LOGINทานตะวันกอดอกเชิดหน้าอย่างภูมิใจ
“งั้นก็รับไปซะทีสิ เพชรอายคน” เด็กหนุ่มยืนสิ่งของในมือให้แล้วพูดน้ำเสียงรื่นรมย์ “ในที่สุดก็จบซะทีนะเราสองคน”
“อืมมมม... ขอบใจที่คอยติวให้ เพชรน่ารักที่สุดเลย”
“ก็แค่อยู่นานกว่าตะวันปีนึงเองไม่ได้เก่งอะไร” พัชระแก้เก้อ
ทานตะวันรู้ความหมายในคำพูด พัชระเป็นเพื่อนร่วมชั้นปีแต่อายุมากกว่าเธอหนึ่งปีเพราะเข้าเรียนช้ากว่าเกณฑ์ เหตุผลใดเธอไม่อาจรู้ได้และไม่เคยถาม แต่คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับอาภูมิไม่มากก็น้อย
“ตะวัน”
“หือ” เด็กสาวถึงกับสะดุ้ง
“จะเอาไปได้ยัง”
ทานตะวันหยิกแก้มหนุ่มน้อยแล้วรับดอกไม้ช่อโตมาสูดดมด้วยความยินดี
ดวงตาของเธอเป็นประกายจนเด็กหนุ่มอดมองด้วยความชื่นชมไม่ได้ กว่าจะรู้ตัวก็ได้ยินเสียงปิดประตูรถดังปังด้านหลังทำให้เด็กหนุ่มละสายตาจากคนน่ารักจ้องไปทางหนุ่มใหญ่ด้วยความขยาด
“ท่าทางยักษ์จะอยากกินตับเราแล้ว ตะวันกลับไปเหอะไป”
“ขอบใจนะ แต่วันนี้ตะวันไม่มีของขวัญให้เพชรเลย ต๊ะไว้ก่อนนะ” เด็กสาวบอกกล่าวสีหน้าแหยรู้สึกผิด แต่อีกฝ่ายยีผมเธอด้วยความเอ็นดู
“ไม่ต้องหรอก แค่ให้เพชรไปหามั่งก็พอ อยู่ใกล้กันแค่รั้วไม้กั้นเอง”
“โอเค... งั้นวันนี้เพชรกลับด้วยกันปะ”
“จะดีเร้อ” เด็กหนุ่มเสียงสูง “ราชรถหน้าโหดแบบนั้น”
“บ้า! เดี๋ยวอาภูมิได้ยินตะวันโดนด่าอีก”
“ก็มันจริงไหมล่ะ” เด็กหนุ่มพูดพลางชะเง้อมองภูมิที่ยืนอยู่ด้านหลัง แล้วทำหน้าแหยอีกครา “เห็นหน้าก็สยองแล้ว”
“สยองยังไง อาภูมิของตะวันออกจะหล่อ มาดแมนแอนด์แฮนซั่ม เสียแต่ยิ้มยากไปนิดขี้หงุดหงิดไปหน่อยเอง” เธอว่าพลางหัวเราะคิกคักหันไปมองคนโดนนินทาแล้วต้องรีบหันกลับมาหน้าเบ้ “แต่คิดว่าเข้าใจเพชรแล้ว แหะๆ”
“นั่นไง ขนาดตะวันยังโดนทรงพระกริ้วใส่ แล้วเพชรเป็นผู้ชายเหมือนกันจะเหลือเหรอ... บรื๋อออออ กระหม่อมขอทูลลา”
“เว๊อเว่อร์น่ารำคาญนะเพชรเนี่ย”
ทานตะวันตีไหล่เพื่อนรักไปทีนึง เด็กหนุ่มชะเง้อมองคนด้านหลังแล้วหดคอทำหน้าเหยเกอีกครั้ง
“เพชรเรียกมอ’ไซค์ไปขึ้นรถที่ท่าดีกว่า ไม่รบกวนอาหน้าโหดของตะวันหรอก เอาไว้จะไปหาที่ไร่”
“แล้วนี่อาศรไม่มารับเหรอ”
“ไม่มาหรอกอาศรอยู่เวร แต่ถึงมาวันนี้แล้วเจออาภูมิของตะวันก็จะท้าชกกันอีก”
“เออจริง งั้นโอเค เอาไว้เจอกันที่ไร่นะ” เด็กสาวตอบสั้นๆ โบกมือลากันแล้วแยกมาทางอาหนุ่มที่ยืนพิงรถรออยู่
“อาภูมิรอนานไหมคะ”
“รากงอกแล้วมั้ง”
