LOGIN“มีที่ไหนล่ะครับ ผมนอนคนเดียว”“สภาพแบบนี้เนี่ยนะ”ภูมิที่เพิ่งออกจากห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และกำลังรูดซิปกางเกงยีนส์ขึ้นถึงกับชะงักก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ พบทั้งเสื้อผ้าเกลื่อนพื้น ที่นอนยับยู่ยี่ ผ้าห่มม้วนขยุกขยุยไม่เป็นระเบียบ อีกทั้งกลางที่นอนนั่นชิบหายละ!ชายหนุ่มรู้ว่าที่ถูกไล่ต้อนแบบนี้เพราะมารดากำลังจับพิรุธเขาอยู่ ใจพลันคิดถึงทานตะวัน หวังว่าเธอจะออกไปจากห้องทันก่อนมารดาจะเข้ามา แต่เมื่อเหลือบมองไปทางผ้าม่านประตูระเบียงที่ไหวพะเยิบพะยาบตามแรงลมก็รู้แล้วว่ามีอะไรที่ด้านนอกนั่น“ว่าไง” นางถามย้ำพลางหรี่ตามองจับผิด “ตอบมา ตอบให้ดีๆ ด้วยล่ะ ฉันรอฟัง”ภูมิรู้เลยว่ามารดากำลังฉุนใจขาด ดูจากสรรพนามที่เรียกแทนตัวเองก็รู้“โธ่ แม่ก็รู้ว่าผมนอนดิ้น”“แค่นี้”“ครับ”ภาคินีส่ายหน้าระอาเพราะรู้อยู่แก่ใจ นางเคยถามลูกชายเรื่องความรู้สึกที่มีต่อทานตะวัน แต่คำตอบที่ได้รับกลับไม่ชัดเจน นางร้อนใจไม่อยากให้ทานตะวันตกลงปลงใจกับใครไวนัก อย่างน้อยก็ไม่ใช่เวลานี้ ถึงยังไงเรือล่มในหนองก็ย่อมดีกว่า นางหมายตาทานตะวันไว้ให้แต่ใครจะรู้ใจลูกชายที่เริ่มแก่ หัวดื้อ แถมยังปากหนักนี่สิ!“แกจะทำอะไรก็ให้มันชัด
ให้รู้ซะบ้างว่าทานตะวันเป็นของเขา ใครหน้าไหนอย่าสะเออะเหอะ!ร่างสูงล่ำคล้ำแดดไม่สวมเสื้อผ้ากลับมาทิ้งตัวลงนอนข้างร่างนุ่มโอบกอดเธอไว้ ทานตะวันส่งเสียงงึมงำในลำคอแล้ววาดมือโอบเอวของเขาเช่นกัน เพียงเท่านั้นไฟราคะก็ลุกโชนอีกรอบ ร่างบางถูกรุกรานจากรสสัมผัสและดำกฤษณาต้องโอนอ่อนผ่อนตามไปอีกตามเคยภูมิพินิจดวงหน้าชื้นเหงื่อของหลานสาวที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนสถานะเป็นภรรยาทางพฤตินัยของตนด้วยแววตารักใคร่ เรียวนิ้วไล้พวงแก้มนวลจนอีกฝ่ายรู้ตัวขยับกาย“กี่โมงแล้วคะอาภูมิ”อาหนุ่มยกยิ้มจ้องนาฬิกาข้างฝาผนังแล้วตอบ “เกือบเก้าโมงแล้วจ้ะ หิวรึยัง อาจะได้ทำอะไรให้กิน”“ห๊า! เก้าโมง!”ทานตะวันทะลึ่งพรวดลุกนั่ง สีหน้าเหยเก “ทำไมไม่ปลุกคะ ตะวันต้องรีบไปหาคุณย่า”“เดี๋ยวค่อยไปสายหน่อยก็ได้”“อาภูมิไม่ห่วงคุณย่าเหรอคะ ”“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่อาว่า...”“คุณย่าเป็นแม่อาภูมินะ!” เด็กสาวเสียงขุ่นก่อนลุกพรวดพราดแต่โดนดึงแขนไว้จึงหันกลับมาทำหน้าตูมเสียงเข้ม “ตะวันจะไปหาคุณย่าค่ะ”“อย่าเพิ่งเลยน่า”“เอ๊ะ! อาภูมิทำไมดื้อ”เธอไม่ฟังที่ถูกยื้อ แต่ภูมิโอบเอวไว้ไม่ให้ลุก ทำให้ทานตะวันถึงกับหน้าบึ้งดึงมือออกแล้วผลุบหายเข้าไปใน
“พักนึงแล้ว อานอนไม่หลับเลยออกมาคิดอะไรเพลินๆ ริมระเบียง”“คิดอะไรอยู่เหรอคะ มีตะวันอยู่ในความคิดอาภูมิรึเปล่า” เธอถามหยอกเย้าแต่นึกได้ก็รีบบอก “ตะวันขอโทษที่ละลาบละล้วงค่ะ”“ละลาบละล้วงอะไรกัน”“ก็ที่ถาม”“ตะวันสงสัยว่าอาคิดเรื่องตะวันรึเปล่าน่ะเหรอ”“ค่ะ ตะวันไม่อยากให้อาภูมิรู้สึกผิดที่ทำแบบนี้ ตะวันอยากให้อาภูมิรู้ว่าตะวันเต็มใจ”ภูมินั่งลงข้างเตียงจ้องหน้าเด็กสาวที่ยังผมเผ้ารุงรังเพราะบทรักเมื่อคืน มือหนายกขึ้นลูบพวงแก้มสีชมพูระเรื่อก่อนจะโน้มตัวจูบริมฝีปากบวมเจ่อเบาๆ“อารักตะวัน”“รู้แล้วค่ะ อาภูมิบอกหลายรอบแล้ว”“อาอยากพูดให้ฟังทุกวัน”“ตะวันก็จะรอฟังทุกวัน” เธอตอบยิ้มๆ“ฟังอย่างเดียวไม่พอ ต้องให้อารักทุกวันด้วย”“หา!”ทานตะวันอ้าปากค้างเข้าใจความหมายแฝงในนั้น ภูมิยิ้มกริ่มจูบริมฝีปากอิ่มรวดเร็วอีกครั้งก่อนจะโอบร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน“ตกใจขนาดนั้นเชียว หรือว่าที่อาทำตะวันไม่มีความสุข”“ปะ... เปล่าค่ะ ตะวันมีความสุข... แต่ทุกวันมันเจ็บ”“ทำหลายๆ วัน ไม่นานก็หายเจ็บค่ะ” อาหนุ่มพูดสองแง่สองง่าม ในขณะที่เด็กสาวถึงกับหน้าแดงซ่าน“อาภูมิทะลึ่ง|“แน่ะ ว่าอาอีกแล้ว เอาเถอะอาไม่แกล้งแล้ว
เพียงเท่านี้จากที่ขยับเบาๆ ก็เพิ่มความแรงมากขึ้นตามอารมณ์รักอารมณ์ใคร่นำพา ภูมิจับขาหลานสาวแยกออกจากกันห่างเพื่อให้งูยักษ์ขยับตัวเข้าออกโพรงสวาทอย่างสะดวกสบายมากขึ้น เข่าสองข้างดันพื้นยันไว้ส่วนกลางลำตัวส่งแรงเร่งร้อน รุกเร้า คลายตัวผ่อนออกก่อนจะกระแทกเข้าไปจนมิดอีกครั้งแล้วแช่นิ่งราวหยอกเย้าทานตะวันกระตุกเกร็ง ขาสองข้างถูกอาหนุ่มรั้งไว้เหนือข้อพับแขนบึกบึนจนลอยไปมาตามแรงอัด ครู่หนึ่งดวงตาก็ลืมขึ้นด้วยสงสัย เธอมองเห็นดาวเต็มฟากฟ้าทั้งที่ไม่ได้มองนอกหน้าต่าง ร่างกระตุกเกร็งปล่อยน้ำเปียกชุ่มออกมาถึงจุดสุดยอดโดยไม่รู้ตัว น้ำรักพรั่งพรูฉ่ำเยิ้มสร้างความลื่นไหลให้กิจกรรมเข้าจังหวะเป็นไปอย่างง่ายมากขึ้นและมากขึ้นมันท่วมท้นและหนักหน่วง...