกคุณว่านายหญิงค่ะ เพราะฉนั้นป้าไม่ได้เข้าใจผิดนะ”
หญิงชรายิ้มร่าอย่างอารมณ์ดี ไม่คาดคิดเลยว่ากลับมาที่นี่รอบนี้นางจะได้รับข่าวดีแบบนี้
“ระเหรอคะ เขาเนี้ยนะสั่ง?”
มารีน่ายังคงมึนงง เธอจัดการความรู้สึกของตัวเองไม่ได้เลย ว่าควรรู้สึกยังไง
“ใช่ค่ะ ไปค่ะนายหญิง เราลงไปทำอาหารเย็นกันเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันตั้งโต๊ะ”
นี่คือจุดประสงค์ที่ป้าเซียร่าขึ้นมาหาเธอที่นี่
“เอ่อ หนูลงไปได้หรอคะ เขา เอ่อ คุณคริสจะไม่ว่าเหรอคะ เขาสั่งหนูไว้ว่าห้ามออกไป”
มารีน่ามีท่าทีกล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกดีใจที่ได้เจอกับหญิงชราที่ดูใจดีคนนี้ มันทำให้เธอพอจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาได้บ้างดีกว่าอยู่ห้อมล้อมไปด้วยชายชุดดำที่ชวนให้รู้สึกหดหู่สุดๆ ทั้งวัน
“ไปได้ค่ะ คุณคริสอนุญาติแล้ว ป้าเป็นคนขอให้เอง”
“จริงหรอคะ คุณป้า…..”
“เซียร่าค่ะ เรียกว่าป้าเซียเฉยๆ ก็ได้”
มารีน่าพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเผยยิ้มออกมา นี่เป็นครั้งแรกเลยที่หญิงสาวกล้ายิ้มออกมาอย่างเปิดเผยและคลายความกังวล
“ได้ค่ะป้าเซีย งั้นเราลงไปกันเถอะค่ะ”
คนที่โดนขังให้อยู่ในนี้แทบทั้งวันลุกขึ้นยืนด้วยความดีใจก่อนจะรีบเดินตามหญิงชราลงมาทำอาหารที่ด้านล่าง
ห้องทำงานของคริสเตียน
ชาลีเดินเข้ามาหาเจ้านายพร้อมกับแฟ้มเอกสารสำคัญที่คริสเตียนต้องการ ทันทีที่เข้ามาถึงลูกน้องคนสนิทก็ก้มหัวให้เขาก่อนจะวางแฟ้มนั้นลงไปบนโต๊ะทำงานสีดำตัวโปรดของเขา
“นี่คือประวัติของคุณมารีน่าเท่าที่เราหามาได้ครับ”
“หมายความยังไง? เท่าที่หามาได้”
คนตัวโตรีบหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาดูด้วยความสนใจ แต่คำพูดของลูกน้องกลับทำให้เขาต้องหยุดชะงัก
“นักสืบของเราพยายามเสาะหาข้อมูลของเธอ แต่ว่าสืบไปก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องครอบครัวของเธอ”
คริสเตียนก้มลงอ่านข้อมูลทั่วไปที่นักสืบของเขาหามาได้ มันมีเพียงชื่อ ข้อมูลสถานศึกษาของมารีน่าเพียงเท่านั้นและข้อมูลอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะไม่ใช่ความลับ คริสเตียนวางกระดาษแผ่นนั้นลงอย่างครุ่นคิด ทำไมข้อมูลครอบครัวของมารีน่าถึงได้เป็นความลับ? เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันต้องเป็นเรื่องใหญ่มากๆ เกินกว่าที่เขาคิดเอาไว้แน่ๆ
“หมายความว่ามารีน่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคนที่มีอิทธิพลงั้นหรอ?”
เขามองหน้าชาลีเพื่ออยากได้ความคิดเห็นเพิ่มเติม
“ผมคาดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นครับ ถึงไม่มีใครกล้าปริปากบอกข้อมูลอะไรเกี่ยวกับตระกูลมัสเลย”
“ตระกูลมัสงั้นหรอ? งั้นจ้างนักสืบที่ไทย หาข้อมูลของครอบครัวมารีน่ามาให้ได้มากที่สุด”
คริสเตียนคิดได้เพียงเท่านั้นจริงๆ มันต้องมีทางที่เขาจะได้รู้ความจริงบ้างแหละว่าครอบครัวของมารีน่าเป็นผู้มีอิทธิพลด้านไหน ถึงแม้เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับการแก้แค้น แต่เขาเองก็อยากจะรู้ คริสเตียนไม่เคยคิดจะสงสัยในตัวเองเลยว่าทำไมเขาถึงได้สนใจผู้หญิงที่ชื่อมารีน่านักหนา หัวใจแกร่งที่เข้มแข็งของเขา กำลังเริ่มพ่ายแพ้ให้กับหน้าตาจิ้มลิ้มของสาวฮาฟไทย โดยที่ตัวเองยังไม่รู้ตัว
“ครับนาย”
กริ๊ง! กริ๊ง!