ทานตะวันหน้าจ๋อยรีบบอก “พอดีเพชรมาหาค่ะ ตะวันชวนกลับกับเราก็ไม่ยอม ตะวันชวนแล้วชวนอีกก็ไม่มา”
“จะมาเป็นก้างทำไม”
“อะไรนะคะ”
“อาก็ว่าสิ ร่ำลากันอยู่นั่นกว่าจะได้ฤกษ์เสด็จ” ภูมิบ่นพลางขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็นช่อดอกไม้ในมือหลานสาว “แล้วนี่ยังไง”
“อ๋อ ของขวัญเรียนจบค่ะอาภูมิ” เธอพูดเก้อๆ หลบตาคมกริบของอาหนุ่มที่ทำให้เธอตะครั่นตะครอผิดปกติ “ขึ้นรถเถอะค่ะ ฝนจะตกแล้ว”
“รู้เหมือนกันนี่ว่าฝนจะตก มัวแต่พิรี้พิไร”
คำก็รากงอก สองคำก็พิรี้พิไร นี่อาภูมิของเธอเป็นอะไรกันแน่ ทานตะวันได้แต่นึกกังวล
ส่วนภูมิพอเห็นหลานสาวหน้าถอดสีก็รู้สึกเซ็งรีบตัดบท
“ไปขึ้นรถ”
ภูมิพูดแค่นั้นก็ผละเดินไปฝั่งคนขับทิ้งเด็กสาวยืนเก้ออยู่คนเดียว เขาไม่พอใจแต่เก็บงำความรู้สึกไว้ ทานตะวันเป็นสาวแล้วนับจากวันที่เขาพบเธอตอนที่เขาอายุแค่สิบเจ็ดปี นับไปนับมาก็ผ่านมายี่สิบเอ็ดปีแล้ว นานพอๆ กับอายุของทานตะวันเลยทีเดียว...
ยิ่งมาวันนี้ที่เห็นเด็กนั่นมาก้อร่อก้อติกกับของรักของหวงที่อุตส่าห์ทะนุถนอม ภูมิยิ่งว้าวุ่นใจอย่างที่สุด อุตส่าห์เก็บงำมานาน รวบหัวรวบหางซะเลยดีไหม...
หนุ่มใหญ่ยกยิ้มมุมปากแต่พอเห็นเพื่อนชายของหลานสาวรีรออยู่ เขาก็หน้าตึงเดินกลับมาตรงเข้ากอดไหล่เด็กสาวที่เดินมาถึงรถพอดี เปิดประตูแล้วผลักเธอเบาๆ
ทานตะวันจึงเลิกชื่นชมดอกไม้ช่อใหญ่แล้วขึ้นมานั่งเจี๋ยมเจี้ยมตัวแข็งอยู่เบาะข้างๆ พอขึ้นประจำที่นั่งคนขับก็ยังเห็นสองคนมองกันยิ่งน่าโมโหพิกล ภูมิเกิดอาการหัวใจกระตุกขึ้นมาฉับพลัน
“จะจ้องกันอีกนานไหม เป็นปลากัดรึไง”
“อาภูมิ” เด็กสาวเสียงอ่อย
“ก็จริงไหมล่ะ จ้องไปจ้องมาเป็นปลากัดก็ท้องออกลูกหลายคอกแล้ว ดูสายตามันอาล่ะรำคาญ”
“ขอโทษนะคะที่ตะวันทำให้อาภูมิรอนานจนรำคาญ” เธอบอกเสียงอ่อนเกรงใจและน้ำเสียงห้วนจัดโดยไม่รู้ตัวของอาหนุ่มทำให้ทานตะวันใจหายวาบแต่ทำใจดีสู้เสือ “แต่ตะวันไม่ใช่ปลากัดนะคะ”
“แล้วใครบอกว่าเป็น”
“ก็อาภูมิไง”
“อาประชด”
ภูมิบอกหน้าตาเฉย พอทานตะวันเงียบ เขาก็เหลือบมองเธอแวบหนึ่งแล้วบ่นต่อ “ถ้าเป็นปลากัดป่านนี้คงท้องไปแล้วล่ะ หมอนั่นจ้องยังกับจะให้ทะลุไปถึงไหนๆ”
“อาภูมิคิดอกุศล”
“ก็แล้วมันจริงไหมล่ะ” ภูมิเสียงห้วน
ทานตะวันไม่ตอบกลับเบือนหน้าออกนอกหน้าต่าง ภูมิเห็นดังนั้นยิ่งเคือง ทั้งหมั่นไส้และอยากหยุมหัวเด็กเพชรนั่นแทบบ้า แต่เขาก็รู้ว่าที่พูดไปรุนแรงเกินเหตุ แต่จะให้ทำไงล่ะ ก็คนมันหวงนี่!
“ตกลงจะไม่พูดกับอาใช่ไหม”
“ตะวันช้าก็เพราะแค่จะขอบคุณเพชรเท่านั้นเองค่ะ” เธอตอบเสียงเบาหวิวอ่อนใจกับความตีรวนของอาหนุ่ม
“ทำอย่างกับที่ไร่ไม่มีดอกไม้ถึงต้องรับของจากไอ้พวกศัตรู”
“ศัตรูอะไรคะ นั่นน่ะเพื่อนบ้านเราตะหาก อาภูมินี่ก็” ทานตะวันเริ่มทนไม่ไหวที่อาหนุ่มวางระเบิดคนบ้านนั้นทุกทีที่เจอหน้า ไม่รู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาแต่ชาติปางไหน
“อาทำไม เดี๋ยวนี้พูดว่าอะไรมันไมได้แล้วเหรอ”
“งั้นก็จัดการตามที่แกเห็นสมควร แต่บอกไว้ก่อนว่าถ้าแกจัดการเรื่องนี้ไม่ได้อย่าหวังว่าแม่จะยกตะวันให้”ไม่ให้ก็ได้มาแล้วด้วยความเต็มใจของทานตะวันด้วยซ้ำหึ...“ว่าไง”“ผมรู้น่า” ภูมิจำใจรับปากอย่างหงุดหงิด“อีกอย่างที่แม่อยากขอร้องแก”“อะไรอีกครับ”คราวนี้น้ำเสียงภูมิติดรำคาญเล็กน้อย ภาคินีค้อนขวับลูกชายแล้วบอกน้ำเสียงจริงจัง“แม่ขอร้องว่าระหว่างที่ยังไม่ได้จัดงานตบแต่งเป็นเรื่องเป็นราว แกอย่าได้ทำแบบเมื่อคืนนี้อีก แล้วก็อย่าเที่ยวแสดงความเป็นเจ้าของตะวันจนออกนอกหน้าให้ใครรู้”“ได้ไงครับ” ภูมิแย้งทันที“แม่สงสารหลาน ลำพังเป็นกำพร้าก็น่าสงสารพออยู่แล้ว แกอย่าซ้ำเติมตะวันด้วยคำพูดติฉินนินทาของคนอื่นอีกเลย”“แต่ผม....”“แกรักตะวันจริงรึเปล่าล่ะ ถ้ารักก็เชื่อแม่สักครั้ง”ภูมิได้แค่คิดตามจริงสิ...เขาเอาแต่ใจ คิดเอาแต่ได้ ลืมนึกถึงเกียรติยศศักดิ์ศรีของทานตะวันที่เขารักยิ่งดวงใจจริงๆเฮ้อ! ไอ้ภูมิ คนเลว!ภูมิหน้าสลด แต่เมื่อเงยหน้าเจอแววตาคมกริบของมารดา เขาก็ต้องรับปากรับคำ มารดาของเขาเพิ่งหายป่วย คงไม่ดีนักถ้ายังเป็นแบบนี้“ก็ได้ครับแม่ ผมจะพยายาม”“ก็แค่นั้นแหละชอบทำตัวงี่เง่าไม่เข้าเรื่อง
จวงถึงกับลนลานมองนายทั้งสองสลับไปมาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีก็รีบลงไปทันที เพียงคล้อยหลังแม่บ้านเก่าแก่ ภาคินีก็สะบัดตัวออกจากการพยุงของลูกชายเดินตรงไปยังห้องพระ ภูมิถึงกับถอนหายใจก่อนจะเดินตามไปคุกเข่าต่อหน้าพระประธานเคียงข้างมารดาที่นั่งมองภาพบิดาผู้ล่วงลับไปแล้วของเขา ครู่ใหญ่ภาคินีจึงเอ่ยเสียงเรียบราวสะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่“สารภาพต่อหน้าพระเดี๋ยวนี้”“สารภาพอะไรครับแม่” ชายหนุ่มถามกลับเสียงอ่อยเมื่อมองสบตามารดาเห็นแววขึ้งโกรธคงอยู่“ก็สารภาพต่อหน้ารูปพ่อแกกับพระท่านว่าที่ทำแบบนั้นกับตะวันว่าแกจริงจังหรือเห็นเด็กเป็นของเล่น”“โธ่! แม่ครับ!” ภูมิอุทาน คิ้วขมวดมุ่นด้วยความหงุดหงิดกับคำพูดมารดา “ผมรักตะวันแม่ก็รู้”“รู้ที่ไหน แกไม่เคยบอกสักคำ”“ก็ผม” พ่อเลี้ยงหนุ่มอึกอักพูดไม่ออก “ผมรู้ว่าแม่รู้ อย่ามาบีบผมให้พูดเลย”“ฉันไม่ได้บีบแต่แกเองที่อมพะนำอ้ำอึ้งไม่ชัดเจน”“ก็ผมจะชัดเจนได้ไงในเมื่อตอนนั้นตะวันยังเด็กอยู่”“แต่ตอนนี้ตะวันเป็นผู้ใหญ่แล้ว แกต้องชัดเจน” “ผมก็กำลังชัดเจนอยู่ในแบบของผม” ภูมิแก้ตัวทั้งที่จริงแล้วก็รู้ว่าสิ่งที่ทำเหมือนไม่ให้เกียรติทานตะวัน ซึ่งมารดาของเขาก็ไม่ชอ
“ตะวันรู้ ตะวันขอโทษค่ะคุณย่า ฮืออ” ทานตะวันละล่ำละลักกอดเท้าแนบหน้ากับเท้าผู้มีพระคุณแน่ภาคินีถอนหายใจหนักหน่วง น้ำตาปริ่มตาสงสารเด็กน้อยน่ารักที่เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกไม่วาย แต่นางต้องสั่งสอนให้ทานตะวันรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้องถึงแม้คนสองคนรักกันจะไม่ผิด แต่ผิดที่ใจเร็วด่วนได้โดยไม่ทำให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม“หยุดพูดคำว่าขอโทษแล้วตอบย่าว่าทำไมไม่ฟังคำย่าสอน ทำไมไม่รักนวลสงวนตัว” นางถามเสียงเครียดพลางทุบแผ่นหลังบอบบางสั่งสอนหลายครั้ง ถึงไม่แรงแต่มันอาจทำให้คนถูกทุบและตัวต้นเหตุรู้สึกเจ็บได้“แม่ครับ! หยุดตีตะวันสักที” ภูมิยื้อข้อมือมารดาที่เงี้อค้างจ้องตาเขียวปัดมาที่เขา“ปล่อย”“ไม่ครับ” “แม่จะสั่งสอนหลาน” นางว่าพลางเงื้อมือจะทุบต่อ แต่ถูกรั้งไว้อีก “หรือว่าแกอยากโดนแทน”ทานตะวันเห็นสองแม่ลูกยื้อยุดก็โผเข้าคั่นกลาง พยายามปลดมือภูมิออก “ปล่อยมือคุณย่าค่ะอาภูมิ ตะวันผิดไปแล้ว ตีตะวันแต่อย่าโกรธอาภูมิเลยนะคะคุณย่า”“อยากโดนตีใช่ไหม ทานตะวัน!” ภาคินีเอ่ยเสียงเบาลงด้วยความอ่อนใจ“ค่ะคุณย่า”“ได้!”ทานตะวันสะอึกสะอื้นคุกเข่าคลานเข้ากอดขาอย่างจำนนให้ผู้เป็นย่าทุบตี ภาคินี
“มีที่ไหนล่ะครับ ผมนอนคนเดียว”“สภาพแบบนี้เนี่ยนะ”ภูมิที่เพิ่งออกจากห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และกำลังรูดซิปกางเกงยีนส์ขึ้นถึงกับชะงักก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ พบทั้งเสื้อผ้าเกลื่อนพื้น ที่นอนยับยู่ยี่ ผ้าห่มม้วนขยุกขยุยไม่เป็นระเบียบ อีกทั้งกลางที่นอนนั่นชิบหายละ!ชายหนุ่มรู้ว่าที่ถูกไล่ต้อนแบบนี้เพราะมารดากำลังจับพิรุธเขาอยู่ ใจพลันคิดถึงทานตะวัน หวังว่าเธอจะออกไปจากห้องทันก่อนมารดาจะเข้ามา แต่เมื่อเหลือบมองไปทางผ้าม่านประตูระเบียงที่ไหวพะเยิบพะยาบตามแรงลมก็รู้แล้วว่ามีอะไรที่ด้านนอกนั่น“ว่าไง” นางถามย้ำพลางหรี่ตามองจับผิด “ตอบมา ตอบให้ดีๆ ด้วยล่ะ ฉันรอฟัง”ภูมิรู้เลยว่ามารดากำลังฉุนใจขาด ดูจากสรรพนามที่เรียกแทนตัวเองก็รู้“โธ่ แม่ก็รู้ว่าผมนอนดิ้น”“แค่นี้”“ครับ”ภาคินีส่ายหน้าระอาเพราะรู้อยู่แก่ใจ นางเคยถามลูกชายเรื่องความรู้สึกที่มีต่อทานตะวัน แต่คำตอบที่ได้รับกลับไม่ชัดเจน นางร้อนใจไม่อยากให้ทานตะวันตกลงปลงใจกับใครไวนัก อย่างน้อยก็ไม่ใช่เวลานี้ ถึงยังไงเรือล่มในหนองก็ย่อมดีกว่า นางหมายตาทานตะวันไว้ให้แต่ใครจะรู้ใจลูกชายที่เริ่มแก่ หัวดื้อ แถมยังปากหนักนี่สิ!“แกจะทำอะไรก็ให้มันชัด
ให้รู้ซะบ้างว่าทานตะวันเป็นของเขา ใครหน้าไหนอย่าสะเออะเหอะ!ร่างสูงล่ำคล้ำแดดไม่สวมเสื้อผ้ากลับมาทิ้งตัวลงนอนข้างร่างนุ่มโอบกอดเธอไว้ ทานตะวันส่งเสียงงึมงำในลำคอแล้ววาดมือโอบเอวของเขาเช่นกัน เพียงเท่านั้นไฟราคะก็ลุกโชนอีกรอบ ร่างบางถูกรุกรานจากรสสัมผัสและดำกฤษณาต้องโอนอ่อนผ่อนตามไปอีกตามเคยภูมิพินิจดวงหน้าชื้นเหงื่อของหลานสาวที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนสถานะเป็นภรรยาทางพฤตินัยของตนด้วยแววตารักใคร่ เรียวนิ้วไล้พวงแก้มนวลจนอีกฝ่ายรู้ตัวขยับกาย“กี่โมงแล้วคะอาภูมิ”อาหนุ่มยกยิ้มจ้องนาฬิกาข้างฝาผนังแล้วตอบ “เกือบเก้าโมงแล้วจ้ะ หิวรึยัง อาจะได้ทำอะไรให้กิน”“ห๊า! เก้าโมง!”ทานตะวันทะลึ่งพรวดลุกนั่ง สีหน้าเหยเก “ทำไมไม่ปลุกคะ ตะวันต้องรีบไปหาคุณย่า”“เดี๋ยวค่อยไปสายหน่อยก็ได้”“อาภูมิไม่ห่วงคุณย่าเหรอคะ ”“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่อาว่า...”“คุณย่าเป็นแม่อาภูมินะ!” เด็กสาวเสียงขุ่นก่อนลุกพรวดพราดแต่โดนดึงแขนไว้จึงหันกลับมาทำหน้าตูมเสียงเข้ม “ตะวันจะไปหาคุณย่าค่ะ”“อย่าเพิ่งเลยน่า”“เอ๊ะ! อาภูมิทำไมดื้อ”เธอไม่ฟังที่ถูกยื้อ แต่ภูมิโอบเอวไว้ไม่ให้ลุก ทำให้ทานตะวันถึงกับหน้าบึ้งดึงมือออกแล้วผลุบหายเข้าไปใน
“พักนึงแล้ว อานอนไม่หลับเลยออกมาคิดอะไรเพลินๆ ริมระเบียง”“คิดอะไรอยู่เหรอคะ มีตะวันอยู่ในความคิดอาภูมิรึเปล่า” เธอถามหยอกเย้าแต่นึกได้ก็รีบบอก “ตะวันขอโทษที่ละลาบละล้วงค่ะ”“ละลาบละล้วงอะไรกัน”“ก็ที่ถาม”“ตะวันสงสัยว่าอาคิดเรื่องตะวันรึเปล่าน่ะเหรอ”“ค่ะ ตะวันไม่อยากให้อาภูมิรู้สึกผิดที่ทำแบบนี้ ตะวันอยากให้อาภูมิรู้ว่าตะวันเต็มใจ”ภูมินั่งลงข้างเตียงจ้องหน้าเด็กสาวที่ยังผมเผ้ารุงรังเพราะบทรักเมื่อคืน มือหนายกขึ้นลูบพวงแก้มสีชมพูระเรื่อก่อนจะโน้มตัวจูบริมฝีปากบวมเจ่อเบาๆ“อารักตะวัน”“รู้แล้วค่ะ อาภูมิบอกหลายรอบแล้ว”“อาอยากพูดให้ฟังทุกวัน”“ตะวันก็จะรอฟังทุกวัน” เธอตอบยิ้มๆ“ฟังอย่างเดียวไม่พอ ต้องให้อารักทุกวันด้วย”“หา!”ทานตะวันอ้าปากค้างเข้าใจความหมายแฝงในนั้น ภูมิยิ้มกริ่มจูบริมฝีปากอิ่มรวดเร็วอีกครั้งก่อนจะโอบร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน“ตกใจขนาดนั้นเชียว หรือว่าที่อาทำตะวันไม่มีความสุข”“ปะ... เปล่าค่ะ ตะวันมีความสุข... แต่ทุกวันมันเจ็บ”“ทำหลายๆ วัน ไม่นานก็หายเจ็บค่ะ” อาหนุ่มพูดสองแง่สองง่าม ในขณะที่เด็กสาวถึงกับหน้าแดงซ่าน“อาภูมิทะลึ่ง|“แน่ะ ว่าอาอีกแล้ว เอาเถอะอาไม่แกล้งแล้ว
หนุ่มใหญ่กร่นด่าตัวเองในใจแล้วถึงกับสะดุ้งเมื่อสลิลลาเปิดผ้าม่านเยี่ยมหน้าเข้ามาดู“เป็นยังไงบ้างเลือกได้สักชุดรึยัง”ชายหนุ่มพยักหน้านิ่งๆ แล้วโบกมือให้ “เกือบแล้วๆ”“งั้นก็ช่วยไม่ได้ ดูเองไปก่อนนะ เดี๋ยวลิลไปดูให้ลูกค้าอีกกลุ่มที่ห้องลองฝั่งโน้น ท่าทางจะกระเป๋าหนักน่าดูต้องดูแลมากหน่อย”“ตามสบายเ
ทานตะวันยืนเก้ออยู่ในห้องทำงานของสลิลลากับภูมิสองต่อสองถึงกับเก้อไป ห้องมิดชิดแอร์เย็นฉ่ำมีห้องลองเสื้อขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่อยู่ชิดผนังด้านใน มิดชิดเกินไปจนทานตะวันรู้สึกใจคอไม่ดีแปลกๆ“เข้าไปลองไป” ภูมิออกคำสั่งทานตะวันรับชุดราตรีสีแดงสดมาถือไว้ ภูมิพยักหน้าแล้วดันหลังให้เธอเข้าไปในห้องลอง ส่วนเขานั
“หา! อาภูมิว่าไงนะคะ?”“ก็โตแล้ว จบแล้ว จะได้ทำงานแล้ว มีสามีได้แล้วไง”“ตะวันยังไม่มีแฟนจะให้รีบมีสามีแล้วเหรอคะอาภูมิ”ทานตะวันพูดไปก็หน้าเห่อร้อน เธอสะดุดใจรอบสองที่วันนี้อาหนุ่มดูประหลาด ทั้งดวงตาระยิบระยับและคำพูดชวนคิดนั่น เธอไม่ได้คิดไปเองว่าครั้งนี้ภูมิถามแปลกๆ แต่เธอก็ไม่ได้ถามเอาความด้วยเ
ทานตะวันรีบตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทัน อยากทึ้งหัวสมองไม่รักดีเป็นบ้า!ภูมิหันขวับมาที่ทานตะวัน เห็นสีหน้าของเธอนั้นจะว่าแดงก็แดงก่ำเหมือนคนจิบไวน์ ทำให้เขาอดคิดไมได้ว่าหรือที่เธอพูดนั้นเพราะคิดจริงหรือแค่...“ตะวันแค่ยกตัวอย่างค่ะอาภูมิ อย่าคิดมากว่าตะวันแก่แดดเลยนะคะ” เธอรีบบอกหลังจากเงยหน้าสบตาอาหน




![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