“อ่า เยี่ยมมาก ปลดปล่อยมันออกมาเลยตะวัน” เขาเพ้อทั้งตาปรือ ลำตัวยังคงเลื่อนเข้าออกกายสาวอย่างสุขสุดภูมิยั้งใจไว้ไม่ให้ตัวเองถึงที่หมายก่อน แต่พอทานตะวันถึงฝั่งฝันก็เป็นทีของเขาที่จะบุกตะลุยให้สุดปลายทาง“อาห์ อ่า อ่า อ่า”เสียงร้องครวญครางของเด็กสาวดังขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะการกระแทกกระทั้น ภูมิห้อตะบึงส่วนกลางลำตัวเข้าออกรวดเร็วยิ่งขึ้นราวกับกลัวไม่ถึงฝัน
ในขณะที่นิ้วร้ายยังคงทำงานหนักหน่วงแทบไม่ต้องเบามืออีกต่อไป เพราะแรงอารมณ์คุโชนเต็มที ยามนี้เขาปรารถนาจะครอบครองร่างบอบบางแสนสวยนี้จนแทบจะลงแดงตายเสียงดูดดังจ๊วบจ๊าบทำให้ทานตะวันถึงกับสะดุ้งยันศอกชะเง้อขึ้นมองเห็นอาหนุ่มก้มหน้าก้มตากับทรวงอกของตน มือของเขายังคงดันเข้าดึงออกที่ส่วนกลางกายก็ทำให้เด็กสาวเสียวซ่านสุดหยั่ง เธอร้องออกมาอย่างอดใจไม่ไหว“อ๊า! ตะวันจะตายอยู่แล้ว”ภูมิลอบยิ้มเงยหน้าจากอกตูม เด็กสาวหลบตาวูบทันทีที่อาหนุ่มเอ่ยเสียงพร่า“อาก็จะตายอยู่แล้ว อาขอนะ”ไม่รอให้เด็กสาวตอบแต่อย่างใด รอยยิ้มร้ายเอาแต่ใจก็ผุดขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่เคลื่อนตัวลงต่ำดึงนิ้วออกจากเนินนุ่มแทรกแทนด้วยลิ้นอุ่นชอนไช ทานตะวันถึงกับหลับตาปี๋ ทรมานแต่ซ่านเสียวสะท้านไปทั้งกายจนแทบร้องขอชีวิต ขนลุกชันไปทั้งตัว สมองเพริดพราวราวไม่เป็นตัวของตัวเอง “อ๊ะ... อ๊า อ๊า” เด็กสาวร้องครวญคราง สองมือเรียวเล็กจิกทึ้งหัวไหล่เปลือยของอาหนุ่มด้วยความเสียวซ่าน“พอแล้ว ตะวันจะตายอยู่แล้วมันทรมานค่ะอาภูมิ”ภูมิถึงจะเจ็บแต่ฟังเสียงลูกแมวแง้วๆ แล้วยิ่งได้ใจ ลิ้นร้อนแทรกชอนไชกระดกขึ้นลงลึกลงไปถึงจุดกระสันจนเด็กสาวฉ่ำชื้นพ
เธอบอกอย่างว่าง่ายแต่แล้วกลับทำหน้ามุ่ยเมื่อนึกตามคำพูดภูมิเมื่อครู่“แต่อาภูมิยังไม่แก่จริงๆ นะคะ ก็แค่อายุมากกว่าตะวันมากไปนิดแล้วก็เกิดก่อนตะวันนานมากๆ ไปหน่อยแค่นั้นเอง” “ชื่นใจ”“อาภูมิวางใจนะคะ ตะวันจะแก่ทันอาภูมิเอง”ภูมิฟังแล้วถึงกับหลุดขำ ริมฝีปากหนาจรดแก้มนวลหอมฟอดเสียงดัง “อาก็รักตะวัน รักที่ตะวันเกิดทีหลังแต่พยายามจะแก่ทันอา” “อาภูมิอะ พูดซะตะวันเขิน” “อาชอบที่ตะวันเขิน” เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะฉวยมือเธอมาวางแนบอกของตัวเอง “ได้ยินไหม” “หือ”“หัวใจอากำลังเต้นแรงมันตื่นเต้นแทบระเบิดออกมานอกอกแล้ว” “อาภูมิตื่นเต้นทุกครั้งที่มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงทุกคนรึเปล่าคะ อย่างเช่นคุณสร้อย...” อื๊อออออ... เด็กสาวครางประท้วงในลำคอ เพราะเธอไม่เพียงพูดไม่ทันจบอาหนุ่มก็ก้มประกบริมฝีปากเธอ เรียวลิ้นร้อนซอกซอนชอนไชทุกอณูจนเธอร้อนรนเผลอตอบรับอีกฝ่ายด้วยความเก้อเขิน ภูมิยกยิ้มครู่เดียวก็บอกเธอว่า “อาทนไม่ไหวแล้ว ถ้าตะวันอยากรู้ว่าอาตื่นเต้นแค่ไหน ตะวันก็ต้องทำรักกับอา” ทานตะวันครางในลำคอ
ทานตะวันอาศัยทีเผลอเปิดล็อคประตูรถจะก้าวลงไป มือหนาๆ ของเขาก็คว้าข้อมือเธอไว้แล้วกระชากกลับก่อนจะปิดล็อคจากฝั่งตัวเอง“เจ็บนะคะ!” เธอร้องบอก“เจ็บก็ดีแล้ว กล้าดียังไงดื้อกับอาแบบนี้ ลงไปเกิดอันตรายจะทำยังไง”“อยู่ที่นี่ก็อันตรายพอกันแหละค่ะ” เธอตอบพลันน้ำตาก็หยาดหยด “โอ๊ย! ตะวันเจ็บค่ะอา”ภูมิกัดฟั
ทานตะวันผงะกับถ้อยคำประหลาด หัวใจเธอพองโตอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ภูมิมีศักดิ์เป็นอาส่วนเธอมีฐานะเป็นเพียงหลานบุญธรรมของคุณภาคินีมารดาของภูมิ เธอไม่กล้าแม้แต่จะอาจเอื้อมคิดเผยอเทียบเคียงกับเขาได้เลย“อา... คือว่า... อา”ภูมิตั้งท่าจะสารภาพความรู้สึกกับทานตะวัน ถึงยังไงเขาก็ไม่ปล่อยให้เธอเป็นของใคร
แค่คิดก็เบื่อ ดีที่มีชลทิศมาคุยเป็นเพื่อน แต่คุยได้ไม่นานภูมิก็เดินตรงเข้ามาสีหน้าถมึงทึงจนทานตะวันที่กำลังหัวเราะร่วนถึงกับหุบยิ้มอย่างรวดเร็ว“คุยอะไรอยู่หัวเราะสนุกเชียว”คำถามราบเรียบแต่น้ำเสียงดุดันของอาหนุ่ม ทั้งมองเธอและตวัดหางตามาทางชลทิศ ทำให้ทานตะวันขนคอลุกชัน เธอยิ้มแหยๆ แนะนำอีกฝ่ายกับอ
สองสาวถึงกับเหวอโดยเฉพาะมัสลินที่ไม่ทันจะอ้าปากพูดใดๆ ภูมิก็โบกมือห้ามทำให้หญิงสาวถึงกับค้าง “นี่นายคงไม่คิดจะให้หนูตะวันไปจมปลักอยู่ที่ไร่กับนายหรอกนะ นายภูมิ” “ก็แล้วทำไมล่ะ ไร่ฉันมันเป็นไง” “ก็มันทั้งเก่า ทั้งโทรมจะตาย ฉันว่านายอย่าเก็บหนูตะวันไว้คนเดียวเลย...