เมื่อชาลีรับคำสั่งเสร็จเรียบร้อย จู่ๆ เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของคริสเตียนก็ดังขึ้นมา ชาลีเห็นดังนั้นจึงไม่คิดจะอยู่รบกวน เขาก้มหัวเพื่อบอกลาก่อนจะเดินออกไป คริสเตียนยกโทรศัพท์บ้านของตัวเองขึ้นมาไว้แนบหู สมองพลางคิดเดาไปว่าใครคือคนที่โทรเข้ามา
“ฮัลโหล”
(หวัดดี ไอ้นรก!)
ชาร์ลเอ่ยเข้ามาในสาย ทำเอาคริสเตียนแปลกใจไม่น้อยว่ามันไปเอาเบอร์ของเขามาจากไหน แต่เรื่องนั้นมันไม่สำคัญเท่ากับว่ามันโทรมาหาเขาทำไมหรอก
“โทรมาทำเหี้ยอะไร?”
(ฮึ! คารีน่าคือน้องมึงงั้นหรอ?)
น้ำเสียงอันแสนยียวนกวนประสาทของชาร์ลทำเอาคริสเตียนรู้สึกโกรธขึ้นมาได้ง่ายๆ ยิ่งมันเอ่ยถึงชื่อของน้องสาวของเขา เขายิ่งอยากจะเอาปืนยิงกบาลมันเสียตอนนี้เลย
“มึงกลับไประลึกความชั่วของตัวเองตามที่กูบอกแล้วสินะ ถึงจำได้”
(กูว่ามึงเข้าใจอะไรผิดไปนะ กูเพิ่งรู้วันนี้ว่าคารีน่าคือน้องสาวมึง)
น้ำเสียงของปลายสายก็แอบหงุดหงิดอยู่เหมือนกัน แต่คริสเตียนได้หาสนใจไม่ เขาสนใจเพียงแค่คำพูดหมาๆ ของชาร์ลเท่านั้น!
“นี่กูจำเป็นต้องเชื่อคนแบบมึงหรอ? มึงทำน้องกูตายแล้วยังกล้าจะมาปฎิเสธ มึงแม่งกระจอกชิบหาย!”
เขาพูดออกไปอย่างเหลืออด ภาพวันที่น้องสาวเขาฆ่าตัวตายเริ่มย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองของเขาอีกครั้ง จดหมายลาตายของคารีน่าคือสิ่งยืนยันได้ดีที่สุดว่าความเจ็บปวดที่เธอได้รับจะต้องมีคนรับผิดชอบ
(ฮึ! มึงนี่แม่งยังโง่เหมือนเดิมสินะ ดี! งั้นมึงก็เชิญโง่ต่อไปเถอะ!)
น้ำเสียงเย้ยหยันของฝ่ายตรงข้ามทำเอาคริสเตียนสงสัยไม่น้อยว่าชาร์ลกำลังหมายถึงเรื่องอะไร
“มึงหมายถึงเหี้ยอะไรของมึง!”
(อยากรู้หรอว่ากูหมายถึงอะไร? ถ้าอยากรู้มึงก็ปล่อยคนของกูมาก่อนสิ แล้วกูจะสงเคราะห์ความโง่ของมึงให้)
“ทำไม? มึงอยากได้ของเหลือเดนจากกูว่างั้น?”
(มึงพูดแบบนี้หมายความว่าไง? ไอ้คริส! มึงทำอะไรรีน่า!)
คราวนี้ชาร์ลเป็นฝ่ายหัวเสียกลับมาเสียเอง เมื่อได้ยินคริสเตียนพูดออกมาราวกับว่าเขาได้ตัวมารีน่าไปครอบครองแล้ว
“ทำอะไรหรอ? ทำในสิ่งที่มึงยังไม่เคยทำไง มึงแม่งโง่ปล่อยให้ผู้หญิงซิงๆ หลุดมือมาถึงกูได้ยังไง ฮึ! ถ้าอยากแดกต่อก็รอกูเบื่อก่อนนะ เดี๋ยวกูจะสงเคราะห์ให้”
(ไอ้คริส! มึง! ไอ้…)
ปึก! คริสเตียนวางหูใส่ชาร์ลอย่างหัวเสียเมื่อเขายังรู้สึกเเคลงใจกับคำพูดของศัตรู มันพูดราวกับว่ามีบางอย่างที่เขายังไม่รู้ แต่เขาไม่รู้ว่ามันคือเรื่องอะไรนี่สิ
มารีน่ายืนกำถาดกาแฟเอาไว้แน่นเมื่อเธอเดินเข้ามาทันได้ฟังบทสนทนาเมื่อครู่ตั้งแต่แรกจนจบ ความรู้สึกเกลียดในตัวคริสเตียนยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเธอได้ยินทุกอย่างชัดแจ๋ว เขาดูถูกเธอ! ทำเหมือนกับเธอเป็นสิ่งของ! คนอย่างเขาเธอคงอยู่ด้วยและแบกรับความเจ็บปวดนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว